มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 17 : บทที่ ๑๗ : ด้วยรักนิจนิรันดร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,119 ครั้ง
    10 ก.ย. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๑๗ ด้วยรักนิจนิรันดร์

 

                ดั่งเพลิงเดินตามภรรยาตัวแสบที่หนีลงไปยังชั้นล่างทันที พักหลังนอกจากคุณชายอนิละจะกินมากขึ้นแล้ว ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็กลับมาดื้อเหมือนเดิมอีกต่างหาก ครั้นจะว่าดื้อเหมือนเดิมก็ว่าได้ไม่เต็มปาก เพราะถ้าดื้อเหมือนก่อนเขาคงดุหรือรำคาญจนเดินหนีไปแล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งอีกฝ่ายดื้อเขาก็ยิ่งอยากเข้าไปใกล้ อยากกำราบเจ้าแมวดำจอมซนที่ชอบทำตัวให้น่าฟัดทุกคราวไป

               

                ตั้งแต่วันที่คุณชายสองหายจากอาการฮีท และพยายามปลอบเขาเรื่องมารดา มันก็ทำให้เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ก็อาจจะชอบพอ เอ็นดู หรือสงสาร ตามประสาอันฬาผู้เป็นเมท แต่ไม่รู้เมื่อไรเหมือนกันที่คุณชายสองเข้ามามีอิทธิพลกับเขาในทุกการกระทำ กว่าจะรู้ตัวสิ่งนั้นมันก็ก่อตัวขึ้นจนล้นใจไปจนหมด สิ่งนั้นที่แม้แต่บรรตาหรือกาฬวิฬาร์ตนไหนก็ทำไม่ได้..

 

                ดั่งเพลิงกอดอกพิงไปกับประตูหน้าห้องของแคทเทอรีน สายตาของเขาจับจ้องไปยังคุณชายสองที่กำลังนั่งกอดเจ้าญอริสอยู่หน้าเตาผิง เขาส่ายหัวเล็ก ๆ พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นชอบสุนัขมาก แต่ไม่นึกว่าจะชอบเพียงนี้ แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าญอริสเริ่มจะเลียหน้าอีกฝ่าย ดั่งเพลิงก็หุบยิ้มทันที

 

                “เปื้อนหมดแล้ว” เขาเดินปรี่เข้าไปหาคุณชายตัวผอมที่ยกมือขึ้นถูหน้า คราบน้ำลายของเจ้าสุนัขยักษ์ทำให้แก้มกลมชื้นไปหมด ชายหนุ่มค่อย ๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหน้าภรรยาอย่างระมัดระวัง

 

                “สองไม่เป็นอะไร” คุณชายสองเบ้หน้า แล้วทิ้งตัวนอนกอดเจ้าญอริสทันที ใบหน้าเล็กซุกไปที่ขนปุกปุยของสุนัขเจ้าถิ่น ทำเอาดั่งเพลิงต้องลุกขึ้นยืนเท้าเอวมองแล้วถอนหายใจ

 

                “ใช่สิ พี่คงไม่น่ารักเท่าญอริส สองเลยไม่สนใจ” ชายหนุ่มเริ่มตัดพ้อ เขาแสร้งเป็นหันหลังใส่อีกฝ่ายที่นั่งอยู่กับพื้น แล้วทำเป็นจะเดินหนีไปยังห้องครัว

 

                “พ.. พี่เพลิง” คุณชายสองพูดในลำคอ แล้วยกมือขึ้นดึงขากางเกงของดั่งเพลิงเอาไว้ ทำเอาชายหนุ่มที่ยืนหันหลังหลุดยิ้มออกมา เขาหันกลับไปนั่งยองกับพื้นแล้วประจันหน้ากับคนตัวผอม

 

                “พี่ล้อเล่น ค่ำนี้สองอยากทานอะไรครับ” ดั่งเพลิงใช้มือหนาลูบไปยังกลุ่มผมสีนิลของคุณชายสอง เขาเอียงคอมองหน้าภรรยาที่ก้มหน้าลงมองพื้น

 

                “คุณแคทเทอรีนบอกว่าจะทำสปาเกตตี้ แต่สองไม่เคยทาน” คุณชายสองยู่ปากแล้วนอนทับไปกับตัวของเจ้าญอริส 

 

                “งั้นประเดี๋ยวพี่จะไปช่วยแคทเทอรีนทำอาหาร สองเล่นกับญอริสตรงนี้รอนะ” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง จากนั้นจึงเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เสียงก๊องแก๊งดังระงมจนเขาเองก็พอเดาได้ว่าหญิงเจ้าของห้องเช่ากำลังง่วนกับการทำอาหารอยู่

 

                เมื่อเข้ามายังบริเวณห้องครัวที่เขาแสนชินตา เครื่องเรือนจากไม้โอ๊คอันแสนน่ารัก และของจุกจิกถูกวางไปทั่วบริเวณห้อง อีกทั้งกระเบื้องลายดอกที่เขาเคยบ่นกับแคทเทอรีนว่ามันแสนเชยก็ยังเป็นเหมือนเก่า ช่วงเวลาที่อาศัยอยู่ปารีสเรียกได้ว่าเขาเป็นผู้เช่าที่เข้าออกครัวของแคทเทอรีนบ่อยกว่าใครก็ว่าได้ ดั่งเพลิงมองหญิงสาวเจ้าเนื้อที่ผุดก้มผุดเงยอยู่หน้าเตา แล้วจึงเดินปรี่ไปชะเง้อดูว่าเจ้าหล่อนกำลังทำอะไรกินอยู่กันแน่ ที่แน่ ๆ มันมีกลิ่นน้ำมันที่มากเกินความจำเป็นหากจะทำอาหารอิตาเลียนตามที่คุณชายสองได้บอกกับตน

 

                “โอ้พระเจ้าให้ตายเถอะ โตจนป่านนี้แล้วยังติดนิสัยขี้แกล้งอยู่อีกนะ” แคทเทอรีนร้องเสียงหลง เมื่อหันหน้าไปพบกับใบหน้าของดั่งเพลิงที่ชะเง้อมองอาหารในกระทะจากไหล่ของหล่อน

 

                “ไหนสองบอกว่าคุณทำสปาเกตตี้ไงล่ะ ทำไมถึงทอดปลาด้วย คุณไม่โปรดอาหารอังกฤษนี่” ดั่งเพลิงตีหน้านิ่งแล้วถามหญิงเจ้าของบ้าน เพราะเขาเห็นมันฝรั่งทอดพูนจานที่อยู่บนเคาน์เตอร์และปลาทอดในกระทะ จึงพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำฟิชแอนด์ชิปส์ เมนูอาหารดังจากเกาะอังกฤษ

 

                “โถ พ่อหนุ่ม ภรรยาของเธอควรกินปลานะ นี่เธอไม่รู้หรือ” แคทเทอรีนหันกลับไปง่วนกับชิ้นปลาทอดในกระทะ หล่อนว่าพลางตักชิ้นปลาใส่จานที่มีมันฝรั่งอยู่

 

                “ทำไมต้องปลาล่ะ อ๋อ เพราะสองบอกคุณว่าเขาชอบปลาเหรอ” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นเกาคอแกรก ๆ เขาไม่ค่อยเข้าใจที่แคทเทอรีนพูดมากนัก แต่ก็ไม่เห็นจะต้องเข้าใจ แคทเทอรีนน่ะชอบทำตัวเหมือนคนแก่ที่รู้ไปเสียทุกเรื่อง ทั้งที่อายุก็น้อยกว่าบิดาของเขาตั้งมากมาย

 

                “โอ พระเจ้าถามจริงเถอะ เอาเป็นว่าไม่นานมานี้ฉันพอจะสนิทกับพวกคนจีน และรู้ศาสตร์บางอย่างมา แต่เรื่องนี้ฉันจะไม่บอกเธอ เพราะเกรงว่าจะเสียมารยาท ถือซะ” หญิงร่างท้วมมองหน้าดั่งเพลิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อนัก มือท้วม ๆ ของหล่อนส่งจานอาหารสองจานให้กับดั่งเพลิงถือ

 

                “พ่อผมก็เป็นคนจีน ผมไม่ยักรู้ศาสตร์อะไรกับเขาเลย” ดั่งเพลิงยักไหล่ ชายหนุ่มรับจานฟิชแอนด์ชิปส์แล้วเดินออกไปยังห้องรับแขกกึ่งห้องรับประทานอาหาร เขาวางจานไว้บนโต๊ะก่อนจะหันไปเห็นว่าคุณชายสองนั้นนอนหลับไปข้าง ๆ กับเจ้าญอริสที่หน้าเตาผิงเสียแล้ว

 

                “โถ ๆ พ่อโอเมก้าน้อย ตัวเล็กแค่นี้เธอคงเหนื่อยแย่” แคทเทอรีนที่ตามมาทีหลังอุทานเบา ๆ เจ้าหล่อนย้ายร่างไปหยิบผ้าห่มผืนบางที่วางอยู่บนโซฟามาห่มให้กับคุณชายสองอย่างเอ็นดู

 

                “ปล่อยให้นอนอย่างนี้จะดีหรือ” ดั่งเพลิงหันไปพูดกับแคทเทอรีน ทีแรกเขาตั้งใจจะเดินปรี่เข้าไปปลุกคุณชายสองแล้ว แต่เขามักช้ากว่าแคทเทอรีนเสมอ

 

                “ถ้าเขาอยากนอนเธอก็ต้องให้นอน ถ้าเขาหิวเธอก็ต้องรีบหาอาหารมาให้เสียนะ สมกับเป็นเธอจริง ๆ ไวไฟเสมอ” แคทเทอรีนบ่นอุบ จากนั้นจึงทิ้งตัวลงนั่งทานอาหาร ขณะเดียวกันดั่งเพลิงเองก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะด้วยความมึนงง

 

                ช่วงเวลาอาหารค่ำคืนแรกที่ปารีสจึงจบด้วยการที่มีเพียงดั่งเพลิงและแคทเทอรีนเท่านั้นที่รับประทานอาหารเย็น ทั้งสองต่างแบ่งปันเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดสี่ปีที่ไม่ได้เจอให้กันและกันฟังกัน แคทเทอรีนถึงขั้นยอมเปิดไวน์ราคาสูงลิ่วที่เธอเพิ่งได้มาจากบอร์กโดซ์ต้นปีให้กับดั่งเพลิง ในขณะที่คุณชายสองนั้นหลับสนิทถึงขั้นที่ดั่งเพลิงห่อคนตัวผอมในผ้าห่มแล้วอุ้มขึ้นไปนอนยังชั้นห้าก็ยังไม่ตื่น คงเป็นเพราะการเดินทางที่ยาวนานและไม่คุ้นชินทำให้คนตัวบางนั้นเหนื่อยอ่อน ชายหนุ่มเองก็ห่วงแสนห่วงเกิดคุณชายสองตื่นกลางดึกแล้วหิวขึ้นมาจะทำอย่างไร สีหน้ากังวลของเขาทำเอาแคทเทอรีนต้องจัดแจงขนมปังของหล่อนใส่ตะกร้า แล้วจึงนำมาตั้งเอาไว้ที่ห้องของดั่งเพลิงและคุณชายสอง เจ้าหล่อนตบบ่าของดั่งเพลิงเบา ๆ แล้วยิ้มบางให้ ก่อนที่จะเดินลงไปยังห้องของตนเอง

 

                ดั่งเพลิงวางร่างผอมบางของภรรยาลงบนเตียงใหญ่ เขาค่อย ๆ ถอดสูทตัวหนาของตนเองออกจากตัวของคุณชายสอง จัดแจงท่านอนให้สบายที่สุดแล้วจึงห่มผ้าผืนหนาให้ ชายหนุ่มนั่งมองใบหน้าเล็กของผู้หลับใหลอย่างเพลิดเพลิน ขนตาแพหนาสั่นระริกจนดั่งเพลิงนึกกลัวว่าจะทำให้อีกคนตื่น แต่คุณชายสองเพียงแค่เปลี่ยนท่าทางการนอนเท่านั้น เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ค่อย ๆ กดจูบลงบนหน้าผากมนของคุณชายสองแล้วจึงไปอาบน้ำบ้าง ไม่นานดั่งเพลิงก็ตามอีกฝ่ายเข้าสู่ห้วงนิทราไป และชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะใช้แขนแกร่งของเขาโอบล้อมตัวของคุณชายสองเอาไว้

 

                คิ้วหนาของดั่งเพลิงย่นเข้าหากัน เนื่องจากชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงแรงสะกิดข้างตัว เขาไม่ชอบใจนักที่ถูกรบกวนเวลานอน ชายหนุ่มพลิกตัวนอนคว่ำหน้าแนบกับฟูกที่นอนแล้วยกหมอนขึ้นทับศีรษะ พักหลังเวลานอนของเขาแทบจะไม่มี จากการกรำงานหนักตลอดสองสัปดาห์เพื่อหาเวลาว่างมาเที่ยวปารีส เขาไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะต้องรีบตื่น..

 

                “พี่เพลิงครับ..” เสียงหวานกระซิบลงที่ข้างหู เป็นเหตุให้ดั่งเพลิงลุกพรวดขึ้นมาตื่นเต็มตา ชายหนุ่มหันไปมองยังเจ้าของเสียงที่ยิ้มกว้างเอาคางเกยขอบเตียงมองเขาอยู่ ดวงตาหวานยิ่งหวานเข้าไปใหญ่เมื่อคุณชายสองยิ้มแล้วมองมายังเขาใกล้ ๆ แสงที่ส่องเข้ามาในห้องทำให้เขารู้ว่าบัดนี้เป็นเวลาเช้าแล้ว ไม่สิ อาจจะสายแล้วด้วยซ้ำ

 

                “ใกล้เที่ยงแล้วย่ะ รีบลุกได้แล้ว สองเขารอเธอตื่นอยู่รู้ไหม” แคทเทอรีนบ่นอุบ แล้วจึงย่อตัวลงข้างหลังคุณชายสองที่นั่งอยู่ข้างเตียง ในมือเจ้าหล่อนมีริบบิ้นสีดำขลับอยู่ในมือ สาวร่างท้วมค่อย ๆ บรรจงผูกมันรอบคอเปลือยเปล่าของคุณชายสอง ในขณะที่คนตัวผอมก็นั่งนิ่งให้เจ้าหล่อนผูกโบว์แต่โดยดี

 

                “ทำอะไรน่ะแคท ผูกริบบิ้นให้สองทำไม” ดั่งเพลิงขยี้ตาแล้วมองไปยังบุคคลอีกสองคนที่อยู่ในห้อง เมื่อมองดี ๆ แล้ว เช้านี้คุณชายสองใส่เสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าตัวใหม่ที่ตนซื้อให้ตั้งแต่อยู่พระนคร นึกไม่ชอบใจเล็กน้อยที่คอกว้างไปเสียหน่อยแม้ว่าจะติดกระดุม แต่ก็ยังดีที่อีกฝ่ายสวมเสื้อคลุมทับอยู่อีกชั้น

 

                “พักหลังนี้โอเมก้าที่มีเจ้าของก็ผูกริบบิ้นไว้ทั้งนั้นล่ะ กำลังเป็นที่นิยมในปารีสเลยนะ ฉันได้ยินมาว่าที่โรมกับลอนดอนเองก็เริ่มมีบ้างแล้วเหมือนกัน ฉันเลยเสนอให้สองเขาผูกดูบ้าง เผื่อออกไปเที่ยววันนี้จะมีอัลฟ่าตนไหนมายุ่มย่าม ก็จะได้รู้ไว้ เสร็จแล้วจ้ะ” แคทเทอรีนร่ายยาว เธอจัดแจงริบบิ้นที่คอของคุณชายสองให้เข้าที่ ในขณะที่คุณชายสองเองก็หันไปกล่าวขอบคุณเจ้าหล่อน

 

                “สอง สองยอมให้แคทเทอรีนสวมนี่ให้หรือ” ดั่งเพลิงเอ่ยปากถามคุณชายสอง ยิ่งฟังที่แคทเทอรีนเล่าก็ยิ่งรู้ว่าเจ้าริบบิ้นที่คอนี่มันเป็นสัญลักษณ์แสดงออกว่าเป็นกาฬวิฬาร์เลยไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดคนที่เกลียดวรรณะตนเองเข้าไส้อย่างคุณชายอนิละถึงได้ยอมแต่โดยดี

 

                “สองคิดว่าหากผูกนี่ไว้คงจะปลอดภัยกว่า.. คุณชายสองว่าพลางจับริบบิ้นสีดำรอบคอ แล้วเงยหน้ามองดั่งเพลิงที่นั่งอยู่บนเตียง

 

                “แต่.. ดั่งเพลิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขามองไปยังริบบิ้นสีเข้มที่ตัดกับผิวขาวซีดของคนตัวผอม

 

                “แต่หากพี่เพลิงไม่ชอบใจก็ไม่เป็นไรครับ สองเข้าใจว่าพี่เพลิงคงไม่ใช่เจ้าของสอง..” คุณชายสองก้มหน้าลงมองพื้น แล้วเอื้อมมือไปด้านหลังพยายามแก้ปมริบบิ้นจากด้านหลังออก

 

                “ไม่นะครับ ได้โปรด สวมมันไว้เถอะ” ชายหนุ่มแทบร้อง เขาปรี่เข้าไปจับมือที่พยายามแกะริบบิ้นของคนตัวผอมเอาไว้ทันที ทำไมเขาจะไม่ชอบล่ะ เขาชอบมาก มากจนอยากจะไล่แคทเทอรีนออกไปจากห้องแล้วอยู่ตามลำพังกับคุณชายสองด้วยซ้ำ ถึงจะบอกว่าผูกเอาไว้ป้องกันอันฬา แต่เจ้าริบบิ้นนี่คงไม่ได้กันอันฬาผู้เป็นโซลเมทกระมัง ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้ดั่งเพลิงอยากปลดเจ้าริบบิ้นนั่นออกจากต้นคอขาวด้วยตัวเองเสียทุกครั้งไป

 

นี่มันของขวัญของเขาหรือเปล่านะ

 

“พี่เพลิงไม่หิวหรือครับ สองกินฟิชแอนด์ชิปส์ของแคทเทอรีนไปสองจานเชียวนะ” คุณชายสองได้ยินว่าดั่งเพลิงชอบเจ้าริบบิ้นที่คอของตนเองก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ แต่เพราะเขินอายเลยทำเป็นเปลี่ยนเรื่องไปเสียอย่างนั้น

 

“หิวครับ สองลงไปรอพี่สักครู่นะ พี่จะรีบอาบน้ำแต่งตัว ประเดี๋ยวเราจะได้ออกไปเที่ยวถนน ฌ็องเซลิเซ่ กัน” ดั่งเพลิงรีบกล่าวสรุปก่อนจะลุกตรงไปยังห้องน้ำ ทิ้งให้คุณชายสองมองตามด้วยความงวยงง

 

“ไปนั่งกินคุกกี้ข้างล่างรอเถอะจ้ะ แดเนียลคงจะอาบน้ำนานหน่อยนะวันนี้” แคทเทอรีนหัวเราะร่าอย่างสะใจ จากนั้นจึงจูงมือคุณชายสองลงไปยังห้องชุดของเธอที่อยู่ชั้นล่าง ซึ่งคนโดนจูงก็ตามไปอย่างว่าง่าย

 

*****

 

                เจ้าของดวงตากลมมองไปยังดั่งเพลิงที่กำลังยืนพูดคุยกับอันฬาหญิงคนหนึ่งหน้าโรงอุปรากรขนาดมหึมาและสวยงามจับจิต คุณชายสองทราบเพียงว่าอาคารทรงบาโรกแห่งนี้เป็นดั่งโรงละครแห่งชาติของฝรั่งเศสซึ่งจะมีการแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ทุกคืน แต่ชื่อนั้นเป็นภาษาฝรั่งเศสจึงทำให้คนตัวผอมจำรายละเอียดไม่ได้นัก เหตุที่ทั้งสองคนมาหยุดอยู่ที่นี่ก็เพียงเพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่ไปยังพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งจัดแสดงภาพวาดของจิตกรเอกตลอดกาลอย่าง ลีโอนาร์โด ดา วินชี กันมา แต่น่าเสียดายนักที่ ณ ขณะนี้ภาพวาด โมนา ลิซ่า อันโด่งดังนั้นถูกนำไปจัดแสดงที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ดั่งเพลิงอยากแก้มือด้วยการพาคุณชายสองเข้าชมบัลเล่ต์ ณ ที่แห่งนี้แทน 

 

                “คืนพรุ่งเราจะได้ดูโอเปร่าบทประพันธ์ของโมสาร์ท ถือว่ายังดวงดีอยู่บ้าง” ดั่งเพลิงกล่าวกับคุณชายสองอย่างยิ้มแย้ม คุณชายสองมองหญิงเมื่อครู่ที่นับเงินในมือพลางสลับมองดั่งเพลิงที่เก็บกระเป๋าเงินเข้ากางเกง เมื่อครู่ดั่งเพลิงคงซื้อตั๋วต่อจากหญิงคนนั้นเป็นแน่

 

                “ไม่จำเป็นจะต้องทำขนาดนี้เลยนี่ ราคาตั๋วนี่คงแพงน่าดู” คุณชายสองบ่นอุบ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดูภาพวาดโมนา ลิซ่าก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร การที่ได้ยืนอยู่ใจกลางปารีส ณ ตอนนี้ก็ดีเกินกว่าที่ตนวาดฝันเอาไว้เสียอีก

 

                “ถึงจะราคาสูง แต่พี่รับประกันว่าภายในโรงละครนั้นช่างคุ้มค่า พี่ไม่อยากให้สองเสียเที่ยวเลย” ดั่งเพลิงอธิบาย สีหน้าของเขาดูไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับการซื้อตั๋วการแสดงมากนัก

 

                “วันพรุ่งพี่เพลิงก็คุยโวเหมือนกัน ว่าจองร้านอาหารบนหอไอเฟลเอาไว้ ไปรับประทานอาหารถึงบนนั้นมันก็คุ้มมากแล้วนะครับ” คุณชายสองยู่ปาก ยิ่งดั่งเพลิงเอาใจมากก็ยิ่งรู้สึกผิดมาก เหตุผลที่ตนยอมแต่งงานกับดั่งเพลิงยังฝังอยู่ในใจ ทั้งเรื่องสุขภาพที่พี่ชายใหญ่เตือน ทั้งเรื่องบิดาที่อยากให้แต่งงานเพราะสุขภาพ เพราะดั่งเพลิงไม่เคยพูดอะไรเลย มันทำให้คนตัวผอมยิ่งรู้สึกผิด หากดั่งเพลิงจะเอาใจตนเพราะคำมั่นสัญญา

 

                “พี่เต็มใจครับ” ดั่งเพลิงยกยิ้มแล้วขยับแว่นตาดำที่สวมใส่ให้เข้าที่ คุณชายสองสังเกตว่าชายหนุ่มปอกลูกเลมอนเข้าปากแบบลวก ๆ ซึ่งตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดั่งเพลิงไปซื้อมาตั้งแต่เมื่อใด อาจจะเป็นตอนที่พากันเดินผ่านร้านรวงต่าง ๆ นั่นก็เป็นได้

 

                “พี่เพลิง ไม่เปรี้ยวหรือครับ” คุณชายสองเอ่ยปากถาม ยิ่งเห็นว่าดั่งเพลิงบีบน้ำเลมอนใส่ปากต่อหน้าต่อตายิ่งประหลาดใจ เพราะดั่งเพลิงตีหน้านิ่งไม่มีอากัปกิริยาของคนที่กินของเปรี้ยวจัดแม้แต่น้อย

 

                “ไม่นะ สองอยากทานหรือ” คนตัวหนาหัวเราะ แล้วยื่นมันให้กับคุณชายสอง ซึ่งคุณชายสองก็ส่ายหัวเป็นพัลวัน แม้ว่าช่วงนี้จะหิวบ่อยแต่ก็ใช่ว่าจะกินของรสเปรี้ยวขนาดนั้นได้ลง

 

                ดั่งเพลิงและคุณชายสองพากันเดินเลียบถนนไปเรื่อย ไม่นานทั้งคู่ก็โผล่มายังถนนสายหลักที่เป็นต้นแบบของถนนราชดำเนินอย่างถนนฌ็องเซลิเซ่ ซึ่งขณะนี้มีรถยุโรปหลากสีกำลังวิ่งกันให้วุ่น แม้ว่าจะดูวุ่นวาย น่าหงุดหงิดไปบ้าง แต่ทว่าข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นเกาลัด ทางเท้าที่ชาวปารีเซียงต่างตั้งร้านค้าอันหลากหลาย ทั้งดอกไม้ ผลไม้ อาหาร รวมทั้งแผ่นเสียง ทำให้เมืองแห่งนี้กลับมีมนต์เสน่ห์ที่หาไม่ได้อีกแล้วบนโลก

 

                “บองชูว์ เมอซิเออร์ทั้งสอง อยากได้รูปวาดเป็นที่ระลึกบ้างไหม” เสียงของจิตกรคนหนึ่งดังขึ้น จนคุณชายสองต้องหันไปมอง เขาเป็นชายหนุ่มที่สวมหมวกแบบฝรั่งเศส ด้านหน้าของเขามีผ้าใบสีขาวสะอาด และแน่นอนในมือของเขามีเครื่องมือทำมาหากินอย่างจานสีและพู่กัน

 

                “เดโซเล ผมเกรงว่าเราจะไม่มีเวลา” ดั่งเพลิงก้มหัวให้จิตกรคนดังกล่าว แม้ว่าบทสนทนาจะเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่คุณชายสองก็พอจะทราบได้ว่าคำที่ดั่งเพลิงกล่าวนั้นแปลว่าขอโทษ

 

                “น่าเสียดาย น้องชายคุณดูน่ารักจนผมอยากจะวาดภาพให้เลยล่ะ” จิตกรหนุ่มคนดังกล่าวตอบดั่งเพลิงกลับไป ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

 

                “อะไรทำให้คุณคิดเช่นนั้น” ดั่งเพลิงถามกลับไป เขาว่าพลางถอดแว่นกันแดดออกอย่างฉุนเฉียว แวบนึงคุณชายสองแอบเห็นว่าตาของดั่งเพลิงเป็นสีทอง แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

 

                “มีริบบิ้นแต่ไม่ยักกับมีรอยกัด แค่นั้นล่ะ” จิตกรหนุ่มหัวเราะ คงจะนึกสะใจเล็ก ๆ ที่ทำให้ดั่งเพลิงหงุดหงิดใจเอาเสียได้ แต่ก็ไม่แปลกนักเพราะที่ปารีสเองก็มีกาฬวิฬาร์หลายคนที่ผูกริบบิ้นอยู่ แต่ถึงแม้ว่าจะผูกเพื่อบอกว่ามีเจ้าของ แต่กาฬวิฬาร์ที่ผูกแล้วไม่มีรอยกัดก็ถือว่ายังไม่มีเจ้าของเสียทีเดียว

 

                “เขาเป็นโอเมก้าของผม!” ดั่งเพลิงตะเบ็งเป็นภาษาอังกฤษใส่ แล้วจึงเดินไปโอบเอวคุณชายสองเอาไว้ให้มาใกล้กับตัว ทำเอาคนตัวผอมหน้าขึ้นสีจัดจนทำตัวไม่ถูก ก็ดั่งเพลิงเล่นประกาศกร้าวจนคนเขารู้ไปทั่ว ใครก็ว่าอันฬาเวลาหึงหวงคู่น่ะน่ากลัวมากนักแล แต่คุณชายสองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ทั้ง ๆ ที่วังมีอันฬาตั้งหลายคนแท้ ๆ

 

                เพิ่งเคยเห็นอันฬาหึงกับตาก็คราวนี้ล่ะ

 

                แถมคนนี้ยังหล่อมากด้วย..

 

                เพราะเขินจนไม่กล้าแม้จะมองหน้าชายผู้โอบตนเองอยู่ คุณชายสองทำได้เพียงเดินต่อไปเรื่อย ๆ ตามทางเท้าตรงหน้าเท่านั้น ไม่รู้เลยว่าจะไปที่แห่งใด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอะไรต่อ แต่แล้วเจ้าของดวงตากลมก็หยุดยังกระจกร้านของเล่นแห่งหนึ่ง ตามชั้นวางเต็มไปด้วยตุ๊กตาตัวเล็กตัวน้อยเรียงรายไปทั่ว ไฟสีทองที่ประดับประดาตามชั้นวางนั้นสะท้อนกับของเล่นทองเหลืองจนเป็นประกายระยิบระยับ

 

                คุณชายสองมองจ้องไปยังกล่องดนตรีไม้ที่วางอยู่ตรงมุมด้านล่าง ด้านบนของกล่องถูกแต่งแต้มเป็นสีเขียวคล้ายพื้นหญ้า ขณะเดียวกันก็มีตุ๊กตาปั้นรูปแมวสีดำนั่งอยู่บนกล่อง คนตัวผอมย่อตัวลงมองกล่องดนตรีผ่านกระจกตาไม่กระพริบ ไม่รู้ตัวเลยว่าแสงจากไฟประดับนั้นสะท้อนกับนัยน์ตาของตนเป็นประกาย ตาของคุณชายสอง ณ ขณะนี้งดงามเสียจนดั่งเพลิงไม่ได้สนใจของเล่นในร้านแม้แต่น้อย

 

                “ชอบหรือ เข้าไปดูกันไหมครับ” ดั่งเพลิงเอ่ยปากขึ้น เผลอไม่นานท้องฟ้าในปารีสเริ่มกลายเป็นสีส้มไปเสียแล้ว อีกประเดี๋ยวคงจะค่ำ ต้องโทษที่วันนี้ดั่งเพลิงตื่นสายทำให้ทั้งสองไปได้แค่ไม่กี่ที่ แต่การใช้เวลาเดินเล่นริมถนนในปารีสเช่นนี้ก็ไม่ได้น่าเบื่อหน่ายอย่างที่คิด

 

                “ครับ” คุณชายสองยิ้มตาหยี

 

ไม่นานชายหนุ่มทั้งสองก็พากันเข้าไปในร้านของเล่น คุณชายสองเดินแวะดูบ้านตุ๊กตาขนาดใหญ่อย่างรู้สึกเพลินใจ ตลอดทั้งชีวิตก็ไม่เคยเห็นร้านของเล่นใหญ่เพียงนี้มาก่อน ไหนจะตุ๊กตาหมีที่หน้าตาเหมือนดั่งคุณมนตรี ตุ๊กตาตัวโปรดของสหายคนสนิทอย่างหม่อมเจ้ามิ่งขวัญที่นั่งอยู่บนชั้นวางนั่นอีก อายุอานามก็ปาไปยี่สิบเอ็ดแล้ว คุณชายสองเองก็แปลกใจที่ในวันนี้อยากจะยกของเล่นทั้งร้านนี้ไปไว้ที่บ้านใจจะขาด

 

“เพลงนี้มัน..” คนตัวหนาพูดเบา ๆ กับตนเอง หลังจากที่คุณชายสองกำลังไขลานกล่องดนตรี บทเพลงรักแสนหวานของ เอลวิส เพลสลีย์ ที่ทั้งสองต่างคุ้นหูก็ดังขึ้น

 

” คุณชายสองเม้มปากเป็นเส้นตรงทันที ในบางครั้งโชคชะตาก็เหมือนเล่นตลกอยู่ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงเดียวกับเพลงที่ตนได้ฟังขณะนั่งรถผ่านถนนราชดำเนินเมื่อหลายเดือนก่อน ในค่ำคืนที่คุณชายสองเกือบโดนอันฬากลัดมันทำร้าย แต่ดั่งเพลิงก็มาช่วยเอาไว้ได้

 

“พี่ชอบเพลงนี้ สองอยากได้ไหมครับ” ดั่งเพลิงถามพลางจับมือทาบไปกับมือเรียวของคุณชายสองที่ถือกล่องดนตรีอยู่

 

” คุณชายสองพยักหน้าขึ้นลง ทำไมจะไม่อยากได้ล่ะ ในเมื่อสิ่งนี้เป็นสิ่งล่อตาล่อใจตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อมองมายังในร้าน ยิ่งกล่องดนตรีนี้มีเพลงที่เป็นดั่งความทรงจำอยู่ด้วยก็ยิ่งอยากได้ แม้ว่ามันจะเป็นความทรงจำสำหรับคนตัวผอมคนเดียวก็ตาม

 

“เมอซิเออร์ หากซื้อหนึ่งกล่องทางร้านจะลดราคากล่องที่สองให้ครึ่งหนึ่งเลยนะคะ ไม่ทราบว่าสนใจอยากได้อีกสักกล่องหรือไม่” บรรตาสาวพนักงานประจำร้านกล่าวกับทั้งสอง

 

“แต่ว่าจะซื้อสองกล่องเหมือนกันไปทำไมกัน” ดั่งเพลิงพูดเป็นภาษาไทยเบา ๆ กับคุณชายสองแล้วยิ้มบาง

 

“พี่เพลิงซื้อสองกล่องนะครับ” คุณชายสองก้มมองกล่องดนตรีกล่องน้อย แล้วจึงเอ่ยปากพูดกับดั่งเพลิง แม้ว่าตนจะไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาไปทำอะไรถึงสองกล่อง แต่อย่างน้อยก็รู้สึกว่าหากอีกกล่องหนึ่งพังไป ก็ยังมีสำรองกระมัง

 

“เช่นนั้น กระผมขอซื้อสองกล่องเลยแล้วกันครับ” ดั่งเพลิงเมื่อได้ยินคนตัวเล็กกว่าพูดเช่นนั้นก็ยอมควักเงินซื้อกล่องดนตรีอย่างไม่ลังเล

 

จนแล้วจนรอดอย่างน้อยในวันนี้ทั้งคู่ก็ได้ซื้อของติดไม้ติดมือกันไปบ้าง คุณชายสองเองก็ไม่นึกเลยที่ตนปฏิเสธร้านเสื้อผ้ามียี่ห้อมาทั้งวัน จะมาตบะแตกที่ร้านของเล่นเอาเสียได้ เขายิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นว่าถุงกระดาษที่บรรจุกล่องดนตรีนั้นตอนนี้มาอยู่ในมือของดั่งเพลิงเรียบร้อยแล้ว

 

*****

 

ดั่งเพลิงรู้สึกพลาดมหันต์ที่ไม่ตรวจสอบสภาพอากาศมาให้ดีเสียก่อน เนื่องจากช่วงเช้าที่รีบเร่งทำให้เขาลืมนั่นนี่ไปเสียหมด กลายเป็นว่าระหว่างทางที่พาคุณชายสองเดินเลียบถนน ฝนก็โปรยปรายลงมาเสียอย่างนั้น ปารีสก็ยังคงเป็นปารีส เป็นเมืองที่บทฝนจะเทลงมาก็เทลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อีกทั้งรถแท็กซี่ยามค่ำก็หายากเสียเหลือเกิน เหตุเพราะอีกไม่กี่ตรอกก็จะถึงตรอกที่ตั้งห้องเช่าของแคทเทอรีนแล้ว เขาจึงจำต้องพาคุณชายสองเปียกฝนเดินกลับไปยังที่พัก

 

ทำไมเขาถึงไม่แวะนั่งร้านสักร้านน่ะหรือ ก็เพราะเจ้ากาฬวิฬาร์ข้างกายของเขายามเปียกฝนมันดูล่อตาล่อใจอันฬาแถวนี้เสียเหลือเกินน่ะสิ ทั้งเสื้อตัวใหญ่อันแนบเนื้อ ปรอยผมสีดำขลับที่เปียกปอน อีกทั้งริบบิ้นผูกคอที่โบว์ตกเพราะความชื้นนั่นอีก

 

ดั่งเพลิงอยากจะกระชากทุกอย่างออกให้รู้แล้วรู้รอดไป

 

                ดั่งเพลิงมองประตูห้องที่ไร้แสงไฟของแคทเทอรีนก่อนที่จะตามคุณชายสองที่เปียกเป็นแมวตกน้ำไปยังชั้นบน ดูท่าค่ำนี้เจ้าหล่อนคงจะไปฝังตัวตามบาร์สักบาร์หนึ่งไม่ยอมกลับเป็นแน่ นึกถึงคราวเมื่อยังเรียนอยู่ดั่งเพลิงนั้นชอบมากเวลาที่แคทเทอรีนไม่อยู่บ้าน เพราะไม่มีใครอยู่สอดส่องว่าเขาจะพาใครขึ้นห้องบ้างในแต่ละคืน แต่นึกแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดกับกาฬวิฬาร์กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งด้านหน้าไม่น้อย

 

                เมื่อมาถึงยังห้องพักชั้นบนสุด ดั่งเพลิงก็มองไปยังเจ้าของแผ่นหลังเล็กที่สวมใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีอ่อนยืนมองนอกหน้าต่างอยู่เท่านั้น อาจเพราะเสื้อนอกตัวหนามันทำให้หนัก คุณชายสองจึงกองมันไว้กับเก้าอี้โดยไม่ยี่หระมันเลยสักกะนิด

 

                “เมืองนี้ขนาดฝนตกยังสวยอยู่เลย” คุณชายสองพึมพำขณะมองไปยังนอกหน้าต่าง ฝนที่ตกอยู่ตอนนี้ไม่ได้ตกเฉกเช่นฟ้าถล่มดินทลาย เพียงแต่เป็นฝนเม็ดใหญ่ที่โปรยปรายไปทั่วเมืองเท่านั้น มันไม่ได้ทำให้ทัศนียภาพในปารีสแย่ลงเสียเท่าไหร่

 

                “” ดั่งเพลิงไม่พูดอะไร เพียงแต่ตรงไปสวมกอดเจ้าแมวตัวเปียกจากทางด้านหลังแทน กลิ่นของคุณชายสองตอนนี้ทำเอาเขาแทบบ้า ลำพังแค่กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งว่าแย่แล้ว แต่เขายังได้กลิ่นน้ำชื้น ๆ จากตัวของอีกฝ่ายอีก ซึ่งตัวเขาเองก็เปียกปอนไม่แพ้กัน

 

                “พ.. พี่เพลิง ได้ยินเสียงนั้นไหมครับ” คุณชายสองไม่ได้ตกใจมากนักที่ดั่งเพลิงสวมกอดตนเอาไว้ แต่กลับให้ความสนใจกับเสียงแอคคอร์เดียนที่ดังมาจาก ณ ที่ใดที่หนึ่งนอกหน้าต่าง เป็นอีกบทเพลงที่ทั้งสองนั้นคุ้นหู บทเพลงอมตะที่ดั่งเพลิงเลือกจะใช้มันในการชวนคุณชายสองมายัง ณ ที่แห่งนี้

 

                “ลาวีอองโคส..” ดั่งเพลิงยกยิ้มมุมปากอย่างที่เขามักทำ เสียงหวานจากเครื่องดนตรีท้องถิ่นยังคงขับกล่อมค่ำคืนที่มีสายฝนพรำอย่างต่อเนื่อง

 

                “สองเคยอยากถาม ว่าเพลงนี้หมายความว่าอย่างไร” คุณชายสองว่าพลางลูบไล้แขนแกร่งของดั่งเพลิงที่โอบรอบเอวตนเอาไว้

 

                “พี่จำได้เพียงบางท่อน..” ชายหนุ่มว่าพลางกดจูบลงไปยังไหล่เปลือยเปล่าของคนในอ้อมกอด ขนาดคอเสื้อที่กว้างเกินไป มันทำให้เขาฉวยโอกาสได้มากขึ้น

 

                “เช่น..” คุณชายตัวผอมว่าพลางหันไปประจันหน้ากับดั่งเพลิง แก้มกลมที่ปกติมันขาวซีดกับขึ้นสีชมพูหวาน เหมือนกับกลีบปากของคุณชายสอง กลีบปากคู่สวยที่ดั่งเพลิงไม่อาจละสายตาได้ เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกซีนะว่าเขารักเหลือเกินยามเมื่อคุณชายสองเหมือนจะรู้ทันเขาตลอด

 

“ได้โปรดมอบหัวใจและจิตวิญญาณของคุณกับผม แล้วชีวิตของเราจักเต็มไปด้วยรักนิจนิรันดร์” ดั่งเพลิงยิ้มแล้วยกมือหนาขึ้นประคองใบหน้าเล็กที่เปียกปอนเพราะฝน เขาบรรจงมอบจูบรสหวานให้กับคุณชายสอง จูบที่เขารอมานานร่วมสัปดาห์ หากไม่ใช่ตอนนี้คงไม่มีเวลาใดเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว  

 

“ท.. ที่ตรงนี้ยังมีที่ว่างพี่เพลิงรู้ใช่ไหม” คุณชายสองหันหน้าหนี จากนั้นจึงขยับคอเสื้อของตนเผยให้เห็นช่วงคอขาวมากขึ้น

 

“เป็นของพี่เถิดนะคนดี แล้วพี่ก็จะเป็นของสองเช่นกัน”



                                                               CUT

                                                                                            (คัทซีนอยู่ในไบโอทวิตเตอร์นะคะ) 



*****

 

          แสงแดดยามเช้าส่องสว่างเข้ามาผ่านทางหน้าต่าง ดั่งเพลิงที่พอจะรู้สึกตัวเล็กน้อย พลิกตัวเพื่อที่จะหาคนรักของตนเองที่นอนเคียงข้างแต่แล้วก็ว่างเปล่า เขาลืมตาตื่นทันทีด้วยความใจเสียว่าคุณชายสองจะหนีตนไป แต่ที่ไหนได้คนตัวเล็กกลับนั่งกินสตรอเบอร์รี่ชมพระอาทิตย์พ้นตึกตรงข้ามอยู่ต่างหาก

 

                “สอง ทำไมจึงตื่นเช้าจังล่ะ” ดั่งเพลิงลุกขึ้นนั่ง เขยิบตัวเข้าไปกดจูบลงที่ไหล่เล็กของภรรยาจากทางด้านหลัง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเอาเสื้อเชิ้ตมาใส่แล้วก็ตามที แต่เขาก็หาทางซุกไซร้จนเจอกับรอยที่ทำไว้เมื่อคืน เขาว่ากันว่าอันฬากาฬวิฬาร์ที่ผ่านการตีตราจะรักและหลงกันมากขึ้นคงจะจริง เพราะตอนนี้เขาเองก็อยากกอดจูบคุณชายสองจะแย่

 

                “สองหิวเลยรีบตื่น” คุณชายสองทิ้งตัวลงพิงกับอกแกร่งของดั่งเพลิง แล้วหันหน้าไปซุกกับตัวของผู้เป็นสามีอย่างเหนื่อยอ่อน ปล่อยให้ดั่งเพลิงโอบตัวของตนเอาไว้ คนตัวเล็กนึกสนุกจึงหยิบขนเป็ดที่กระจัดกระจายไปทั่วขึ้นมาเขี่ยหน้าของดั่งเพลิงแล้วหัวเราะ

 

“กู๊ดมอร์นิ่งคิสพี่หน่อยซีครับ ฮันนี่” ดั่งเพลิงยกยิ้มแล้วก้มหน้าให้จมูกไปชนกับคนที่อยู่ในอ้อมกอด เมียใครกันหนอยิ่งดูใกล้ ๆ ยิ่งน่ารัก

 

จุ๊บ.. ไม่ทันที่ดั่งเพลิงจะพูดจบคุณชายสองก็ยื่นปากบางประกบกับริมฝีปากของดั่งเพลิงเบา ๆ ทำเอาดั่งเพลิงนิ่งงันไปเลย เมื่อครู่เขาแค่หยอกเล่นเท่านั้น แต่อีกฝ่ายกลับทำจริงเสียได้

 

“กู๊ดมอร์นิ่งครับพี่เพลิง” คุณชายสองกล่าวแล้วยิ้มตาหยี ขนาดแดดยามเช้าหลังฝนว่าสดใสแล้ว แต่ก็สู้รอยยิ้มของคุณชายสองไม่ได้เอาเสียเลย

 

“มันน่านักเชียว” ดั่งเพลิงหัวเราะร่าแล้วจับอีกฝ่ายนอนราบไปกับเตียง ชายหนุ่มหอมฟอดแล้วฟอดเล่าที่ต้นคอของคุณชายสองอย่างนึกมันเขี้ยว ในขณะเดียวกันคุณชายสองก็หัวเราะตามไปด้วย บรรยากาศเช้าวันที่สองของปารีสดูท่าจะอบอวลไปทั้งกลิ่นดอกสายน้ำผึ้ง กลิ่นพิมเสน และกลิ่นความรักเสียกระมัง

 

เว้นเสียแต่ว่า

 

“อุก..” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นป้องปากทันที เพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้อย่างประหลาด เขารีบหยิบผ้าขนหนูแล้วปรี่ไปที่ห้องน้ำทันที

 

“พี่เพลิงเป็นอะไรหรือครับ” คุณชายสองรีบวิ่งตามไปดูอาการดั่งเพลิงในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง อีกทั้งยังพยายามลูบหลังดั่งเพลิงที่อาเจียนยกใหญ่ลงคอห่าน

 

“พ.. พี่คิดว่าพี่เหม็นสตรอเบอร์รี่” ดั่งเพลิงกล่าวพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ

 

#มนต์วิฬาร์

 

TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่นะคะ หลังจากที่บทที่แล้วมีการเกริ่นเรื่องปารีสเอาไว้มากมาย ก็เพื่อปูทางเพื่อมายังบทนี้ค่ะ

 

จะเห็นได้ว่าตอนนี้นั้นมีอีเว้นท์ใหญ่หลายอีเว้นท์ด้วยกันเลยนะคะ ทั้งอีเว้นท์ที่โจ่งแจ้งและที่เราใบ้เอาไว้ (ฮา) อีเว้นท์ที่โจ่งแจ้งก็คือความคืบหน้าทางความสัมพันธ์ของดั่งเพลิงและคุณชายสองค่ะ ในที่สุดเขาก็ยอมรับและตกเป็นของกันและกันอย่างสมยอมแล้ว อีกทั้งยังหวานกันมาก ๆ ด้วย ไหนจะถึงขั้นมีการตีตรากันอีก เกร็ดเสริมนะคะ จากหลาย ๆ ตอนก่อนที่ดั่งเพลิงมักจะหอมคอน้อง ลูบคอน้อง เพราะเขาต้องการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของค่ะ อันฬานั้นมีสัญชาตญาณที่อยากแสดงความเป็นเจ้าของเสมอ และแสดงตนเป็นใหญ่ เลยมีอุปนิสัยดังกล่าว การที่ดั่งเพลิงห้ามใจจนกว่าคุณชายสองจะอนุญาตได้นี่ก็เก่งมาก ๆ เลย แต่ก็ไม่วายไปน็อทน้องเขาอีกรอบแหนะ (ฮึ่ย) ซึ่งหลังจากมีการตีตรากันแล้ว กลิ่นของกาฬวิฬาร์จะมีกลิ่นของอันฬาผู้เป็นเจ้าของเจือปนมาด้วยเสมอค่ะ นอกจากรอยกัดที่แสดงออกว่ามีเจ้าของแล้ว อย่างกรณีน้องสอง ต่อไปน้องจะไม่มีเพียงแค่กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งแล้ว แต่ก็มีกลิ่นพิมเสนของดั่งเพลิงเจือปนมาด้วย แม้ว่าวรรณะอันฬาจะไม่ได้กลิ่นน้อง แต่เขาจะรู้ได้จากกลิ่นดั่งเพลิงที่ติดตัวน้องค่ะว่าน้องมีเจ้าของแล้ว

 

กล่าวถึงอีเว้นท์ที่บอกใบ้กันดีกว่า เราเองก็เน้นตัวหนาเอาไว้แล้วค่ะ ยิ่งตอนท้ายมีอาการแพ้ท้— ของป๊ามาร่วมด้วย มันหมายความว่ายังไงกันนะ

 

สำหรับตอนนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้นะคะ ช่วงนี้โมเม้นท์เนียลองมาตู้มใหญ่มาก แก้บนกันไม่ทันเลยเชียว ไว้เจอกันใหม่ในตอนหน้าที่ปารีสเหมือนเคย แต่เนื้อเรื่องก็เข้มข้นขึ้นค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.119K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #14011 KINJUBKINJIBKINJ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 22:08
    แงงน้องมาแล้วแน่ๆเลยย
    #14,011
    0
  2. #13997 mumin2525 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 14:57
    อ่ยยยยยย555555555
    #13,997
    0
  3. #13983 polarany (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 13:35
    แพ้ท้องเเทนเมียยย555555555
    #13,983
    0
  4. #13966 your baby girl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 05:22
    กี้ดดดดดแพ้ท้อง แพ้ท้องงงงกงงหหงหงหงห
    #13,966
    0
  5. #13949 brunette_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:53
    คุณเเพ้ท้องเเทนน้อง5565555555555
    #13,949
    0
  6. #13935 BeautybabyIce (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 13:22
    ดีที่สุดดีเหมือนเดิมมมมมมมม อบอุ่นและรุ่มร้อน ปารีสอินเดอะเรนนนน
    #13,935
    0
  7. #13925 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 17:24
    สงสารคนแพ้ท้องแทนคุณภรรยาเขาล่ะ แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัวเล้ยยย
    #13,925
    0
  8. #13896 sprimmm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:31

    กี้ดมีน้องแล้วแฝดไปเลยขนาดนี้ มันหวานไปหมดด

    #13,896
    0
  9. #13868 choopp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:47
    ทางนี้เกียมรับขวัญหลานแล้วค่ะต้องมากกว่า 1 คนแล้วนะคะ ก็คือเขินมากยันยืนยันว่าใครไหวไปก่อนเลยค่ะทางนี้คือจะตายแน่ว
    #13,868
    0
  10. #13809 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:56
    อร้ายยยยยยยยยย
    #13,809
    0
  11. #13778 Masgin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 18:18
    น้ามมมมตาไหลแล้วววววววว
    #13,778
    0
  12. #13765 Kanyw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 22:02
    ดีมากกกกกกกกก ฮื่อออออออ
    #13,765
    0
  13. #13755 Ppandada (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 13:59
    ประทับใจมากฮือออออคุณน้องท้องมาสักพักแล้วใช่ไหมคะแงงงง แล้วพิเขาก็แพ้ท้องแทนด้วยย
    #13,755
    0
  14. #13732 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 14:31
    พี่เพลิงแพ้ท้องเเทนเมียจ้าาา 5555
    #13,732
    0
  15. #13704 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 18:24
    ตอนนี้คือไม่ไหวววว มันดีงามมากค่ะ เค้าเป็นของกันและกันแล้วในปารีสจ้าาา ;______; พี่เค้าเริ่มแพ้ท้องแทนเมียแล้วด้วย กี๊ดดดดดด
    #13,704
    0
  16. #13686 AdiOzTHELF (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 18:25
    กัดคอกันแล้ววววว ชายสองมีเบบี๋จริงๆด้วยยยยย พี่เพลิงมีความแพ้ท้องแทนเมียนะ 🌚🌝
    #13,686
    0
  17. #13610 Midories (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 06:43
    เบบี๋แสดงอาการแน้ววว คูมพ่อคูมแมะมือใหม่เลยยังไม่รู้ตัว
    #13,610
    0
  18. #13607 sher_n (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 04:53

    เบบี๋ออกฤทธิ์แล้ววววว

    #13,607
    0
  19. #13598 Solalanp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 01:43
    ท้องแน่ๆเลยย ยัยน้องจะมีเบบี๋แล้วววว
    #13,598
    0
  20. #13578 -xebyam (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:00
    มาเร็วเคลมเร็วมากๆ55555
    #13,578
    0
  21. #13527 12311232123312 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 17:57
    แงงงงงงงง
    #13,527
    0
  22. #13485 ลอมอ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 11:00

    หลานฉันมาเเล้ววววว อุแงงง แต่อาการน้องออกนานเเล้วนะพี่เพลิงพึ่งมาเป็น ปัดโธ่

    #13,485
    0
  23. #13473 min_min (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 23:45
    ก็คือสองท้องตั้งแต่รอบแรกแล้ว แต่ไม่รู้ตัว ที่ไทยก็แทบไม่มีใครรู้ ยกเว้นแม่ของสองนี่รู้หรือเปล่า...ตอนที่ถามท่านชายภพว่าอยากอุ้มหลานไหม จนกระทั่งแคทเทอรีนนี่แหละ มั่นใจเลยว่านางดูออกว่าสองท้อง ตอนแรกที่สองเริ่มกินเยอะ เราเอะใจแล้วว่าท้องหรือเปล่า คือแบบ...เชื้อดีไปไหมอ่ะพี่เพลิงงงงง สเปิร์มคุณภาพเวอร์ๆๆๆๆๆๆๆกรี้ดดดดด
    #13,473
    0
  24. #13457 celpotter (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 00:50

    ฮือออออออออ... มันดีย... ตีตราแล้วค่ะแม่..แพ้ท้องแทนเมียด้วยแม่
    #13,457
    0
  25. #13433 Nielongforever9 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 22:41

    ท้องแล้วเย้ๆ ดจ้าสัวกับคุณชายภพเตรียมอุ้มหลายเลยนะคะ555

    #13,433
    0