มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 14 : บทที่ ๑๔ : ไออุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,626 ครั้ง
    5 ก.ย. 61

มนต์วิฬาร์
บทที่ ๑๔ ไออุ่น

บ้านเกริกวานิช พระนคร

 


                ดั่งเพลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นในยามเช้าตรู่ หลายวันมานี้ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มคุ้นชินกับการตื่นก่อนรุ่งสางเพราะจะต้องออกไปทำงานที่ท่าเรือในตอนเช้า แม้ว่าพระอาทิตย์จะยังไม่ขึ้นและภายในห้องจะไม่ได้เปิดไฟ แต่ก็พอมีแสงสว่างจากไฟรั้วบ้านเข้ามาทางหน้าต่างอยู่บ้าง เขาลอบมองคนที่นอนหลับหายใจรดหน้าอกของเขาอย่างเงียบ ๆ เหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าก่อนนอน คุณชายสองนั้นนอนหันหลังให้ตนยอมกอด แต่บัดนี้กลับหันมานอนซุกอยู่กับแผ่นอกของเขาเสียอย่างนั้น

 

                 เขาขยับแขนข้างที่ให้คนตัวเล็กกว่านอนหนุนทั้งคืนออกอย่างระมัดระวัง ดั่งเพลิงพบว่าแขนซ้ายของเขาแทบจะไร้ความรู้สึกเพราะมีอาการเหน็บชาเล็กน้อย แต่เมื่อมองไปเห็นเจ้าของใบหน้าเล็กที่นอนหลับอยู่ก็ไม่ได้รู้สึกกล่าวโทษแต่อย่างใด

 

                ปี๊ด! เสียงแตรรถบนท้องถนนดังสนั่น มันดังจนดั่งเพลิงต้องหันไปมองหาต้นเสียงจากทางหน้าต่าง และก่นด่าออกมาเบา ๆ พอหันกลับมาเขาก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ที่เห็นว่าคุณชายสองนั้นเหมือนจะตื่นนอนเสียแล้ว

 

                คนตัวเล็กกว่าขยี้ตาแล้วมองช้อนมาหาเขาที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอาจคงเป็นเพราะกำลังงัวเงียจากการตื่นนอน

 

                “พี่ทำสองตื่นหรือเปล่า” เมื่อเห็นว่าผู้ร่วมเตียงตื่นนอนแล้ว เขาจึงถามอีกคนเสียงเบา

 

                ” คุณชายสองไม่ได้ตอบกลับ เพียงแต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ ไม่ได้นึกคาดโทษและเข้าใจ เนื่องจากตัวคุณชายเองก็รู้ตัวว่าตนเป็นคนตื่นง่าย

 

                “นอนต่อไหม”

 

                “ทำไมตื่นเช้า” ประโยคแรกหลังจากตื่นนอนออกมาจากปากคนที่ยังนอนอยู่ นึกดูแล้วนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่แต่งงานกันมาที่ดั่งเพลิงได้ใช้เวลาอยู่กับคุณชายสองบนเตียงดี ๆ หลังจากตื่นนอน โดยปกติแล้วจะมีใครสักคนตื่นก่อนและไม่รอรีให้อีกคนตื่นเลยสักครั้ง ถ้าแย่หน่อยก็ชวนกันทะเลาะแต่เช้า

 

                “วันนี้มีงานเช้าที่ท่าเรือน่ะครับ” ดั่งเพลิงตอบทั้งยังไม่สายตาจากคนตัวเล็กที่นอนอยู่ เขาเอื้อมมือไปจับผ้าห่มผืนหนาที่คุณชายสองนอนห่มอยู่ แล้วเลื่อนมันขึ้นมาห่มถึงคอคนตัวเล็ก ดั่งเพลิงเองก็เพิ่งเคยสังเกตว่าดวงตากลมโตของคุณชายสองจะดูเล็กกว่าปกติและริมฝีปากคว่ำลงเหมือนกับลูกแมวในยามเช้ามาก ๆ แบบนี้

 

                น่ารัก..

 

                “เดี๋ยวสองลงไปส่ง” คนตัวเล็กลุกพรวดขึ้นมานั่งบ้าง มือทั้งสองยังคงกอดผ้าห่มเอาไว้แน่นอย่างเคยชิน

 

                “เพิ่งจะตีห้าเอง สองนอนต่อเถอะ” ดั่งเพลิงตอบ

 

                “หม่อมแม่เคยบอกว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องส่งพี่เพลิงไปทำงาน.. คนตัวเล็กหลุบตาต่ำแล้วทวนคำสอนที่มารดาของตนเคยบอกเอาไว้ ช่วงแรกก็ไม่ได้เต็มใจอยากไปส่งนักหรอกแต่พักหลังก็รู้สึกว่าตนจะทำตัวสบายไปแล้ว อย่างน้อยส่งดั่งเพลิงไปทำงานก็คงไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กลำบากอะไร

 

                “ถ้าพี่บอกไม่ต้องลงไปส่งล่ะ”

 

                “ก็ตามใจ คนตัวเล็กกว่าหันไปมองทางอื่น รู้สึกไม่ชอบใจที่ดั่งเพลิงขัดเขาอีกแล้ว อุตส่าห์ยอมอ่อนลงให้ขนาดนี้แต่ก็ยังปฏิเสธอีก

 

                ดั่งเพลิงเห็นท่าทางไม่สบอารมณ์ของคุณชายสองก็นึกขัน เขาเพียงแค่เห็นว่ามันยังเช้าอยู่มากไม่อยากรบกวนอีกฝ่ายเท่านั้น พอเห็นว่าอีกคนล้มตัวลงนอนต่อ เขาจึงลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไปแต่งตัว

 

                ผ่านไปไม่นานดั่งเพลิงก็ออกมาจากห้องน้ำ วันนี้เขาแต่งกายด้วยเสื้อโปโลสีแสด เปิดลิ้นชักเลือกนาฬิกาให้เหมาะกับชุดครู่หนึ่งเมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงเดินตรงไปยังเตียงที่ตอนนี้คุณชายสองกำลังนอนอยู่

 

                “อะไรกัน อย่าเพิ่งหลับซีครับ”

 

                เขาหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนอนหันหลังให้กับห้องน้ำและตน เมื่อครู่ยังเห็นไว ๆ ว่าไม่ได้นอนหันหลังให้เสียหน่อย สงสัยคุณชายสองจะไม่สบอารมณ์ที่โดนขัดใจน่าดู ดั่งเพลิงยื่นมือหนาไปสัมผัสยังไหล่แคบของคนที่นอนอยู่ สะกิดเล็ก ๆ จนทำให้อีกฝ่ายหันหน้ากลับมาหาตนอย่างระอา

 

                “พี่ไม่ได้หมายความว่าสองไม่ต้องส่งพี่ แต่พี่หมายความให้สองส่งพี่ตรงนี้ต่างหาก” ดั่งเพลิงยิ้มกว้างแล้วตบลงที่ฟูกเตียงของตน

 

                “ส่งอย่างไร” คุณชายสองจิ๊ปาก อาการงัวเงียเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งแต่เปลี่ยนเป็นอาการใบหน้าขึ้นสีจัดแทน ไม่รู้ว่าดั่งเพลิงจะมาไม้ไหนอีก

 

                “วันไหนพี่ทำงานเช้ามาก ๆ ก็ไม่ต้องลงไปส่งอย่างไรล่ะ ไว้วันไหนออกสายหน่อยได้ทานอาหารด้วยกันค่อยลงไปส่งหน้าบ้าน เข้าใจไหม”

 

                “เข้าใจแล้วครับ.. คุณชายแมวน้อยลุกขึ้นนั่งแล้วพยักหน้าหงึกหงัก

 

                “พี่จะไปทำงานแล้ว ส่งพี่หน่อยสิครับ”

 

                ดั่งเพลิงกล่าวเสียงอ้อน เขาเขยิบลงไปนั่งใกล้กับอีกฝ่าย จากนั้นจึงจับข้อมือเล็กของคุณชายสองให้มาวางไว้บนอกของตนเอง อีกฝ่ายเองก็เขินจนเกือบทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าเขินเพียงไหนแต่คุณชายสองก็พยายามควบคุมสติให้จัดแจงคอเสื้อของดั่งเพลิงให้เรียบร้อย ท่าทางจัดเสื้อที่แสนจะจริงจังของคนตัวเล็กทำให้ดั่งเพลิงแทบจะระเบิดหัวเราะออกมา

 

                “ส.. เสร็จแล้ว” คุณชายสองพูดขึ้น เพราะมัวแต่ก้มหน้าจัดคอปกให้กับดั่งเพลิงเลยไม่ทันได้ตั้งตัวว่าอีกฝ่ายก็ก้มหน้ามองจนในระยะประชิดอยู่เหมือนกัน

 

               

 

                

 

                เกิดสภาวะไร้เสียงขึ้นเมื่อทั้งสองสบตากัน ดั่งเพลิงเองก็ไม่รู้ตัวสักนิดว่าเผลอมองคุณชายสองมากเกินไป ในขณะที่อีกคนรู้ตัวแต่ก็หลบหลีกไม่ได้ เมื่อเห็นสีหน้าตระหนกตกใจของคุณชายสอง ดั่งเพลิงนึกเอ็นดู เขาจึงเกยคางของเขาไว้กับไหล่ของคุณชายสอง หันหน้าดมกลิ่นจากซอกคอขาวอย่างเอาแต่ใจ

 

                “พี่จะรีบกลับมานะ” ดั่งเพลิงพูดเสียงเบา ในขณะที่คุณชายสองเองก็นั่งนิ่งเป็นหิน เมื่อเกิดความเงียบขึ้นอีกครั้งดั่งเพลิงจึงผละตัวออกจากตัวของคู่สมรส แล้วทำท่าลุกออกจากเตียงไป

 

                “พ.. พี่เพลิง..

 

                “ครับ”

 

                “ไปดีมาดีนะครับ”

 

                ดั่งเพลิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าให้กับคนที่นั่งอยู่บนเตียง เขาหยิบเสื้อนอกและกุญแจรถเดินออกจากห้องไป หลังจากดั่งเพลิงออกไปจากห้องแล้วคุณชายอนิละที่เหมือนจะตั้งสติได้ก็นึกหงุดหงิดตนเองที่พักหลังเริ่มจะทำตัวแปลกไปเสียทุกที คิดแล้วคนตัวผอมก็มุดกลับเข้าผ้าห่มกลิ่นพิมเสนจากตัวของดั่งเพลิงเพื่อไปนอนต่อ

               

                ในช่วงสายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว คุณชายสองก็กลับไปนั่งอ่านหนังสือในห้องนั่งเล่นชั้นล่างของดั่งเพลิงตามปกติ มือเรียวหยิบเชือกมาคั่นหน้าหนังสือจากนั้นก็วางมันลงยังโต๊ะกาแฟตรงหน้า หยิบขนมที่คนรับใช้ทำมาให้กินอย่างเบื่อหน่าย หันไปมองนาฬิกาว่าใกล้เที่ยงก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้

 

                “ประเดี๋ยวคุณเพลิงคงจะกลับมาแล้วล่ะค่ะ” จวงกล่าวขณะรินน้ำให้กับคุณชายแมวน้อยของเธอ

 

                “ส.. สองไม่ได้รอพี่เพลิงเสียหน่อย” คุณชายสองยู่ปากแล้วรับแก้วน้ำจากสาวใช้มาดื่ม

 

                “นั่นแหน่ เดี๋ยวนี้เรียกพี่เพลิงคล่องแล้วหรือเจ้าคะ ดีแล้วล่ะเจ้าค่ะเรียกแบบนี้แล้วน่ารักดี” สาวใช้คนสนิทที่ตอนนี้เปรียบเป็นดังพี่สาวของคุณชายกล่าวแล้วยิ้ม ดู ๆ แล้วอีกไม่นานปณิธานของเจ้าสัวเส็งคงจะเป็นจริงในเร็ววัน

 

                “พี่จวง..

 

                คุณชายสองหันไปส่งสายตาตำหนิสาวรับใช้ แต่ก็ต้องหันไปมองรถยุโรปสีแดงสดที่กำลังขับแล่นเข้ามาจากทางหน้าต่าง เป็นดังที่จวงบอกไว้ ดั่งเพลิงกลับมาแล้วจริง ๆ สาวรับใช้อดเอ็นดูคุณชายของหล่อนไม่ได้ ขนาดปากบอกว่าไม่ได้รอแต่ก็เดินนำออกไปยังห้องโถงเสียแล้ว มองยังไงคุณชายสองก็รอดั่งเพลิงกลับมาแต่ก็ทำปากแข็งไม่สนใจไปอย่างนั้น

 

                ดั่งเพลิงหอบของพะรุงพะรังเดินเข้ามายังโถงบ้านประจวบเหมาะกับคุณชายสองที่เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นพอดิบพอดี เมื่อเห็นคุณชายสองดั่งเพลิงจึงส่งยิ้มแล้วทักขึ้น

 

                “สวัสดีครับ” คุณชายอนิละยกมือไหว้ แล้วยกมือป้องปากขำเมื่อเห็นว่าในมือทั้งสองข้างของดั่งเพลิงมีตะกร้าจ่ายตลาดอยู่ ซึ่งมันดูไม่เข้ากับเสื้อผ้าและรถหรูที่ขับมาเมื่อครู่เอาเสียเลย

 

                “ออกมารับอย่างนี้ก็เป็นหน้าที่หรือ” ดั่งเพลิงกระแอมอย่างเขิน ๆ ไม่นึกว่าคุณชายสองจะเดินออกมารับ ตนเลยไม่ทันคิดเรื่องตะกร้าจ่ายตลาดที่ถืออยู่ในมือ

 

                “เปล่าเสียหน่อย พอดีจะเดินออกไปรับลมที่สวน ออกมาก็เจอพี่เพลิงพอดี” คุณชายบุ้ยปากทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่ก็รู้อยู่กับใจว่าจริง ๆ แล้วตัวเองก็ออกมาหาดั่งเพลิงนั่นแหละ

 

                “เที่ยงนี้ว่าจะทำสเต็กปลา ไม่รู้จะมีคนอยากกินไหม” ดั่งเพลิงบุ้ยปากเลียนแบบคนปากแข็งแล้วทำเป็นพูดลอย ๆ ขึ้นบ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจ คนจะออกไปเดินรับลมแต่ก็ถือหนังสือติดมือมาด้วยแบบนี้เนี่ยน่ะเหรอ ทำไมเขาจะไม่รู้ทัน

 

                “สเต็กหรือ” คุณชายสองตาเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น เคยได้ยินคนพูดเรื่องอาหารฝรั่งมานมนานแต่ไม่ยักจะเคยได้ลองทานกับเขาเสียที ยิ่งอยู่แต่ในวังซึ่งทำแต่อาหารชาววังแล้วนั้น การจะได้ทานอาหารแบบฝรั่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเขา

 

                “ครับ เป็นปลาแซลม่อนนะ” ดั่งเพลิงเน้นย้ำคำว่าปลาให้อีกคนได้ยินชัดขึ้น

 

                “ส.. สองอยากกิน” คุณชายสองพูดเสียงค่อย ไม่รู้หรอกว่ามันอร่อยหรือไม่ แต่ไอ้ความนิยมชมชอบทานปลาในตัวมันก็ตอกย้ำในใจว่าฟังดูน่าจะอร่อย อีกอย่างฝีมือทำอาหารของดั่งเพลิงก็ดีมาก ถึงแม้คุณชายจะไม่เคยเอ่ยปากชมก็เถอะ

 

                “งั้นไปหาอะไรทำรอก่อนนะครับ สักราว ๆ ครึ่งชั่วโมงคงเสร็จ จวงไปบอกป้าพรรณนะว่าฉันจะใช้ครัว” ดั่งเพลิงหันไปบอกคุณชายสองทีและคนรับใช้ที จากนั้นจึงเดินตรงไปยังห้องครัวที่อยู่ด้านหลังของตัวบ้าน

 

                “พี่เพลิง.. คุณชายสองเอ่ยปากเบา ๆ แต่ก็พอให้ชายหนุ่มได้ยิน 

 

                “ครับผม” ดั่งเพลิงลอบยิ้มน้อย ๆ แล้วขานรับ ไม่รู้ทำไมพอได้ยินคำว่า พี่เพลิง จากปากอีกฝ่ายก็ทำให้กลั้นยิ้มไม่ได้ทุกที

 

                “ให้สองไปดูตอนทำได้ไหม สองอยากรู้ว่าทำอย่างไร” คุณชายสองหลุบตาต่ำแล้วถามเป็นเชิงขออนุญาต ใจเองก็เบื่อไม่อยากนั่งอ่านหนังสือเฉย ๆ อยู่ในห้องแล้ว

 

                “เคยทำครัวไหม้ไม่ใช่หรือเรา” ดั่งเพลิงย้ำถาม เพราะเขาทราบมาจากคุณชายหมอพี่ชายของภรรยาว่า คุณชายสองนั้นไม่เป็นครัวเอาเสียเลย มีครั้งหนึ่งจะไปต้มชาไปให้หม่อมแม่แต่ไม่รู้จุดไฟอีท่าไหน ไฟลามจนไหม้เคาน์เตอร์ที่วังไปทั้งแถบ จนท่านชายภพต้องออกปากห้ามไม่ให้คุณชายสองเข้าครัวอีกเลย

 

                “จะไม่จุ้นจ้าน สองจะดูเฉย ๆ” คนอายุน้อยกว่าพูดเสียงค่อย นึกเสียดายหากดั่งเพลิงไม่ให้ตนเข้าไปในครัว

 

                “ครับ ๆ ก็ได้ครับ” ดั่งเพลิงยักไหล่แล้วจึงเดินนำไปยังครัว ฝ่ายคุณชายสองเองก็เก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่รีบเดินตามอีกฝ่ายไปทันที

 

                “อะไรกันนี่ อาทิตย์ก่อนยังเถียงกันคอเป็นเอ็น ทำไมตอนนี้เชื่องกันนักเล่า” ไอ้หนุ่มคนสวนของบ้านที่แอบมองอยู่ตรงประตูหันไปคุยกับคนรับใช้คนอื่น ๆ ที่แอบดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเช่นกัน

 

                “อย่างนี้ผู้ดีเขาเรียกพัฒนาการว้อย สงสัยอีกไม่นานฉันจะได้เลี้ยงคุณไฟน้อยแน่เลย” จวงหันไปเอ็ดแล้วพูดเปรยขึ้น

 

                “คุณเพลิงของเราออกจะหล่อเหลา ส่วนคุณชายแมวน้อยเธอก็แสนจะน่ารัก เจ้าสัวเนี่ยสายตาเฉียบแหลมจริง”

 

                “ฉันว่าเป็นเพราะสองคนนี้เขาเป็นคู่กันมากกว่าล่ะมัง ไป ไปทำงานทำการ วันพรุ่งนายจะกลับมาแล้ว เดี๋ยวก็โดนด่าพอดี” สาวรับใช้อาวุโสสุดในกลุ่มไล่ตะเพิดพวกเด็ก ๆ ไม่นานวงสนทนาก็แตกไป ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย แต่ไม่พ้นมีแอบมองแอบสังเกตท่าทีของนายน้อยและภรรยาไม่ห่าง

 

                คุณชายสองเท้าแขนทั้งสองข้างของตนกับเคาน์เตอร์กลางห้องครัว ยืนมองดั่งเพลิงที่จัดแจงนั่นนี่ในส่วนที่ตนเองไม่เข้าใจนัก ขนาดพวกวัตถุดิบที่วางเตรียมไว้ตนยังไม่ค่อยจะรู้เลยว่าอะไรเป็นอะไรบ้าง คุณชายสองหยิบเนื้อปลาที่ถูกห่อไว้ขึ้นมาดม แต่แล้วก็ย่นจมูกเพราะได้กลิ่นคาว ไม่ยักรู้มาก่อนว่าอาหารที่ชอบกินก่อนจะนำมาปรุงได้นั้นมีกลิ่นคาวได้ขนาดนี้

 

                “ล้างผักเป็นไหม ช่วยล้างให้พี่หน่อยสิครับ”

 

                ดั่งเพลิงขอความช่วยเหลือจากคุณชายสอง แล้วจึงหันไปหยิบเนื้อปลาจากมือของคนตัวเล็กกว่ามาจัดแจงใส่เกลืออย่างคล่องแคล่ว คุณชายสองเองก็พะยักหน้าหงึกหงักแล้วถือจำพวกผักไปยังอ่างล้างจานอีกด้านหนึ่ง เมื่อเปิดฝาก๊อกแล้วก็หยิบผักมาอังใต้ก๊อกน้ำทีสองทีแล้ววางกลับเข้าตะกร้า

 

                “ล้างแบบนั้นจะไปสะอาดอะไรล่ะครับ มานี่เดี๋ยวพี่ล้างเองดีกว่า” ดั่งเพลิงที่แอบมองอยู่ถึงกับส่ายหัว นำตะกร้าไปรองใต้ก๊อกน้ำแล้วยืนแช่ล้างผักให้สะอาดแทน

 

                “ถ้าอย่างนั้นมีอย่างอื่นต้องทำอีกไหม”  เจ้าของดวงตากลมที่ยืนอยู่ด้านหลังถามขึ้น

 

                “เหลือเอาปลาไปย่างกับกระทะและทำซอสน่ะครับ ไปนั่งรอก่อ เฮ้ย !” ดั่งเพลิงที่กำลังง่วนอยู่กับการล้างผัก เมื่อหันมาเห็นว่าคุณชายสองกำลังยืนอยู่หน้าเตาแล้วเร่งไฟอยู่ก็ร้องเสียงหลง จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรในเมื่อคุณชายสองเล่นเร่งไฟซะสุดจนเปลวเพลิงสว่างขึ้นกลางครัว ชายหนุ่มรีบทิ้งตะกร้าผักไว้ที่อ่างล้างจานแล้วปิดเตาแก๊สทันที

 

                “ตกใจหมด” คุณชายสองกล่าวกับตัวเอง

 

                “จะเผาบ้านกันเลยหรือครับเนี่ย เร่งไฟแบบนั้นมันอันตรายนะ” ดั่งเพลิงเอ็ดคนตัวเล็กกว่าที่ยืนนิ่งอยู่หน้าเตา

 

                “สองก็แค่อยากช่วยนี่”

 

                “งั้นช่วยนั่งตรงนี้เฉย ๆ ดีกว่า ไหนบอกจะไม่จุ้นจ้านอย่างไรล่ะ”

 

                ดั่งเพลิงใช้แขนแกร่งทั้งสองรวบตัวคุณชายสองให้ขึ้นมานั่งบนเคาน์เตอร์กลางครัวแทน คุณชายสองเมื่อถูกอุ้มตัวลอยก็ตกใจแทบจะทันที เพราะความกลัวจึงเผลอวางมือไปยังบนไหล่กว้างของดั่งเพลิง ในทีแรกคุณชายก็ดิ้นออกบ้างแต่ก็ต้องยอมแพ้เมื่อเห็นดั่งเพลิงส่งสายตาดุให้อยู่นิ่ง ๆ ชายหนุ่มเชื่อแล้วว่าคุณชายอนิละไม่เป็นครัวแต่ไม่นึกว่าจะทำลายครัวเสียด้วย

 

                “ถ้าชอบเล่นกับไฟ ก็มาเล่นกับพี่ซะสิ” ดั่งเพลิงพูดติดตลกจนคนได้ฟังถึงกับเบ้หน้า

 

                คุณชายสองลอบมองแผ่นหลังของดั่งเพลิงที่ง่วนอยู่กับการทำสเต็กอย่างเบื่อหน่าย จึงหยิบหนังสือที่ตนติดตัวมาด้วยนั่งอ่านบนเคาน์เตอร์แทน ไม่นานกลิ่นหอมปลาย่างกับเนยก็ลอยมาแตะจมูก คนตัวเล็กเงยหน้าออกจากหนังสือแล้วจึงไปสบตากับดั่งเพลิงที่มองมาอยู่

 

                “สอง”

 

                “มีอะไร” คุณชายสองเงยหน้าจากหนังสือแล้วถาม

 

                “พี่ขอหอมหน่อยครับ”

 

               

 

                เจ้าของดวงตากลมมีความฉงนในแววตาอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากบางถูกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง คุณชายสองมองซ้ายทีขวาทีอย่างชั่งใจ

 

                “เร็ว ๆ สิ” ดั่งเพลิงเร่งเร้า

 

               

 

                คุณชายสองหลับตาปี๋ ใบหูขึ้นสีแดงจัด เมื่อเห็นว่าดั่งเพลิงโน้มตัวลงมาหาตนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ ตอนนี้คุณชายสองได้แข็งกลายเป็นหินไปแล้ว  ดั่งเพลิงเมื่อเห็นดังนั้นก็นึกขำจนแทบจะลงไปกองกับพื้น เหมือนว่ามุขแปลก ๆ ของไอ้จรัญเพื่อนรักจะใช้ได้ผล

 

                “แค่หัวหอมทำไมถึงลีลานักล่ะ” ชายหนุ่มเอื้อมแขนผ่านคนตัวเล็ก แล้วหยิบถ้วยหัวหอมที่เขาหั่นเป็นลูกเต๋าไปผัดเข้ากับน้ำมันหอยต่อ

 

                “นายเพลิง” คุณชายสองเมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกก็ทั้งเขินทั้งอาย ปากบางคว่ำลงเหมือนกับปากแมวอีกครั้ง นอกจากพูดชื่อชายหนุ่มไม่พอยังส่งสายตาขวางไปให้ด้วย นึกว่าจะเลิกแกล้งกันแล้วแต่พออ่อนข้อให้ ดั่งเพลิงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดแกล้งกันเลย  

 

                “เรียกนายอีกแล้ว”

 

                “นายเพลิง! นายเพลิง! นายเพลิง! คุณชายสองยู่ปากแล้วพูดคำดังกล่าวเป็นจังหวะเพื่อก่อกวนบ้าง คนอย่างคุณชายสองถ้าหงุดหงิดขึ้นมา ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุนั่นล่ะ

 

                ดั่งเพลิงหมดความอดทน เขาปิดเตาแก๊สแล้วจึงหันมาหาคนตัวเล็กที่ก่อกวนอยู่จากตรงเคาน์เตอร์ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหาคุณชายสองอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้หยิบของแต่อย่างใด กลับจูบลงยังแก้มนิ่มของคุณชายอนิละฟอดใหญ่ คนตัวเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

                “หอมจริงแล้วพอใจหรือยังครับ” ดั่งเพลิงถอนจูบ จากนั้นจึงวางมือหนาของตนทับลงบนมือของคุณชายที่วางอยู่ ส่วนมืออีกข้างก็เท้าตัวให้คร่อมอยู่กับเคาน์เตอร์ ตั้งใจกักขังไม่ให้คนตัวเล็กกว่าหนีไปได้ ใบหน้าทั้งสองชิดใกล้จนรู้สึกได้ถึงความร้อนจากแก้มของอีกฝ่าย

 

                “สองหิวแล้ว! .. ไปรอที่ห้องรับประทานอาหารนะ” คุณชายสองรีบมุดตัวลอดแขนดั่งเพลิงออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้สึกว่าตนเริ่มจะเสียเปรียบ เพียงเสี้ยววินาทีก็เดินลิ่วหายไปยังอีกห้องเสียแล้ว ดั่งเพลิงหัวเราะหึในลำคออย่างเสียดายที่กดจูบไปเพียงแค่ตรงแก้มเท่านั้น

 

                ดั่งเพลิงทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ห้องรับประทานอาหารข้าง ๆ กับคุณชายสองที่ตอนนี้เหมือนจะอ่านหนังสืออะไรสักอย่างอยู่ นึกแปลกใจว่าทำไมคนเราถึงอ่านหนังสือวันละเล่มได้เก่งขนาดนี้ เขาเท้าคางกับโต๊ะแล้วมองอีกฝ่ายไม่วางตา ใช่ว่าคุณชายสองนั้นไม่รู้ตัวแค่เพียงทำเป็นไม่สนใจต่างหาก

 

                สเต็กปลาและเครื่องเคียงที่ถูกจัดแจงไว้อย่างสวยงามบนจานกระเบื้องถูกคนรับใช้นำมาวางยังด้านหน้าของดั่งเพลิงและคุณชายสอง คุณชายสองเห็นดังนั้นจึงปิดหนังสือและให้ความสนใจกับอาหารแทน ดวงตากลมโตเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นเจ้าชิ้นปลาสีส้มขนาดใหญ่นอนรออยู่บนจาน คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าไปมองดั่งเพลิงรอให้ผู้อาวุโสอนุญาตให้เริ่มทานได้จึงหยิบมีดขนาดเล็กและส้อมขึ้นมาเริ่มกินบ้าง

 

                ดั่งเพลิงแทบซ่อนอาการลุ้นปฏิกิริยาของคุณชายสองขณะกินสเต็กปลาแทบไม่อยู่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำอาหารกินเองด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกกระวนกระวายอย่างประหลาดหากอาหารเกิดไม่ถูกปากคุณชายสองขึ้นมา

 

                คุณชายสองกินเงียบ ๆ ตามมารยาทที่ได้ถูกอบรมมาจากในวัง ถึงแม้ว่าจะกินเอากินเอาแต่ก็ดูไม่ออกนักว่าอร่อยหรือไม่อร่อย หากคุณชายสองไม่เอ่ยปากออกมา

 

                “เป็นอย่างไรบ้าง” ดั่งเพลิงทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากถาม

 

                “อร่อย.. อร่อยมาก ๆ” คุณชายสองให้คำตอบโดยไม่ได้สนใจดั่งเพลิง เป็นครั้งแรกที่ได้กินสเต็กปลา แถมยังเป็นปลาแซลม่อนเสียด้วย มันทำให้คนตัวเล็กที่มักไม่ได้ออกไปไหนประทับใจได้ไม่ยากเลย

 

                “เช่นนั้นทานเยอะ ๆ นะครับ เข้าใจไหม”

 

                ดั่งเพลิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าคุณชายสองตั้งใจรับประทานจึงไม่อยากรบกวนและปล่อยให้อีกฝ่ายกินต่อไป ส่วนตนก็เริ่มจัดการส่วนของตนเองเหมือนกัน

 

                “ค.. คือ..” คุณชายสองพูดขึ้น สีหน้ามีความลังเลเล็กน้อย

 

                “มีอะไรหรือเปล่า”

 

                “สอง.. สองขอเพิ่มอีกได้ไหมครับ” คนตัวเล็กกระแอมเบา ๆ ไม่รู้ว่าจะดูตะกละไปหรือเปล่า แต่ว่าแค่ปลาชิ้นเดียวกับผักคงไม่เพียงพอเท่าไหร่สำหรับตน

 

                “แสดงว่าอร่อยมากสินะครับ” ดั่งเพลิงแกล้งหยอกเย้า แต่พอสังเกตเห็นว่าจานของคุณชายสองเกลี้ยง อีกทั้งยังมองสเต็กปลาในจานของเขาตาแป๋วไปพลางกลืนน้ำลายไปก็อดสงสารไม่ได้

 

               

 

                “เอาส่วนของพี่ไปกินไหม” ดั่งเพลิงถาม คิดหลงตัวเองในใจถ้าป๊าไม่ให้มาทำธุรกิจต่อ ตนไปเปิดร้านอาหารแถวเฟื่องนครคงจะรับทรัพย์ไปโข

 

                คุณชายสองพยักหน้าหงึกหงัก

 

                ดั่งเพลิงยิ้มน้อย ๆ แล้วจึงส่งจานสเต็กของตนให้คุณชายสอง ฝ่ายคุณชายเองพอได้รับจานมาก็นั่งทานต่อเงียบ ๆ อย่างรู้สึกเขิน ๆ เพราะถ้าเป็นที่วังเอาจานของคนอื่นมากินต่อไม่แคล้วคงโดนดุไปแล้วว่าตะกละ

 

                “ทานเสร็จแล้ว ราว ๆ  ห้าโมงเย็นไปอาบน้ำแต่งตัวนะครับ วันนี้พี่จะพากลับวัง” ดั่งเพลิงว่าพลางยกน้ำขึ้นดื่ม

 

                “วันนี้หรือ” คุณชายสองเผลอพูดขึ้นขณะรับประทานอาหาร

 

                “ครับ ไปรับประทานอาหารเย็นตามที่พี่ชายหมอได้โทรมาวันก่อน” ดั่งเพลิงตอบ นึกเอ็นดูเพราะคุณชายสองอมอาหารไว้ในแก้มยังกับกระรอกไม่มีผิด

 

                “ครับ..

 

                ดั่งเพลิงปล่อยให้คุณชายสองทานอาหารจนหมดจากนั้นจึงขอตัวเข้าบริษัทในช่วงบ่าย ส่วนคุณชายสองเองก็กลับไปยังห้องนั่งเล่นของดั่งเพลิงเพื่ออ่านหนังสือเหมือนเดิม คนตัวผอมเอื้อมมือไปจับกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาแพงของดั่งเพลิงอีกครั้งด้วยความสงสัย พยายามมาหลายวันแล้วก็เปิดไม่เป็นเสียที พอจะถามดั่งเพลิงก็เห็นรายนั้นเปลี่ยนชุดแล้วถือสูทออกไปอย่างรีบ ๆ แล้ว

 

                “วันนี้คุณเพลิงดูวุ่นน่าดูเลยนะเจ้าคะ แต่ยังอุตส่าห์กลับมาทำอาหารให้คุณชายทานอีก” สาวรับใช้คนสนิทกล่าวยิ้ม ๆ

 

                “พี่จวง บริษัทของเจ้าสัวอยู่ไกลไหมครับ”

 

                “สีลมน่ะเจ้าค่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลหรอก แต่ท่าเรือน่ะอยู่คลองเตยเจ้าค่ะ พักหลังพอเห็นคุณเพลิงทำงานทำการนะเจ้าคะ จวงก็รู้สึกโล่งใจแทนท่านเจ้าสัวจริง ๆ”

 

                “เมื่อก่อนเขาเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือครับ” คุณชายสองหัวเราะกับท่าทางของสาวรับใช้ที่ดูปลงตก

 

                “ตั้งแต่กลับมาก็อย่างที่ทราบกันว่าคุณเพลิงเธอก็เอ้อระเหยลอยชายไปเรื่อยนั่นแหละเจ้าค่ะ บางวันก็ไม่กลับมานอนบ้านด้วยซ้ำ ท่านเจ้าสัวนี่บ่นเช้าเย็น”

 

                “งั้นหรือ” คุณชายสองพอได้ยินดังนั้นก็นึกอิจฉาดั่งเพลิงนิด ๆ เป็นทั้งอันฬา ลูกเศรษฐีระดับต้น ๆ ของประเทศ ดูจะมีแต่คนอยากผูกมิตรและเทียวไปเทียวมาไม่ยากเลย ถึงแม้ว่าพี่ชายและน้องชายของตนจะเป็นอันฬาเหมือนกันกลับใช้ชีวิตที่ค่อนข้างอยู่ในกรอบ เพราะหน้าตาทางสังคมและฐานันดรนำหน้าชื่อ

 

                “แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้ทำไมคุณเพลิงเธอถึงอยู่ติดบ้านเสียเหลือเกิน สงสัยจะมีคนปราบมังกรร้ายของเจ้าสัวได้เสียแล้วมังเจ้าคะ” สาวรับใช้มองหน้าคุณชายสองแล้วหัวเราะคิกคัก คนตัวผอมได้ยินดังนั้นก็หลุบตาต่ำลงไปทำเป็นไม่สนใจแล้วหยิบแผ่นเพลงของดั่งเพลิงขึ้นมาอ่านแทน

 

 

วังเทววงศ์ พระนคร

 

                ประตูเหล็กขนาดใหญ่ของวังเทววงศ์เปิดออก ต้อนรับรถยุโรปคันหรูที่กำลังวิ่งแล่นเข้ามายังตัววัง ดั่งเพลิงจอดรถยังด้านหน้าประตูโถงของวัง ทำทีจะลงไปเปิดประตูให้กับภรรยาของตน แต่ก็ไม่ทันในเมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูรถลงมาก่อนแล้ว เพราะว่าคุณชายอชิตะน้องชายอันฬาคนเล็กของคุณชายสองมายืนรอถึงหน้าบ้าน พี่รองและน้องเล็กของเทววงศ์สวมกอดกันอย่างยินดีปรีดา ในที่สุดคุณชายสองก็ได้กลับมาเยี่ยมเยียนตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนออกเรือนไป ดั่งเพลิงสัมผัสได้ถึงสายตาไม่สบอารมณ์ของคุณชายสามที่ส่งมาให้ตน แต่ก็ทำเป็นมองไม่เห็นไป

 

                พอเข้ามายังตัวบ้าน ดั่งเพลิงก็พบกับหม่อมเจ้าภพและหม่อมผกา พ่อตาและแม่ยายของตน ชายหนุ่มยกมือไหว้ทำความเคารพผู้อาวุโสและส่งมอบกระเช้าผลไม้ให้กับคนรับใช้ ก่อนที่จะเดินตามครอบครัวเทววงศ์ไปยังห้องรับประทานอาหารที่ตระเตรียมอาหารไทยหลากชนิดละลานตาไปหมด เขาเลื่อนเก้าอี้ให้กับคุณชายสองจากนั้นจึงทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ตัวข้าง ๆ

 

                ชายหนุ่มนั่งตัวเกร็งเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ถึงสายตาจับผิดจากผู้เป็นพ่อตาและน้องภรรยาอย่างคุณชายสาม โชคยังดีที่โต๊ะอาหารนั้นมีหม่อมราชวงศ์วัชระและหม่อมผการ่วมอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นตนคงรู้สึกเหมือนมาเข้าค่ายเตรียมทหารก็ไม่ปาน

 

                “หายป่วยดีแล้วใช่ไหมชายสอง” ท่านชายภพพูดขึ้นขณะมองลูกชายคนรองตักอาหารเข้าปาก ดั่งเพลิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พอจะรู้ชะตากรรมตน ป่วยที่ท่านชายภพว่าน่าจะเป็นอาการฮีทเสียมากกว่า เพราะเท่าที่รู้มาจากคุณชายหมอ ท่านชายเองก็แทบกินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อรู้อาการของคุณชายสอง

 

                “ห.. หายดีแล้วครับท่านพ่อ” คุณชายที่เป็นเป้าการสนทนาพูดเสียงเบา

 

                “ก็ดี แล้วช่วงที่ไปอยู่โน่นมีปัญหาอะไรไหม” ประมุขของเทววงศ์ถามต่ออย่างไม่อ้อมค้อม เมื่อมาถึงคำถามนี้ ทุกสายตาบนโต๊ะอาหารก็หันมามองยังดั่งเพลิง

 

                “เอ่อ.. ท่านพ่อไม่ต้องห่วงนะครับ สองเขากินอิ่มนอนหลับดีไม่ต่างจากอยู่เทววงศ์” ดั่งเพลิงตอบแทนคุณชายสอง คนตัวผอมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จึงหันไปมองตาม โชคยังดีที่คุณชายสองไม่ได้ปริปากบ่นอะไรต่อหน้าผู้ใหญ่

 

                “ก็ดี” ท่านชายภพว่าพลางเอื้อมมือไปลูบผมลูกชายคนรองไปพลาง ราวกับจ่าฝูงสิงโตหวงลูกไม่มีผิด ดั่งเพลิงเองลอบถอนหายใจน้อย ๆ เมื่อพ่อตาของตนไม่ได้ถามอะไรมาก ก็รับปากไปแล้วว่าจะดูแลหากมีอะไรขาดตกบกพร่องทางเทววงศ์ไม่เอาเขาตายเลยหรือ

 

                “ตายจริง สองทำไมดูกินเยอะขนาดนั้นล่ะลูก” หม่อมผกาเอ่ยปากทักขึ้นเมื่อเห็นว่าคุณชายสองขอข้าวเพิ่มกับสาวรับใช้ 

 

                “นั่นสิ ปกติเจ้าสองกินข้าวยังกับแมวดม” คุณชายหมอมองจานข้าวของน้องชายคนรองแล้วหัวเราะ

 

                “สองไม่ใช่แมวเสียหน่อย” คุณชายสองบ่นอุบอิบ แต่ดูท่าว่าจะไม่มีใครในโต๊ะอาหารเห็นด้วยกับข้อนี้ ดั่งเพลิงก็เช่นกัน

 

                “นี่ครับ” ดั่งเพลิงเอื้อมมือไปหยิบจานปลากะพงทอดและทอดมันปลามาให้คุณชายสองได้ตักง่าย ๆ เพราะสังเกตมาสักพักแล้วว่าอาหารสองจานนี้ไม่มีคนอื่นกินเลย มีเพียงคุณชายสองเท่านั้นที่ตักเอา ๆ เขาตีความไปเองว่าอาหารสองจานนี้ทำมาเพื่อคุณชายสองโดยเฉพาะ และเมื่อเงยหน้าไปสบตาคุณชายหมอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและคุณชายหมอก็ส่งยิ้มมาให้ ทำให้ดั่งเพลิงค่อนข้างมั่นใจ

 

                “เช่นนี้พี่ชายสองจะกลับมานอนที่วังไหมครับ สักคืนสองคืนก็ยังดี” คุณชายสามพูดขึ้นบ้าง เด็กหนุ่มหันไปมองบิดาเพื่อขอให้สนับสนุนความคิดของตน

 

                “นั่นสิ นอนสักคืนจะเป็นไรไป วันพรุ่งค่อยให้เพลิงมารับก็ได้” ท่านชายภพพยักหน้าเห็นด้วยกับบุตรชายคนเล็ก เพราะใจเองก็คิดถึงคุณชายสองเหมือนกัน

 

                ” คุณชายสองหันไปมองหน้าดั่งเพลิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

 

                “ถ้าให้เจ้าสองนอนที่วังคืนนี้คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับคุณเพลิง” คุณชายหมอย้ำถามดั่งเพลิงอีกครั้ง

 

                “ครับ” ดั่งเพลิงพยักหน้าตอบเสียงเรียบ นึกหงุดหงิดใจเล็ก ๆ กับรอยยิ้มที่ดูเหมือนมีอะไรแฝงอยู่ส่งมาให้ ไม่รู้ทำไมคุณชายหมอดูเหมือนจะรู้ทันเขาไปเสียหมด แต่จะทำอย่างไรได้ถ้าเทววงศ์มองว่าเขามีประโยชน์เพียงเท่านี้ คืนนี้ก็ให้คุณชายสองได้นอนที่วังกับครอบครัวจะดีเสียกว่า

 

                เมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว ดั่งเพลิงจึงกล่าวลาท่านชายภพและหม่อมผกา รวมถึงสองพี่น้องเทววงศ์อย่างคุณชายหมอและคุณชายสามเพื่อกลับไปบ้านของตัวเอง เขาให้เหตุผลว่าคงอยู่ดึกไม่ได้เพราะต้องออกไปคุมงานที่ท่าเรือช่วงเช้ามืด

 

                ขณะที่ดั่งเพลิงเดินออกไปยังนอกตัวบ้าน คุณชายสองที่ลอบมองอยู่จากตรงระเบียงโถงเงียบ ๆ ก็แอบถอนหายใจ ไม่รู้ความรู้สึกผิดและว่างเปล่านี้มันคืออะไรกันแน่

 

                “ไหนเจ้าตัวดี มาให้พี่กอดหน่อย เป็นอย่างไรบ้าง” คุณชายวัชระที่ยืมมองอากัปกิริยาของน้องชายอยู่ก็พูดขึ้น จากนั้นจึงผายมือรอการสวมกอดจากคุณชายสอง

 

                “สองปกติดี ไม่เห็นต้องห่วงกันเลย” คนเป็นน้องหันไปตอบพี่ชาย จากนั้นจึงสวมกอดคุณชายหมอแน่น

 

                “เจ้าสองเอ๋ย” ผู้เป็นพี่บ่นขึ้นพลางลูบหัวน้องชายที่อยู่ในอ้อมกอด ไม่ว่านานเท่าไรคุณชายสองก็ยังดูเป็นเด็กน้อยของเขาอยู่ดี

 

                “สองคิดถึงทุกคนนะครับ”

 

                พี่น้องทั้งสองกอดกันกลม คุณชายหมอไม่ได้พูดอะไรมากนักเพราะรู้ว่าถ้าพูดมากกว่านี้น้องชายอาจจะกลายเป็นเด็กขี้แยอีกรอบ เขาทำได้แค่ลูบหัวลูบหลังน้องชายไปมาเท่านั้น

 

                “อ้าว มีอะไรหรือเปล่าครับ” คุณชายหมอเมื่อเห็นชายผู้มาใหม่เดินขึ้นมาตรงบันไดก็เอ่ยปากทักขึ้น แล้วถอนกอดจากคุณชายสอง

 

                “เอ่อ.. ผมมาลองคิดอีกทีดูแล้ว” ดั่งเพลิงกระแอมเล็ก ๆ เมื่อเห็นภาพเมื่อครู่ เขาเดินตรงเข้ามาใกล้สองพี่น้องเทววงศ์แล้วพูดกับคุณชายหมอด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

                

 

                “ผมคิดว่าจะขออนุญาตนอนที่วังกับคุณชายสองน่ะครับ”

 

                “ในฐานะสามีสินะครับ” คุณชายหมอย้ำถาม

 

                “ครับ” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางมองไปยังคุณชายสองที่มีน้ำตาซึมอยู่ตรงหางตาเล็ก ๆ

 

                “ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องขออนุญาตผมหรอก ถามเจ้าสองดีกว่า” คุณชายหมอพยักพเยิดหน้าไปทางน้องชาย ให้คุณชายสองได้ตัดสินใจเอาเอง

 

                “สอง..

 

                

 

                “ว่าอย่างไร ถ้าไม่พี่ก็จะขอให้คุณเพลิงมารับเราพรุ่งนี้นะ” ผู้เป็นพี่ยิ้มกว้าง

 

               

 

                คุณชายอนิละไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินตรงไปจับข้อมือของดั่งเพลิงให้มาหาตน เมื่อเห็นดังนั้นดั่งเพลิงก็ยิ้มกว้างทันที เพราะดูเหมือนว่าคุณชายสองจะอนุญาตให้ตนนอนด้วยแล้ว

 

                “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมให้คนนำชุดนอนของผมมาให้คุณเพลิงแล้วกันครับ ประเดี๋ยวผมเองก็จะไปเข้าเวรที่โรงพยาบาลแล้วขอตัวก่อนนะครับ เจอกันวันพรุ่งนะ” คุณชายหมอพยักหน้าเข้าใจ เขาเดินไปลูบผมน้องชายสองสามทีแล้วขอตัว ปล่อยให้ทั้งสองได้ใช้เวลาเพียงลำพัง

 

                “นอนบนเตียงได้นะ” คุณชายสองพูดกับดั่งเพลิง ขณะที่เปิดประตูเดินนำอีกฝ่ายเข้ามายังห้องนอนของตนเอง

 

                “ทำไมกันนะ” ดั่งเพลิงพูดเบา ๆ ขณะปิดประตู

 

               

 

                “พี่ไม่อยากห่างสองเลย” 


                ชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาสวมกอดคุณชายสองจากทางด้านหลัง จากนั้นจึงกระซิบบอกที่ข้างหูของคนในอ้อมกอด แขนแกร่งล็อคตัวคุณชายสองเอาไว้ราวกับกลัวว่าคุณชายจะสลายหายไป

 

                “สองก็อยากอยู่กับพี่เพลิงเหมือนกัน..คุณชายสองกล่าวแล้วหมุนตัวไปซบหน้าที่หัวไหล่ของดั่งเพลิง

 

#มนต์วิฬาร์

 

TALK

สวัสดีค่ะ ชิววี่นะคะ ช่วงนี้ก็จะเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ นิดนึง เพราะเริ่มมีเวลามากขึ้นแล้ว ช่วงที่หายไปก็ทำบำเพ็ญประโยชน์และย้ายบ้านมาค่ะ ฮ่า ๆๆ

 

ใช่ค่ะ มนต์วิฬาร์ตอนนี้ก็จะหวานมากหน่อย ๆ เพราะตอนนี้คุณดั่งเพลิงของเราเริ่มจะจีบคุณชายสองจริงจังแล้ว เดี๋ยวก็ทำอาหารให้ เดี๋ยวก็พากลับบ้าน แถมพอเขาจะไม่อยู่ด้วยก็ไม่อยากจากเขาไปอีก ไม่รู้ทนไหวมาได้ไงตั้งนานสองนานในเมื่อของใกล้ตัวน่ารักถึงเพียงนี้ ซึ่งชื่อตอนว่า ไออุ่น นั้นหมายถึงไอความร้อนที่ร่างกายได้สัมผัสกันค่ะ และแน่นอนตอนนี้คงไม่มาเปล่า ๆ แต่เราทิ้ง hint ไว้ให้ทายกันเล่น ๆ เหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะยากนะคะ ดังนั้นก็จะไม่ใบ้นะ ฮ่า ๆ

 

สำหรับตอนนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ค่ะ อาจมมีบางช่วงเราจะไปอัพอีกเรื่องนึงถี่ ๆ หน่อยเพราะอยากให้ไทม์ไลน์สองเรื่องใกล้เคียงกันนะคะ และหวังว่าตอนนี้จะทำให้หายคิดถึงดั่งเพลิงและชายสองได้บ้าง ขอบคุณนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.626K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #14032 barxjelly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 20:17
    กลับมาอ่านใหม่5555 คิดถึงมากๆ
    #14,032
    0
  2. #14029 iampearrr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 14:11
    🥺🥺 น่ารัก
    #14,029
    0
  3. #14007 งาม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 12:49

    น่านักมาก แบ่บมากๆ ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาไปอีกขั้นแล้วฮืออ ใจคนเป็นแม่อย่างเราน่ะ ปรื้มปริ้ม

    #14,007
    0
  4. #13995 mumin2525 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 14:07
    โอ้ยยแม่จ๋าาาาา แลงจีงงง เขินนนนนนน
    #13,995
    0
  5. #13984 lv.skmag (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 12:47
    กรี้ดดดดด
    #13,984
    0
  6. #13981 PaL_____NO1025 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 23:45

    เรามาตายซ้ำตายซากอยู่แถวๆนี้แหละค่ะ ความรักเค้าก่อตัวเมื่อไหร่เราก็เขินจนทนไม่ไหวตลอดเลยยย

    #13,981
    0
  7. #13963 your baby girl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 04:46
    แงงงงขิตแร้ววว คนอ่านขิตแร้ววว
    #13,963
    0
  8. #13948 brunette_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:22
    เกียมนมผงรับหลาน
    #13,948
    0
  9. #13922 BeautybabyIce (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 12:15
    เหม็นความรักได้รึยังคะจุดนี้ แหมมมมมมมมมมมมม หลานป้าจะมาแล้วมัังงงง
    #13,922
    0
  10. #13913 peachypoy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 05:00
    ตะหมูกบาน บรรยากาศแบบนี้ดีตังเลยคั้บ;-;
    #13,913
    0
  11. #13893 sprimmm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 20:57

    ชายสองต้องท้องแล้วจังหวะนี้ แต่บทนี้เขินจริงค่ะ น้วยไปหมด

    #13,893
    0
  12. #13865 choopp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:34
    แอ้แงคุณไรท์ทิ้งท้ายอะไรไว้คะเนี่ยยยย ทางนี้นังไม่พร้อมรับแรงกระแทกใดๆน้าค้า
    #13,865
    0
  13. #13835 Siwaphonnnn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 17:49
    กรีฟีฝหสนห่พสหนตด
    #13,835
    0
  14. #13822 ㄹㅣn [ซิน] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:08

    น่ารักจังเลยบ้าจริง! หยุดยิ้มไม่ได้เลยยยย
    #13,822
    0
  15. #13806 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:46
    น่ารักมากกกกก
    #13,806
    0
  16. #13762 Kanyw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 02:13
    เขินมากแม่ กินเยอะเพราะจะมีเบบี๋สิน้า ~
    #13,762
    0
  17. #13729 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 12:56
    เขินนนๆๆ
    #13,729
    0
  18. #13701 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 16:59
    บ้าเอ๊ยยยยยยย น้องกินปลามากขึ้นเพราะจะมีลูกแมวแล้วแน่ๆ ;______; บ้าเอ๊ยเราหยุดยิ้มไม่ได้เลย
    #13,701
    0
  19. #13697 jaokhonfull_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 02:29

    อ่านกี่ทีก็เขิน ฮือออออ

    #13,697
    0
  20. #13687 KrisYeol xx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 19:04

    น้องจะมีลูกแมวน้อยๆ รึเปล่านะ งือ ฮือ เค้าหวานกันขนาดนี้คนอ่านสังเกตการณ์ไม่ไหวแล้วววค่ะ ฮือ มีความสุขที่ได้อ่านจนไม่อยากอ่านเร็ว ค่อยๆ อ่านซึมซับตัวอักษรมากเลย ฮือ

    #13,687
    0
  21. #13684 AdiOzTHELF (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 14:48
    ชายสองทำไมน่ารักจังเลยยยยยยย พี่เพลิงก็อบอุ่นเก่งงงงง
    #13,684
    0
  22. #13660 MAYMAY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 06:56
    แง้ น่ารักกันมากมาก ได้นอนด้วยกันแบบดีดีซะที
    #13,660
    0
  23. #13632 • Doctorสกั๊ง' ' (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:39
    อุแงง เขินมากๆๆๆอห
    #13,632
    0
  24. #13630 Strawberrybunny (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:31
    โอ้ยยยตายยยยย พอวางทิฐิ ปากไม่เเข็งเเล้ว โคตรน่ารักเลยเเม่เอ้ยยน
    #13,630
    0
  25. #13596 Midories (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 00:53
    เดวเบบี๋ก็มาาา หุๆ
    #13,596
    0