มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 15 : บทที่ ๑๕ : สัมผัสหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,556 ครั้ง
    5 ก.ย. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๑๕ : สัมผัสหวาน

 

หลังจากที่ดั่งเพลิงตัดสินใจอยู่นอนที่วังคืนนี้กับภรรยา ทั้งสองไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกันมาก คุณชายสองก็เดินหนีเข้าห้องน้ำไป ชายหนุ่มเองก็ไม่คิดจะกดดันอีกฝ่าย เพราะรู้ดีว่าคุณชายสองน่ะนอกจากปากแข็งแล้วยังขี้เขินอีกต่างหาก นึกเอ็นดูด้วยซ้ำ ต่อให้อยากอ้อร้อคนตัวเล็กอีกสักเพียงไหน แต่เขาก็เกรงจะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ ท้ายที่สุดทั้งสองจึงแยกย้ายเข้านอน ถึงแม้ว่าจะนอนร่วมเตียงกันก็เถอะ

 

กลางดึกสงัดที่วังเทววงศ์ ดั่งเพลิงนอนพลิกตัวอีกครั้ง ปัดป่ายแขนเพื่อคว้าตัวคนข้างกายมากอด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปม เมื่อแขนแกร่งนั้นเกิดคว้าลมเข้า เขาได้สติจึงยกมือขยี้ตาแล้วจึงหรี่ตาเพ่งมองอีกฝั่งของเตียงในความมืด

 

คุณชายสองหายไป..

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที เขาสะบัดหน้าเรียกสติเล็กน้อย หันไปมองนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามบ่งบอกถึงเวลาเช้า จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นเต็มความสูงเดินตามกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งของคุณชายตัวผอมไป

 

ดั่งเพลิงเดินไปไม่กี่ก้าว ก็มาหยุดยังหน้าตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ในห้องนอนของภรรยา เขาถอนหายใจ แล้วจึงเอื้อมมือไปเปิดประตูตู้

 

เขายิ้มกว้าง ไม่ใช่เพราะดีใจที่คาดการณ์ถูกว่าคุณชายสองจะมานอนในรัง แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ้มอารมณ์ดีในยามเช้าตรู่แบบนี้คือภาพที่เขาเห็นต่างหาก

 

คุณชายสายน้ำผึ้งของเขาที่กำลังหลับตาพริ้มภายในตู้เสื้อผ้า ในอ้อมกอดมีเสื้อเชิ้ตของเขาอยู่ ชายหนุ่มย่อตัวลงไปใกล้คนที่หลับปุ๋ย ใช้นิ้วเรียวเขี่ยแก้มกลม พลางเฝ้าถามกับตนเองในใจว่าทำไมหนอ ตำราวรรณศาสตร์ใด ๆ ถึงไม่เคยระบุไว้ว่าเวลากาฬวิฬาร์อยู่ในรังนั้นจะน่ารักน่าชังเพียงนี้

 

คิดแล้วดั่งเพลิงก็เดินกลับไปยังเตียงใหญ่ หยิบผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาแล้วกลับมายังหน้าตู้เสื้อผ้า เขาคลี่ผ้าห่มให้กับคุณชายสอง  ค่อย ๆ ก้มตัวลงห่มผ้าให้คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นตื่นง่าย หวังให้คุณชายสองได้นอนไปก่อน ขณะที่ตนจะไปอาบน้ำแต่งตัว

 

แต่แทนที่จะห่มผ้าแล้วได้ไปอาบน้ำ เขากลับถูกคุณชายสองที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา ใช้แขนโอบกอดตัวเขาไม่ให้ลุกออกไป กลายเป็นว่าดั่งเพลิงกำลังนอนคร่อมคุณชายสองในตู้เสื้อผ้าเสียอย่างนั้น

 

อืม.. หอม..” แม้ดวงตาจะปิดอยู่ แต่ปากบางเจ้ากรรมดันเอ่ยขึ้นมา

 

ดั่งเพลิงได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขาใช้แขนข้างขวารวบตัวคุณชายสองให้มาชิดใกล้ จากนั้นจึงโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูคุณชายสอง

 

หอมเหมือนกันครับ

 

“…” คุณชายสองลืมตาตื่นทันที อาจเพราะความที่เป็นคนตื่นง่ายอยู่แล้ว เมื่อรู้ตัวว่าดั่งเพลิงอยู่ในท่วงท่าที่คล้ายจะฉวยโอกาส คนตัวเล็กก็หน้าขึ้นสีจัดราวกับเป็นไข้

 

เมื่อคืนยังไม่ทันคุยกันดี ๆ ก็หนีไปนอนก่อน ทั้งยังใจร้ายซ้ำสองไม่ยอมนอนบนเตียงกับพี่ ชักไม่แน่ใจว่าสองนั้นอยากอยู่กับพี่จริงหรือเปล่าดั่งเพลิงรู้ดีว่าคนในอ้อมกอดนั้นตื่นแล้ว จึงตัดพ้อใส่

 

.. เมื่อคืนสองง่วง กลางดึกสองก็นอนไม่ค่อยหลับเลยมานอนในนี้คุณชายสองพูดเสียงเบา

 

พี่ต้องลงโทษสองแล้วล่ะดั่งเพลิงอมยิ้มแล้วแกล้งพูดให้คนที่นอนยู่ใต้ร่างตกใจเล่น

 

.. ลงโทษ อ.. อะไรครับ

 

“…” ดั่งเพลิงไม่ตอบ แต่ถอนกอดออกแล้วประจันหน้ากับคุณชายสอง ดวงตาเล็กของเขามองไปยังริมฝีปากบางของคุณชายอนิละโดยไม่ปิดบัง

 

“…” คุณชายสองกะพริบตาถี่ หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมาจากอก

 

ไว้พี่เก็บไปคิดก่อนละกันดั่งเพลิงกัดปากตัวเองอย่างห้ามใจ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

.. ครับคุณชายสองลอบถอนหายใจโล่งอก

 

ประเดี๋ยวพี่จะไปอาบน้ำ ขอเสื้อคืนได้ไหมครับดั่งเพลิงยื่นมือไปขอเสื้อเชิ้ตคืนจากมือของคนตัวเล็ก เนื่องจากการตัดสินใจนอนค้างอย่างฉุกละหุกทำให้เขาไม่มีชุดใส่ เช้านี้เขาจำต้องใส่เสื้อผ้าชุดเดิมกับเย็นวานอย่างช่วยไม่ได้

 

สองไม่รู้ว่าเอามาตอนไหนคุณชายสองเมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้จึงรู้สึกอาย คนตัวผอมพยุงตัวลุกนั่งแล้วส่งเสื้อเชิ้ตของดั่งเพลิงคืนไป

 

พี่ยังไม่ว่าอะไรเลย

 

ตอนนั้นใครกัน บอกว่าสองเป็นแมวขโมยคุณชายสองกล่าวแล้วก้มหน้างุด นอกจากเวลาแล้ว สถานที่และสถานการณ์ตอนนี้นั้นคล้ายกับเมื่อก่อน ตอนที่ดั่งเพลิงมาขอเนคไทที่ตนแอบหยิบมาไม่มีผิด

 

พี่ไม่ยักจะจำได้..” ดั่งเพลิงยักไหล่

 

“…”

 

ตอนนั้นจำได้ว่าสองน่ารักแค่นั้น

 

“…” คุณชายสองเงยหน้ามองดั่งเพลิง ปากบางคว่ำลงอย่างไม่พอใจ ทำหน้าที่ดั่งเพลิงนิยามว่า หน้าดื้อ ใส่เขา

 

ไหน ๆ ก็ตื่นแล้ว ประเดี๋ยวรีบอาบน้ำ แล้วลงไปรับประทานอาหารเช้าเถอะนะชายหนุ่มกล่าว จากนั้นจึงเอื้อมมือไปลูบศีรษะของคนที่เด็กกว่า ไม่นานเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้คนตัวผอมนั่งพึมพำถึงการพูดทีเล่นทีจริงของตนเท่านั้น

 

เมื่อทั้งสองจัดการอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็พากันลงมายังชั้นล่าง เมื่อเดินผ่านห้องโถงใหญ่ ดั่งเพลิงก็ชะงักเล็กน้อย เพราะไม่นึกว่าจะพบท่านชายภพ พ่อตาของตนเป็นคนที่สองของวันนอกจากภรรยาตน ท่านชายภพที่กำลังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ละสายตาจากสื่อสิ่งพิมพ์ในมือทันที

 

เป็นอย่างไร เมื่อคืนนอนหลับสบายไหมอันฬาวัยกลางคนถาม เมื่อเห็นบุตรชายคนรองและคู่สมรสเพิ่งลงมาจากชั้นสอง

 

สบายดีครับดั่งเพลิงตอบกลับ

 

หมายถึงเจ้าสองท่านชายภพกล่าว ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเจื่อนทันที

 

สองหลับสบายดีครับคุณชายสองมองดั่งเพลิงแล้วจึงหันไปตอบบิดา

 

ดีแล้ว เออ คุณเพลิงเมื่อครู่พ่อล้อเล่นนะท่านชายภพที่นั่งทำหน้าขรึมก็หลุดมาด เขาหันไปพยักหน้าให้กับดั่งเพลิง ดั่งเพลิงเองได้ยินดังนั้นก็แอบถอนหายใจเบา ๆ

 

ทั้งสองคนไปนั่งรอทานข้าวเช้าไปลูก วันนี้แม่ให้แม่ครัวทำข้าวต้มกุ้งด้วยหม่อมผกาที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวกล่าวกับทั้งสอง

 

แต่พี่เพลิงทานกุ้งไม่ได้นี่..” คุณชายสองหันไปถามดั่งเพลิง สีหน้าของคนตัวผอมรู้สึกเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

 

ตายจริง งั้นหรือจ๊ะหม่อมผการ้องขึ้น

 

ครับ กระผมแพ้กุ้งดั่งเพลิงกล่าวกับแม่ยายของตน

 

ถ้าอย่างนั้น ประเดี๋ยวแม่จะให้คนครัวทำอย่างอื่นให้ทานนะ

 

ไม่เป็นไรหรอกครับ ไว้ประเดี๋ยวผมไปทานที่ทำงานดีกว่า พอดีต้องรีบไปท่าเรือ มองดูสองทานก็อิ่มแล้วชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้ว่าจะได้ยินเสียงกระแอมจากท่านชายภพที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ก็ตาม

 

จะไม่กินหน่อยเหรอคุณชายสองดึงชายเสื้อของดั่งเพลิงแล้วเงยหน้าถามคนสูงกว่า

 

อืม พี่ยังไม่หิวเท่าไหร่ ว่าแต่สองรู้ได้อย่างไรว่าพี่แพ้กุ้ง

 

พี่จวงเล่าให้ฟังคุณชายสองก้มหน้าหลบตาดั่งเพลิง

               

แย่จริง โดนเล่าตัดหน้าไปเสียอย่างนั้น แต่สองก็ยังอุตส่าห์จำได้ชายหนุ่มหัวเราะพลางเอียงคอถามเป็นเชิงหยอกล้อ

 

หิวแล้ว..”

 

คุณชายสองบ่นงุบงิบแล้วจึงเดินหนีดั่งเพลิงไปยังห้องรับประทานอาหาร ดั่งเพลิงเองเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบเดินตามไปทันที โดยที่ทั้งสองคนอาจจะลืมไปว่าภาพเมื่อครู่ อยู่ในสายตาของท่านชายภพและหม่อมผกาทั้งหมด

 

ท่านพี่อยากเลี้ยงหลานบ้างไหมคะหม่อมผกาอมยิ้มแล้วถามไปยังผู้เป็นสามี

 

หลานเหลินอะไรเจ้ากรมศุลกากรพึมพำแล้วกลับไปให้ความสนใจกับหนังสือพิมพ์ในมือต่อ ผู้เป็นภรรยาเห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับความปากแข็งของสามี

 

คุณชายอนิละตักข้าวต้มกุ้งทานทันที คนตัวผอมยังรู้สึกหิวโหยทั้งที่ชามตรงหน้าเป็นชามที่สองแล้วก็ตาม ดั่งเพลิงที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะอาหาร เหล่มองท่าทีประหลาดใจของคนรับใช้กับการกินของนายน้อยคนรอง เขาเองจึงหันไปมองคุณชายสองที่กำลังนั่งเป่าข้าวต้มอยู่เช่นกัน

 

กินเยอะเพียงนี้ เขาจะหาว่าเกริกวานิชไม่หาอาหารให้สองกินหรอกเขาเท้าคางแล้วพูด สายตายังไม่ละไปจากคนที่กำลังง่วนอยู่กับการกิน

 

ชามแรกตักมาน้อยไม่พอทานต่างหากคุณชายสองยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วตอบกลับไป

 

นึกว่าลูกเจ้าลูกนาย เขาจะต้องทานอาหารพร้อมหน้ากันเสียอีกชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าขณะนี้มีเพียงเขาและคุณชายสองบนโต๊ะอาหาร และดูท่าว่าท่านชายภพคงเสวยไปก่อนแล้ว

 

ไม่ใช่กับเทววงศ์ ท่านพ่อไม่ชอบทานอาหารเช้า พี่ชายใหญ่ตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษก็เข้าเวรไม่เป็นเวลา มื้อที่จะพร้อมหน้ากันมีเพียงมื้อเย็นเท่านั้น ตอนเด็ก ๆ น่ะสอง.. เอ่อ ไม่มีอะไรคนตัวผอมกล่าวตัดบท เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนอาจจะพูดมากไป

 

ว่าต่อสิครับ

 

คือ.. สองเคยคิดว่า.. ท่านพ่อชิงชังไม่อยากเห็นหน้าสอง เพราะสองเป็นแบบนี้คุณชายสองพูดเสียงเบาเพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาได้ยินเข้า

 

อย่างนั้นพี่คงชิงชังเจ้าสัวเส็งน่าดู เพราะแทบไม่ร่วมโต๊ะอาหารด้วยเลยตลอดสี่ปีดั่งเพลิงพูดติดตลก

 

ครอบครัวที่มีแต่อันฬาคงจะหรรษาคุณชายสองกล่าวแล้วก้มหน้าทานข้าวต้มต่อ

 

ไม่เลย ครอบครัวที่มีกาฬวิฬาร์ต่างหากจึงจะสมบูรณ์ ชายหนุ่มกล่าว

 

ใช่ว่าดั่งเพลิงจะเป็นคนที่ปลอบใจเก่งแต่อย่างใด แต่อย่างน้อยถ้าคำพูดของเขาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นได้ก็ยังดี เขาลอบยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าคุณชายสองได้ยินที่เขาพูดก็เอาแต่ใช้ช้อนจิ้มกุ้งที่อยู่ในชาม ไอ้กิริยาที่ชอบจิ้มนั่นเขี่ยนี่บนโต๊ะอาหารใคร ๆ ก็ว่าไม่มีมารยาท แต่พอเป็นคุณชายอนิละทำกลับดูน่าเอ็นดูเสียอย่างนั้น

 

พี่ชายสอง! อรุณสวัสดิ์ครับเด็กหนุ่มตัวโตโผล่มาพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม คุณชายสามทิ้งตัวนั่งลงข้างพี่ชายคนรองของตนทันที

 

อรุณสวัสดิ์ครับคุณชายสามดั่งเพลิงพูดขึ้น เพื่อให้คุณชายคนเล็กเห็นว่าตนก็นั่งอยู่

 

เอ๊ะ.. อรุณสวัสดิ์ครับ มารับพี่ชายสองแต่เช้าเชียวคุณชายสามสีหน้าเปลี่ยนทันทีเมื่อเห็นเขา

 

ใครว่ากั—” ชายหนุ่มอ้าปากพร้อมจะพูดแกล้งคุณชายสาม แต่ก็ต้องหุบลงเมื่อเห็นว่าคุณชายสองหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วมองมายังเขา

 

น่าน้อยใจเสียจริงเชียว

 

พี่ชายสองทานเยอะนะครับ ว่าก็ว่าเถอะ ไปอยู่โน่นอาหารไม่ถูกปากหรือคุณชายสามเมื่อสังเกตเห็นว่าพี่ชายดูรับประทานมากผิดปกติจึงทักขึ้น ดั่งเพลิงพอเข้าใจว่าคุณชายสามนั้นหวงและห่วงคุณชายสองมาก ก็คงจะหงุดหงิดกับเขาเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งวันที่พาคุณชายสองไปดูคุณชายคนเล็กแข่งเทนนิสกลับมาก่อน ก็อาจจะทำให้คุณชายอชิตะไม่พอใจนัก

 

เปล่า คงเพราะป่วยคราวก่อนเลยกินน้อยต่างหาก อยู่ที่โน่นพี่สบายดี สามไม่ต้องห่วงนะคุณชายสองส่งยิ้มกลับไปให้น้องชาย คนเป็นน้องได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ

 

แล้ววันนี้พี่ชายสองว่างไหมครับ ไปดูสามซ้อมเทนนิสไหม ทานข้าวเสร็จสามก็จะไปราชกรีฑาสโมสรพอดิบพอดีคุณชายสามหันไปถามพี่ชาย

 

“…” คุณชายผู้พี่ได้ยินเช่นนั้นจึงหันหน้าไปมองดั่งเพลิงที่นั่งตรงข้าม คุณชายสองเอียงคอเล็ก ๆ เพื่อขออนุญาตเขา

 

แต่ว่าวันนี้สองไม่ว่างนี่ครับดั่งเพลิงพูดขึ้น

 

คนตัวผอมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะดูเหมือนว่าวันนี้กลับบ้านไป ดั่งเพลิงก็จะออกไปทำงาน ส่วนตนก็ต้องอยู่บ้านเฉย ๆ เหมือนทุกวัน แล้วเหตุใดตนถึงจะไม่ว่างกัน

 

วันนี้สองจะไปพาหุรัดกับพี่ไม่ใช่หรือ อย่าบอกเชียวว่าลืมแล้ว เห็นว่าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ไอ้เราก็หยุดงานว่าจะพาไป ชายหนุ่มตัดพ้อ เขาทวนคำสัญญาที่ตนคิดเองเออเองเมื่อครู่แล้วตีหน้าเศร้า ในทีแรกว่าจะชวนไปซื้อวันพรุ่ง แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ไปวันนี้มันเสียเลยละกัน

 

                “พาหุรัดหรือ” คุณชายอนิละทวน

 

                “เสื้อผ้าพี่ชายสองก็มีตั้งเยอะนี่ครับ เอาจากที่วังไปเพิ่มก็ได้ หากที่โน่นไม่มีใส่” คุณชายสามเสนอ ดูท่าเจ้าตัวอยากให้พี่ชายไปที่ราชกรีฆาสโมสรเสียให้ได้

 

                “แต่เพื่อนพี่ที่เป็นเจ้าของห้างมันบอกว่าจะให้ของเป็นของขวัญแต่งงานพี่กับสองนะ ไปเดินเลือกดูที่ห้างมันได้เลย ประจวบเหมาะวันนี้พี่ว่างพอดิบพอดี เห็นทีควรจะไปเสียแต่วันนี้” ดั่งเพลิงร่ายยาว

 

                “ห้างดังที่วังบูรพาหรือครับ” คุณชายสองถามอีกครั้ง คนตัวผอมแทบควบคุมสีหน้าไม่อยู่ ถ้าหากให้คาดเดาแล้ว ดูท่าคุณชายอนิละในวัยยี่สิบปีนั้นคงไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวจริง ๆ

 

                “เฮ้อ อยากไปซีนะครับ สามยอมแพ้ก็ได้” คุณชายส่ายหัวแล้วยิ้มให้พี่ชายด้วยความเสียดาย เขาไม่ใช่เด็กน้อยที่จะไม่เข้าใจความรู้สึกของอันฬาด้วยกันอย่างดั่งเพลิง และก็เข้าใจดีว่าพี่ชายตนเองต้องการอะไร หากพี่ชายของตนยอมรับและมีความรู้สึกบางอย่างให้กับดั่งเพลิง เขาเองก็ทำได้เพียงยอมรับและเฝ้ามองเท่านั้น

 

                “พี่ขอโทษนะ” คุณชายสองกล่าวกับน้องชาย แล้วมองมายังดั่งเพลิงที่นั่งยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

                “ฝากด้วยนะครับพี่เพลิง” คุณชายสามกล่าว ดั่งเพลิงเลิกคิ้วเล็ก ๆ เมื่อได้ยินสรรพนามเรียกตนที่เปลี่ยนไปจากปากน้องภรรยา ชายหนุ่มพยักหน้าส่งกลับไปด้วยความอดนึกเอ็นดูคุณชายเทววงศ์แต่ละคนไม่ได้

 

               

 

                รถยุโรปเปิดประทุนค่อย ๆ วิ่งไปยังถนนราชดำเนิน คุณชายสองหันซ้ายหันขวามองทิวทัศน์และรถยนต์ที่สัญจรไปมาช่วงสายราวกับไม่ค่อยคุ้นตาสักเท่าไร ไม่ใช่ว่าคนตัวผอมไม่เคยเที่ยวเล่นในพระนครเสียหน่อย เพียงแต่ไม่บ่อยนัก และยิ่งหลังจากเกิดเรื่องที่สนามม้าก็ทำให้ตนไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนเลยด้วยซ้ำ ไม่แปลกที่สถานที่ที่คุณชายอนิละคุ้นตาที่สุดจะเป็นแค่ที่วังเทววงศ์และบ้านเกริกวานิช

 

                คุณชายสองลอบมองยังดั่งเพลิงที่ขับรถ ไม่รู้คนตัวใหญ่นึกอะไรถึงอยากพาตนออกมาซื้อของ เห็นอย่างนี้เขาก็ไม่ใช่คนความจำแย่เสียหน่อย สัญญาไปพาหุรัดอะไร ดั่งเพลิงพูดเองเออเองทั้งนั้น พอถามเรื่องงาน ยังมีการหันมาบอกว่าหยุดงานวันหนึ่งบริษัทคงไม่ขาดทุนหรอก

 

                “เคยไปเที่ยวทั่วพาหุรัดหรือยังครับ” ดั่งเพลิงเอ่ยถามขณะตีรถเลี้ยว คงเพราะเห็นว่าคุณชายสองมองตนเองอยู่

 

                “แถววังบูรพา สองแทบไม่เคยไปเหยียบเลยด้วยซ้ำ ละแวกนี้ก็เพิ่งเคยมาศาลาเฉลิมกรุงนั่นล่ะ” คุณชายสองตอบกลับ พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้ตื่นเต้นมากนักที่เห็นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่

 

                “พูดถึงศาลาเฉลิมกรุง สองได้มาดูหนังของอลิซาเบ็ธ เทย์เลอร์เรื่องก่อนหรือไม่” นายสารถีจำเป็นยังคงถามต่อ

 

                “ทำไมถึงรู้ล่ะครับ” คนตัวผอมหันไปมองหน้าดั่งเพลิงด้วยความงุนงง ตอนที่มาศาลาเฉลิมกรุงนั่นมันก่อนหน้าที่จะเจอดั่งเพลิงที่สนามม้าอีกไม่ใช่หรือ

 

                “อย่างนี้เองซีนะ” ดั่งเพลิงอมยิ้มแล้วตีรถจอดหน้าตึกแถวที่มีป้ายเขียนชื่อร้านว่าไนติงเกลสโตร์

 

                คุณชายสองพยักหน้าขอบคุณดั่งเพลิงที่เดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้กับตน จากนั้นจึงเดินตามดั่งเพลิงเข้าไปยังในร้านค้า ดูแล้วดั่งเพลิงน่าจะคุ้นชินกับร้านนี้พอสมควร เจ้าของแผ่นหลังกว้างเพียงแค่เดินตรงไปยังบริเวณเสื้อผ้าภายในร้านเท่านั้น

 

                “อ้าว ไอ้เพลิง” อันฬาสาวผมสั้นท่าทางดูมีการศึกษาคนหนึ่งพูดขึ้น ขณะที่เจ้าหล่อนกำลังหยิบจัดแจงไม้กอล์ฟอยู่บริเวณสินค้ากีฬาข้าง ๆ   

 

                “สวัสดีครับผม เป็นอย่างไรบ้างวะ” ดั่งเพลิงกล่าวด้วยท่าทางสบาย ๆ ดูแล้วสองคนนี้น่าจะรู้จักกันพอตัว

 

                “สบายดี ช่วงนี้ค้าขายขึ้นว่ะ อ้าวนั่น..” อันฬาสาวที่กำลังคุยกับดั่งเพลิงในตอนแรก ก็ชะงักเมื่อเห็นคุณชายสองที่เดินตามดั่งเพลิงมาด้วย

 

                “สอง นี่ไอ้นิล เพื่อนสมัยเรียนของพี่ ทายาทห้างนี้น่ะ ไอ้นิลนี่คุณชายอนิละ..” ชายหนุ่มเริ่มแนะนำให้เพื่อนและคุณชายสองได้รู้จักกัน

 

                “อ๋อ ภรรยาเอ็งซีนะ สวัสดีค่ะ ยินดีที่รู้จักนะคะ วันงานแต่งของไอ้เพลิงกับคุณชาย ภรรยานิลเข้าโรงพยาบาลเลยไม่ได้ไปงานแต่งเสียอย่างนั้น” หญิงสาวกล่าวกับคุณชายสองพลางยื่นมือไปจับเป็นการกระชับมิตร

 

                “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” คุณชายสองตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รายนี้น่าจะเป็นอันฬาผู้หญิงคนที่สองที่ตนเคยพบเจอในชีวิต

 

                “มีใครบอกไหมคะ ว่าคุณชายสองตาสวยมาก” นิลทำตาโตแล้วเอ่ยปากชม

 

                “อะแฮ่ม น้อย ๆ หน่อย เดี๋ยวฉันจะฟ้องเมียเอ็งเสียหรอก” ดั่งเพลิงดึงคอเสื้อเพื่อนร่วมชั้นอย่างเรียกสติ

 

                “โถ่ ฉันแค่ชมเอง ตามสบายนะเกลอ ชอบอะไรก็หยิบเสีย ประเดี๋ยวจะให้ส่วนลดพิเศษ ตอนนี้ขอตัวไปดูลูกน้องตรงโน้นก่อน ไม่รู้มันทำกล่องลูกกอล์ฟหายไปไหน” หญิงสาวกล่าวกับทั้งสองแล้วขอตัวเดินไปยังอีกฟากหนึ่งของตึก ทิ้งให้ดั่งเพลิงและคุณชายสองเดินดูของตามลำพัง

 

                “ไม่เห็นจำเป็นต้องเอ็ดเขาเลยนี่” คนตัวผอมบ่นอุบ

 

                “ไอ้นี่มันร้ายจะตายครับ มันชอบกาฬวิฬาร์ผู้ชาย” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นจับต้นคอแล้วถอนหายใจ

 

                “งั้นภรรยาคุณนิลก็..

 

                “ครับ ภรรยามันเป็นกาฬวิฬาร์เพศชาย มีลูกสองคนแล้ว” ชายหนุ่มกล่าว คุณชายสองพอได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจเล็ก ๆ จริงอยู่ที่วรรณะเข้ามามีบทบาทกับมนุษยชาติเกือบสี่สิบปีแล้ว แต่โอกาสที่จะพบอันฬาหญิงที่มีคู่สมรสเป็นกาฬวิฬาร์ชายนั้น ก็ยังน้อยมากอยู่ดี

 

                “เสื้อผ้าพวกนี้นำเข้าจากยุโรป ลองเลือกดูสิ” ดั่งเพลิงว่าพลางเท้าแขนไปกับราวผ้า ผ้าเนื้อดีหลากสีสันถูกแขวนแสดงเอาไว้อย่างดิบดี บ้างก็เป็นแบรนด์จากฝรั่งเศสบ้างก็เป็นแบรนด์จากอิตาลี

 

                ” คุณชายสองเอื้อมมือไปจับเสื้อเชิ้ตสีขาวมียี่ห้อตัวหนึ่งซึ่งดูไม่ต่างจากเสื้อผ้าที่คุณชายสวมใส่ประจำวันนัก ดั่งเพลิงเห็นดังนั้นจึงอดที่จะส่ายหน้าไม่ได้

 

                “ทำไมไม่ลองใส่สีอื่นนอกจากสีขาวหรือสีโอรสบ้างล่ะครับ อย่างเช่น.. ตัวนี้” ดั่งเพลิงหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าลายทางขึ้นมา ป้ายที่บ่งบอกว่าเป็นของใหม่และราคาที่สูงลิ่วทำเอาคนที่ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าให้ตนเองถึงกับกลืนน้ำลาย

 

                “แต่สองว่าใส่เสื้อผ้าแบบเดิม ๆ ก็ดีอยู่แล้ว สองไม่เหมาะหรอก”

 

                “แล้วถ้าไม่ลองเลือกอะไรใหม่ ๆ จะไปรู้ได้อย่างไรครับ ในบางเรื่องคนรอบกายอาจจะมองเห็นตัวเราชัดกว่าตัวเรามองตนเองก็ได้”

 

                “แต่ว่า..

 

                “สองอาจจะไม่รู้ตัว แต่สองเหมาะกับสีฟ้ามาก” ดั่งเพลิงจับเสื้อสีฟ้าตัวดังกล่าวเทียบไปยังตัวของคุณชายสอง เขาค่อนข้างพอใจกับเสื้อลายทางตัวนี้มาก และเขาไม่ได้โกหกว่าเสื้อตัวนี้เหมาะที่จะอยู่บนตัวของคุณชายอนิละมากเพียงไหน

 

                “ก็ได้ เอาตัวนั้นก็ได้.. ครับ

 

                “ขอโทษนะครับ ขอเป็นเสื้อสีขาวตัวนี้ แล้วก็สีฟ้าทั้งราวนี่เลยครับ ประเดี๋ยวคิดเงินที่เคาน์เตอร์” ชายหนุ่มยกมือเรียกพนักงานประจำร้านให้มาจัดการสินค้าทันที

 

                “ทั้งหมดเลยหรือครับ มันไม่เยอะไปเหรอ” คุณชายสองพูดกับดั่งเพลิงเพื่อปรามก่อนที่พนักงานจะนำเสื้อผ้าไป

 

                “ไม่เยอะไปหรอกครับ เชื่อพี่เถอะ”

 

                “ใช้เงินป๊าอีกล่ะสิ”

 

                คุณชายตัวผอมหันไปมองค้อนดั่งเพลิง แอบนึกอิจฉาอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะมีพร้อมทุกอย่างทั้งวรรณะ ฐานะและหน้าตาทางสังคม


                “ใครบอกล่ะ พี่เอาเงินเดือนแรกของพี่มาซื้อให้ต่างหาก” ดั่งเพลิงเอียงคอแล้วส่งยิ้มมาให้กับคุณชายสอง แสดงออกถึงสีหน้าอันภูมิอกภูมิใจกับเงินเดือนเดือนแรกที่ตนนำมาจับจ่าย

 

                ” คุณชายสองได้ยินดังนั้นก็หลบตาผู้เป็นสามี แม้จะปกปิดสายตาอันหลุกหลิกได้ แต่แก้มเจ้ากรรมทั้งสองข้างก็ดันขึ้นสีชมพูระเรื่อซะนี่ ซึ่งไม่ยากเลยที่ดั่งเพลิงจะจับสังเกตได้

 

                “เขินเหรอ”

 

                “สองเปล่า”

 

                คุณชายสองเดินหนีไปยังบริเวณอื่นทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนเก๊กกับตู้เครื่องประดับต่อไป ดั่งเพลิงเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินตามไป

 


                เวลาผ่านไปราวชั่วโมงการไปซื้อของที่วังบูรพาก็จบลง ด้วยความที่ตัวดั่งเพลิงเองมีงานเอกสารต้องทำต่อทำให้ทั้งสองไม่มีเวลามากนัก รถเปิดประทุนค่อย ๆ แล่นผ่านประตูบ้านเกริกวานิช ด้านหลังเต็มไปด้วยถุงกระดาษที่บรรจุเสื้อผ้าของคุณชายสอง และกล่องใส่แผ่นเสียงที่
ดั่งเพลิงสั่งซื้อล่วงหน้าเอาไว้ราวสามสี่กล่อง

 

                ชายหนุ่มส่งกุญแจให้คนขับรถประจำบ้าน และปล่อยให้เหล่าคนรับใช้ทยอยขนของลงจากรถ ดั่งเพลิงยกมือปรามจวงที่จะเข้ามาช่วยถือถุงขนมในมือคุณชายสอง เขาลอบยิ้มเมื่อเห็นว่าคุณชายสองเองก็ถือถุงกล้วยทอดที่ซื้อระหว่างทางไม่ยอมปล่อย

 

                เมื่อเดินเข้าไปยังภายในบ้าน ดั่งเพลิงแทบเกือบหลุดโวยวายออกมาเมื่อเห็นเพื่อนสนิทอย่างนายจรัญยืนกินซาลาเปาอยู่ภายในห้องโถง ทว่าเพื่อนหน้ากลมยังไม่ทันยัดซาเลาเปาเข้าปากหมดลูกก็แทบสำลักเพราะดั่งเพลิงเดินเข้ามาล็อคคอเอาไว้

 

                “เฮ้ย อะไรวะ! คุณชายสองสวัสดีครับ” นายจรัญหันไปด่าดั่งเพลิงพลางยิ้มแป้นให้กับคุณชายสองที่เดินตามเข้ามา

 

                “สวัสดีครับ คุณจรัญ” คุณชายสองยกมือไหว้เพื่อนสนิทของดั่งเพลิงอย่างนอบน้อม

 

                “เดี๋ยวพี่กับมันขอตัวที่ห้องนะ” ดั่งเพลิงยิ้มกว้างแล้วลากเพื่อนสนิทนักดนตรีของตนไปยังอีกห้องหนึ่งทันที

 

                “ครับ” คุณชายสองพยักหน้ารับเพราะไม่ได้สนใจมากนัก คนตัวบางเดินลิ่วไปยังครัวทันทีเนื่องจากติดกินขนม

 

                ดั่งเพลิงลากนายจรัญมายังห้องนั่งเล่นของตนแล้วจึงปล่อยเพื่อนให้นอนกองอยู่บนโซฟาใหญ่ ภายในห้องนั่งเล่นนั้นดูปกติเหมือนทุกวัน เว้นเพียงเสียแต่ว่าบริเวณริมหน้าต่างมีเปียโนไม้ตั้งอยู่

 

                “จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมวะ” ดั่งเพลิงทิ้งตัวลงนั่งยังโซฟาเดี่ยวที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

                “เรียบร้อยครับท่าน ดีเหมือนใหม่แถมยังจูนเสียงให้ด้วย” นายจรัญว่าพลางหยิบองุ่นในจานที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟเข้าปาก

 

                ” ดั่งเพลิงหันไปมองยังเปียโนที่ตั้งอยู่อย่างใช้ความคิด

 

                “ว่าแต่เอ็งเถอะ จะไหวหรือวะ สู้ให้ฉันสอนที่ร้านไม่ดีกว่ารึ” นายจรัญกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

 

                “แค่นี้เอง มีอะไรที่ดั่งเพลิงจะทำไม่ได้วะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นพลางเดินดูรอบ ๆ เปียโนตัวใหญ่ อาจจะไม่ใช่เปียโนรุ่นใหม่แต่ในยุค ๆ หนึ่งมันก็เคยมีมูลค่ามากโข

 

                “ไอ้ดั่งเพลิงที่สมัยเรียนแค่เป่าขลุ่ยยังไม่ผ่านน่ะนะ ยอมรับว่าเป็นคนเก่ง แต่เอ็งกับดนตรีน่ะ ฉันขอค้านหัวชนฝา”

 

                “อย่าห่วงไปเลยหน่า” ชายหนุ่มพูดปัดรำคาญ

 

                “แต่แหม ว่าก็ว่าเถอะคุณเพลิง รู้จักกันมาก็ครึ่งชีวิต ไม่เคยเห็นทุ่มทุนอะไรแบบนี้มาก่อน”

 

                “นั่นสิวะ ทำไมฉันถึงเป็นได้ขนาดนี้ เอ็งว่าเขาจะคิดอย่างไรบ้าง” ดั่งเพลิงพูดถึงสิ่งที่กังวลใจ เขาทิ้งตัวนั่งลงหน้าเปียโนแล้วมองไปนอกหน้าต่าง

 

                ความเอ๋ยความรัก เริ่มประจักษ์ชั้นต้น ณ หนไหน เคยได้ยินไหมล่ะ” นายจรัญทวนบทกลอนของเวนิสวานิชแล้วหัวเราะ

 

                ” ดั่งเพลิงยิ้มน้อย ๆ แล้วพยักหน้า สายตาเขายังคงเลื่อนลอยไปยังท้องฟ้ายามบ่าย

 

                “ว่าแต่งับคอยังวะ..

 

                “ถามอะไรวะ ไม่มีมารยาท” ดั่งเพลิงหันไปทำหน้าเอ็ดเพื่อนสนิทของตัวเอง ที่จู่ ๆ พูดเรื่องตีตราขึ้นมา ยิ่งในยุคนี้หากไปพูดในที่สาธารณะมีหวังโดนมองด้วยสายตาเคืองโกรธแน่

 

                “ไม่ได้เป็นอันฬานี่หว่า ฉันสงสัยจริงนะโว้ย เนี่ยละดูนะ คุณชายสองนี่โคตรจะน่ารัก ใครเห็นก็สงสัยว่าทำไมแต่งงานไปจึงไม่มีรอยที่คอ”

 

                “พูดมากจริง กลับไปได้แล้วไป ต้องไปรับนางฟ้าการบินไทยไม่ใช่รึ” ดั่งเพลิงพูดดักคอเพื่อนสนิท แล้วส่งสายตากลับไปยังเบื่อหน่าย

 

                “อ้าว ตายจริง จะบ่ายสามแล้ว ซวยละกู” นายจรัญดีดตัวจากโซฟาทันที เมื่อมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของตน

 

                “เออ ไปเถอะปล่อยให้รอนานโดนกินกบาลแน่” ชายหนุ่มหัวเราะแล้วโบกมือไล่เพื่อนสนิท

 

                “งั้นไว้เจอกันนะโว้ย ไอ้เพลิงสู้!” เพื่อนหน้ากลมส่ายหัวแล้วรีบเดินออกจากห้องไปยังเร่งรีบ

 

                “เออ ๆ ไว้เจอกัน สวัสดี”

 

                “อ้าว คุณชายสอง กระผมต้องไปแล้วล่ะครับ ไว้เจอกันโอกาสหน้านะครับผม” นายจรัญกล่าวลาคุณชายอนิละที่เดินถือจานขนมเข้ามาในห้องนั่งเล่นพอดี

 

                “สวัสดีครับ ระวังทางด้วยนะ” เจ้าของดวงตากลมหันไปมองตามอย่างนึกสงสัย ที่นายจรัญดูร้อนรนเสียเหลือเกิน

 

                “อ้าว นั่นถืออะไรมากินอีกล่ะครับ” ดั่งเพลิงรีบพับกระดาษโน้ตเพลง ทักคุณชายสองขึ้น เมื่อเห็นว่าในจานมีขนมรูปดอกไม้หลากสีถูกจัดวางไว้อย่างดี

 

                “ไม่เคยกินหรือ ขนมช่อผกากรอง สองให้ที่วังทำมาเผื่อ” อีกฝ่ายตอบคำถาม แล้ววางจานบนโต๊ะทำงานของดั่งเพลิง

 

                “ให้พี่กินหรือครับ” ดั่งเพลิงถาม

 

                “ไม่กินก็ได้ ตามใจ” คุณชายสองเบ้ปาก คงไม่นึกว่าดั่งเพลิงจะกล้าถามออกมา ในเมื่อคุณชายเองก็ถือนำมาให้ทนโท่

 

                “ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวแล้วยิ้มกว้าง

 

                “เปียโน.. ของพี่เพลิงหรือครับ” คนตัวผอมถามขึ้น ซึ่งเป็นคำถามที่ดั่งเพลิงคิดอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเอ่ยปากถาม เนื่องจากเข้าห้องมา คุณชายสองก็มองมายังเปียโนไม่วางตา

 

                “ของม๊าพี่น่ะครับ พี่ให้จรัญเอาไปซ่อมแล้วมาตั้งไว้” ดั่งเพลิงตอบ

 

                “อ๋อครับ” คุณชายสองพยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินไปหยิบหนังสือที่ตนอ่านค้างไว้ คนตัวผอมหยิบมาเล่มสองเล่นแล้วทำท่าจะเดินออกไป

 

                “ไม่อ่านที่นี่หรือ”

 

                “พี่เพลิงจะทำงาน สองไปอ่านห้องอื่นก็ได้”

 

                “ไม่ได้รบกวนนี่” ดั่งเพลิงเดินเข้าไปประชิดกับคุณชายสอง ทำท่าอ้อนวอนให้อีกคนอยู่ในห้องต่อ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมาก เพียงแค่คุณชายสองอยู่ใกล้ ๆ เขาก็พอแล้ว

 

                “ส.. สองจะไปอ่านในตู้..” คนตัวผอมก้มหน้างุดแล้วพูดเสียงเบา

 

                “อ่าว งั้นหรือครับ อย่าลืมเปิดแอร์นะ” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นลูบผมคนตัวเล็กกว่าอย่างนึกเอ็นดู

 

                “ครับ” คุณชายสองพยักหน้ารับแล้วรีบเดินออกไป

 

                ดั่งเพลิงยิ้มน้อย ๆ ให้กับเจ้าของแผ่นหลังเล็กที่เดินลิ่ว ๆ ออกไป จากนั้นเขาจึงคลี่ยิ้มให้กับแผ่นกระดาษในมือแทน เขาเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนภาษาฝรั่งเอาไว้ในกระดาษ

 

               

                หลายวันมานี้คุณชายสองแทบจะไม่ได้เจอกับดั่งเพลิงเลย ครั้งล่าสุดที่ได้อยู่ด้วยกันนาน ๆ ก็คงเป็นวันที่ไปวังบูรพาด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่คนตัวผอมก็ไม่ได้น้อยใจอะไร คุณชายสองเข้าใจดีว่าดั่งเพลิงต้องวิ่งทำงานทั้งที่บริษัทและท่าเรือจนหัวหมุน เพราะหลังจากที่เจ้าสัวเส็งกลับมาจากประเทศก็ได้นำข่าวการขยายกิจการไปยังท่าเรือที่ฮ่องกงมาฝาก ไม่ใช่แค่ดั่งเพลิงแต่ทุกคนในบริษัทเครือเกริกวานิชต่างทำงานหนักทั้งนั้น กลายเป็นว่าคุณชายสองจะได้คุยกับดั่งเพลิงแค่เพียงช่วงเช้าก่อนไปทำงาน

 

                ไอ้ครั้นจะโล่งใจก็โล่งใจอยู่ ที่หลังจากฮีทของตนจบลง ดั่งเพลิงก็ไม่ได้ละลาบละล้วงอะไรตนมากนัก เต็มที่ก็เพียงขอกอดยามนอนและลูบหัวเป็นประจำ ถ้านับจากตอนที่เจอกันครั้งแรกแล้วนั้น ดั่งเพลิงเองก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายเสียทีเดียว อีกทั้งยังให้เกียรติตนเสมอด้วย

 

                คุณชายสองปิดหนังสือเล่มหนาในมือแล้ววางมันไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง ขณะนี้เองดั่งเพลิงก็ยังไม่ได้กลับบ้าน ตนเองก็ไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายจะกลับมาหรือไม่

 

แต่พี่เพลิงไม่เคยไม่กลับบ้าน

 

คนตัวผอมสะบัดหัวไล่ความคิดออกไป จากนั้นจึงเดินลงมายังชั้นล่างเพื่อตรงไปยังครัว คุณชายสองไม่รู้ตัวเลยว่าพักหลังตนนั้นกินของจุกจิกมากกว่าเมื่อก่อน

 

คุณชายสองชะงักเท้าขณะลงบันไดเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเปียโนดังมาจากห้องนั่งเล่นฝั่งปีกซ้าย เจ้าตัวลืมเรื่องของกินไปเสียสนิท แล้วจึงเดินตามเสียงบรรเลงเปียโนแปร่ง ๆ นั่นไป

 

เขาชะโงกหน้าไปดูภายในห้องอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ใช่ว่าคุณชายสองเป็นคนกลัวผีสาง แต่ว่าถ้าหากเกิดเป็นโจรจะทำอย่างไร ดวงตากลมโตหรี่มองไปยังภายในห้องที่ดูสลัว เนื่องจากแสงสว่างหนึ่งเดียวนั้นมาจากโคมไฟตั้งโต๊ะของดั่งเพลิง

 

คุณชายสองหลุดขำนิด ๆ ทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งเล่นเปียโนอยู่นั้นคือดั่งเพลิง เป็นภาพอันน่าขันที่ชายตัวโตดูหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับการเล่นเปียโน เคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันว่าดั่งเพลิงน่ะไม่เก่งดนตรี แต่ไม่นึกเลยว่าจะไร้ฝีมือเพียงนี้

“ทำไมเล่นไม่ได้สักทีวะ” ดั่งเพลิงบ่นอุบ แล้วเอาคางเกยยังตู้เปียโน

 

“ทำอะไรอยู่หรือครับ” คุณชายสองเอ่ยขึ้นทลายความเงียบ คนที่เล่นเปียโนอยู่พอได้ยินก็สะดุ้งขึ้นนั่งหลังตรงทันที

 

“กินข้าวครับ” ดั่งเพลิงตอบแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างกวน ๆ

 

 

คนอายุน้อยกว่าส่งสายตากลับไปอย่างระอา ถามก็ถามดี ๆ ยังจะมากวนกันอีก คุณชายสองหยิบโน้ตเพลงที่ตั้งอยู่ด้านหน้าขึ้นมาดูแล้วจึงถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ ดั่งเพลิงที่หน้าเปียโน

 

“อ่านเข้าใจหรือ” ชายหนุ่มหันไปถาม

” คุณชายสองเบ้ปากเล็ก ๆ แล้วจึงกดคีย์เปียโนตามโน้ตเพลงในมือ เมื่อเห็นว่าดั่งเพลิงนั้นอ้าปากค้างเพราะประหลาดใจ คุณชายสองก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันเขี้ยวแหลมอย่างผู้ชนะ

 

“ไม่ยักรู้ว่าเล่นเปียโนเป็น” ดั่งเพลิงพูดขึ้นกับคนที่นั่งอยู่ข้าง เพราะเป็นที่นั่งสำหรับคน ๆ เดียวจึงทำให้ทั้งคู่ต้องนั่งเบียดกันจนรู้สึกได้ถึงความร้อน

 

“ไม่ยักรู้ว่ากำลังหัดเล่นเปียโน”

 

“ยอกย้อนเก่งเชียว”

 

“สองเคยเรียนเปียโนตอนเด็ก ๆ ไม่ได้เก่งนักแต่ก็พอเล่นได้” คุณชายสองตอบคำถาม

 

“อย่างนี้นี่เอง” ดั่งเพลิงพยักหน้า

 

“ภาษาอะไรหรือครับ เห็นตั้งไว้หลายวันแล้ว” คุณชายสองถามอีกฝ่าย เนื่องจากตนเองช่วงที่ขลุกตัวอยู่บ้านก็เดินมากดเปียโนบ้างเป็นบางครั้ง โน้ตดนตรีน่ะอ่านออก แต่ชื่อเพลงนั้นเขาอ่านไม่ออกเลย

 

“ใช่ครับ เพลง ลาวีอองโคส เป็นภาษาฝรั่งเศส”

 

“งั้นหรือ ที่เล่นไปเมื่อครู่ พี่เพลิงลงผิดตัวหรือเปล่า” เจ้าของเรียววางมือทับกับมือแกร่งของดั่งเพลิง จับมือของอีกฝ่ายให้ไปวางยังคีย์แต่ละตัว

 

 

บทบรรเลง ลาวีอองโคส ที่ถูกคีย์ดังกังวานไปทั่วห้องยามดึก คุณชายสองเองก็ยิ้มน้อย ๆ แอบดีใจที่ตนยังพอจำวิธีการเล่นเปียโนได้อยู่บ้าง คนอายุน้อยกว่าไม่รู้เลยว่าคนที่ตนกำลังสอนเล่นอยู่นั้นไม่ได้สนใจเปียโนที่อยู่ด้านหน้าแต่น้อย

 

ดั่งเพลิงทิ้งหัวหนักซบลงที่ไหล่เล็กของผู้เป็นภรรยา เขาอมยิ้มเล็ก ๆ เพราะรู้สึกได้ว่าไหล่ของคุณชายสองนั้นสะดุ้งด้วยความตกใจ แต่ว่าคุณชายสองก็ยังคงเล่นเปียโนต่อ

 

“สองรู้ไหมว่าทำไมพี่ถึงอยากเล่นเพลงฝรั่งเศส” ดั่งเพลิงพูดขึ้นแล้วจับโน้ตเพลงที่วางอยู่ขึ้นมา

 

“ส.. สองไม่รู้ ไม่ใช่เพราะพี่เพลิงเคยไปเรียนที่โน่นมาหรือครับ” คุณชายสองพูดเสียงเบา แก้มขาวซีด ณ ตอนนี้กลับขึ้นสีชมพูอ่อน

 

“รู้ไหมครับ ว่าตรงนี้พี่เขียนว่าอะไร” ดั่งเพลิงวาดมือไปยังส่วนท้ายของกระดาษที่เขาเขียนภาษาฝรั่งเศสกำกับไว้ยังส่วนล่าง

 

 

“ทีแรกพี่ว่าจะฝึกเล่นให้เป็นแล้วค่อยถาม แต่สองมาเห็นเสียก่อน”

 

“พี่เพลิงมีอะไ

 

                ดั่งเพลิงช้อนหน้าขึ้นไปหายังใบหน้าที่เขาหลงใหล ริมฝีปากหนาสัมผัสไปที่ริมฝีปากบางของคุณชายสองอย่างจงใจ คนตัวผอมเมื่อถูกจูบก็นั่งนิ่งราวกับถูกสะกด พอตั้งตัวได้จึงยอมหลับตาและเอียงคอรับสัมผัสจากดั่งเพลิง ดั่งเพลิงไล้มือขึ้นไปยังท้ายทอยของคุณชายอนิละอย่างไม่รีบร้อน เขาถอนจูบครั้งแรกแล้วบรรจงจูบลงไปอีกครั้งและอีกครั้ง คุณชายสองรู้สึกได้ว่าตนเองถูกดั่งเพลิงงับที่ริมฝีปากล่าง แต่มันกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด เมื่อยามที่เผยอปากออก ดั่งเพลิงก็สอดแทรกลิ้นอุ่นเข้ามาเพื่อสัมผัสกับลิ้นของตน

 

                ทำไมหนอถึงไม่ได้กลัวเลยแต่กลับคุ้นเคยเสียมากกว่า

 

                ดั่งเพลิงปล่อยให้สัญชาตญานและความรู้สึกนำไปมาก สัมผัสแต่ละครั้งที่เขาส่งไปหาคุณชายสองนั้นแทบจะกลืนกินอยู่รอมร่อ คุณชายสองเริ่มจับเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้เสียการทรงตัว ดั่งเพลิงจึงยอมถอนจูบแต่โดยดี แม้ว่าจะถอนจูบไปแล้วแต่ชายหนุ่มยังมิวายเอาหน้าผากมาแนบยังหน้าผากของคนอายุน้อยกว่า

 

                แอมเมอเค วู ซาเล่ อา ปาคี อาเวค มัว

 

               

 

                “สองอยากไปปารีสกับพี่ไหมครับ”

 

                คุณชายอนิละได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างทันที คนตัวบางรวบรวมความกล้าที่อาจจะมากที่สุดในชีวิต ยกแขนเล็กขึ้นคล้องคอดั่งเพลิง แล้วบรรจงจูบที่ริมฝีปากของดั่งเพลิงเบา ๆ

 

                “อยากไปครับ”

 

#มนต์วิฬาร์

 

Talk: สวัสดีค่ะทุกคน ชิววี่คนเดิมค่ะ

ตอน สัมผัสหวาน เป็นตอนทีเราเขียนไปดูบอลไป อาจมีอะไรผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ

 

ในส่วนเนื้อเรื่องของตอนนี้เราอยากให้ภาพรวมคือการพัฒนาความสัมพันธ์ค่ะ อย่างดั่งเพลิงที่เขารู้ตัวแล้วว่ารักว่าหลงคุณชายสอง ในขณะที่คุณชายสองเองที่รักพี่เพลิงของเขาอยู่แล้ว เริ่มมีความมั่นใจและกล้าที่จะแสดงออกมา ที่ดั่งเพลิงเตรียมนั่นนี่ก็เพราะเขาจะพาคุณชายสองไปฮันนีมูนนั่นเอง แค่เสื้อผ้าเงินเดือนเพลิงไม่หมดหรอกค่ะ เขาคงแบ่งไปทริปที่ปารีสต่อ


จะมีพาร์ทที่ใช้คำภาษาฝรั่งเศสด้วย ตรงนี้เราไม่ได้เรียนภาษานี้มาเลยต้องอ้างอิงจากหลาย ๆ คน ขอบคุณเพื่อน ๆ และคุณ @CHaleonis นะคะ ที่ชี้แจ้งเรื่องการทับศัพท์มา

 

สำหรับตอนนี้ก็ขอบคุณมาก เลยนะคะ ทั้งกำลังใจและการรอคอย หวังว่าจะมีความสุขกับตอนนี้นะคะ สวัสดีค่ะ ??’•

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.556K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #14033 CttTmo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 00:59
    ย้อนกลับมาอ่านคาะ ยังเขินเหมือนเดิมเลยฮื่ออออ มาหอใหม่ไม่ได้เอาเล่มมาเลยต้องมาย้อนอ่าาในเว็บอยู่ แงแอ คิดถึงคุณเพลิงกับน้องสองที่สุด 😭
    #14,033
    0
  2. #14030 iampearrr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 17:43
    น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #14,030
    0
  3. #14020 Nina_28 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 22:27
    ภาษาฝรั่งเศสดูเป็นภาษาที่ออกเสียงยากมากๆเลย
    #14,020
    0
  4. #13996 mumin2525 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 14:25
    เขินค่ะแงงงงง
    #13,996
    0
  5. #13964 your baby girl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 04:56
    โห้ยได้น้องแน่เลยแงง
    #13,964
    0
  6. #13941 Blackcat in night (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 17:56
    กลับมาอ่านตอนนี้อีกรอบ เจอกลอนของเวนิสวานิชนึกถึงนายมนัสเลยค่าาา
    #13,941
    0
  7. #13928 BeautybabyIce (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 07:23
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก เป็นการชวนไปเทึ่ยวที่โรแมนติกทึ่สุดดดดดด เขินคนจูบกันนน
    #13,928
    0
  8. #13923 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 16:05
    อบอุ่นจังเลย
    #13,923
    0
  9. #13894 sprimmm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 22:37

    กี้ดไปฝรั่งเศษ เกียมเขินตัวม้วนแล้วค่ะ

    #13,894
    0
  10. #13866 choopp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:57
    พอเห็นการใช้ภาษาฝรั่งเศสแล้วเราอยากไปขุดสมุดหนังสือฝรั่งเศสตอนม.ปลายมาเลยค่ะแทบจะคืนไปทุกอย่างแล้ว แต่เขินมากนี่พี่เพลิงจะพาน้องไปปารีสด้วยคือใครไหวไปก่อนค่ะทางนี้จะตายแล้วเขินมาก
    #13,866
    0
  11. #13807 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:16
    หวานมากกกก
    #13,807
    0
  12. #13789 Praew2101 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 03:05
    ชื่อเพลงชื่อ ลาวีออง โรส ค่ะ ไม่ใช่ ลาวีออง โคส
    #13,789
    1
    • #13789-1 _chewiestar(จากตอนที่ 15)
      29 ธันวาคม 2562 / 03:10
      La vien en rose แรกเริ่มเป็นเพลงฝรั่งเศสค่ะ เขียนพ้องเสียงตามภาษา ฝรั่งเศสออกเสียง ‘โคส’
      #13789-1
  13. #13788 Praew2101 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 03:05
    ชื่อเพลงชื่อ ลาวีออง โรส ค่ะ ไม่ใช่ ลาวีออง โคส
    #13,788
    0
  14. #13763 Kanyw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 02:39
    โอ๊ยนย ดีมากกกกก
    #13,763
    0
  15. #13756 WaterN12 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 15:24
    เอ็นดูน้องมากๆเลยหนูรูก😭
    #13,756
    0
  16. #13730 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 13:16
    น้องจะได้ไปเที่ยวปารีสแล้ววว
    #13,730
    0
  17. #13702 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:42
    น้องงงงงง น้องจูบกลับบบบ น้องกล้าจุ๊บกลับด้วยยยย บ้าเอ๊ยยยย แม่ภูมิใจในตัวหนูนะคะ ;______;
    #13,702
    0
  18. #13597 Midories (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 01:13
    หวานนน จะไปฮันนีมูนกับแล้วววว
    #13,597
    0
  19. #13571 -xebyam (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:27
    น้องก็หวานเป็นนน
    #13,571
    0
  20. #13525 12311232123312 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 08:49
    แงงงงงงงงงง
    #13,525
    0
  21. #13437 kaaa_iii48 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 03:41

    การนั่งดูบอล มันสามารถเขียนฉากเขินขนาดนี้ได้ด้วยหรอไรท์ 5555 สุดยอดเลยยยย
    #13,437
    0
  22. #13430 Nielongforever9 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 15:27

    เขินมากกกฮืออออ

    #13,430
    0
  23. #13417 BeautybabyIce (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 01:55

    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ เลยคับ แงงงงง

    #13,417
    0
  24. #13391 PPTi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 01:03
    ใันแบบบแงน่ารัก
    #13,391
    0
  25. #13371 s-wu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 13:24
    ยัยหนูน่ารักเกินไปแล้ว กริ๊ดดดดดดดดดด เขยก็งานดี!
    #13,371
    0