ยามนั้นหฤทัยจึงไร้รัก

ตอนที่ 1 : ม่านแดงไหวพริ้วยามต้องลม (25%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 ก.พ. 62


1



ม่านแดงไหวพริ้วยามต้องลม



โฉมงามเลิศ พิลาศล้ำ

เป็นเอกสี่ศิลป์ ยอดบุปผา

สูงศักดิ์ มีคุณธรรมอันดีงาม

นั่นแล คือธิดาตระกูลหนี่



“ลี่อิน” 


“เจ้าค่ะ คุณหนู”


“นำผ้าแดงผืนนั้นมาให้ข้า”


สองมือปักถักร้อยลวดลายตระการตา เส้นด้ายหลากสีสันเคลื่อนพริ้วไหวดั่งมีชีวี คุณหนูใหญ่ตระกูลหนี่ร้อยด้ายเข้าสู่เข็มท่าทีชำนาญการ สรรสร้างศิลปะล้ำค่าบนผืนผ้าชั้นดีสีแดงฉาน 


สาวใช้นำชิ้นส่วนใหม่มอบให้ ก่อนนำชิ้นผ้าเดิมมาประกอบกับสิ่งอื่น รวมกันเป็นชุดงามสง่า สมเป็นอาภรณ์แห่งมงคล ดูเพลานี้เห็นใกล้จะเสร็จสิ้น เช่นเดียวกับวันเวลาที่เหลือเพียงคืน ไม่ช้า คุณหนูใหญ่ ก็คงแปรเปลี่ยนเป็นฮูหยินอย่างสมเกียรติ์ ด้วยคิดเช่นนั้น ทำให้บ่าวตัวน้อยทั้งหลายบนเรือน ล้วนใจสั่นตื่นเต้นระคนดีใจ



ทว่าความจริงแล้วเป็นตัวนางที่รู้ดี เวลานี้อายุล่วง 17 หนาว เลยพ้นวัยปักปิ่นมานานนม แต่ถึงคราวตาจน ไม่อาจหลบเลี่ยงงานสมรส จำใจกำหนดสิ่งมงคลนี้ด้วยมือของตนเอง



หนี่เฟิ่งฮวา ลอบถอนหายใจ ลับหลังผู้อื่น ดวงตาหงส์จึงฉายแววเหนื่อยอ่อน สมองที่เคยแล่นไว ฉลาดเฉลียวดูทำงานช้าลง เมื่อเห็นอุปสรรคที่คลืบคลานเข้ามา นางยังจำได้ดี ถึงสายตาของชายผู้นั้น



“ใยข้า ถึงทำเช่นนั้นลงไปกันนะ”



“ข้าก็อยากถามเจ้า แม่นางน้อย” 



เสียงทุ้มต่ำแปลกหูเอ่ยกระเซ้าใกล้ ดวงหน้างามสะดุ้งตะลึงเพริด เงยขึ้นเบิกตาจ้องมองบุคคลตรงหน้า ร่างกายสูงสง่า และเส้นผมสีดำที่ปลิวไหว ชวนให้นึกถึงเทพเซียนหนุ่มที่ลงมาเยือนบนโลกมนุษย์เบื้องล่าง ทว่าเฟิ่งฮวารู้ดีว่าเขานี้นั้นเป็นผู้ใด



“ใต้เท้าเหิง...” 


เหิงเยว่เทียน ราชเลขาธิการ ในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน



ชายในฝันของสาวงามทั่วทั้งแคว้นซ่ง ด้วยวัยเพียง 25 ปี ก็อาจหาญดำรงตำแหน่งราชเลขาฯ ได้อย่างสมเกียรติ์ ประกอบกับใบหน้าที่หล่อเหลาเกลี้ยงเกลา และดวงตาคมที่มองดูราวกับล่วงรู้ทุกสิ่งอย่าง



ทำไมนางถึงเลือกเขาผู้นี้กันได้หนอ



ทั้งเมืองหลวงแคว้นซ่ง ต่างรู้ดีว่าคุณหนูใหญ่ บุตรีฮูหยินเอกจากจวนราชครูหนี่ ได้เอ่ยขอพระราชทานรางวัลเป็นมงคลสมรสกับราชเลขาธิการหนุ่มอย่างไม่อายฟ้าอายดิน ประกาศกล่าวต่อหน้าปวงประชาถึงความชอบพอ ด้วยดวงตาที่เปล่งประกายแสดงความรักอย่างลึกซึ้ง


ใช่แล้ว นางทำเช่นนั้นจริงๆ



เพราะหากไม่ละทิ้ง วันหน้าก็คงต้องถูกดึงไปพัวพันกับวงจรรั้ววังหลวงอันน่าสลดนั่นเป็นแน่ นางปรารถนาจะเป็นสุข และมีอิสระ แม้ความรู้สึก ‘รัก’ จะเหือดแห้ง แต่ในฐานะของสตรีที่เข้มแข็ง นางจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา



“คุณหนูใหญ่” เหิงเยว่เทียนคลี่ยิ้มอย่างสุภาพ เคลื่อนมือสองข้างประสานไพล่ที่ด้านหลัง เปิดปากกล่าวถึงประโยคถัดไปที่ยังคงค้างคากับคำถามเดิม



“เหตุใดจึงเป็นข้า” 



เฟิ่งฮวาหลุบสายตาลงหนีรอยยิ้มของเขา เอ่ยบอกปัดคล้ายไม่เข้าใจในคำถาม “ข้าคิดว่าเหตุการณ์ในท้องพระโรงชัดแจ้งดีอยู่แล้ว...”



“อย่างนั้นหรือ...ไม่ใช่เราต่างรู้ดี ว่านั่นเป็นเรื่องเท็จโดยแท้หรอกงั้นรึ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วที่เข้มหนาราวกับถูกวาดเขียนด้วยพู่กันอย่างบรรจง เฟิ่งฮวาได้ยินเสียงเขากลั้วหัวเราะแม้ตนเองจะไม่กล้าเหลือบมองดู



“เพราะข้านั้นสูงศักดิ์? เพราะข้านั้นรูปงาม เก่งกาจ?”



“คุณหนูใหญ่... ลักษณะเหล่านี้ข้าย่อมด้อยกว่าเหล่าองค์ชายที่หวังในตัวท่านนัก” 



“ใต้เท้า...”



หญิงสาวตระกูลหนี่ดูท่าจะพลาดท่าเสียแล้ว จากที่เขาได้เอ่ยปาก แน่นอนว่าคนเก่งกาจเช่นนี้ย่อมมองแผนของเธอทะลุปรุโปร่ง เป็นที่น่าอับอายด้วยความจนใจ มือที่หยุดนิ่งจากการปักเย็บกำเข้าหากันจนข้อขึ้นสีแดงปื้น กระนั้นเองน้ำเสียงที่กลั่นออกมา กลับสงบนิ่ง ไม่ยี่ระต่อสิ่งใด




“ข้าได้ฟังท่านแล้ว ก็สงสัยนัก หากท่านข้องใจในตัวข้าเช่นนี้ เหตุใดถึงปล่อยให้เวลานั้นล่วงเลยมาถึงกาลนี้เล่า?” 



“หรือใต้เท้า ต้องการที่จะฟังความตั้งใจมั่นของข้าอีกซักคราก่อนวันมงคล?”









__________________________



เดี๋ยวมาต่อให้ครบ 100% นะคะ ลงส่วนหนึ่งไว้กดดันตัวเอง

เรื่องนี้จะเป็นเรื่องง่ายๆไม่ซับซ้อน (หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ55555)

เปิดเรื่องมา เหตุการณ์จะไม่ได้เกิดขึ้นเรียงตามลำดับขั้นเลย แต่จะค่อยๆเฉลยมาทีหลังนะคะ

ยังไงก็ขอฝาก น้องเฟิ่งฮวา กับ พี่เยว่เทียน ด้วยนะคะ <3



อันเฟิงลี่.






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 08:52
    อ่านเข้าใจง่ายภาษาดีคะรอนะคะไรท์เทมั้ยนะ
    #3
    0
  2. #2 starqxz (@starz48312) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:14
    การบรรยายโอเคเยย ตามๆๆๆ
    #2
    0