Cursed moon | อสุราจันทรา ; Omegaverse (gakook)

ตอนที่ 7 : Chapter: 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    5 ม.ค. 62



Chapter: 7







             

ดวงตาเรียวรีที่กำลังจ้องเข้ามาในดวงตาสะกดให้จองกุกนิ่งงันอย่างโง่เง่าไม่ต่างจากสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ถูกนักล่าไล่มาจนถึงทางตัน เป็นเวลาพักหนึ่งกว่าที่เด็กหนุ่มจะดิ้นหลุดจากพันธนาการที่มองไม่เห็นแล้วเค้นเสียงหัวเราะออกมากลบเกลื่อนเบี่ยงเบนความสนใจของคนตรงหน้า


“ทำไมถึงถามแบบนั้น” จองกุกหัวเราะแหะๆ พลางเลื่อนมือไปเกาท้ายทอยด้วยท่าทางที่ไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย “ได้กลิ่นงั้นหรือ”


“ใช่”


คำตอบของคำถามที่เผลอถามออกไปด้วยความปากพล่อยทำให้จองกุกอ้าปากค้าง ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกเมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นและขยับกายเข้ามาหาโดยไร้เสียง เพียงแค่พริบตาเดียวชายผิวขาวจัดก็ก้าวเข้ามาประชิดตัว ก้มหน้าลงใกล้แอ่งชีพจรที่ต้นคอจนกระทั่งปลายจมูกเกือบจะแตะลงบนผิวอ่อนนุ่ม พร้อมกับกระซิบคำตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ


“ใช่ ข้าได้กลิ่นอื่นปนมา”


“เป็นไปได้ไงกัน” จองกุกถามเสียงเบาแล้วดมกลิ่นจากผิวกายตัวเองดูบ้าง


เด็กหนุ่มฉงน คาดเดาในใจว่าอาจเป็นเพราะคนตรงหน้ามีอีกร่างที่เป็นหมาป่าจึงจมูกดีกว่าคนทั่วไป แต่อีกใจก็ยังอยากจะถามอยู่ดีว่าเขาได้กลิ่นนั้นด้วยเหตุผลนั้นจริงๆ หรือไม่ เพราะตัวจองกุกเองกว่าจะได้กลิ่นยังแทบต้องฝังจมูกลงไปบนผิว


น่าเสียดายที่คำถามนั้นติดอยู่เพียงแค่บนริมฝีปาก เมื่อหมาป่าหนุ่มอยู่ใกล้เพียงหนึ่งฝ่ามือกั้น ความสนใจของจองกุกตอนนี้กลับถูกเบี่ยงเบนไปกับกลิ่นไม้หอมจากตัวยุนกิแทน เด็กหนุ่มไม่อาจอธิบายได้ว่ามันเป็นกลิ่นของไม้ประเภทไหน รู้เพียงแค่ว่ามันติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้กลิ่นจากยุนกิในร่างหมาป่าคืนนั้น


คืนที่พบกันคราวแรก


“ไม่ได้กลิ่นนั้นหรอก”


กลิ่นเย็นยะเยือกเหมือนหน้าหนาว ทว่าซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ยิ่งสูดกลิ่นนั้นเข้าไปก็ยิ่งเสพติด มึนเมาคล้ายกับได้ยินเสียงทุ้มต่ำพร่ำกระซิบล่อลวงให้เดินตามเข้าไปในป่าไร้ทางออก รัญจวนใจเสียจนจองกุกเผลอเอื้อมมือไปดึงสาบเสื้อของอีกฝ่ายและรั้งไม่ให้เขาขยับไปไหนเพื่อสูดกลิ่นนั้นเข้าไปเติมเต็มความต้องการที่พอกพูนขึ้นมา


แต่มันกลับร้อน ร้อนเหลือเกิน


“ตอนนี้...มีแต่กลิ่นไม้หอมของท่านต่างหาก”


จองกุกพึมพำคล้ายเผลอไผล เด็กหนุ่มรู้สึกถึงมวลความร้อนแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นมากลางอก จริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น มันเคยเกิดขึ้นแล้ว และชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่ชายผิวขาวจัดคนนั้นวนเวียนเข้ามาใกล้ๆ ปลายนิ้วมือคอยแตะนู่นจับนี่คล้ายกับไม่ตั้งใจ แต่การกระทำเหล่านั้นเป็นเหมือนกับท่อนฟืนที่โยนมาสุมลงในกองไฟกลางอกให้ใหญ่ขึ้น...ใหญ่ขึ้น


มันต้องผิดธรรมชาติแน่ๆ จองกุกเพียรย้ำกับตัวเองแบบนั้น เพราะนี่มันไม่ถูกต้องเลยที่วูบหนึ่งเขาจะรู้สึกต้องการอีกคนในเชิงแบบนั้น ไหนจะที่หญิงชราคนนั้นพูดกับเขาอีก


แต่งงาน กับคนตรงหน้าเนี่ยนะ?


บ้าไปแล้วแน่ๆที่ต้องการเขาตอนนี้น่ะบ้าไปแล้วแน่ๆ


“จองกุก?


ยุนกิเรียกเมื่ออยู่ดีๆ คนตรงหน้าก็นิ่งไปคล้ายกับจมลงในภวังค์ ฝ่ามือเรียวสวยเลื่อนขึ้นจากสาบเสื้อมาวางบนสันกรามของเขาทั้งที่ดวงตายังเหม่อลอย ตอนนั้นเองที่ยุนกิเริ่มจับต้นชนปลายสัญญาณทั้งหลายถูก ทั้งจากกลิ่นดอกมะลิชัดขึ้นจนแทบกลายเป็นกลิ่นฉุนและอุณหภูมิของอีกฝ่ายใต้อุ้งมือเขาที่สูงขึ้น


นี่สินะการเพรียกหาของครึ่งวิญญาณที่ย่าเคยบอกเอาไว้


ใบหน้าที่เคยขาวซีดของเขาเห่อร้อนขึ้นมาทันควันเมื่อเจ้าเด็กตากลมประทับริมฝีปากข้าหาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ยุนกิชะงักและแน่นอนว่าหมาป่าตัวโตอย่างเขาคงไม่ปล่อยเหยื่อที่เข้าปากแล้วให้หลุดรอด กดจูบคลอเคล้ากับเจ้าตากลมให้แนบแน่นกว่าเดิมเพียงเล็กน้อยแล้วค่อยรุกล้ำเข้าไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นตกใจ ปากของคนอายุน้อยกว่านิ่มอย่างที่เขาเคยคิด อดไม่ได้ที่จะตักตวงตามสมองและสัญชาตญาณสั่งการจนพอใจแล้วผละออก


เด็กน้อยในอ้อมกอดหอบเสียจนแผ่นอกสะเทิ้นขึ้นลงถี่ มือกำแพรไหมเนื้อดีที่เขาสวมอยู่แน่นค่อยๆ คลายออกให้เห็นรอยยับย่น ดวงตาที่เคยวาวใสถูกม่านหมอกราคะบดบังจนเชื่อมปรอย ท่าทางออดอ้อนเหมือนต้องการมากกว่าริมฝีปากของเขา ยุนกิรู้ว่าตอนนี้จองกุกตกลงสู่ห้วงปรารถนาแล้ว หากเขาจะฝังเขี้ยวของตัวเองที่หลังคอเพื่อผูกวิญญาณเป็นคู่ชีวิตกันนับตั้งแต่ตอนนี้ก็ย่อมทำได้


แต่คำเตือนของย่ายังคงก้องอยู่ในหัวเขา อย่าทำไปโดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจ


“ท่าน...ท่าน”


เสียงหวานกระซิบเรียกเขาหาดห้วง เรียวแขนก็พลางรั้งให้เขาจมลงไปหากลิ่นดอกมะลิที่โชยฟุ้ง ยุนกิฝืนประคับประคองสติของตัวเองเอาอย่างสุดความสามารถไม่ให้ถูกกระแสอารมณ์และความต้องการพัดพาไป


เมื่อมั่นใจว่าเอาชนะความต้องการได้แล้วหมาป่าหนุ่มจึงตัดสินใจผ่อนแรงตัวเองลงครึ่งหนึ่งเพื่อโอบกอดเจ้าดอกมะลิไว้ในอ้อมแขน เขาโยกตัวแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม กดจูบลงบนแอ่งชีพจรอย่างแผ่วเบาย้ำๆ จนคนที่อยู่ในอาณัติเริ่มหายใจช้าลงและสม่ำเสมอมากขึ้นจึงผละออกมอง จองกุกสงบลงแล้ว หากแต่ใบหน้าเด็กหนุ่มที่มีเค้าความงามเยี่ยงอิสตรีหลายส่วนยังเห็นเค้าความทรมานอยู่จางๆ


ยุนกิกระชับวงแขนและช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อพากลับไปยังห้องรับรองดั่งเดิมหลังจากเวลาผ่านไปได้ซักพัก เขาบรรจงวางร่างของจองกุกลงบนฝูกที่เต็มไปด้วยกลิ่นดอกมะลิจากเรือนกายของเด็กน้อย


คนที่กำลังหลับตาอยู่ขยับตัวเหมือนหงุดหงิดอยู่พักใหญ่ มือก็ทึ้งชุดเสียหลุดลุ่ยจนยุนกิต้องยื่นมือมาช่วยคลายปมให้จะได้นอนหลับสบาย แต่ครั้นจะหยัดกายลุกออกจากห้องไปมือที่เคยยุ่งวุ่นวายกับเสื้อผ้าของตัวเองก็เปลี่ยนมาคว้าชายแขนเสื้อของเขาเอาไว้จนแน่น จะดึงออกก็กลัวเจ้าตากลมจะตื่น ยุนกิจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนั่งที่เดิมแล้วมองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นยามหลับเพื่อฆ่าเวลา


“...ฮื่อ”


เสียงครางในลำคอดังลอดริมฝีปากรูปกระจับมาพร้อมกับร่างที่ขยับจนจะตกฟูกมาบนพื้นไม้เย็นๆ ยุนกิรีบใช้วงแขนของตัวเองกักร่างจองกุกเอาไว้ ก่อนจะถือวิสาสะสอดตัวเข้าไปนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันเมื่อเห็นว่าจองกุกคงจะไม่ปล่อยมือออกจากแขนเสื้อตัวเองโดยง่าย วงแขนแข็งแรงรั้งร่างคนกำลังหลับให้เข้ามาในอ้อมกอด มืออีกข้างที่ยังว่างก็ลูบหลังกล่อมเด็กน้อยให้เข้าสู่นิทรารมณ์


...ทว่าไหล่ขาวเนียนที่โผล่พ้นอาภรณ์ออกมามันอยู่ในระดับสายตาและยุนกิก็คันเขี้ยวคันฟันเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปได้


ถ้าเขาจะจูบอีกซักที


หวังว่าก่อนพรุ่งนี้เช้าคงจะนานพอให้รอยพวกนั้นจางหายไปนะ



-



ลมหนาว แห้ง และยะเยือกข้างนอกเล็ดลอดเข้ามาตามรอยแตกของผนังและพื้นไม้ทำให้หญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งอยู่กลางเรือนห่อกายพลางกระชับเสื้อคลุมตัวเก่าอย่างทรมาน เพราะสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยดีจึงทำให้ไอโขลกออกมาจนร่างกายผอมบางโยกไหว จำต้องวางผ้าและเข็มที่ตัวเองกำลังเย็บอยู่ในมือลงบนพื้นแม้ยังไม่เสร็จดีเพื่อเข้านอน


ดวงตาที่ยังงดงามแม้จะผ่านเลยวัยสะพรั่งมาแล้วหมองลงเมื่อคิดถึงใบหน้าของลูกชายคนเดียวที่หายไปเกือบสองอาทิตย์ แม้จะได้รับแจ้งจากเพื่อนแล้วว่าออกเดินทางพร้อมคาราวานวาณิชย์ก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดีว่าป่านนี้จะกินอยู่อย่างไร


หลังจากละทิ้งอดีตที่เคยมีมาแล้ว ทิ้งความโชติช่วง งดงาม ชีวิตโลดโผนในวัยเยาว์ หลังจากตื่นขึ้นมาจากภาพลวงตาทั้งหลาย ทั้งชีวิตนี้นางเหลือเพียงลูกชายคนเดียวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด


มือเรียวสวยที่กำลังเอื้อมไปดับไฟริบหรี่ที่ตะเกียงชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังย่ำอยู่ภายนอก พลันกวาดสายตามองหาอาวุธที่จะมาใช้เพื่อป้องกันตัว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ไปคว้ามาถือ เสียงเคาะลงที่ประตูไม้เก่าๆ ตามอายุการใช้งานก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงนุ่มทุ้มเสียก่อน


“ข้างในมีคนอยู่หรือไม่ ข้าผ่านมาและต้องการความช่วยเหลือซักเล็กน้อย...”


เจ้าของเรือนชะงัก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งเพราะกลัวว่านั่นจะเป็นกลอุบาย เรือนของนางอยู่ห่างไกลจากเรือนผู้อื่น ยิ่งค่ำมืดแบบนี้ยิ่งต้องระแวดระวังมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่กระนั้นหากจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือก็คงถูกมองว่าเป็นคนไร้น้ำใจไป


“มีอะไรงั้นรึ”


“ข้าอยากมาถามน่ะว่าอีกไกลหรือไม่กว่าจะถึงตัวเมือง น้ำของข้าหมดแล้ว ข้ากลัวม้าของข้าจะขาดน้ำก่อนจะถึงจุดหมาย”


“หากมันหิวก็ให้กินที่นี่ก่อนเถิดแล้วค่อยออกเดินทาง” เจ้าของเรือนว่าพลางเปิดประตูออกไปหาผู้มาเยือนที่กำลังยืนอยู่ตรงลานกว้างข้างหน้า ดวงตาของหญิงวัยกลางคนเบิกอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นบุรุษผู้นั้นชัดเจน เพราะนอกจากอาภรณ์เนื้อดีที่มองแค่ปราดเดียวก็ยังรู้ว่าราคาแพงแล้ว เค้าใบหน้าไร้ที่ติราวกับบรรจงปั้นออกมาจากมือช่างชั้นเลิศนั้นก็ทำให้นางนึกถึงใครอีกคนที่ตัวเองจากมานานแสนนาน


“ขอบใจท่านมาก”


ซ็อกจินว่าด้วยรอยยิ้มพร้อมกับค้อมหัวลงเพื่อขอบคุณ โชคดีนักที่บังเอิญเจอกับเรือนหลังนี้ก่อนเข้าเขตเมืองพอดีจึงมีน้ำให้ม้าของตัวเองได้กิน แต่กระนั้นท่าทางที่แปลกไปของหญิงตรงหน้ากลับทำให้เขาสงสัย ดวงตาได้รูปเหมือนกวางตัวผู้เพ่งมองฝ่าความมืดไปยังร่างเล็กของหญิงผู้นั้นที่อุตส่าหอบหิ้วถังที่น้ำล้นมาถึงขอบมาให้


เพียงมองชั่วครู่เขายังรู้ได้ถึงความงามที่มากกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไป และยิ่งเห็นว่าเขากำลังมองอยู่ นางก็ยิ่งก้มหน้าหลบลงไปคล้ายกับไม่อยากให้เขาเห็นและไม่อยากสบตา ซ็อกจินจึงเลือกที่จะถามคำถามสุ่มไป เผื่อโชคดีเขาอาจจะบังเอิญเจอคนที่ตัวเองกำลังตามหาอยู่เลยก็ได้ ...ใครจะไปรู้


“ขอโทษเถิดท่านน้า ข้าเคยเจอกับท่านมาก่อนหรือไม่”


“ไม่หรอก” นางตอบทันควัน และคำตอบนั้นก็ทำให้ซ็อกจินต้องผิดหวัง “ข้าเกิดและเติบโตที่นี่ ไม่เคยได้ออกไปที่ใด”


“งั้นรึ” ซ็อกจินพึมพำ ดวงตาเป็นประกาย “หากท่านอยู่ที่นี่มานานขนาดนั้นก็คงจะคุ้นหน้าทุกคนในเมืองเล็กๆ นี่ดี ถ้าอย่างนั้น...เคยเห็นใครที่ย้ายมาจากซองอักบ้างหรือไม่


“...” บรรยากาศรอบตัวดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันตาเมื่อซ็อกจินเอ่ยจุดประสงค์ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา


“ข้ากำลังตามหานาง...พร้อมกับลูกชายของนางอีกหนึ่งคน”


“...”


“นางเป็นภรรยาคนที่สองของพ่อข้าที่หนีออกมาเพราะเรื่องอะไรซักอย่าง...ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้พ่อของข้ากำลังป่วยหนักและอาจจะอยู่ได้อีกไม่นานจึงอยากพบหน้าลูกและภรรยาของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย” ซ็อกจินพูด มือก็ลูบขนม้าในขณะที่มันกำลังกินน้ำจากถังที่หญิงคนนั้นเอามาให้ สัญชาตญาณของเขากำลังร้องบอกให้จับตาดูคนตรงหน้าเอาไว้


เพราะเมื่อครู่...วูบหนึ่ซ็อกจินเห็นแววตาที่เคยดูเฉยชานั่นเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยตอนที่เขากำลังพูดถึงอาการป่วยของพ่อตัวเองทว่าหญิงวัยกลางคนผู้นั้นก็ซ่อนมันเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว


ท่าทางลุกลี้ลุกลนแบบนี้ ...กำลังซ่อนอะไรไว้แน่


“ท่านไม่เคยเห็น...จริงๆ งั้นรึ?


“...ไม่” หญิงตรงหน้าตอบเสียงเบาแล้วพยายามหลบตา พอเห็นว่าม้าขนมันขลับตรงหน้าผละหน้าออกจากการกินน้ำแล้วจึงได้ข้ออ้างไล่เขาและปลีกตัวออกมา “ม้าของท่านกินเสร็จแล้ว หากตรงไปทางเหนืออีกซักระยะก็คงจะเข้าเขตเมืองแล้ว”


“เดี๋ยว” ชายหนุ่มเรียกรั้งคนที่กำลังจะเดินจากไปเอาไว้ด้วยต้องการจะต้อนให้จนมุมเพื่อเค้นเอาคำตอบที่ต้องการออกมา “ดูท่าแล้วท่านจะตัวคนเดียว แต่อยู่บ้านห่างไกลออกมาจากเขตเมืองแบบนี้ไม่กลัวอันตรายบ้างรึ หรือที่จริงแล้วท่านจะอยู่กับลูก...” เขาว่าพลางกวาดดวงตามองไปรอบๆ ท่ามกลางความมืด ดูยังไงบ้านหลังนี้ก็มีผู้อาศัยมากกว่าหนึ่งคนเป็นแน่ เดาเอาจากบรรดาข้าวของที่วางอยู่รอบบ้านเอาก็ได้


“ท่าน...”


“ลูกชายข้า! ยองซ็อก!


คนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ทำหน้าเหลอหลาเมื่อถูกแม่ของสหายตัวเองเรียกว่าลูก ยองซ็อกที่เดินมาเยี่ยมพร้อมกับดงซูเลิ่กคิ้วอย่างแปลกใจกับคำเรียกนั้น แต่พอหางตาเหลือบไปเห็นผู้ชายตัวสูงโปร่งท่าทางผู้ดีที่ยืนอยู่กับแม่ของจองกุกก็ยอมเล่นตามน้ำเพราะรู้สึกถึงบางอย่างไม่ชอบมาพากล


“ท...ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว” ยองซ็อกรับคำแล้วเดินไปหาโฮยอน แม่ของจองกุกด้วยท่าทางที่พยายามเป็นธรรมชาติอย่างถึงที่สุด ซ็อกจินหรี่ตามองกะประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้าเล็กน้อย ...อวบอ้วน ผิวสีเปลือกไข่ดูไหม้แดดนิดๆ ดวงตาเล็กเรียวและหางชี้แหลม ไม่ได้เหมือนกับหญิงตรงหน้าที่ดวงตากลมสกาวเหมือนดวงจันทร์เลยซักนิด


“นี่ลูกชายของท่านงั้นรึ”


“ใช่” โฮยอนตอบรับเสียงเด็ดขาดก่อนจะดึงข้อมือของยองซ็อกให้เข้ามาเพื่อการแสดงที่สมจริงมากยิ่งขึ้น “หากหมดธุระแล้วก็เชิญท่านให้รีบเดินทางเถิด ยิ่งดึกแล้วมันจะยิ่งไม่ปลอดภัย”


“ถ้าเช่นนั้นก็ได้ ข้าขอรบกวนท่านเพียงเท่านี้” ชายหนุ่มแย้มยิ้มเพื่อบอกลาเมื่อได้ยินประโยคนั้น พอรู้ว่าตัวเองกำลังโดนไล่อย่างโจ่งแจ้ง ซ็อกจินก็เลือกที่จะไม่อยู่อีกต่อไป “ขอลาท่านเพียงเท่านี้”


ก็ใช่ว่าพรุ่งนี้เขาจะกลับมาที่นี่อีกไม่ได้นี่


...จะต้องรู้ให้ได้ว่านางซ่อนอะไรเอาไว้


โฮยอนมองแผ่นหลังของบุรุษผู้มีใบหน้าที่โขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกับบิดาค่อยๆ หายจนลับไปกับความมืดแล้วจึงทิ้งตัวนั่งลงบนขั้นบันไดหน้าเรือนของตนอย่างอ่อนแรง มือทุบตรงอกข้างซ้ายหลายๆ ครั้งเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผดขึ้นมา ดวงหน้างดงามนั้นซีดและไร้สีเลือดลงไปหลายส่วน ร้อนถึงยองซ็อกและดงซูต้องเข้ามาช่วยพัดวีให้หายจากอาการที่กำลังกำเริบ


“ย็องซอก ดงซู” เป็นเวลาพักใหญ่กว่าโฮยอนจะกลับมาหายใจได้ปกติดังเดิม หลังจากตรึกตรองได้นางก็ยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาจับแขนเด็กหนุ่มที่ตัวเองคุ้นหน้าคุนตาดีเพราะเป็นเพื่อนเล่นกับจองกุกตั้งแต่เล็ก ริมฝีปากซีดอ้าออกกอบโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วค่อยเอ่ยประโยคต่อไปในเชิงคำสั่งให้เด็กทั้งสองคนทำตาม “หากเจอจองกุก...อย่าเพิ่งให้เขากลับมาที่นี่”


“...”


“จะไปเที่ยวเล่นหรือซ่อนตัวที่ไหนก็ได้ แต่อย่าเพิ่งกลับมาที่เรือนตอนนี้ หากกลับมาได้แล้วข้าจะเป็นคนบอกให้กลับมาเอง ...ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น” นางกำชับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนแม้กระทั่งคนช่างพูดช่างซักอย่างยองซ็อกยังไม่กล้าเอ่ยปากถามถึงสาเหตุของคำสั่งนั้นถึงแม้จะสงสัยแค่ไหนก็ตาม เด็กหนุ่มทำได้เพียงพยักหน้ารับช้าๆ เพื่อรอถ่ายทอดคำสั่งนั้นต่อไปยังอีกคน


...และคำสั่งนั้นของโฮยอนก็เด็ดขาด เพราะนางคงจะทำใจไม่ได้ ถ้าหากพวกเขาจะพรากแก้วตาดวงใจของตัวเองไปอีกคนอย่างที่เคยทำมา





#อสุราจันทรา


Talk: อย่าลืมคอมเม้นติชมกันด้วยนะคะ รออ่านฟีดแบ็คทั้งในนี้แล้วก็ในแท็กเลยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

112 ความคิดเห็น

  1. #107 ก๊อตจิลั่ม (@kittapornnn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 14:27
    ไรท์สู้ๆนะคะะ
    #107
    0
  2. #87 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 08:21
    เอาแล้วเกือบไปๆๆๆๆๆดีนะที่คุณยุนกิยังไหวอยู่ น้องเกือบโดนดีแล้ว5555

    ว่าแล้วเชียวว่าน้องกับคุณแม่ต้องเป็นคนที่โดนตามหาอยู่ คุณยุนกิปกป้องน้องด้วยนะๆๆ
    #87
    0
  3. #59 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
    ฮืออออออออ น้องต้องคิดถึงคุณแม่มากแน่ๆ แงงงงงงงง่
    #59
    0
  4. #31 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 19:01

    น้องฮีทแล้ว แง เกือบไม่รอดเหมือนกันนะคะ หมายถึงคุณยุนกิ 55555 ยังดีที่ประคองสติแล้วนึกถึงคำพูดท่านย่าได้ว่าอย่าทำไปโดยไม่ยินยอม

    ส่วนคนที่ซอกจินตามหาก็คือแม่กับจองกุกจริง ๆ ด้วย ว่าแต่แก้วตาดวงใจอีกคนที่แม่น้องบอกจะเป็นใครกันน้อ จะว่าพ่อน้องก็ไม่ใช่ เพราะคนเดียวกับซอกจิน หรือจะเป็นลูกอีกคน?

    #31
    0
  5. #20 EntOo (@EntOo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 00:54
    สนุกอะะะ ติดตามค่าา
    #20
    0
  6. #7 pOp'pY (@atitaya-pop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:36

    ติดตามน้าค่าาา
    #7
    0