[จบ] ศักดินาอากาศ (Omegaverse) | #บินมิน​ #มินฮยอนบิน

ตอนที่ 10 : บทที่ ๑๐ : ก้นบึ้งมหาสมุทร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,410 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

บทที่ ๑๐ ก้นบึ้งมหาสมุทร

             

หม่อมเจ้ามิ่งขวัญไม่ใช่กาฬวิฬาร์ที่คุ้นชินกับการทำครัว แม้จะเป็นแค่กาฬวิฬาร์แต่ก็ใช้ชีวิตที่ได้รับเกียรติมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย เหตุเพราะหน้าตาทางสังคมและยศถาบรรดาศักดิ์ของต้นตระกูล จึงไม่จำเป็นต้องหยิบจับอะไร หากประสงค์สิ่งใดก็จะมีคนนำมาประเคนให้ถึงที่

ทว่าเมื่อไม่นานมานี้หลังสำเร็จการศึกษาที่ประเทศอังกฤษ กาฬวิฬาร์เจ้าก็ให้ความสนใจกับการทำขนมมากขึ้น เพราะมีทักษะการเล่นดนตรีและขี่ม้าอันช่ำชองแล้ว การที่จะมีงานอดิเรกใหม่ก็ถือเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อยสำหรับหม่อมเจ้าหนุ่ม ถึงแม้ว่าบางคราเขาจะเถียงกับตนเองในใจลึก ๆ ว่างานอดิเรกแต่ละอย่างนั้นคงไม่ได้เกี่ยวกับชายที่รัก แต่ใจของท่านชายมิ่งขวัญก็รู้ดีกว่าใครว่าเหตุผลจริง ๆ ในการเข้าครัวทำขนมก็เพราะมีนายทหารคนหนึ่งที่ติดกินหวานเสียเหลือเกิน


เริ่มเล่นดนตรีเพราะคนคนนั้น

ขี่ม้าอย่างช่ำชองเพราะอยากให้คนคนเดิมยอมรับ

หัดทำของหวานเพราะคนคนเดียวกันชอบกินขนมหวานเสียยิ่งกว่าใคร


ต่อให้จะมีคนพร่ำบอกว่าการเป็นเจ้าจะสมประสงค์ในทุกสิ่ง แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะมียศถาบรรดาศักดิ์สูงเพียงไหน วรรณะเหนือกว่าสักเท่าใด ทุกคนล้วนจำต้องพ่ายให้กับสิ่งที่เรียกว่า ความรักกันทุกคนไป

เจ้าของใบหน้าหวานยกหลังมือขึ้นซับเหงื่อตนขณะตีไข่เตรียมทำขนม อากาศที่หัวหินจัดว่าร้อนสำหรับท่านชาย ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนตอนอยู่ที่วังอรุณรัตน์เขาคงไม่ต้องลงมือเองขนาดนี้ อีกทั้งยังมีลูกมือเป็นโขยง แต่ท่านชายมิ่งก็ไม่ได้รู้สึกว่าตนคิดผิดแต่อย่างใดที่เลือกมาที่นี่ ในเมื่อการมาหัวหินครั้งนี้ตนก็เป็นผู้ตัดสินใจขอพระบิดามาเอง เพื่อสานต่อความฝันเรื่องโรงเรียนกาฬวิฬาร์ให้เป็นจริง อีกทั้งเป็นที่นี่อีกเช่นกันที่ทำให้เขาได้เข้าใจกับคุณภัทร


ไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งจะเป็นเช่นไร เพียงแค่ ณ เวลานี้เขาและคุณภัทรมีความสุขก็พอแล้วไม่ใช่หรือ


ทำอะไรกินกันหรือจ๊ะ สีสวยเหลือเกิน” แสนทัพเขย่งเท้าชะเง้อมองถ้วยพิมพ์
สังกะสีที่วางเรียงรายอยู่

ขนมปุยฝ้ายน่ะ แสนรู้จักไหม” ท่านชายมิ่งขวัญหรือที่ชาวบ้านรู้จักในนามม่านหมอกหันไปตอบ มือเรียวหยิบไม้พายอันเล็กขึ้นมาตักส่วนผสมในโถมาปาดใส่ถ้วยอย่างระวัง เพราะก่อนหน้านี้เคยทำมาหลายครั้งแล้ว ท่านชายจึงมั่นใจในฝีมือตนเองพอดู

เคยจ้ะ ๆ ให้ฉันช่วยพี่หมอกนะ ฉันอยากช่วย” เด็กชายเสนอความช่วยเหลือ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อรู้ว่าเย็นนี้ดูท่าจะมีลาภปากเป็นของหวานอีกแล้ว

เช่นนั้นไปถามแม่ของแสนได้ไหม ว่าพี่ขอยืมหม้อนึ่งหน่อย ที่มีอยู่ดูท่าจะไม่พอใส่” คนตัวขาวตอบกลับเด็กหนุ่มยิ้ม ๆ แสนทัพพอได้ยินเช่นนั้นก็ตกปากรับคำแล้วกุลีกุจอวิ่งไปที่โรงครัวของกองพันทันที

ปั๊ดโถ่! จะเข้าก็เข้าไปซะซีพี่ มาทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ !” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของครัว ท่านชายมิ่งขวัญถึงกับหลุดขำเล็ก ๆ เพราะจำได้ดีว่านี่เป็นเสียงของร้อยตรีดนตร์ นายทหารรุ่นน้องของหม่อมหลวงภัทรดนัย

แล้วจะตีโพยตีพายหาอะไรวะ” เสียงทุ้มต่ำอีกเสียงตอกกลับอย่างไม่พอใจ เมื่อคนตัวขาวหันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นศีรษะของเจ้าของเสียงไว ๆ ผ่านทางหน้าต่างครัว นึกไม่เข้าใจเหมือนกัน ในเมื่อกลิ่นทะเลออกจะชัดเพียงนี้ แล้วอีกฝ่ายจะมาซุ่มแอบมองเพื่ออะไร

พี่ภัทร พี่ดนตร์ เข้ามาก่อนซีจ๊ะ” ท่านชายมิ่งออกปาก ทำให้นายทหารทั้งสองโผล่หน้าขึ้นมาตรงหน้าต่างแล้วส่งยิ้มแห้งให้ สุดท้ายทั้งสองก็ต้องพากันเข้าครัวจากทางประตูครัวด้านหลังหลังจากถูกจับได้

ทำอะไรอยู่หรือจ๊ะหมอก” ดนตร์เอ่ยปากก่อน ดูท่าคุณภัทรคงไม่ทำอะไรไปมากกว่าส่งยิ้มหวานให้คนที่ทำขนมอยู่

ขนมจ้ะ ขนมปุยฝ้าย ฉันว่าจะทำแล้วนำไปให้ เอ่อ...ทำให้ท่านผู้พันและคุณผู้หญิง หากมีเหลือก็จะนำไปให้พวกพี่น่ะจ้ะ” คนตัวขาวชะงักเล็กน้อย แล้วจึงตอบกลับไป

ให้พี่ช่วยนะครับ ตีไข่แบบนี้คงจะเหนื่อย หากมือช้ำไปจะทำอย่างไร” คุณภัทรว่าแล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงยังเก้าอี้ข้าง ๆ กับท่านชายมิ่ง คุณภัทรก็ยังเป็นคุณภัทร ไม่ว่าจะปากแข็งหรือพูดตามใจปากก็ยังห่วงท่านชายกว่าใครเสมอ

เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้มือช้ำหรอก พวกพี่เถอะ เลิกงานแล้วไม่ไปพักหรือ” แม้จะเอ่ยปากไปอย่างนั้นแต่คนตัวขาวก็ส่งโถให้กับคุณภัทรแต่โดยดี

งานที่นี่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมาก ไม่จำเป็นต้องรีบพักเลยด้วยซ้ำ” คุณภัทรตอบกลับ มือหนาของชายหนุ่มตีส่วนผสมในโถอย่างขันแข็ง หากเป็นอันฬาคนอื่นคงนับว่าแปลกแต่เพราะคุณภัทรเข้าครัวช่วยมารดาทำอาหารบ่อย จึงพอจะช่วยหยิบจับอะไรในครัวได้บ้าง

ยิ่งเห็นอยู่ด้วยกันก็ยิ่งเหมือน...” ดนตร์ที่ยืนอยู่พึมพำกับตนเอง สีหน้าของนายทหารรุ่นน้องดูสับสนไม่น้อย เพราะร้อยตรีดนตร์เองก็เคยพบเจอกับท่านชายมาก่อน “ไม่หรอกมั้ง คิดมากแล้วเรา”

“...” ท่านชายมองดนตร์แล้วก็ทำได้เพียงขอโทษในใจ เขาจะให้มีคนรู้ตัวตนจริง ๆ ของตนมากไปกว่านี้ไม่ได้

ยืนเกะกะขวางทางจริง อ้าว สวัสดีจ้ะคุณภัทร” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาวดังขึ้นจากด้านหลังของดนตร์ เด็กหญิงวัยแรกรุ่นผมยาวสลวยเบ้หน้าใส่โซลเมต
ของตนทันทีที่พบหน้า

สวัสดีค่ะตันหยง” คุณภัทรหันไปรับไหว้เด็กสาวอย่างเอ็นดู

ทีทักพี่ภัทรล่ะเสียงอ่อนเสียงหวาน ทีกับฉันล่ะไล่เป็นหมูเป็นหมา” ดนตร์หันไปตอกกลับเด็กสาว ท่านชายมิ่งหันมองคุณภัทรที่ส่งยิ้มน้อย ๆ มาให้ตน เหมือนว่าดนตร์และตันหยงคงได้ปะทะฝีปากกันอีก

คนอะไรปุบปับก็อยากเป็นหมา พี่หมอกจ๋าฉันช่วยงานที่โรงครัวเสร็จแล้ว เห็นว่าขนมของพี่มีแต่สีแดงกระเจี๊ยบ ฉันทำสีจากดอกอัญชันได้นะ ให้ฉันช่วยไหมจ๊ะ” ตันหยงแสร้งทำเป็นไม่สนใจดนตร์แล้วเดินมาเกาะแขนท่านชาย

เอาสิ พี่ทำสีผสมอาหารไม่ค่อยเป็นนัก เห็นทีต้องพึ่งตันหยงแล้วล่ะ” 
ท่านชายส่งยิ้มให้เด็กสาว รู้สึกขอบใจและโชคดีที่การมาหัวหินครั้งนี้ได้พบแต่กับคนมีน้ำใจ นึกย้อนไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนตอนที่ตันหยงมีฮีตแรกก็อดสงสารไม่ได้

ดีเลยจ้ะ นี่คุณ ถ้าหากจะยืนเกะกะ ฉันว่ามาช่วยฉันเก็บดอกอัญชันดีกว่าไหม” เด็กสาวหันไปพูดกับดนตร์ แม้อายุจะยังไม่เท่าไหร่แต่ตันหยงก็ดูโตกว่าวัยไปมาก

ฉันเหรอ” ดนตร์ถามกลับ นายทหารหนุ่มถามด้วยความมึนงง ก่อนจะมองไปที่คุณภัทรคล้ายจะขอความช่วยเหลือ แต่คุณภัทรกลับทำเป็นง่วนกับการช่วยท่านชายทำอาหารเสียอย่างนั้น

ตรงนี้ก็มีคนว่างงานอยู่คนเดียวนั่นล่ะ ตามมาเร็วเข้า” เด็กสาวหน้ามุ่ยแล้วเดินออกไปจากครัว ไม่นานดนตร์ก็วิ่งตามไป ทิ้งให้ที่ครัวเหลือเพียงท่านชายและคุณภัทรตามลำพังสองคน

ไอ้ดนตร์หนอ ไอ้ดนตร์ กว่าเจ้าตันหยงจะโตคงรอนานน่าดู” คุณภัทรกล่าวยิ้ม ๆ แล้วส่งโถกลับคืนให้กับท่านชายเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้นำส่วนผสมดังกล่าวออกมาจัดแจงในถ้วย

มิ่งเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าใครบางคนแถวนี้เคยรอมิ่งโตมาก่อนหรือเปล่า” ท่านชายว่าพลางใช้ไม้พายป้ายส่วนผสมลงถ้วยเล็ก

เคยรอ แต่ไม่ยักรู้ว่าคนที่รอจะโตมางามขนาดนี้ ตอนเด็กยังอ้วนกลมอยู่แท้ ๆ” นายทหารหนุ่มพูดเชิงหยอกล้อ คนตัวขาวรู้ดีว่าตอนตัวเองยังแรกรุ่นก็ไม่ได้เป็นคนผอมสูงเหมือนปัจจุบัน กาฬวิฬาร์เจ้าที่เขาว่างามก็เคยจ้ำม่ำมาก่อนเหมือนกัน

แล้วพี่ภัทรชอบอย่างไหนมากกว่ากันล่ะ” ท่านชายหันไปถามด้วยสีหน้าจริงจัง หม่อมเจ้าหนุ่มรู้ดีว่าตนมีนิสัยไม่ชอบยอมแพ้ ต่อให้คู่แข่งจะเป็นตนเองก็ตาม

รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ” นายทหารหนุ่มยกมือขึ้นลูบหลังคอด้วยความเผลอตัว เขาไม่ได้หลบตาท่านชายแต่อย่างใดเพราะคำตอบของเขาได้ส่งผ่านสายตาและรอยยิ้มไปหมดแล้ว “ชอบมานานแล้ว จะเหมือนก่อนหรือเป็นอย่างตอนนี้ก็ชอบนั่นล่ะ”

มิ่งเองก็เหมือนกัน” ท้ายที่สุดคนถามก็ต้องแพ้ภัยตัวเอง ท่านชายมิ่งหลบตาคุณภัทรแล้วพึมพำกับตนเองเบา ๆ แก้มขาวตอนนี้ขึ้นสีชมพูระเรื่อ

ท่านชา— เอ่อ หมอกจ๊ะ มีสายจ้ะ” คุณนายที่เพิ่งเข้ามาใหม่ชะงักเมื่อเห็นว่าคุณภัทรอยู่ในครัวของตน สายตาหล่อนหลุกหลิกทันทีเพราะดันพลั้งปากเรียกม่านหมอกว่าท่านชายไป เจ้าหล่อนไม่รู้เลยว่านอกจากตนและสามีแล้วนั้น คุณภัทรเองก็รู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านชายแล้ว

ขอบคุณจ้ะ พี่ภัทรป้ายขนมลงถ้วยรอก่อนนะ ประเดี๋ยวฉันมา” หม่อมเจ้าหนุ่มตกปากรับคำ จากนั้นจึงรีบเดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่น

สวัสดีค่ะคุณภัทร เห็นหมอกว่าจะทำขนม ไม่นึกว่าทำขนมปุยฝ้ายกัน” คุณนายบรรตากล่าวกับนายทหารหนุ่มที่นั่งอยู่ เพราะสุขภาพหล่อนไม่ดีนัก จึงไม่ได้เข้ามาดูงานครัวบ่อยเท่าไหร่

สวัสดีครับ” คุณภัทรยกมือไหว้คุณนาย แล้วก้มหน้าลงมองขนมที่จัดแจงอยู่ในถ้วย นึกย้อนไปเมื่อครั้งอยู่พระนครที่ท่านชายนำขนมชนิดนี้มาให้แล้วตนก็กินมันเพื่อขับไสไล่ส่งอีกฝ่าย คิดแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิด

คุณภัทรรู้ไหมว่าขนมปุยฝ้ายเขาใช้ในงานอะไร” คุณนายกล่าวยิ้ม ๆ พลางจับถ้วยขนมที่ถูกจัดแจงอย่างประณีตขึ้นมาดู

ตรุษจีนหรือครับ” คุณภัทรถาม เพราะครอบครัวฝั่งแม่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จึงทำให้ชายหนุ่มพอจะคลับคล้ายคลับคลาขนมชนิดนี้ได้บ้าง

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าหมอกจะสื่ออะไรไหม แต่ขนมปุยฝ้ายน่ะเขาใช้ในงานแต่งงานด้วยนะ” คุณนายยิ้มบางแล้วส่งถ้วยขนมคืนไปยังนายทหารหนุ่ม






ท่านชายมิ่งขวัญเช็ดมือทั้งสองข้างกับผ้ากันเปื้อนอย่างลวก ๆ แล้วก้าวขายาวตรงไปยังโต๊ะที่วางโทรศัพท์อยู่ ยกหูขึ้นพูดสาย เมื่อครู่ก็รีบเสียจนลืมถามคุณนายว่าใครกันที่โทรศัพท์มาหา ดูท่าแล้วคงไม่น่าใช่พระบิดา เนื่องจากองค์ฯ โชติมักจะทรงโทรศัพท์มาช่วงรุ่งเช้าเสียมากกว่า

สวัสดีครับ มิ่งขวัญพูดสาย” คนตัวขาวยกมือขึ้นป้องหูโทรศัพท์พลางหันมองซ้ายขวา กลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้า ตลอดสองเดือนนี้ที่หัวหินตนคือม่านหมอกเด็กหนุ่มชาวบ้าน ไม่ใช่หม่อมเจ้ามิ่งขวัญ กาฬวิฬาร์เจ้าแห่งวังอรุณรัตน์

ทะ...ท่านชาย เป็นกระหม่อมเอง’ ปลายสายส่งเสียงกลับมาเบาไม่แพ้กัน ท่านชายจำน้ำเสียงนี้ได้ดี ปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหน หากเป็นหม่อมราชวงศ์อนิละ สหายคนสนิท

ชายสอง เป็นอย่างไรบ้าง” ท่านชายถามกลับ ทั้งรู้สึกตื่นเต้นและสงสัยที่อีกฝ่ายโทรมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีนัก ความเป็นเพื่อนเก่าแก่ทำให้ท่านชายคาดเดาในใจว่าคุณชายสองคงแอบโทรศัพท์อยู่ ณ ห้องใดห้องหนึ่งในวังเทววงศ์ เนื่องจากเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยินจากปลายสาย

กระหม่อมสบายดี แม้จะมีเรื่องทุกข์ใจไปบ้าง ชายสามโดนรถชนเมื่อสัปดาห์ก่อน จึงทำให้กระหม่อมหลงลืมที่จะโทรศัพท์หา’ คุณชายสองตอบกลับ

แย่จริง แล้วเช่นนี้คุณชายสามเป็นอะไรมากไหม” คนตัวขาวยกมือขึ้นป้องปาก รีบเอ่ยปากถามทันที ใจก็นึกเป็นห่วงน้องชายของสหาย เขาเองก็เห็นคุณชายอชิตะมาตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้นคุณชายอชิตะก็เปรียบเป็นดั่งน้องชายคนหนึ่งของเขา

ชายสามอาการดีขึ้นแล้วไม่เป็นอะไรมาก ตะ...แต่ชายสามต้องเป็นเช่นนี้เพราะกระหม่อม กระหม่อมหนีออกจากวังแต่ชายสามก็วิ่งตามออกมา...’

โถ่ อย่าโทษตัวเองเลยนะชายสอง ชายสองเองก็ไม่ได้อยากให้ชายสามประสบอุบัติเหตุหรอกถูกไหม” ท่านชายเอ่ยปากปลอบโยนอีกฝ่าย รู้ดีว่าสหายคนนี้มักจะโทษตัวเองเสมอ ซึ่งในบางครั้งมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณชายสองเลยด้วยซ้ำ

เรื่องที่จะเพ็ดทูลคือกระหม่อมตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับ นาย...ดั่งเพลิง’ ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงลังเลยิ่ง

อะไรกัน ที่บอกว่าตัดสินใจเองนั่นหมายความว่าเป็นข่าวดีสิ ถูกต้องหรือไม่ชายสอง แต่ เอ...เพราะเหตุใดคุณชายสองถึงเลือกที่จะแต่งล่ะ” ท่านชายยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ยิ่งรู้ว่าสหายจะได้แต่งงานกับคู่โซลเมตก็ยิ่งโล่งใจไปใหญ่ ท่านชายรู้แต่แรกแล้วว่าสองคนนี้เหมาะกันยิ่งกว่าอะไร

เพราะนายนั่นให้กระหม่อมเลือกเอง...ท่านชายก็รู้ กระหม่อมไม่เคยมีสิทธิ์เลือกอะไรเลยในชีวิต แต่นายนั่นเป็นคนแรกที่หยิบยื่นสิทธิ์นี้ให้กระหม่อม บางทีนายนั่นก็อาจจะเป็นคนดีก็ได้’ ปลายสายตอบกลับ ภายใต้น้ำเสียงลังเลก็ดูเหมือนจะมีความดีใจซ่อนอยู่ ท่านชายเองอยากจะเอ่ยปากแซวเสียหน่อยที่ดูเหมือนว่าคุณชายสองคล้ายจะมีความรัก แต่กับคนปากแข็งถ้าพูดไปคงจะตื่นตูม

น่าอิจฉาจริง อย่างน้อยชายสองก็มีสิทธิ์ได้เลือกสิ่งนี้ด้วยตนเอง กันยินดีด้วยนะ” คนตัวขาวกล่าวกับปลายสาย พยายามควบคุมไม่ให้น้ำเสียงตนฟังดูเศร้าสร้อย ในที่สุดคุณชายสองก็ได้เลือกอะไรเองเสียที นึกสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าตนนั้นยังมีสิทธิ์ได้เลือกเหลือบ้างไหม ในเมื่อตลอดชั่วทั้งชีวิตท่านชายมีสิทธิ์ได้เลือกมาโดยตลอด เว้นแต่เพียงเรื่องหัวใจ

ขอบพระทัยฝ่าบาท อีกเรื่องที่จะทูลขอ ชั่วชีวิตของกระหม่อมไม่มีสหายสักคน จะมีก็เพียงท่านชายเท่านั้น จะมากเกินไปหรือไม่ หากท่านชายจะมาเป็น พะ...เพื่อนเจ้าสาวให้กระหม่อม’ สหายคนสนิทกล่าวเสียงสั่น

ยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีกชายสอง” คนตัวขาวยิ้มบางแล้วตอบกลับไป

พี่หมอกจ๋า ฉันเอาหม้อนึ่งมาแล้วจ้ะ!” เสียงเจื้อยแจ้วของแสนทัพดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ท่านชายถึงกับต้องมองตาม

ไว้คุยต่อทีหลังนะชายสอง กันจะโทรศัพท์ไป” ท่านชายมิ่งขวัญกล่าวกับปลายสายอย่างเร่งรีบ แล้วหันไปยิ้มให้กับแสนทัพที่เดินตรงมาหาด้วยความซื่อ

แต่กระหม่อมยังไม่ได้ทูลวันเลย...’ คุณชายสองท้วง

กันคิดว่ากันรู้วัน ไว้คุยต่อทีหลังนะชายสอง กันจะโทรศัพท์ไปหา” ท่านชาย
มิ่งขวัญตัดบทสหายของตนแล้ววางหูโทรศัพท์ลง

พี่หมอกโทรศัพท์หาใครกันหรือจ๊ะ” แสนทัพกอดหม้อนึ่งในอ้อมแขนแน่น ก่อนจะช้อนตามองพี่หมอกของตนด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก

เพื่อนทางไกลน่ะ ขอบใจมากนะแสน ถ้าไม่ได้แสนพี่ต้องทำขนมไม่เสร็จแน่” คนตัวขาวว่าพลางลูบหัวทุยของเด็กชายแสนทัพ จากนั้นจึงหยิบหม้อนึ่งแล้วตรงไปยังครัวด้านหลังบ้านผู้พัน แสนทัพเองก็ไม่วายเดินตามประกบแจ เพื่อให้มั่นใจว่าวันนี้ตนจะได้ลิ้มรสขนมปุยฝ้ายดังใจหวัง






ยี่สิบสอง เดือนเจ็ด ฤกษ์สิบนาฬิกายี่สิบห้านาที พี่จำได้” นายทหารหนุ่มกล่าวยิ้ม ๆ ขณะเดินถือถาดขนมเคียงข้างกับท่านชายของเขา

มิ่งคิดไว้แล้วเชียวว่าคุณดั่งเพลิงจะต้องบอกพี่ภัทรเอาไว้ก่อนแล้ว” ท่านชาย
มิ่งกล่าวพลางเอื้อมมือไปช่วยอีกคนถือถาดขนม

ถ้าหากไม่ใช่พี่กับไอ้จรัญ ใครเล่าจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว” นายทหารหนุ่มจับถาดในมือเบี่ยงหลบไม่ให้ท่านชายนำไปถือ ในเมื่อเขาอาสาแต่แรกว่าจะถือให้ทั้งหมด แต่ท่านชายก็ดื้อแพ่งพร่ำบอกว่าคุณภัทรไม่จำเป็นต้องช่วยเขาในทุกเรื่อง


คุณภัทรแค่อยากเอาใจทดแทนที่เคยทำไม่ดีเอาไว้


พี่ภัทรว่าคุณเพลิงจะดูแลชายสองได้ดีไหมครับ” คนตัวขาวถามอย่างเป็นกังวล แม้รู้ดีว่าดั่งเพลิงเป็นคนที่คู่ควรกับชายสอง แต่ด้วยความเป็นเพื่อนจึงอดที่จะห่วงคุณชายสองไม่ได้

เพราะพี่ไม่ใช่ไอ้เพลิง พี่จึงไม่กล้าการันตี ที่พี่รู้คือมันเป็นคนดีและจัดการแก้ปัญหาได้เก่ง สองคนนี้แต่งงานกันเร็วไป ให้เวลาและความใกล้ชิดนำพาความ
รู้สึกไปคงดีกว่า” คุณภัทรพูดความคิดของตนเองอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้อ้อมค้อม

อืม ก็คงจะเป็นเช่นนั้น อย่างไรเสียโซลเมตคงตัดกันไม่ขาด” ท่านชายพูดหยอกล้อคุณภัทรแล้วยิ้มกว้าง ทำเอานายทหารหนุ่มส่ายหน้าแล้วยิ้มคืนให้อย่างช่วยไม่ได้

ว่าก็ว่าเถอะ ขนมมีตั้งมากมายเหตุใดมิ่งถึงเลือกทำปุยฝ้ายล่ะครับ” คุณภัทรพูดขึ้น เหลือเพียงบ้านพักทหารหลังสุดท้ายของกองพันแล้วที่ทั้งสองจะนำขนมมาแจกจ่าย

อยากแก้มือน่ะครับ คราวก่อนมีคนกินทั้งน้ำตา สงสัยจะไม่อร่อย”

รู้หรือว่าคราวนั้นพี่—” คุณภัทรพูดตะกุกตะกัก

มิ่งบอกไปแล้วนี่ว่าโซลเมตตัดกันไม่ขาด พี่ภัทรเองก็รู้สึกเหมือนที่มิ่งรู้สึกไม่ต่างกันไม่ใช่หรือ ถึงขั้นฝากคุณดนตร์เอาผ้าโพกหัวคุณมนตรีมาให้แหนะ”

พี่ขอโทษครับ” นายทหารหนุ่มรีบขอโทษขอโพยคนรักทันที ยิ่งนึกถึงความผิดที่เคยกระทำแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิด เพราะความรู้สึกของโซลเมตที่เชื่อมถึงกัน ในตอนนั้นทั้งคู่ต่างรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเจ็บปวดเพียงไหน

คราวนี้จะลองกินอีกรอบไหมครับ” ท่านชายหยิบขนมปุยฝ้ายสีม่วงอ่อนขึ้นมา ชูมันขึ้นตรงหน้าของคุณภัทร

หากมีคนมีน้ำใจป้อนพี่คงกินหมดไม่มีเหลือ” คุณภัทรยิ้มกว้างแล้วจับมือเรียวของท่านชาย ให้มาใกล้ริมฝีปากของตน เขางับขนมปุยฝ้ายในมือคนตัวขาวทันทีจนเกิดรอยแหว่ง

พูดอย่างกับถ้าหากไม่มีคนป้อนแล้วจะไม่กินอย่างนั้นล่ะ” ท่านชายที่ใบหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อชักมือกลับ ริมฝีปากสวยบ่นอุบกับตนเอง

พี่แค่อยากอ้อนมิ่งบ้าง ไม่ได้หรือครับ” ชายหนุ่มเอียงศีรษะของตนไปคลอเคลียยังศีรษะของคนที่เตี้ยกว่า ท่านชายเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร อีกทั้งยังซบศีรษะไปที่ไหล่กว้างของคุณภัทรด้วยซ้ำ

สัปดาห์หน้าเราต้องกลับพระนครกันแล้ว” คนตัวขาวกัดริมฝีปากชั่งใจ เผยให้อีกคนรู้ถึงความกังวลที่กัดกินตนอยู่ เมื่อกลับพระนครไปเขาและคุณภัทรคงหยอกล้อกันตามประสาคนรักไม่ได้ เหมือนกับที่นี่

ขอเวลาให้พี่หน่อยเถิดนะคนดี ให้พี่ได้เลื่อนยศและนำขบวนม้าก่อนสักคราวนะครับ” คุณภัทรเองก็มีสีหน้ากังวลไม่แพ้กัน ทั้งสองรู้ดีว่าหนทางข้างหน้ายังมีอะไรอีกมาก แต่ชายหนุ่มก็อยากให้อีกฝ่ายได้เชื่อใจเขา

มิ่งจะรอพี่ภัท— ตายจริง” ยังไม่ทันที่ท่านชายจะให้คำมั่นสัญญา ถาดขนมปุยฝ้ายในมือของคุณภัทรก็ร่วงหล่นลงพื้น ส่งผลให้ขนมในถาดเปรอะดินทรายเสียหมด โชคยังดีที่บางส่วนนั้นอยู่ที่บ้านผู้พัน

พี่ขอโทษ” คุณภัทรหน้าเสียทันที เขาย่อตัวลงเก็บขนมของท่านชายกลับ
มาไว้ยังในถาด แม้ว่ามันจะกินไม่ได้แล้วก็ตาม

พี่ภัทรมือสั่น...ไม่สบายหรือครับ” ท่านชายเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายมือสั่นก็ยิ่งตระหนก มือของคุณภัทรสั่นแรงจนทำให้ถาดขนมสั่นไปด้วย

นิดหน่อยน่ะครับ เสียดายจริง บ้านหลังสุดท้ายแล้วแท้ ๆ” คุณภัทรกล่าวอย่างนึกเสียดาย เขาก้มหน้ามองฝ่ามือที่สั่นระริกของตนเอง

ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาไว้วันพรุ่งเดี๋ยวมิ่งฝากเจ้าแสนมาให้บ้านหลังนี้ก็ได้ เรากลับกันเถอะ พี่ภัทรจะได้พักผ่อน”

ท่านชายมิ่งขวัญออกปาก สีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่านายทหารหนุ่มทำเป็นฝืนยิ้มไม่มีอะไรก็ยิ่งปวดใจ คนตัวขาวรีบเดินนำกลับไปยังทางบ้านของผู้พัน ไม่สังเกตเลยว่าคุณภัทรนั้นหยิบกระติกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วจึงเดินตามท่านชายไป




วันพิธีมงคลสมรสระหว่างดั่งเพลิงและหม่อมราชวงศ์อนิละ


ขบวนขันหมากยาวสุดลูกหูลูกตาของเกริกวานิชใช้เวลาเกือบชั่วโมงจึงจะมาถึงวังเทววงศ์ ในฐานะญาติผู้น้องและสหายคนสนิทของเจ้าบ่าว หม่อมหลวงภัทรดนัยจึงได้รับหน้าที่ถือพานต้นกล้วย ในขณะเดียวกันนายจรัญ สหายอีกคนได้ถือพานต้นอ้อยข้างกัน ระหว่างทางเพื่อน ๆ ก็หยอกล้อดั่งเพลิงไปพลาง ทำเอาบรรยากาศระหว่างเดินทางไปยังวังเทววงศ์นั้นครื้นเครงเป็นอย่างมาก แค่มองขบวนขันหมากผ่าน ๆ คนทั้งพระนครก็คงได้ประจักษ์ว่างานแต่งงานระหว่างดั่งเพลิงและคุณชายสองนั้นจัดได้สมศักดิ์ศรี เจ้าสัวเส็ง เกริกวานิช นักธุรกิจใหญ่ผู้เป็นลุงของคุณภัทรเสียจริง

ตั้งแต่เดินทางกลับมาจากหัวหิน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คุณภัทรได้สวมชุดทหารเต็มยศ สีเขียวขี้ม้าของชุดตัดกับผิวขาวซีด และรูปร่างที่สูงใหญ่ทำให้คุณภัทรดูโดดเด่นไม่แพ้เจ้าบ่าว ปกติแล้วหากสามเกลอ ดั่งเพลิง ภัทรดนัย จรัญ ไปไหนคนจะจับจ้องไปที่ดั่งเพลิงเป็นคนแรก ทว่าในวันที่ดั่งเพลิงมีคู่หมั้นหมาย กาฬวิฬาร์หรือ
บรรตาหญิงก็หันเหมาให้ความสนใจกับคนอื่น ๆ แทน หนึ่งในนั้นก็คือคุณภัทร ถ้าหากดั่งเพลิงเป็นเหมือนไฟที่พร้อมแผดเผาตลอดเวลา หม่อมหลวงภัทรดนัยก็คงเป็นสายน้ำอันล้ำลึกน่าค้นหา มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานาว่าใครกันจะได้กุมหัวใจนายทหารหนุ่มคนนี้

เห้ย ไอ้เพลิงปกติแล้วเอ็งต้องขึ้นไปรับคู่หมั้นหรือเปล่าวะ” นายจรัญที่นั่งอยู่ข้างคุณภัทรกระซิบถามเจ้าบ่าวที่นั่งตีหน้านิ่งอยู่ด้านหน้า คิดแล้วก็ตลกดีเหมือน
กัน ไม่นึกเลยว่าคนอย่างดั่งเพลิงจะเป็นคนแรกของกลุ่มที่ต้องออกเรือนไป

ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ป๊าบอกว่าไม่ได้เข้มปานนั้นก็รอจนกว่าคุณชายเขาจะเสด็จลงมาละกัน ถ้าไม่ลงมางานก็ล่ม” ดั่งเพลิงกระซิบตอบเพื่อนของตนแล้วกลั้นหาว

คุณภัทรแอบลอบเห็นว่าน้องชายของคุณชายสองดูจะไม่พอใจกับกิริยาของดั่งเพลิงสักเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจคุณชายคนเล็กมากนัก คนที่เขาสนใจคือชายสองคนที่นั่งถัดไปต่างหาก

ใกล้จะได้ฤกษ์แล้วนะว้อย สงสัยเจ้าบ่าวจะโดนทิ้งเสียแล้วว่ะไอ้คุณภัทร” นายจรัญหันหน้ามาป้องปากหัวเราะคิกคักกับเขา เขาพยักหน้าน้อย ๆ ให้เพื่อนสนิท จากนั้นจึงหันกลับไปมองยังคนตัวขาวที่เขาเทิดทูนผู้นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณชายวัชระ ผู้เป็นทั้งพี่ชายคนโตของเทววงศ์และคู่หมั้นของหม่อมเจ้ามิ่งขวัญ

ท่านชายมิ่งขวัญในวันนี้ สวมชุดสูทสีดำขลับตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาว ริบบิ้นที่ผูกเอาไว้ใต้ปกเสื้อยิ่งเสริมให้ท่านชายดูดีและโดดเด่นเข้าไปใหญ่ เนื่องจากท่านชายไม่ได้ผูกเนกไทเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่เลือกที่จะแต่งตัวแบบชาวอังกฤษ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เจอกาฬวิฬาร์งามสักกี่คน ในสายตาของคุณภัทรเวลานี้ ไม่มีใครที่งามสะกดเขาได้ดั่งหม่อมเจ้ามิ่งขวัญอีกแล้ว คนตัวขาวอมยิ้มเล็ก ๆ เมื่อสบตากับคุณภัทร จนคุณภัทรต้องหลบตาไปก่อนที่ผู้ใหญ่จะจับสังเกตได้ สิ่งที่คุณภัทรทำได้ มีเพียงลอบยิ้มกับนายจรัญแทนเท่านั้น แม้เพื่อนหน้ากลมจะรู้สึกงงงวยกับท่าทีของเขาก็ตาม

หลังจากที่คุณชายสองทำเอาคนในงานลุ้นกันใจหายใจคว่ำว่าจะล่มงานแต่งหรือไม่ สุดท้ายแล้วเจ้าสาวก็ยอมลงมาร่วมพิธีหมั้นกับดั่งเพลิง พิธีการทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยและตรงเวลา

หลังจากเสร็จพิธีแล้ว แขกเหรื่อก็เริ่มรับประทานอาหารที่จัดเลี้ยงในงาน รวมทั้งอยู่คุยสนทนาตามขนบธรรมเนียม คุณภัทรทำเป็นไม่เห็นดั่งเพลิงที่พยายามหยอกล้อคุณชายสองสารพัด เขาเดินแยกไปสมทบกับครอบครัวตนที่ขณะนี้กำลังเพ็ดทูลกับองค์ฯ โชติ ท่านชายภพ หม่อมเจ้ามิ่งขวัญและคุณชายวัชระ

ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ สวัสดีครับ” นายทหารหนุ่มพนมมือไหว้เหล่าอันฬาผู้หลักผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม คุณภัทรจำต้องเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่และทักทายก่อนตามมารยาททางสังคม แม้ใจเขาอยากจะเลี่ยงเพราะรู้สึกผิดก็ตาม

เจ้าภัทรมาพอดีเลย” คุณชายภาคผู้เป็นบิดาของคุณภัทรยิ้มกว้าง คุณชาย
นักสถาปนิกตบหลังนายทหารหนุ่มอย่างภูมิใจ แม้ว่าสีผิวของคุณภัทรจะเหมือนกับมารดามาก แต่รูปร่างสูงโปร่งและนิสัยถ่อมตนของเขาก็ล้วนแต่ได้มาจากบิดาทั้งสิ้น

สวัสดี เป็นอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ได้เป็นทหารเต็มตัวก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะ” องค์ฯ โชติมีพระปฏิสันถารกับคุณภัทร พระองค์ทรงแย้มพระสรวลด้วยความเอ็นดูนายทหารหนุ่ม

เป็นพระกรุณา กระหม่อมสบายดี เห็นว่าพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง กระหม่อมในฐานะข้าแผ่นดินก็รู้สึกยินดียิ่ง” คุณภัทรยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะทูลออกไป

ยังนอบน้อมไม่เปลี่ยนเลยนะ เห็นว่าแบกต้นกล้วยมาแต่เช้า อาว่าเธอคงไม่ได้กินอะไรมาเป็นแน่ มิ่งขวัญหยิบน้ำหรือขนมตรงนั้นให้พี่ภัทรเขาทีซีลูก” องค์ฯ โชติทรงสังเกตว่าคุณภัทรมีเหงื่อออกมากกว่าปกติ จึงตรัสให้พระโอรสที่อยู่ใกล้โต๊ะสำรับหยิบของทานให้

ครับ นี่ครับพี่ภัทร ขนมปุยฝ้าย” ท่านชายมิ่งขวัญทำตามคำสั่งของพระบิดาอย่างว่าง่าย มีแวบหนึ่งที่แววตาของท่านชายหม่นลง มือเรียวหยิบขนมปุยฝ้ายสีหวานขึ้นแล้วส่งต่อให้กับคุณภัทร

ขอบพระคุณกระหม่อม” คุณภัทรหันไปขอบคุณกาฬวิฬาร์เจ้าผู้ที่ตนมีใจให้ เขาพยายามเลี่ยงส่งสายตาให้กับอีกฝ่าย เนื่องจากคุณชายวัชระเองก็ยืนอยู่ด้วย

กระหม่อมนึกว่าชายสองจะไม่ลงมาเสียแล้ว ทำเอาใจหายใจคว่ำไปหมด ผู้ใหญ่ให้คำสัญญาไปแล้วเกิดงานแต่งล่มเพราะเด็ก ๆ คงจะขายหน้าไม่น้อย” หม่อมเจ้าภพ เทววงศ์ ตรัสขึ้นกลางวงเสวนา เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว ทั้งคุณภัทรและท่านชายก็มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที

คงมิเป็นไรหรอกกระหม่อม งานเช้านั่นยังไม่ทันได้หมั้นหมายกันด้วยซ้ำ หากคุณชายอนิละรับหมั้นเช้าแล้วเกิดล่มงานเย็นคงเป็นเรื่องใหญ่กว่า” คุณชายภาคทูล

นั่นซีนะ พระนครก็แคบเท่านี้ พวกข่าวฉาวน่ะไปไวนักเชียว ใครว่าคนไทยลืมง่ายกัน เรื่องฉาวโฉ่กี่ปี ๆ ก็พูดถึงกันได้ตลอดนั่นล่ะ” ท่านชายภพว่าพลางยกน้ำขึ้นดื่ม

พี่ภัทรคะ ปริมว่าพี่ภัทรน่าจะเหนื่อยนะคะ ไปนั่งพักกับเพื่อน ๆ ทางโน้นดีกว่าไหมคะ” หม่อมหลวงปริมที่ยืนอยู่กับบิดากล่าวกับพี่ชาย แม้อายุยังน้อยแต่คุณปริมก็โตพอที่จะมองสถานการณ์ออก

เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวนะพ่ะย่ะค่ะ เห็นทีจะต้องไปพูดคุยกับเพื่อนเก่าเสียหน่อย” คุณภัทรพยักหน้าให้กับน้องสาว เขาทูลขอตัวกับผู้หลักผู้ใหญ่ เมื่อผู้ใหญ่พยักหน้าอนุญาต เขาก็เดินออกมายังบริเวณหน้าห้องโถงของวังเทววงศ์





นายทหารหนุ่มทิ้งตัวนั่งตรงบันไดด้านหน้าทางเข้าวัง เขาถอดหมวกทหารออกแล้ววางมันเอาไว้ข้างกาย นึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อและผู้หลักผู้ใหญ่คนอื่น ๆ เมื่อครู่ บทสนทนาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้หลักผู้ใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องข่าวคาวเป็นอย่างมาก

คิดแล้วก็เวทนาในชะตาตน ตลอดระยะเวลาที่หัวหิน กระต่ายคิดหาหนทางที่จะไปยังดวงจันทร์มาโดยตลอด แต่เมื่อดวงจันทร์ที่หมายปองมีเจ้าข้าวเจ้าของ มันก็ยิ่งทำให้หนทางนั้นมืดสนิท มือที่สั่นเทาควานหากระติกน้ำใบเล็กขึ้นมายกดื่มอีกครั้ง

นี่น่ะหรือ นายทหารตัวเต็งที่จะไปเป็นคนนำขบวนม้าราชพิธี กระจอกฉิบหาย” ยังไม่ทันที่คุณภัทรจะได้ดื่มน้ำ นายทหารอีกคนก็ฉวยกระติกดังกล่าวออกจากมือของเขาไปก่อน

แล้วมึงเสือกอะไรล่ะมนัส...” คุณภัทรเงยหน้ามองบุคคลผู้มาใหม่ ดวงตาของคุณภัทรแสดงออกถึงความขุ่นเคือง เขาเกือบลืมไปเสียสนิทว่างานนี้ศัตรูที่กองพัน
อย่างร้อยโทมนัสก็มาด้วย งานใหญ่โตเพียงนี้ หากไม่เชิญครอบครัววงศ์อัศวินมาก็คงจะแปลกไม่น้อย ยิ่ง นายพลมานพ วงศ์อัศวิน พ่อของมนัสเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าสัวเส็งด้วยแล้ว

ถ้ามึงเป็นอะไรไปมันก็ดีนะ แต่กูรู้สึกว่ามันจะง่ายไปหน่อยว่ะ” นายทหารผิวเข้มกล่าว มนัสยิ้มเยาะจนเห็นฟันเขี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์

“…” เจ้าของสายตาเหยี่ยวจับจ้องไปยังใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่าย มนัสพูดถูก อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีพิธีสวนสนามงานใหญ่ ทั้งที่เขาเองก็ต้องการที่จะสู้เพื่อเอาตำแหน่งผู้นำขบวนมาแท้ ๆ แล้วเหตุใดนายทหารหาญอย่างเขาถึงมานั่งตัดพ้อและปล่อยให้ตนเองตกต่ำลงเช่นนี้

กูจะบอกให้นะ อาการที่มึงเป็นอยู่ เขาเรียกว่าติดเหล้า” ร้อยโทมนัสว่าพลางเทน้ำสีอำพันทิ้งยังพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล


#ศักดินาอากาศ

 

TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่ค่ะ 

 

หลายคนอาจบ่นว่าคู่นี้หวานกันไม่นาน กลับมาดราม่าอีกแล้วเหรอ ใจเย็นนะคะ การกลับมาพระนครครั้งนี้กลับมาแค่ชั่วคราวเท่านั้นค่ะ คุณภัทรและท่านชายยังต้องอยู่ที่หัวหินต่ออีกสักหน่อย การที่คุณภัทรให้คำสัญญาและตามใจตนเองนั้นเขามีความสุขมากขึ้นก็จริงค่ะ แต่ว่าลึก ๆ ในใจเขาเองก็ยังรู้สึกผิด จะเห็นได้ว่าคุณภัทรกินเหล้าบ่อยมาก เพราะเขาเครียดค่ะ และตอนนี้อาการก็เริ่มลุกลามแล้วด้วย ไอ้ครั้นว่าจะกลับมาแล้วถอนหมั้นเลยมันก็เป็นเรื่องยากค่ะ ยิ่งท่านชายและคุณชายหมอเป็นลูกคนมีหน้ามีตาในสังคมด้วยแล้ว อย่าลืมนะคะว่าเหตุการณ์นี้อยู่ในช่วงต้นสองพันห้าร้อย ค่านิยมต่าง ๆ ก็แตกต่างไปกับสมัยนี้ด้วย

 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องให้กำลังใจคุณภัทรและท่านชายกันต่อในตอนหน้านะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.41K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,371 ความคิดเห็น

  1. #4334 sprimmm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 02:25

    ก็ว่าน้ำอะไรพกไว้ทำไม มันคือน้ำเมานี่เอง

    #4,334
    0
  2. #4281 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 15:51
    มนัสแอบชอบภัทรป่ะเนี่ย 555555 หยอกๆ มนัสอาจจะไม่ร้ายกาจอะไร แค่หมั่นไส้ที่ตกเป็นรองภัทรทุกเรื่องเฉยๆ
    #4,281
    0
  3. #4280 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 15:39
    เราจะคิดว่าใรกระติกนั้นเป็นน้ำฟักทองนะคะ ไม่ใช่น้ำยาสรรพรส โธ่.. คุณภัทร แก้ปัญหาไม่ได้ก็พึ่งสุราจนติด ทำไงดี
    #4,280
    0
  4. #4181 732516 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 17:21
    ไมละ....เครียดเรื่องไรนักหนา
    #4,181
    0
  5. #4172 pschy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 22:17
    เป็นเครียดเลยเนี้ย
    #4,172
    0
  6. #4161 jaketohack1329 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 23:34

    เอ้ยยยยยย​ แย่แล้ววววว​ พี่ติดเหล้าเพราะคิดถึงและเครียดเรื่องท่านชายใช่หรือมั้ยยยย​ ถ้าพี่ภัทรโดนตัดสิทธิ์จะทำไง​ จะยิ่งรุ้สึกแย่กับตัวเองไปกว่านี้มั้ย

    #4,161
    0
  7. #4149 pppppp008 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 19:57
    เอ้าาาาา ขนาดนี้เลบหรอคุณภัทร
    #4,149
    0
  8. #4143 min_min (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 13:43
    ท่านชายจะได้ผัวติดเหล้าหรือนี่... ถึงขั้นมือสั่นนี่ไม่ใช่ติดเหล้าธรรมดาแล้ว
    #4,143
    0
  9. #4133 Nielongforever9 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:12

    พี่ภัทรอย่ากินเหล้าสิคะทำไมเป็นแบบนี้

    อยากให้ทั้งคู่อยู่ที่หัวหินตลอดเลยอะคงจะดีกว่านี้

    #4,133
    0
  10. #4119 gabriel.la(: (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 19:30
    ว่าแล้ววววววเห็นสั่นขนาดนั้น ช่วงสี่ปีที่ห่างกันคงพึ่งเหล้าสินะ
    #4,119
    0
  11. #4094 NichaGosantor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:03
    แงงงพี่ภัทร​ เลิกได้ก็เลิกนะคะ;-;
    #4,094
    0
  12. #4074 om_kanokrat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 15:12
    คุณภัทรคะ เป็นห่วงนะอย่ากินเยอะค่ะ
    #4,074
    0
  13. #4060 kdn_kangdan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 01:59
    พี่ภัทรเอ่อแบบว่า ไม่ดีเลยนะคะ ฮือเลิกเถอะนะ รีบเลิกประเดี๋ยวนี้!! แงงงงง
    #4,060
    0
  14. #4048 Aholicwithanything (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    คู่นี้หนักจริงๆ มากอุปสรรคนัก ใจพี่บางแล้ว ;¬;
    #4,048
    0
  15. #4038 Momojang12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 19:44
    ว่าแล้วเชียวว่าน้ำในกระติกต้องเป็นเหล้า คุณภัทร อย่าติดได้ไหม!!
    #4,038
    0
  16. #4020 JaiToFu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 02:24

    โอ้โห.... ชายสองโทรมาเหมือนตอกย้ำสิ่งที่ท่านมิ่งเลือกไม่ได้อะ โอ้โหหหห เส้าเลยยยย เส้าไปอี๊กกกกก ทำไมอะ ทำไมพี่ภัทรมือสั่น หรือว่าจะเป็นเหมือนดั่งเพลิง หรืออะไรอะ หรือยังไง ทำไมอะะะ

    เกลียดดด เกลียดความอยากกยิ้มกลับแต่ต้องหันไปยิ้มกับจรัญ 55555 โห เครียดเลย เจอพ่อพูดไปแบบนั้นเครียดเลย อย่าว่าแต่พี่ภัทรกับท่านมิ่งเครียดนะ เราก็เครียดเนี้ย หาทางให้กระต่ายหน่อยได้มั้ยยยย

    #4,020
    0
  17. #4007 Yonkamon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 13:59
    โอ้ยยยยย คู้นี้แบบกรรมหนักอ่ะ55555
    #4,007
    0
  18. #3988 chalillxx_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:10
    พี่ภัทรรรรรเลิกติดเหล้าแล้วมาติดน้องมิ่งดีกว่า
    #3,988
    0
  19. #3653 PP_ELF (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 21:34
    กำลังจะดีแล้ววว พี่ภัทรรร เลิกเหล้าให้ได้นะคะโธ่ ;;_;;
    #3,653
    0
  20. #3562 jauniky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:41
    ตอนแรกก็คิดว่าเป็นอาการอะไรรึเปล่า โถ พ่อ ;__;
    #3,562
    0
  21. #3414 __tha__ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:42
    แง้งงง พี่ภัทรร
    #3,414
    0
  22. #3407 kkxnthq (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:27
    พี่ภัทร;-; งดเหล้าเข้าพรรษาเลยนะคะ เดี๋ยวไม่ได้นำขบวนนะพ่อ
    #3,407
    0
  23. #3326 Jolly CCP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 19:13
    อ่า แอบคิดไว้แล้วว่าต้องใช่ งืออออออ
    #3,326
    0
  24. #3130 rangonnacrazynow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 00:49
    มันแปลกๆจริงด้วย ตั้งแต่เรื่องถาดขนมปุยฝ้าย ตายแล้วพี่ภัทรรรT-T ฮือ นายมนัสเนี่ยปากร้ายใจดีสินะคะ อันนี้ก็ต้งขอบคุณเค้า พี่ภัทรรู้ตัวแล้วต้องห้ามตัวเองได้แล้วนะ
    #3,130
    0
  25. #3117 _Honey_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 10:33
    พี่ภัทรเลิกเหล้าเดี๋ยวเน้ ไม่งั้นจะไปยุให้น้องมิ่งไม่ให้กินขนมปุยฝ้ายอีก
    #3,117
    0