ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

สีพื้นหลัง

ระยะห่างบรรทัด

คืนค่า

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 576 : 6 วัตถุผีสิงที่น่าขนหัวลุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 21 ก.ย. 56

 

ความจริงแล้ว เรื่องที่ผมเอามาเขียนคือ 10 วัตถุต้องสาป แต่พอดีหลายอันดับผมเขียนแล้วที่ “10 สิ่งที่น่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ” (http://writer.dek-d.com/cammy/story/viewlongc.php?id=486572&chapter=555) แม้ว่าเนื้อหาจะแตกต่างนิดหน่อยก็เถอะ  จึงขอเอาแต่อันดับที่ยังไม่ได้เขียนถึงละกันน่ะ

 

                จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผีหลอกวิญญาณหลอนและคำสาปอยู่ใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้ เมื่อมันสิงอยู่ในวัตถุสิ่งของ ที่มีทั้งซื้อมาหรือมีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามทุกคนที่เป็นเจ้าของล้วนแต่พบเรื่องอันน่าประหลาดเกี่ยวกับมันทั้งสิ้น

 

6.Chair of Death

                 
            
ในปี 1702  มีการตัดสินลงโทษฆาตกรชื่อโทมัส บัสบี้ ในขณะที่อยู่ขั้นตอนแขวนคอเพื่อชดใช้ในข้อหาก่ออาชญากรของเขาอยู่นั้น เขาได้ร้องขอครั้งสุดท้ายคืออยากกินอาหารมืดสุดท้ายซึ่งเป็นอาหารเสิร์ฟในผับที่เขาชื่นชอบในทริงก์ ประเทศอังกฤษ หลังจากเสร็จจากอาหารเขาได้พูดคำว่า “ใครก็ตามที่กล้ามานั่งเก้าอี้ตัวโปรดของฉันมันจะต้องไม่ตายดีทุกราย”

เก้าอี้ในผับที่ว่ายังคงอยู่มาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ และไม่มีใครกล้ามานั่งเพราะกลัวสาปแช่ง อย่างไรก็ตามก็มีคนกล้าเข้ามาไปนั่งเพราะไม่เชื่อคำสาป ผลคือทุกคนล้วนเสียชีวิตกะทันหันหมด

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมีนักบินจากฐานทัพใกล้เคียงแวะเวียนเข้ามาในทับและชาวบ้านพบว่านักบินที่นั่งเก้าอี้นี้ล้วนไม่กลับมาจากสงคราม

ในปี 1967 สองนักบินกองทัพอากาศได้นั่งเก้าอี้ต่อมาก็โดนรถบรรทุกชน ในปี 1970 ช่างก่ออิฐได้นั่งทดสอบและเขาก็ตายในบ่ายวันเดียวกันจากการตกหลุม ปีถัดไปช้างซ่อมหลังคาก็เสียชีวิตจากหลังคาที่เขากำลังทำงานอยู่ทรุดตัวลง และต่อมาหญิงทำความสะอาดสะดุดและล้มลงบนเก้าอี้ เธอเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นานจากเนื้องอกในสมอง

ในที่สุดเจ้าของผับตัดสินใจย้ายเก้าอี้เข้าไปที่ห้องใต้ถุน แต่ถึงแม้ว่าจะเก็บเก้าอี้แล้ว ก็มียังเหยื่ออีก หลังจากคนขนเก้าอี้เก็บเก้าอี้เสร็จอย่างรวดเร็วแล้วเขาก็ตายด้วยอุบัติเหตุโดยรถยนต์ในวันเดียวกัน

ในที่สุดเจ้าของผับบริจาคเก้าอี้ให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในปี 1972 ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์แก้โดยให้เก้าอี้อยู่สูงจากพื้นดินห้าฟุต เพื่อไม่ให้มีใครนั่งมันอีก นับจากนั้นเป็นตนมาก็ไม่มีใครตายเพราะนั่งเก้าอี้อีกเลย

 

 

5.The Anguished Man


              "The Anguished Man" หรือ “ผู้ชายกดขี่” ภาพวาดสีน้ำมันของชายที่เหมือนจะโดนเลาะผิวหนังอย่างน่ากลัวนี้ถูกเก็บไว้ในห้องใต้หลังคาของคุณยายของฌอน โรบินสันจากคัมเบรี ก่อนที่เขาจะได้รับเป็นมรดกหลังคุณยายเสียชีวิต

ตอนที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่ เธอได้เบอกว่าภาพนี้มีความชั่วร้ายแอบแฝงอยู่ เพราะศิลปินที่วาดมันมาใช้เลือดของตัวเองผสมกับสีเขียนมันขึ้น และได้ฆ่าตัวตายหลังจากภาพเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้คุณยายบอกว่าเธอได้ยินเสียงร้องไห้ และเห็นภาพเคลื่อนไหวได้เอง และเห็นเงาร่างคนอยู่ในบ้าน เป็นเหตุทำให้คุณยายต้องนำภาพไปขังอยู่ในห้องใต้หลังคาเรื่อยมา

                ทันทีที่โรบินสันเอาภาพวาดเข้าไปในบ้านของเขา ครอบครัวของเขาก็ประสบกับปรากฏการณ์ที่น่าขนหัวลุก ลูกชายของเขาตกบันไดโดยมือที่มองไม่เห็น ภรรยาของเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างลูบผม และพวกเขาก็เห็นเงาผู้ชาย และได้ยินเสียงร้องไห้ในบ้าน

                โรบินสันจึงตัดสินใจที่จะตั้งกล้องถ่ายตลอดทั้งคืน และกล้องก็จับภาพเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่น่าจนหัวลุก จากภาพกล้องแสดงให้เห็นว่าจู่ๆ ประตูเปิดกระแทกได้เอง และเสียงข้าวของตกบนพื้นได้เองทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ในห้องเลยในเวลานั้น

                ปัจจุบันภาพอันน่ากลัวนี้อยู่ในห้องใต้ดินของครอบครัวโรบินสัน พวกเขาไม่ได้คิดที่จะขายมันแก่ผุ้สนใจแต่อย่างใด

สำหรับใครอยากเห็นความหลอนของภาพนี้ไปดูที่ลิงค์ด้านล่าง

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=CRQSWgYNqvI#t=0

 

4. Goddess of Death.


              รูปปั้นนี้มีชื่อเล่นว่า “เทพธิดาแห่งความตาย” เปนรูปปั้นแกะสลักเป็นรูปผู้หญิงจากหินปูรบริสุทธิ์ที่ถูกค้นพบในปี 1878 ที่
Lemb, ไซปรัส ซึ่งมีอายุถึง 3500 ปีก่อนคริสตกาล และเชื่อว่าเป็นตัวแทนของเทพธิดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ รูปปั้นถูกค้นพบครั้งแรกด้วยลอร์ด Elphont และภายในหกปีที่ครอบครัวรูปปั้นคนในครอบครัวของเขาเจ็ดคนล้วนเสียชีวิตจากสาเหตุลึกลับ

ต่อมารูปปั้นอยู่ในครอบครองของอิวอร์ มานุชชีและทุกคนในครอบครัวเสียชีวิตภายใน 4 ปีที่รูปปั้นอยู่ในบ้านของพวกเจา

เซอร์อลัน บีเวอร์บรูกได้ซื้อเทพธิดาแห่งความตายเอาไว้ และเขา ภรรยาของเขาและลูกสาวทั้งหมดเสียชีวิตในเวลาไม่นานที่ครอบครองรูปปั้น ส่วนบุตรชายสองคนยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ก็ได้รับการเตือนเกี่ยวกับอันตรายในการครอบครองรูปปั้น ดังนั้นพวกเขาเลยตัดสินใจที่จะบริจาครูปปั้นให้แก่พิพิธภัณฑ์ในเอดินบะระ

แม้ว่าในช่วงเวลาไม่นานที่รูปปั้นตั้งโชว์หัวหน้าพิพิธภัณฑ์จะล้มป่วยและเสียชีวิต แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีคนงานหรือภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์เสียชีวิตอีกเลย ทุกวันนี้รูปปั้นยังคงอยู่อย่างปลอดภัยในตู้กระจกและไม่มีมนุษย์ที่ไหนสัมผัสมันเลย                    

 

3. Robert


              ในปี 1896 โรเบิร์ต ยูจีน ออตโต ได้รับตุ๊กตาขนหัวลุกตัวหนึ่ง เป็นตุ๊กตาเด็กผู้ชายเหมือนกับ สวมชุดกะลาสีเรือที่เข้ากับบรรยากาศเมืองริมทะเลอย่างคีย์เวสต์ ฟลอริด้า ซึ่งคนที่ให้ตุ๊กตานี้คือคนรับใช้ที่มีเวทมนต์และไม่ชอบครอบครัวของเด็ก อย่างไรก็ตามเด็กชายคนนี้ชอบตุ๊กตานี้มากถึงขั้นใช้เวลาพูดกับตุ๊กตาบ่อยครั้งและยาวนานมาก จนบ่อยครั้งที่คนรับใช้ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายหลอนดังมาจากห้องของเด็ก และอ้างว่าได้เห็นตุ๊กตาที่สามารถเคลื่อนไหวจากหน้าต่างบานหนึ่งไปยังหน้าต่างอีกบานหนึ่งได้เองทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ในบ้าน

จากนั้นไม่นานก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น เมื่อมีใครบางคนทำของในบ้านเสีย แจกันถูกทุบ เฟอร์นิเจอร์ล้มระเนระนาด ตอนแรกนึกว่าโรเบิร์ตเป็นคนทำ หากแต่เมื่อสอบถามเด็ก ปรากฏว่าเขามีท่าทีมักจะหวาดกลัวและอ้างมาตลอดว่าตุ๊กตาเป็นคนทำ และอ้างอีกว่าตุ๊กตาชอบแกล้งเขา

ต่อมาโรเบิร์ตได้รับมรดกบ้านและเสียชีวิตในปี 1972 บ้านถูกซื้อโดยครอบครัวอื่น เด็กสาวที่เพิ่งย้ายเข้ามาบ้านได้พบตุ๊กตาในห้องใต้หลังคา (ในสภาพน่ากลัวสุดๆ ) และไม่นานแด็กสาวก็เริ่มหวาดกลัวมัน โดยอ้างว่าตุ๊กตามีชีวิตและพยายามที่จะฆ่าเธอ จนในที่สุดตุ๊กตาก็ได้ถูกเก็บไว้ในหอคิลป์และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ในคีย์เวสต์ และยังคงจัดแสดงในตู้กระจกจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องเล่ากันว่าตุ๊กตาไม่ชอบให้คนอื่นถ่ายรูปมันโดยไม่ได้รับอนุญาตมากนัก และตุ๊กตาจะสาปแช่งหากคนที่ถ่ายไม่มาขอโทษมันจะพบกับเรื่องโชคร้าย

 

 

 

2. Hands Resist Him


              ในปี
2000 มีใครคนหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อขายภาพวาดภาพหนึ่งในอีเบย์ โดยชื่อภาพว่า  The Hands Resist Him  หรือ มือต่อต้านพระองค์เป็นผลงานวาดโดยจิตรกรบิล สโตนฮัม ชาวแคลิฟอร์เนีย ในปี 1972 ซึ่งเป็นที่เล่าลือกันว่าเป็นภาพวาดผีสิงที่หลอนที่สุดในโลกศิลปะ

ภาพวาดนั้นเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายมือเป็นภาพเด็กผู้หญิงเด็กซึ่งเป็นตุ๊กตาที่น่าขนหัวลุก ที่ด้านหลังของเด็กชายมีประตูกระจก และที่หน้ากระจกนั้นปรากฏมือจำนวนมาก (มือตุ๊กตาหรือมือผีก็ไม่ทราบ) โดยภาพสื่อว่าเป็นเส้นแบ่งโลกแห่งความจริงและโลกแห่งจิตนาการ

ภาพนี้ถูกขายในอีเบย์พร้อมกับคำเตือนถึงความน่ากลัวเกี่ยวกับภาพนี้ที่มักสร้างความหลอกหลอนแก่เจ้าของมัน ว่ากันว่า ภาพนี้ตอนแรกถูกซื้อโดยดราราฮอลลีวู้ดชื่อจอห์น มาร์เลย์ ได้ซื้อมันไปและต่อมาเขาก็เสียชีวิตลงพร้อมกับปรากฏมือเล็กๆ มากมายอยู่อีกด้านของภาพวาดดังกล่าว ต่อมาเจ้าของภาพคนใหม่ก็เห็นภาพดังกล่าวถูกทิ้งไว้ที่โรงกลั่นเหล้าจึงนำกลับมาแขวนห้องนอนของลูกสาว 4 ขวบ พร้อมเกิดเรื่องประหลาดมากมาย เป็นต้นว่าได้ยินเสียงเด็กสองคนในภาพทะเลาะออกมาในช่วงกลางคืน หรือไม่ก็ภาพเด็กชายในภาพมีการเคลื่อนไหวเหมือนกำลังจะหนีออกจากภาพด้วยความกลัว ต่อมาเจ้าของภาพก็นำรูปดังกล่าวประกาศขายในอีเบย์พร้อมกับมีรายงานมากมายบอกว่าเพียงแค่พวกเขาต้องมองภาพดังกล่าวก็รู้สึกแปลกประหลาดไม่ว่าจะเป็นได้ยินเสียงสวดมนต์พึมพำ มีอาการเหมือนหมดสติ

อย่างไรก็ตามเพราะตำนานน่ากลัวดังกล่าวนั้นเองทำให้ภาพดังกล่าวประมูลจนได้ราคาสูงๆ ทั้งๆ ที่ราคาเริ่มต้นแค่ 199 ดอลลาร์ จนบัดนี้พุ่งมาเป็น 1,025 ดอลลาร์!!

 

1.The Dibbuk Box


              ดิ๊บบัค บ็อกซ์เป็นตู้เก็บไวท์ขนาดเล็กของชาวยิว ที่เชื่อว่าเป็นกล่องที่ผนึกปีศาจร้ายที่ชื่อว่าดิ๊บบัก เอาไว้ (
Dybbuk เป็นปีศาจในตำนานของชาวยิว ซึ่งมีความสามารถในการเข้าสิงมนุษย์ และเคลื่อนย้ายวิญญาณของคนตายได้ว่ากันว่ามันหลบหนีมาจากนรก และพยายามซ่อนตัวด้วยการเข้าสิงในร่างมนุษย์ โดยคำว่า Dybbuk ในภาษาฮิบบรู แปลว่า " การยึดเกาะ " " แนบติด ")  

                เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายนของปี 2001 ที่พอร์ทแลนด์ รัฐออริกอน มีชายคนหนึ่งชื่อเควิน มานีส ทำงานเป็นเซลล์ขายที่ดินได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งกำลังขายเข้าของยายที่เป็นชาวยิวอายุ 103 ปีของเธอ โดยหนึ่งในนั้นเป็นตู้เก็บไวร์โบราณที่เรียบง่าย ซึ่งหญิงชราเคยเป็นชาวยิวเพียงคนเดียวของสมาชิกในครอบครัวของเธอที่รอดชีวิตจากค่ายกักกันนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และอพยพไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตู้เก็บไวน์นี้เป็นของที่ยายของเธอห่วงแหและเป็นของไม่กี่อย่างที่ติดตามในขณะอพยพมายังอเมริกา

                แน่นอนว่าเควินได้ซื้อกล่องไม้นี้ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นบอกกับเควินว่าคุณยายของเธอกำชับและเตือนว่าอย่าเปิดกล่องเพราะว่าจะเป็นการปลดปล่อยดิ๊บบักออกมาสู่โลกภายนอก ซึ่งความจริงแล้วก่อนที่ยายของเธอจะคาย เคยขอให้เอากล่องฝังพร้อมกับเธอ แต่เนื่องจากแต่เพราะธรรมเนียมชาวยิวไม่นิยมทำแบบนั้น คำขอของหญิงชราเลยถูกปฏิเสธ เป็นผลให้เจ้ากล่องใบนี้อยู่ในมือของเควินในที่สุด

                เควินได้นำกล่องเก็บไวน์กลับมาร้านของเขาที่เป็นร้ายขายเฟอร์นิเจอร์และเก็บมันไว้ที่ชั้นใต้ดินของร้าน ซึ่งเป็นส่วนของออฟฟิส และทันทีที่เขาออกไปทำธุระข้างนอกเรื่องแปลกและน่ากลัวก็เกิดขึ้น เมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จากผู้ช่วยร้านบอกว่ามีได้ยินเสียงสบถสาปแช่งจากห้องใต้ดิน เหมือนมีใครบุกรุกเข้ามาในร้าย และมีเสียงกระจกแตก เธอพยายามจะหนี แต่ประตูทางออกฉุกเฉิน แต่ประตูรักษาความปลอดภัยของร้านกลับถูกล็อค และเมื่อเขากลับเข้ามาร้านและสำรวจห้องใต้ดินก็พบว่ามีกลิ่นปัสสาวะแมวลอยอบอวลในทั่วห้อง และหลอดไฟถูกทุบ

หลังจากนั้นเควินก็เอากล่องนี้ไปให้แม่ของเขาเป็นของขวัญวันเกิด แต่ทันทีที่ให้ไปเธอก็มีอาการผิดปกติจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเธอสะกดคำว่า “HATE ของขวัญ” ในขณะที่น้ำตาไหลออกจากดวงตาของเธออย่างบ้าคลั่ง หลังจากนั้นเควินก็ให้ของขวัญที่ว่าให้แก่ใครหลายคน  แต่ทุกคนก็ส่งกล่องกลับมาหาเขาภายในไม่กี่วันเพราะหลายคนไม่ชอมันและเมื่อกับมีอะไรบางอย่างที่ชั่วร้าย

ต่อมาเควินก็เริ่มทุกข์ทรมานจากฝันร้าย และหลังจากนั้นเขาก็พบว่าสมาชิกในครอบครัวของเขาที่ก็ฝันแบบเดียวกัน เขาเริ่มเห็นเงาดำๆ ปรากฏขึ้นและหายไป

ในที่สุดเขาก็ยอมรับว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเขา ระหว่างที่เขาออนไลน์เพื่อหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เขาก็ผล็อตหลับคาคอมพิวเตอร์ เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหายใจที่รดต้นคอเค้า และเมื่อเขาหันศีรษะไปหาก็พบร่างเงาดำๆวิ่งจากจุดที่เค้านั่งอยู่ ไปยังทางเดินของบ้าน และนั้นทำให้เขาตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการขายต่อกล่องไม้นี้ผ่านทางเว็บไซต์อีเบย์ และเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งสำหรับคนสะสมของแปลกๆ แล้วถือว่าเป็นสินค้าชั้นดีเลยทีเดียว  

และในที่สุดก็มีคนซื้อมันไป คือ Jason Haxton เป็นภัณฑ์รักษ์ของพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ในรัฐมิสซูรีที่ซื้อกล่องนี้จากการประมูลอีเบย์และได้เขียนเรื่องราวเหล่านี้ลงในหนังสือ ภายหลังเรื่องราวของกล่องถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Possession  

 

อ้างอิง

http://www.oddee.com/item_98684.aspx

 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22,226 ความคิดเห็น

×