[จบ] ศักดินาอากาศ (Omegaverse) | #บินมิน​ #มินฮยอนบิน

ตอนที่ 2 : บทที่ ๒ : ยามเย็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,424 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

บทที่ ๒ ยามเย็น



ณ ห้องทรงงานปีกขวาของวังอรุณรัตน์ ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหวานเงยหน้าพักสายตาชั่วครู่ หลังจากการอ่านหนังสือต่อเนื่องเป็นเวลานาน เขาใช้เวลาทั้งวันไปกับการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะจัดตั้งโรงเรียนกาฬวิฬาร์ในไทยให้เหมือนกันกับที่อังกฤษ เพราะในปัจจุบันเหล่ากาฬวิฬาร์ยังต้องศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่บ้าน ไม่เหมือนกันกับอันฬาและบรรตาที่ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง กล่าวได้ว่าทันทีที่กลับมา หม่อมเจ้าหนุ่มก็ทูลเรื่องดังกล่าวกับพระบิดา เพื่อขอให้พระองค์ทรงให้การสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ซึ่งในภายหลังพระบิดาก็ทรงสนับสนุนท่านชายอย่างเต็มกำลัง

พักเสียบ้างก็ดีนะมิ่งขวัญ” องค์ฯ โชติตรัสเมื่อเสด็จมายังห้องสมุดแล้วทอดพระเนตรเห็นพระโอรส ดวงเนตรของพระองค์จับจ้องไปยังกองหนังสือที่วางทับกันเป็นตั้งบนโต๊ะกลางห้อง

ลูกยังมิหายไฟแรงเลยเสด็จพ่อ” หม่อมเจ้าหนุ่มกล่าวแล้วยิ้ม

มัวแต่ไฟแรง ตั้งแต่กลับมาได้พบใครแล้วบ้างหรือยังเล่า ไปอยู่โน่นตั้งสี่ปีมิกลัวมิตรสหายจะลืมหรือ”

จะทรงมีรับสั่งให้ลูกไปวังเทววงศ์ซีนะ” ผู้เป็นลูกทูลถาม พลางลูบตุ๊กตาตัวโปรดที่ครั้นเมื่อทรงพระเยาว์จะหอบหิ้วไปไหนมาไหนติดตัวท่านชายเสมอ

พี่ชายหนึ่งอาจจะคิดถึงลูกอยู่ก็เป็นได้”

ผิดแล้ว หากลูกจะเด็จไปเยี่ยมพี่ชายหนึ่งลูกคงต้องไปโรงพยาบาลเสียกระมัง รายนั้นเขาไม่อยู่วังหรอกครับ”

ท่านชายมิ่งเพคะ มีสายจากวังเทววงศ์เพคะ” สาวใช้ผู้เพิ่งเข้ามาได้ทูลบอกเจ้านายของหล่อน

นั่นปะไร มิใช่พี่ชายหนึ่งโทรมาหาแล้วหรือ” องค์ฯ โชติกล่าวแล้วแย้มพระโอษฐ์ให้กับพระโอรส แม้ว่าหม่อมเจ้ามิ่งขวัญจะส่ายหัวรั้น เป็นเชิงบอกพระบิดาว่าปลายสายไม่มีทางที่จะเป็น หม่อมราชวงศ์วัชระ เทววงศ์ แน่นอน

สวัสดี มิ่งขวัญพูดสายครับ”

ท่านชาย! นี่กระหม่อมเองนะ ชายสอง ท่านชายกลับมาตั้งแต่เมื่อไรกัน’ ปลายสายแทบเก็บอาการดีใจผ่านทางน้ำเสียงไม่อยู่ โดยผู้โทรมานั้นคือ หม่อมราชวงศ์อนิละ เทววงศ์ สหายคนสนิท

ชายสองหรอกหรือ กันกลับมาตั้งหลายวันแล้วแต่ไม่ได้โทรบอก ขอโทษนะ”

ไม่เป็นไรหรอกกระหม่อม ว่าแต่ท่านชายจะว่าอย่างไรหากกระหม่อมชวนท่านชายไปสนามฝรั่งวันพรุ่ง’

วันพรุ่งกันก็ไปอยู่แล้วนะ ไปมอบโล่แทนเสด็จพ่อ”

เช่นนั้นเจอกันที่ห้องวีไอพีนะท่านชาย กระหม่อมคิดถึงท่านชายจะแย่’

อืม ปากหวานจริงเชียว ไว้เจอกันนะชายสอง” ท่านชายมิ่งขวัญถึงกับหลุดหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงปลายสายบอกว่าคิดถึง

สวัสดีครับ’

สวัสดี” ท่านชายมิ่งหัวเราะเล็ก ๆ กับการพูดคำสามัญคำ คำราชาศัพท์คำของสหาย เมื่อวางสายจากหม่อมราชวงศ์อนิละ ท่านชายก็หันไปหาพระบิดาเป็นการตอกย้ำชัยชนะเล็ก ๆ ว่าที่ตนมั่นใจนั้นไม่ได้ผิดไป ยังไงเสีย คุณชายคนโตของเทววงศ์ก็คงไม่โทรหาตนอยู่แล้ว พระบิดาเมื่อทอดพระเนตรเห็นท่าทีของพระโอรสจึงส่ายพระพักตร์แล้วยกพระหัตถ์ขึ้นยอมแพ้ ก่อนจะกลับไปทรงงานต่ออีกห้อง

เมื่อคล้อยหลังองค์ฯ โชติไปไม่นานนัก ท่านชายมิ่งก็เปิดลิ้นชักตู้ใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างหน้าต่าง หยิบฟลุตสีเงินวาวขึ้นมาเพ่งพินิจอย่างอารมณ์ดี

นานแล้วเหมือนกันนะเพคะ ที่ไม่ได้ยินท่านชายทรงฟลุตเลย” แม่นมที่เลี้ยงดูท่านชายมาแต่อ้อนแต่ออกกล่าวขึ้น เมื่อเข้ามาแล้วเห็นท่านชายกำลังยืนถือฟลุตสีเงินนั่นอยู่ หญิงชราค่อย ๆ วางแก้วนมลงบนโต๊ะอ่านหนังสือแล้วยิ้มบางส่งกลับไปให้หม่อมเจ้าหนุ่ม

อยู่ที่โน่นมิ่งก็เป่าเล่นตลอด ถึงขั้นขอเข้าชมรมดนตรีเชียวล่ะ” คนตัวขาวยิ้มกว้างแล้วโบกฟลุตขึ้นลง

ท่านชายเจ้าขาของนม โปรดการทรงฟลุตขนาดนั้นเลยหรือเพคะ”

เราก็ไม่รู้เหมือนกัน พอได้เป่าทีไร มันก็มีเรื่องให้คิดถึงมากมาย อาจเรียก
ว่าโปรดก็ได้”

หม่อมเจ้ามิ่งขวัญกล่าว พลางลูบเจ้าเครื่องดนตรีสีเงินอย่างทะนุถนอม จากนั้นจึงยกมันขึ้นมาเป่าอีกครั้ง ครั้งนี้ทรงเป่าเพลงยามเย็นให้เข้ากับบรรยากาศใกล้ค่ำ บทเพลงจังหวะสนุกแต่เนื้อหาเศร้ากังวานไปทั่ววังอรุณรัตน์ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่วังแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการทรงดนตรีของหม่อมเจ้าหนุ่มที่เป็นดั่งดวงใจของวัง






ห้องอาหารขนาดใหญ่ของบ้านเกริกวานิชในคืนวันศุกร์มีผู้มาร่วมทานอาหารถึงสี่คน ทำให้บรรยากาศในการทานอาหารค่ำไม่ได้เงียบเหงาเหมือนดั่งวันอื่น ๆ ถึงจะเป็นตระกูลพ่อค้าเชื้อสายจีนตระกูลดัง แต่สมาชิกในครอบครัวก็หาได้มีมากไม่ ดังนั้น ในค่ำคืนนี้ เจ้าสัวเส็ง เกริกวานิช เจ้าของบ้านจึงดูชอบใจเป็นพิเศษ ที่คนในครอบครัวจะมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน ถึงแม้จะเป็นครอบครัวหาญเดโชของน้องสาวที่แต่งออกไปแล้วก็ตามที ค่ำนี้คงขาดเพียงบุตรชายของเจ้าสัวอย่าง ดั่งเพลิง เกริกวานิช ที่ไม่ได้มารับประทานด้วย อาจเพราะไปเที่ยวเถลไถลตามประสา แต่นั่นก็มิได้ทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารแปลกใจ

คุณแม่อย่าลืมทานปลานะคะ ประเดี๋ยวปริมตักให้ค่ะ” หม่อมหลวงลลิษา หาญเดโช หรือ คุณปริมลูกสาวคนเล็กวัยสิบสี่ของบ้านหาญเดโชกล่าว ก่อนตักเนื้อปลาชิ้นใหญ่ใส่จานของมารดา โดยปกติแล้ว ครอบครัวคนจีนจะยังใช้ภาชนะเช่นตะเกียบและถ้วยข้าวในการทานอาหาร แต่เนื่องจากน้องสาวของเจ้าสัวแต่งงานกับคุณชายคนไทย ดังนั้นในคืนนี้จึงมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ช้อนส้อมและจานแบบฝรั่งแทน

ขอบใจจ้ะ” คุณหลิว หาญเดโช ผู้เป็นมารดากล่าวขอบคุณบุตรสาว มารดาของหม่อมหลวงภัทรดนัยและหม่อมหลวงลลิษาเป็นบรรตาหญิงที่หน้าตาราวกับคนจีนโพ้นทะเล เธอมีตาชั้นเดียว จมูกโด่ง ใบหน้าเฉี่ยวทันสมัย ทว่าเสื้อผ้าและรสนิยมการแต่งตัวของเธอนั้นเป็นชุดผ้าไหมอย่างหญิงไทย ด้วยเหตุผลที่เธอแต่งงานกับชายผู้มีต้นสกุลเป็นเจ้านายคนไทย ทำให้เธอเลือกที่จะปรับตัวให้เข้ากับสังคมของฝั่งสามี

เจ้าปริมตักไม่ดูก้างอีกแล้ว มานี่ค่ะ ประเดี๋ยวพี่ภัทรเอาออกให้นะคะ” ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาเหยี่ยวกล่าวกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาตักชิ้นปลาในจานของน้องสาวเพื่อเขี่ยก้างออกให้

เฮ้อ เจ้าเพลิงกับอาคุณภัทรเกิดห่างกันก็ไม่นานนัก แต่ทำไมนิสัยถึงได้ต่างกันได้เพียงนี้นะ อาคุณภัทรทั้งนิ่ง สุขุม เป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งทำงานรับใช้บ้านเมือง” เจ้าสัวมองอากัปกิริยาของหลานชายแล้วกล่าวขึ้น “แล้วดู๊ดู ดูไอ้เพลิงสิ...”

เจ้าเพลิงคงเหมือนเจ้าภัทรไม่ได้หรอกค่ะพี่ใหญ่ รายนั้นเลือดป๊าเขาแรงอย่าบอกใคร” คุณหลิวกล่าวแล้วคนอื่น ๆ ที่เหลือก็หัวเราะตาม

แต่เรื่องคารมเจ้าภัทรคงจะติดลบเลยล่ะมังครับ อายุอานามปีนี้ก็ปาไปยี่สิบห้าแล้ว เมื่อไหร่จะมีหลานให้กระผมก็ไม่รู้” หม่อมราชวงศ์ภาคภูมิ บิดาของคุณภัทรและคุณปริมพูดขึ้นบ้าง เขากล่าวขณะมองบุตรชายผู้นั่งก้มหน้าก้มตาทานข้าว หลังจากถูกทักเรื่องการมีครอบครัว

นั่นน่ะสิ อั๊วไม่เชื่อหรอกนะ ว่าอย่างอาภัทรไม่มีใครมาชอบ”

อย่างพี่ภัทรน่ะใจแข็งเสียยิ่งกว่าอะไรอีกค่ะคุณลุง บรรตาหรือกาฬวิฬาร์คนไหนเข้ามาก็ปฏิเสธไปเสียหมด สงสัยคงเพราะแอบชอบใครสักคนอยู่ล่ะมังคะ” คุณปริมพูดอย่างเจื้อยแจ้ว

แก่แดดแก่ลมใหญ่แล้วนะคะเราน่ะ” คนตัวสูงจึงหันหน้าไปเอ็ดน้องสาวของตนเองให้สำรวมมารยาท

พี่ภัทรก็...”

เรื่องหัวจิตหัวใจมันก็พูดยากนั่นล่ะหนา ต้องใช้เวลาใช่ไหมลูก” คุณหลิวออกปากช่วยบุตรชายคนโตของตน

ครับ คุณแม่”

ชายหนุ่มยิ้มรับให้กับคำปลอบประโลมของมารดา แล้วจึงทานข้าวต่อ หม่อมหลวงภัทรดนัยนั่งฟังบทสนทนาบนโต๊ะอาหารของผู้หลักผู้ใหญ่เงียบ ๆ ออกความคิดเห็นบ้างเมื่อถูกถาม ไม่เหมือนกับน้องสาวที่ออกความเห็นในทุกเรื่องอย่างออกรสและน่าฟัง ชวนให้บทสนทนาเป็นไปอย่างสนุกสนาน

เมื่อคุณภัทรกำลังจะออกปากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับม้า ตัวที่ตนและดั่งเพลิงช่วยกันออกเงินซื้อมา สายตาเหยี่ยวก็เหลือบไปเห็นชายที่จะเป็นหัวข้อสนทนากำลังเดินเข้ามาในบ้าน ท่าทางของดั่งเพลิงดูมึนเมาเล็กน้อย ผู้เป็นลูกพี่เดินเข้ามาสวัสดีผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่โต๊ะอาหาร ยิ้มตาเป็นสระอิด้วยความเป็นมิตร จากนั้นก็ขอตัวขึ้นห้องไป

คุณภัทรสบโอกาส จึงขอปลีกตัวตามลูกพี่ลูกน้องขึ้นไปบนห้องทันที เนื่องจากในวันพรุ่ง ดั่งเพลิงต้องแข่งขี่ม้าที่สนามฝรั่ง และคนตัวสูงเองก็เพิ่งทราบไม่นานมานี้ ว่าจะมีแขกพิเศษมามอบรางวัลให้กับผู้ชนะ

ว่าแล้วว่าต้องตามมา” ดั่งเพลิงที่กำลังถอดถุงเท้าแล้วโยนใส่ตะกร้าพูดขึ้นเมื่อเห็นคุณภัทรเข้ามายังห้องของเขาอย่างถือวิสาสะ

พรุ่งนี้ต้องแข่งไม่ใช่เหรอวะ ทำไมกลิ่นน้ำเมาแรงเสียขนาดนี้” คนตัวสูงกล่าวกับเพื่อนรัก

เออหน่า ไว้ใจฉันสิ แค่ดื่มนิดหน่อย เข้าสังคม” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง “วันพรุ่งก็สร่างเป็นปลิดทิ้ง พร้อมลงสนาม”

ไอ้เพลิง วันพรุ่งนี้หากเอ็งชนะ เอ็งจะได้รับรางวัลกับหม่อมเจ้ามิ่งขวัญ อรุณรัตน์นะ” คุณภัทรกล่าวสีหน้าเคร่งเครียด

นี่ก็หม่อมนั่นก็หม่อม ลูกท่านหลานเธอเต็มไปหมด แต่เอ๊ะ มิ่งขวัญ ทำไมชื่อถึงคุ้นหูวะ” คนตัวหนาทิ้งตัวลงนั่งกับเตียงแล้วพูดขึ้นด้วยความสงสัย

เอ่อ...”

อ๋อ! ท่านชายของเอ็งใช่ไหม ที่เคยเล่าว่าสอนท่านทรงฟลุตน่ะ” ดั่งเพลิงร้อง ภาพจำตอนที่คุณภัทรเคยเล่าเรื่องท่านชายวังอรุณรัตน์เริ่มปรากฏเป็นฉาก ๆ เขาจำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่สหายไปวังเจ้านายเป็นว่าเล่น

เออ” คุณภัทรถอนหายใจ

ชักอยากเห็นเสียแล้วว่ะไอ้คุณภัทร เห็นเขาว่าเป็นกาฬวิฬาร์ที่งามยิ่งหาใครเปรียบ” ดั่งเพลิงเดาะลิ้นแล้วยิ้มร้ายให้คุณภัทรเพื่อลองเชิง ราวกับว่าจับความรู้สึกและการกระทำของคุณภัทรได้

ไอ้เพลิง ฉันขอเตือนว่าห้ามทำตัวรุ่มร่ามกับท่านชายเด็ดขาด” แววตาที่ดูเลื่อนลอยของคุณภัทรเปลี่ยนเป็นแววตาแข็งกร้าวทันที

ฉันไม่ชอบแข่งกับมิตร เอ็งก็รู้นี่” ดั่งเพลิงยักไหล่ เขาก็แค่ต้องการจะแหย่คนปากแข็งเล่นเท่านั้น “ยิ่งเป็นน้อง ยิ่งไม่เลย ไม่คิด”

แข่งอะไรวะ”

แข่งม้าล่ะมังครับไอ้คุณภัทร” ดั่งเพลิงแสยะยิ้มประชดประชันความแสร้งทำเป็นไขสือของคุณภัทรด้วยความเบื่อหน่าย เขามองคุณภัทรออกทะลุปรุโปร่งเสียยิ่งกว่าน้ำในแก้ว

ช่างยอกย้อน แล้วเจอหรือยังล่ะ เจ้าของกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งอะไรนั่น” หม่อมหลวงภัทรดนัยอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ นายทหารหนุ่มจึงยื่นมือดันตัวดั่งเพลิงลงไปนอนแอ้งแม้งบนเตียง

ยังเลยว่ะ ตั้งแต่ที่ศาลาเฉลิมกรุงก็ไม่ได้กลิ่นอีกเลย” สหายผู้พี่ชักสีหน้าเบื่อหน่าย เขาเองก็มีปัญหาที่แก้ไม่ได้เหมือนกัน ครั้นจะเอาใจมาสนเรื่องของคนอื่น มันก็เปลืองเวลาเปล่า

ทำไมถึงได้อยากเจอขนาดนั้นวะ” คุณภัทรเปลี่ยนท่าทางเป็นยืนกอดอก แม้ดั่งเพลิงจะเกิดก่อนและเป็นลูกผู้พี่ แต่ตั้งแต่รู้จักกันมาแต่เกิด คุณภัทรกลับมีท่าทีเหมือนเป็นพี่มากกว่าเสมอ เขารู้ว่าดั่งเพลิงกำลังประสบกับอะไร แต่เขาเองก็ไม่อาจให้คำแนะนำได้

ว่าไปไอ้คุณภัทร เอ็งไม่เคยได้กลิ่นอะไร แล้วอยากเจอเจ้าของกลิ่นบ้างหรือ” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากแล้วจึงถามกลับ

ไม่ว่ะ นี่ก็ดึกแล้วฉันกลับก่อนนะ เดี๋ยวคุณแม่จะเอ็ดเอา” คุณภัทรส่ายหัว เขารีบตัดบท ก่อนทำท่าจะเดินออกจากห้องนอนของดั่งเพลิงไป

เจอกันวันพรุ่ง” ดั่งเพลิงที่นอนอยู่ตอบกลับยานคางอย่างเกียจคร้าน

เออ เจอกันวันพรุ่ง” นายทหารหนุ่มกล่าว แล้วจึงเดินออกจากห้องของ
ดั่งเพลิงไป ขายาวก้าวเดินอย่างไม่รีบเร่งพลางคิดตามคำพูดของเพื่อนของตน


อยากเจอสิ ไม่ได้กลิ่นก็อยากเจอ





เสียงเชียร์กึกก้องจากด้านบนอัฒจันทร์ สร้างความฮึกเหิมให้เหล่าจ็อกกี้และม้าที่กำลังเตรียมการแข่งขัน กีฬาแข่งม้าในยุคนี้ สำหรับผู้เข้าแข่งขันมันคือชื่อเสียงและเกียรติยศ หากใครรักษาตำแหน่งผู้ชนะได้ติดต่อกันหลายสัปดาห์ แน่นอนว่าชื่อจ็อกกี้และผู้สนับสนุนก็จะถูกพูดถึงปากต่อปากไปทั่วพระนคร รวมถึงได้เป็นขวัญใจนักพนันผู้เสี่ยงโชคที่ราชกรีฑาสโมสรแห่งนี้เช่นกัน

คุณภัทรพยายามคิดภาพถึงความยิ่งใหญ่ของการกีฬาแห่งยุคตามที่ จรัญ กล่อมวาทิน เพื่อนสนิทเคยพูดให้ฟัง แต่ถึงแม้ว่ากีฬาแข่งม้าจะยิ่งใหญ่และเป็น
ที่นิยมเพียงใด เจ้าของร่างสูงก็ไม่ชอบใจนัก เพราะว่าผู้แข่งจะต้องฟาดไปยังลำตัวของม้า สำหรับทหารม้าที่ผูกพันกับสัตว์ชนิดนี้แบบเขา การกีฬาที่ต้องทรมานสัตว์เพื่อความบันเทิงนั้นถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก

จ็อกกี้เข้าเตรียมตัวด้วยครับ” เจ้าหน้าที่สนามม้าเดินกล่าวกับคุณภัทรที่ถือสายจูงม้านามราตรีกาลอยู่

ผมไม่ใช่จ็อกกี้หรอกครับ เจ้าจ็อกกี้น่ะมันยังไม่มา” ร่างสูงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อโปโลสีเข้มและรองเท้าบูทวันนี้ทำให้คุณภัทรที่เป็นคนรูปร่างดีอยู่แล้วดูสง่างามมาก จนหลายต่อหลายคนเข้าใจผิดว่าคนดูแลม้าเป็นจ็อกกี้เสียเอง

มันไม่มา เอ็งก็ลงแข่งแทนมันไปเลยซีวะ ไม่มีใครรู้หรอก ไอ้เพลิงป่านนี้เมาแอ๋อยู่ถนนเส้นไหนก็ไม่รู้” นายจรัญกระซิบบอกคุณภัทรเมื่อลับหลังผู้คุมสนาม

ไม่ว่ะ” คุณภัทรส่ายหน้า เขาไม่ต้องการที่จะลงแข่ง ยิ่งด้วยหน้าที่การงานของเขาขึ้นตรงกับกองทัพ การกีฬาที่ข้องกับการพนันยิ่งหาใช่เรื่องที่เหมาะสม

แหม อย่างร้อยโทหม่อมหลวงภัทรดนัย หาญเดโชเนี่ย ฝีมือการควบม้าเป็นเลิศระดับกองทัพเลยนะขอรับ ไม่ทราบว่ากลัวอะไร” เพื่อนหน้ากลมหรี่ตามองคุณภัทรอย่างมีเลศนัย

จะกลัวอะไรล่ะวะ ไอ้เพลิงไม่แข่งก็ดี เจ้าราตรีกาลจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว” เจ้าของร่างสูงกล่าวแล้วยกมือไปดีดหน้าผากนายจรัญ

โอ๊ย! ใช้กำลังอีกแล้วนะโว้ย ถามจริงเถอะ ไม่ได้เลี่ยงอะไรอยู่แน่หรือ” นายจรัญยกมือขึ้นมากุมหัวแล้วบ่นอุบ “หรือกลัวดังขึ้นมา บรรตาสาว กาฬวิฬาร์จะวิ่งตามเป็นพรวน”

นั่น! ไอ้ตัวดีมาแล้ว” คุณภัทรทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของนายจรัญ เขาทักสหายอีกคนที่มาถึงด้วยถ้อยคำเชิงกระแนะกระแหน “สวัสดียามบ่ายครับคุณเพลิง ไม่ทราบว่านอนเต็มอิ่มหรือไม่ครับ”

นอนหลับสบาย คล้ายวันนี้จะกำชัยได้ว่ะ” บุตรชายเกริกวานิชยกยิ้มมุมปาก บุตรชายเศรษฐีใหญ่รับหมวกจ็อกกี้ที่คุณภัทรยื่นให้แล้วสวมเพื่อเตรียมแข่ง

เมื่อจวนจะถึงเวลาแข่ง คุณภัทรและดั่งเพลิงก็ได้ลงมาเตรียมตัวที่จุดเริ่มต้นในสนาม ขณะที่นายจรัญขอแยกไปรอชมการแข่งบนอัฒจันทร์ด้านหน้าสุดแทน ชายหนุ่มร่างสูงยืนเท้าสะเอวมองญาติผู้พี่ ผู้กำลังยืนลูบเจ้าราตรีกาลสักพัก ก่อนจะทำเป็นชำเลืองเงยหน้าขึ้นไปมองห้องกระจกด้านบนสุดเหนืออัฒจันทร์ ทันใดนั้นเขาก็ได้พบกับสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมายังเขา...สายตาอันคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

เมื่อเห็นว่าคุณภัทรมองขึ้นมา ท่านชายมิ่งขวัญที่ลอบมองอีกฝ่ายอยู่แต่แรกก็ส่งยิ้มบางให้ คนตัวขาวมีอะไรมากมายที่อยากคุยกับพี่ภัทร ทว่าในวันที่เจอกันวันก่อน อีกฝ่ายก็ขอปลีกตัวไป ทำให้ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก ท่านชายมิ่งขวัญยกมือขึ้นโบกเล็กน้อยให้กับพี่ชายในวัยเด็ก เพื่อยืนยันว่าตนกำลังมองลงไปอยู่ แต่รอยยิ้มของท่านชายก็ได้จางลง เมื่อคุณภัทรเบือนหน้าไปมองสนาม


หรือว่าพี่ภัทรจะไม่เห็นเรากันนะ...


เอ้า ยิ้มอะไรอยู่คนเดียววะนั่น” ดั่งเพลิงเอ่ยปาก เมื่อเห็นเพื่อนของตนยืนยิ้มตาลอยมองไปยังสนาม

ยิ้มอะไรวะ เพ้อเจ้อเสียแล้วไอ้เพลิง” ชายหนุ่มร่างสูงเม้มปากแน่น ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันทีที่ดั่งเพลิงทัก

อะไรวะ ก็เห็น ๆ อยู่” ดั่งเพลิงขมวดคิ้วคล้ายจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่ได้มีอารมณ์จะใส่ใจอะไรนัก เพราะอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ตัวเขาก็จะต้องเริ่มแข่งม้าแล้ว ชายหนุ่มร่างหนาก้าวเท้าขึ้นเหยียบอานม้าเพื่อเตรียมความพร้อม

ในการแข่งขันรอบต่อไป จะเป็นการแข่งขันรอบสุดท้ายของวัน และเป็นการแข่งขันที่เรียกได้ว่าเป็นรอบที่มีเงินพนันสะพัดสูงที่สุด ด้วยเพราะการเดิมพันอันสูงลิ่ว ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นเพื่อเริ่มการแข่งขัน เสียงโห่ร้องของผู้คนที่มีอารมณ์ร่วมก็ดังสนั่นไปทั่วทุกทิศ เสียงเชียร์ยังดังขึ้นไปอีก เมื่อโค้งสุดท้าย เกิดการตีคู่ของม้าตัวเต็งและม้ามืดอย่างสูสีเสีย ทำเอาคนดูแทบจะหยุดหายใจ

สุดท้ายผลการแข่งขันในรอบนี้ก็หักปากกาเซียนได้อย่างถล่มทลาย ยามเมื่อม้าราตรีกาลของดั่งเพลิงสามารถล้มแชมป์ห้าสมัยลงได้อย่างฉิวเฉียด ขนาดคุณภัทรที่ไม่ได้นิยมชมชอบกีฬาชนิดนี้มากเท่าไหร่ยังแทบนั่งไม่ติด เพราะมัวแต่ลุ้นไปด้วย

ไอ้เพลิงแม่งเขี้ยวลากดินชะมัดยาด!” นายจรัญที่เกาะรั้วอัฒจันทร์ด้านหน้าสุดพูดกับคุณภัทรที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

สงสัยมันคงจะหัวเสียที่หาซินเดอเรลลากลิ่นดอกสายน้ำผึ้งไม่เจอแล้วมาลงตอนแข่งล่ะมัง เจ้าราตรีกาลของฉันโดนมันทรมานแท้ ๆ” คุณภัทรที่ยืนอยู่ในสนามบ่นอุบกับจรัญ จากนั้นเขาก็เดินไปจูงม้าที่เพื่อนของตนขี่อยู่ ลูบไปที่กลางลำตัวของมันทีสองที

เป็นไงบ้างวะ น่าจดจำดีใช่ไหมล่ะ” ดั่งเพลิงหัวเราะด้วยความสะใจ

จดจำซีวะ จำไว้เลยว่าทำลูกฉันเจ็บ” คุณภัทรบ่นอย่างหัวเสีย

น้อย ๆ หน่อยครับไอ้คุณภัทร เจ้าราตรีกาลนี่เราออกเงินกันคนละครึ่ง 
ตกลงไว้ว่านายดูแล ส่วนฉันขี่ ก็ถูกแล้ว”

ให้มันได้อย่างงี้ซีไอ้เพลิง โคตรเท่เลยว่ะ” จรัญตะโกนบอกดั่งเพลิงจากทางอัฒจันทร์แล้วโบกมือหย็อย ๆ

เออ ลงมาได้แล้ว ผู้ชนะต้องไปรับถ้วยกับท่านชายมิ่งขวัญนะเว้ย ลืมหรือไง” คุณภัทรขมวดคิ้วกวน ๆ พลางลูบหัวม้ารักที่ตนเป็นเจ้าของร่วมกับเพื่อนสนิท

หม่อมเจ้ามิ่งขวัญ...กาฬวิฬาร์เจ้าที่คุณภัทรเคยเล่าให้ฟังน่ะหรือครับ” คนที่นั่งอยู่บนตัวม้าหรี่ตามองคุณภัทรด้วยสายตามีเลศนัย

อย่ามากความซีวะ”

จะเสด็จลงเดี๋ยวนี้ล่ะเจ้าค่า” ดั่งเพลิงพูดคำราชาศัพท์แบบมั่ว ๆ แล้วยักคิ้วตอบเพื่อนหม่อมหลวงของตนพลางเช็ดเหงื่อที่เปียกโชกไปทั้งตัว

คุณภัทรแสร้งโยนผ้าเช็ดตัวใส่หน้าดั่งเพลิงด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเดินเข้าอุโมงค์ไป

อ้าว ๆ ไม่อยู่รอดูเพื่อนรับโล่ก่อนหรือครับคุณภัทร” จรัญตะโกนถามไล่หลัง

ไม่ล่ะ รับไปเถิด ฉันขอตัวไปห้องสุขาก่อน!” คุณภัทรตะโกนตอบเพื่อนจากด้านในอุโมงค์

มันถ่ายหนักหรือวะ พูดเหมือนจะไปนาน” นายจรัญพูดขึ้นด้วยความสงสัย จนดั่งเพลิงเองก็หันหน้ามาพยักหน้าเห็นด้วย

ต่อไปจะประกาศชื่อจ็อกกี้ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นผู้ชนะในการแข่งขันรอบสุดท้าย ในรอบวิ่งหนึ่งพันแปดร้อยสี่สิบเมตรเพื่อมารับโล่เกียรติคุณจากหม่อมเจ้ามิ่งขวัญ อรุณรัตน์ที่ทรงมาทำหน้าที่แทนองค์ฯ โชติในวันนี้’

ท่านชายมิ่งขวัญที่ยืนอยู่บนแท่น ณ อัฒจันทร์หยิบโล่ดังกล่าวขึ้นมาถือด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างใจดี แค่เพียงการปรากฏตัวของท่านชายก็ทำให้แทบทุกวรรณะบนอัฒจันทร์อื้ออึงไปถึงรูปโฉมที่งดงามของพระองค์ สมกับที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าความงามของกาฬวิฬาร์เจ้า ยากที่จะหาใครเปรียบได้ แม้แต่ดาราจอเงินแห่งยุคยังต้องสยบยอมเป็นรองไป

และผู้ชนะคือ...’

หากแต่สายตาท่านชายไม่ได้จดจ่ออยู่กับผู้ชนะมากนัก เจ้าของดวงตาสวยเพียงมองหาใครอีกคนที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่ตรงนี้เสียแล้ว

นายดั่งเพลิง เกริกวานิช!’

ยินดีด้วยนะ” ท่านชายมิ่งขวัญยื่นมือไปจับแสดงความยินดีกับผู้ชนะ ท่านชายพอจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของผู้ชนะรางวัลใหญ่มาบ้าง โดยเฉพาะเรื่องนิสัยรักสนุก เจ้าสำราญ แต่สิ่งที่ท่านชายจำได้ชัดเจนที่สุดคือชายรูปร่างใหญ่เบื้องหน้าเป็นลูกพี่ของหม่อมหลวงภัทรดนัย

ขอบพระคุณครับ” ชายหนุ่มร่างใหญ่กล่าว

เป็นท่าทีที่ดูผิดแปลกพิลึกเมื่อผู้มอบโล่และผู้รับต่างดูไม่สนใจกันและกันมากนัก ว่ากันว่าอันฬาและกาฬวิฬาร์ต่างจะมีแรงดึงดูดกันและกัน แต่ท่านชาย
มิ่งขวัญและดั่งเพลิงกลับไม่ได้สนใจคนตรงหน้า และทำท่าทีราวกับว่ามีบางอย่างที่ดึงความสนใจได้มากกว่า






เมื่อจบพิธี ขณะที่ท่านชายจะเสด็จกลับ เห็นได้ชัดว่าแววตาคู่สวยดูเศร้าสร้อย ถึงแม้ว่าพระองค์จะส่งยิ้มให้กับคนรอบกาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครดูออก

มีอะไรหรือเปล่ากระหม่อม” หม่อมราชวงศ์อนิละเอ่ยปากถาม ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินไปยังลานจอดรถ

ไม่มีอะไรหรอก แล้วชายสองเล่า ดูท่าจะเสียไปเยอะซีนะ ฮ่า ๆ” คนตัวขาวพูดแซวอีกฝ่าย ก่อนหัวเราะเบา ๆ

โอ้โห ฝ่าบาททำไมถึงว่าอย่างนั้นเล่า คอยดูเถิดคราวหน้ากระหม่อมจะ

ท่านชายมิ่งขวัญ” ท่านชายมิ่งและหม่อมราชวงศ์อนิละหันไปตามเสียงเรียกดังกล่าวทันที แล้วคนตัวขาวก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใคร แต่คือนาย
ดั่งเพลิง ผู้ชนะการแข่งขันเมื่อครู่

อ้าว คุณดั่งเพลิง มีอะไรหรือเปล่า” ท่านชายถามด้วยความแปลกใจ

กระหม่อมได้กลิ่นดอกสายน้ำผึ้ง” ดั่งเพลิงพูดเสียงเรียบ

ดอกสายน้ำผึ้งงั้นหรือ” ท่านชายเบิกเนตรกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหู เพราะในบริเวณนี้มีคนเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้กลิ่นดอกสายน้ำผึ้ง แต่หากรวม
ดั่งเพลิงแล้ว ในที่นี้จะมีเพิ่มเป็นสามคน

จากตัวท่านชาย”

จากเรา” ท่านชายย้ำถามเพื่อความแน่ใจ เนื่องจากรู้อยู่เต็มอกว่ากลิ่นกายเฉพาะของตน หาใช่ดอกไม้สีเหลืองนวลไม่


แต่เป็นกลิ่นกายของคุณอนิละต่างหาก


ไม่สิ จากแมวดำที่อยู่ข้างท่านชายต่างหาก”

ดั่งเพลิงพูดแล้วเอี้ยวตัวไปดมกลิ่นหอมที่ออกมาจากซอกคอของหม่อมราชวงศ์อนิละทันที ผู้ถูกกระทำยืนแข็งทื่อ ไม่มีปากเสียงด้วยความตกใจ แต่เมื่อได้สติคืน คุณชายตัวเล็กก็กะพริบตาถี่แล้วผลักผู้ชนะการแข่งม้าออกไปเต็มแรง

มันอันตรายนะคุณ!” คนตัวหนาเซลงไปจนเกือบจะล้มลงไปกับพื้น ก่อน
ที่จะเงยหน้าไปสบตาคุณชายผู้มีกลิ่นดอกสายน้ำผึ้ง

“…”

นี่มันอะไร—”

ชายสอง!” หม่อมเจ้ามิ่งขวัญร้องเสียงหลงเมื่อเห็นเพื่อนของตนและ
ดั่งเพลิงล้มลงไปกับตา คนตัวขาวมั่นใจทันทีว่านี่คือการ ผูกชะตา ระหว่างโซลเมต โดยปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้น เมื่ออันฬาและกาฬวิฬาร์ที่เป็นคู่ชะตาได้พบกัน

ป...เป็นอะไรไหม...คุณ...คุณชายสอง” ดั่งเพลิงถาม แม้ว่าอาการของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ใบหน้าหล่อตี๋มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด ขณะเดียวกันริมฝีปากหนาของเขาก็มีเลือดไหลออกมาจากการขบเม้ม

ไปเตรียมรถเร็ว เราจะพาชายสองไปหาพี่ชายใหญ่ที่โรงพยาบาล!” เมื่อตั้งสติได้ ท่านชายมิ่งขวัญจึงมีรับสั่งให้คนขับรถเตรียมรถทันที สภาพของคุณชายสองทำให้ท่านชายนึกถึงภาพซ้อนในอดีตบางอย่าง ที่ถึงแม้ว่าจะผ่านมานานแล้ว แต่ตนก็ไม่อาจจะลืมมันได้


เพราะเรื่องการผูกชะตาและโซลเมตนั้น

ท่านชายเองก็รู้ดี





ณ แผนกวรรณเวช โรงพยาบาลศิริราช นายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งกำลังดูอาการคุณชายสองอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนธรรมชาติ นัยน์ตาแฝงความเศร้าจดจ้องที่ผู้ป่วยอยู่เงียบ ๆ อย่างใช้ความคิด

ก่อนหน้าไม่ถึงชั่วโมง นายแพทย์หม่อมราชวงศ์วัชระ เทววงศ์ ผู้ออกเวรแล้ว ก็ได้รับแจ้งเรื่องมีกาฬวิฬาร์อาการกำเริบกะทันหัน เมื่อพอทราบว่าหนึ่งในผู้ป่วยเป็นคุณชายสองน้องชายของตน คุณชายหมอก็แทบจะหยิบเสื้อกาวน์มาสวม และปรี่ไปหาน้องชายแทบไม่ทัน

หากมองจากมุมนี้แล้ว จะยิ่งเห็นได้ชัดว่าพี่ชายน้องชายนั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก หากไม่นับนิสัย และดวงตาแล้ว ทั้งรูปหน้าที่งาม คุณชายจาก
เทววงศ์ทุกคนล้วนมีใบหน้างาม สะอาดสะอ้าน และสูงโปร่งกันทุกคน ที่เห็นจะจำและนำไปแยกได้ ก็คือคุณชายหมอ พี่ชายคนโตนั้น จะมีดวงตาสีอ่อนกว่าพี่น้อง สวมแว่นกรอบหนา และนิ่งกว่าน้อง ๆ ส่วนคุณชายสองตัวผอมบาง หัวรั้นซุกซนไปบ้าง แต่ก็มีดวงตาสวยราวกับสะกดคนให้มองค้าง

คุณชายหมอห่มผ้าให้กับน้องชายที่นอนหลับปุ๋ยด้วยความเอ็นดู เขาลูบศีรษะน้องชายอย่างเบามือ โชคยังดีที่คุณชายสองไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงแค่เจอคู่โซลเมตและตกใจไปเท่านั้น คุณชายหมอจึงสรุปได้ว่า คงต้องพาน้องชายกลับไปนอนที่วังแทนเสียจะดีกว่า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสบตาเข้ากับหม่อมเจ้ามิ่งขวัญที่นั่งอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงยิ้มให้คนตัวขาว คู่หมั้น ของตนเป็นการปลอบใจว่าชายสองจะไม่เป็นอะไร

บอกพี่ได้ไหมว่าคู่ของชายสองเป็นใคร” คุณชายหมอถามหม่อมเจ้ามิ่งขวัญ เพราะมีความสนิทสนม และความอาวุโสกว่า คุณชายหมอจึงไม่จำเป็นจะต้องใช้คำราชาศัพท์กับท่านชาย

คุณดั่งเพลิง เกริกวานิช บุตรชายของ เจ้าสัวเส็ง เกริกวานิช ครับ พี่ชายหนึ่ง” คนตัวขาวตอบเสียงเบาพลางลูบมือของเพื่อน

ดั่งเพลิง เกริกวานิชงั้นหรือ...” คุณชายหมอทวนชื่อคู่ของน้องชายแล้วถึงกับถอนหายใจ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นลูกเศรษฐีและมีชื่อเสียงด้านความเจ้าสำราญอยู่เสียมาก “เจ้าสองเอ๋ย”

ถึงขั้นถอนหายใจเชียวหรือครับ” ท่านชายถาม ก่อนจะยิ้มบางให้กับคุณชายสองที่หลับอยู่ “โซลเมตของชายสองอาจไม่ได้เลวร้ายอะไรก็ได้”

ครับ พี่ก็ได้แต่หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น อย่างไรเสีย เรื่องโซลเมตเราไม่ได้เลือกกันเองนี่ครับ”

นั่นซีนะครับ จะมีสักกี่คนที่เจอโซลเมต แล้วพึงพอใจอีกฝ่ายทั้งทางจิตใจและสัญชาตญาณ”

พอเห็นมิ่งแล้ว พี่ก็นึกถึงวันนั้นเมื่อหลายปีก่อนเลย วันที่เริ่มผูกชะตา”

หม่อมเจ้ามิ่งขวัญทำได้เพียงพยักหน้ารับ แล้วส่งยิ้มบางคืนไปให้คู่หมั้นตนอย่างเข้าใจ พอได้ฟังคำพูดของพี่ชายหนึ่งจึงทำให้ตัวท่านชายเองก็นึกถึงตนเองเมื่อสี่ปีก่อน และสาเหตุต่าง ๆ ที่ตามมาทั้งการเปลี่ยนแปลง การหมั้นหมายและการจากลาใครบางคน





ณ โถงห้องนั่งเล่นของวังอรุณรัตน์ หม่อมเจ้าหนุ่มที่เป็นเสมือนดวงใจของวังมองท้องฟ้ายามเย็นที่ส่องแสงสีส้มสะท้อนไปทั่วพื้นหินอ่อนในโถง ก่อนจะถอนหายใจ มือเรียวหยิบเครื่องดนตรีเรียวยาวสีเงินขึ้นมา ทรงเป่ามันเป็นบทเพลงเพลงหนึ่ง ตามปกติที่คนตัวขาวมักจะเป่ามันเมื่อยามมีเรื่องให้คิดตรึกตรอง แม้ว่าจะมีแค่เสียงบรรเลง แต่หากเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เนื้อเพลงของเพลงนี้ก็คงจะปรากฏขึ้นมาในหัวได้ไม่ยากนัก


‘...แดดรอนรอน

เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล

ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ

ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน

ทุกวันคืนรื่นอุรา

ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์

เหมือนดังนภาไร้ทินกร...’


คนตัวขาวยืนเป่าฟลุตไปจนเพลงจบด้วยท่าทีที่สง่างามสมกับสมญานามกาฬวิฬาร์เจ้า ท่านชายขับบทเพลงเนื้อหาเศร้าเคล้ากับแสงดวงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เงาสูงสะท้อนลงพื้นหินอ่อนอย่างชัดเจน ดังเช่นหยดน้ำใส ๆ ในเนตรที่ร่วงหล่นลงกระทบกับพื้น


#ศักดินาอากาศ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.424K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,371 ความคิดเห็น

  1. #4325 sprimmm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 02:06

    ดราม่าแน่เลยอ่ะ ฮือเขาไม่โซลเมทกันใช่มั้ยยยย

    #4,325
    0
  2. #4313 Apit29 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 08:05
    ปวดหนึบในหัวใจ
    #4,313
    0
  3. #4301 Ppandada (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 23:19
    เศร้าอ่อนเลยค่ะแงงงงงงง
    #4,301
    0
  4. #4298 UmSunisaIp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 19:36
    ต้มมาม่าแปป แงงงงง
    #4,298
    0
  5. #4201 Solalanp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:04
    แงง สรุปไม่ได้เป็นโซลเมทกัน แต่รักกันจริงๆใช่มั้ย
    #4,201
    0
  6. #4184 SUCHA_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 03:54
    เป็นดราม่า ไม่ได้กลิ่น แต่ก็คิดถึง 😢
    #4,184
    0
  7. #4112 Nielongforever9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 11:32

    เอ้าคุณภัทรไม่ได้เป็นโซลเมทกับหม่อมเจ้ามิ่งขวัญเหรออคะ

    #4,112
    0
  8. #4107 gabriel.la(: (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 22:39
    เพราะแบบนี้นี่เองภัทรถึงพยายามหลบคุณมิ่ง
    #4,107
    0
  9. #4081 NichaGosantor (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 20:50
    ฮือออคุณมิ่งกับพี่ภัทรไม่ได้เป็นโซลเมทกันหรอกหรอ;-;
    #4,081
    0
  10. #4078 N0ii2d (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 19:22
    เศร้าอะะะะ
    #4,078
    0
  11. #4047 kdn_kangdan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 16:53
    มิ่งขวัญกับพี่ชายหนึ่งคือยังไงอ่ะะะ เหมือนมีอะไรสักอย่างแน่ๆ เป็นคู่หมั้นกันด้วย แล้วพี่ภัทรล่ะค่ะ ร้องไห้ TT
    #4,047
    0
  12. #4012 JaiToFu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 00:25

    เป่าฟลุตที่นู้นแล้วคิดถึงใครน้าาาาา จะใช่คนที่นี้รึเปล่านะะะ ...อหหห ผู้ชายพูดคะ พูดค่ะ อหหหหห เอาใจไปเลย ใจเหลวเป็นน้ำแล้วจ้าพี่จ๋าาาาาาา ทำไมอะ ทำไมพี่ภัทรยังไม่เจอกลิ่นที่ตามหาอะ ทั้งๆที่อยู่ตรงหน้าแล่วนะะะ เนี้ยยยยยยยยยย ท่านชายก็รุ้ดีกว่าใคร รู้ได้ไงอะถ้าไม่ใช่พี่ภัทร อะไรอะะะะะ งงไปหมดแล้วว อะ กลิ่นดร่าม่ามาละ วันเริ่มผูกชะตาคืออีหยังวะะะะะ งงไปหมดแล้วค่ะพี่คะ ตายแน่ๆ มีเสียน้ำตากับคู่นี้แน่ๆ ยากแน่ๆ ฮืออออออออ

    #4,012
    0
  13. #3938 praaewaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:48
    กว่าจะรักกัน เจ็บหนักมากแน่ๆเลย
    #3,938
    0
  14. #3627 katekate (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 10:31

    คู่นี้ กว่าจะได้กัน ดูยากมากมายยยย

    #3,627
    0
  15. #3580 SUCHA_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 15:11
    ต่างชั้นบรรดาศักดิ์ว่ายากแล้ว ยังไม่ใช่คู่กันอีกหรือคะ 😭
    #3,580
    0
  16. #3510 jauniky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:11
    เจ้ามิ่งมีคู่แล้ว ฮืออออ
    #3,510
    0
  17. #3386 maybee23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 11:39
    คุณภัทรแค่ฐานะก็ต่างกันพอแรงแล้ว ท่านชายมิ่งมีคู่หมั้นอีกทำไงอะพี่ที่นี้ ปมเรื่องพี่เยอะมากเวอร์
    #3,386
    0
  18. #3371 - 0409 - (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:28
    โอยยยชอบภาษาและอารมณ์ของเรื่องมากค่ะ องหยิงมากๆฮืออออ
    #3,371
    0
  19. #3370 a2m-sugus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:13
    เอาใจช่วยชายภัทร ❤
    #3,370
    0
  20. #3310 Jolly CCP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 11:50
    โอ้โห คู่นี้ แล้วจะคู่กันได้ยังไงล้ะเนี่ย ฮือออออ
    #3,310
    0
  21. #3104 _Honey_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 20:30
    ทำไมหน่วง ฮื่อ ทีมพี่ภัทรเป็นโซลเมทค่ะ
    #3,104
    0
  22. #3072 kk lovely (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 20:03
    อหหหหหหชายภัทรกับหม่อมมิ่งขวัญไม่ได้เป็นโซลเมทกันด้วย ดูแล้วม่าแน่ๆ
    #3,072
    0
  23. #2908 Fantastic-29645 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:38
    แสดงว่าหม่อมเจ้ามิ่งขวัญชอบคุณภัทรแต่ดันไปเป็นโซลเมทกับชายหนึ่งOMGความมาม่าลอยมา
    #2,908
    0
  24. #2862 Rina-rin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 14:27
    เค้าดราม่าลอยมาเลย;-;
    #2,862
    0
  25. #2631 RainyNovember (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 12:16
    อ่าาา ไม่ใช่โซลเมทกันซะด้วย
    #2,631
    0