จับสายซึน มาเจอมึนตัวพ่อ

ตอนที่ 3 : Your Snack [rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 710 ครั้ง
    1 ก.ย. 62




[Sane’s Story]

09.58

เซฟ!!!

ถึงห้องโปรเจคโดยปลอดภัย ไม่มีไอ้หน้าไหนมาถึงก่อน

ชิ! พวกเวร! ไอ้กูล่ะก็รีบมา กลัวว่าพวกแม่งจะถ่อสังขารมารอเอาทีนถีบหน้าผมซะอีก เซง...รีบเสียเที่ยวเลย

ผมหยิบ macbook ลูกรักสดๆ ร้อนๆ ออกมากดเปิด สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการลงทุกโปรแกรมที่จำเป็นสำหรับโปรเจค และต่อด้วยการวาดอาคารใน CAD ต่ออีกซักเล็กน้อย เพื่อไม่ให้อาจารย์จับได้ว่าแอบโดดงานไปหลายวัน

อันที่จริงเรียน ป.โท มันก็ไม่ได้ยากอะไรมากมายหรอก วิชาเรียนไม่ยากเพราะเหมือนเป็นตัวต่อของตอน ป.ตรี มากกว่า และแน่นอนว่าสมองระดับเกียรตินิยมอย่างผมสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ไอ้สิ่งที่เวรตะไลที่สุดในการเรียนของผมปีนี้ ก็คงหนีไม่พ้น โปรเจคที่ทำสืบต่อมาจากปีที่แล้ว โดยไม่มีวี่แววว่าอาจารย์จะหาขอบเขตให้งานของพวกผมได้

พอทำเรื่องนึงผ่าน จารย์ก็อยากให้มันดีกว่านี้ ยิ่งใหญ่กว่านี้ สมบูรณ์แบบกว่านี้ ก็ปรับ ก็ขยายกันไปเรื่อยๆ และคงจะเหมือนกับเมื่อตอนสอบจบปีที่แล้วนั่นแหละ ที่พวกผม 5 คนต้องปั่นงานกันจนหัวหมุน รันงานรัวๆ 2 วันแล้วนอนพัก 1 คืน วนไปวนมาอย่างนั้น

ผมเหนื่อย

ผมบาดเจ็บ

แต่ผมยังไม่ตายไงครับ

 

3P: อรุณสวัสดิ์ครับ!

 

และทันทีที่ผมลงโปรแกรม LINE ในคอมเสร็จ แจ้งเตือนนั้นก็เด้งขึ้นมาเลย

เหอๆ นี่แหละครับ หนึ่งในโปรแกรมจำเป็น

 

I am Sane: ตื่นสายนะมึง

 

ผมพิมตอบ แล้วพับหน้าจอลงเพื่อกดเปิดโปรแกรมทำงาน

 

3P: พี่ตื่นกี่โมง?

I am Sane: หกมั้ง

3P: โห...ทำไมรีบ

I am Sane: กูมีงานต้องทำไงครับน้องปี 1

I am Sane: เดี๋ยวกูไปทำงานต่อแล้ว เลิกกวนเถอะเด็กน้อย

 

ผมกดปิดการแจ้งเตือน แล้วกลับมาสนใจอาคารที่ต้องเติมส่วน 3 มิติ โดยลอกเลียนจากแบบ 2 มิติที่วาดไว้ในอีกโปรแกรม

ไม่รู้เหมือนกันว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่น่าจะหลายชั่วโมงอยู่เหมือนกัน...

ไอ้ทีกับไอ้ข้าวเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงจากร้านสะดวกซื้อ

“แดกก่อนไหมมึง?” ไอ้ทีจับเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ให้หมุนไปหา แล้วยื่นถุงที่มีกล่องข้าวร้อนๆ มาวางตรงหน้าผม

“ขอบใจ แต่อีกแป๊บนึง” ผมหยิบถุงที่เกะกะขวางทางไปวางไว้ยังโต๊ะข้างๆ ก่อนจะขยับตัวกลับไปนั่งหน้าคอมอีกครั้ง

“เหอะๆ ไอ้เซนแม่งเข้าโหมดเครื่องบินว่ะไอ้ข้าว”

“ช่างแม่ง”

ผมไม่ได้สนใจว่าพวกมันจะบ่นอะไรอีก เพราะงานของผมขาดสมาธิไม่ได้เลย...

“เชี่ยเซน ซื้อหนมมาฝาก” ไอ้คิงทำเสียงดังโวยวาย มันตรงเข้ามาวางถุงขนมไว้ข้างถุงข้าวของไอ้ที แล้วเดินจากไป

“น้ำเปล่า” ตามมาด้วยไอ้คุณชายเลย์ ที่โผล่มาวางขวดน้ำอย่างเงียบๆ

ไม่กี่นาทีต่อมาผมก็วาดแบบ 3 มิติสำเร็จ!! คือมันก็เสร็จแหละ แบบลวกๆ และผมไม่มีเวลาจะเช็คมันแล้ว ถือซะว่าให้อาจารย์เป็นคนตรวจให้ทีเดียวเลยแล้วกัน

ผมหันไปคว้ากล่องข้าวมาเปิดกินก่อน เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองหิวไส้จะขาดก็ตอนนั้นนั่นเอง แล้วพอจัดการกับอาหารเซเว่นเรียบร้อย ขนมไร้สารอาหารก็ถูกส่งตามลงท้องของผมไป ปิดท้ายด้วยน้ำที่หมดความเย็น...ผมก็อิ่มแปล้

เห้อ!! รอดตาย

“เลิกซะทีเถอะไอ้นิสัยชอบทำงานไม่ยอมแดกข้าวเนี่ย” เสียงไอ้คิงบ่นมาก่อนเพื่อนเลย

“พวกมึงก็เป็นเหอะ” ผมเถียงกลับ แล้วพิงตัวอย่างล้าๆ ลงกับพนักเก้าอี้ “แล้วนี่รู้ได้ไงวะว่ากูกำลังหิว”

“ไม่เปิดดูไลน์กลุ่มล่ะ”

ผมขมวดคิ้วใส่ไอ้ที แต่ก็ยอมหยิบมือถือขึ้นมาดู สิ่งแรกที่ต้องทำเป็นมองข้ามไปก่อนก็คือสถานะแจ้งเตือน 4 ข้อความใหม่จากไอ้เด็กจอมวุ่นวาย ผมเลือกกดเข้าไปในกลุ่ม 5 CoPro’ แล้วก็ต้องเงยหน้าขึ้นหรี่ตามองไอ้หน้าหวานหนึ่งเดียวในห้อง

“ไฮโซเลยนะไอ้สัตว์” ผมด่ามัน แล้วก้มลงอ่านไลน์ให้ละเอียดอีกที

 

ตัวทีใหญ่ ไม่ใหญ่ธรรมดา ใหญ่มาก: 10 โมงแล้วโว้ย! ใครก็ได้ไปเฝ้าห้องเจคทีว่าเชี่ยเซนเสนอหน้าไปทำงานหรือยัง?

คิงรวย: ตื่นก่อนก็ไปดิวะ

ตัวทีใหญ่ ไม่ใหญ่ธรรมดา ใหญ่มาก: ขี้เกียจ

Lays: ...

คิงรวย: พ่อมึง...

ตัวทีใหญ่ ไม่ใหญ่ธรรมดา ใหญ่มาก: พ่อมึงสิ...

We: send you a photo

คิงรวย: เห้ย! อย่างล้ำ!!!

ตัวทีใหญ่ ไม่ใหญ่ธรรมดา ใหญ่มาก: สัตว์ข้าว มึงจะฉลาดเกินไปละ

Lays: good job

 

เหอะๆ ก็จะไม่ให้ทั้งด่าทั้งชมเชี่ยข้าวได้ยังไง ในเมื่อรูปที่แม่งส่งมามันเป็นรูปที่ถ่ายภาพมาจากห้องโปรเจคนี้เอง ที่สำคัญคือมันมีผมนั่งอยู่ในภาพด้วย ที่มุมล่างซ้ายปรากฏเวลา 10.26และไม่ต้องใช้สมองอะไรมากมายผมก็รู้ได้ว่า...เชี่ยข้าวแม่งแค็ปภาพมาจากวีดีโอวงจรปิด!

เชี่ย!! ไอ้ล้ำ!!

แอบติดไว้ตอนไหน ไม่บอกใครเลยนะสัตว์!

“กูเก่งไง” ไอ้ข้าวว่า แล้วยักไหล่

ผมเลยทำได้แค่พ่นลมหายใจเหนื่อยหน่ายใส่มัน ก่อนจะก้มหน้าลงเปิดไลน์ใครอีกคนที่ทำเป็นไม่สนใจในตอนแรก

 

3P: สู้ๆ นะพี่หนวด

3P: ผมมีของกินมาฝาก รออยู่หน้าภาคไฟนะ

 

ข้อความแรกตอบกลับมาตั้งแต่ที่คุยกันเมื่อเช้า แต่ข้อความที่สองถูกส่งมาตอนเที่ยงกว่าๆ แล้วนี่มัน...เกือบบ่ายแล้ว

 

I am Sane: ยังอยู่ป้ะ

 

ผมพิมกลับไปแต่ไม่ได้สนใจคำตอบ

“จะไปไหนของมึงวะไอ้เซน”

“ขี้!” ผมตอบไอ้ทีไปแบบนั้น แล้วรีบเดินออกจากห้องเพื่อกดลิฟต์ลงไปยังชั้นล่าง

เด็กนั่นนั่งยิ้มแป้นอยู่กับระเบียงของชั้น 1 ในมือที่ถูกยกขึ้นโบกให้ผมมีถุงบางอย่างอยู่ด้วย

“กินข้าวยัง”

“รอทำเชี่ยอะไร” ผมไม่ตอบคำถาม แต่เดินไปผลักหัวไอ้เด็กบ้านั่นแทน “มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ไม่นาน” มันยังคงยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น

“อย่ามาโกหก”

“ก็สำหรับผมมันไม่นานนี่”

“เดี๋ยวเถอะมึง เป็นเด็กเป็นเล็กหัดกวนตีนนะ”

“ผมเทิร์นโปรแล้วพี่ ไม่ต้องหัดแล้ว”

“เออ กูก็ว่างั้นแหละ” ผมถอนหายใจ

“นี่ๆ เอาขนมปังมาฝากแหละ” แล้วมันก็ยื่นถุงที่ถืออยู่มาให้ผม

“เก็บไว้แดกเองเถอะ”

“จริงป้ะ? ขอบใจนะพี่ กำลังหิวเลยว่ะ” จากนั้นมันก็หยิบซองขนมปังออกมาฉีกกินเองซะอย่างนั้นเลย

เอ้อ!! คนแบบนี้ก็มีด้วยเว้ย

“หิวก็ไม่ไปหาไรกินล่ะ”

“ไม่มีเงินอะ” มันตอบทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่เต็มปาก

“แล้วขนมปังมาได้ไง”

“ขโมยเพื่อนมาอีกที”

“เห้อ...” ผมถอนหายใจ ก่อนจะล้วงหยิบกระเป๋าตังขึ้นมาถือ “เอาไปๆ แล้วก็ไปหาอะไรกินให้อิ่มซะ”

“หืม?” เด็กนั่นเลิกคิ้วมองผม “ให้หรอ?”

“กูคงจะเอาขึ้นมาพัดล่ะมั้ง” ผมประชด แล้วยัดแบงก์ม่วงๆ ใส่มือคนตรงหน้า “เดี๋ยวจับสายรหัสเมื่อไหร่ กูจะไปขู่คืนจากพี่มึงทุกบาทเลย”

“พี่หนวด...” เป็นครั้งแรกที่เด็กนั่นจ้องหน้าผมอย่างจริงจัง “ทำไมพี่เท่จังวะ ทำงี้ใจผมละลายเลยนะเนี่ย”

ผมขมวดคิ้วมุ่น “เหี้ยไรมึง เมาค้างจากเมื่อวานเหรอ?”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้กินเหล้า”

“ไม่กินก็เมาได้ มึงมันตัวเพี้ยน เมาน้ำตาล” ผมผลักหัวมันอีกที “มีเรียนบ่ายไหม?”

“ไม่มีหรอก มีเย็นทีเดียว”

“แล้วมึงรีบมามอเพื่อ?”

“มาหาพี่ไง” ใบหน้าของมันยิ้มแฉ่ง

“โว๊ะ! ประสาทจะแดกกูละ” ผมนวดขมับตัวเองเบาๆ “ไปๆ ไปหาไรแดกดีๆ ไป กินเสร็จแล้วค่อยขึ้นไปหากูแล้วกัน ห้อง 515 แต่เคาะก่อนเข้านะมึง เดี๋ยวจารย์กูมา”

“พี่แม่ง... ใจดีจริงๆ ว่ะ” สายตาที่มันมองผม คล้ายกับว่ามันจะแดกผมเข้าไปทั้งตัวเลย “น่ารักฉิบหายเลยพี่”

“กูจะไม่ใจดีก็เพราะมึงพูดเหมือนกูเป็นตุ๊ดนี่แหละไอ้สัตว์” ผมเบ้หน้า “กูไปละ เดี๋ยวจารย์มาจะโดนด่ากันซะ”

“ครับผม” มันยิ้มกริ่ม “เดี๋ยวเจอกันนะพี่”

“เออๆ ไอ้ตัวน่ารำคาญเอ๊ย” แล้วผมก็เลิกสนใจสิ่งมีชีวิตใดๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นตึกไปคุยงานเสียที

“กรสิทธิ์...ช้านะ”

เวรละ จารย์ทำไมมาไวนักวะ!

“มันมาตั้งนานแล้วครับ เมื่อกี้หนีไปขี้มา”

เอ่อ...นี่ผมต้องขอบใจไอ้ทีไหม? สำหรับคำแก้ตัวหมาๆ นั่น

“ขอโทษครับ” ผมโค้งหัวให้เล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปในห้อง อาจารย์ประจำแต่ละภาคแยกพวกผมออกจากกัน

ผมตรงไปขยับเม้าท์ลูกรักเพื่อเผยให้อาจารย์เห็นความก้าวหน้าสดๆ ร้อนๆ ที่ยังไม่ได้รับการตรวจทานแต่อย่างใด

“เดี๋ยวนะ” เสียงของอาจารย์ดุดันจนผมขนลุกเกรียว “ทำไมเส้นถึงไม่เรียบร้อย นี่อะไร? ร่าง 2 มิติก็ดีอยู่หรอก แต่ทำไม 3 มิติมันมีเส้นขาดๆ เกินๆ ออกมาด้วย”

โว้ย!!!! จะตาดีไปถึงไหนครับผม!

“เดี๋ยวผมเก็บงานอีกทีนะครับ”

“แล้วไหน Calculation Sheet ถ้ายังคำนวณแรงไม่เสร็จ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าดีไซน์ของคุณมันปลอดภัยหรือยัง แล้วจะเอาข้อมูลที่ไหนไปเลือก material”

เนื่องจากไม่อยากเสียมารยาท ผมเลยปล่อยให้อาจารย์พ่นไฟให้เต็มที่ก่อน แล้วพอเห็นว่าจารย์เงียบไป ผมเลยได้โอกาสพูดขึ้นบ้าง “เสร็จแล้วครับ อยู่ใน flash drive” แล้วผมก็กดเลือกไฟล์ข้อมูลใหม่ เปิด excel ที่แสดงการคำนวณแรงในแต่ละชั้น พร้อมกับมีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเงื่อนไขของวัสดุต่างๆ ด้วย

“อืม...ก็ดี” จารย์นิ่งไปละ

“เย็นนี้เดี๋ยวผมจะเอาแรงใส่เข้าใน CAD ใช้สีแสดงปริมาณการรับแรงของแต่ละจุดนะครับ”

“อย่าลืมใส่คานด้วย”

“ไม่ลืมครับ”

“แล้วคุยเรื่องวัสดุพิเศษสำหรับบุห้องเคมีกับเพื่อนคุณหรือยัง?”

“เรียบร้อยแล้วครับ น่าจะได้ข้อสรุปหลังจากไอ้เลย์มันคุยกับจารย์มันเสร็จ” ผมเริ่มใช้คำพูดเป็นกันเองเมื่อเห็นว่าอาจารย์ดูจะอารมณ์ดีขึ้น

คือปกติอาจารย์แกเฮฮานะครับ แถมยังสนิทกับพวกผมถึงขั้นรวมวงเมามายกันมาแล้วด้วย แต่ก็นั่นแหละ ใช่ว่าจะเอามาเป็นเหตุให้ไม่จริงจังในการทำงานได้ซะเมื่อไหร่

“ดี... เดี๋ยวผมมีสอนต่อ คุณก็ทำงานตามที่บอกผมมาเมื่อกี้แล้วกัน สอนเสร็จผมจะเข้ามาอีกที”

“กินเหล้าไหมจารย์?” ผมแหย่

“อยากเบียร์มากกว่า... แน่ะ! อย่าทำผมเคลิ้ม”

“ฮะๆๆๆ”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องคงมีแค่ผมกับอาจารย์ภาคโยธาที่สนใจ ดูเหมือนจารย์-ศิษย์คู่อื่นจะยังตกลงกันไม่ลงตัว

แล้วคนที่แง้มประตูพร้อมโผล่หน้าเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย...

“ผมมาแล้วนะพี่หนวด” มันยิ้มแฉ่งให้ผม แล้วหันไปหาอาจารย์ข้างๆ ผม “สวัสดีครับ”

“ใครเนี่ย? หน้าใสเชียว ปีหนึ่งหรอเรา”

“ครับ”

“แล้วมาทำไม? อยากทำโปรเจคเรื่องนี้หรอ?”

“เปล่าหรอกจารย์ นี่ลูกลับๆ ของผมเอง” ว่าแล้ว ผมก็ดึงแขนเด็กนั่นให้ไปนั่งลงกับเก้าอี้ข้างๆ ผม

“เห้อ เล่นอะไรกัน เด็กพวกนี้” อาจารย์ถอนหายใจ “ก็อย่ามัวแต่คุยกันจนงานไม่เดินล่ะ เคลียร์อาคารนี้ได้เดี๋ยวผมจะพาไปดูงานนอกสถานที่” อาจารย์ยักคิ้วให้ผม แล้วเดินออกจากห้องไป

ดูงานนอกสถานที่’ = เมานอกมหาลัยนะครับ! รู้ยัง ฮะๆๆๆ บอกแล้วว่าจารย์ผมเนี่ย คนจริง!!

“อะ เงินทอน”

ผมเลิกคิ้ว แล้วหันมามองคนข้างๆ “เก็บไว้ดิ มีเงินนั่งรถกลับบ้านหรือไง”

คือบ้านน้องมันไกลนะครับ ขับไปส่งเมื่อคืนไปกลับเกินชั่วโมงเลยแหละ

“พี่ไม่ไปส่งผมเหรอ?” มันขมวดคิ้วสงสัย

“แล้วทำไมกูต้องไปส่งมึงด้วย”

“ก็ผมเป็นรุ่นน้องพี่ไง”

“...”

เหตุผลอะไรของมันวะ

“เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวนะ” ไม่พูดเปล่า มันยังชูเงิน (ของผม) ขึ้นมาโบกไปมาพร้อมกับยิ้มกว้างด้วย

“ตลกเหรอมึง” ผมไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เอามือไปผลักหัวมันแทน

“เล่นกับลูกหรอกรสิทธิ์” เสียงเข้มๆ ที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ผมผละมือออกแทบไม่ทัน

“แหะๆ ครับจารย์” ผมหันไปยิ้มแห้งๆ ให้อาจารย์ภาคไฟฟ้า “คุยเสร็จแล้วหรอครับ?”

“ยัง...มั้ง” อาจารย์ฉีกยิ้มมุมปาก แล้วเดินออกจากห้องไปเลย

เออ ดี!! กวน...ทั้งอาจารย์ลูกศิษย์!!

ไอ้ข้าวลุกจากโต๊ะที่มันนั่งคุยอยู่เมื่อครู่เพื่อตรงเข้ามาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ซึ่งไม่ไกลจากผมนัก “ใครวะ?” มันถาม แต่สายตากลับมองผ่านรุ่นน้องไปเฉยๆ

“เด็กที่มึงอุ้มเมื่อวานไง” ผมตอบเพื่อน แล้วหันไปหาปีหนึ่ง “มึงก็ขอบคุณไอ้ข้าวหน่อยดิ มันอุตส่าห์อุ้มเพราะเป็นห่วงมึงนะเว้ย”

“อ่า...” ไอ้เด็กอ้ำๆ อึ้งๆ มันมองไอ้ข้าวด้วยท่าทางตลกๆ “ขะ...ขอบคุณครับพี่”

“อืม” ไอ้ข้าวรับคำแบบขอไปที มันเอียงตัวลงกับเก้าอี้พลางบิดคอไปมา

ไม่นานนักไอ้เลย์กับไอ้คิงก็เข้ามาสมทบ พร้อมกับที่อาจารย์ภาคเคมีกับโทรคมนาคมก็เดินออกจากห้องโปรเจคไป

“หลงทางหรอไงครับน้อง” ไอ้คิงเลื่อนเก้าอี้มานั่ง แล้วเอ่ยถามคนที่อายุน้อยที่สุดทันที

“น่าจะเป็นหลงอย่างอื่นมากกว่าอะครับ” เด็กนั่นมันยิ้มครับ แล้วจะไม่น่าโบกเลยนะถ้ามันไม่ได้กำลังส่งสายตามาทางผม

“อั้ยยะ มีเลศนัย” ไอ้คิงฉีกยิ้มกว้าง “รอไอ้ทีคุยงานเสร็จก่อนเหอะ มึงได้พรุนแน่ไอ้เซน”

“พรุนเชี่ยไร ก็น้องมันว่าง” ผมเถียง

“ไม่มีเพื่อนคบหรอครับน้อง” ไอ้เลย์ถามขึ้นบ้าง ถามด้วยเสียงนิ่งๆ เลยนะ แต่ความหมายคือกะเอาถึงตายเลย

“ไม่อยากคบเพื่อนอะครับ อยากคบรุ่นพี่มากกว่า”

โอ๊ย!! มึงพูดอะไรของมึง!!! ช่วยตอบแบบคนปกติธรรมดาจะได้ไหมเนี่ย

กูล่ะเหนื่อย...

“เชี่ย... แม่งเหนือว่ะ” ไอ้คิงมองหน้าน้องอย่างอึ้งๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาสบสายตากับผมแทน “มึงเจอของจริงแล้วว่ะเซน ไอ้น้องนี่แม่งโคตรได้!”

“ได้ตีนอะดิ” ผมตอบแล้วมองทั้งเพื่อนทั้งรุ่นน้องแบบเซ็งๆ “เดี๋ยวกูต้องทำงานต่อแล้ว ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง จารย์กูเข้าอีกทีตอนเย็น ถ้าพวกมึงไม่ต้องทำงานแล้วก็ไสหัวกลับหอกันได้แล้วไป ส่วนมึง...เด็กเปรต จะนั่งเล่นในห้องนี้ก็ได้ แต่กูไม่ว่างเล่นด้วยและห้ามกวน!” พูดแค่นั้น ผมก็หันไปคว้า macbook ขึ้นมาเปิดโปรแกรมอีกครั้ง

อ่า...ได้เวลาจัดการให้เรียบร้อยแล้ว

.

.

.

.

.

“2 ทุ่มแล้วนะมึง...เลิกทำงานเหอะ!!” เสียงไอ้ทีรบกวนโสตประสาทหูผมอีกครั้ง “ไปดูประกวดดาว-เดือนกัน”

ผมชะงัก เออว่ะ วันนี่มันวันเหล่สาวแห่งชาตินี่หว่า

รู้ตัวแล้วก็รีบเก็บของสิวะ” ไอ้คิงเร่ง “ป่านนี้ถึงรอบแสดงความสามารถพิเศษแล้วมั้งเนี่ย”

ก็งานกูเร่ง”

พรุ่งนี้จารย์บอกให้ส่งไฟล์ที่เรียบร้อยทั้งหมดให้อะครับ...อยากร้องไห้ฉิบหาย

หิวเหล้า

แล้วจะไม่ไปหรอไง?”

ไปดิไอ้สัตว์” ผมแย้งไอ้ที “เห็นกูโง่หรอ” แล้วผมก็จัดการพับหน้าจอโน้ตบุ๊คลง

เห็นอย่างนั้น ไอ้สี่คนที่อุตส่าห์แวะมาหาผมก่อน (พวกมันแยกย้ายกันกลับหอไปตอนบ่าย ส่วนนี่มันหัวค่ำแล้วครับ) ก็พุ่งตัวไปรอที่หน้าห้องโปรเจคอย่างรวดเร็ว

ผมล็อคประตูไว้แค่ชั้นเดียว เพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานก็ต้องกลับมาทำงานต่อเช่นเดิม จากนั้นพวกผมก็พากันลงจากตึก เดินข้ามทางรถไฟ กลับไปยังลานเกียร์ซึ่งกำลังมีกิจกรรมประกวดดาว-เดือนของชาววิศวะอยู่

ผู้เข้าประกวดจะถูกคัดเลือกตัวแทนมาจากแต่ละภาควิชา แล้วค่อยมาตัดสินกันอีกทีด้วยผลโหวตในวันนี้

ตอนที่พวกผมไปถึง...ก็เป็นช่วงแสดงความสามารถพิเศษแล้วจริงๆ ด้วย

ส่วนมากสาวๆ (ที่ไม่ได้มีเยอะแยะมากมาย) ก็จะขึ้นเวทีมาเต้นง็อกแง็กๆ ตามปกติ ขณะที่ไอ้พวกผู้ชายก็จะขึ้นมาโชว์ความเกรียนกันไปตามเรื่องตามราว (ก็ประกวดกันเองในคณะ ไม่ได้จริงจังอะไร ต้องตอนแข่งเป็นเดือนมหาลัยนู่นแหละ ถึงจะมีการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบ)

แต่กลับมีว่าที่เดือนคณะคนหนึ่ง ที่เดินขึ้นเวทีไปพร้อมกับกีต้าร์โปร่งตัวเท่ เฟรชชี่คนนั้นเสยผมตัวเองไปด้านหลังด้วยมือข้างที่ไม่ได้ถืออะไรอยู่ เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นหวั่นไหวจนผมเองยังอยากยกมือขึ้นอุดหู

สวัสดีครับ” ไอ้น้องคนนั้นกรอกเสียงหล่อลงกับไมค์ และนั่นก็สร้างเสียงฮือฮาได้อีกเช่นกัน

ทำนองเพลง กะทันหันดังขึ้นมาจากเครื่องดนตรีในมือเด็กนั่น และเมื่อถึงท่อนเนื้อร้อง...น้ำเสียงนุ่มๆ นั้นก็ตรึงทุกคนในบริเวณเอาไว้ได้หมด

ยกเว้น...

...พวกผม

คนนั้นชนะแน่เลยว่ะมึง” ไอ้ทีเปิดประเด็นเป็นคนแรกอย่างไม่สนขิงสนข่าใดๆ บนเวที นิ้วมือของมันชี้พุ่งไปด้านข้างเวทีซึ่งมีก๊วนว่าที่ดาวคณะยืนอยู่

น้องเข็มอะนะ?”

ทำไมมึงรู้จักวะไอ้เลย์”

ก็น้องภาคกู”

ไม่เห็นเกี่ยว ทีกูยังไม่รู้เลยว่าคนไหนน้องภาคกู”

มีคนอยากรู้จักมึงด้วยหรอวะไอ้ที” ผมแซวเพื่อนตัวเองฉับพลัน

สัตว์” มันด่ากลับ “อย่างกับมึงรู้งั้นแหละว่าคนไหนโยธา”

โทษที แต่กูรู้ว่ะ” ผมยักไหล่อย่างเป็นต่อ ก่อนจะชี้ไปที่น้องคนสูงๆ ผิวขาวโดดเด่น แต่กลับไม่เป็นที่สะดุดตานักเพราะมีกรามมากไปหน่อย “น้องจา”

เห้ย! ทำไมมึงรู้วะ มึงก็อยู่กับพวกกูตลอดนี่”

หึหึ...กูเก่งไง” จังหวะนี้ต้องยืมคำไอ้ข้าวมาใช้ครับ แม้ว่าความจริงแล้วผมกับน้องจาจะรู้จักกันมาก่อนก็ตาม ฮะๆ ก็นั่นน่ะเพื่อนบ้านผมเอง เคยเจอกันตั้งแต่เด็ก ก่อนเข้ามาเรียนที่นี่น้องยังแอดเฟสบุ๊คมาถามเรื่องจิปาถะกับผมอยู่เลย

ชิ!” ไอ้ทีฮึดฮัดแต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรต่อ พอดีกับที่มีเสียงปรบมือเกรียวกราวมาเรียกความสนใจของพวกผมไป

อ้อ ไอ้เด็กว่าที่เดือนคณะมันร้องเพลงจบแล้วนี่เอง

เด็กเชี่ยนี่ได้เป็นเดือนชัวร์” จู่ๆ ไอ้คิงก็พูดขึ้น สายตาของมันจับจ้องอยู่ที่คนบนเวทีซึ่งเตรียมจะเดินลงในไม่ช้า

กูก็ว่างั้น” ไอ้ทีรับคำของไอ้คิง แต่ก็ยังไม่วายจะหันมาพูดกระแซะผม “ดีใจป้ะวะ เด็กมึงนี่หว่า”

ใช่เรื่องของกูที่ไหนล่ะ” ผมยักไหล่ พร้อมกับที่สายตาจับไปเจอกับสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า... “เชี่ย!! น้องคนนั้น! มึงดูๆๆ” ผมตบหัวตบไหล่เพื่อนแต่ละคนให้หันไปตรงหน้าเวที

ไอ้ยะ! สเป็คไอ้เซนฉบับสมบูรณ์”

คนนั้นก็สไตล์ไอ้คิงเลยเว้ย” ผมโต้กลับคำพูดของไอ้ที

ให้ตายเหอะ เฟรชชี่ปีนี้ทำไมมันเข้าทางพวกผมซะเหลือเกิน... น่ารักจริงๆ เลยวุ้ย! นี่ถ้าไม่ติดว่ามียศปีแก่เป็นชะนักปักหัวอยู่นะ สาบานเลยว่าผมจะพุ่งเข้าไปเต๊าะน้องคนนั้นซะเดี๋ยวนี้เลย ฮุๆ

 

 

 

 ****************************************************



IGL: In-Game Lover เกมเมอร์อินเลิฟ


CAST

     

Replay: นักกีฬา eSports

สตรีมเมอร์ชื่อดัง

 

Cos: นักกีฬา eSports

เกมเมอร์สายจริงจังเกมมิ่ง

 

จะเกิดอะไรขึ้น... เมื่อเกมเหวี่ยงพวกเขามาพบกัน...

...To Be Continued…


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 710 ครั้ง

695 ความคิดเห็น

  1. #689 mopq1234 (@Panudda0400) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:21
    สนุกจ้า
    #689
    0
  2. #343 Pimnok2124 (@Pimnok2124) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:27
    อ้าวเดี๋ยวๆ คือพี่แกเป็นเกย์รึ? อิหยังว่ะ ง๊งงงง;-;???
    #343
    0
  3. #5 duqidjmwkxieiicn (@duqidjmwkxieiicn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 20:14

    รออออออนั
    #5
    0