มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 18 : บทที่ ๑๘ : ฟ้าหลังฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,686 ครั้ง
    5 ก.ย. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๑๘ : ฟ้าหลังฝน

 

                คุณชายอนิละเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหู เมื่อได้ยินว่าดั่งเพลิงเหม็นกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ที่ตนกินไปเมื่อครู่ มือเรียวค่อย ๆ ลูบหลังสามีที่ก้มหน้าลงคอห่านไปอาเจียนอีกครั้ง ใจทั้งรู้สึกห่วงและรู้สึกผิดไปพร้อม ๆ กัน เมื่อคุณชายสองเห็นว่าดั่งเพลิงอาการพอจะดีขึ้นแล้วจึงค่อย ๆ ประคองแขนของคนตัวใหญ่ไว้

               

“ลุกไปล้างหน้าไหมครับ” คุณชายสองกล่าว ดั่งเพลิงจึงลุกขึ้นทันที ด้วยความที่เขามัดผ้าขนหนูกับเอวเอาไว้ลวก ๆ พอลุกขึ้นพรวดพราด ผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวที่ปกปิดร่างกายท่อนล่างของดั่งเพลิงก็ร่วงลงมา คนตัวผอมพอเห็นร่างกายที่เปลือยเปล่าของอีกฝ่ายก็หน้าแดงจัด แล้วหันหน้าหนีเดินไปเท้าแขนรอที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าทันที

 

“อายอะไรน่ะเรา เมื่อคืนก็เห็น” แม้ใบหน้าของดั่งเพลิงจะซีดเซียวเพราะการอาเจียนเมื่อครู่ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ท่าทางยียวนของอีกฝ่ายลดลงเลย ชายหนุ่มยกยิ้มแล้วเท้าแขนข้างหนึ่งจากทางด้านหลังของคุณชายสอง แล้วจึงใช้มืออีกข้างที่ว่างเปิดก๊อกน้ำขึ้นล้างหน้าล้างตา

 

“พี่เพลิงนุ่งผ้าก่อน.. คุณชายสองรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งตน เมื่อเห็นใบหน้าของตนผ่านกระจกบานใหญ่ จึงทำให้รู้ว่าหน้าของตนแดงราวกับลูกมะเขือเทศ คนตัวผอมจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากเอ่ยปากให้สามีนุ่งผ้าเสีย

 

“ก็ได้ครับ ก็ได้” ดั่งเพลิงยกมือทั้งสองข้างขึ้น เขายิ้มให้กับคุณชายสองที่ทำตาขวางใส่เล็ก ๆ แล้วไปหยิบผ้าขนหนูที่กองอยู่กับพื้นขึ้นมานุ่ง

 

ขณะที่ดั่งเพลิงจัดการนุ่งผ้าขนหนู คุณชายสองก็ลอบมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยเล็บของตน ดูท่าเมื่อคืนตนจะจิกหลังดั่งเพลิงแรงมาก แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากบ่นสักนิด เมื่อเห็นว่าดั่งเพลิงสบตากับตนจากด้านหลังผ่านกระจก คนตัวผอมจึงก้มหน้างุดหยิบหลอดยาสีฟันมาบีบใส่แปรงสีฟันให้กับอีกฝ่ายแล้วเดินออกจากห้องน้ำไปทันที

 

“อ้าว จะรีบไปไหนครับ” ดั่งเพลิงเอียงคอถามภรรยาตัวเล็ก อีกทั้งยังส่งรอยยิ้มกวน ๆ มาให้ตนอีก คุณชายสองคิดแล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย คิดเพียงแต่รีบเดินออกมาเสียดีกว่า

 

“ส.. สองหิว” คุณชายสองเม้มปาก แล้วจึงแสร้งตอบดั่งเพลิงเสียงเบา

 

“ไม่เอาสตรอว์เบอร์รี่แล้วนะครับ” ดั่งเพลิงหยิบแปรงสีฟันที่คุณชายสองเตรียมไว้ให้มาแปรง เขาเดินตรงไปหาภรรยา แล้วยกมือขึ้นลูบหัวคุณชายสองเบา ๆ

 

“อื้ม สองจะลงไปหาคุณแคทเทอรีน” คนตัวผอมพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่จะหันหลังให้กับดั่งเพลิง ทำท่าเดินออกจากห้องน้ำไป

 

“สอง ใส่กางเกงด้วย” เสียงของดั่งเพลิงดังไล่หลัง คุณชายสองหันขวับไปมองค้อนคนรักของตนทันที คิ้วหนาขมวดเป็นปมเพราะประโยคเมื่อครู่ จากนั้นจึงก้มหน้ามองต้นขาเปลือยเปล่าของตนเอง เพราะตอนนี้คุณชายสองสวมเพียงแค่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่กับกางเกงชั้นในเท่านั้น ยิ่งรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายแซวหน้าก็ขึ้นสีจัดอีกรอบ

 

“สองรู้แล้วหน่า!” คุณชายสองเบ้ปากแล้วรีบเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า เพราะเขินจนรีบเดินออกไป เลยไม่เห็นว่าดั่งเพลิงหัวเราะน้อย ๆ ให้กับท่าทีของตน และบีบยาสีฟันใส่แปรงเตรียมไว้ให้คุณชายสองเช่นกัน

 

******

 

                ณ มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นของแคทเทอรีน เปลวไฟในเตาผิงยิ่งทำให้บรรยากาศยามเช้าในห้องยิ่งอบอุ่นเข้าไปอีก สุนัขสีขาวตัวใหญ่หาวแล้วนอนต่ออย่างเกียจคร้าน ในขณะที่โต๊ะอาหารที่ถูกปูด้วยผ้าลายตารางหมากรุกเชย ๆ ถูกจัดวางด้วยขนมปังฝรั่งเศสชิ้นโต จานข้าง ๆ ก็เต็มไปด้วยไข่ดาวสี่ห้าฟอง นอกเหนือจากนั้นยังมีแก้วกาแฟสำหรับคนสามคน ดั่งเพลิงมองแพนเค้กสูงราวแปดชั้นที่ถูกเสิร์ฟโดยแคทเทอรีนด้วยความแปลกใจ ยิ่งเห็นว่าเจ้าหล่อนวางจานแพนเค้กนั่นหน้าคุณชายสองก็ยิ่งแปลกใจ แพนเค้กเยอะขนาดนั้นไม่มีทางที่คน ๆ เดียวจะกินหมด โดยเฉพาะเป็นคนกินน้อยอย่างคุณชายสองด้วยแล้ว

 

                “จะขุนภรรยาผมให้อ้วนฉุเลยหรือไงแคท” ชายหนุ่มเอ่ยปากแซว รู้จักกับคุณเจ้าของบ้านพักมาเกือบสิบปี ก็เพิ่งเคยเห็นเจ้าหล่อนทำอาหารเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก

 

                “สองเขาต้องทานเยอะ ๆ ต่างหากย่ะ หิวใช่ไหม” บรรตาสาวร่างอวบหันไปค้อนดั่งเพลิง จากนั้นจึงจัดแจงวางช้อน ส้อมและมีดให้กับคุณชายสอง

 

                “แพนเค้กน่ะ ลองทานดูนะครับ” ดั่งเพลิงโยกตัวไปพูดกับคุณชายสองใกล้ ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตาลุกวาวมองแพนแค้กไม่วางตา ดูเหมือนกับคราวนั้นที่เขาทำสเต็กปลาแซลม่อนให้ทานไม่มีผิด

 

                น่าทานจังครับ คุณแคทเทอรีน ขอบคุณนะครับ” คนตัวผอมกล่าวแล้วยิ้มหวานให้กับแคทเทอรีน รอยยิ้มหวานนั่นทำเอาสาวเจ้าของบ้านยิ้มรับด้วยความเอ็นดู

 

                “ตายจริง ยิ้มน่ารักเหลือเกิน ทานเยอะ ๆ เลยจ้ะ ฉันทำให้คุณทานโดยเฉพาะเลยนะ ทีแรกว่าจะทำเฟรนช์โทสต์เสียหน่อย แต่สูตรของฉันน่ะต้องมีสตรอว์เบอร์รี่ เกรงว่าใครบางคนแถวนี้จะอยู่ไม่ได้เสียก่อนแคทเทอรีนส่งยิ้มให้กับคุณชายสอง และชายตามองดั่งเพลิงอย่างเอือมระอา

 

                “อย่างน้อยก็ให้แพนเค้กผมมากกว่านี้สักสองชิ้นก็ยังดีนะครับ ผมไม่ได้กินฟรีเสียหน่อย” ดั่งเพลิงบ่นอุบ ขณะใช้มีดตักแพนเค้กในจานของตนเองที่มีเพียงสี่ชั้น ค่าที่พักเขาก็จ่าย ค่าอาหารเช้าเขาก็จ่ายไปแล้ว แต่คุณเจ้าของบ้านดูท่าจะปฏิบัติกับเขาเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด

 

                “ฉันก็เอาส่วนของเธอแบ่งให้สองเขานั่นล่ะ แค่อาหารยังบ่นเสียขนาดนี้ ต่อไปจะเสียสละให้สองมากกว่านี้ได้ไหมล่ะหนุ่มน้อย” แคทเทอรีนกรอกตาอย่างนึกรำคาญใจ แล้วยัดเยียดขนมปังแข็งให้ดั่งเพลิงทานแทนส่วนของแพนเค้กที่หายไป

 

                “พี่เพลิง เอาส่วนของสองไปทานก็ได้นะครับ.. คุณชายสองพูดภาษาไทยกับดั่งเพลิง น้ำเสียงฟังดูเสียดายเล็ก ๆ กับแก้มกลมที่เคี้ยวแพนเค้กตุ้ย ๆ ก็ดูน่ารักน่าเอ็นดู เสียจนดั่งเพลิงต้องยกมือปัดปฏิเสธเป็นพัลวัน

 

                “สองทานเถอะครับ พี่ทานอย่างอื่นก็ได้” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง เมื่อเขาเหลือบมองไปเห็นจานของคุณชายสองก็ต้องประหลาดใจ ที่แพนเค้กเมื่อครู่อีกฝ่ายกินไปจนเหลือเพียงสามชิ้นในเวลาอันสั้น

 

                “โอ้ ตายจริง! ฉันมีผงโกโก้ที่ได้มาจากเนเธอร์แลนด์ด้วยนะ แดเนียลเธอมาช่วยฉันหาในครัวหน่อยสิ” จู่ ๆ สาวเจ้าของบ้านก็โพล่งขึ้น แล้วลุกพรวดขึ้นโอบไหล่ของดั่งเพลิงเอาไว้ ดั่งเพลิงที่กำลังจะฉีกขนมปังถึงกับถอนหายใจ กับท่าทีทำอะไรตามใจฉันของเจ้าหล่อน เขาพยักหน้าขอตัวกับคุณชายสอง แล้วลุกขึ้นตามแคทเทอรีนไปที่ครัวอย่างช่วยไม่ได้

 

                “นี่จ้ะ พ่อหนุ่ม น้ำพีช เอาไปให้สองทานซะนะ ระวังอย่าให้เขาดื่มอะไรที่มีคาเฟอีนล่ะ” แคทเทอรีนรินน้ำสีส้มสดลงแก้วแล้วส่งให้ดั่งเพลิงทันที

 

                “ไหนคุณว่าจะมาหาผงโกโก้ไงล่ะ” ดั่งเพลิงบ่นอุบแล้วมองไปยังแก้วน้ำผลไม้ที่เมื่อครู่ตนรับมา

 

                “ช่างมันเถอะ ฉันไม่รู้ว่าเอาไว้ไหนแล้ว แต่เธอนะ เธอ ๆๆ!แคทเทอรีนยิ้มแล้วยกมือขึ้นหยิกดั่งเพลิงด้วยความมันเขี้ยว

 

                “โอ๊ย มันเจ็บนะแคท!ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบไปมาทันที พลางยกแก้วในมือขึ้นเหนือหัว ทรงตัวไม่ให้มันหกเลอะเทอะ

 

                “นี่เธอตีตราสองเมื่อคืนใช่ไหม” เจ้าของบ้านร่างอวบอ้วนยิ้มอย่างมีเลศนัย เจ้าหล่อนตั้งใจพูดภาษาฝรั่งเศสกับดั่งเพลิงเพื่อที่คุณชายสองจะได้ไม่เข้าใจ

 

                “ก็ใช่น่ะสิ คุณก็เห็นรอยที่คอแล้วไม่ใช่หรือ เป็นไง ผมทำสวยไหม” ดั่งเพลิงยักไหล่ แล้วยกยิ้มขึ้นถามแคทเทอรีนอย่างภูมิอกภูมิใจ

 

                “ให้ตายเถอะ! แล้วหลังจากมีอะไรกันสองเขาบ่นอะไรไหม” แคทเทอรีนย้ายร่างอุ้ยอ้ายไปหยิบของในกระเป๋าของเจ้าหล่อน โดยมีดั่งเพลิงยืนพิงเคาน์เตอร์ยืนรอต่อบทสนทนาด้วย

 

                “โอ้ คำถามนี้มันไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรือ นี่คุณกำลังกล่าวหาผมนะว่าฝีมือห่วย” เขาทำหน้าเหยเกแล้วถามสาวเจ้าเนื้อ ดั่งเพลิงน่ะเชื่อในฝีมือของตนเองจะตาย จะเป็นไปได้อย่างไรที่คุณชายสองจะไม่พอใจกับเรื่องเมื่อคืน

 

                “ไม่ใช่ย่ะ สองเขาปวดเนื้อปวดตัวบ้างไหม” แคทเทอรีนกรอกตาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของเช้านี้ แต่ดั่งเพลิงมั่นใจว่าไม่ต่ำกว่าห้า

 

                “ไม่นะ ก็เดินเหินปกติ มีแต่ผมนี่ล่ะตื่นมาเป็นอะไรก็ไม่รู้”

 

                “สมควรย่ะ ถ้าจะทำอะไรก็ถนอมเขามาก ๆ นะแดเนียล”

 

                “โรเจอร์! ภรรยาของผมทั้งคนนี่นาดั่งเพลิงใช้คำรับทราบเลียนแบบพวกทหาร แล้วยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาตะเบ๊ะรับคำสั่งจากแคทเทอรีน แม้ว่าจะรู้สึกตงิดใจเล็ก ๆ เพราะรู้สึกว่าช่วงหลังแคทเทอรีนทำตัวห่วงคนรักของเขาเกินเหตุ ไหนจะย้ำนักย้ำหนากับเขาเรื่องการดูแลคุณชายสองอีก

 

                “ฉันไม่อยากเชื่อเลย แดเนียลที่ไม่เอาไหนโตขนาดนี้แล้วสินะ เอ้า เอานี่ไปด้วย” แคทเทอรีนพึมพำ ในที่สุดหล่อนก็หาของในกระเป๋าจนเจอ เธอโยนโบว์สีดำยาวส่ง ๆ ไปให้ดั่งเพลิงรับเอาไว้

 

                “โบว์งั้นหรือ” ชายหนุ่มพูดขึ้นเบา ๆ แม้ว่าจะรู้ดีว่ามันคืออะไร มันคือโบว์แบบเดียวกับเส้นที่แคทเทอรีนผูกให้กับคุณชายสองเมื่อวาน ถ้าเขาจำไม่ผิดเส้นเมื่อวานน่าจะที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเตียงที่เขานอนเมื่อคืน เขายิ้มแห้งทันที เมื่อคิดว่าสายนี้แคทเทอรีนจะต้องขึ้นไปบนห้อง แล้วเห็นสภาพห้องนอนที่เต็มไปด้วยขนเป็ด ฝีมือคุณชายสองที่จิกมันจนขาดเมื่อคืน

 

                “วันนี้จะออกไปข้างนอกไม่ใช่หรือยะ เอาไปผูกให้สองสิ เขาว่ากาฬวิฬาร์จะชอบให้เจ้าของผูกโบว์ให้นะ” แคทเทอรีนยิ้มบางแล้วพยักเพยิดหน้าไปทางคุณชายสอง ผู้ซึ่งกำลังฉีกขนมปังกินอยู่ที่โต๊ะอาหาร

 

                ดั่งเพลิงยกมือข้างที่ถือโบว์เกาต้นคอแก้เขินเล็ก ๆ เขาถือแก้วน้ำพีชและโบว์สีดำตรงไปยังคนที่นั่งกินขนมปังอยู่ ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ก็ทำตัวไม่ถูกเสียอย่างนั้น ถึงจะไม่แน่ใจนักแต่นี่อาจจะเป็นอาการเขินคุณชายสองก็ได้ ทั้งที่คราวสวมแหวนแต่งงานให้กับคนตัวผอม ตนไม่ได้รู้สึกเขินแม้แต่น้อยแท้ ๆ อาจเป็นเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้รักอีกฝ่าย แต่เมื่อมาถึงจุดที่อีกคนกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิต เขาก็รู้สึกมวนท้องราวกับมีผีเสื้อเป็นล้านตัวอยู่ข้างใน เพียงเพราะจะเอ่ยปากอาสาผูกโบว์ให้กับภรรยาเท่านั้น

 

                “อะแฮ่ม น้ำพีชครับ เป็นน้ำผลไม้ สองลองดื่มดูนะ” ดั่งเพลิงกระแอมเรียกร้องความสนใจ มือหนาวางแก้วน้ำไว้ตรงหน้าของคุณชายสอง เมื่อคุณชายสองเงยหน้าขึ้นมามองเขาที่ถือโบว์สีดำอยู่ เขาก็ตะกุกตะกักพูดไม่ออกเสียอย่างนั้น

 

เจ้าของอย่างนั้นหรือ

 

“พี่เพลิงจะทำอะไรครับ” ดวงตากลมโตจับจ้องมาที่เขา คุณชายสองถามแล้วเอียงคอเล็ก ๆ ซึ่งหากมองในมุมมองของดั่งเพลิงจะรู้สึกได้เลยว่า คุณชายอนิละนั้นน่ารักมากจริง ๆ

 

“ว.. วันนี้เราต้องออกไปข้างนอก พี่เลยคิดว่าสองอาจจะต้องผูกโบว์..” ดั่งเพลิงพูดเสียงเบา เขายกมือขึ้นเกาต้นคออีกครั้ง เมื่อมองไปยังต้นคอขาวของคุณชายสองที่มีรอยเขี้ยวของตนเองอยู่

 

  คุณชายสองได้ยินดังนั้น ก็ดูเหมือนจะคิดอะไรอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ดวงตากลมคู่สวยยังคงจับจ้องมาที่ดั่งเพลิงไม่วางตา

 

“แต่ถ้า ส.. สองไม่ชอบพี่ก็จะไม่บังคั

 

“ผ.. ผูกให้สองหน่อยซีครับ” คุณชายสองยิ้มอย่างเขินอาย จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อตนเองออกหนึ่งเม็ด เพื่อที่จะได้เผยให้เห็นช่วงคอของตนด้านหลัง และผูกโบว์ได้ง่ายขึ้น ดั่งเพลิงเลียริมฝีปากอันแห้งผากของตนทันทีขณะมองไปยังต้นคอขาว เขาค่อย ๆ ผูกโบว์ให้กับภรรยาอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ แม้ว่าโบว์เส้นบางจะปิดรอยกัดได้ไม่หมด แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์แสดงออกอย่างชัดเจนว่า กาฬวิฬาร์ตนนี้มีคู่ครองแล้ว และไม่อาจถูกอันฬาหน้าไหนตีตราได้อีกตลอดกาล

 

“เสร็จแล้วครับ” ดั่งเพลิงยกยิ้ม จากนั้นจึงก้มตัวลงหอมต้นคอและแก้มนิ่มของคุณชายสอง คนตัวเล็กสะดุ้งนิด ๆ แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร เมื่อมองจากทางด้านหลังใบหูของคุณชายสองเองก็ขึ้นสีจัด ไม่แพ้กับใบหูของดั่งเพลิงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มหัวเราะเล็ก ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งและฉีกขนมปังแข็งให้คุณชายสอง

 

“ข้าวใหม่ปลามันนี่มันดีจังเนอะญอริส” เหตุการณ์เมื่อครู่นั้นอยู่ในสายตาของแคทเทอรีนทั้งหมด เจ้าหล่อนส่ายหัวยิ้มบาง แล้วจึงลูบหัวสุนัขพันธุ์ซามอยด์ตัวยักษ์ที่เดินมาขออาหารกับหล่อน

 

*****

 

                ในวันนี้ดั่งเพลิงและคุณชายสองทั้งคู่ต่างแต่งกายด้วยชุดสุภาพ เนื่องจากทั้งคู่ต้องเดินทางไปดินเนอร์ที่ภัตตาคารบนหอไอเฟล และรับชมบัลเลต์ที่โรงอุปรากรปาแลการ์นีเย โดยที่ดั่งเพลิงนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ดบนอย่างที่มักจะทำ เพียงแต่ด้านนอกสวมสูทสีดำทับ ให้เข้ากันกับกางเกงสแล็คเอวสูง ในขณะที่คุณชายสองสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ติดกระดุมถึงเม็ดบนสุด และสวมโค้ทสีดำตัวโตทับอีกที แต่ที่ทำให้คนตัวผอมนั้นโดดเด่น ก็เพราะที่ต้นคอระหงนั้นมีโบว์สีดำยาวผูกเอาไว้ ซึ่งดั่งเพลิงยังแอบชื่นชมในใจไม่ได้ว่าคนรักของตนช่างเหมาะกับการผูกโบว์นี่เสียจริง

 

                เนื่องจากทั้งคู่ออกมาจากที่พักเร็วกว่าเมื่อวาน ทำให้ดั่งเพลิงเลือกที่จะพาคุณชายสองมาเดินเล่นที่ ถนนคิโวลี่ ถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้าชั้นนำของยุโรป ด้วยความเป็นคนนิสัยไม่ชอบอดรนทนรออะไร และชอบใช้เงินตัดสินปัญหา ทำให้ดั่งเพลิงมักจะชอบเดินตามถนนมากกว่าสถานที่อันเต็มไปด้วยผู้คนอย่างหอไอเฟล หรือประตูชัยที่ตั้งอยู่กลางเมือง

 

                ดั่งเพลิงยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นว่าคุณชายสองหยุดยืนที่ร้านกล้องถ่ายรูป ทำท่าทางเหมือนกับตอนที่อยากได้กล่องดนตรีจากร้านของเล่นไม่มีผิด หลังจากที่ออกมาช็อปปิ้งกับคนตัวผอมสามสี่ครั้ง ชายหนุ่มก็เริ่มจะจับทางได้ว่าเวลาที่คุณชายสองอยากได้อะไร คุณชายสองมักจะไม่ปริปากพูด แต่จะหยุดยืนส่งสายตาเป็นประกายไปที่สิ่งนั้นแทน เช่นเดียวกับตอนนี้ที่ดวงตากลมโตของคุณชายสองจับจ้องไปยังกล้องฟิล์มรุ่นล่าสุดด้านหลังตู้กระจกนี่เอง

 

                “อยากได้หรือ” ดั่งเพลิงล้วงกระเป๋ากางเกง จากนั้นจึงเอ่ยถามภรรยาพลางมองไปยังกล้องถ่ายรูปนับสิบที่วางเรียงรายอยู่หน้าร้าน

 

                “ครับ ถ้าหากมีไว้สักอันก็คงดีไม่น้อย” คุณชายสองพูดอย่างตรงไปตรงมาแล้วมองไปยังกล้องยี่ห้อโกดัก อันซึ่งมีป้ายราคาแพงลิ่วติดเอาไว้ เนื่องจากเป็นตัวใหม่ล่าสุด

 

                “จริง ๆ แล้วพี่เองก็มีอีกตัวนะ แต่ว่าไม่ได้ถือติดมือมาด้วย” ดั่งเพลิงพูดขึ้น คลับคล้ายคลับคลาว่าตัวเองนำกล้องมาจากไทยด้วย แต่เพราะไม่ใช่คนที่ชอบถ่ายรูปมากนักเลยเผอเรอลืมไปเสียสนิท

 

                “จริงหรือครับ เช่นนั้นก็ใช้ของพี่เพลิงก็ได้ครับ” คนตัวผอมหันมาพยักหน้าให้กับดั่งเพลิง สีหน้าแสดงออกถึงความเสียดายเล็ก ๆ ดั่งเพลิงพอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากให้ตนเปลืองเงินมากกว่า

 

                “พี่ไม่ให้สองยืมหรอก นั่นมันของพี่” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นบีบจมูกรั้นของคุณชายสอง จากนั้นจึงส่งรอยยิ้มกวนไปให้

 

                “ขี้งกกับสองหรือ” คุณชายสองเอียงคอแล้วเบะปาก ตากลมใสเริ่มแสดงความไม่พอใจจนดั่งเพลิงเริ่มใจอ่อน ไม่อยากแกล้งอีกฝ่ายไปมากกว่านี้

 

                “สองก็ใช้ของตัวเองไปซีครับ เดี๋ยวพี่ซื้อให้” ชายหนุ่มหัวเราะ จากนั้นจึงถือวิสาสะจูงมือภรรยาตัวผอมเข้าไปยังร้านกล้องทันที

 

*****

 

                คุณชายอนิละมองไปยังทิวทัศน์รอบ ๆ กรุงปารีสผ่านกระจกของภัตตาคารลอยฟ้า ซึ่งอยู่สูงกว่าพื้นดินร้อยกว่าเมตร มองจากมุมนี้อาคารบ้านเรือนในบล็อกต่าง ๆ ช่างดูเล็กลงไปขนัดตา คุณชายสองมองเรือลำเล็กที่ล่องอยู่ในแม่น้ำแซนอย่างสนอกสนใจ จากนั้นจึงยกกล้องถ่ายรูปอันใหม่ขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ พลันเมื่อยกกล้องหามุมที่จะถ่ายต่อไปก็ต้องตกใจ เมื่อดั่งเพลิงโผล่หน้าเข้ามาใกล้เสียอย่างนั้น

 

                “อาหารจานหลักพร้อมทานแล้วนะครับคุณผู้ชาย ประเดี๋ยวค่อยถ่ายก็ได้” ดั่งเพลิงกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ ทำเอาบริกรสาวที่กำลังเสิร์ฟอาหารอมยิ้มอย่างเอ็นดู

 

                “สเต็กปลาใช่ไหมครับ” คุณชายสองค่อย ๆ นำกล้องใส่กลับไปในกระเป๋าแล้วถามดั่งเพลิง เพราะคุ้นเคยกับเนื้อปลาสีส้มอย่างแซลม่อนมากกว่า จึงไม่แน่ใจนักว่าจานด้านหน้าคืออะไร

 

                “ปลาเทอร์บอตน่ะ พี่เองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าภาษาไทยเรียกว่าปลาอะไร” ดั่งเพลิงพยักหน้าให้กับคุณชายสอง จากนั้นจึงยกไวน์แดงขึ้นดื่ม

 

                “อร่อย..” ตากลมโตของคุณชายสองกลมโตเข้าไปอีก ยิ่งเมื่อได้ลิ้มรสเนื้อปลาชื่อแปลกนี่ ไม่รู้เพราะเหตุใดช่วงนี้ทานอะไรก็รู้สึกอร่อยไปเสียหมด

 

                “ถ้าอร่อยก็ต้องทานให้หมดนะครับ ยังมีของหวานอีก” ผู้เป็นสามีกล่าว คุณชายสองสังเกตเห็นว่าดั่งเพลิงเหมือนจะสั่งอาหารจานที่ดูแปลกจากของตน

 

                “นั่นเลม่อนหรือครับ” คุณชายสองถาม เพราะเห็นว่าจานของดั่งเพลิงเป็นไก่ที่ถูกตกแต่งด้วยเลม่อนพูนจาน ตั้งแต่มาถึงปารีสก็เห็นดั่งเพลิงกินไปเสียบ่อย แต่ไม่นึกว่าจะถึงขั้นสั่งเมนูเลม่อนมาทานอีกในภัตตาคาร

 

                “ไก่อบกับเลม่อนดองน่ะครับ” ดั่งเพลิงว่าพลางใช้ส้อมจิ้มชิ้นเลม่อนเข้าปากหน้าตาเฉย โดยไม่สนเนื้อไก่แม้แต่น้อย ทำเอาคุณชายสองกลืนน้ำลายเพราะรู้สึกเปรี้ยวแทน ถึงแม้จะบอกว่าของดองก็เถอะ

 

                การรับประทานอาหารบนหอไอเฟลนั้นผ่านไปอย่างเรียบง่าย ทั้งอาหารคาวหวานถูกเสิร์ฟไล่เรียงกันตามลำดับ เหตุเพราะคุณชายสองรับประทานไปเยอะและค่อนข้างเร็ว ในขณะที่ดั่งเพลิงแทบไม่ค่อยทานอะไรนอกจากเลม่อนและไวน์ ทำให้ทั้งคู่พอมีเวลาเหลือพอที่จะเดินออกชมพระอาทิตย์ตกตรงระเบียงที่ทางภัตตาคารจัดเอาไว้ให้

 

                 “งามนัก” คุณชายสองพึมพำกับตนเอง จากนั้นจึงถ่ายภาพพระอาทิตย์ที่ทอแสงเป็นประกายไปทั่วท้องฟ้าเหนือมหานครปารีสยามเย็น

 

                “งามจริง ๆ” เสียงทุ้มต่ำของดั่งเพลิงดังขึ้นข้าง ๆ หูของคุณชายสอง ทำอาคนที่ถือกล้องอยู่เกือบทำกล้องร่วง โชคยังดีที่คุณชายสองรอบคอบ ใช้สายคล้องกล้องไว้กับคอตนเอง

 

                “แกล้งอีกแล้ว” คุณชายหันไปเอ็ดคนรักทันที หากแต่เมื่อมองดี ๆ แล้วใบหน้าของดั่งเพลิงตอนนี้ คลับคล้ายกับเมื่อตอนที่ดั่งเพลิงเคยไปช่วยตนที่ถนนราชดำเนินไม่มีผิด หากแต่ตอนนี้อีกฝ่ายไม่ได้เป็นเพียงนายดั่งเพลิง อันฬาหนุ่มเจ้าสำราญ แต่เป็น พี่เพลิง สามีของตน เท่านั้น

 

                “พาร์ดอน! ช่วยกรุณาถ่ายภาพของผมและภรรยาหน่อยได้ไหมครับ” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง จากนั้นจึงเอ่ยขอความช่วยเหลือจากชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กัน


                “โอ้ ด้วยความยินดียิ่งครับ” ชายผมน้ำตาลตอบกลับด้วยความยินดี คุณชายสองมองตามดั่งเพลิงที่ยกกล้องออกจากคอของตนด้วยความมึนงงเล็กน้อย แต่เมื่อพอเข้าใจสถานการณ์จึงเขยิบไปยืนเคียงคู่กับดั่งเพลิงเพื่อถ่ายภาพ มาคิดดูแล้วตั้งแต่แต่งงานมา ทั้งคู่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปร่วมกันอีกเลย คนตัวผอมรู้สึกเกร็งเล็กน้อย ไม่รู้จะยิ้มอย่างไรให้ออกมาดูดี เนื่องจากตลอดยี่สิบปีแทบจะถ่ายภาพนับครั้งได้

 

                “สักครู่นะครับ ขอเปลี่ยนท่าดีกว่า” ดั่งเพลิงยกมือบอกชายผมน้ำตาลเป็นเชิงขอเวลาตั้งตัวก่อนถ่ายรูป จากในทีแรกที่ยืนข้างกัน ชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นมายืนด้านหลังของคุณชายสองแล้วโอบกอดคนตัวผอมจากทางด้านหลัง คุณชายสองที่โดนกอดหน้าเม้มปากแน่นทันทีด้วยความเขินอาย

 

                “ยิ้มหน่อยครับ” ชายผมน้ำตาลพูดขึ้นขณะเล็งกล้องมาทางเขาและดั่งเพลิง

 

                “ไม่ต้องอายนะครับ ที่นี่คือปารีสไม่ใช่พระนครเสียหน่อย” ดั่งเพลิงกล่าวข้างหูคุณชายสอง คงเพราะรู้ว่าคุณชายสองนั้นถูกอบรมมาจากในวัง และไม่คุ้นเคยกับการแสดงความรักอย่างเปิดเผยนัก

 

                ...” คุณชายสองยังคงเม้มปากอย่างชั่งใจ แล้วจึงหันไปหาดั่งเพลิงที่ยืนกอดตนจากด้านหลัง

 

                “ถ้าสองไม่ยิ้มนะพี่ใจสลายแน่ ๆ”  ดั่งเพลิงแกล้งหยอก จนคุณชายสองเผลอหัวเราะออกมาขณะหันไปมองดั่งเพลิง

 

                แชะ! เสียงแฟลชดังขึ้นโดยที่ทั้งสองไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อถูกถ่ายทั้งคู่จึงหันไปมองยังชายผมน้ำตาลผู้เป็นตากล้องจำเป็นด้วยความมึนงง

 

                “แล้วกัน ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย ขอบคุณครับ” ดั่งเพลิงหัวเราะแล้วยื่นมือไปรับกล้องคืนจากชายคนดังกล่าว

 

                “แต่ผมว่ารูปที่ดีที่สุดก็คือรูปที่คุณและภรรยายิ้มให้กันนะ” ชายผมน้ำตาลกล่าวกับดั่งเพลิง ประโยคดังกล่าวทำเอาทั้งคู่มองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาอย่างเขิน ๆ

 

                “ขอบคุณครับ” ดั่งเพลิงยิ้มกว้างแล้วกล่าวขอบคุณ จากนั้นจึงเดินไปคล้องสายกล้องถ่ายรูปให้กับคุณชายสอง 

 

                คุณชายสองและดั่งเพลิงใช้เวลาช่วงเย็นกันจนเต็มอิ่มที่หอไอเฟล จากนั้นก็พากันลงลิฟต์เพื่อที่จะไปต่อยังโรงอุปรากร แต่โชคไม่ดีนัก เนื่องจากดั่งเพลิงเกิดเวียนหัวและอยากอาเจียนขณะนั่งรถไปยังที่หมาย สุดท้ายด้วยคำขอร้องของคุณชายสองที่เป็นห่วง ทั้งคู่จำต้องสละตั๋วและตีรถกลับที่พักอย่างน่าเสียดาย

 

*****

               

                ดั่งเพลิงที่เกิดอาการหน้ามืดตั้งแต่ช่วงเย็นนั่งพิงหัวเตียงมองดูคุณชายสองที่นั่งถ่ายรูปกล่องดนตรีเงียบ ๆ เขารู้สึกไม่ค่อยดีนักกับอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ ในทีแรกนึกว่าจะเหม็นสตรอว์เบอร์รี่ แต่กลายเป็นว่าเหมือนจะเหม็นกลิ่นน้ำหอมของชาวปารีเซียงเข้าไปอีก เขาไม่ได้เสียดายเงินเลยกับค่าตั๋ว แต่กลับรู้สึกเสียดายแทนคุณชายสองมากกว่าที่ไม่ได้รับชมการแสดงบัลเลต์เพราะเขา

 

                ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดที่อะไรไม่ค่อยเป็นไปดั่งใจ พอกลับมาถึงที่พักแล้วเล่าอาการให้แคทเทอรีนฟัง เจ้าหล่อนกลับหัวเราะเยาะใส่กันอีก  นี่ยังไม่รวมฝนที่เทลงมาอีกครั้งในค่ำคืนนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ดั่งเพลิงเซ็งไม่น้อยไปกว่ากัน ก็คือคนที่นั่งเล่นกล้องถ่ายรูปโดยไม่สนใจคนป่วยต่างหาก

 

                จะว่างี่เง่าก็ได้ ดั่งเพลิงไม่ปฏิเสธ

 

                “สอง พี่ขอน้ำหน่อยครับ” ดั่งเพลิงลองแกล้งเอ่ยขึ้นในอากาศ เสียงของเขาไม่ดังนัก แต่ก็ไม่ได้เบาหากตั้งใจฟังก็คงได้ยิน

 

                คุณชายสองยังคงส่องกล้องมองเครื่องเรือนในห้องเงียบ ๆ ปากแล็บขมุบขมิบพูดกับตนเอง คล้ายกับบ่นเรื่องมุมที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็ไม่ได้ยินคำขอของดั่งเพลิงที่นอนอยู่บนเตียงแม้แต่น้อย

 

                “สอง..

 

                “สองหิว.. พี่เพลิงพอจะหาอะไรให้สองทานได้ไหมครับ” คุณชายสองหันมากล่าวกับดั่งเพลิง เจ้าของใบหน้าเล็กยิ้มร่าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

                “อะไรนะครับ” ดั่งเพลิงถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหู นี่คุณชายสองลืมไปแล้วหรือว่าเขากำลังป่วยอยู่

 

                “คุณแคทเทอรีนบอกสองมาว่าตรงหัวมุมมีร้านเค้กเปิดอยู่ สองอยากทานเค้ก” คุณชายสองกล่าวพลางยกกล้องขึ้นส่องไปที่เตาผิง

 

                “ฝนกำลังตกอยู่นะสอง ทานขนมปังไม่ได้หรือ” ชายหนุ่มถามภรรยาของตนอีกครั้ง หิวยังพอเข้าใจ แต่ไอ้ครั้นจะทานเค้กตอนสองทุ่มนั้น เขาเองก็ไม่เข้าใจนัก

 

                “แต่ว่าสองอยากทาน..” ดั่งเพลิงกลืนน้ำลายทันที เมื่อเห็นว่าคุณชายสองเบ้หน้าแล้วหันมามองตน ไม่รู้เพราะเหตุใดเขากลับรู้สึกว่าตนเป็นคนร้ายเสียอย่างนั้น

 

                “ครับ เดี๋ยวพี่จะออกไปหามาให้” ดั่งเพลิงพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียง แล้วจึงเดินไปหยิบเสื้อโค้ทที่ตนแขวนเอาไว้ข้างประตูมาสวม

 

                “พี่เพลิง..” เสียงของคุณชายสองดังขึ้นขณะดั่งเพลิงจะก้าวออกจากห้องไป เขาหันกลับไปยิ้มให้ ด้วยความคิดที่ว่าอีกฝ่ายคงเปลี่ยนใจ เพราะนึกได้ว่าเขาป่วยอยู่

 

               

 

                “ซื้อมาสักสองก้อนนะครับ” คุณชายสองยิ้มตาหยี จากนั้นก็ก้มหน้างุดไขลานกล่องดนตรี แล้วเริ่มถ่ายภาพ ไม่ได้สนใจดั่งเพลิงที่ยิ้มแห้งให้ที่หน้าประตูเลยสักนิด ดั่งเพลิงกลั้นใจปิดประตูแล้วออกจากตัวที่พักอย่างนึกน้อยใจผู้เป็นภรรยา

 

                ตีตราแล้วก็ไม่เห็นค่ากันแล้วซีนะ

 

*****


                ดั่งเพลิงนั่งมองคุณชายสองที่เพิ่งวางช้อนจากการกินเค้กก้อนจากตรงโซฟา คนตัวผอมไม่รู้เลยว่าเขาต้องลงทุนตากฝนเดินวนไปจนเกือบสี่ตรอก เพื่อหาร้านของหวานหรือภัตตาคารที่ยังเปิดอยู่ จนแล้วจนรอดก็ต้องเดินกลับมาที่ร้านตรงหัวมุมแล้วกดกริ่งเรียกเจ้าของร้าน เพื่อขอร้องให้เขายอมขายเค้กให้ ต่อให้เป็นขายในราคาแพงกว่าปกติเขาก็ยอมจ่าย โชคยังดีที่บรรตาหญิงชราพูดง่าย รอไม่นานเจ้าหล่อนก็ส่งเค้กผลไม้มาให้เขาถึงสองชิ้น อีกทั้งยังคิดเงินในราคาทั่วไปอีกต่างหาก

 

                “อร่อยไหมครับ” ดั่งเพลิงถามขึ้นเสียงดัง ทำเอาคุณชายสะดุ้งแล้วหันมามองตาม ดวงตาเล็กของชายหนุ่มเริ่มฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกโชกและสบตาคุณชายสอง

 

                “อ.. อร่อยครับ” คุณชายสองพูดเสียงเบา เหมือนจะพอรู้ตัวว่าเขาโกรธเลยเม้มปากแล้วก้มหน้าลงมองจานขนมด้านหน้า

 

                “มาถึงก็เอาแต่กิน ไม่คิดจะขอบคุณพี่ที่เดินตากฝนไปซื้อมาให้สักนิดเลยหรือ” ดั่งเพลิงเอ็ดคุณชายสองอย่างต่อเนื่อง

 

                “ขอบคุณครับ.. ไหล่ของคนตัวผอมตกลงอย่างเห็นได้ชัด ดั่งเพลิงลอบเห็นว่าคุณชายสองกำกางเกงที่สวมใส่อยู่เอาไว้แน่น ราวกับเด็กที่กำลังรู้สึกผิด

 

                “ช่างมันประไรครับ ความรู้สึกพี่มันไม่ได้สลักสำคัญอะไร” ดั่งเพลิงถอนหายใจ จากนั้นจึงถือผ้าเช็ดตัวเดินผ่านภรรยาตรงไปยังห้องน้ำ เพื่อที่จะได้อาบน้ำแล้วเข้านอน

 

                “พ.. พี่เพลิง โกรธสองหรือครับ” แรงดึงเสื้อเชิ้ตจากทางด้านหลังทำเอาดั่งเพลิงถึงกับหยุดกึก เขาอมยิ้มเล็ก ๆ ก่อนที่หันหน้ากลับไปหาคุณชายสองที่ยืนอยู่ข้างหลัง จริง ๆ แล้วก็น้อยใจนิดหน่อย แต่เขาไม่ได้โกรธคุณชายสองหรอก เพียงแค่อยากแกล้งเท่านั้น

 

                “ไม่หรอกครับ ก็แค่ไม่สบายอยู่แล้ว ตากฝนอีกก็คงไม่สาหัสไปสักเท่าไหร่หรอก” ดั่งเพลิงกล่าว เขาตั้งใจไม่สบตาคนตัวผอมที่อยู่ตรงหน้าด้วยซ้ำ แม้ว่าหางตาจะแอบมองอากัปกิริยาของคุณชายสองอยู่เนือง ๆ

 

                “สองขอโทษ.. คุณชายสองพึมพำเสียงเบา จากนั้นจึงเอื้อมมือขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เปียกโชกของดั่งเพลิง ทำเอาดั่งเพลิงเลิ่กลั่กด้วยความประหลาดใจทันที

 

                “สองจะทำอะไร” ดั่งเพลิงก้มหน้าถามคนตัวเตี้ยกว่า เขาแน่ใจว่าคุณชายสองไม่น่าจะคิดอะไรไกล แต่ตัวเขานั้นคิดไกลกว่าที่คิด

 

                “จะอาบน้ำไม่ใช่หรือ เดี๋ยวสองเอาเสื้อผ้าไปตากให้” คุณชายสองกล่าวแล้วเงยหน้าช้อนตาขึ้นมาหาเขา ดั่งเพลิงนิ่งงันไปทันที

 

                “อยากให้พี่หายโกรธไหม” ชายหนุ่มก้มหน้าลงกระซิบเข้ากับใบหูของคุณชายสอง เขายกยิ้มน้อย ๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันที่จะเห็น

 

                “อ.. อยากครับ” คุณชายสองพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตาที่เป็นประกายกลับเริ่มหม่นลงเพราะรู้สึกผิด

 

                “อาบน้ำด้วยกันซีครับ” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง แล้วถือวิสาสะอุ้มคุณชายสองเข้าห้องไป โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวหรือกล่าวอะไรด้วยซ้ำ


*****


CUT สั้น ๆ

(อยู่ที่ไบโอในทวิตเตอร์นะคะ)


*****

 

                ผ้าม่านสีขาวไม่สามารถป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามายังห้องนอนของดั่งเพลิงและคุณชายสอง บรรดานกที่บินมาเกาะหน้าต่าง ต่างแข่งกันร้องเสียงหวานแข่งกันเสมือนเป็นบทเพลงรับเช้าวันใหม่ ดั่งเพลิงยกมือหนาขึ้นขยี้ตาแรง ๆ จากนั้นจึงพยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงแดด เขาอมยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นว่าคนรักของตนยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่ ทั้งที่เป็นคนนอนตื่นง่ายแท้ ๆ แต่ในวันนี้เขากลับตื่นก่อนคุณชายสองเสียอย่างนั้น

 

“กู๊ดมอร์นิ่งฮันนี่” ชายหนุ่มยื่นหน้าไปประทับจูบที่กลุ่มผมสีนิลของคนรัก หลังจากที่หอมศีรษะของคุณชายสองแล้วเขาก็นอนมองหน้าอีกฝ่ายเงียบ ๆ อย่างใช้ความคิด

 

                “กู๊ดมอร์นิ่งมายเบบี้” ดั่งเพลิงกดจูบลงอีกครั้งที่ท้องของคุณชายสองที่นอนหลับอยู่ เขายิ้มกว้างราวกับเป็นชายผู้โชคดีที่สุดในโลก แล้วจึงขยับตัวเข้าไปสวมกอดร่างของคุณชายสองเอาไว้แน่น

 

#มนต์วิฬาร์


TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่นะคะ ดีใจมากเลยที่ได้มาอัพเรื่องนี้ในวันที่ดีมาก ๆ

 

ในตอนนี้ทั้งดั่งเพลิงและคุณชายสองนั้นยังอยู่ที่ฝรั่งเศสค่ะ ก็จะได้ดูได้เห็นเนอะว่าดั่งเพลิงเอาใจใส่น้องขนาดไหน ทั้งเรื่องกล้อง ทั้งเรื่องไปหาขนมมาให้น้องสองทานกลางดึก รวมถึงอาการแปลก ๆ ที่ดั่งเพลิงเป็นเช่นกินน้อย และติดกินเลม่อนด้วยค่ะ ในตอนนี้มีคัทเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ จากตอนแรกที่คิดว่าเรื่องนี้มีคัทสามครั้ง ก็คงเป็นสี่แล้วล่ะ ซึ่งในคัทครั้งนี้เราก็ทิ้งฮินท์ไว้ว่าเอ๊ะ ทำไมดั่งเพลิงถึงไม่จัดเต็ม พออ่านจนหลายคนคงตกใจว่าแบบ เห้ยยย รู้ได้ไง อะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ ซึ่งไม่บอกค่ะ ไว้ไปบอกตอนหน้า (แฮ่)  แต่จริง ๆ พระเอกของเราเขาเป็นคนฉลาดนะ ทำไมจะไม่รู้

 

สำหรับตอนนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้นะคะ ตอนหน้าก็กลับพระนครกันแล้ว ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทั้งในนี้และในทวิตเตอร์มาก ๆ เลยค่ะ เป็นแรงใจสำคัญมาก ๆ ในการมาออัพแต่ละครั้ง หวังว่าจะได้เจอกันเร็ว ๆ นี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.686K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #14017 Dnoppawan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 17:43
    งื้อ อยากอ่าน nc แต่หาไม่เจอ
    #14,017
    0
  2. #13974 tomydan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:19
    อ่านรอบสองก็ยังคงเขินกับฉากจูบท้องของคุณป๊า ฮืออออ
    #13,974
    0
  3. #13967 your baby girl (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 05:33
    แงงงงเขินอะ เขินเป็นบ้าเรยยย
    #13,967
    0
  4. #13936 BeautybabyIce (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 15:16
    งื้อออออ พี่เพลิงคะ หนูเขินแทนคุณชายสองแล้วนะ
    #13,936
    0
  5. #13926 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:46
    ‘ขอบคุณนะครับ. ขอโทษด้วย’ คือประโยคบอกรักมั้ยนะ
    #13,926
    0
  6. #13897 sprimmm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:49

    เห้ยพี่เพลิงรู้หรออออออออออ

    #13,897
    0
  7. #13869 choopp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 16:23
    แงงงงงง เรื่องทำมห้พี่ดั่งเพลิงกลายเป็นคนที่แบบดีมากๆๆๆๆ เลยค่ะพี่ยอมน้องมากๆด้วนฮื่อ ที่พี่ไม่รุนแรงเพราะรู้ใช่มั้ยคะ
    #13,869
    0
  8. #13810 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:00
    น้องงงงงงงง
    #13,810
    0
  9. #13733 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 16:30
    พี่รู้แล้วใช่ไหมมมมม
    #13,733
    0
  10. #13705 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 18:46
    ก็ว่าอยู่ว่าทำไมไม่ทำน้อง เพราะพี่รู้แล้วนี่เองว่าน้องมีเบบี๋แล้ววว -/////-
    #13,705
    0
  11. #13612 Midories (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 14:50
    สวีทเว่อออ เลี้ยงเค้กน้องแล้วก็กินน้องต่อ พี่เพลิงงงง เกินคุ้มนะคะพี่
    #13,612
    0
  12. #13611 Solalanp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 12:24
    น่ารักที่สุดเลยค้าบบ
    #13,611
    0
  13. #13580 -xebyam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:21
    เบบี้มาแย้ววว
    #13,580
    0
  14. #13528 12311232123312 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 07:50
    💗💗💗💗💗💗💗💗
    #13,528
    0
  15. #13491 aunnyy_kdn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:04

    😻😻😻😻😻😻😻😾
    #13,491
    0
  16. #13486 ลอมอ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 11:58

    จะเปงคุณพ่อแบ้วววววว

    #13,486
    0
  17. #13458 celpotter (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 01:41
    พี่เพลิงร้องไห้เลยอ่าา...ตอนแรกก็งงร้องทำไม...พอรู้ว่านางร้องทำไมแล้วแบบบใจชั้นนร​อบอุ่นเหลือเกิง
    #13,458
    0
  18. #13434 Nielongforever9 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 13:11

    ฮืออออแพ้ท้องแทนคุณชายสองจะไม่รู้ได้ไงเนอะพี่เพลิง

    #13,434
    0
  19. #13395 PPTi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 15:57
    อุแงง รู้แล้วหรอ
    #13,395
    0
  20. #13375 s-wu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 16:19
    รู้ตัวสักทีนะ 55555555555
    #13,375
    0
  21. #13353 om_kanokrat (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:06
    งืออออออทำไมละมุนนจัง
    #13,353
    0
  22. #13260 kdn_kangdan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:03
    ดั่งเพลิงรู้แล้วสิว่าสองมีเบบี้ ฮือเขินนไม่ไหวแน้ว ;____;
    #13,260
    0
  23. #13250 akaptnim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 21:37
    แงงงงงง เขินแก้มแตกกกกก
    #13,250
    0
  24. #13203 YammyK. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 11:47
    รู้แน้วว่ามีเบบี้พหุกกกกก
    #13,203
    0
  25. #13111 Natchanudt (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 17:25

    ต้องเข้าไปอ่านคัท ที่ไหนค่ะ กดลิ้งค์แล้วมันไม่มีอะไรเลย ใครช่วยลิ้งค์ให้อีกที่ได้ไหมค่ะ

    #13,111
    1
    • #13111-1 Midnight9302(จากตอนที่ 18)
      15 เมษายน 2562 / 13:01
      เข้าไปในลิงก์ในไบโอทวิตของไรท์ แล้วเลื่อนลงเรื่อยๆค่ะ อันบนสุดน่าจะอีกเรื่อง แล้วก็เลื่อนลงเลย ค่ะมันจะเรียงๆไว้ข้างล่าง
      #13111-1