มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 6 : บทที่ ๖ : หนีชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,557 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

บทที่ ๖ : หนีชะตา

คุณชาย ๆ รู้รึไม่ ฉันได้ยินมาว่ากาฬวิฬาร์เป็นตัวซวยล่ะ’ 

ทำไมเล่า เพราะว่ากาฬวิฬาร์แปลว่าแมวดำหรือ’ 

ไม่ใช่แค่ชื่อ พ่อฉันบอกว่าคนพวกนี้เมื่ออายุถึงวัยก็จะร้องหาคู่อย่างเดียวน่ะซี

พูดเหมือนวรรณะอื่นไม่มีความต้องการ’ 

ก็ไม่ใช่เพราะพวกแมวดำหรือไรที่เราต้องสู้กันเกือบตายเพื่อแย่งกันทำเมียน่ะ

พอเถอะ ฉันไม่อยากฟัง

นี่ยังไม่รวมเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดในบ้านที่มีแมวดำอีกนะ

หยุดพูด!

ทำไมกันหรือ ในเมื่อคุณชายเป็นบรรตานี่

‘...’

หรือแท้จริงแล้วคุณชายอนิละเป็นแมวดำ

 

คุณชายสองสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก คนตัวบางมีสีหน้าซีดเซียวและมีเหงื่อผุดเต็มหน้าผากจนต้องยกมือขึ้นมาซับ เขามองไปนอกหน้าต่างอย่างสติเลื่อนลอย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาฝันถึงบทสนทนานี้ หากแต่ความน่ากลัวของมันคือภาพในความฝันนั้นที่กำลังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนคล้ายจะกลายเป็นความจริง

เจ้าของร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักข้างเตียง มือเรียวควานหากล่องขนาดเล็กที่เขามักจะใช้มันใส่ยากักเป็นประจำ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อบัดนี้ในกล่องนั้นกลับไม่มียาที่ว่าอีกต่อไป

เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์แล้วที่คุณชายสองงดยาตามคำสั่งของคุณหมอที่เป็นพี่ชายของตน และแน่นอนว่ามันทำให้เกิดผลกระทบขนานใหญ่กับตัวเขา ยิ่งความกังวลและความหวาดระแวงมีมากขึ้นเท่าไรความโหยหากลิ่นของอันฬาก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

เมื่อไม่พบกล่องยาดังกล่าว คุณชายสองก็ยู่หน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เจ้าของร่างบางค่อย ๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง เดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วเลือกของอยู่สักพัก คุณชายหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวของพี่ชายออกมาเป็นตัวแรก สูดดมเพียงหนึ่งครั้งแล้วเก็บเข้าตู้เหมือนเดิม หยิบเสื้อนอนของน้องชายมาเป็นตัวที่สอง มองพินิจเพียงชั่วครู่แล้วค่อยวางลง ไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกันที่สูทสีน้ำตาลมาพาดอยู่ตรงแขน

รู้ตัวอีกทีคุณชายสองก็เอาสูทของดั่งเพลิงไปนอนกอดอีกแล้วในคืนนี้

*****

เจ้าสัวเส็งถึงกับละทิ้งความสนใจจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ เมื่อเห็นลูกชายตัวดีของตนเดินเข้าบ้านมาก่อนเวลาสี่ทุ่มเป็นครั้งแรกในรอบปี ดั่งเพลิงที่หน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาในบ้านเมื่อเห็นบิดานั่งอยู่ก็ยกมือไหว้แล้วยิ้มเจื่อน ๆ ส่งกลับไป

ไอ้หยา มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ยชายวัยกลางคนพูดขึ้น

ป๊าพูดเหมือนพระแม่กวนอิมจะลงมาโปรดงั้นล่ะดั่งเพลิงยกมือขึ้นเกาคอด้วยสีหน้าซังกะตายแล้วตอบเจ้าสังเส็ง

ก็เหมือนพระโพธิสัตว์มาโปรดจริง ๆ มีอย่างที่ไหนลื้อกลับบ้านก่อนสองยาม

ป๊าก็พูดไป ปกติผมไม่กลับบ้านต่างหากชายหนุ่มหัวเราะ

ไอ้ลูกคนนี้มันได้ใครมากันนะ

ป๊าครับหน้าตาของชายหนุ่มที่ดูทีเล่นทีจริงในตอนแรกเปลี่ยนมาเป็นสีหน้าเคร่งเครียดจนผู้เป็นบิดาสังเกตได้

มีอะไรผู้เป็นบิดาเองก็ส่งสายตานิ่งดั่งมังกรเฒ่าที่ผ่านโลกมามากกลับไป

ผมว่าจะเริ่มทำงานที่บริษัทยังไงเสียก็จัดการตำแหน่งให้ด้วยนะครับชายหนุ่มยกยิ้มแล้วกล่าว

ไอ้หยาไอ้ชัยวันพรุ่งน้ำจะท่วมท่าเรือหรือไม่วะเจ้าสัวเส็งอุทานสั่งลูกน้องที่อยู่บริเวณนั้นทันที เมื่อบุตรชายกล่าวเสร็จ จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรในเมื่อตั้งแต่ดั่งเพลิงกลับมาอยู่ไทยได้สามปีก็ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง จู่ ๆ วันดีคืนดีก็มาบอกว่าจะทำงานเสียอย่างนั้น

อะไรกันป๊า ทำเป็นเรื่องใหญ่ ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับดั่งเพลิงหัวเราะให้กับท่าทีเกินจริงของเจ้าสัวก่อนที่จะเดินขึ้นบ้านไป

ไอ้ชัย พรุ่งนี้อย่าลืมนะว่าจะไปวังเทววงศ์เจ้าสัวพูดขึ้นเสียงดังพอที่จะให้ลูกชายตัวดีได้ยิน

อะไรนะ ป๊าจะไปวังเทววงศ์ทำไมเป็นไปตามที่เจ้าสังเส็งคิดไว้ไม่มีผิด ดั่งเพลิงที่กำลังก้าวเท้าขึ้นบันไดถึงกับหันมาถามด้วยความสนอกสนใจทันที

อาทิตย์หน้าก็วันเกิดป๊าแล้วไง ก็ว่าจะไปทูลเชิญท่านชายภพด้วยตัวเองเสียหน่อย

แค่เชิญมางานฉลองวันแก่แค่นั้นหรือครับป๊า

ไอ้นี่ อั๊วะจะไปคุยเรื่องการขนส่งสินค้าด้วย

ครับดั่งเพลิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาดูออกทันทีว่าบิดาของตนตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากงานสังคมเพื่อพบประเจรจาธุรกิจ ตั้งแต่เล็กจนโตภาพของบิดาที่เขาจำได้ก็มีเพียงชายผู้สนใจแต่งาน แม้แต่ในวันที่เขาเสียมารดาไป

มีอะไรจะถามอีกหรือไม่ ป๊าคิดว่าลื้อน่าจะมีเจ้าสัวมองไปที่ดั่งเพลิงเพราะรู้เท่าทัน

ก็...ผมไปด้วยได้หรือไม่ครับชายหนุ่มแสร้งทำเป็นคิดแล้วยกยิ้มอันแสนน่าหมั่นไส้ที่เขามักจะทำประจำ ตั้งใจจะยียวนบิดา

ให้มันได้อย่างนี้ซีวะ ไอ้มังกร ไป ๆ นอนได้แล้วไป พรุ่งนี้ออกเช้านะโว้ย เจ้าสัวหัวเราะลั่น

ดั่งเพลิงพยักหน้าให้กับบิดาอีกครั้งแล้วเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว เจ้าของร่างหนาเดินมาถึงโถงทางเดินชั้นบน หันซ้ายทีขวาทีเมื่อพ้นสายตาของบรรดาคนรับใช้ภายในบ้าน ชายหนุ่มจึงหยิบก้านดอกสายน้ำผึ้งที่อยู่ในสูทออกมามองพินิจครู่หนึ่ง ในใจทั้งรู้สึกดีระคนสับสนแล้วค่อย ๆ​ เอื้อมมือหนาไปวางเจ้าดอกไม้กลิ่นหวานนี้ไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงของตน

*****

หม่อมเจ้าภพ เทววงศ์ที่นั่งรออยู่ในห้องรับรองใหญ่ลุกขึ้นกล่าวทักทายเจ้าสัวเรือส่งสินค้าทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายมาถึงยังวัง บุรุษวัยกลางคนเหล่มองบุตรชายของเจ้าสัวที่ติดตามมาด้วยเป็นเชิงประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาดั่งเพลิงเองทำตัวไม่ถูก​ แม้ว่าจะประหม่าแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็ทำเป็นใจดีสู้เสือด้วยการยิ้มให้ท่านชายภพแล้วไหว้อย่างนอบน้อม

นั่งก่อนซีท่านเจ้าสัว คุณเพลิงด้วยท่านชายภพกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม จากนั้นเขาก็พยักหน้าให้สาวรับใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาบริการให้ออกจากห้องรับรองไป

ขอบพระคุณกระหม่อมเจ้าสัวกล่าวแล้วตามด้วยดั่งเพลิงที่กล่าวตามบิดา

ไม่ต้องทางการขนาดนั้นก็ได้ เสวนากันในแบบนักธุรกิจเถิดท่านชายภพทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาใหญ่แล้วยกน้ำขึ้นจิบ

มิได้มาในเชิงธุรกิจหรอกครับ กระผมว่าจะมาเชิญท่านชายและครอบครัวไปงานเลี้ยงวันเกิดของกระผมในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

ท่านเจ้าสัวออกปากเชิญตั้งแต่งานท่านชายมิ่งแล้วไม่ใช่หรือ มิเห็นจะต้องลำบากมาถึงนี่ท่านชายกล่าวอย่างรู้ทัน

                งั้นคงมิต้องอ้อมค้อมแล้ว กระผมว่าจะมาถกเรื่องเรือสินค้าจากอังกฤษที่ลัดคิวตรวจภาษีนั่นล่ะครับสายตาของเจ้าสัวเส็งเปลี่ยนเป็นแววตามังกรเฒ่าทันทีเมื่อเอ่ยปากคุยเรื่องธุรกิจจนทำให้ดั่งเพลิงเองก็อึ้งไปเหมือนกันเพราะนานมากแล้วที่ตนได้เห็นบิดาขณะทำงาน

ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่ระหว่างเรือจีนและอังกฤษล่ะซีนะ ถ้ากระนั้นคงต้องขอคุยกับเจ้าสัวเพียงลำพังเสียแล้วล่ะท่านชายภพพยักหน้ารับ ก่อนที่จะปรายตามองไปยังดั่งเพลิงที่นั่งฟังบทสนทนาของท่านชายและเจ้าสัวอยู่

เช่นนั้นกระผมขอตัวไปรออยู่ข้างนอกนะครับดั่งเพลิงกล่าว จากนั้นชายหนุ่มก็ก้มหัวให้ผู้อาวุโสเพื่อเป็นการขอตัว สายตาเย็นของท่านชายภพทำเอาชายหนุ่มไปแทบไม่เป็น เขายกมือขึ้นขยี้จมูกเล็กน้อย เนื่องจากได้กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งที่คุ้นเคยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

ประเดี๋ยวก่อน คุณเพลิงท่านชายทักขึ้นเมื่อเห็นดั่งเพลิงกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องไป

ครับท่านชาย

น้องนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่สวน ท่านชายภพกระแอมพูดเบา ๆ หน้าตาของผู้พูดเรียบนิ่งเสียจนดั่งเพลิงไม่เข้าใจว่าท่านชายภพต้องการจะสื่ออะไร

น้อง น้องคนไหนหรือครับดั่งเพลิงโพล่งถามขึ้นอย่างไม่รู้ความ

ไอ้เพลิง...เจ้าสัวหันมาถลึงตาใส่บุตรชายของตนที่ทำตัวไม่รู้อีโหน่อีเหน่ใด ๆ ทั้งสิ้น

อ่า ขอบพระคุณครับ งั้นกระผมไปที่สวนก็ได้ครับชายหนุ่มที่เพิ่งนึกได้จึงกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ ก่อนจะเดินออกมา ทิ้งให้อันฬาทั้งสองคุยงานกันต่อ

*****

ณ ศาลากลางสวนของวังเทววงศ์ ชายหนุ่มตัวบางขยี้ตาเล็กน้อยขณะนั่งอ่านหนังสือเล่มหนา บริเวณสวนไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่โตมากนักเมื่อเทียบกับวังอรุณรัตน์ แต่ก็มีพืชพรรณที่หลากหลายและดอกไม้ที่หม่อมผกาปลูกเอาไว้เต็มอาณาบริเวณไปหมด วันใดที่อากาศสดใสและเจ้าตัวไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ใด คุณชายอนิละก็มักจะฝังตัวอยู่ที่นี่แล้วอ่านหนังสือเงียบ ๆ เป็นประจำ นอกจากกลิ่นของวรรณะแล้ว คุณชายสองเองก็ชอบกลิ่นของใบหญ้าและหนังสือเช่นกัน

หม่อมราชวงศ์อนิละขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้กลิ่นอื่นปะปนมากับสายลม กลิ่นนี้ไม่ผิดแน่หากเป็นกลิ่นพิมเสนที่ตนไม่แม้แต่จะกล้าพูดว่านอนดมกลิ่นนี้อยู่ทุกคืน

หึ้ย!เจ้าของใบหน้าเล็กหันหน้าไปจนเกือบชนเข้ากับใบหน้าของดั่งเพลิงที่โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงด้านหลัง คุณชายสองตกใจจนเผลอทำหนังสือเล่มหนาในมือร่วงไปยังใต้ที่นั่ง ดั่งเพลิงที่ยืนเกาะม้านั่งศาลาจากทางด้านหลังหลุดหัวเราะด้วยความพอใจก่อนที่จะก้มลงไปเก็บหนังสือให้คุณชายสอง

นี่ครับมือหนายื่นหนังสือคืนให้กับคุณชายอนิละ

...คุณชายสองมองหน้าดั่งเพลิงสลับกับมองไปยังหนังสือด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิบมันกลับมา

เอ๊ะ เดี๋ยวนะครับ นี่อ่านหนังสือภาษาอังกฤษด้วยหรือดั่งเพลิงที่กำลังจะยื่นหนังสือคืนดึงหนังสือกลับเข้ามาดูเองจนทำให้คุณชายต้องคว้าลม

แล้วจะทำไม เอาคืนมาคุณชายสองเริ่มมีน้ำโห

อ่านออกหรือครับ แค่ดูภาพใช่ไหมล่ะชายหนุ่มเจ้าของร่างหนาทำเป็นไม่สนใจ ก่อนที่จะเปิดดูเนื้อหาโดยไม่อยากจะเชื่อ

อ่านออกสิ แค่นี้ทำไมจะอ่านไม่ออก

แล้วประโยคนี้แปลว่าอะไรครับ อ่านแล้วแปลให้ผมฟังหน่อยดั่งเพลิงโค้งตัวลงแล้วเปิดสุ่มหน้าหนึ่งของหนังสือ แล้วเอ่ยปากถามอย่างลองเชิง

ไม่เห็น​จะยากกับอีแค่ประโยค When I saw you I fell in love, and you smiled because you knewคุณชายหัวเราะในลำคอแล้วอ่านบทประพันธ์เรื่องโรมิโอแอนด์จูเลียตของวิลเลียม เชคสเปียร์อย่างคล่องแคล่ว

แปลว่าอย่างไรครับคุณชาย ถ้าไม่ตอบผมไม่เชื่อหรอกนะ

ก็แปลว่า ผมตกหลุมรักคุณเมื่อเพียงแรกเจอและคุณก็ยิ้มคืนให้มาเพราะคุณก็รู้อยู่แล้ว ยังไงล่

คุณชายสองตอบเสียงดังฟังชัดแล้วจึงหันหน้าไปหาดั่งเพลิงเพื่อเป็นการท้าทาย หากแต่สิ่งที่คนตัวบางได้กลับมาก็คือรอยยิ้มกว้างของดั่งเพลิงที่วางแขนแนบหน้าลงกับพนักพิงมองคุณชายอย่างเอ็นดู คุณชายเบิกตาโตแล้วคว่ำปากลงก่อนที่จะหันไปมองทางอื่นเมื่อรู้ตัวว่าโดนดั่งเพลิงหลอกให้พูดประโยคดังกล่าว

รู้จริง ๆ ด้วยซีนะครับคนตัวหนากล่าวเชิงหยอกล้อเมื่อเห็นว่าใบหูของอีกฝ่ายขึ้นสีแดงเข้ม

...

ถ้าอย่างนั้นตอนที่กระผมเปิดเพลงวันก่อดั่งเพลิงยังพูดไม่ทันจบก็โดนคนตัวบางดันหนังสือเล่มหนาให้ปิดปาก

ลุงช่วยครับ ช่วยพานายคนนี้ออกไปได้หรือไม่ครับคุณชายสองโวยวายขึ้นทันทีเมื่อเห็นนายช่วยคนขับรถของวังเดินผ่านมาพอดี

แต่คุณชายครับ สุภาพบุรุษท่านนี้เป็นแขกของท่านชายนะครับนายช่วยรีบวิ่งเข้ามาแล้วกล่าวกับนายน้อยของตน

แขกของท่านพ่อหรือ นายคนนี้น่ะหรือ

ใช่ครับ พอดีว่าป๊ามาคุยงานกับท่านชายภพแล้วหนีบกระผมมาด้วยน่ะครับคุณชายดั่งเพลิงยกหนังสือออกแล้วปิดมัน

แล้วที่มาก่อกวนผมเพราะว่าอยากจะได้เสื้อคืนใช่หรือไม่แววตากลมดูไม่สบอารมณ์ถามกลับไปยังดั่งเพลิง

กระผมบอกแล้วนี่ครับว่าฝากเอาไว้ก่อน ยังไม่อยากได้คืนเจ้าของร่างหนาตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพอใจที่ได้แกล้งอีกฝ่าย

แล้วอยู่ทำไม จะไปไหนก็ไปสิ

แต่ผมชอบตรงนี้ มันร่มรื่นดี กลิ่นก็หอมดั่งเพลิงหันมองบรรยากาศรอบ ๆ ของสวนก่อนที่จะเน้นหนักคำว่าหอมเมื่อมองหน้าคุณชายสอง

ก็ได้ เช่นนั้นผมจะไปเองคุณชายสองชักจะรำคาญใจหนักจึงถือหนังสือแล้วเดินปรี่กลับเข้าไปยังในบ้านทันที

ประเดี๋ยวซีครับคุณชายสายน้ำผึ้งดั่งเพลิงยิ่งชอบใจเข้าไปใหญ่ เขาตะโกนไล่หลังคุณชายสองแล้วเดินตามคนตัวบางไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเดินตามเข้ามายังบริเวณโถงของวังชายหนุ่มก็เห็นว่าคุณชายสองรีบเดินเข้าบ้านจนชนกับเจ้าสัวเส็งบิดาของตนเข้าอย่างจัง

เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเอาเสียเลยชายสองท่านชายภพตำหนิบุตรชายคนรอง

ขอโทษครับคุณชายสองจับหนังสือในอ้อมกอดแน่นเมื่อโดนบิดาตำหนิ คนตัวผอมกล่าวขอโทษท่านเจ้าสัว โดยมีดั่งเพลิงที่เดินเข้ามาสมทบทีหลัง

ไม่เป็นไรหรอกครับท่านชาย คุณชายเล่าเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าสัวเส็งยิ้มให้กับคุณชายอย่างไม่ถือสาอะไรกลับเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ

ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณ กระนั้นผมขอตัวนะครับคุณชายอนิละกล่าวเสียงเบาก่อนที่จะไหว้เจ้าสัวเส็งแล้วเดินขึ้นห้องไป

ชายสอง ขอตัวไปก่อนผู้หลักผู้ใหญ่ได้อย่างไรกันท่านชายภพพูดไล่หลังคุณชายสองไปแต่คุณชายคนรองก็ไม่ได้หันมารู้สึกรู้สาอะไรสักนิด ดั่งเพลิงสังเกตเห็นว่าคุณชายสองเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นยิ่งไปอีกเมื่อได้ยินดังนั้น

ไม่เป็นไรหรอกครับท่านชายเจ้าสัวหัวเราะ

เอ่อ คุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือครับดั่งเพลิงพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนเมื่อครู่

เรียบร้อยแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ลื้อได้คุยกับน้องหรือไม่เจ้าสัวถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างใคร่รู้

คุยเรื่องหนังสือนิดหน่อยน่ะครับดั่งเพลิงกล่าว

เจ้าสองน่ะเขาชอบอ่านหนังสือ อยากไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่แต่ไม่ดูตัวเองเลยท่านชายภพยิ้มบางเมื่อกล่าวถึงบุตรชายคนรอง

ถ้ากระนั้น ผมพอจะรู้จักร้านหนังสือของพวกมะกันอยู่บ้าง ไว้ให้คนนำมาส่งให้ที่วังดีหรือไม่ครับดั่งเพลิงถามท่านชายภพ

ไม่ต้องส่งมาหรอก เอาไว้ที่บ้านคุณเพลิงนั่นล่ะท่านชายตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉยที่ดั่งเพลิงดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ไว้ที่บ้านกระผมหรือครับ

ไอ้หยา ขออภัยนะครับท่านชาย กระผมมีนัดไปดูงานที่ท่าเรือตอนหัวค่ำต่อน่ะครับ สงสัยคงต้องกล่าวลาจริง ๆ เสียแล้วเจ้าสัวเส็งพูดตัดบทขึ้นเมื่อมองไปยังนาฬิกาตั้งโต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโถงของวังเทววงศ์

งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็สวัสดีครับ ไว้เจอกันในงานวันเกิดนะท่านเจ้าสัวท่านชายกล่าวอำลาเจ้าสัวเส็งและดั่งเพลิงก่อนที่จะพยักหน้าให้ผู้รับใช้เดินไปส่งพ่อลูกเกริกวานิชยังรถยนต์ที่จอดรออยู่

*****

ณ เวิ้งนครเกษม นายจรัญในเสื้อโปโลสีเขียวกำลังยืนคุมลูกน้องทำความสะอาดเครื่องเป่าทองเหลือง ก่อนจะเสตามองเพื่อนลูกเศรษฐีที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ หนุ่มนักดนตรีขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ร้อยวันพันปีดั่งเพลิงหรือจะอ่านหนังสือ คิดแล้วก็น่าอัศจรรย์

ดั่งเพลิงนั่งพิงเปียโนด้วยอิริยาบถที่ดูสบาย ๆ แต่เพราะรูปร่างที่สมส่วนทำให้เขาดูน่าสะดุดตา ในมือของเขาถือหนังสือเล่มเล็กเท่าฝ่ามืออยู่ ชายหนุ่มอ่านมันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับว่าเป็นข่าวประกาศสงครามระหว่างอเมริกาและโซเวียตอย่างไรอย่างนั้น

อ่านอะไรอยู่หรือวะนายจรัญโผล่หน้าเข้าไปมองหนังสือในมือของเพื่อนเกลอด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เฮ้ย ตกใจหมดดั่งเพลิงสะดุ้งจนเกือบไถลตกเก้าอี้เปียโน เมื่อเพื่อนหน้ากลมโผล่มามองหนังสือในมือของเขา นายจรัญได้โอกาสจึงหยิบหนังสือเล่มเล็กขึ้นมาอ่านหน้าปก

สิบวิธีหลบหนีชะตา อะไรวะเนี่ยไอ้เพลิง ฮ่า ๆๆๆเพื่อนนักดนตรีหัวเราะไล่เสียงสูงทันทีเมื่ออ่านหน้าปกดังกล่าว

เออหน่า อย่าเซ้าซี้ซีวะมือหนาเอื้อมไปหยิบหนังสือคืนจากมือของเพื่อนตนทันที

จะบอกให้นะ​ ถึงฉันจะไม่ใช่อันฬาหรือกาฬวิฬาร์ แต่ไอ้หนีชะตาน่ะของแบบนี้มันทำไม่ได้หรอกนายจรัญกล่าว

ทำไมวะ มันไม่มีวิธีเลยหรือไง

วิธีก็คงมี แต่สำหรับคุณดั่งเพลิงที่ไปเฝ้ามองหลังคาวังเทววงศ์ทุกคืนน่ะ ไม่น่าจะมีนะครับ

ไอ้จรัญ...

ถามจริงเถอะว่ะ ชอบคุณชายสายน้ำผึ้งเข้าแล้วล่ะซี

ถ้ามองเพลิน ๆ ก็ชอบนั่นล่ะ แต่ถ้าถึงขั้นที่จะต้องมาเป็นคู่กันนั้นฉันเองก็ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่ะดั่งเพลิงตอบเพื่อนด้วยสีหน้าจริงจัง

“Oh, I can’t help falling in love with you.” นายจรัญได้จังหวะจึงดีดเปียโนเป็นทำนองเพลงดังล้อเลียนเพื่อนรักของตน

ไอ้นี่...

อะไรกันครับ กระผมแค่ซ้อมร้องเพลงเผื่องานวันเกิดเจ้าสัวเส็งในวันพรุ่งนี้อย่างไรครับ

วันนี้วันเสาร์หรือวะ

ปั๊ดติโถ่ นี่ถึงขั้นลืมวันลืมปีแต่ไม่ลืมหน้าเธอหรือไรครับนายจรัญหัวเราะเสียงแหลมอีกครั้ง

เออ ช่างเถอะ ว่าแต่วันนี้จะไปเฟื่องนครหรือไม่วะดั่งเพลิงถาม

ไปซีวะ ได้ยินมาว่าสาวเปิ๊ดสะก๊าดไปกันเยอะ ฉันหรือจะพลาด

งั้นเอ็งก็หารถไปเองนะ ฉันจะกลับบ้านแล้วชายหนุ่มถอนหายใจก่อนหยิบสูทที่วางพาดบนเปียโนมาสวม

เฮ้ย ๆ เดี๋ยวซีครับคุณเพลิง ผิดวิสัยไปมากเลยนะครับ ไม่ไปด้วยกันหรือนายจรัญตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อได้ยินจากปากของดั่งเพลิงเองว่าอีกฝ่ายจะไม่ไปย่ำราตรีกับเขา

เออ พอดีว่าค่ำนี้ต้องไป คุมเรือสินค้าดั่งเพลิงหัวเราะแล้วยิ้มให้

เอ็งว่าอะไรนะ! คุมงานที่ท่าเรือหรือวะ นี่กระผมกำลังพูดอยู่กับนายดั่งเพลิง เกริกวานิชใช่หรือไม่ครับ นายจรัญถึงกับยกมือขึ้นมากุมหัวด้วยสีหน้าตกใจราวกับเจอผี ดั่งเพลิงเห็นดังนั้นจึงตบไหล่นายจรัญสองทีแล้วเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้นายจรัญยืนแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น

*****

สวนขนาดใหญ่ของตระกูลเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศอย่าง เกริกวานิช ถูกแต่งแต้มไปด้วยดวงไฟระย้าสว่างไสวที่ส่องไปทั่วสวนก็ไม่ปาน แม้ว่าตระกูลนี้จะเป็นตระกูลพ่อค้าคนจีน แต่คนหัวสมัยใหม่อย่างเจ้าสัวเส็ง เกริกวานิชก็ไม่ได้ใจแคบที่จะนำการวัฒนธรรมฝรั่งมาเป็นแนวคิดในการจัดงานวันเกิดของตน ยิ่งไปเห็นงานจากวังอรุณรัตน์แล้วนั้นคนหน้าใหญ่ใจโตอย่างเจ้าสัวเองก็ไม่คิดที่จะน้อยหน้า

หากพูดถึงอาหารในงาน ก็ต้องพูดถึงบรั่นดีฝรั่งราคาแพงที่ถูกรินแก้วแล้วแก้วเล่า​ ยังไม่รวมขนมไทยและเทศที่ท่านเจ้าสัวลงทุนซื้อเวลาเชฟโรงแรมดังมาดูแลเอง อีกทั้งยังมีการเล่นดนตรีแจ๊สสดบนเวทีกลางที่ทำให้บรรยากาศภายในงานดูน่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้นไปอีก

เป็นที่รู้กันดีว่าการจัดงานวันเกิดของเจ้าสัวเส็งในทุกปีนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การฉลองวันเกิดเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นงานที่เปิดช่องทางธุรกิจอีกด้วย เนื่องจากแขกเหรื่อในงานนั้นต่างก็เป็นนักธุรกิจที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งไทยและเทศมืดฟ้ามัวดิน เช้าวันรุ่งหน้าหนังสือพิมพ์คงจะมีพื้นที่สำหรับงานนี้และการตกลงธุรกิจภายในงานเป็นแน่

ชายหนุ่มในชุดสีกรมท่ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่มแล้วหยิบขนมฝรั่งขึ้นมาทานอย่างเบื่อหน่ายเพราะจวบจนเวลานี้หม่อมหลวงภัทรดนัยเพื่อนรักของตนก็ไม่ยอมโผล่มาเสียทีเห็นบอกว่าจะมาพร้อมกับคุณนายหลิวผู้เป็นมารดาแถมยังมีการสั่งให้ตนยืนรออีกต่างหาก ไม่นานนักนายจรัญเพื่อนสนิทอีกคนก็เดินปรี่เข้ามาหาเขา

โอ้โห วันนี้โคตรหล่อเลยว่ะไอ้คุณเพลิงนายจรัญมองเพื่อนรักหัวจรดเท้าพลางยกมือไปจับผมของดั่งเพลิงที่เซตขึ้นบนข้างหนึ่งอย่างหมั่นไส้

เฮ้ย ๆ อย่าจับสิวะ หมดหล่อกันพอดีดั่งเพลิงเอี้ยวตัวหลบมือของเพื่อนรักทันทีเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะยีผมของเขาให้ยุ่ง

แต่งหล่อขนาดนี้ไปเพื่อใครหรือครับเพื่อนหน้ากลมพูดแล้วมองเขาอย่างมีเลศนัย

ก็รู้แล้วจะถามทำไม

รอใครวะชายหนุ่มรูปร่างสูงโย่งในชุดสีขี้ม้าเต็มยศที่เพิ่งโผล่มาถามเพื่อนสนิททั้งสอง

ไอ้คุณภัทรมาพอดี นอกจากชุดทหารก็ใส่ชุดอื่นบ้างเถอะพ่อ มันน่าเบื่อนายจรัญทักเพื่อนหม่อมหลวงของตนแล้วทำหน้าหยี

อ้าว มาถึงก็โดนด่าเลยว่ะ เก่งนักหรือคุณภัทรเอื้อมมือไปล็อคคอเพื่อนตัวเตี้ยให้เข้ามาใกล้

โอ๊ย นายจรัญหน้าเหยเกทันทีเมื่อโดนล็อคคอ ยิ่งดิ้นออกคุณภัทรก็ยิ่งรัดมากขึ้น 

“…

ดั่งเพลิงหัวเราะให้กับการหยอกล้อที่เล่นกันเหมือนเด็กของเพื่อนทั้งสอง ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม​ ก่อนที่สายตาคมจะมองไปเห็นกลุ่มคนมาใหม่ซึ่งยืนคุยกับบิดาของเขาตรงซุ้มประตูทาง หากไม่นับหม่อมราชวงศ์วัชระที่ไม่ได้มาที่เหลือก็เป็นคนจากสกุลเทววงศ์เกือบทั้งหมด ขณะที่ท่านชายภพกล่าวทักทายเจ้าสัว บุตรอีกสองคนก็ยืนถือกล่องของขวัญอยู่ข้าง  

ในทีแรก ชายหนุ่มไม่ได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของครอบครัวนี้นัก เว้นเสียแต่ว่าในงานวันนี้สายตาของเขากลับถูกสะกดไปยังคน ๆ เดิมอีกครั้ง นั่นคือหม่อมราชวงศ์อนิละ ผู้สวมสูทดำปล่อยผมหน้าม้าลงมา เจ้าของดวงตากลมสวยยังคงโดดเด่นเสมอ รอยยิ้มอาย ๆ กับฟันเขี้ยวแหลมเมื่อถูกคนจ้องมองนั่นยิ่งทำให้คุณชายสายน้ำผึ้งน่ามองเข้าไปอีก ดั่งเพลิงมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองแน่ว่าในทุกครั้งที่เจอกัน กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งของคนตัวผอมนั้นก็แรงขึ้นไปด้วย

โห คุณชายสอง… โคตรน่ารัก...” นายจรัญเอ่ยปากเขึ้นเมื่อมองเห็นคุณชายสอง ผู้ที่ดั่งเพลิงมองค้างไว้อยู่แล้วก่อนหน้านี้

คนมองกันทั้งงานเลยว่ะคุณภัทรพูดขึ้นบ้างเมื่อมองไปยังบริเวณรอบ ๆ งาน เพราะขณะนี้อันฬาหลายคนต่างจับจ้องไปยังหม่อมราชวงศ์คนดังกล่าวราวกับพร้อมล่า

ก็เข้าใจอยู่นะ​ พอมีข่าวลือเรื่องคุณชายสองเป็นกาฬวิฬาร์แพร่ไป คนก็เลยสนใจเธอ แต่ฉันว่าจริง ๆ แล้ว พอคนรู้ว่าเธอเป็นแมวคนก็ยิ่งเอ็นดูหรือเปล่าวะนายจรัญที่ยังมองค้างอยู่พูดขึ้นโดยไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา

ไร้สาระดั่งเพลิงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์แล้วหยิบไวน์แก้วใหม่จากบริกรที่เดินผ่านมาถือในมือ

ปากแข็งไปเถอะ ดูโน่น คุณชายยศเดินไปคุยกับคุณชายสองแล้วนะครับผมเพื่อนหน้ากลมสะกิดคนตัวหนายิกแล้วพยักเยิดหน้าให้ไปมอง

คุณชายยศก็มาหรือวะดั่งเพลิงถาม

เออ ลูกท่านชายยอด รัฐมนตรีฯ คลัง คิดว่าคุณลุงจะพลาดไม่เชิญมาหรือหม่อมหลวงภัทรเสริม ขณะเดียวกันดั่งเพลิงก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องเจอคุณชายยศสักเท่าไหร่ ยิ่งโดยเฉพาะเขาและคุณชายยศนั้นถูกจัดให้เป็นหนุ่มเจ้าสำราญตัวพ่อทั้งคู่

เหอะดั่งเพลิงมองภาพดังกล่าวแล้วเดาะลิ้น ชายหนุ่มจ้องไปยังคุณชายสองไม่วางตา จนเหมือนว่าคุณชายสองเองก็คล้ายจะรู้ตัว เมื่อคนตัวผอมหันมาสบตาเข้ากับสายตาไม่สบอารมณ์ของดั่งเพลิงอย่างจัง เจ้าของดวงตากลมดูสับสนเล็กน้อย ก่อนที่จะแสร้งไม่สนใจหันไปคุยกับคุณชายยศต่อ

*****

ไม่ยักรู้ว่าเราจะมาชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดสูทสีกากีอันมีนามว่า หม่อมราชวงศ์ยิ่งยศ เถลิงศักดิ์ กล่าวกับคุณชายสอง

เรานี่หมายถึงผมหรือพี่ชายสองกันครับคุณชายสามพูดแทรก ขณะเดินเข้ามาเสริมกับพี่ชายเพราะเห็นท่าจะไม่ดี​

หมายถึงทั้งสองคนนั่นล่ะคุณชายบุตรเจ้ากระทรวงการคลังกล่าว

ต้องมาซีครับ ก็เจ้าสัวเชิญทั้งวัง เสียดายจริงวันนี้พี่ชายหนึ่งติดเวรที่โรงพยาบาล ไม่งั้นก็คงมากันครบคุณชายสามกล่าวแล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่คุณชายสองให้รู้ว่าเขาต้องการที่จะปกป้องพี่ชายของตน

งั้นหรือ น่าเสียดายนะคุณชายยศกล่าวโดนเน้นคำหลังแล้วมองหน้าคุณชายสอง ชายหนุ่มยิ้มบางให้กับคุณชายทั้งสองก่อนจะขอตัวออกไปคุยกับนักธุรกิจชาวต่างชาติที่เดินเข้ามาทักตน

ขอบใจนะชายสามคุณชายสองบีบมือน้องชายแน่นเป็นการขอบคุณ เนื่องจากตนเองก็รู้สึกอึดอัดใจกับสถานการณ์เมื่อครู่ไม่น้อย ตั้งแต่มาถึงงานทุกคนก็ต่างจับจ้องมาที่เขาเหมือนกับว่าเขาเป็นสิ่งแปลกปลอม ไหนจะสายตาลูกเจ้าของงานที่มองมาอีก

เสียงไวโอลินในงานบรรเลงเพลงไทยเดิมเพื่อรอเวลาอันเหมาะสม ก่อนที่เจ้าสัวจะขึ้นมากล่าวขอบคุณแขกผู้ได้รับเชิญ ผ่านไปเพลงแล้วเพลงเล่าจนจบเพลงลาวคำหอม เจ้าสัวเส็งจึงขึ้นมากล่าวบนเวที แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านั่นคือในปีนี้ท่านเจ้าสัวไม่ได้ขึ้นกล่าวเพียงคนเดียว แต่ยังมีบุตรชายเพียงคนเดียวขึ้นไปบนเวทีอีกด้วย

สวัสดีครับทุกท่าน กระผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านสละเวลาอันมีค่าเพื่อมาร่วมงานวันเกิดครบรอบห้าสิบเก้าปีของกระผม ใช่ครับ ถึงจะดูหนุ่ม แต่อีกไม่นานก็ขึ้นเลขหกแล้ว อย่าตกใจไปนะครับเจ้าสัวพูดติดตลกอย่างคนอารมณ์ดี ก็อย่างที่ว่านั่นแลครับ อายุนั้นมันก็มากขึ้นตามกาลเวลาเปรียบเป็นต้นไม้ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาผลัดใบเสียเต็มทีแล้วเช่นกัน ดังนั้นกระผมจึงใคร่ขอแนะนำบุตรชายเพียงคนเดียวของกระผม ที่คาดว่าทุกท่านคงจะรู้จักกันหมดแล้วเสียกระมัง นั่นคือเจ้าดั่งเพลิงที่จะขึ้นมาบริหารในตำแหน่งรองประธานบริษัทเกริกวานิช

สวัสดีครับ ดั่งเพลิง เกริกวานิช ครับ ผมไม่มีความประสงค์ที่จะพูดอะไรมาก เพราะคิดว่าการกระทำคงจะสำคัญกว่าคำพูด ฉะนั้นกระผมขอฝากตัวด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

ดั่งเพลิงกล่าวอย่างคล่องแคล่วอย่างคนช่างเจรจา ประโยคสั้นของชายหนุ่มทำให้รู้ว่าว่าที่ผู้บริหารเกริกวานิชรุ่นต่อไปนั้นเป็นคนหนุ่มไฟแรงไม่หยอก คำพูดดังกล่าวเรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาแขกผู้มีเกียรติได้พอสมควร ถึงแม้ว่าจะมีคนมากมายมองมายังเขาแต่ดั่งเพลิงก็เลือกที่จะสบตากับหม่อมราชวงศ์หนุ่มจากเทววงศ์ที่ยืนมองอยู่ด้านล่างของเวทีเพียงคนเดียว 

ท่านเจ้าสัวมีอะไรจะกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ครับพิธีกรของงานวันนี้กล่าวถามไปยังเจ้าสัว

ก็หวังว่าในโอกาสหน้าทุกท่านจะยังให้เกียรติมาร่วมงานเลี้ยงของเกริกวานิชอีกนะครับประมุขของเกริกวานิชกล่าวแล้วเหล่มองลูกชายที่ตอนนี้มัวแต่ชะเง้อมองชายคนหนึ่งด้านล่างเวทีอย่างออกนอกหน้า

เท่ไหมคุณชายดั่งเพลิงขยับปากถามคุณชายสองที่มองมาเป็นเชิงหยอกล้อ แต่พอคุณชายสองเห็นดังนั้นก็หันหน้าไปมองทางอื่นแทน

งานครั้งหน้าก็อีกไม่นานเสียด้วย เป็นงานมงคลของเจ้าเพลิงกับคุณชายอนิละ ยังไงเสีย ผมถือโอกาสเชิญทุกคนล่วงหน้าเลยแล้วกันครับ

คิ้วหนาของดั่งเพลิงขมวดเข้าหากันด้วยความฉงน เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่บิดากล่าว ไม่นานหลังจากเจ้าสัวพูดจบก็เกิดเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กไปทั่วงาน รวมทั้งสายตาแทบทุกสายตาต่างมองไปยังดั่งเพลิงทีและคุณชายอนิละที เมื่อเรียบเรียงประโยคเมื่อครู่ได้ดั่งเพลิงจึงหันไปมองบิดาของตนด้วยความตกใจจนพูดไม่ออก ก่อนที่จะค่อยๆ หันไปมองยังคุณชายสองที่ตกใจไม่แพ้กัน คนตัวบางเกาะแขนน้องชายอย่างคุณชายสามไว้แน่น เพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีบรรดานักข่าวก็กรูกันเข้ามาถ่ายภาพของเขากับบิดาเต็มไปหมด

 

#มนต์วิฬาร์

TALKสวัสดีค่า โอ้โห อัพดึกแบบดึกมาก ๆ อย่างที่รู้กันค่ะว่าเราไปเปิดอีกเรื่องควบคู่กับเรื่องนี้ด้วยนั่นคือ ศักดินาอากาศ ก็หวังว่าจะได้อัพบ่อยๆ ทั้งสองเรื่องนะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับตอนนี้? จู่ๆ พวกผู้ใหญ่ก็จัดการให้เสียเองหมดทั้งๆ ที่ไม่ต้องเร่งรัดก็ได้แต่ว่ายังไงซะมันน่าจะมีเหตุผลบางอย่างใช่ไหมล่ะคะ?

ขอบคุณมากนะคะที่รอกัน ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.557K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #14025 iampearrr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 00:30
    !-! ง่วงๆอยู่ตื่นเลยค่ะ
    #14,025
    0
  2. #13956 your baby girl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 03:22
    คนอ่านตาเหลือกเลยเนี่ย5555
    #13,956
    0
  3. #13909 BeautybabyIce (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 00:15
    คุณเพลิงคือกวนมากจริง ไม่แปลกใจที่คุณชายสองจะไม่ปลื้ม5555
    #13,909
    0
  4. #13885 sprimmm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 00:43

    นี่ขนาดศักดินามาก่อนยังรู้สึกตกใจเลย เร็วมากกกก

    #13,885
    0
  5. #13857 choopp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 11:14
    เซอร์ไพรส์ตกใจกันไปทั้งวานเลยแม่ คูมพ่อรีบอะไม่ถามลูกเลยพ่ออออ
    #13,857
    0
  6. #13799 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:27
    ตะลึงกันไปทั้งงานเลย
    #13,799
    0
  7. #13748 Ppandada (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 15:15
    เอ๊ะมากๆ เซอร์ไพรส์ไปเลย5555
    #13,748
    0
  8. #13741 tantan_ab9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:31
    เจ้าสั๊วววววว ไม่ถงไม่ถามสุขภาพลูกชายทั้งสองสักคำ อาวุโสโอเคมากๆ 5555+
    #13,741
    0
  9. #13721 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:36
    รวบรัดตัดตอนได้อย่างรวดเร็ว ตกใจกันทั้งคู่เลยย
    #13,721
    0
  10. #13672 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 13:41
    เอ้าาา วันนั้นคุณพ่อทั้งสองคนคุยกันเรื่องแต่งงานหรอกเหรอ
    #13,672
    0
  11. #13659 MAYMAY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 06:10
    คุณชายสอง น่ารักมากกมากกกกก
    #13,659
    0
  12. #13648 gib_thitiwolada (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:32
    คูมพ๊อออออใจ๊เย๊นนนนนน
    #13,648
    0
  13. #13603 sher_n (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 03:26

    พ่อๆชงเข้มมากกก

    #13,603
    0
  14. #13573 Midories (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:37
    ชงกันเข้มมากกก คิดว่าเหตุผลจำเป็นคงเกี่ยวข้องกับอาการของน้อง น้องก็แต่งเถอะลู้กกก พ่อๆเค้พิจารณามาดีแล้ว เชื่อผู้ใหญ่แล้วจะดีเอง
    #13,573
    0
  15. #13558 -xebyam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 18:22
    ป๊าถามลูกสะใภ้ก๊อนนนน
    #13,558
    0
  16. #13554 MuuKaew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 17:34
    ป๊ามัดมื้อชกไปแล้วจ้า
    #13,554
    0
  17. #13481 ลอมอ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 14:07

    ป๊าาใจเย็นป๊าโอโหรวดเร็วปานฟาส9

    #13,481
    0
  18. #13468 min_min (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 23:34
    อ่าวป๊า!!!!!! ทำไมด่วนตัดสินใจเช่นนี้
    #13,468
    0
  19. #13421 Nielongforever9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:02

    คือคุยกันแล้วอ่อวันนั้น คุณชายสองกับเพลิงตกใจเลย55555

    #13,421
    0
  20. #13361 s-wu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 00:19
    เอ๊ะ? ถามเด็กๆก่อนสิคุณๆ 😂
    #13,361
    0
  21. #13347 om_kanokrat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 00:35
    เอ้าาาผู้ใหญ่คุยกันเเล้วหรอ
    #13,347
    0
  22. #13320 markbam3105 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:27
    คุณพ๊ออออ!!!! จะรีบไปไหนคะ!!! ไปตกลงกันแล้วเหรอ จะแต่งอะ
    #13,320
    0
  23. #13298 polar Co., Ltd. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 02:25
    เจ้าสัวเล่นใหญ่มาก ว่าที่สะใภ้น่ารักล่ะซี่
    #13,298
    0
  24. #13287 TUNBAINJI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:54
    ตกลงกันตอนไหนวะ
    #13,287
    0
  25. #13255 Chanatun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 15:43

    ห้ะ!! จะแต่งแล้วตกลงกันตอนหนายยยย

    #13,255
    0