มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 23 : บทที่ ๒๓ : บุพการี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38,609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,709 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๒๓ : บุพการี

 

                ดั่งเพลิงมองไปยังร่างของคนรักที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง แม้เขาจะห่มผ้าให้กับคุณชายสองถึงคอก็ตาม แต่ช่วงหน้าท้องที่นูนใหญ่ของอีกฝ่ายก็ถือเป็นสิ่งดึงดูดสายตาของเขาไม่น้อย เมื่อเย็นวานเขาแทบใจจะขาดเนื่องจากคุณชายสองนั้นพึมพำปวดท้อง อีกทั้งท้องของคนรักก็แข็งเอาเสียดื้อ ๆ แต่เมื่อได้รับการตรวจกับหมอปราบก็ทำให้เขาเบาใจลงได้เล็กน้อย เพราะอาการของภรรยาเป็นการเจ็บเตือนว่าจะคลอด แต่เพราะคุณชายสองมีความเสี่ยงที่จะคลอดลูกก่อนกำหนด ทำให้เขาตัดสินใจที่จะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่โรงพยาบาลและหยุดงานทันที เผื่อเกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝัน เขาจะได้มั่นใจว่าคนรักและลูกของเขาจะถึงมือหมอโดยเร็วที่สุด ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้จะสามารถผ่าคลอดเด็กออกมาได้ แต่เพราะอายุครรภ์เพียงสามสิบสี่สัปดาห์ เขาและหมอปราบจึงอยากให้เด็กทั้งสองคนอยู่ในท้องของแม่ให้นานที่สุด

 

                “พี่เพลิงอย่าเครียดไปเลยนะครับ” เสียงจากคนบนเตียงดึงสติที่เหม่อลอยของดั่งเพลิงให้กลับมา เขามองไปยังใบหน้าของคนรักที่ซีดเซียวแล้วลูบศีรษะคุณชายสองเบา ๆ

 

                “อดทนหน่อยนะสอง พี่อยู่กับสองนะ” ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธ เขายิ้มบางเพื่อปลอบใจคนรักจากนั้นจึงกดจูบไปที่หน้าผากของคุณชายสองเบา ๆ ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายลำบากมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เขานั้นนับถือใจภรรยามากเท่านั้น

 

                “พี่เพลิง.. ถ้าเกิดอะไรขึ้น ลูกต้องมาก่อนนะ” คุณชายสองยกมือขึ้นจับแขนของเขา ชายหนุ่มชะงักไปทันทีกับคำพูดดังกล่าว ดั่งเพลิงไม่ชอบใจนักเพราะเขาไม่คิดสักนิดว่าเขาจะต้องเสียใครไป โดยเฉพาะคนที่เขารักสุดหัวใจ

 

                “อย่าพูดเช่นนั้น ทั้งสองและลูกต้องปลอดภัย” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาของคนรัก จากนั้นจึงลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ยกมือหนาขึ้นมากอบกุมมือเล็กของภรรยา ลูบวนซ้ำ ๆ มันอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งคุณชายสองนอนหลับไป

               

                ก๊อก.. ก๊อก.. เสียงเคาะประตูทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจะคล้อยหลับได้สติ เขาค่อย ๆ วางมือของคนรักบนเตียง จากนั้นจึงลุกตรงไปยังประตูห้องเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนคนใหม่ เมื่อเปิดประตูออกดั่งเพลิงก็ไม่ได้แปลกใจมากนักเพราะเขาเองก็ได้กลิ่นอันเข้มข้นของอันฬาที่แสนจะคุ้นเคย นั่นคือ เจ้าสัวเส็ง ท่านชายภพ หม่อมผกา ที่มาเยี่ยมเยียนให้วันนี้

 

                “สวัสดี ในทีแรกฉันว่าจะมาตั้งแต่คืนวาน แต่ชายหนึ่งแนะให้มาวันนี้จะดีกว่า” ท่านชายภพกระแอมเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความกระวนกระวายใจของเขา มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าท่านชายภพเองก็หาใช่จะนอนหลับเต็มอิ่มเหมือนเขา ดวงตาที่อิดโรยและผมเผ้าที่ดูไม่เรียบร้อยเหมือนทุกครั้งที่ได้เจอ เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีว่าพ่อตาของเขาคงจะขับรถตรงกลับมาจากกรมศุลกากรมาที่โรงพยาบาลทันที

 

                “สองเพิ่งจะหลับไปน่ะครับท่านพ่อ คุณหมอให้ยาและแนะนำให้ประคับประคองไปอีกหนึ่งเดือน ผมจึงให้สองมานอนที่โรงพยาบา--” ดั่งเพลิงสรุปอาการคร่าว ๆ ให้กับพ่อตาฟัง

 

                “ฉันคุยกับชายหนึ่งมาก่อนแล้วล่ะ ขอบใจมากนะ ฉันกับผกาขอไปดูลูกก่อน” ท่านชายภพตบไหล่ดั่งเพลิงเบา ๆ แล้วจึงเดินเลยชายหนุ่มไป ดั่งเพลิงจึงพยักหน้ารับแล้วปิดประตูห้อง ปล่อยให้พ่อตาของเขาได้ใช้เวลาอยู่กับลูกเพียงลำพัง

 

                “ท่านชายเขาคงอยากบอกเอ็งว่า ไม่เป็นไร เขาก็เป็นพ่อคนเหมือนกัน ล่ะมัง” เจ้าสัวเส็งที่ยืนมองอยู่เอ่ยปากขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามปกติ คงมีเพียงเขาคนเดียวที่ดูจะไม่ได้กังวลนัก

 

                “ป๊า.. ผมเป็นห่วงสองกับลูก หมอไม่ได้การันตีเลยว่าจะคลอดตอนไหน ถ้าเกิด..” ดั่งเพลิงพึมพำเมื่อเห็นหน้าบิดา เรียกได้ว่าตอนนี้เขาเองก็จิตตกก็ไม่ปาน เขากลัวไปเสียทุกอย่าง ทั้งเรื่องอาการแทรกซ้อนหรือการคลอดก่อนกำหนดจะมีผลเสียต่อสมองของลูกที่ได้ฟังมา แต่เพราะเขานั้นเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาจึงไม่อาจแสดงท่าทีนี้ออกไปให้ใครเห็นได้

 

                “กอดกันหน่อยไหมไอ้มังกร” เจ้าสัวเส็งยิ้มแล้วยกแขนทั้งสองโอบกอดบุตรชายเอาไว้ ดั่งเพลิงถึงกับทำตัวไม่ถูกเพราะเขาเองก็จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กอดกับพ่อนั้นเมื่อไหร่ เจ้าสัวเพียงแค่ยืนกอดเขานิ่ง ๆ เท่านั้น ถึงจะไม่มีคำพูดใด ๆ แต่ความเข้าใจจากบิดาก็ส่งถึงชายหนุ่มโดยตรง

 

                “ขอบคุณนะป๊า” ดั่งเพลิงพูดเบา ๆ แล้วยกมือขึ้นกอดผู้เป็นพ่อ รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงไปในทันที ปัญหาของดั่งเพลิงในตอนนี้คงไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ชายตรงหน้าได้พบเจอมา และเขาเองก็อยากที่จะเข้มแข็งให้ได้เหมือนกับบิดาเช่นเดียวกัน

 

                “ไม่ได้ไปร้องไห้ใส่เมียใช่ไหม อย่าแสดงออกว่าอ่อนแอเชียว” เจ้าสัวผละอ้อมกอดออกจากดั่งเพลิงแล้วหัวเราะ ส่งสายตาล้อเลียนมาให้ คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าดั่งเพลิงนั้นจะร้องไห้ ผู้เป็นลูกที่เหมือนจะรู้ตัวก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาทันที

 

                “ป๊าครับ” ดั่งเพลิงกระแอม 

 

                “มีอะไรรึ” เจ้าสัวมองหน้าบุตรชายด้วยความฉงน

 

                “ขอกอดอีกรอบได้ไหม” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นจับต้นคออย่างอาย ๆ

 

                “เออ มา ๆ” สองพ่อลูกหลุดยิ้มให้กันทันที ไม่นานดั่งเพลิงก็สวมตัวเข้ากอดพ่อของเขาอีกครั้ง นึกขอบคุณที่ในช่วงเวลาอันยากลำบากเขายังมีชายผู้นี้สนับสนุนเสมอ และในตอนนี้จะมีใครให้คำแนะนำในการเป็นพ่อแม่หรือผู้นำครอบครัวได้ดีเท่าพ่อของตนเองกัน

******

 

            คุณชายอนิละไม่แน่ใจว่าวันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่กันแน่ จำได้เพียงว่าตนนั้นมาอยู่ที่โรงพยาบาลระยะหนึ่ง มีการกินยาบ่อยครั้งจนนับไม่ถ้วน รวมทั้งการฉีดยาเช่นกัน นอกจากดั่งเพลิงที่แทบจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลกับตนแล้ว คนที่ตนพบบ่อยที่สุดช่วงนี้ก็ไม่พ้นหมอปราบ รวมถึงหม่อมผกาและสาวรับใช้ที่เวียนกันมาหาเฝ้าไข้เป็นประจำเช้าเย็น

 

                เมื่อหลายชั่วโมงก่อนตนจำได้ว่าตนนั้นปวดท้องจนร้องโอดโอย จนดั่งเพลิงต้องวิ่งไปตามพยาบาลและคุณหมอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะความเจ็บปวดและอาการข้างเคียงจึงทำให้ตนนั้นจดจำเรื่องราวได้เพียงบางอย่างระหว่างช่วงที่เกิดการชุลมุน คุณชายสองจำได้ว่าหมอปราบคุยกับดั่งเพลิงว่าถึงเวลาผ่าคลอดแล้ว เนื่องจากอายุครรภ์ของคุณชายนั้นเข้าสู่สัปดาห์ที่สามสิบแปดพอดิบพอดี และคงจะยื้อไว้นานกว่านี้ไม่ได้

 

                หลังจากนั้นคุณชายสองก็ถูกส่งตัวมายังห้องเตรียมคลอดทันที พยาบาลมากหน้าหลายตาทั้งชายหญิงต่างมารุมที่ร่างกายของตนเพียงคนเดียว ทั้งการโกน การต่อท่อ และฉีดยาจากทางด้านหลังเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ไม่นานแสงไฟขนาดใหญ่ก็ส่องมาที่ตน คุณชายสองมองไปยังเครื่องมือน่ากลัวมากมายวางเรียงรายอยู่ข้างหมอปราบ ผู้ซึ่งในตอนนี้แต่งการด้วยชุดฆ่าเชื้อเตรียมผ่าตัดเต็มยศ แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่พออยู่ในสถานการณ์จริง คุณชายสองก็อดที่จะกลัวไม่ได้ โดยเฉพาะการผ่าตัดใหญ่ที่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของตนเองด้วยแล้ว

 

                “พี่อยู่นี่นะครับ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากข้างเตียง แรงบีบจากมืออันชุ่มเหงื่อทำให้คุณชายสองหันไปตามเจ้าของเสียง เพราะมัวแต่กลัวจึงไม่ได้สังเกตสักนิดว่าตอนนี้ตนไม่ได้โดดเดี่ยวในห้อง แต่ตนยังมีดั่งเพลิงที่พยายามจับมือเขาเอาไว้ตั้งแต่วินาทีที่หมอปราบตัดสินใจผ่าคลอด

 

                “คุณหม่าม้าเขาเก่งนะ ทนได้เป็นเดือนเชียว จะเริ่มแล้วนะครับ” หมอปราบพูดขึ้น ท่าทีของเขาดูสบาย ๆ ไม่ได้แสดงถึงความกังวลอันใด เมื่อนายแพทย์หนุ่มให้สัญญา บุคลากรทุกคนในห้องก็ต่างไปทำหน้าที่ของตน

 

******

 

            ดั่งเพลิงมองหน้าของคุณชายสองที่นิ่งเรียบไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาขณะเริ่มการผ่าตัด เขาเองก็นั่งอยู่ด้านหัวเตียงจึงไม่ได้เห็นการผ่าตัดชัดนัก เนื่องจากมีการกั้นผ้าขึ้นสูงใต้ช่วงหน้าอกของคนรัก แต่ทว่าแค่มือเปื้อนเลือดของหมอและพยาบาล มันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดจนชาไปทั้งใจ ถึงคนรักจะไม่แสดงมันออกมา แต่ความเป็นโซลเมท ดั่งเพลิงจึงรู้สึกถึงความกลัวที่อยู่ข้างในของคุณชายสอง กาฬวิฬาร์หนุ่มอายุเพียงยี่สิบเอ็ดที่กำลังถูกกรีดหน้าท้อง และอีกในไม่กี่นาทีคุณชายสองและเขาก็กำลังจะได้เป็นพ่อแม่คน มันเวิ้งว้าง อึดอัดเหมือนกับต้องมีการกรีดร้องออกมา แต่สิ่งที่คุณชายสองทำได้มีเพียงยิ้มทั้งน้ำตาส่งมาเท่านั้น ดั่งเพลิงอดคิดไม่ได้ว่าหากคนที่โดนผ่าเป็นเขา เขาอาจจะไม่เจ็บปวดเท่านี้ ภาพคุณชายสองบนเตียงยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดและไร้ประโยชน์ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแค่ก้มจูบมือของคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วพร่ำบอกว่าไม่เป็นไร

 

                “สวัสดีครับ เกริกวานิชหนึ่ง เพศชาย เกิดเวลา สิบนาฬิกายี่สิบห้านาที” หมอปราบพึมพำแล้วหัวเราะในลำคอ ดั่งเพลิงรีบหันไปมองหน้าของนายแพทย์หนุ่มด้วยความสงสัย เขาเห็นหมอปราบส่งร่างเด็กทารกคนหนึ่งขนาดพอ ๆ กับแมวเต็มไปด้วยเลือดให้กับนางพยาบาล ใจของชายหนุ่มหล่นวูบแทบจะทันที

 

                นั่น.. ลูกหรือ..    

 

                ทั้งห้องเกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ในระหว่างที่ดั่งเพลิงและคุณชายสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ และกำลังตั้งสติเนื่องจากไม่มีเสียงร้องของเด็กทารกออกมาเลย หมอปราบเองก็ดูจะกำลังให้ความสนใจกับฝาแฝดคนน้องที่กำลังอยู่ในท้องเสียมากกว่า กลายเป็นว่าพยาบาลที่รับทารกคนแรกมาถึงกับรีบพาเด็กไปยังมุมห้องที่มีเครื่องมือแยกต่างหากเตรียมเอาไว้

 

                อุแว๊! เสียงของฝาแฝดคนพี่ร้องขึ้นทันที ทำเอานางพยาบาลสาวถอนหายใจโล่งอกไปตาม ๆ กัน ส่วนดั่งเพลิงแทบลงไปกองกับพื้น เขาไม่เคยนึกฝันว่าตนจะดีใจกับเสียงร้องไห้ของเด็กจะไพเราะเท่านี้มาก่อน ชายหนุ่มหันไปยิ้มกว้างให้กับคุณชายสองที่นอนอยู่บนเตียง ในไม่ช้าเสียงเด็กอีกคนก็ดังขึ้น โดยไม่ต้องให้ทุกคนรอลุ้นกันเหมือนกับคนแรก

 

                “สวัสดีครับ เกริกวานิชสอง เพศชาย เกิดเวลา สิบนาฬิกายี่สิบแปดนาที น่าเกลียดน่าชังทั้งสองคนครับ” หมอปราบประกาศแล้วจึงส่งเด็กทารกให้กับนางพยาบาลอีกคน ดั่งเพลิงเพิ่งจะเข้าใจว่าเกริกวานิชหนึ่งสองนั้น เป็นชื่อเล่นที่หมอปราบเรียกลูกของเขา

 

                “พ.. พี่เพลิง ลูก..” เสียงของคุณชายสองดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตทั้งสองเต็มไปด้วยน้ำตานองหน้า ดั่งเพลิงเองก็พูดไม่ออกเช่นเดียวกัน เขาได้แต่ผงกหัวขึ้นลงให้กับภรรยาแล้วร้องไห้อย่างคนขี้แพ้ ขณะที่นางพยาบาลอุ้มเด็กฝาแฝดมาให้เขาและคุณชายสองได้ดู ก่อนที่จะพาไปตรวจและทำความสะอาด

 

                “ลูกครบนะ สองสบายใจได้นะครับ” ดั่งเพลิงกัดฟันตอบคนรัก พยายามเงยหน้ามองเพดานไม่ให้น้ำตาไหลไปมากกว่านี้ ถึงจะเป็นน้ำตาแห่งความปิติแต่คนอย่างเขาก็ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าภรรยาเลยสักนิด

 

                “ประเดี๋ยวคุณพ่อตามคุณพยาบาลมาทางนี้นะคะ ต้องชั่งน้ำหนัก และพาน้อง ๆ ไปเข้าตู้อบ” นางพยาบาลสาวคนหนึ่งพูดขึ้น ดั่งเพลิงหันไปมองคุณชายสองโดยไม่อยากจาก แต่เมื่อคนรักพยักหน้ารับ เขาจึงเดินตามนางพยาบาลที่อุ้มลูกฝาแฝดออกไป

 

                ดั่งเพลิงคิดมาเสมอตั้งแต่ที่รู้ว่าคุณชายสองท้องว่าตนนั้นเป็นพ่อคนแล้ว แต่ภาพของเด็กสองคนตรงหน้านั้นมันยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำความคิดนั้น เด็กทารกตัวเท่าแมวสองคนที่อยู่ในอ้อมกอดของนางพยาบาลตรงหน้า ทำให้เขาทั้งภูมิใจและตื่นกลัวกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ภาพของเด็ก ๆ ที่กำลังเติบใหญ่ประดังประเดเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ คำถามอันมากมายก็เช่นกัน เขาไม่รู้ว่าลูกจะชอบสะสมแผ่นเสียงเหมือนเขาไหม ชอบรถฝรั่งหรือเปล่า หรือจะรักการอ่านเหมือนคุณชายอนิละหรือไม่ แต่ที่เขาแน่ใจก็คือ 

 

                เขาอยากปกป้อง

                อยากเห็นเด็กสองคนนี้มีความสุข

                ถ้าหากมันต้องแลกด้วยชีวิต.. เขาก็ยินดี


 

******

 

                “เป็นอย่างไรบ้าง” เสียงของท่านชายภพดังขึ้นทันที เมื่อเห็นดั่งเพลิงเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นพิเศษของทางโรงพยาบาล ห้องขนาดใหญ่ดูเล็กไปขนัดตา เมื่อครอบครัวเกริกวานิชและเทววงศ์ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ในห้อง คุณชายอชิตะที่มีเรียนในวันนี้ ถึงขั้นลาหยุดและตรงมาที่โรงพยาบาลทันทีที่ได้ทราบข่าวว่าคุณชายสองจะผ่าคลอด ขาดก็แต่ภรรยาฝรั่งและลูกสาวของคุณชายหมอวัชระเท่านั้นที่ไม่ได้มาด้วย อาจเกรงเพราะจะเป็นการรบกวนจนเกินไป

 

                “ปลอดภัยครับ ทั้งแม่และลูก และทั้งสองคนเป็นเด็กผู้ชาย” ดั่งเพลิงตอบกลับยิ้ม ๆ ทำเอาหลายคนในห้องถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ชายหนุ่มสะดุ้งทันทีเมื่อพ่อตาของตนเดินเข้าไปกอดตนอย่างเผลอตัวเพราะดีใจ เมื่อถอนกอดออกจากเขาแล้วท่านชายภพก็กระแอมเบา ๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเหตุการณ์เมื่อครู่

 

                “หลานเป็นอย่างไรบ้างครับพี่เพลิง หน้าตาเหมือนใคร” คุณชายสามเอ่ยปากถามด้วยความตื่นเต้น

 

                “ในตอนนี้ยังดูไม่ออกว่าเหมือนใครน่ะครับ ผิวเขาเหมือนผม แต่ตาดูโต ๆ เหมือนสอง เหนือควัน ตัวโตกว่าและร้องไห้เก่ง ส่วน ดารินทร์ นั้นตัวเล็กและไม่ค่อยร้อง สำคัญคือฝาแฝดคู่นี้หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ” ดั่งเพลิงพยายามให้ข้อมูลที่เขามีกับทุกคน แม้ว่าจะพยายามกลั้นยิ้มเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้

 

                “โล่งใจไปที ที่หลานกงตาเหมือนแม่” เจ้าสัวเส็งพูดติดตลกจนทุกคนในห้องหัวเราะครืน นอกจากจะเป็นการกระแนะกระแหนบุตรชายที่ตาเล็กเท่าเม็ดกวยจี๊แล้ว ตัวของเจ้าสัวเองก็ไม่ต่างกัน

 

                “ได้ยินเช่นนี้ก็ดีแล้วครับ ประเดี๋ยววันพรุ่งค่อยมาเยี่ยมกันใหม่ วันนี้ให้คุณเพลิง ชายสอง และเด็ก ๆ พักก่อนแล้วกัน” คุณชายหมอที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ พูดขึ้น

 

                “แล้วกัน สามก็อยากเห็นหน้าหลานเหมือนกันนะครับ ให้สามอยู่กับหม่อมแม่รอพี่ชายสองไม่ได้หรือ” คุณชายสามตัดพ้อพี่ชายตามประสาเด็กหนุ่ม ยิ่งเห็นว่าหม่อมผกาจะอยู่ดูแลคุณชายสองก็เริ่มชักแม่น้ำทั้งห้าให้พ่อและพี่เห็นใจ

 

                “ไม่ได้ ชายสามต้องกลับไปเรียนภาคบ่าย พ่อเองก็อยากเห็นหลานเหมือนกันแต่ต้องกลับไปทำงาน” ท่านชายภพเอ่ยปากแล้วตบหลังลูกชายคนเล็กเบา ๆ ประโยคหลังที่ว่าอยากเห็นหลานนั้นดูขมขื่นเล็ก ๆ

 

                “อั๊วะเองก็ต้องไปแล้วเหมือนกันว่าจะไปดูทองเสียหน่อย เดี๋ยวเย็น ๆ อั๊วะให้อาคุณวาดมาช่วยนะ” เจ้าสัวเส็งหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

 

                “สวัสดีครับ ท่านพ่อ พี่ชายหมอ” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ออกจากห้องไป และรับไหว้จากคุณชายสาม เมื่อเห็นว่าบิดาของตนก็ออกไปเป็นคนสุดท้าย เขาจึงทิ้งตัวนั่งที่โซฟาข้างเตียงพักฟืนทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

                “จวง ไปหาน้ำมาให้คุณเพลิงซีจ๊ะ” หม่อมผกาพูดกับสาวรับใช้เกริกวานิชที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย

 

                “หม่อมแม่ครับ” ดั่งเพลิงที่มองอยู่ก็เอ่ยปากขึ้น คล้ายกับนึกอะไรบางอย่างออก

 

                “ว่าอย่างไรจ๊ะลูก” หม่อมผกาตอบกลับดั่งเพลิง พลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาของเจ้าหล่อนที่ไหลเพราะยินดีกับการผ่าตัดของบุตรคนกลาง

 

                “ตอนคลอดสอง สองเขาเป็นอย่างไรบ้างหรือครับ” ชายหนุ่มส่งผ้าเช็ดหน้าของตนเองให้กับหญิงวัยกลางคนเพราะเห็นว่าของเจ้าหล่อนนั้นชุ่มเปียกไปหมด

 

                “สมัยนั้นมันช่วงสงคราม หมอเขาไม่ได้เก่งเท่านี้ แม่เองก็คลอดธรรมชาติที่วังเทววงศ์ ชายสองน่ะตัวซีดจนน่ากลัว ตัวก็เล็กผอม คล้ายจะไม่รอด ท่านชายน่ะร้องไห้แล้วร้องไห้อีก” แม่ยายของเขาพูดไปยิ้มไป

 

                “ท่านชายภพน่ะหรือครับ ร้องไห้” ดั่งเพลิงเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ไม่นึกว่าพ่อตาของตนจะมีมุมนี้เหมือนกัน

 

                “ใช่จ้ะ ร้องหนักกว่าคุณเพลิงอีกล่ะมัง ชายสองตัวเล็กก็จริงแต่เขาใจสู้นะ จากตอนแรกนึกว่าเขาจะไม่อยู่แล้ว เพราะนอนแน่นิ่งไปแต่สุดท้ายเขาก็ร้องไห้จ้าออกมา” เจ้าหล่อนยิ้มพลางลูบไปยังเตียงเปล่ากลางห้อง นึกถึงความหลังเมื่อครั้นที่ตนคลอดลูก

 

                “ขอบคุณนะครับหม่อมแม่” ดั่งเพลิงเงยหน้ามองผู้เป็นแม่ยาย

 

                “ขอบคุณเรื่องอะไรหรือจ๊ะ”

 

                “ขอบคุณที่ให้สองเกิดมานะครับ”

 

*****

 

                คุณชายสองนอนมองหน้าดั่งเพลิงด้วยความตื่นเต้น เพราะหลังจากการผ่าคลอดลูกฝาแฝดเมื่อช่วงสายของเมื่อวานตนก็ต้องนอนพักฟื้นระยะหนึ่ง เนื่องจากผลข้างเคียงของการฉีดยาและแผลจากการเย็บทำให้คนตัวผอมนั้นอ่อนเพลีย กว่าจะหยุดอาเจียนก็ทำเอาเกือบตกค่ำของอีกวัน ขนาดที่ช่วงเช้าท่านชายภพและเจ้าสัวมาเยี่ยมตนก็ไม่ได้ตื่นมาต้อนรับขับสู้ ดั่งเพลิงบอกตนแค่ว่าได้ขอร้องให้พ่อ ๆ เวียนกันมาคนละเวลา เนื่องจากก่อความวุ่นวายในโรงพยาบาล ไหนจะเรื่องเจ้าสัวเส็งสั่งประกาศเรื่องหลานฝาแฝดควันรินลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับอีกต่างหาก

 

ส่วนบริเวณหน้าท้องของคุณชายสองเองก็ยุบลงไปมาก แต่ก็ใช่ว่าจะกลับไปผอมเพรียวเหมือนแต่ก่อน หลังจากรับประทานอาหารเย็น นางพยาบาลก็มารายงานเรื่องสภาวะต่าง ๆ ของลูกฝาแฝดทั้งสองคน ถือว่าเป็นโชคดีที่เด็กทั้งสองแข็งแรงสมบูรณ์และไม่มีโรคแทรกซ้อน และคุณหมอเองก็อนุญาตให้นางพยาบาลพาเด็กเข้ามาหาเขาช่วงค่ำ และนั่นจึงเป็นเหตุให้คนตัวผอมถึงกับอยู่ไม่สุขบนเตียง

 

                “ไม่รู้ว่าคนพ่อหรือคนแม่ใครตื่นเต้นกว่ากันนะนั่น” หม่อมผกาเอ่ยปากแซวเพราะพ่อแม่มือใหม่ทั้งสองต่างมองไปที่ประตูห้องไม่วางตาทั้งคู่

 

                “คุณหนูมาแล้วเจ้าค่ะ มาแล้ว” จวงออกปากทันทีเมื่อเห็นว่าประตูเปิดออก เจ้าหล่อนรีบวิ่งแจ้นไปอำนวยความสะดวกให้กับนางพยาบาลทันที เจ้าหน้าที่ชุดขาวจำนวนสี่คนต่างพากันเข้ามาในห้อง โดยมีเตียงรถเข็นขนาดเล็กสองเตียงถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้ามา

 

                “ไม่ทราบว่าคุณแม่อุ้มเด็กเป็นหรือยังคะ ถ้าหากว่ายังประเดี๋ยวทางเราจะสาธิตให้ก่อนจะให้คุณแม่อุ้มน้องนะคะ” สิ้นเสียงของนางพยาบาล เจ้าหล่อนก็เริ่มสอนวิธีอุ้มเด็กทารกอีกหลายท่าให้กับคุณชายสอง ซึ่งคุณชายสองเองที่เคยอ่านหนังสือมาบ้างก็ทำตามอย่างคล่องแคล่ว อีกทั้งใจก็อยากเห็นลูกใจจะขาด จึงพยายามเรียนรู้จากนางพยาบาลอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรคุณชายสองก็สามารถอุ้มลมได้เหมือนกับนางพยาบาลไม่มีผิด

 

                “นี่ค่ะคุณแม่ น้อง เอ่อ.. น้อง.. นางพยาบาลสาวอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ขณะส่งเด็กทารกชายมายังคุณชายสอง เจ้าหล่อนพยายามอ่านป้ายชื่อบนชุดที่เด็กชายสวมใส่

 

                “รินครับ คนนี้ดารินทร์” คุณชายสองยิ้มน้อย ๆ ขณะอุ้มดารินทร์เข้ามาในอ้อมกอด ทั้งที่เพิ่งเจอลูกครั้งที่สองหลังจากผ่าคลอดเมื่อวานแท้ ๆ แต่คนตัวผอมก็แสนจะมั่นใจว่าเด็กในอ้อมกอดนั้นเป็นฝาแฝดคนน้อง

 

                “ตายจริง น้องสองคนหน้าเหมือนกันมากนะคะ คุณแม่แค่อุ้มก็ทราบแล้วหรือว่าคนไหนเป็นคนไหน” นางพยาบาลอีกคนพูดขึ้นอย่างสนอกสนใจ

 

                “คนนี้เขานิ่ง ๆ น่ะครับก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นคนน้อง ตอนอยู่ในท้องกับห้องคลอดเขาก็นิ่งเหมือนกัน” คุณชายสองหัวเราะเล็ก ๆ ขณะอุ้มดารินทร์แล้วโยกไปมา เมื่อมองไปยังดั่งเพลิงผู้ที่นั่งอึ้งอยู่ข้างเตียง คนตัวผอมก็นึกขันกับสีหน้าของสามีที่ดูสับสนไม่น้อย

 

                “ความเป็นแม่ด้วยล่ะมัง” หม่อมผกาหัวเราะเล็ก ๆ แล้วเดินไปดูหลานอีกคนที่นอนงอแงอยู่บนเตียงรถเข็น คล้ายจะยอมไม่ได้ที่น้องชายถูกหม่าม้าอุ้มก่อน

 

                “พาเหนือควันมาหาผมหน่อยได้ไหมครับ” คุณชายสองเอ่ยปากขอนางพยาบาล แต่เมื่อหันไปมองดั่งเพลิงที่นั่งมองหน้าดารินทร์ในอ้อมกอดตนตาไม่กระพริบ เขาก็อดนึกเอ็นดูคนรักไม่ได้

 

                ดั่งเพลิงที่นั่งอยู่ข้างเตียงยังคงมองไปที่ลูกน้อยในอ้อมแขนของภรรยาตาเป็นประกาย

 

                “พี่เพลิงอยากลองอุ้มลูกไหมครับ” คุณชายสองลองเอ่ยปากถาม เมื่อครู่ตนก็แอบเห็นว่าตอนที่นางพยาบาลสาธิตการอุ้มเด็กทารก ดั่งเพลิงก็นั่งทำตามด้วย ดูท่าปะป๊าหนุ่มคงจะเห่อลูกอยู่ไม่น้อย

 

                “พี่.. พี่อุ้มได้หรือ” ดั่งเพลิงกลืนน้ำลายแล้วย้ำถามภรรยาอีกครั้ง ถ้าหากว่าดั่งเพลิงเป็นสุนัขคงจะหูหางกระดิกไปแล้ว เพราะไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อยว่าชายหนุ่มนั้นแสนจะดีใจที่คุณชายสองให้โอกาสตน

 

                “ได้ซีครับ พูดอย่างกับไม่ใช่ลูกของพี่เพลิงอย่างนั้นล่ะ” คุณชายสองแสร้งเบ้หน้าจนดั่งเพลิงร้อนรน แล้วกดจูบลงที่หน้าผากของดารินทร์เบา ๆ

 

                “ส่งมาครับ ส่งรินมา” ดั่งเพลิงรีบยกแขนขึ้นประคองช่วงตัวและศีรษะของเด็กน้อยจากอ้อมแขนของภรรยา หลังจากรับไปแล้วเขาก็อุ้มลูกได้อย่างถูกต้องและไม่มีความผิดพลาด

 

                “น้องเหนือควันค่ะ คุณชายอนิละ” นางพยาบาลสาวค่อย ๆ ส่งเด็กชายที่ร้องไห้จ้าผิดกับน้องชายฝาแฝดมาให้ผู้เป็นแม่ เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เมื่อยามที่เหนือควันมาอยู่ในอ้อมแขนของคุณชายสอง แฝดผู้พี่ก็หยุดร้องทันที อีกทั้งยังหลับสนิทอีกต่างหาก

 

                “น่าเกลียดน่าชังจริง ๆ” หม่อมผกาพึมพำขณะมองไปที่หลานฝาแฝดทั้งสองคน คุณชายสองไม่แปลกใจเลยสักนิดที่หลายคนดูจะแยกฝาแฝดควันรินไม่ออก เพราะหน้าตาของทั้งสองคนเหมือนกันอย่างกับแกะตามที่ดั่งเพลิงพูดเอาไว้

 

                “ต่อไปจะเป็นวิธีให้นมนะคะ เนื่องจากคุณแม่เป็นกาฬวิฬาร์ชาย เราจำจะต้องให้น้อง ๆ ดื่มนมชนิดพิเศษจากขวดหรือให้ดื่มจากแม่นมโดยตรงเท่านั้น ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณพ่อและคุณแม่ค่ะ” หลังจากนั้นคุณชายสองและดั่งเพลิงก็ฟังนางพยาบาลสาวสาธิตวิธีให้นมเด็ก คุณชายสองเองก็เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าปัจจุบันมีประชากรที่เป็นกาฬวิฬาร์ชายอยู่มาก และวรรณะในเพศดังกล่าวไม่สามารถให้นมบุตรได้ จึงได้มีการคิดค้นนมชนิดพิเศษที่เหมือนกับนมมนุษย์ขึ้นมา ซึ่งมีราคาที่สูงพอตัวและดั่งเพลิงก็ยินดีจ่าย

 

                เหนือควันและดารินทร์อายุหนึ่งวันนั้นถือว่าดูดีกว่าตอนแรกเกิดโข เด็กทั้งสองเป็นเด็กผิวขาวเนียนตามเชื้อสายคนจีนอย่างบิดา แต่ทว่ากลับมีดวงตากลมโตสวยเหมือนกับคุณชายสองไม่ผิดเพี้ยน ผิวหนังที่เหี่ยวย่นจากการอยู่ในครรภ์เป็นระยะเวลานานก็ดูเต่งตึงขึ้น เวลาเพียงไม่นานฝาแฝดคู่นี้ก็กลายเป็นขวัญใจเหล่านางพยาบาลและญาติ ๆ จากเกริกวานิชและเทววงศ์ไปโดยปริยาย

 

******

 

                คุณชายสองนอนมองดั่งเพลิงที่กำลังง่วนอยู่กับการกล่อมดารินทร์ให้หลับ คืนนี้เป็นคืนแรกของทั้งคุณชายสองและดั่งเพลิงที่จะได้ดูแลลูกชายทั้งสองคนตามลำพัง ทั้งสองตัดสินใจให้หม่อมผกาและจวงกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน เพราะต้องการใช้เวลากับลูกให้คุ้นชินและอยากจะให้ลูกโตกับพ่อและแม่มากกว่า แต่ขณะนี้เวลาที่โรงพยาบาลก็ปาไปสี่ทุ่มแล้ว แต่แฝดคนเล็กกลับไปยอมหลับยอมนอน เมื่อลูกนอนไม่หลับ พ่อกับแม่เองก็หลับไปลงเช่นเดียวกัน

 

                “มองปะป๊าตากลมเชียว” คุณชายสองค่อย ๆ เขยิบตัวนั่งแล้วมองไปยังลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของสามีที่นั่งอยู่ปลายเตียง ดารินทร์ไม่ร้องสักแอะแต่กลับนอนนิ่งมองหน้าดั่งเพลิงและคุณชายสองเงียบ ๆ

 

                “ตาเหมือนสองจริง ๆ ด้วย เจ้าควันก็เหมือนกัน” ดั่งเพลิงยิ้มแล้วหันไปมองภรรยาที่ชะเง้อหน้ามาจากด้านหลังตน ภรรยาผู้ที่มีดวงตาสวยสุกสกาวที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอ บัดนี้ดวงตาดังกล่าวก็มีอยู่ในลูกชายฝาแฝดของเขาเช่นเดียวกัน

 

                “สงสัยกลางวันจะนอนเยอะไป กลางคืนเลยนอนไม่หลับ พี่เพลิงส่งน้องรินมาให้สองดีกว่า เดี๋ยวสองพาลูกนอนเอง” คุณชายสองเสนอความคิดเห็น เผื่อตนเผลอหลับไปถ้าดารินทร์ตื่นขึ้นมาตนจะได้อยู่ใกล้

 

                “อย่างนี้เจ้าควันจะไม่น้อยใจหรือ น้องได้นอนกับหม่าม้าก่อน” ดั่งเพลิงพูดติดตลก แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะส่งลูกให้กับคุณชายสอง

 

                “เตียงแคบ นอนหมดไม่ได้หรอก สองกลัวนอนทับลูก” คนตัวผอมกล่าวกับสามี

 

                “น้องรินต้องนอนได้แล้วนะครับ ไม่อย่างนั้นหม่าม้านอนไม่หลับแน่ ๆ เห็นใจหม่าม้าสักหน่อยเถอะนะ” ชายหนุ่มกล่าวกับลูกเล็กในอ้อมแขนเสียงเบา เขายิ้มและกดจูบลงที่ศีรษะของบุตรชาย

 

                “เอ๊ะ ลูกหลับแล้วนี่ พี่เพลิงเก่งเหมือนกันนี่ครับ” คุณชายสองตาโตทันทีเมื่อเห็นว่าดารินทร์นั้นหลับไปในอ้อมแขนของดั่งเพลิงไม่นาน หลังจากที่ดั่งเพลิงพูดขอร้องลูก

 

                “พี่พร้อมเลี้ยงลูกนะจะบอกให้” ดั่งเพลิงว่าพลางวางดารินทร์ลงบนเตียงเล็ก ชายหนุ่มพยายามจัดท่าทางของแฝดคนน้องเบา ๆ เพื่อจะได้ห่อผ้ารอบตัวได้สะดวก จากนั้นเขาก็ย้ายไปกดจูบลงที่ศีรษะของเหนือควันที่หลับไปก่อนหน้าอย่างเท่าเทียม

 

                “จ.. จูบตรงนี้ด้วยซีครับ” คุณชายสองพูดขึ้นก่อนที่ดั่งเพลิงจะไปนอนที่โซฟา นิ้วเรียวชี้มาที่หน้าผากของตนแล้วทำหน้าออดอ้อนอีกฝ่าย

 

                “ไม่จูบเพียงหน้าผากได้ไหม หืม” ดั่งเพลิงยกยิ้มแล้วตรงไปหาภรรยาที่นอนเอนอยู่บนเตียง เขานั่งคร่อมตัวลงไปจุมพิตที่หน้าผาก แก้มนิ่ม และซอกคอขาวที่เป็นรอยกัดของคนรัก ตำแหน่งที่ยิ่งหอมเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกอยากหอมอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

                “คงห้ามไม่ทันแล้วมังครับ แต่ห้ามมีเกินกว่าจูบเชียวนะช่วงนี้” คุณชายสองยกนิ้วขึ้นวางที่ริมฝีปากหนาของดั่งเพลิง ยกยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ

 

                “ขอนอนบนเตียงด้วยก็ไม่ได้หรือครับ” ดั่งเพลิงกระซิบ

 

                “ไม่ได้ครับ เตียงแคบ สองกลัวเจ็บแผลด้วย” คุณชายสองยกเหตุผลขึ้นมาทันที ไม่ใช่ว่าตนนั้นไม่อยากนอนกอดดั่งเพลิงเสียหน่อย ครั้นเมื่อได้นอนกอดทุกวันมาก่อน แต่ช่วงที่ท้องโตก็แทบไม่ได้นอนกับดั่งเพลิงเลยด้วยซ้ำ

 

                “แต่ปะป๊าอยากนอนกับหม่าม้านี่ครับ สัญญาจะนอนนิ่ง ๆ” ดั่งเพลิงยังไม่ลดละความพยายาม ชายหนุ่มตั้งใจยื่นหน้าใช้จมูกเขี่ยกับคุณชายสองเป็นเชิงขอร้อง

 

                “รู้ไหมต่อไปถ้าหากลูกดื้อ หม่าม้าก็ไม่กลัวหรอก เพราะปะป๊าน่ะดื้อกว่ามาก” คุณชายสองยกมือเรียวขึ้นมาดึงแก้มของดั่งเพลิงเล่นจนอีกฝ่ายร้องโอดโอย

 

                “พี่ไม่นอนก็ได้ครับ ฝันดีนะหม่าม้า” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นยอมแพ้ แม้ว่าปากพูดไปอย่างนั้น แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์ของเขายังนั้นยังคงส่งมากดดันคุณชายสองอย่างต่อเนื่อง

 

                “พี่เพลิง.. คุณชายสองพูดแล้วเบ้ปาก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเล่ห์ของดั่งเพลิง แต่เจ้าตัวก็สมยอมแต่โดยดี

 

                เพราะคุณชายสองคิดถึงกลิ่นพิมเสนและดั่งเพลิงจะแย่

 

                “น่ารัก” ดั่งเพลิงกระซิบแล้วค่อย ๆ ย้ายตัวมานอนข้างคุณชายสองบนเตียง กลายเป็นว่าเตียงคนไข้ตอนนี้เต็มไปด้วยคนสองคนที่นอนอยู่ด้วยกัน ชายหนุ่มพยายามระมัดระวังไม่ให้ตนเองไปโดนแผลของคุณชายสองให้มากที่สุด

 

                คุณชายสองเงยหน้ามองดั่งเพลิงที่นอนตะแคงมองตนเองอยู่ ยิ่งเห็นเช่นนี้คนตัวผอมจึงยิ่งรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นโชคดีเพียงใด มันก็ยิ่งทำให้คุณชายสองรู้สึกตื้นตันจนน้ำตารื้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

                “ร้องไห้ทำไม” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้กับคนรักเบา ๆ

 

                “ที่พี่เพลิงบอกสอง ส.. สองมีลูกให้พี่เพลิงแล้วนะ” คุณชายสองพูดเสียงขาดห้วง นึกย้อนไปเมื่อคราวฮีทครั้งแรกหลังจากแต่งงาน คนตัวผอมจำได้ดีกับคำพูดของดั่งเพลิงที่พูดหลังจากน็อทกับตน  

 

                “แล้วตอนที่ปารีสพี่บอกว่าอย่างไรจำได้ไหม” ดั่งเพลิงกล่าว ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกลี่ยแก้มของคนรักด้วยความเผลอไผล

 

                “ให้เป็นแม่ของลูกพี่เพลิง” คุณชายสองหลบตาดั่งเพลิงทันที มือเรียวค่อย ๆ ยกมากำชายเสื้อของสามีอย่างที่ตนมักทำเป็นประจำเวลาเขิน

 

                “ขอบคุณนะครับที่รักพี่” ชายหนุ่มขยับตัวให้ชิดใกล้คุณชายสองอีกครั้งแล้วยกมือขึ้นโอบเอวของภรรยาเอาไว้ ไม่นานทั้งสองก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป

 

#มนต์วิฬาร์

 

*ข้อมูลทางการแพทย์ในบทนี้สามารถส่งข้อความมาแนะนำได้นะคะ กรณีที่มีเนื้อหาบิดเบือนไป อนึ่ง เราได้ปรับให้เทคโนโลยีในโอเมก้าเวิร์สรูทนี้จะทันสมัยขึ้น เพื่อให้พร้อมสำหรับวิวัฒนาการการกลาบพันธุ์ในเรื่องค่ะ

 

TALK: สวัสดีค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับตอนนี้ หวังว่าจะชอบกันนะคะ

ในที่สุดบ้านเกริกวานิชก็มีสมาชิกเพิ่มแล้ว ทำเอาปะป๊าหม่าม้าเสียน้ำตากันเป็นลิตรเลยเชียว สำหรับเรื่องนี้เราก็เดินทางกันมายาวนานมาก ๆ เลย อีกไม่กี่ตอนก็คงต้องโบกมือลากันแล้ว อยากขอบคุณจริง ๆ จากใจเลยค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.709K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #13972 your baby girl (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 07:18
    แงน่ารักเป็นบ้างแงแงงง
    #13,972
    0
  2. #13930 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 10:11
    อบอุ่น จากความเกลียดชัง กลายเป็นรักนิรันดร์จริงๆ
    #13,930
    0
  3. #13902 sprimmm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 14:50

    มันซึ้งงงงง

    #13,902
    0
  4. #13874 choopp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 18:13
    ปริ่มมากทางนี้คือยิ้มไม่หุบเหมือนได้กลานมาเลี้ยงจริงๆไปเลยจ้าแม่
    #13,874
    0
  5. #13838 Fahhhhh (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 22:06

    น้องควันกับน้องรินเนี้ย รวมกันเป็นควันรินเนอะ คล้ายๆกับควานลินเลย

    #13,838
    0
  6. #13816 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:46
    ไม่รู้​จะบรรยายยังไง มันตื้นตันมาก
    #13,816
    0
  7. #13770 Kanyw (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 03:39
    ปริ่มมากกกกกกก ปะป๊าหม่าม๊ามือใหม่น่ารักมากคับ! ยินดีต้อนรับน้องแฝดน้าาา
    #13,770
    0
  8. #13710 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:05
    กรี๊ดดดดดดดด น้องน้อยน่ารักจังเลยค่ะะะะ ;______;
    #13,710
    0
  9. #13636 เก๋ไก๋ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 16:55

    สนุกมากๆเลยยยย❤❤❤❤❤

    #13,636
    0
  10. #13615 Solalanp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 19:40
    เจ้าสองแฝดน่ารักน่าเอ็นดูทิสุดดด ปาป๊าหม่าม้าก็หวานกันมากๆ
    #13,615
    0
  11. #13591 -xebyam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:31
    น่ารักกกก
    #13,591
    0
  12. #13533 12311232123312 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 14:18
    แงงงงงงงงงง
    #13,533
    0
  13. #13461 Nielongforever9 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 17:06

    งื้อออเขินมากกกกกกกคุณชายสองน่ารักมากแง้ๆๆ

    #13,461
    0
  14. #13397 chalitsa64 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 11:08

    มันดีมากๆเลยค่ะ

    #13,397
    0
  15. #13381 s-wu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 23:56
    ยินดีต้อนรับนะจ้ะสมาชิกใหม่ พี่ควัน น้องริน (ทำไมนึกถึงควานลินนะ พอเรียกแบบนี้ 5555555) ป๊ะป๊าอย่าดื้อกับหม๊าม๊านักซี 555555555
    #13,381
    0
  16. #13373 sanoop_Mn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 15:33
    อ่านอยู่ดีๆก็ร้องไห้เลยค่ะ อบอุ่นมากจริงๆ ยินดีกับคุณป๊าม๊าด้วยนะคะ พอคิดภาพเด็กสองคนที่ผิวขาวๆเหมือนนายดั่งเพลิงและตากลมๆเหมือนคุณชายสองแล้วก็หยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ ;0;
    #13,373
    0
  17. #13340 Poison cake (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:36
    ตื้นตันมากจริง ๆ ค่ะ อบอุ่นและอบอวลด้วยความรักไปหมดเลยยยย //แม่ขา นุหอมฟามรักกกก
    #13,340
    0
  18. #13263 akaptnim (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 10:23
    เป็นตอนที่ทำเราน้ำตาไหลดื้อๆ ตื้นตันมาก
    #13,263
    0
  19. #13208 WARUNNZZ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 12:18
    ปริ่มมาก ความขุ่นแม่
    #13,208
    0
  20. #13131 นางเดือนทองร้อยใจ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 11:34
    ผ่าคลอดไม่ต้องวางยางสลบหรอคะ?? +__+
    #13,131
    1
  21. #13053 pmeq (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 04:37

    นี่อินมากตั้งใจอ่านมากๆ ชอบบบบบบ จากนี้ไปต้องป่วนมากแน่เลยมีเด็กๆวิ่งเล่นกันเต็มไปหมด

    #13,053
    0
  22. #13022 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:23
    ฮื่อน้ำตาไหล
    #13,022
    0
  23. #12996 kpyd (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:47
    น่ารักมากเลยยย
    #12,996
    0
  24. #12974 JaiToFu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:48

    น้องสอง น้องพูดอะไรเช่นนั้นนนนนนนนนนนน ถ้าหนูเป็นอะไรไปพี่จะอยู่ได้ยังไง เอ๊ะ อ่อ เราไม่ใช่พี่เพลิงหรอ ท่ดๆค่ะ 55555 เกลียดดด เกลียดหมอปราบ เกลียด เกริกวานิชหนึ่ง เกริกวานิชสอง เหมือนกวนอะ 5555 ประทับใจ ปลื้มปิติยินดีจริงๆ น้ำตาจะไหล น้องควันน้องรินของพี่ พี่จะซื้อของไปให้น้องแต่พ่อของน้องคงซื้อไปให้หมดแล้ว ฮื้ออออออออ ทุกคนมีความสุขเราก็มีความสุข สุดยอดไปเลย TT_________TT

    #12,974
    0
  25. #12936 แม่เอง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 13:30
    ตายๆๆๆ ลูกเอ้ยยยยย
    #12,936
    0