มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 8 : บทที่ ๘ : ใครลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,467 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

บทที่ ๘ : ใครลิขิต

ณ ศาลาสีขาวล้วนที่ตั้งอยู่กลางสวนสวยขนาดย่อม ในวันที่อากาศดีเฉกเช่นวันนี้ คุณชายอนิละ เทววงศ์ค่อย ๆ ปิดหนังสือเล่มใหญ่แล้ววางมันลงกับโต๊ะด้วยสายตาที่ล่องลอย คล้ายกับว่าจิตใจของคนตัวบางยังคงค้างเติ่งติดอยู่ในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไป มือเรียวยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วใช้เนคไทสีเขียวอ่อนคั่นหน้าที่ชอบเอาไว้

อ่านอะไรอยู่หรือชายสองคุณชายวัชระหรือพี่ชายหนึ่งวางจานขนมหวานลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวนั่งข้างน้องชายคนกลาง

แพลนเน็ต ออฟ ดิแอปส์ครับ พี่ชายหนึ่งต้องไม่รู้จักแน่เลยคนตัวบางยกหนังสือขึ้นมานำเสนอพี่ชายของตนด้วยความตื่นเต้น

หนังสือเกี่ยวกับลิงหรือ

ใช่ครับ เป็นเรื่องที่ลิงฉลาดพอ ๆ กับมนุษย์แล้วลุกขึ้นสู้คุณชายสองเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้กับพี่ชายฟัง แล้วส่งหนังสือดังกล่าวให้กับพี่ชายหนึ่งหลังจากอีกฝ่ายยื่นมือมาขอไปดู

น่าสนใจนะ ชายสองชอบหรือครับคุณชายหนึ่งรับหนังสือเล่มหนาจากมือน้องชายแล้วเปิดดูเนื้อหา

ครับ สองชอบมาก ๆ เลยคุณชายสองยิ้มกว้าง                                   

ไม่ใช่หนังสือ พี่หมายถึงสิ่งนี้คนเป็นพี่หยิบเนคไทกลิ่นพิมเสนที่คั่นอยู่ในหน้าหนึ่งในหนังสือขึ้นมาถามยิ้ม ๆ

...คุณชายอนิละมองตามสิ่งของที่พี่ชายถืออยู่ ไม่นานใบหูก็ขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด เพราะตนลืมไปเสียสนิทว่าอันฬาย่อมได้กลิ่นอันฬาเหมือนกันและคงระบุได้ว่าเป็นกลิ่นของใคร คนตัวบางรีบฉวยทั้งหนังสือและเนคไทกลับมาทันทีเมื่อนึกได้ จนคุณชายหนึ่งถึงกับหลุดหัวเราะให้กับท่าทีของน้องชาย

ไม่เป็นไรหรอก ชายสองของพี่โตแล้วนี่นาคุณชายวัชระส่งยิ้มให้กับน้องชายอย่างเอ็นดู นายแพทย์หนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะคนเป็นน้อง

เกี่ยวอะไรกับโตแล้วล่ะครับคุณชายสองยู่ปาก

พี่มีเรื่องอยากจะคุยกับสองครับ” 

ว่ามาสิครับคุณชายอนิละมองตามมือของพี่ชาย

อีกสองอาทิตย์สองต้องแต่งเข้าบ้านเกริกวานิช

เพล้ง! เสียงแก้วกระทบกับพื้นไม้ดังไปทั่วศาลากลางสวน เนื่องจากคุณชายสองยกมือขึ้นหนีมือของพี่ชายแล้วศอกไปชนเข้ากับแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะ คนตัวบางตกใจจนแทบสิ้นสติ ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่บิดาได้ขู่เอาไว้จะมาถึงเร็วปานนี้ ทั้งที่เพิ่งจะประกาศเรื่องการหมั้นหมายไปได้แค่ห้าวัน

ท่านพ่อเป็นคนเร่งรัดจัดการหรือครับคนตัวบางกล่าวด้วยใบหน้าอันตกใจระคนเศร้าโดยไม่สนแก้วใบที่แตกไป

ไม่ใช่หรอก พี่เองคุณชายหนึ่งกล่าวอย่างรู้สึกผิด

พี่ชายหนึ่งทำไมกันครับคุณชายสองหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้ยินพี่ชายที่ตนไว้เนื้อเชื่อใจกล่าวดังนั้น ใจหล่นวูบลงไปราวกับโดนหินยักษ์ถ่วงเอาไว้ ดวงตากลมนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและต้องการเหตุผล

เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของเราน่ะ ประเดี๋ยวคุณพ่อก็กลับมาแล้ว ไว้รอคุยพร้อมกันวันพรุ่งเถอะนะชายสอง แต่อยากให้รู้ไว้พี่มีเหตุผลคนเป็นพี่ค่อย ๆ พูดเพราะกลัวน้องชายจะเตลิดไปไกล แพทย์หนุ่มดึงมือของน้องชายเข้ามากอบกุมอีกครั้งเพื่อขอความเชื่อใจกลับคืน

สองเหนื่อยจังเลยครับพี่ชายหนึ่ง

คุณชายสองหลุบตาต่ำไม่ให้คนเป็นพี่เห็น จากนั้นจึงเอนหัวลงไปซบไหล่กว้างของคุณชายหนึ่ง คนเป็นพี่เองก็เอนหัวไปชนกับคนเป็นน้องเช่นกัน ไม่มีการพูดคุยต่อจากนี้ หากแต่มีเพียงเสียงนกที่ร้องเจื้อยแจ้วเพื่อทลายความเงียบลง

*****

เจ้าของร่างหนาในชุดสูทสีน้ำตาลเอี้ยวตัวใช้ต้นขาปิดประตูรถเปิดประทุนคันหรู ระหว่างนั้นเขาก็หอบหนังสือกองใหญ่ไว้ในอ้อมแขน ดั่งเพลิงผิวปากอย่างอารมณ์ดีแล้วพยักหน้าให้คนขับรถประจำบ้านให้นำรถของตนเข้าไปเก็บ ด้านหลังของเขามีเพื่อนรักอย่างนายจรัญหอบของพะรุงพะรังเดินตามมา

เข้าใจว่าเห่อตู้หนังสือใหม แต่ซื้อมามากมายขนาดนี้ หมดปีคงอ่านหมดหรอกครับไอ้เพลิงนายจรัญพูดขึ้นขณะยกขาก้าวขึ้นบันไดอย่างระมัดระวัง

อ่านไม่หมดปีนี้ก็เก็บไว้อ่านปีต่อไปซีวะดั่งเพลิงหัวเราะ

เดี๋ยวนี้ริทำตัวประหลาด รู้จักกันมาเป็นสิบ ๆ ปี เอ็งอ่านหนังสือปีละสี่เล่มได้ล่ะมัง

อะไรกันนักหนา พอเสเพลก็โดนด่า ทำตัวดีก็โดนหาว่าประหลาด

ไอ้สูทสีน้ำตาลนั่นอีก ใส่ซ้ำมาสามวันแล้วนะครับ ซักบ้างเถอะพ่อเพื่อนหน้ากลมถอนหายใจ จากนั้นเขาก็หยิบหนังสือมาวางบนตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่ดั่งเพลิงเพิ่งซื้อมาที่ห้องส่วนตัว

เอ็งอาจจะไม่รู้ว่าเสื้อตัวนี้กลิ่นหอมดั่งเพลิงมองหนังสือโรมิโอแอนด์จูเลียตเล่มหนาในมือ ชายหนุ่มยกยิ้มโดยไม่หันไปมองเพื่อนสนิทที่กรอกตามองเพดานอย่างรำคาญใจ

เข้าข่ายเหยียดวรรณะนะโว้ยแบบนี้

ถามจริงเถอะ ทำไมขี้บ่นได้ขนาดนี้วะชายหนุ่มจับหนังสือในมือไปตบหลังเพื่อนตัวเตี้ยเบา ๆ ดั่งเพลิงหัวเราะร่าด้วยความชอบใจเมื่อนายจรัญถลึงตาใส่กลับ

อ้าว จรัญ ไม่เจอนานเป็นอย่างไรบ้างเจ้าสัวเส็งที่เดินลงมาจากชั้นสองกล่าว เมื่อเห็นสหายของบุตรชาย

สวัสดีครับ ท่านเจ้าสัว กระผมสบายดีครับนายจรัญหันไปทางเจ้าสัวเส็งแล้วยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม

เออ ไหว้พระเถอะ แล้วนี่อะไร ตู้เพิ่งมาส่งก็แจ้นไปซื้อหนังสือแล้วรึเจ้าสัวหันไปมองดั่งเพลิงที่ทำเป็นจัดหนังสือโดยไม่สนใจผู้เป็นบิดา

ซื้อนิดซื้อหน่อย ขนหน้าแข้งป๊าไม่ร่วงหรอก

เนี่ยดูมันสิจรัญ นิสัยได้ใครมาเจ้าสัวบ่นอุบ

แหม่ เหมือนเจ้าสัวเปี๊ยบเลยครับนายจรัญกล่าวกับตัวเองเบา ๆ เมื่อเห็นสองพ่อลูกส่งสายตากวนให้กัน

มาก็ดีแล้ว มาคุยกันหน่อยไอ้มังกรผู้เป็นบิดากล่าวแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟายุโรปทรงใหญ่

งั้นกระผมไปรอข้างนอกนะครับนายจรัญที่รู้สึกว่าตนจะเป็นคนนอกกล่าวแล้วทำท่าจะเดินออกไป

ไม่ต้อง ๆ ไม่มีอะไรหรอก จะนั่งฟังก็ได้เจ้าสัวหัวเราะแล้วตบโซฟาดังปุเป็นเชิงให้ลูกชายและสหายนั่งลง

มีอะไรหรือครับดั่งเพลิงทิ้งตัวนั่งลงสบาย ๆ แล้วถามขึ้น

ป๊าไปคุยกับท่านชายภพมาแล้วว่างานแต่งของลูกกับคุณชายสองจะจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์

คุณพระ!นายจรัญร้องขึ้นทันทีพลางยกมือทาบอกตัวเอง ดูแล้วคนหน้ากลมคงจะตกใจเสียยิ่งกว่าดั่งเพลิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

ชะอ้าว เงียบเลย ไม่พอใจรึเจ้าสัวถามบุตรชายที่นั่งนิ่งดูไม่มีอาการตกใจหรือวิตกกังวลใด ๆ

ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรนัก ลูกได้ข่าวมาก่อนว่าเรืออังกฤษจะเทียบท่าในเดือนหน้าดั่งเพลิงหัวเราะในลำคอแล้วพูดอย่างรู้ทันคนเป็นพ่อ

งั้นหรือ ไม่ใช่ในใจดีใจจนเนื้อเต้นหรอกนะเจ้าสัวมองกลับไปยังดั่งเพลิงด้วยสายตาเรียบนิ่งเป็นเชิงวัดใจ ขณะที่นายจรัญยังนั่งตกใจอยู่

รีบจัดงานเสียขนาดนี้ ชะรอยป่านนี้วังเทววงศ์คงแตกเสียแล้วล่ะมังครับชายหนุ่มร่างหนาส่ายหัวแล้วยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขายอมรับว่าเขาชอบและอยากครอบครองคุณชายสอง แต่เขาไม่มั่นใจว่าเขาจะอยากมีครอบครัวจริงหรือไม่

*****

กลางดึกสงัด ปอร์เช่สีแดงสดแล่นเข้ามาจอดด้านข้างวังเทววงศ์ดังเช่นทุกวัน ชายหนุ่มเจ้าของร่างหนาลอบถอนหายใจก่อนที่จะถอดสูทโยนไปยังเบาะหลัง ดั่งเพลิงทอดสายตามองไปยังห้องชั้นสองด้านริมซ้ายสุดที่ยังคงเปิดไฟเอาไว้ ทั้งที่จะเป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วก็ตาม ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกันที่เขามาเฝ้ามองหน้าต่างห้องนอนคุณชายสองทุกคืนจนกว่าไฟจะดับลง

เจ้าของใบหน้าหล่อที่หลายคนคลั่งไคล้ตอนนี้กลับเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บที่หน้าอกซ้ายมันรบกวนตัวเขาเองมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน แม้ไม่อยากจะเชื่อเรื่องหลังผูกชะตาแล้วความรู้สึกจะเชื่อมถึงกันได้ แต่ดั่งเพลิงเองก็รู้ดีว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้เป็นของเขา หากแต่เป็นของอีกคนที่อยู่ในห้องนอนห้องนั้น

ชายหนุ่มนึกแปลกใจที่ขณะนี้จวนจะสี่ทุ่ม แต่ไฟของห้องคุณชายสองก็ยังไม่ดับลง จนกระทั่งสายตาคมลอบเห็นความเคลื่อนไหวในต้นไม้ริมรั้วของวังที่ดูรุนแรงผิดปกติ มือหนาควานหยิบปืนพกที่เจ้าตัวพกไว้เสมอจากลิ้นชักด้านหน้า ก่อนจะจับมันมาถือไว้ในมือ

ขโมยรึ

ดั่งเพลิงเบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นร่างของชายคนหนึ่งปีนออกมาจากรั้วของวัง ไม่ใช่เพราะว่าเป็นโจรแต่อย่างใด หากแต่เขามั่นใจว่าชายคนนั้นเป็นคุณชายเจ้าของห้องที่เขาแอบมองทุกคืน คุณชายสองทิ้งฝีเท้าลงกับพื้นอย่างเงียบเชียบที่สุด จากนั้นก็หยิบกระเป๋าถือขนาดกลางขึ้นมา คนตัวผอมพยายามเดินเลียบกำแพงวัง โดยไม่รู้ตัวว่าดั่งเพลิงเองก็ลอบมองการกระทำของตนอย่างขบขัน

ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้าติดเครื่องยนต์ขับไปขนาบข้างคุณชายผู้กำลังเดินอยู่ ทันทีที่ได้ยินเสียงรถ คุณชายก็หันมามองด้วยความตกใจ ยามเมื่อรถยุโรปสีแดงแล่นมาใกล้มากขึ้นก็ทำให้คนตัวบางหน้าบึ้งเมื่อเห็นคนขับ

มืดค่ำปานนี้จะไปไหนหรือครับคุณชายสายน้ำผึ้งดั่งเพลิงจงใจชะลอขับรถช้า ๆ ให้เร็วเท่าฝีเท้าการเดินของคุณชายสอง

จะไปไหนก็เรื่องของผมคุณชายสองมองไปยังถนนตรงหน้าโดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่ตั้งใจจะมากวนประสาทกัน

ให้กระผมไปส่งดีไหมครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายนะเออ

มีธุระกงการอะไรไม่ทราบ

ก็ต้องมีซีครับ ประเดี๋ยวก็จะแต่งกันแล้ว กระผมเองก็อยากใส่ใจว่าที่ภรรยแม้ดั่งเพลิงยังพูดไม่ทันจบ แต่ประโยคนี้ก็ได้ผลเสียทีเดียวเชียวเมื่อคุณชายสองหันมามองชายหนุ่มตาขวาง

สงบปากสงบคำก็ไม่มีใครหาว่าไม่มีปากหรอกนะคนตัวบางเร่งฝีเท้าให้เดินเร็วขึ้น แต่กระนั้นดั่งเพลิงก็เร่งความเร็วรถให้มาขนาบข้างเช่นเดิม ไม่ว่าจะช้าลงหรือเร็วขึ้นคนที่ตามตื๊อก็ยังถือไพ่เหนือกว่า

หากคุณชายสองก้าวเท้าไปข้างหน้าดั่งเพลิงก็จะขับตีคู่ไป​..

หากคุณชายสองเดินถอยหลังดั่งเพลิงก็จะถอยรถตาม.. 

เอ๊ะ!?” คุณชายอนิละจิ๊ปาก

นี่คุณชายหนีออกจากวังหรือครับชายหนุ่มเลิกยียวนกวนประสาท แล้วเปลี่ยนไปถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยามเมื่อแสงไฟกระทบหน้าดั่งเพลิงจึงเห็นว่าดวงตาคุณชายสองบวมเป่งเหมือนกับผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาไม่นาน

ก็รู้นี่ จะไปฟ้องใครก็เชิญเลย​ ยังไงก็ไม่มีใครสนใจผมหรอก” 

ไม่ดีเลยนะครับ

ไม่ดีอย่างไร หากผมหายไป งานแต่งก็จะไม่เกิดขึ้น ก็สมใจเราสองแล้ว

เฮ้อ ชอบคำว่า เรา เสียจริง พูดอีกได้หรือไม่ครับดั่งเพลิงทำเป็นหูทวนลมกับประโยคแรกแล้วเน้นย้ำในประโยคหลังแทน

เพราะคุณแท้ ๆ ทุกอย่างมันวุ่นวายก็เพราะคุณ!คุณชายสองเริ่มหมดความอดทนกับท่าทีของดั่งเพลิง คนตัวบางหยุดฝีเท้าแล้วกองกระเป๋ายืนนิ่ง

คุณชายเนี่ย โทษทุกอย่างเป็นยกเว้นโทษตัวเองซีนะครับดั่งเพลิงหัวเราะในลำคอ

...คนตัวบางเมื่อได้ยินดังนั้นดวงตากลมก็หลุบต่ำลงไม่สบตากับอีกคนที่นั่งอยู่ในรถ บางทีอาจจะเพราะถ้อยคำที่ดั่งเพลิงพูดมันจี้ใจดำคุณชายเสียจนอีกฝ่ายพูดไม่ออก

หมดเวลาเล่นแล้ว กลับบ้านไปได้เถอะ เดี๋ยวกระผมไปส่งดั่งเพลิงเปิดประตูรถ จากนั้นก็จูงมือคุณชายจอมดื้อให้มาขึ้นรถอีกฝั่งของคนขับ

ปล่อย!คุณชายสองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถือวิสาสะจับเนื้อต้องตัวตนก็โวยวายทันที

คุณชายอนิละ อย่าดื้อกับผมนะ ผมไม่เหมือนพี่น้องคุณหรอกที่จะตามใจดั่งเพลิงดุคนอายุน้อยกว่าด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยือกจนอีกคนรู้สึกกลัว

...เป็นอีกครั้งที่คุณชายสองยอมทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะข้างคนขับรถยุโรปสีจัด คนตัวบางไม่ได้พูดอะไรแต่สายตากลับดูเจ็บปวด

ต่อให้ดื้อแพ่งสักเพียงใด แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่เคยปฎิเสธอะไรได้อยู่ดี

เอี๊ยดโครมดั่งเพลิงและคุณชายอนิละนิ่งงันทันทีเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ไม่ผิดแน่ว่านั่นคือเสียงรถชนกัน ในระยะไม่ไกลจากเชาทั้งสอง

ขณะที่รถปอร์เช่กำลังแล่นเข้าไปใกล้หน้าประตูวัง ทั้งสองจึงพบว่าอุบัติเหตุดังกล่าวอยู่ไม่ไกลมากนัก เนื่องจากรถคันที่ประสบอุบัติเหตุชนเข้ากับรั้วของวัง และมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังโวยวายลั่นให้เรียกรถนำส่งคนเจ็บไปยังโรงพยาบาล

เมื่อภาพชัดเจนขึ้นคุณชายสองถึงกับตัวแข็งทื่อ เพราะเขาเห็นเด็กหนุ่มศีรษะโชกเลือดถูกพยุงไปต่อหน้าต่อตา และเด็กคนนั้นคือน้องชายของตน ส่วนคนที่พยุงไปนั้นก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นคุณชายหนึ่งผู้เป็นพี่ ดวงตากลมเห็นภาพหม่อมแม่ของตนร้องไห้เดินตามบุตรชายทั้งสองไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ไม่นานรถสีดำขลับของวังก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ดั่งเพลิงที่ตั้งสติได้ก่อนก็หยุดรถแล้วรีบลงไปถามบุคคลที่ห้อมล้อมที่เกิดเหตุทันที

นี่มันเกิดอะไรขึ้นดั่งเพลิงถามคนรับใช้ของวังเทววงศ์ที่กำลังวิ่งวุ่นไปทั้งวัง

คุณชายสามน่ะขอรับ คุณชายสามวิ่งออกมาตามหาคุณชายสอง เธอเลยโดนรถชน” คนรับใช้ของวังเทววงศ์ตอบกลับดั่งเพลิง ก่อนที่จะลอบเห็นนายน้อยคนรองที่วิ่งตามมาแล้วได้ยินคำพูดเมื่อครู่เข้า

พาผมไปโรงพยาบาลทีคุณชายสองกล่าวเสียงสั่นเป็นเชิงขอร้องกับดั่งเพลิง เมื่อดั่งเพลิงขับรถไปได้สักพักคนตัวบางก็เริ่มที่จะร้องไห้ออกมาอย่างหนักเพราะความเป็นห่วงน้องชายและใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

*****

โรงพยาบาลศิริราช หน้าห้องฉุกเฉินเวลานี้คับคั่งไปด้วยญาติผู้ป่วยหลากครอบครัว ตั้งแต่วรรณะสูงสุดไล่ลงมาถึงล่างสุด และหนึ่งในนั้นก็มีครอบครัวเทววงศ์อยู่ด้วยเช่นกัน

เย็บแผลเสร็จแล้วนะ แต่พักฟื้นสักคืนสองคืนก็น่าจะดีแพทย์หญิงผู้หนึ่งกล่าวกับคุณชายหนึ่ง หลังจากที่เจ้าหล่อนเดินออกมาจากห้องฆ่าเชื้อ

ขอบคุณครับคุณชายหนึ่งพยักหน้ารับแล้วยกมือไหว้ขอบคุณรุ่นพี่ของตน

...

ดั่งเพลิงลอบมองคุณชายสองที่นั่งร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ตรงมุมที่นั่งสำหรับญาติผู้ป่วย คนตัวบางยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลของตัวเอง มืออีกข้างก็กำมือไว้แน่นบนต้นขา

นี่คุณชา

ชายสามไม่ได้เป็นอะไร แค่หัวแตกเองคุณชายหนึ่งเดินเข้าไปลูบศีรษะปลอบน้องชายคนรอง

สองทำให้ชายสามเป็นแบบนี้ สอง ฮึกสองขอโทษครับคุณชายอนิละตอบเสียงสั่น

นั่นประไร ร้องไห้น้ำตาเป็นลิตรแล้ว เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้ละกัน

ดั่งเพลิงกล่าว จากนั้นเขาก็ดินออกไปหาน้ำดื่มมาให้พวกเทววงศ์ คนตัวหนาเองก็ตงิดใจ ทำไมเขาถึงยังคงยืนหน้าสลอนรอฟังอาการคุณชายสาม ทั้งที่ตนก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ชายหนุ่มจำได้ว่าราวชั่วโมงก่อน พอมาถึงโรงพยาบาลคุณชายสองก็เอาแต่พร่ำขอโทษกับแม่กับพี่ชาย และที่ทำให้เขารู้สึกแย่ที่สุด นั่นก็คือการที่ต้องยืนมองคนตัวผอมนั่งร้องไห้เป็นชั่วโมง

ขณะเดินออกมาจากบริเวณแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มก็สวนทางเข้ากับบุรุษวัยกลางคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังที่ ๆ ตนจากมา หากจมูกไม่เพี้ยนไป ชายคนดังกล่าวนั่นก็คือท่านชายภพเป็นแน่ เห็นว่ามีงานต่างจังหวัดสงสัยจะรีบกลับมาทันทีเมื่อทราบข่าว ดั่งเพลิงโยกคอเล็กน้อยเป็นเชิงไล่ความปวดเมื่อย ก่อนจะยิ้มหวานถามสาวพยาบาลแถวนั้นว่าจะหาน้ำดื่มได้จากไหน

ชายสามเป็นอย่างไรบ้าง?!ชายวัยกลางคนที่มาใหม่ถามขึ้นเมื่อมาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน

หัวแตกน่ะครับท่านพ่อคุณชายหนึ่วงตอบผู้เป็นบิดา

ค่อยยังชั่วนะเจ้าสามท่านชายภพถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาทิ้งตัวลงนั่ง ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นตัวต้นเหตุของเรื่อง

...คุณชายสองหลบสายตาท่านชายภพทันทีเมื่อถูกมองด้วยท่าทีตำหนิ เขารู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

ถึงขึ้นจะหนีออกจากวังเลยหรือท่านชายภพถามเสียงเบา

...คุณชายสองไม่ตอบกลับไปหากเพียงแต่ก้มหน้ามองพื้น  โดยคุณชายหนึ่งกับหม่อมผกาได้เฝ้ามองบทสนทนานี้อย่างเงียบ ๆ เนื่องจากกลัวว่าจะมีการระเบิดอารมณ์กันเกิดขึ้น 

ตอบเถอะชายสอง พ่อเองก็เหนื่อยแล้ว

สองขอโทษ...ครับ

หม่อมผกาและคุณชายหนึ่งถึงกับหันไปมองหน้ากันอย่างมึนงง เมื่อคราวนี้ทั้งท่านชายภพและคุณชายสองกลับไม่ได้มีการพูดประชดประชันกันเกิดขึ้น

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว คุยที่นี่มันเลยละกัน ไม่อยากแต่งงานขนาดนั้นเชียวหรือ 

สองไม่อยากแต่ง

ชายหนึ่งพูดเหตุผลไปสิ หากน้องฟังแล้วยังไม่ยอมอีกก็ไม่ต้องแต่งมันแล้วคนเป็นพ่อกล่าวกับบุตรชายคนโต จากนั้นก็ถอนหายใจ

ชายสองฟังพี่นะครับ ที่ท่านพ่อกับพี่สั่งห้ามยาสองเพราะร่างกายของชายสองกำลังจะแย่คุณชายหนึ่งค่อย ๆ พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

...คนตัวบางไม่กล่าวอะไรเพียงแต่พยักหน้าให้พี่ชายพูดต่อ

สองใช้ยามากเกินไป แล้วตอนนี้ร่างกายสองมันเริ่มจะต่อต้าน หากกินยาอีกไม่กี่ครั้งมันจะไม่ระงับกลิ่นให้สอง แต่กลิ่นของสองจะแรงกว่าเดิม และนั่นจะทำให้สองอาจจะมีลูกไม่ได้

ลูกงั้นหรือ สองไม่เคยคิดจะมีคุณชายสองกล่าวเบา ๆ

สองแน่ใจแล้วหรือ พี่หมายความว่าสองมั่นใจในตัวเองแล้วจริงใช่ไหมกับสิ่งที่สองพูดออกมาคุณชายหนึ่งย้ำถามกับน้องชายอีกครั้ง เขามั่นใจว่าต่อให้ในตอนนี้คุณชายสองไม่คิดอยากจะมีลูก แต่ต่อไปคนเป็นน้องจะต้องอยากมีแน่นอน เพราะคนไข้แทบทั้งหมดของเขาก็เป็นเช่นนั้นหลังจากพบโซลเมท

..,สองไม่รู้ แต่สองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับการแต่งงาน” คนตัวบางยกมือขึ้นมาขยี้ตาที่ช้ำไปหมดของตน

ถ้าหากใช้ยาไม่ได้มันหมายความว่า ช่วงนั้น ของสองมันกำลังจะมา และพี่คิดว่าควรมีคนที่อยู่ดูแลสองเมื่อตอนนั้นมาถึง” 

นายคนนั้นน่ะหรือจะดูแลสองคุณชายสองถามพี่ชายตนเองกลับด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นดั่งเพลิง ถ้าเหตุผลคือที่เป็นโซลเมทกัน มันก็ยิ่งปวดใจที่ทั้งตนและดั่งเพลิงไม่ได้กำหนดชะตากันเอง

ก็นายคนนั้นนั่นล่ะที่สัญญากับพี่เพื่อขอดูแลสอง

คุณชายหนึ่งกล่าว เมื่อได้ยินดังนั้นคุณชายสองก็ก้มไปมองพื้นอีกครั้งด้วยความสับสนและไม่แน่ใจ ทำไมคนอย่าง ดั่งเพลิง เกริกวานิช ถึงยอมแลกอิสรภาพตนเพื่อมาดูแลเขาด้วย ทั้งยังชอบพูดอะไรประหลาด ไม่รู้เรื่องไหนจริงเรื่องไหนหลอกนั่นอีก

ทำตัวเองทั้งนั้น คนอื่นเขาก็ทำเพราะเป็นห่วง แต่กลับก่อปัญหาซะนี่ท่านชายภพพูดขึ้น หม่อมผกาทนไม่ได้ถึงกับต้องเดินไปตีแขนสามีด้วยความโมโหกับความปากพล่อย

ท่านพ่อครับ...

จะขอไม่แต่งงั้นสิ

หากสองแต่งงาน ท่านพ่อจะภูมิใจกับสอง บ...บ้างหรือไม่... คุณชายสองเงยหน้าถามท่านชายภพด้วยน้ำตาที่นองหน้า ร่างบางสั่นเทิ้มจนคุณชายหนึ่งต้องเดินไปจับมือของน้องชายเอาไว้

ชายสองลูก ทำไมคิดเช่นนั้นหม่อมผกาย่อตัวกอดคุณชายสองที่นั่งอยู่ จนบุตรชายคนรองเม้มปากแน่นเพราะกลัวที่จะร้องไห้ไปมากกว่านี้

ภูมิใจสิ รีบแต่งได้แล้ว

...

ต่อไปจะไปไหนก็ได้ไป จะได้มีอิสระอย่างใจหวัง อยากไปไม่ใช่หรือยุโรปน่ะ 

... 

อย่าคิดไปเองว่าพ่อไม่รัก

ท่านชายจับไหล่หม่อมผกา เป็นเชิงบอกให้ภรรยาถอดอ้อมกอดจากคุณชายอนิละ จากนั้นเขาก็ย่อลงไปกอดลูกชายคนกลางบ้าง เพียงเท่านั้นคุณชายสองก็ร้องไห้โฮทันที

นานจนจำไม่ได้แล้วว่าทิฐิมันมากขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อใด..

นานจนจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกที่ได้กอดพ่อนั้นเป็นอย่างไร..

นานจนจำไม่ได้แล้วว่าได้รับความรักจากพ่อครั้งสุดท้ายเมื่อตอนไหน..

คุณชายหนึ่งยิ้มอย่างโล่งอกแล้วจึงสวมกอดผู้เป็นมารดา ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านพ่อกับน้องชายจะเข้าใจกันมากขึ้นหรือไม่ แต่อย่างน้อยทั้งคู่ก็มีคนยอมลดทิฐิเพื่อเข้าหาอีกคนแล้ว

*****

               ณ ศาลาริมแม่น้ำของโรงพยาบาล ดั่งเพลิงทอดสายตามองไปยังผืนน้ำสีดำสนิท  จิตใจของเขาสงบลงมาก หลังจากที่เขาจะทะเล่อทะล่าเอาน้ำไปบริการให้กับครอบครัวเทววงศ์ แต่แล้วเปลี่ยนใจ เมื่อได้ยินบทสนทนาของคุณชายสองและท่านชายภพ ก็นึกยินดีที่พ่อลูกเขารักกันแต่ทำไมไม่รู้คนตัวหนากลับรู้สึกว่างเปล่า

สองไม่อยากแต่ง

ชายหนุ่มหัวเราะหึในลำคอแล้วยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมตนต้องเก็บคำพูดของคุณชายนั่นมาใส่ใจมากขนาดนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อยากแต่งเหมือนกันในทีแรก ถ้าไม่ได้แต่งมันก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้กลับไปสำมะเหรกเกเรได้เต็มที่ ไม่รู้จะอยากมีภาระไปทำไม

บ้านช่องไม่มีกลับหรือไงดั่งเพลิงหันหน้าไปหาเจ้าของกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งอันแสนรุนแรง ในใจก็นึกสงสัยอยู่แล้วว่าทำไมกลิ่นจากเสื้อสูทถึงแรงนัก แต่เปล่าเลย มันมาจากเจ้าของกลิ่นที่มายืนอยู่ทางด้านหลังต่างหาก

ประเดี๋ยวก็กลับแล้วครับคุณชาย เป็นห่วงกระผมหรือดั่งเพลิงยิ้มกวน

มาไล่กลับต่างหาก ขวางหูขวางตาคุณชายอนิละยู่ปากด้วยความเคยชิน

รำคาญกันปานนั้นเลย

ก็ใช่น่ะซี รู้ตัวก็กลับไปได้แล้ว

คุณชายเถอะ จะมายืนดูจันทร์อะไรดึก ๆ ดื่น ๆ กลิ่นแรงขนาดนี้เดี๋ยวก็โดนใครที่ไหนไม่รู้งับคอเข้าให้เสียหรอกดั่งเพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วบิดขี้เกียจ

ก็คืนนี้ผมนอนเฝ้าชายสามกับพี่ชายหนึ่งว่าแต่กลิ่น มมันแรงขนาดนั้นเลยหรือคุณชายสองยกมือขึ้นจับต้นคอของตนอย่างหวาดระแวง

ใช่ครับ ไม่รีบกลับเข้าไป กระผมนี่ล่ะจะงับคอคุณชายคนตัวหนาแสร้งทำเป็นแยกเขี้ยวใส่คุณชายสองจนคุณชายเองถึงกับถอยหลังไปชนกับเสาท่าเรือ

มันผิดกฎหมาย!เจ้าของดวงตากลมดูตกใจไม่น้อยจนยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดลำคอซ้ายขวา ถึงคุณชายสองจะถูกเลี้ยงในกรงทอง แต่ก็ใช่จะไม่รู้ว่าการตีตรากาฬวิฬาร์โดยไม่ยินยอมนั้นผิดกฏหมาย

ล้อเล่นน่ะครับ ให้กระผมเดินไปส่งเถอะดั่งเพลิงหัวเราะ

“เป็นโรคจิตหรือ แวะจิตเวชเสียหน่อยไหม”

คุณชายสองบ่นอุบ แต่ก็เดินนำดั่งเพลิงกลับไปยังอาคารของโรงพยาบาล และไม่ห้ามปรามหากอีกฝ่ายจะตามไปส่ง ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายหนึ่งให้เขามาบอกดั่งเพลิงกลับบ้าน เขาก็ไม่มาหรอก กวนประสาทเสียขนาดนี้

ถึงแล้ว กลับไปได้แล้วไปคุณชายสองกล่าวกับดั่งเพลิงเมื่อถึงหน้าห้องที่ชายสามพักฟื้นอยู่

งั้นก็ราตรีสวัสดิ์ครับคนตัวหนายกมือขึ้นโบกแบบพวกฝรั่งแล้วทำท่าจะเดินกลับไป

นี่นายเพลิง...

ว่าอย่างไรครับดั่งเพลิงหันหลังกลับตามเสียงเรียกของคุณชายสอง

หนังสือที่เอามาให้อ่านจบหมดแล้ว

ครับ

คราวหน้าถ้าเอามาก็เอามาเยอะกว่านี้หน่อยสิ

ซะงั้นกันคุณชาย ไอ้กระผมก็นึกว่าจะขอบคุณซะอีก

จำเป็นหรือ กับนายไม่เห็นจำเป็น

งั้นก็แย่หน่อยล่ะครับ เพราะผมคงไม่ได้ไปวังเทววงศ์สักพักดั่งเพลิงถอดเสื้อสูทสีน้ำตาลของตนแล้วเอามันขึ้นมาพาดกับบ่าเพราะอากาศร้อน

งั้นหรือ...” คุณชายสองตอบกลับเสียงเบา

ครับ คนจีนเขาถือว่าบ่าวสาวห้ามเจอกันก่อนหมั้นเจ็ดวัน เหมือนว่าจะหมั้นเช้าแต่งเย็นเสียด้วย ระหว่างนี้ก็ซ้อมยกน้ำชาเอาซะนะครับคุณชาย 

ใครจะแต่งกับนายไม่ทราบ 

ก็คุณชายยังไงล่ะครับ ผูกชะตากับกระผมแล้วก็รับผิดชอบกันหน่อยสิดั่งเพลิงกล่าว

งั้นก็โชคร้ายหน่อยนะ เพราะผมน่ะเป็นตัวซวย ไม่รู้ว่าหากไปอยู่บ้านเกริกวานิชแล้วนั้นความวิบัติอะไรจะเกิดขึ้นบ้างคุณชายสองยิ้มเยาะอย่างถือดี

ของแบบนี้มันก็ต้องพิสูจน์แล้วล่ะครับคุณชาย ว่าจะซวยจริงหรือไม่คนตัวหนาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัวคำขู่ที่เหมือนเด็ก กลับรู้สึกขบขันเพราะเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อไม่มีผิด

“...” คุณชายสองขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจแล้วมองดั่งเพลิงตาขวาง

เอาอย่างนี้แล้วกัน ถือเสียว่าผมให้เวลาคุณชายจนถึงวันแต่ง หากแต่งก็เข้าร่วมพิธีเสีย หากไม่แต่งก็ล่มงานไปซะ กู้ดไนท์ครับ” 

ดั่งเพลิงยกยิ้มมุมปากอย่างที่ทำเป็นประจำ จากนั้นจึงเดินจากไปปล่อยให้คุณชายสองยืนนิ่งมองเขาหายไปจนลับตา คนร่างบางทิ้งตัวลงนั่งยังม้านั่งอีกครั้​ง​ ล้วงกระเป๋ากางเกงของตนเพื่อดึงเนคไทสีเขียวอ่อนขึ้นมาแล้วคุณชายสองก็ดึงมันเล่นด้วยความหงุดหงิดใจ

*****

ขบวนขันหมากยาวสุดลูกหูลูกตาจากเกริกวานิชใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงจะมาถึงวังเทววงศ์ ทั้งจำนวนพานที่ใส่ทองและเงินเป็นฟ่อน รวมทั้งผลหมากรากไม้ที่ห่อด้วยกระดาษแดงนั้น ช่างสมศักดิ์ศรีที่งานนี้เป็นงานมงคลระหว่างบุตรของ เจ้าสัวเส็ง เกริกวานิช มังกรแห่งธุรกิจขนส่งสินค้าและเจ้ากรมศุลกากรอย่าง ท่านชายภพ เทววงศ์ ยิ่งนัก ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างหยุดดูขบวนดังกล่าวระหว่างทางด้วยความสนใจ ไม่ช้าก็เร็ว ผู้คนก็คงโจษจันกับความหน้าใหญ่ใจโตของเจ้าสัวเส็งไปทั่วพระนคร

ดั่งเพลิงในชุดสูทสีดำหากแต่ผูกไทค์เป็นสีแดงเข้มเพื่อให้ดูโดดเด่นเข้ากับงาน ผู้เป็นเจ้าบ่าวยื่นซองแล้วซองเล่าให้กับหนุ่มสาวที่กั้นประตูเงินประตูทองอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แจกยิ้มไปทั่วเหมือนอย่างเคยแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันแต่งงานก็ตาม ชายหนุ่มผู้เตรียมใจมาไม่มากก็น้อยทิ้งตัวลงนั่งกับพรมราคาแพง หน้าโซฟาที่มีผู้หลักผู้ใหญ่อยู่เพื่อรอทำพิธียกน้ำชา ใจนึกหวังแค่พิธีจบได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะในขณะนี้กำลังเบื่อได้ที่

เห้ย ไอ้เพลิงปกติแล้วเอ็งต้องขึ้นไปรับคู่หมั้นหรือเปล่าวะนายจรัญที่นั่งอยู่ด้านหลังกับคุณภัทรผู้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวกระซิบถาม

ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ป๊าบอกว่าไม่ได้เข้มงวดปานนั้น ก็รอจนกว่าคุณชายเขาจะเสด็จลงมาละกัน ถ้าไม่ลงมางานก็ล่มดั่งเพลิงกระซิบตอบเพื่อนของตน ก่อนจะกลั้นหาวเนื่องจากต้องตื่นเช้ามาเตรียมตัว จนคุณชายสามที่นั่งอยู่อีกฝั่งอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาตำหนิท่าทางที่ดูสบายเกินไปของเขา

ใกล้จะได้ฤกษ์แล้วนะว้อย สงสัยเจ้าบ่าวจะโดนทิ้งเสียแล้วว่ะไอ้คุณภัทรเพื่อนหน้ากลมหันไปหัวเราะคิกคักกับคุณภัทร แต่นายทหารหนุ่มกลับนั่งนิ่ง มองไปยังที่นั่งที่คุณชายหนึ่งกับหม่อมเจ้ามิ่งขวัญนั่งอยู่

แขกเหรื่อในงานเช้าเริ่มกระซิบกระซาบกันว่าอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในงานเสียแล้ว เมื่อใกล้ถึงเวลาทำพิธีคนสำคัญของงานอีกคนอย่างคุณชายสองกลับไม่ลงมาเสียที เป็นเรื่องยากที่จะเลี่ยงการถูกนินทา หลังจากที่ทางเกริกวานิชและเทววงศ์ประกาศวันแต่งสายฟ้าแลบของทั้งคู่ มันก็เกิดข่าวลือไปในทางเสียหายมากมาย เช่น การแต่งงานเพื่อธุรกิจ การตรีตรากาฬวิฬาร์โดยไม่สมยอม หรือเลวร้ายที่สุดก็คือข่าวลือที่ว่าคุณชายอนิละนั้นตั้งท้อง

แม้ปากจะบอกว่าง่วงหรือเบื่อเพียงใด แต่สายตาของดั่งเพลิงก็มองไปยังบันไดกลางของวังทุกสามวินาที จนในที่สุดชายหนุ่มก็มองไปเห็นชายหนุ่มอีกคนในชุดสูทสีดำ กับทรงผมที่ถูกจัดให้ปล่อยลงมาด้านหน้าทั้งหมด ผมหน้าม้าของเขาถูกแหวกเผยให้เห็นหน้าผากเล็กน้อย ดวงตากลมเป็นประกายสวยสะกดเหมือนทุกวัน ขณะลงบันไดชายหนุ่มเจ้าของร่างบางก็ยกมือเกาคอแล้วยกยิ้มให้กับแขกเหรื่อที่กำลังรอคอยตนเพราะความเขินอาย จนได้ยินเสียงของอันฬาและบรรตาหนุ่มหลายคนบ่นกันระงมด้วยความเสียดาย ที่ไม่เคยรู้เลยว่าบุตรชายคนรองของเทววงศ์เป็นกาฬวิฬาร์​

ปั๊ดโถ่ว้อย คุณชายสองโคตรจะน่ารักเลยว่ะไอ้เพลิง!

ฉันรู้แล้ว” ชายหนุ่มยกยิ้มขณะมองไปยังคุณชายสองด้วยความพอใจ​ เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรู้อยู่ดีว่ากลิ่นดอกสายน้ำผึ้งนั้นหอมหวานเพียงใดนอกจากเขา

 

#มนต์วิฬาร์

 

TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่ค่า ไม่น่าเชื่อว่าจะห่างหายจากการอัพไปนานขนาดนี้ ปล่อยให้รอกันนานเลย ขออภัยนะคะ

 

ในตอนนี้ท่าทางจะมีหลากหลายอารมณ์มากเลย ตกลงจะยังไงดีคะพี่เพลิงชอบน้องหรือไม่ชอบ สงสารคุณชายสองมากเลยค่ะ อย่างที่กล่าวไว้ว่าสุดท้ายแล้วน้องก็แทบจะไม่เคยได้เลือกอะไรเองเลยในทุกเรื่อง แต่ว่าในซีนสุดท้ายน้องเป็นคนเลือกเองค่ะที่จะลงมาประกอบพิธีกับเพลิง

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณมากเลยนะคะที่รอและติดตามหวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.467K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #14018 piggynajam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 14:33
    ได้แต่งแล้วนะ น้ำตาไหลเลย
    #14,018
    0
  2. #13950 TD.Spain312 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 19:56
    ฮือ มีใครเศร้ากับชายสามเหมือนเราบ้างมั้ยยย เหมือนน้องถูกกำหนดให้ต้องโดนรถชนเพื่อที่ทุกอย่างมันจะได้ลงล็อคอะ ToT
    #13,950
    0
  3. #13944 brunette_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 22:28
    อ่านฉากพ่อลูกเเล้วน้ำตาซึมเลย น้องน่าสงสาร;___;
    #13,944
    0
  4. #13916 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 06:51
    เสียน้ำตากับฉากคุณชายสองกับพ่อ
    #13,916
    0
  5. #13912 OliviaGaJa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 02:54
    เหมือนปูเรื่องมาให้ชายสองดูงี่เง่าทั้งๆที่น้องควรจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดอ่ะ
    #13,912
    0
  6. #13911 BeautybabyIce (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:15
    ซีนอารมพ่อลูกทำชั้นจุกใจน้ำตาไหลพรากทุกครั้งวงวงงง //ขอยากเกียดคนแอบขิงกลิ่นคุณชายสองนะคะ แหมมมมม
    #13,911
    0
  7. #13887 sprimmm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:32

    ฮือฉากที่ชายสองถามว่าถ้าแต่งแล้วพ่อจะภูมิใจไหม คือเศร้ามากก แต่แต่งปุ๊บปั๊บในตอนมากค่ะ55555

    #13,887
    0
  8. #13859 choopp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 11:44
    แงงงงง น้ำตาไหลเลยตอนคูมพ่อกับชายสองคุยกัน ดั่งเพลิงนี่มันยังไงไม่ต่ะไม่รักแต่ไปเฝ้าเขาที่ข้างวังทุกวันนี่มันยังไงห๊ะ
    #13,859
    0
  9. #13833 betaim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 13:17
    น่ารักเนอะ
    #13,833
    0
  10. #13828 ณพสร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:17
    แม้ไม่อยากมีครอบครัวเลยจ้า แค่อยากครอบครองจ้า แต่มานั่งจอดรถดูหน้าต่างห้องน้องทุกวันเลยน้า
    #13,828
    0
  11. #13800 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:58
    แหมๆๆๆๆ ขิงใหญ่เลยนะ
    #13,800
    0
  12. #13784 amagine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 01:45
    ไปอยู่ไหนมาทำไมฉันเพิ่งเจอเรื่องนี้ แอแง
    #13,784
    0
  13. #13750 Ppandada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 16:41
    หอมกลิ่นความรัก เขินๆๆๆๆๆ
    #13,750
    0
  14. #13723 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 10:18
    ฉันรู้แล้ววว กรี้ดดดดด
    #13,723
    0
  15. #13674 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 14:20
    แงเงงงงงงง แต่งกันแล้วววววว
    #13,674
    0
  16. #13579 Midories (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:16
    ชอบที่ไรต์แต่งซีนที่ให้น้องได้เลือกทางเดินของตัวเองบ้าง ถึงทุกคนจะหวังดีกับน้อง แต่คนที่ถูกบอกให้ทำทันก็อึดอะดเหมือนกันนะ
    #13,579
    0
  17. #13563 -xebyam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 19:27
    แงงง น้องมาช้าแต่น่ารักกก
    #13,563
    0
  18. #13515 Cap.MilanP (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 10:19
    ท่านพ่อห่วงชายสองมากๆๆๆต่างหาก
    #13,515
    0
  19. #13501 theAce95 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 05:19
    โอ้ย ไรท์แต่งดีโคตรรรรรรรรรๆ เลยค่ะ น้ำตาไหลเลย แงงงงงงงงงง เก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี่พูดจริงๆนะคะ สุดยอด
    #13,501
    0
  20. #13456 Eloping (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 04:58
    อ่านถึงที่พ่อว่า อย่าคิดไปเองว่าพ่อไม่รักนี่น้ำตาซึม ซึ้งงงง
    #13,456
    0
  21. #13451 celpotter (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 01:58
    เขินประโยคสุดท้ายยยย
    #13,451
    0
  22. #13422 Nielongforever9 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 16:56

    แง้ๆๆสงสารชายสองมากๆเลยฮือออแต่เพลิงเค้าเป็นคนดีนะ

    #13,422
    0
  23. #13414 yuiiji (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    เหมือนเป็นไบโพล่าแล้วอ่ะ ร้องจนหมอนเปียกละก็มาเขินทั้งน้ำตาต่อได้เลย
    #13,414
    0
  24. #13406 sooji26 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    "ฉันรู้เเล้ว"
    จ้าาาาาาาาาาา
    (เขินเเทน)
    #13,406
    0
  25. #13363 s-wu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 01:42
    เก็บอาการหน่อยพี่เพลิง 5555555555
    #13,363
    0