[nct] sf/os dojae #ฟิคน้องเขียว

ตอนที่ 1 : dojae ; os "hide one’s light under a bushel"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    18 ก.ย. 62

dojae ; os       “hide one’s light under a bushel”

 

 



 

------------------------------------

nc-17

welcome to my room ;)

---------------------------------      

 

 

 

 



 

            ไอ้เด็กบ้า!” ผมตะคอกสุดเสียงเมื่อถูกกระทั้นกายเข้ามาอย่างแรงจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ขาที่งออยู่ถูกช้อนที่ข้อพับแล้วคนทำก็โถมน้ำหนักใส่จนเข่าของผมแทบชิดอก อาการจุกจากแรงกระแทกปนกับความเสียวซ่านทำให้ต้องครางเครือในลำคออย่างกลั้นไม่อยู่

 

            ชอบไม่ใช่เหรอครับตัวที่สั่นคงเป็นคำตอบชัดเจน ผมได้ยินเสียงหัวเราะที่บ่งบอกความพออกพอใจของอีกฝ่าย ช่องทางเร้นลับที่ถูกล่วงเกินมาพักใหญ่ ๆ ตอดรัดอย่างหน่วงหนัก น่าอายชะมัดผมไม่เหลือมาดคนที่เหนือกว่า ไม่แม้แต่จะออกปากปฏิเสธว่าสิ่งที่เขาถามมันโง่เง่าสิ้นดี

 

            เพราะผมชอบชอบจริง ๆ

           

อย่าทำรอยริมฝีปากที่พรมจูบทั่วแผ่นอกชะงัก ผมเห็นรอยยิ้มที่ใครต่อใครกล่าวขานว่าเป็นยิ้มน่ารักบนใบหน้าไร้เดียงสา เขายังคงสร้างภาพผู้ชายอบอุ่นและสุภาพแม้เราจะฟอนฟัดกันจนเตียงเละเทะ

 

            แต่ผมอยากทำ

           

อย่าทำ

           

ผมต้องเชื่อฟังคุณ?” ดวงตากลมสุกใสวาววับยามที่โน้มหน้าเข้ามาใกล้ กลีบปากถูกบดขยี้ด้วยอวัยวะเดียวกัน พลันความเจ็บแปลบก็เกิดขึ้นเมื่อเขาทั้งกัด ทั้งขบเม้ม ผมยกสองแขนล็อกต้นคอเขาไว้ กักขังร่างไว้ในอ้อมกอด กลิ่นที่ผสมปนเปกันทั้งแอลกอฮอล์ น้ำหอมที่ผมใช้ และกลิ่นจากตัวดาราหน้าใหม่ พาลให้เคลิ้มจนสายตาจับโฟกัสไม่ได้

 

            ไม่ใช่คำสั่งหรอก

           

ขอร้องงั้นสิ

           

ฉันไม่ขอร้องคนอย่างนายหรอกย้า!”

           

เพียะ

         

ผมร้องเสียงหลงตอนไอ้หมอนี่กัดเข้าที่หัวไหล่เต็มเขี้ยว ฝ่ามือที่ฟาดใส่ไม่สะทกสะท้าน หนำซ้ำแขนผมยังถูกกดลงกับผืนเตียงพร้อมการเสือกไสแท่งเนื้อเข้า ๆ ออกๆ เป็นจังหวะจนผนังด้านในคับแน่น

 

            อ๊า..เบาหน่อย

 

            คุณยั่ว

 

            เปล่าเลยผมค้าน ทุกการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นแสนจะรุนแรง มันแสบนิดหน่อยแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคหรอก คนฟังถอนแก่นกายออกไปจนผมรู้สึกว่างเปล่า ให้ตายเถอะเอาเข้ามาอีกได้มั้ย ได้โปรด ได้โปรด

 

            เจ็บรึเปล่า น้ำตาคุณไหลคำถามเชิงเป็นห่วงขัดอารมณ์เป็นบ้า ผมกะพริบตาถี่แล้วหลับลงรับจุมพิตเบา ๆ ที่ซับน้ำตา

 

            อย่าทำตัวเป็นพระเอกนักเลยน่า

 

            ชอบคนร้าย ๆ ?”

 

            คิดเองเออเองเก่ง

 

            ก็คุณไม่ค่อยตอบตรง ๆ

 

            พูดมากจริง

 

            เฮ้อ…”

 

            ฉันไม่เคยมีเซ็กส์กับใครแล้วต้องพูดเยอะขนาดนี้ด้วยความสัตย์ คนตรงหน้าดูไม่ใช่คนกวนตีนอะไร ในคราแรกที่เจอผมว่าเขาออกจะสุขุม แต่ทำไมพออยู่บนเตียงถึงได้จี้จุดผมเก่งนัก

 

            โทษทีที่ทำคุณอารมณ์เสีย แต่ต้องเปลี่ยนถุงยางน่ะ

 

            แตกแล้ว?”

 

            เฮ้ ๆ คีพลุคหน่อยสิคุณแม้จะเอ่ยเตือนแต่ผมเห็นหรอกว่าหลุดหัวเราะ ผมพลิกตัวนอนคว่ำระหว่างที่คนร่วมเตียงจัดการกับเครื่องป้องกันเพื่อความปลอดภัยของเราทั้งคู่

 

            หรี่แอร์ด้วยนะ

 

            ผมว่าเย็นกำลังดี

 

            ฉันหนาว

 

            เดี๋ยวก็ร้อนแล้วน่า

 

            ไม่ขัดจะตายมั้ยเฮ้ย!” ขาผมถูกลากจนตัวไถลตกหมอน ไอ้คนขี้แกล้งนวดสะโพกแบบไม่ยั้งมือจนผิวเนื้อน่าจะแดงเถือก ยังไม่ทันจะได้ว่าอะไรมือใหญ่สองข้างก็ช้อนเอวให้คลานเข่าเสียแล้ว

 

            เพียะ

 

            โอ๊ะมือลั่น

 

            ไอ้…”

 

            เพียะ

 

          ก้นคุณเด้งอย่างกะพุดดิ้ง

 

            มันใช่เวลามากวนตีนมั้ยผมเอี้ยวคอมาส่งสายตาอาฆาตใส่คนที่เล่นไม่รู้กาลเทศะ ดวงตาของกระต่ายป่าที่จ้องกลับมาวาววับ

 

            ใคร ๆ ก็บอกว่าคุณเป็นเสือหน้าผมแนบไปกับผ้าปูขณะที่ร่างกายท่อนล่างยกสูงขึ้นเมื่อยืนเข่า นิ้วโป้งสองข้างแหวกแก้มก้นแดงปลั่งออก นิ้วกลางเกลี่ยช่องทางที่เต้นตุบ ๆ แล้วสอดเข้าไปจนสุด

 

            อ่าอย่าแกล้งกันสิ

 

            คุณน่ะแมวต่างหาก

 

            ฉันจะเป็นตัวอะไรก็ช่างแม่งเหอะผมพรูลมหายใจออกทางปาก เปลือกตาปิดลงเพราะรู้สึกวิงเวียนจากการมองโลกในแนวเฉียง

 

คุณดูไม่สนใจสายตาคนอื่น ไม่แคร์ว่าเขาจะมองคุณยังไง

 

อือฮึเมื่อนิ้วถูกถอนออกสิ่งที่ใหญ่กว่าก็รุกล้ำเข้ามา สองขาเกือบจะทรุดลงหากไม่มีมือรั้งไว้ พอเขาเริ่มขยับความเจ็บเสียดก็เกิดขึ้นจนผมต้องจิกเล็บลงกับผ้า

 

ซี้ดทีแรกไม่คับขนาดนี้นี่…”

 

อึก…”

 

ผมเอาออกดีกว่า…”

 

ไอ้เวร มันใช่เรื่องมั้ย

 

ถึงขั้นต้องด่าเลยเหรอ

 

เอาเข้ามาให้สุดเลยเสียงสั่งที่แตกพร่าพอ ๆ กับเนื้อตัวผมที่แทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ยามที่ท่อนเนื้ออุ่นถลำเข้ามามิดด้าม

 

คุณพูดเองนะ

 

            อ๊าอ๊ะ…” จังหวะสอดลึกแล้วถอนออกจนปริ่มปากทางเนิบนาบอย่างจงใจ ฉับพลันก็กระแทกเข้ารัวเร็ว เพลงรักที่บรรเลงอย่างต่อเนื่องกระตุ้นให้ผมครางไม่เป็นศัพท์ ยิ่งตอนที่ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมารูดรั้งส่วนที่อ่อนไหวจนถึงจุดสุดยอด ตัวผมกระตุกติดกันหลายครั้งจนปลดปล่อยออกมา

 

            น่าอายเหลือเกิน

 

            ผมเกลียดถุงยางเขาสบถพร้อม ๆ กับผละตัวออกแต่อวัยวะนั้นยังคาอยู่ ภายในร่างที่กลืนกินกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวของเราทลายกำแพงบางอย่างที่เคยกั้นไว้

 

            ผมไม่รู้ว่าไอ้ความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาคืออะไร แต่มันก็ไม่เลว

 

            เอาออกไปสักที

 

            พอถึงที่หมายก็ถีบกันตกเรือเลยนะ

 

            เดี๋ยวจะถีบตกเตียงด้วย

 

            มีแรงยกขาเหรอไม่ผิดอย่างที่ไอ้บ้านี่ท้า ทันทีที่เขาถอนกายออกผมก็นอนแอ้งแม้งไร้เรี่ยวแรงแบบหมดสภาพ การหอบหายใจเฮือกใหญ่ราวกับวิ่งมาหลายสิบกิโลคงดูน่าขำพิลึก คนมองถึงได้หัวเราะในลำคอแล้วเดินไปหยิบรีโมตมาปรับแอร์

 

            มาห่มผ้าให้ฉันด้วย

 

            ครับ ๆ

 

            แล้วก็ไสหัวไปสักที รำคาญผมหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า แล้วความเงียบที่ปกคลุมทั่วห้องก็ส่งผมเข้าสู่นิทราในเวลาไม่นาน

 

            ราตรีสวัสดิ์นะคุณ

 

 

 

 




*

 

 

 




 

            หล่อ บ้านรวย จบนอก โปรไฟล์ดีขนาดนี้ยังจะปฏิเสธอีกผมกลอกตาไปมาเมื่อได้ยินผู้จัดการส่วนตัวพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

 

            โปรไฟล์ดีแล้วมันเกี่ยวกับงานตรงไหน พี่ไบแอสเขาออกนอกหน้าเลยนะ

 

            ดูออกเหรอใครดูไม่ออกก็บ้าแล้ว! คนแก่กว่าน่ะเชียร์ไอ้เด็กนี่ตั้งแต่ตอนมาแคสติ้ง ไม่รู้ถูกอกถูกใจอะไรนักหนา ถ้าพูดถึงเบ้าหน้า ในวงการนี้มีคนหล่อ ๆ แบบนี้และมากกว่านี้อีกถมเถ ส่วนเรื่องที่เจ้าตัวมารยาทดี พูดจาอ่อนน้อม แถมยังประวัติขาวสะอาด ผมยังยืนยันคำเดิมว่ามันไม่เกี่ยวกับงาน ต่อให้อีกฝ่ายเคยบวชมาก่อนมันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับบทเลย!

 

            ใจผมอะเลือกจอห์นนี่ ซอ แต่ทีมงานเกินครึ่งเลือกคิมโดยอง เพราะงั้นบทพระเอกเอ็มวีเพลงใหม่ของผมเลยต้องเป็นเขานี่ไง

 

            นายก็ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย เดี๋ยวน้องเขาก็ใจเสียหรอก

 

            ก็ทำหน้าดี ๆ มาตลอดวันครึ่งแล้วเนี่ยตั้งแต่เมื่อวานที่เริ่มถ่ายทำผมก็พยายามเป็นกันเองให้มากที่สุดแล้ว ถึงจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจเวลาสบตากันตรง ๆ ก็เถอะ

 

            แจฮยอนเข้าฉาก

 

            ครับขานรับด้วยเสียงเนือย ๆ แล้วเดินลากเท้าเข้าไปในบริเวณที่เซ็ตฉากไว้ บรรยากาศริมทะเลตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดินเป็นหนึ่งในซีนสำคัญ และเป็นซีนสุดท้าย ดังนั้นการซักซ้อมอย่างคร่ำเคร่งจึงจำเป็น เราจะพลาดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นการถ่ายทำก็จะยาวออกไปจนถึงเย็นพรุ่งนี้ 

 

            มองตากัน ใช่ แบบนั้นแหละ ตอนจูบพี่ขอให้โดยองประคองหน้าแจฮยอนไว้ด้วยนะ

 

            แบบนี้เหรอครับเจ้าของมือสองข้างที่แตะแก้มผมอยู่หันไปทำหน้าซื่อใส่ผู้กำกับ ผมกระแอมไอเล็กน้อยจนเขาสะดุ้ง แล้วก็ได้เห็นรอยยิ้มเจื่อน ๆ ราวกับทำตัวไม่ถูก

 

            ไม่ต้องเกร็ง จับ ๆ ไปเหอะ

 

            ขออนุญาตนะครับ

 

            อือผมเบนสายตาไปอีกทางระหว่างรอให้ทุกคนเตรียมหน้าที่ของตัวเองจนพร้อม ในใจก็พ่นคำหยาบมากมายออกมาฆ่าเวลา ขอด่าไอ้คนต้นคิดที่อยากให้การคัมแบคครั้งนี้ของผมหวือหวาหมาเห่าเลยออกไอเดียให้เนื้อหาในมิวสิกวิดีโอเป็นความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย  และผมต้องเล่นเอง

 

            ได้ยินตอนแรกผมเกือบหลุดสบถ ให้คนแข็งทื่อเป็นตอไม้อย่างผมเนี่ยนะมาแสดง สาบานเลยว่าผมหมายหัวทุกคนที่เห็นด้วยไว้หมดแล้ว จบงานนี้ต้องมีแก้แค้นแน่นอน

 

            แจฮยอนค่อย ๆ หลับตาลงนะ พอจูบแล้วกล้องจะปรับโฟกัสเป็นพระอาทิตย์ตกด้านหลัง ส่วนมือนายถ้าเกะกะนักวางไว้บนไหล่น้องเขาก็ได้

 

            ครับผมพยักหน้ารับคำ จากการบรีฟเป็นแสนรอบก็ทำให้คนทักษะการแสดงเป็นศูนย์กลายเป็นดาราหน้าใหม่ได้ ไม่ใช่แค่ผมที่ทึ่งกับตัวเอง ใคร ๆ ก็บอกว่าผมทำได้ไม่เลว แฟนคลับน่าจะดีใจมาก ๆ ที่ผมทำเพื่อพวกเขาขนาดนี้

 

            เอาล่ะ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง

 

            ลมที่พัดเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นเกลือเข้าสู่ปอด ผมสบตากับดวงตาสุกใสที่ทอดมอง ไม่รู้ว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่ ทำไมนัยน์ตาถึงได้ระยิบระยับราวกับอัญมณี ใบหน้าที่คนมากมายชื่นชมเคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดผิว มือของโดยองประกบที่ข้างแก้มแผ่วเบา เขาเอียงคอเล็กน้อยจนปลายจมูกฝังลงกับเนื้อ

 

            อีกฝ่ายควรจะหยุดอยู่แค่นี้เพราะสิ่งที่เราตกลงกันคือการใช้มุมกล้อง แต่ริมฝีปากได้รูปกลับประทับลงมาอย่างจาบจ้วง ตัวของผมนิ่งค้าง โสตประสาทได้ยินเสียงพูดคุยจอแจจากทีมงาน แต่ถ้าผมผลักไอ้บ้านี่ออกเท่ากับว่าซีนนี้พัง ให้ผมต้องถ่ายซ่อมน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ!

 

            คัท!”

 

            น้องโดยอง! คือ…”

 

            ขอโทษนะครับ ขอโทษจริง ๆ ผมลืมตัวไปหน่อยคนที่อ้างว่าลืมตัวโค้งขอโทษรอบทิศ ผมใช้หลังมือปิดปากตัวเอง พรูลมหายใจเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์

 

            คนที่นายควรขอโทษที่สุดคือฉันไม่ใช่รึไง

 

            ขอโทษนะครับคุณแจฮยอน

 

            อินบทขนาดนั้น? บ้าเอ๊ย ฉันไม่เข้าใจพวกนักแสดงเลยจริง ๆผมเท้าเอวยืนมองคนเด็กกว่าที่ก้มหน้า ถ้าผมบ่นอะไรออกไปก็คงดูไม่มืออาชีพอีกสินะ

 

            แจฮยอน! มาดูนี่ ภาพสวยมากผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนอยู่ข้างผู้กำกับโบกไม้โบกมือเรียก ผมเลยเลิกสนใจเด็กฉวยโอกาสแล้วจ้ำอ้าวไปอีกทางแทน

 

 

 

 




*

 

 

 




 

            เอาจริง ๆ ปะพี่ ผมว่าเขาแปลก ๆ อะผมยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ ทีมงานหลายคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกันหันมามองอย่างสนอกสนใจกับประโยคที่ผมพูด

 

            แปลกยังไง

 

            ก็...เป็นคนสุภาพเกินไป...

 

            นั่นเพราะนายเป็นคนขวานผ่าซากต่างหาก

 

            อ้าว ๆ เจ๊!” ผมมองค้อนคนพูดที่หัวเราะคิกคัก ประเด็นเกี่ยวกับคิมโดยองที่เริ่มมาได้สักพักมีแต่เรื่องดี ๆ ที่แต่ละคนผลัดกันชม ครั้นพอผมเอ่ยแหวกขึ้นมาก็คงหนีไม่พ้นถูกตราหน้าว่ามองโลกในแง่ร้าย อิจฉา หรือไม่ก็...

 

            คิดมาก

 

            ผมไม่ได้คิดมากนะ พวกพี่ก็ทำงานกับผมมาตั้งนานก็น่าจะรู้ป้ะว่าผมคิดน้อยจะตาย

 

            ว่าตัวเองทำไมเนี่ย

 

            ผมยืนยันเลยนะว่าเขาแปลก

 

            ขอเหตุผลสนับสนุนมากกว่านี้

 

            ถ้าพูดถึงบุคลิกท่าทาง พวกพี่อาจจะดูไม่ออก แต่สายตาอะ...เขาชอบมองผมแบบ เฮ้อ พูดไปเดี๋ยวก็หาว่าใส่ร้ายป้ายสีผมรินแอลกอฮอล์ใส่แก้ว เว้นช่วงเพื่อเรียกความสนใจสักหน่อย

 

            พูด ๆ มาสิยะ!”

 

            เขามองเหมือนผมเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ

 

            นั่นเพราะนายน่ารักรึเปล่า

 

            ไม่ใช่ในเชิงนั้นดิ...ผมเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ แล้วเขาเหมือนสัตว์นักล่า

 

            อยากถูกน้องโดยองมองแบบนั้นบ้างจัง

 

            เฮ้ย ๆ ผมไม่ตลกนะพี่ เวลาผมจ้องกลับไปเขาก็ชอบตีหน้าซื่อตาใส ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะ แบบนี้จะไม่ให้ผมมองว่าเขาแปลกได้ไง…”

 

            โต๊ะนี้ยังอยู่ต่อยาว ๆ ใช่มั้ย ฝากโดยองไว้หน่อยดิ พวกพี่เมากันหลายคนแล้วเนี่ยผู้กำกับโผล่หน้ามาทักพร้อมกวักมือเรียกขวัญใจทีมงานที่เดินยิ้มมาแต่ไกล

 

            นั่งเลยน้อง พวกพี่ใจดีทุกคนผมกลอกตามองบนใส่อากัปกิริยาวี้ดว้ายของพี่ ๆ ผู้หญิง คนเด็กสุดนั่งบนเก้าอี้ว่างที่อยู่ด้านซ้ายถัดจากผมไปสองตัว พอเขามาแบบนี้หัวข้อนินทาก็เป็นอันต้องพับเก็บสินะ

 

            คอแข็งกันจังเลยนะครับ

 

            จ้า แต่ไม่เท่าหมอนั่นหรอกผมยักไหล่เมื่อมีคนพาดพิง เอื้อมมือไปตักกับแกล้มของทอดเข้าปากพลางฟังบทสนทนาของคนร่วมโต๊ะ

 

            เป็นเวลาพักใหญ่ที่เสียงพูดคุยดังต่อเนื่องไม่หยุด จนกระทั่งมีใครคนหนึ่งเสนอเกม Truth or Dare ขึ้นมา ผมถอนหายใจยาว ๆ หยัดตัวลุกเตรียมชิ่งแต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยประโยคท้าทายจากคนที่ไม่คาดคิด

 

            คุณแจฮยอนไม่กล้าเหรอครับ

 

            จริง! ไม่กล้าเหรอจองแจ!”

 

            เฮ้อ เข้ากันดีเหลือเกินนะผมทรุดตัวนั่ง เอามือค้ำคางเท้าศอกกับโต๊ะระหว่างที่หลายคนเคลียร์จานอาหารเพื่อให้มีที่ว่างพอสำหรับหมุนขวดเบียร์เปล่า

 

            เวียนขวา ใคร Dare ต้องดื่มหมดแก้ว

 

            เริ่มที่ฉันแล้วกันโอ๊ะ! น้องโดยอง!” โชคชะตาเป็นใจชะมัด ที่อยากเล่นเกมนี้กันก็คงกะจะถามหมอนี่แหละ ผมมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่แจกยิ้มไม่หยุด อยากรู้นักว่ามีความลับอะไรซ่อนอยู่ใต้หน้ากากคนดีนั่น...

 

            มีคนที่ชอบรึยังคะ

 

            ฮิ้วววววววววววววววววววววว

 

            มีแล้วครับ

 

            กรี๊ด! จริงเหรอคะ ในวงการมั้ย...

 

            เฮ้ ๆ เจ๊ ได้คำถามเดียวไม่ใช่รึไง โดยองหมุนขวดเลยค่ะบอกเลยว่าไม่ได้เซอร์ไพรส์กับคำตอบ ในวงการนี้เต็มไปด้วยคนหน้าตาดีจะปิ๊งใครสักคนเข้าก็ไม่แปลกหรอก

 

            แจฮยอน!”

 

            ฮะ!? เฮ้ย...ผมสะดุ้งกับเสียงเรียกพอหลุดจากภวังค์ก็เจอปากขวดหยุดอยู่ตรงหน้า

 

            มีคนที่ชอบรึยังครับ

 

            “…” สายตาอยากรู้อยากเห็นที่มองมาเจือด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผมอ่านไม่ออก ผมจ้องหน้าเขากลับ ส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้อย่างยียวนแล้วยกแก้วเบียร์ขึ้นกระดกจนหมด

 

            ว้า...

 

            ไม่คิดว่าน้องจะกล้าถามนะคะ แต่พี่ว่าอย่าไปสนใจแจฮยอนเลย

 

            ทำไมเหรอครับ

 

            พ่อเสือหนุ่มไม่มีหัวใจหรอกผมหัวเราะออกมา นึกขำที่ถูกมองว่าไร้หัวใจทั้งที่มันยังเต้นตึกตักอยู่ในอก จริงอยู่ว่าสิ่งที่คนทั่วไปเห็นคือผมไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเอาแต่หิ้วเด็กขึ้นคอนโดไม่ซ้ำหน้า แต่ง่ายไปรึเปล่าที่จะตัดสินผมแบบนั้น

 

            เฮ้อ...ป่วยการที่จะอธิบาย อีกอย่างผมก็ไม่ได้คาดหวังให้ใครมาเข้าใจหรือพยายามมองผมในแง่มุมอื่น ๆ

 

            เกมดำเนินไปหลายตา มีทั้งคนที่ยอมตอบความจริงและคนที่ยอมกระดกเบียร์หมดแก้ว ผมภาวนาให้มีใครสักคนเริ่มเมาแล้วพังวงซะ นี่มันก็ดึกแล้วทำไมไม่เลิกกันสักทีคงกะจะปาร์ตี้ปิดกล้องกันถึงเช้า

 

            ผมง่วงแล้วนะ

 

            น่า...ขออีกตา พี่ยังอยากถามน้องโดยองอยู่เลย

 

            นายก็รีบ ๆ ง่วงได้ละ ไม่รู้รึไงว่าพวกพี่ ๆ กะจะล้วงความลับน่ะคนถูกถามเลิกคิ้ว จะว่าไปตั้งแต่เล่นมาเด็กนี่ก็ตอบทุกคำถามเลยแฮะ ไม่ยอมดื่มสักแก้ว

 

            ผมไม่มีอะไรต้องปิดบังนี่ครับ ตอบได้หมด

 

            เนี่ยเห็นมั้ยแจ! น้องเขาจริงใจ ใครจะเหมือนนายเอาแต่ดื่มไม่ยอมตอบ

 

            ก็ผมขี้เกียจตอบ

 

            ขวดมันหมุนมาที่นายอีกแล้ว เจ้าบ้า!” เสียงกรีดร้องขัดใจดังขึ้น หวังจะให้ขวดหยุดที่เด็กนั่นล่ะสิ ผมรินเบียร์ใส่แก้วรอเลยก็แล้วกัน

 

            ผมขอถามได้มั้ย

 

            ว่ามาสิ

 

            การจะถูกใจใครสักคนคุณมองที่ตรงไหนเหรอครับ

 

            หืม?” ถ้าผมมองไม่ผิดไอ้ประกายแวววาวที่ฉายผ่านดวงตาคู่นั้นคงเป็นเสือตัวใหญ่เตรียมตะครุบเหยื่อ ขอโทษนะ...นี่ผมเป็นเหยื่อเหรอ

 

            ฝันอยู่รึไงไอ้กระต่ายน้อย...

 

            คุณจะหนีไม่ยอมตอบอีกก็ได้นะ

 

            เห็นแก่ที่นายอยากรู้มาก

 

            ครับ?”

 

            เซ็กส์

 

            “…”

 

            ผมไปนอนแล้วนะ ราตรีสวัสดิ์ครับทุกคนผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เดินลากขาออกจากบริเวณนั้น ทำทีเป็นสนใจผืนฟ้าสีดำสนิทที่มีหมู่ดาวเปล่งประกายระยิบระยับ

 

            เสียงฝีเท้าที่เดินตามหลังมาห่าง ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแม้จะเข้าเขตที่พัก จนถึงวินาทีที่ผมทาบคีย์การ์ด บานประตูก็ถูกเปิดออกโดยผู้บุกรุกที่แทรกตัวเข้ามาในห้อง

 

            คุณท้าทายผม?”

 

            อะไรทำให้นายคิดอย่างนั้น

 

            จะบอกว่าผมเข้าใจผิด?”

 

            เปล่า...อื้อ!” ผมจูบกับใครต่อใครมานับครั้งไม่ถ้วน ฉะนั้นแค่ริมฝีปากที่ประทับลงมาไม่ได้ทำให้ผมลืมสติแล้วปล่อยเขาทำตามอำเภอใจหรอก

 

            แต่ผมแค่อยากพิสูจน์ว่าคิมโดยองไม่ใช่คนแสนดีอย่างที่แสดงตบตา

 

            มาลองดูกันมั้ยครับว่าใครกันแน่ที่เป็นเสือ

 

            บอกแล้ว...ผีเห็นผี

 




--------------

 

 




พาร์ทแรกของเรื่อง(nc) คือเหตุการณ์ที่ต่อจากประโยคสุดท้าย ไม่งงไทม์ไลน์ใช่มั้ยคะ ;-;

เพิ่งเดบิวต์นุตื่นเต้นมาก ๆ แง ถ้าชอบก็อย่าลืมบอกกันบ้างน้า

ฝากตัวด้วยค่า /โค้ง

#ฟิคน้องเขียว

             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #2 Balloonicorn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 17:54

    อย่างเราๆคงเป็นเจ้ในกอง55555

    #2
    0
  2. #1 fullls (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 15:37
    เปิดเรื่องมาคือร้อนแรงเวอร์ แบบเขิลเลยเด้อ555 ///ชอบมากกก รอติดตามตอนต่อไปค่าาา
    #1
    0