[จบ] ศักดินาอากาศ (Omegaverse) | #บินมิน​ #มินฮยอนบิน

ตอนที่ 8 : บทที่ ๘ : กระต่ายหมายจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,761 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

บทที่ ๘ กระต่ายหมายจันทร์

 

ว่าอย่างไรนะ! นี่พี่มีคนไปเดินควงตั้งแต่เมื่อไรกัน” ดนตร์โพล่งขึ้นด้วยความประหลาดใจ ขณะเดินสำรวจม้าปลดระวางในกองพันกับคุณภัทร

ย่ำค่ำวันนี้ วัดใหญ่ประจำอำเภอหัวหินที่อยู่ไม่ไกลจากกองพันทหารม้า กำลังจะมีงานบุญใหญ่ที่ปีหนึ่งจะจัดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง ว่ากันว่าแสงสีในงานยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากงานบุญที่ภูเขาทองในพระนครเลยก็ไม่ปาน สำหรับดนตร์แล้ว เขาไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดคุณภัทรที่ล่มหัวจมท้ายกันมาแต่แรก ถึงปฏิเสธไม่ไปเดินงานวัดด้วยกันเสียอย่างนั้น

พอจะบอกได้ไหมว่าใครกันที่ทำให้ผมต้องไปเดินเล่นคนเดียว” ดนตร์ยืนบ่นพลางเกาหัวพลาง นิสัยชอบบ่นดินฟ้าอากาศของร้อยตรีหนุ่มทำให้เขาดูแก่กว่าวัยไปมากโข

กูจะไปกับหมอก” คุณภัทรยักไหล่แล้วส่งยิ้มให้ดนตร์อย่างช่วยไม่ได้

เอ๋...อยู่พระนครทำตัวอย่างกับภิกษุไม่แตะต้องสีกา แต่ครั้นมาอยู่หัวหินไยถึงใจง่ายปานนี้ล่ะพี่ คงมิใช่เพราะเด็กนั่นหน้าตาเหมือนกับท่านชา” นายทหารรุ่นน้องร่ายยาว แต่ไม่ทันจะพูดจบประโยคก็ต้องชะงักกับสายตาดุที่คุณภัทรส่งมาให้

อย่างอแงเป็นเด็กซีวะ กูแค่ไปกับคนที่กูอยากไปด้วย แล้วทำไมมึงถึงไม่ลองชวนตันหยงล่ะ” คุณภัทรว่าพลางลูบหัวม้าในคอก

นี่พี่อยากให้ผมเข้าคุกทหารจริง ๆ หรือวะ พ่อแม่แก่ตัวลงทุกวัน ผมต้องหาเลี้ยงท่านนะพี่นะ” ดนตร์ตอบกลับ สายตาแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ดูท่าคุณภัทรจะพูดแทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง

เป็นถึงทหารก็อดรนทนหน่อย กระจอกจริงเชียว”

พี่ไม่มีโซลเมตพี่จะไปรู้ได้อย่างไร ว่าการต้องเลี่ยงมันลำบากแค่ไหน ร่างกายผมมันร้อนตลอดเวลาเลยนะพี่ ตอนอยู่ใกล้เด็กนั่น” เขาบ่นพึมพำ ก่อนจะพาดแขนทั้งสองข้างกับรั้วไม้

ทำไมกูจะไม่รู้ล่ะ” คุณภัทรได้ยินดังนั้นจึงตบไหล่ของดนตร์เบา ๆ เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่าการที่ต้องอดทนกับโซลเมตเป็นอย่างไร ในเมื่อเขาเองก็ทุกข์ทนกับกลไกของวรรณะมาเป็นเวลานาน


ถ้าไม่ได้เป็นโซลเมตกันคงง่ายกว่านี้


พี่ว่าอย่างไรนะ” นายทหารหนุ่มหันไปถาม

กูไม่รู้หรอก เรื่องเย็นนี้เห็นทีจะไม่ได้จริง ๆ ว่ะ ถ้ามึงยังไม่ชวนใคร ก็ลองไปหาสาวหรือหนุ่มชาวบ้านเอาหน้างานซีวะ” คุณภัทรส่ายศีรษะ เขาทำทีหัวเราะกลบเกลื่อน

โถ่ ผมไม่ใช่พี่ดั่งเพลิงหรือพี่จรัญเพื่อนพี่นะ ที่จะเข้าหาใครง่ายปานนั้น”

เออหน่า ฝากดูม้าต่อด้วยนะ ฉันจะไปทำธุระที่บ้านท่านผู้พัน” คุณภัทรยกมือขึ้นขยี้จมูกเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปยังบ้านพักของผู้พันที่ห่างออกไป ทิ้งให้ดนตร์ยืนเกาหัวแกรก เฝ้าถามกับตนเองว่าทำไมกันที่บางคราเขาก็รู้สึกว่าเข้าใจลูกพี่ แต่บางคราก็เหมือนจะไม่เข้าใจอะไรเลย





คุณภัทรวิ่งเหยาะ ๆ มายังสวนด้านหลังของบ้านพักผู้พันหญิง เขายิ้มกว้างเมื่อเด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าหวานกำลังยืนตากผ้าอยู่ ม่านหมอกเห็นดังนั้นจึงวางตะกร้าหวายในมือลง จากนั้นก็ยกมือไหว้ชายหนุ่มอย่างนอบน้อม

พี่ว่าจะมาทวนเวลานัดกับหมอก ราวสักหกโมงเย็น หมอกไปรอพี่ที่คอกม้านะ พี่จะนำม้าออกมาแล้วไว้เราขี่ไปด้วยกัน” คุณภัทรยืนล้วงกระเป๋าแล้วกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยท่าทีสบาย ๆ

รถของชาวบ้านก็มีนี่ ทำไมจึงขี่ม้าไปล่ะจ๊ะ” ม่านหมอกว่า เขาหันกลับไปหนีบผ้ากับราวแขวน แรงของลมทะเลทำให้ผ้าที่ถูกตากโบกสะบัดไปตามลม

รู้จักคำว่าเดตหรือไม่” นายทหารหนุ่มจับราวผ้าแล้วย่อหน้าลงไปถามอีกฝ่ายที่ตัวเตี้ยกว่า

มะ...ไม่รู้จ้ะ ฉันไม่รู้ภาษาฝรั่งหรอก” ม่านหมอกกลืนน้ำลายเล็กน้อย เพราะจู่ ๆ คุณภัทรก็เอาหน้ามาใกล้ตน ห่างเพียงราวเชือกเท่านั้น

อะไรกันนึกว่าจะรู้เสียอีก ภาษาฝรั่งแปลว่าคนจีบกันไปเที่ยวด้วยกันสองคน อะไรทำนองนี้” เขาว่าพลางช่วยอีกคนตากผ้าไปพลาง

“…” ม่านหมอกหลุบตาต่ำมองที่พื้นดิน เมื่อได้ยินความหมายของคำที่คุณภัทรพูดถึง รู้สึกสับสนและไม่รู้ว่าตนควรจะทำตัวอย่างไร

เอาเป็นว่าหมอกตกลงไปเดตกับพี่” ชายหนุ่มยืนนิ่ง รอให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตาตน เขาไม่ยิ้มแย้มเหมือนในทีแรกแต่กลับแฝงความรู้สึกอันมากมายกว่านั้น

ครับ...” เด็กหนุ่มพูดเบา ๆ แล้วก้มตัวลงกอดตะกร้าไว้แน่น

เจอกันนะครับ คนตัวหอม”

คุณภัทรได้ยินดังนั้นจึงฉีกยิ้มกว้างให้กับเด็กหนุ่ม เขาใช้มือหนาลูบไปยังกลุ่มผมสีนิลของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ จากนั้นนายทหารหนุ่มจึงเดินเลียบชายฝั่งกลับไปยังบ้านพักที่อยู่ห่างออกไป

 

                

 

ยามพระอาทิตย์กำลังถูกกลืนเป็นผืนเดียวกับพื้นน้ำ แสงสีทองก็ส่องสะท้านไปทั่วบริเวณ ณ ตอนนี้ริมทะเล ปรากฏเพียงม้าสองตัวที่มีนายกุมบังเหียนให้เดินไปยังข้างหน้าเท่านั้น คุณภัทรและหมอกใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบริเวณงานวัดในตัวเมือง

สอนไปแค่ครั้งเดียว แต่ขี่ม้าคล่องเชียวนะ” คุณภัทรมองที่หมอกแล้วส่ายหน้าเล็ก ๆ เสียงพูดของเขาเบาเสียจนไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเขาเอง

คุณภัทรผูกเจ้าม้าทั้งสองกับต้นปาล์มใหญ่ เสียงดนตรีมหรสพก็ดังขึ้นจนทั้งสองเหลียวหลัง มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าความรื่นเริงได้เริ่มขึ้นแล้ว

นั่นปะไร งานเริ่มพอดี เสียงดังปานนี้ เดินไม่กี่ก้าวคงจะถึง” คุณภัทรยิ้มแล้วหันไปกล่าวกับม่านหมอกที่เย็นนี้สวมเสื้อชาวเลสีฟ้า เผยให้เห็นช่วงคอขาวเล็กน้อย เขารู้ตัวอยู่แก่ใจว่าในค่ำนี้ เขาละสายตาจากเด็กหนุ่มไปไม่ได้เลย

ครับ” ม่านหมอกเม้มปากสีชมพูของตนแล้วรอให้คุณภัทรเดินนำตนไป

เมื่อมาถึงยังบริเวณงาน เสียงดังอึกทึกก็ชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเสียงการแสดงลิเก เสียงเชียร์มวย เสียงจากวงรำวง เสียงจากลานหนังกลางแปลงอีก ยังไม่นับเสียงพ่อค้าแม่ขายที่ต่างตะโกนโหวกเหวกเรียกคนให้มายังซุ้มสินค้าและการละเล่นของตน คุณภัทรไม่ได้ประหลาดใจหรือตื่นเต้นมากนัก เพราะงานวัดที่นี่ดูจะไม่ต่างจากงานวัดภูเขาทองที่พระนครสักเท่าไหร่ แต่ทว่าคนที่ดูตื่นตาตื่นใจจนเก็บไม่อยู่กลับกลายเป็นม่านหมอก คนตัวเตี้ยกว่าหันซ้ายหันขวามองไปยังซุ้มหลากสี จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาเป็นประกาย

อัศจรรย์เหลือเกิน ไม่นึกเลยว่าจะมีอะไรเช่นนี้ที่นี่ด้วย” เด็กหนุ่มพูดกับตนเองเสียงเบาขณะเดินเข้าไปในงาน

นี่หมอกไม่เคยมางานวัดหรือ” นายทหารร่างสูงถาม ใบหน้าหล่อแสดงออกถึงความสงสัยใคร่รู้

ไม่เคยหรอกจ้ะ...คือว่าฉันเป็นแบบนี้...ฉันจึงไม่เคยออกมาเที่ยวงานสังสรรค์สักงาน” หมอกหลุบตาต่ำก่อนตอบคุณภัทร เด็กหนุ่มพยายามอธิบายเกี่ยวกับเหตุผลทางวรรณะ ทำให้ตนไม่มีโอกาสที่จะได้ออกมางานรื่นเริง “แม่ฉันบอกว่าลำพังแม่ที่เป็นบรรตาคงดูแลฉันไม่ได้”

งั้นหรือ...”

“…”

แสดงว่าไม่เคยเล่นปาลูกโป่งซีนะ มานี่เร็ว พี่จะพาเล่น” จู่ ๆ คุณภัทรก็โพล่งขึ้น ทันทีที่เข้างานมาแล้วเห็นซุ้มลูกโป่งหลากสี เขาก็คว้าหมับที่ข้อมือของ
ม่านหมอก จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินตรงไปยังซุ้มปาโป่ง เพราะคุณภัทรมัวแต่สนใจของรางวัลในซุ้ม เขาจึงไม่ทันเห็นว่าม่านหมอกเองก็ลอบยิ้มน้อย ๆ ขณะมองมือคุณภัทรที่จับข้อมือเด็กหนุ่มเอาไว้

ตุ๊กตาพวกนี้คือของรางวัลหรือจ๊ะ” ม่านหมอกถามบรรตาชายเจ้าของซุ้ม

ก็ใช่น่ะสิ ตะกร้าละบาท ตะกร้าหนึ่งได้เจ็ดดอก ถ้าโดนหมดก็เอาเจ้าตัวใหญ่นี่ไปได้เลยจ้ะ” ชายเฝ้าซุ้มเมื่อเห็นหน้าค่าตาของม่านหมอกก็กระตือรือร้นบริการทันที ทว่าสายตาของคุณภัทรที่มองอยู่ก็ทำให้พ่อค้าต้องชะงัก ทำได้เพียงชี้มือชี้ไม้ไปยังตุ๊กตาสิงสาราสัตว์ตัวโตที่ตั้งอยู่หน้าร้าน

งั้นเอามาสองตะกร้า” คุณภัทรยัดเหรียญใส่มือชายเฝ้าซุ้ม

คะ—ครับพี่!” เมื่อรับเงินมาแล้ว ชายเฝ้าซุ้มก็กุลีกุจอหาตะกร้าลูกดอกมาให้ทั้งสอง ใจก็เริ่มหวาดหวั่นเพราะใบหน้าและสายตาไม่สบอารมณ์ของคุณภัทร อีกทั้งกางเกงลายพรางทหารที่อันฬาหนุ่มสวมใส่ก็ยิ่งทำให้เขากลัว

จะลองปาเองไหม” คุณภัทรรับตะกร้าลูกดอก แล้วจึงหันไปถามหมอกที่ยังคงตื่นตากับซุ้ม

ปาเอง! ฉันจะปาเอง...เอ่อ...จ้ะ” ม่านหมอกตื่นเต้นเสียจนพูดขาดหางเสียง ดวงตากลมหันไปมองยังคุณภัทรด้วยความประหม่า พอเห็นว่าคุณภัทรไม่ได้ตำหนิอะไร เขาก็โล่งใจและยิ้มออก

งั้นก็ปาเสีย เล็งให้ดีล่ะ” คุณภัทรส่งตะกร้าลูกดอกให้ม่านหมอก นายทหารหนุ่มเท้าแขนกับที่กั้น มองไปที่เด็กหนุ่มอย่างตั้งใจ

ม่านหมอกรับตะกร้าลูกดอกด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตนจะได้เล่นสิ่งนี้ เด็กหนุ่มหยิบลูกดอกลูกแรกขึ้นมาแล้วเริ่มปาทันที

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ลูกดอกที่ม่านหมอกปานั้นไม่พลาดเป้าแม้แต่น้อย 
ม่านหมอกทำลูกโป่งแตกติดต่อกันถึงสี่ลูก เด็กหนุ่มหัวเราะร่า ทำเอาคนอื่น ๆ ที่ยืนปาเป้าอยู่เช่นเดียวกันถึงกับหยุดมายืนลุ้นด้วย ชายเจ้าของซุ้มเริ่มจะเหงื่อตก เพราะลำพังหากปาโดนแค่สามลูกก็จะได้ตุ๊กตาตัวเล็กแล้ว และดูท่ากาฬวิฬาร์หนุ่มคนนี้จะฝีมือดีไม่เบา

ฝ่ายคุณภัทรก็หัวเราะในลำคอ ฝีมือของม่านหมอกไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจอะไรนัก ทว่าทันทีที่ม่านหมอกปาลูกดอกลูกที่ห้า ลูกดอกเจ้ากรรมมันกลับชนลูกโป่งแล้วร่วงหล่นไปอย่างน่าเศร้า

เฮ้อ ขอลองอีกรอบได้หรือไม่ครับ” ม่านหมอกถอนหายใจเสียงดัง สุดท้ายแล้วคนตัวขาวก็ปาได้เพียงแค่สี่ลูกเท่านั้น โดยครั้งที่ห้าหกเจ็ดกลับพลาดเป้าทั้งหมด ทำให้เจ้าตัวได้มาเพียงตุ๊กตารูปลูกเจี๊ยบขนาดเท่ากำมือ

หมอกอยากได้ตุ๊กตาตัวใหญ่ไหม” คุณภัทรหันไปถาม ในตอนนี้ทั้งสองเหลือตะกร้าลูกดอกเพียงตะกร้าเดียว

อยากสิ เลยขอเล่นอีกรอบอย่างไรล่ะจ๊ะ”

ให้พี่เล่นให้ดีกว่า ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้หรอก” คุณภัทรขออาสา

จะเล่นให้ฉันหรือ” เด็กหนุ่มก้มหน้างุดแล้วใช้นิ้วเขี่ย ๆ ตุ๊กตาลูกเจี๊ยบในมือ

ถ้าหมอกอยากได้ ทำไมพี่จะทำให้ไม่ได้ล่ะ” คุณภัทรยักไหล่ เขายกฝ่ามือหนาลูบศีรษะของคนตัวเตี้ยกว่า

ถ้าอย่างนั้นก็แสดงฝีมือให้ฉันดูหน่อยแล้วกัน อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนจากพระนครจะมีฝีมือขนาดไหน” ม่านหมอกแสร้งทำเป็นท้าทายคุณภัทร เนื่องจากอีกฝ่ายดูจะมั่นใจเสียเหลือเกิน

ได้ครับผม”

คุณภัทรวางตะกร้าไว้ในมือของม่านหมอก หยิบลูกดอกขึ้นมาเล็งเป้า แต่วิธีการจับลูกดอกกลับแปลกไปไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ เขาเลือกที่จะจับหางลูกดอกแทนส่วนกลาง ใช้ตากะระยะเล็กน้อย ตั้งแขนและแนวการปาให้อยู่ในแนวตรง เมื่อเห็นว่าได้ระยะที่ตรงกับลูกโป่งแล้ว เขาก็เริ่มปาลูกดอกทันที

จากเดิมที่มีไทยมุงมามุงที่ซุ้มปาโป่งมากแล้ว ตอนนี้คนยิ่งมามุงที่ซุ้มมากขึ้นไปใหญ่ อาจเป็นเพราะหน้าตาของทั้งคู่ก็ดี หรือเพราะว่าวิธีการเล่นที่ทำให้คุณภัทรปาลูกโป่งแตกหกลูกรวดก็ดี ทำให้ใครต่อใครก็มายืนลุ้นกันหมด ส่วนม่านหมอกก็มองคุณภัทรไม่วางตา


คุณภัทรง้างมือปาลูกดอกครั้งสุดท้าย...

และเป็นไปตามคาด...

คุณภัทรปามันเข้าทั้งห้าดอก


ม่านหมอกเผลอกระโดดเกาะแขนคุณภัทรอย่างดีใจ เมื่อเงยหน้าไปสบตากับเขา เด็กหนุ่มก็รู้สึกขวยเขินรีบปล่อยมือ ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาวบ้านที่มามุงก็ปรบมือกันเกรียวกราว ว่ากันว่าซุ้มปาลูกโป่งมีไว้ปราบเซียน แต่ทั้งคุณภัทรและม่านหมอกกลับปามันอย่างง่ายดาย เมื่อเห็นว่าคุณภัทรใช้วิธีที่แปลกไปแล้วประสบความสำเร็จ หลายคนก็เริ่มปาลูกดอกตามแบบคุณภัทรบ้าง

ทีนี้ไปเลือกตุ๊กตากันเถอะ หมอกอยากได้ตัวไหนกันล่ะ” นายทหารหนุ่มส่งตะกร้าคืนให้กับชายเฝ้าซุ้มที่ยืนอ้าปากค้าง จากนั้นก็พาม่านหมอกไปเลือกตุ๊กตาตัวใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่ด้านหน้า

ฉันอยากได้ตุ๊กตากระต่าย” ม่านหมอกตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี

กระต่ายอะไรตัวใหญ่ปานนี้ แปลกเสียจริง ฮ่า ๆ” คุณภัทรจับตุ๊กตากระต่ายสีขาวขึ้นมา พยักหน้าส่งสัญญาณให้กับชายเฝ้าซุ้มว่าตนเลือกตัวนี้ จากนั้นจึงส่งต่อมันให้กับม่านหมอกที่ยืนอยู่

นั่นน่ะสิ กระต่ายอะไรจะตัวใหญ่ปานนี้นะ” หมอกยิ้มกว้างแล้วจับเจ้าตุ๊กตากระต่ายขึ้นเทียบหน้ากับคุณภัทร แปลกเหลือเกินที่ตุ๊กตาตัวนี้กลับคล้ายกับคุณภัทรอย่างประหลาด ผิดแค่คุณภัทรนั้นไม่มีใบหูยาวเฟื้อยและฟันกระต่ายเท่านั้น

ล้อกันเล่นหรือเปล่า นี่ว่าพี่หน้าเหมือนกระต่ายหรือ” ชายหนุ่มหัวเราะ เขาทำฟันยื่นเหมือนกระต่ายตามตุ๊กตา พอม่านหมอกเมื่อเห็น เด็กหนุ่มก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

เมื่อพ้นซุ้มปาลูกโป่งมาแล้ว ทั้งสองก็เดินลัดเลาะไปทั่วงาน คุณภัทรจำท่าทางตื่นกลัวของม่านหมอกตอนเข้าไปยังซุ้มของแปลกได้ดี ไม่ใช่เพราะคนแคระ หรือนางเงือกปลอมในซุ้มที่ทำให้คนตัวขาวนั้นตกใจ แต่เป็นงูเหลือมยักษ์ที่เลื้อยไปมาต่างหาก ในฐานะอันฬาเองเขาก็ยอมรับว่าหากอีกฝ่ายตื่นกลัวแล้วกระโดดเกาะตนคงจะดีไม่น้อย แต่ที่ไหนได้ม่านหมอกไม่ได้โวยวายใด ๆ มีเพียงอาการหน้าซีดและกลับทุบเขาดังปัก เล่นเอาไหล่นายทหารแทบหลุด

ชอบขนมเบื้องหรือ” คุณภัทรเอ่ยถามเมื่ออีกฝ่ายหยุดมองซุ้มขนมตาเป็นประกาย ขนมเบื้องที่เพิ่งทำเสร็จเรียงรายเต็มหน้าร้าน สีของไส้ที่แตกต่างกันนั้นตกผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี ม่านหมอกก็เป็นหนึ่งในนั้น

ชอบขนมหวานน่ะจ้ะ ป้าจ๊ะ ฉันเอาไส้หวานถุงหนึ่งนะ” ม่านหมอกกล่าวกับแม่ค้าขนมเบื้องอย่างอาย ๆ ไม่นานขนมเบื้องบรรจุในถุงกระดาษหนังสือพิมพ์ก็ถูกส่งต่อมาให้เขา

รู้ไหม ที่พระนคร ถนนท่าพระอาทิตย์ก็มีขนมเบื้องเจ้าดังเหมือนกัน คงจะดีถ้าได้ไปกินด้วยกันนะ” คุณภัทรบอกกับอีกฝ่ายที่เดินกินขนมเบื้องตุ้ย ๆ

ถ้าฉันไปพระนคร คุณภัทรจะพาฉันไปหรือจ๊ะ” ม่านหมอกหันไปถาม ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้วเล็กน้อย

ในเรื่องนี้ฉันคงรับปากไม่ได้เหมือนกัน...” นายทหารหนุ่มยิ้มน้อย ๆ แล้วจึงไปให้ความสนใจกับเครื่องเล่นขนาดยักษ์ที่โดดเด่นที่สุดภายในงานแทน กงล้อเหล็กขนาดใหญ่หมุนวนไปมากับที่นั่งไม้ที่ถูกต่อติดกับเหล็กกล้าแต่ละชั้น แต่ละ
ที่นั่งจะมีเหล่าคู่รักหรือครอบครัวนั่งเพลิดเพลินกับการมองบรรยากาศจากมุมสูง ซึ่งมองดูแล้วช่างดูน่าหวาดเสียวชอบกล “นั่น! อยากลองขึ้นชิงช้าสวรรค์บ้างไหม”

ดูน่ากลัวเสียจริง เหตุใดคนจึงใช้คำว่า สวรรค์ กับสิ่งนี้กันนะ” ม่านหมอกพูดติดตลก แขนทั้งสองข้างยังคงถือห่อขนมเบื้องเอาไว้ ในขณะที่คุณภัทรเป็นคนที่อุ้มตุ๊กตากระต่ายให้แทน

อาจเป็นเพราะเมื่อขึ้นไป คงเหมือนได้หยุดเวลาเอาไว้ล่ะมัง”

อย่างนั้นหรือครับ”

แต่ในโลกความเป็นจริงน่ะ เราไม่ได้วิเศษวิโสพอจะหยุดเวลาได้หรอก เด็กน้อย” คุณภัทรว่าพลางพยักหน้าให้กับอีกฝ่าย สายตาของเขายังคง
จับจ้องไปที่ชิงช้าสวรรค์ที่อยู่เบื้องหน้า

“...” รอยยิ้มของม่านหมอกจางลง เหมือนกับเขาฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ มือเรียวบีบขนมเบื้องที่ถืออยู่จนแตกเป็นเสี่ยง

ชะอุ๊ย คุณหลวง! พี่หมอก!” เด็กชายผิวเข้มโวยวายขึ้น เมื่อเห็นคุณภัทรและม่านหมอก แสนทัพยิ้มกริ่มเดินตรงมาที่พวกเขา แล้วจึงยกมือขึ้นป้องปากแสร้งทำเป็นประหลาดใจที่เห็นทั้งสองมาเดินงานวัดด้วยกัน

ว่าไงไอ้หนุ่ม เดินเที่ยวคนเดียวรึ” คุณภัทรทักขึ้น ขนมสายไหมสีสวยในมือของแสนทัพช่างดูโดดเด่นสะดุดตา เพราะมันมีขนาดโตกว่าศีรษะเด็กชายเสียอีก

เปล่าจ้ะ ฉันมากับพี่ตันหยงนั่นแหละ แต่ว่าดันเจอพี่ดนตร์เมื่อครู่ ไม่รู้ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา สุดท้ายก็ไปนั่งดูหนังกลางแปลงด้วยกันซะอย่างนั้น ฉันเลยแยกมาว่าจะไปตกปลาทองเสียหน่อย” แสนทัพมองซ้ายขวาแล้วรายงานให้คุณภัทรทราบ เด็กชายชี้มือชี้ไม้ไปยังคนสองคนที่นั่งดูหนังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงที่พวกเขายืนอยู่

ไอ้ดนตร์นะไอ้ดนตร์ ไหนว่ากลัวคุกทหารอย่างไรล่ะ” คุณภัทรได้ยินที่เด็กชายว่าก็หัวเราะ เขาลอบมองไปยังแผ่นหลังของนายทหารรุ่นน้องที่นั่งนิ่งราวกับหิน เห็นทีค่ำนี้คงต้องแซวดนตร์เสียหน่อยว่าเนื้อหาหนังที่เอามาฉายเป็นอย่างไร

ฉันว่าฉันไปตักปลาทองดีกว่า ไม่อยากรบกวนคุณกับพี่หมอก ไปละจ้ะ” แสนทัพบอกกับทั้งสอง แล้วจึงวิ่งไปยังซุ้มตักปลาที่ขณะนี้มีเด็ก ๆ กำลังล้อมวงเล่นกันอยู่

แก่แดดจริง ๆ เจ้านี่” คุณภัทรพึมพำขณะมองแสนทัพวิ่งไป

พอคุณภัทรหันไปหาม่านหมอก คนข้างกายก็หายไปแล้ว ขอบคุณความสูงชะลูดของเขาที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นอีกฝ่ายได้ เขาจึงเห็นว่าม่านหมอกเดินหลังไว ๆ ไปกับผู้คนที่หลั่งไหลอยู่ในงาน ถึงจะนึกฉงนใจที่อีกฝ่ายจู่ ๆ ก็เดินทิ้งตนไป แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก นายทหารหนุ่มรีบก้าวเท้าตามอีกฝ่าย ก่อนที่ม่านหมอกจะหายไปจากสายตา

 





คุณภัทรเดินตามม่านหมอกไปจนถึงริมชายหาดที่ทั้งคู่ผูกม้าเอาไว้ เพราะค่ำนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงทำให้บริเวณที่แม้จะไร้แสงไฟอย่างเลียบชายหาดก็สว่างไปหมด ไม่ยากเลยที่จะเห็นว่าคนที่เขาเดินตามมานั้นอยู่ที่ไหน เจ้าของดวงตาเหยี่ยวยืนมองม่านหมอกที่นั่งอยู่ริมหาดครู่หนึ่ง จากนั้นเขาจึงทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างม่านหมอก ลอบมองใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มเงียบ ๆ ไม่ได้ปริปากอะไร เพราะเกรงจะรบกวนใจอีกฝ่าย มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งและเสียงดนตรีจากงานมหรสพเท่านั้นที่ทำลายความเงียบงัน

ทำไมจู่ ๆ ถึงจะร้องไห้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยล่ะ” คุณภัทรเอ่ยปากถาม เมื่อสังเกตเห็นว่าในตาอีกฝ่ายมีน้ำใส ๆ อยู่ในดวงตาเย่อหยิ่งคู่นั้น

เพราะทะเลล่ะมังครับ” ม่านหมอกตอบกลับ เขามองไปยังคลื่นที่กระทบฝั่งอย่างเลื่อนลอย จากนั้นก็ใช้มือเรียวขยี้ตาเบา ๆ พอไล่ให้น้ำในตาออกไป “ทะเลทำให้ฉันเป็นทุกข์”

งั้นหรือ หมอกว่าถ้าหากขึ้นไปอยู่บนนั้นจะเป็นอย่างไรกันนะ” คุณภัทรเมื่อได้ยินดังนั้นจึงเปลี่ยนเรื่อง เขาละสายตาจากใบหน้าของอีกฝ่าย แล้วมองตรงไปยังพระจันทร์ที่ลอยเด่นบนฟ้า

“…” ม่านหมอกไม่ได้พูดอะไร เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์ตามคุณภัทรด้วยความสับสน

เคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายหมายจันทร์ไหม” คุณภัทรกล่าวพลางหยิบตุ๊กตากระต่ายขึ้นมา

ไม่เคยจ้ะ...มันเป็นเรื่องอย่างไรหรือ” ม่านหมอกถามกลับ

มันเป็นเรื่องของกระต่ายที่หลงรักพระจันทร์ หวังว่าจะได้ครองรักกับพระจันทร์อย่างมีความสุข ทั้งที่เพื่อน ๆ ของมันหาว่ามันบ้า ซึ่งมันก็บ้าจริง ๆ ...” ชายหนุ่มเล่าพลางจับมือข้างหนึ่งของกระต่ายทำเป็นเอื้อมจับดวงจันทร์ที่อยู่บนฟ้า

“…” ม่านหมอกไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่รอให้คุณภัทรเล่าต่อจนจบ

มันไม่ฟังเสียงรอบข้าง จนวันพระจันทร์เต็มดวงมันก็ปีนไปยังยอดเขาสูง เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้กับดวงจันทร์ที่มันรัก พอถึงยอดเขามันก็รู้สึกว่ามันใกล้กับดวงจันทร์
...ใกล้เพียงเอื้อมเดียว”

“…”

เพราะอยากที่จะสัมผัส อยากครอบครอง มันจึงตัดสินใจกระโดดขึ้นไปหาดวงจันทร์ ในท้ายที่สุดมันก็ตกลงมาจากยอดเขา แล้วก็ตายไป เป็นเรื่องที่เศร้ามาก ๆ” คุณภัทรทำท่าเจ้าตุ๊กตากระต่ายลอยขึ้นไปเหนือหัวและปล่อยมันลงมา

“...”

“...”

กระต่ายตัวนี้คงไม่รู้วิธีไปยังดวงจันทร์ซีนะ” ม่านหมอกยิ้มน้อย ๆ แล้วลูบหัวเจ้ากระต่ายที่ลงไปกองกับพื้นทราย

มีวิธีที่จะไปยังดวงจันทร์หรืออย่างไร ถึงพูดแบบนั้น” คุณภัทรถาม

ม่านหมอกถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืน คุณภัทรที่นั่งอยู่เองก็เงยหน้ามองเด็กหนุ่มด้วยความสงสัย เด็กหนุ่มยื่นมือให้เขาจับเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น แม้จะไม่เข้าใจนักว่าม่านหมอกจะทำอะไรแต่เขาก็จับมืออีกฝ่ายเพื่อยืนขึ้น สัมผัสที่มือทำให้คุณภัทรยิ้มออกมาเล็ก ๆ

ถอดรองเท้าครับ” ม่านหมอกบอกเขา เมื่อเห็นเด็กหนุ่มถอดรองเท้า คุณภัทรจึงถอดรองเท้าตามอย่างว่าง่าย

เมื่อเท้าของทั้งสองเปลือยเปล่า ม่านหมอกก็จูงคุณภัทรมายังผืนน้ำทะเล ยามที่เท้าของทั้งสองสัมผัสกับกรวดทรายในทีแรกอาจทำให้รู้สึกถึงความหยาบกระด้าง แต่เมื่อเท้าถึงน้ำทะเลมันก็ทำให้รู้สึกถึงความเย็นของสายน้ำและความ
สดชื่นจากคลื่นที่กระทบฝั่ง

คุณภัทรหัวเราะออกมาทันที เมื่อจุดที่ม่านหมอกพาตนมายืนอยู่นั้นมันคือจุดที่เงาของดวงจันทร์สะท้อนกับพื้นน้ำทะเล ณ ตอนนี้บนดวงจันทร์กำลังมีเท้าทั้งสองคู่เหยียบอยู่

เพียงเท่านี้ก็อยู่บนดวงจันทร์แล้ว” เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง ทั้งสองยืนประจันหน้าและต่างจับมือกันและกันเอาไว้แน่น คุณภัทรก้มหน้าลงมองม่านหมอกแล้วนึกยอมรับในความฉลาดเฉลียว

น่าอัศจรรย์ ดูเหมือนว่าเราจะเป็นสองคนแรกของโลกที่ได้ขึ้นมายืนอยู่บนนี้” คุณภัทรกล่าวอย่างติดตลก

ก็คงเป็นเช่นนั้น ตอนนี้พี่ชายอยู่บนดวงจันทร์แล้ว มีสิ่งที่อยากจะพูดหรือทำบนดวงจันทร์ไหม” ม่านหมอกถามทั้งที่ยังจับมือของคุณภัทรเอาไว้แน่น

แท้จริงแล้ว มันมีเพลงฝรั่งเพลงหนึ่ง เปรียบว่าการจับมือและการจูบนั้นสามารถทำให้คนไปยังดวงจันทร์ได้ แต่พี่ก็ไม่แน่ใจนักว่าจริงหรือเปล่า” คุณภัทรเอ่ย

ตอนนี้ก็จับมือแล้ว เหลือเพียง…” ม่านหมอกเงยหน้ามองคุณภัทรอย่างประหม่า จะพูดคำว่า จูบออกไปก็คงดูไม่ดีนัก แม้ว่าลึก ๆ แล้วใจก็เรียกร้องอยู่เหมือนกัน

เหลืออะไรหรือ” คุณภัทรถามทีเล่นทีจริง จนทำให้อีกฝ่ายหน้าขึ้นสีจัด

จูบ...” เด็กหนุ่มแสนขี้อาย จู่ ๆ ก็อาจหาญขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำเอาคุณภัทรส่ายหัวแล้วส่งยิ้มบางกลับไปให้

แต่พี่คงไม่จูบหมอกอีก ในเมื่อพี่ตกหลุมรักดวงจันทร์ไปเสียหมดใจแล้ว” นายทหารหนุ่มกล่าว ดวงตาของทหารหาญบัดนี้กลับแดงก่ำ ราวกับชายหนุ่มกำลังอดกลั้นไม่ให้ตนร้องไห้

“…”

ม่านหมอกเมื่อได้ยินดังนั้นจึงส่งยิ้มฝืนมาให้คุณภัทร แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะน้ำในตาที่กลั้นไว้แต่แรกมันไหลเอ่อออกมา เด็กหนุ่มปล่อยมือจากคุณภัทรแล้วยกมือขึ้นมาปิดหน้าทันที ไม่มีเสียงสะอื้นฟูมฟาย มีแต่ภาพกาฬวิฬาร์หนุ่มคนหนึ่งที่หัวใจกำลังแตกสลาย คุณภัทรเองก็รู้สึกลำบากใจไม่น้อย เขาทำได้แค่มองไปยังคนที่ยืนตรงหน้าเท่านั้น

พอกันที” เด็กหนุ่มตัดสินใจหันหลังให้เขาและพร้อมจะเดินหนีออกไป แต่คุณภัทรก็ใช้แขนแกร่งสวมกอดอีกคนจากทางด้านหลังแทน ม่านหมอกใช้มือเรียวทั้งสองข้างแกะแขนของคุณภัทรที่รั้งเอาไว้ออกแทบจะทันทีที่ถูกกอด เด็กหนุ่มรู้สึกเสียใจอย่างมาก จนไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป

กระหม่อมทูลไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าให้ประทับอยู่ในที่ของฝ่าบาท!” คุณภัทรกล่าวกับเด็กดื้อในอ้อมกอดตน เขารู้มาตลอด รู้มาแต่แรกว่าม่านหมอกนั้นไม่มีจริง เป็นแค่ชื่อที่คิดขึ้นมาเพื่อพรางตาเท่านั้น และเขาเองก็ทนที่จะเล่นละครตามน้ำต่อไปไม่ได้แล้วเช่นกัน

อะไรกัน...อย่างน้อยก็ช่วยแสดงละครต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือ ทำไม...ทำไมจึงใจร้ายนัก ไม่ว่าจะเป็นมิ่งขวัญหรือม่านหมอก พี่ภัทรก็ยังปฏิเสธกันอยู่ดี...มันไม่มีสักทางเลยหรือ...” คำสารภาพทุกอย่างออกมาจากปากหม่อมเจ้าหนุ่ม รู้ดีว่าอย่างไรเสียก็ปิดบังคุณภัทรไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้ที่เป็นอยู่สำหรับท่านชายมันก็ดีมากแล้ว ถ้าหากคุณภัทรแสร้งเล่นละครต่อไป อย่างน้อยในตอนนี้ เวลานี้ เขาคงจะมีความสุขเป็นไหน ๆ “พอเป็นมิ่งขวัญ พี่ภัทรก็บอกว่าเราไม่เหมาะสมกัน พอเป็นหมอก พี่ภัทรก็...พี่ภัทรก็บอกว่าพี่ภัทรรักมิ่งขวัญ...”

กระหม่อมขอประทานอภัย แต่ในครั้งนี้...โปรดฟังกระหม่อมให้จบก่อนได้หรือไม่”

“…” ม่านหมอกที่แท้จริงแล้วคือท่านชายมิ่งขวัญเม้มปากเป็นเส้นตรง หม่อมเจ้าหนุ่มเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้า พยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมามาก
กว่านี้

มิ่งก็อยู่ในที่ของมิ่งนั้นถูกแล้ว ไม่ต้องลดตัวลงมาหาพี่”

“…”

เพราะพี่จะปีนขึ้นไปหามิ่งเอง”

คุณภัทรกล่าวแล้วจับตัวของท่านชายมิ่งขวัญให้หันหน้ามาประจันกับตนเอง เขาใช้จังหวะที่อีกฝ่ายมัวแต่ประหลาดใจกับคำพูดเมื่อครู่ ยกมือแกร่งเชยคางท่านชายที่ตนเคารพขึ้นเพื่อรับจุมพิตจากปากตน ชายหนุ่มจงใจให้จูบในครั้งนี้นุ่มนวลและระแวดระวังกว่าครั้งก่อน รู้ดีว่าในครั้งนี้มันเป็นจุมพิตที่ท่านชายรอคอยมานานแสนนาน จุมพิตที่ได้รับไม่ใช่ในฐานะ ม่านหมอก แต่ในฐานะ หม่อมเจ้า
มิ่งขวัญ อรุณรัตน์

“...”

คนตัวขาวเมื่อตั้งสติได้ก็หลับตาพริ้มรับสัมผัสจากริมฝีปากหนาของคุณภัทรทั้งน้ำตา


ก็คงจริงที่ว่าหากได้ยืนบนดวงจันทร์เวลาจะหยุดลง..

ก็คงจริงอีกเหมือนกันที่หากจับมือและจูบกันจะทำให้คนเราจิตใจล่องลอยไปไกลแสนไกล..


เพราะเขาทั้งคู่ไม่รู้ว่ายืนจูบกันใต้แสงจันทร์นานเพียงใด แต่ที่รู้คือขนมเบื้องรสหวานนั้น ยังหวานไม่สู้กลิ่นดอกพุดซ้อนที่กำลังผลิบานไปทั่วผืนทะเลได้เลย

 


#ศักดินาอากาศ

 

TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่ค่ะ 

มาสารภาพว่าที่จริงตอนนี้เขียนเอาไว้และมีแพลนจะอัพตั้งแต่สามสี่วันก่อนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกมาก ๆ ไหนจะไม่มีเวลาเอย ไหนจะคอมดับเอย ไหนจะเสียงเชียร์บอลกลางดึกเอย ฮ่า ๆ แต่ว่าก็มีคนถามถึงในอาร์คเรื่อย ๆ เลยไม่รู้ว่าเพราะตอนที่แล้วจบค้างเกินไปหรือเปล่า ก็เลยรู้สึกกดดันกับการเขียนเรื่องนี้นิด ๆ 


หลังจากผ่านมาสองตอน การปรากฏตัวของม่านหมอกทำให้หลายคนหวั่นใจ รวมถึงโกรธพี่ภัทรด้วย ฮ่า ๆ เราเองที่รู้ความจริงก็ได้แต่สงสารคุณภัทรในใจเหมือนกัน แม้ว่าจะมีการถามถึงมากมายเราก็พยายามเลี่ยงเฉลยค่ะ เพราะถ้าเฉลยไปเรื่องนี้ก็คงจบแน่นอน เราเองก็จบด้วย เกมโอเวอร์ทันที แท้จริงแล้วคุณภัทรเขารู้มาแต่แรกแล้วค่ะว่านั่นคือท่านชาย เขาเป็นคนฉลาดนะคะ ทำไมแค่โซลเมทและคนที่ตนเทิดทูนมาทั้งชีวิตเขาจะจำไม่ได้ โดยเฉพาะกลิ่นดอกพุดซ้อนที่ปิดเขาไม่ได้เลย เขาแค่เล่นตามน้ำไปเรื่อย เพราะอยากรู้ว่าท่านชายจะทำอย่างไรแค่นั้นเอง ส่วนท่านชายเองลึก ๆ ก็รู้ค่ะว่าคุณภัทรดูออก แต่เพราะจิตใจมันบอบช้ำมามากและความเป็นคนไม่ยอมแพ้ ทำให้เล่นละครเป็นหมอกไปเรื่อย ๆ เช่นกัน ส่วนนิทานเรื่กระต่ายหมายจันทร์ก็คือการที่คุณภัทรเปรียบตนว่าเป็นกระต่ายและท่านชายที่เป็นดั่งพระจันทร์ค่ะ


เพลงที่คุณภัทรพูดถึงในตอนนี้ก็คือเพลง Fly me to the moon (1954) นั่นเอง เป็นเพลงที่ดังมาก ๆ ในยุคนั้น ตอนพูดถึงเขาก็มั่นใจเหมือนกันค่ะว่าท่านชายรู้จักนะ คนรักดนตรีทำไมจะไม่รู้จักเพลงนี้ เห็นคนถามเยอะเหมือนกันว่าในเรื่องเป็นปีไหน ทั้งศักดินาอากาศเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน ค.ศ. 1962 ค่ะ เป็นเวลาเจ็ดปีก่อนที่มนุษยชาติจะได้ไปเหยียบดวงจันทร์


สำหรับตอนนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามและถามไถ่มาเสมอ ดีใจมาก ๆ เลยที่ได้อ่านวิเคราะห์ของหลาย ๆ คน ในฐานะคนเขียนก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จในการหลอกคนอ่านแล้วค่ะ (?) ทิ้งท้ายไว้ว่าบางอย่างที่เรารีพลายนั้นมันเชื่อไม่ได้หรอกค่ะ ฮ่า ๆ 

                                                                                                                   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.761K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,371 ความคิดเห็น

  1. #4369 Angkana Chaithawonmongkon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 23:43
    หวานไม่มีใครเกินเลยจ้าแม่จ๋าาา
    #4,369
    0
  2. #4352 mlinlin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:54
    กี้ดดดดดด อิชั้นมันโง่เองค่ะ ฮือ เป็นคุณชายมิ่งนี่เอง แงงง
    #4,352
    0
  3. #4348 uxchl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 22:46

    พีคแม่พีค

    #4,348
    0
  4. #4331 sprimmm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:46

    แง้นี่ก็คือโกรธพี่ภัทรไปแแล้ว แต่ตอนนี้้คือพุดไม่ถึงเลยค่ะ จะเศร้าหรือดีใจดี ฮือ

    #4,331
    0
  5. #4315 Apit29 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 17:27
    น้ำทะเลหวานมากจ้า
    #4,315
    0
  6. #4305 Ppandada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 01:25
    ใช่จริงด้วย แงงง /กุมใจหนักๆ
    #4,305
    0
  7. #4279 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 14:57
    แค่รออยู่ตรงนั้น จะปีนขึ้นไปหา ไม่ต้องลอยลงมา อยู่บนฟ้านั่นแหละดี เป็นดาวประดับฟ้า คอยคนรักจริงคนนี้ ต้องมีสักวัน จะไปให้ถึงที่ตรงนั้น ไปอยู่เคียงข้างเธอ

    cr. ดาวประดับฟ้า/แมว จีรศักดิ์
    #4,279
    0
  8. #4271 J_Jaakamon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 22:01
    พี่ภัทรสู้ๆนะ ปีนไปหาน้องมิ่งไวๆ
    #4,271
    0
  9. #4225 meawsu1508 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 13:03
    เฮ้ออ โล่ง
    #4,225
    0
  10. #4217 Jinjoo.K (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 15:49
    กรี๊ดเเด เป็นคุณชายมิ่งจริงๆด้วย แล้วอิพี่ก็คือรู้ทุกอย่าง
    #4,217
    0
  11. #4206 Solalanp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:40
    กรี๊ดดดด เป็นคุณมิ่งจริงๆด้วย แต่ก็แอบเศร้าๆเนอะเหมือนจะหวานแต่ก็ยังไม่สุด
    #4,206
    0
  12. #4198 sher_n (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 15:44

    เศร้าแทนทั้งคู่

    #4,198
    0
  13. #4189 SUCHA_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 05:15
    เศร้ามากจริงๆนะ ฉากจูบที่ฉันจำร้องงง ฮือ สงสารทั้งคู่ไม่ไหวแล้ว ความรักต่างชนชั้นมันขนาดนี้เชียวหรือ ยิ่งการเปรียบถ้ามิ่งขวัญเป็นหมอก พี่ภัทรก็อาจจะสามารถทำอะไรได้ตามใจต้องการมากขึ้น พอเป็นพาร์ทของมิ่งขวัญ ทุกอย่างมันต้องมีระยะห่าง มีช่องที่เหมาะสม เจ่บมากๆๆๆ T_____T
    #4,189
    0
  14. #4180 732516 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 16:05
    คุนหลอกดาว...แอบเคืองนิดๆ
    พออ่านมาถึงตรงนี้นั่งยิ้มทั้งน้ำตา...ใจร้ายจิงๆมาหลอกกันได้
    #4,180
    0
  15. #4178 701k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 12:16
    ตายตายทั้งหมดตายแยกแยบกขำ
    #4,178
    0
  16. #4159 jaketohack1329 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 22:52

    โดนไรเตอร์หลอกให้ใจแป้ว​นิสๆ​ ถึงจะแอบคิดว่าลึกๆแล้วท่านชายกับหมอคือคนเดียวกันแต่ก็แอบกลัวอยู่ดีว่าจะไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นจะลากพี่ภัทรไปจุ่มในทะเลให้ตายไปเลย โทษฐานนอกใจน้องมิ่งและหลอกให้หมอกหลงรัก ท่านชายแก่นแก้วเหลือเกิน​ ปลอมตัวมาอยู่บ้านนอกแบบนี้ อันตรายมากๆเลยรู้ไหม จะลองใจยังไม่ถูกเลย​ แบบถ้าพี่ภัทรชอบหมอกไปจริงๆ​ ท่านชายจะยิ่งไม่เสียใจหรอที่เหมือนโดนลืมไปแบบง่ายๆ​ เพียงเพราะหมอกหน้าเหมือนตัวเอง​ หรือต่างคนต่างรุ้แต่แกล้งทำเปนไม่รุ้ทั้งคู่​ แบบว่าถ้ามิ่งเปนแค่ปุถุชน​ พี่ภัทรจะยอมอยุ่กับมิ่งในร่างหมอกใช่มั้ย​ ประมาณนี้ป้ะ​ ตอนแรกแอบดีใจปนสงสารน้องหมอกเพราะคำพูดของพี่ภัทรคือหมายความว่ายังรักท่านชายนิ่งอยู่หมดหัวใจ ภัทรน่าจะสัมผัสได้ด้วยความเป็น soulmate ท่านชายกินยากักกลิ่นมาใช่ไหม คนทั่วไปเลยไม่ได้กลิ่น​ งื้ออออ​ ดีจัย

    #4,159
    0
  17. #4148 pppppp008 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 14:29
    นั่นไงว่าแล้ว
    #4,148
    0
  18. #4142 min_min (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 16:36
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #4,142
    0
  19. #4131 Nielongforever9 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:27

    ฮืออตอนที่พี่ภัทรกอดและบอกว่า "กระหม่อมทูลไปแล้วไม่ใช่หรือว่าให้ประทับอยู่ในที่ของท่าน" ร้องไห้เลยอะแบบพี่ภัทรรู้มาตลอดว่าหมอกคือคุณมิ่งอะฮือออออ😭😭
    ว่าแล้วว่าเด็กลูกแม่ค้าที่ไหนจะมีหน้าตาราวกับรูปปั้นเหมือนท่านชายมิ่ง ไม่มีอีกแล้วTT



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มิถุนายน 2562 / 12:29
    #4,131
    0
  20. #4116 gabriel.la(: (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:37
    ก็ว่าสิดีนะยังไม่ร่วมวงด่า5555 พราะเกี้ยวหนักมาก
    #4,116
    0
  21. #4102 __cnl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 18:22
    ฮืออออ นี่น้ำตาคลอเลย พี่ภัทรรู้มาตลอดอ่ะ แงงงงงง
    #4,102
    0
  22. #4092 NichaGosantor (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 23:31
    ร้องไห้เลยฮือออ​
    #4,092
    0
  23. #4086 N0ii2d (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 02:47
    สังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าใช่มิ่งขวัญมั้ย ก็ใช่จริงๆ ดื้อจริงๆ เลยคนนี้ แต่ก็ยอมใจอ่าาาา สุดยอด
    #4,086
    0
  24. #4073 om_kanokrat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:39
    ภัทรเธอต้องพยายามบ้างเเล้วล่ะมิ่งทำขนาดนี้เเล้วอ่ะ
    #4,073
    0
  25. #4058 kdn_kangdan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 00:42
    คือน้ำตาไหลเลย ตอนรู้ว่าหมอกคือมิ่งกับตอนเล่านิทานกระต่ายหมายจันทร์ ภัทรจะปีนไปหามิ่งแล้วใช่ไหม ใจอ่อนยัง น้องทำขนาดนี้แล้วนะ
    #4,058
    0