มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 13 : บทที่ ๑๓ : ลมหอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61,986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,004 ครั้ง
    23 มิ.ย. 61

มนต์วิฬาร์
บทที่ ๑๓ : ลมหอม

 

                คุณชายอนิละลอบมองแผ่นหลังของดั่งเพลิงที่ยืนหันหลังปล่อยให้ตนสวมใส่เสื้อผ้า เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงเหยียดตัวพิงกับหัวเตียง มือเรียวควานหาหมอนหนุนที่ใกล้ที่สุดขึ้นมากอดแน่น คนตัวเล็กสะบัดหัวเล็กไล่ความเขินอายจากเรื่องเมื่อคืนก่อนออกไป ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าถึงจะไล่ความเขินอายออกไปได้ แต่ประโยคที่ดั่งเพลิงพูดกับตนเมื่อคืนยังคงตราตรึงอยู่ในหัว

 

                “เสร็จแล้ว” คุณชายสองเอ่ยปากอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ดั่งเพลิงที่ยืนหันหลังอยู่เมื่อได้ยินดังนั้นจึงหันหน้ามาหาคนที่นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับถาดอาหาร

 

                “ข้าวต้มปลากับยาแก้ไข้ครับ” เจ้าของร่างกายกำยำลากเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งมานั่งข้างเตียง จากนั้นจึงวางสำรับอาหารกับหน้าตักของตน

 

                “ขอบคุณครับ” คนตัวผอมกว่าพยักหน้ารับแล้วลดหมอนหนุนลงมายังตัก แล้วยื่นมือไปขอถาดอาหารจากดั่งเพลิง

 

                “ให้ป้อนไหม” ดั่งเพลิงถาม เขาซ่อนใบหน้าหล่อที่บูดเบี้ยวจากความกังวลเอาไว้แทบไม่อยู่ แม้ว่าจะเคยหลับนอนกับคนอื่นมาบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเองต้องมานั่งเฝ้าอีกคนหลังตื่นนอน เขาเองจึงทำอะไรไม่ค่อยจะถูกนัก

 

                “ไม่เป็นไร วันนี้ไม่ไปทำงานหรือ” คุณชายสองเมื่อเห็นว่าดั่งเพลิงไม่ยกถาดอาหารมาให้ตนสักที จึงเอื้อมมือไปหยิบมันมาไว้บนหมอนหนุนของตนเอง

 

                “ประเดี๋ยวสาย ๆ ก็ว่าจะไปที่ท่าเรือครับ” ดั่งเพลิงตอบ พอเห็นว่าอีกฝ่ายพอจะดูแลตนเองไหวก็นึกได้ว่าตนคงต้องไปสะสางงานของตนเองเหมือนกัน เนื่องจากช่วงเวลาที่คุณชายสองฮีทนั้นตนเองก็ลางานไปเกือบครึ่งสัปดาห์

 

                “งั้นหรือ” คนตัวผอมพูดในลำคอพลางตักข้าวต้มเข้าปาก ดวงตากลมหลุกหลิกไปมาอย่างใช้ความคิด

 

                “ท่าจะอร่อยนะครับนั่น ตักเอา ๆ ระวังลวกปาก” อันฬาหนุ่มคลายความเครียดแล้วยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมัวแต่ก้มหน้ากินข้าวต้มทั้ง ๆ ที่ใบหูขึ้นสีแดงแจ๋ 

 

                “ข้าวต้มนี่นายทำหรือ”

 

                “รู้ด้วยหรือครับ” ดั่งเพลิงเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ

 

                “เห็นคุยโวว่าอร่อยแค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่านายเข้าครัวทำเอง” คุณชายสองพูดพลางใช้ช้อนเขี่ยชิ้นปลาในชามไปพลาง

 

                “ทานเยอะ ๆ นะครับ จะได้แข็งแรง ฤทธิ์เยอะเหมือนก่อน” ชายหนุ่มกล่าวแล้วเอียงคออย่างติดกวน

 

                “ให้เดินลงไปส่งไหม” คุณชายสองถามเสียงเบาจนดั่งเพลิงเกือบไม่ได้ยิน

 

                “ว่าอย่างไรนะครับ”

 

                “ก็ถ้าไปทำงาน..” คุณชายสองพูดขาดช่วงทันทีเมื่อสบตากับดั่งเพลิงที่รอตนให้พูดจบ

 

               

 

                   “จ.. จะลงไปส่ง แลกกับที่ทำข้าวต้มให้สองทานอย่างไรล่ะ!

 

                “ในทีแรกก็คิดว่าจะไปทำงาน แต่คิดอีกทีกระผมอยู่กับคุณชายดีกว่า” ดั่งเพลิงยกแขนขึ้นมาเท้าคางมองคุณชายสองอย่างรู้สึกสนใจ

 

               

 

คุณชายสองได้ยินดังนั้นก็ทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น กลับฝืนตนให้จดจ่อกับชามข้าวต้มตรงหน้าแทน ดั่งเพลิงเองก็ไม่อยากรบกวน จึงปล่อยให้คุณชายสองทานอาหารเช้าเงียบ ๆ โดยที่มีตนเองนั่งมองอยู่ ชายหนุ่มมีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทานข้าวต้มที่ตนทำจนเกลี้ยง ต่างจากวันอื่น ๆ ในช่วงที่ฮีทลิบลับ เพราะช่วงนั้นคุณชายสองทานอาหารเหมือนกับแมวดมก็ว่าได้

 

“ทานเสร็จแล้วก็นอนพักนะครับ หากมีอะไรก็เรียกหาได้” ดั่งเพลิงลุกขึ้นเต็มความสูงในมือมีถาดอาหารอยู่ในมือ บนถาดอันประกอบไปด้วยชามข้าวต้ม แก้วน้ำรวมถึงแก้วยาอันเล็กที่คุณชายสองกินมันจนหมดเช่นกัน

 

“อืม ขอบคุณ ค.. ครับ” คุณชายสองมองดั่งเพลิงไปครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวขอบคุณ เมื่อเห็นดังนั้นดั่งเพลิงก็เดินออกจากห้องไป

 

น่าเสียดายที่ดั่งเพลิงไม่ทันเห็นว่าเจ้าแมวดำห่มผ้าห่มพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

ดั่งเพลิงลงมาถึงชั้นล่าง ชายหนุ่มส่งต่อถาดอาหารทานแล้วให้กับจวง สาวรับใช้ไปจัดการต่อ ขณะนี้สถานการณ์ในบ้านเกริกวานิชกลับมาเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่รุ่งสางดั่งเพลิงอนุญาตให้เหล่าคนรับใช้เข้ามาทำงานและปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคนในตัวบ้านได้ เขาเองก็พอจะรู้ว่าพวกคนใช้คงกระซิบกระซาบกันเรื่องที่จู่ ๆ คุณชายสองก็หายฮีทเป็นแน่ แต่เขาเองก็ไม่ได้สนใจมากนักเพราะก็รู้อยู่แก่ใจ ไม่ว่าคนใช้จะตีความเรื่องที่เกิดขึ้นไปในทางใดล้วนก็เป็นความจริงทั้งนั้น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปตามธรรมชาติของมันเอง

 

ริ๊ง กริ๊ง เสียงกริ่งจากโทรศัพท์หมุนแป้นดังขึ้นจากห้องโถงกลางของบ้าน ดั่งเพลิงยกมือปรามคนรับใช้ที่กำลังจะเดินไปรับสายว่าตนจะรับเอง ขายาวของเขาก้าวไปไม่กี่ก้าวจากครัวก็ถึงตัวโทรศัพท์เครื่องใหญ่โดยเร็ว

 

“สวัสดีครับ ดั่งเพลิงพูดสาย” เขากล่าวกับปลายสาย

 

อรุณสวัสดิ์ครับคุณเพลิง เสียงทุ้มกล่าวทักทายทันทีเมื่อดั่งเพลิงพูดจบ

 

“โทรมาเช็คอาการน้องชายสินะครับคุณชายหมอ” ดั่งเพลิงแค่นยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงจากปลายสาย เขาไม่ได้แปลกใจเลยที่อีกฝ่ายจะเป็นคุณชายหมอวัชระ เพราะตลอดหลายวันมานี้คุณชายหมอมักจะโทรมาสอบถามอาการน้องชายกับเขาเสมอ

 

ครับ ชายสองเป็นอย่างไรบ้างครับวันนี้

 

“หายจากอาการฮีทแล้วครับ กำลังพักผ่อนอยู่ด้านบน” ดั่งเพลิงพูดเสียงเรียบ

 

‘…’

 

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลคุณชายสองอย่างดี” ดั่งเพลิงเมื่อรู้สึกได้ว่าคุณชายหมอนิ่งเงียบไป จึงออกปาก

 

ขอโทษนะครับคุณเพลิง ผมขอถามข้อหนึ่งได้หรือไม่ครับ ไม่นานปลายสายก็ถามกลับมา

 

“ถามมาครับ”

 

คุณได้น็อทกับชายสองหรือไม่ครับ เสียงทุ้มถามเขาอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีการขัดเขินใด ๆ คงเพราะวิชาชีพของคุณชายหมอจึงทำให้การพูดเรื่องดังกล่าว เปรียบดังการสอบถามอาการคนไข้ทั่วไป

 

“ตามที่คุณชายหมอบอกนั่นล่ะครับ ผมเพียงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ” แม้จะประหลาดใจกับคำถามที่ตรงไปตรงมาของคุณชายหมอ แต่ดั่งเพลิงก็ตอบกลับไปอย่างไม่ต้องการปิดบัง

 

‘…’

 

“หวังว่าจะไม่โกรธกันนะครับ” ดั่งเพลิงจงใจใช้น้ำเสียงชวนโมโหเล็กน้อยเป็นการเอาคืนคุณชายหมอเพื่อสื่อถึงการขบถเล็ก ๆ แท้จริงแล้วหากกาฬวิฬาร์ฮีท อันฬาเพียงแค่ช่วยเติมเต็มก็พอ ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นต้องน็อท

 

เขาห้ามมันไม่ได้

 

เขาน็อทกับคุณชายสองไปแล้ว

 

ผมไม่มีสิทธิ์โกรธหรอกครับ ในเมื่อคนต้นคิดคือตัวกระผมเอง อ้อ  อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านพ่อให้โทรมาเชิญคุณเพลิงและเจ้าสองไปทานอาหารที่วัง คืนวันพรุ่ง ไม่ทราบจะสะดวกหรือไม่ครับ คุณชายหมอถอนหายใจเล็ก ๆ แล้วจึงกล่าวร่ายยาว

 

“ยินดีครับ เพียงแต่อย่าริบภรรยากระผมคืนก็พอ” ดั่งเพลิงตอบกลับไปสาย ไม่แปลกใจนักหากเทววงศ์ต้องการจะพบคุณชายอนิละ แต่ก็อดนึกไม่ได้ว่าหลังจากคุณชายสองฮีทแล้ว ครอบครัวฝั่งนั้นจะปฏิบัติกับตนอย่างไร

 

ถือว่าตกลงนะครับคุณเพลิง หวังว่าจะได้พบกันคืนวันพรุ่งครับ ปลายสายหัวเราะน้อย แล้วจึงกล่าวตัดบท 

 

“สวัสดีครับพี่ภรรยา”

 

ชายหนุ่มกล่าวแล้วจึงวางหูโทรศัพท์ลง จากนั้นเขาก็เผลอยืนเหม่อไปครู่นึง แล้วหยิบภาพสาวสวยในชุดกี่เพ้า ซึ่งวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะวางโทรศัพท์ขึ้นมาเพ่งพินิจด้วยแววตาเศร้า

 

คิดถึง..

 

ผมจะทำอย่างไรดี..

 

แต่แล้วดั่งเพลิงก็รู้สึกได้ถึงสายตาบางอย่าง เขาเงยหน้ามองขึ้นไปยังคนตัวผอมที่แอบมองตนจากด้านหลังระเบียงชั้นบนอย่างคาดโทษ คุณชายสองเมื่อเห็นว่าดั่งเพลิงมองมาหาตนก็รีบหลบไปอยู่ด้านหลังเสาต้นใหญ่ทันที

 

“ไหนว่าจะนอนพักผ่อนอย่างไรล่ะครับ หายดีแล้วหรือ” ดั่งเพลิงวางภาพในมือแล้วตะโกนขึ้นไปถามยังคนที่อยู่ระเบียงชั้นบน

 

” ไม่มีเสียงขานรับจากคุณชายสอง ดั่งเพลิงลอบเห็นว่าเงาเล็กเริ่มขยับเขยื้อนพร้อมหนีกลับเข้าห้องนอน

 

“ลงมาเดี๋ยวนี้นะครับ อย่าให้ขึ้นไปหา!” ชายหนุ่มพูดเสียงดุโดยไม่รู้ตัว เขาหงุดหงิดใจไม่น้อยเมื่อเห็นคุณชายสองออกมาป้วนเปี้ยน ทั้งที่เมื่อเช้ายังเห็นว่าขาสั่นอยู่เลย

 

คุณชายสองเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจึงยอมลงมาหาดั่งเพลิงแต่โดยดี คนตัวผอมในชุดนอนสีฟ้าก้มหน้างุด เมื่อลงมาประจันหน้ากับดั่งเพลิงที่ชั้นล่าง

 

“ทำไมนายต้องดุด้วย” คนตัวผอมเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตากับดั่งเพลิง

 

“กระผมบอกให้คุณชายพักผ่อนแต่คุณชายก็ดื้อเดินเหินไปมานี่ครับ” ชายหนุ่มร่างสูงกอดอกอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายดื้อไม่ยอมฟังคำพูดของตน

 

“ลงมาเอาหนังสือ เห็นนายคุยโทรศัพท์อยู่เลยไม่อยากรบกวน”

 

“งั้นนั่งตรงนี้ก่อนนะครับ ชื่อเรื่องอะไรเดี๋ยวกระผมไปหยิบมาให้” ดั่งเพลิงถอนหายใจแล้วจูงมือเรียวของคุณชายสองไปนั่งยังโซฟาในห้องโถง

 

“เดี๋ยวจวงไปเอามาให้ก็ได้เจ้าค่ะ อุ่ย ขอโทษเจ้าค่ะ” สาวรับใช้พูดพรวดขึ้นมาอย่างเสียมารยาท ทำให้ดั่งเพลิงต้องหันไปทำหน้าดุใส่

 

“พี่จวง!” คุณชายสองยิ้มร่าเมื่อเห็นสาวรับใช้ประจำบ้านที่ตนรู้สึกสนิทใจ ดั่งเพลิงเองก็อดที่จะเลิกคิ้วสูงไม่ได้กับคำสรรพนามที่คุณชายสองใช้กับคนรับใช้ของตน

 

“เล่มปกเขียวใช่ไหมเจ้าคะ จวงจำได้ คุณชายรอสักครู่นะเจ้าคะ ประเดี๋ยวจวงจะไปนำมาให้” สาวใช้หันไปยิ้มกับคุณชายแมวน้อยของเจ้าหล่อนโดยลืมดั่งเพลิงไปเสียสนิท เมื่อเห็นว่าคุณชายสองพยักหน้าให้ก็รีบแจ้นไปยังห้องนั่งเล่นที่มีหนังสือเล่มนั้นทันที

 

“ขอบใจนะครับ” ชายสองกล่าวไล่หลังสาวใช้ แต่พอหันไปเจอกับใบหน้าของดั่งเพลิง คนตัวผอมก็ทำหน้ามุ่ยใส่อย่างไม่สบอารมณ์

“ไปไหนก็มีแต่คนเอาอกเอาใจนะครับ” ดั่งเพลิงพูดลอย ๆ

 

“ได้หนังสือแล้วจะขึ้นไปห้องนอน” คุณชายสองตอบกลับเสียงเบา

 

“เมื่อครู่พี่ชายหมอโทรศัพท์มาเชิญไปรับประทานอาหารที่วังเทววงศ์ อยากไปหรือไม่ครับ” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งยังโซฟาฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีสบาย ๆ

 

“กลับวังเหรอ!” ดวงตากลมสุกสกาวด้วยความปรีดาทันทีที่ดั่งเพลิงพูดจบ คุณชายสองยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันเขี้ยวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่

 

“แต่มีข้อแม้ครับ” แน่นอนว่าดั่งเพลิงเองไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่าย เขาเอ่ยปากต่อรองทันที

 

“ม.. มีข้อแม้อะไรอีก” เจ้าของรอยยิ้มกว้างเมื่อครู่ถึงกับหุบยิ้มทันที

 

“กระผมคิดว่าเราควรจะคุยเรื่องนี้อย่างจริงจังได้แล้ว เรื่องลำดับอาวุโสน่ะครับ” ดั่งเพลิงยิ้มกว้างแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาวางประสานกัน สายตาคมมองตรงไปยังคุณชายสองที่มองกลับมาจากฝั่งตรงข้าม

 

“จะให้ทำอะไร”

 

“กระผมเกิดก่อนคุณชายสองก็หลายปี เหตุใดจึงไม่เรียกพี่ให้ชินปากล่ะครับ” ดั่งเพลิงออกปากตั้งคำถามก่อน เขาใช้โทนเสียงสบาย ๆ ในการเจรจา เพราะเริ่มจับทางได้ว่าคุณชายสองนั้นมักจะฟังหากตนเลือกพูดอย่างประนีประนอม

 

“มันยังไม่ชินปาก กำลังปรับตัว” คนตัวผอมก้มหน้ามองพื้นแล้วกล่าวอย่างอ้อมแอ้ม

 

“เรียกให้ชินเสียสิครับ เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันนะ” เจ้าของร่างสูงกล่าว

 

“จะไม่ใช่คนอื่นคนไกลได้อย่างไร สองไม่ยักรู้เรื่องของนายจากปากนายบ้างเลยเหมือนกัน” คุณชายอนิละตัดพ้อแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง คำพูดของดั่งเพลิงอดทำให้คนตัวผอมอยากยอกย้อนไม่ได้ เพราะเรื่องทั้งหมดของดั่งเพลิงที่คุณชายสองรู้นั้นก็มาจากปากคนอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเรื่องไวน์ แผ่นเสียงหรือแม้กระทั่งการทำงาน

 

ผู้หญิงที่อยู่ในภาพนั่นอีก

 

ไม่ใช่ไม่เห็น

 

แค่แกล้งทำเป็นไม่เห็น

 

ดั่งเพลิงได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิดไปชั่วครู่ ชายหนุ่มถอนหายใจกับความดื้อด้านของอีกฝ่ายที่ไม่รู้จะไปจบที่ตรงไหน แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้โกรธอะไร

 

“เรากำลังพูดเรื่องลำดับอาวุโสอยู่ไม่ใช่หรือครับ”

 

“คุณชายเจ้าขา หนังสือเจ้าค่ะ จวงหยิบมาสองเล่มเพราะอ่านไม่ออก” สาวใช้รีบลนลานคลานเข่ามาหาคุณชายสองที่นั่งก้มหน้าอยู่ จากนั้นเจ้าหล่อนก็ยื่นหนังสือปกเขียวทั้งสองเล่มให้กับคุณชาย

 

“เล่มนี้ล่ะพี่จวง ถูกแล้ว สองขอตัวไปพักผ่อนนะ” คุณชายสองรับหนังสือมาอย่างลวก ๆ จากนั้นจึงเดินขึ้นบันไดไป ท่าทางการเดินที่เหมือนจะล้มทำให้ดั่งเพลิงอยากจะเข้าไปประคองเสียหลายครั้งแต่ทิฐิของเขาก็มีมากเสียเหลือเกิน จึงปล่อยให้คุณชายสองเดินขึ้นห้องไป

 

“คุณเพลิงเจ้าขา อย่าดุคุณชายแมวน้อยนักเลยเจ้าค่ะ วัน ๆ เธออยู่แต่บ้าน ไม่ได้ไปไหนก็น่าสงสารมากพออยู่แล้วนะเจ้าคะ” สาวรับใช้ที่นั่งมองคุณชายสองเดินขึ้นห้องไปหันไปกล่าวกับดั่งเพลิง

 

“คุณชายแมวน้อยของจวงก็ดื้อด้านเสียจริง ยังไม่ทันคุยกันให้จบก็หนีปัญหาเสียแล้ว” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินแยกไปยังห้องนั่งเล่นของตนที่บัดนี้ตนได้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นห้องทำงานที่บ้านชั่วคราว

 

“นี่ก็หนีปัญหาเหมือนกันไม่ใช่หรือ เฮ้อ” สาวรับใช้บ่นอุบกับตนเองเบา ๆ ด้วยความกังวลใจกับความสัมพันธ์ของนายน้อยทั้งสองที่ไม่เหมือนคนที่ผ่านเรื่องราวมาด้วยกันสักนิด

 

 


                ดั่งเพลิงยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าระเกะระกะให้เข้าที่ เขามัวแต่ตรวจสอบเอกสารของบริษัทจนลืมเวลากว่าจะรู้ตัวว่าพลบค่ำแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็นเสียแล้ว ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งยังโต๊ะอาหารแล้วมองไปยังที่นั่งด้านข้างที่ไม่มีสำรับจัดเตรียมอยู่

 

                “คุณชายสองรับประทานอาหารแล้วใช่ไหม” ดั่งเพลิงหันไปถามยังผู้รับใช้ที่ตักข้าวให้กับตน

 

                “ป้าเห็นจวงมันเอาอาหารไปให้ที่ห้องตั้งแต่หัวค่ำแล้วนะเจ้าค่ะ ป่านนี้คุณชายเธอคงหลับปุ๋ยไปแล้ว” สาวรับใช้วัยชรากล่าวพลางจัดจานให้กับเจ้านาย

 

                “ฉันก็ลืมไป นี่ก็จะสามทุ่มแล้ว ขอบใจมากนะป้า ประเดี๋ยวค่อยมาเก็บตอนเช้าเอาก็ได้ ไปนอนเถอะ” ดั่งเพลิงออกคำสั่งจากนั้นก็หันไปง่วนกับการทานอาหารมื้อดึกต่อ

 

                ดั่งเพลิงเดินล้วงกระเป๋าแล้วใช้สันมือสับต้นคอของตนเล็กน้อยระหว่างเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตนเอง ชายหนุ่มหยุดชะงักมองไปยังภาพหญิงสาวในชุดกี่เพ้าชั่วครู่แล้วยกยิ้มน้อย ๆ จากนั้นก็เดินขึ้นชั้นบนไป

 

                เขาค่อย ๆ เปิดประตูห้องอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง เกรงจะรบกวนคุณชายสองหากว่าคุณชายเข้านอนแล้ว แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูไป ไฟในห้องก็ยังเปิดสว่างอยู่ อีกทั้งยังเห็นคุณชายสองที่กำลังนอนอ่านหนังสือปกเขียวเมื่อตอนกลางวันอยู่เช่นกัน

 

                เมื่อเห็นว่าดั่งเพลิงเข้ามาในห้อง คุณชายสองก็ปรายตามองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก คุณชายตัวผอมยังคงให้ความสนใจกับหนังสือตรงหน้าเสียมากกว่า ดั่งเพลิงเองก็นึกโล่งใจที่คุณชายสองไม่ได้งอแงจากเรื่องเมื่อตอนกลางวันสักเท่าไร อาจเป็นเพราะคุณชายสองนั้นหมดช่วงฮีทแล้วก็เป็นได้

 

                “กระผมนอนที่ห้องนี้ได้หรือไม่ครับ” ดั่งเพลิงเอ่ยปากถามคนที่กำลังนอนอ่านหนังสือบนเตียง

 

                “ตามใจ” คุณชายสองให้คำตอบโดยไม่ได้หันไปมองหน้าดั่งเพลิง

 

                ดั่งเพลิงเมื่อได้รับตอบก็ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เขาหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วตรงเข้าห้องน้ำไป เมื่อทำธุระเสร็จพอออกจากห้องน้ำมาก็พบว่าคุณชายสองกลับนอนหลับคาหนังสือไปเสียแล้ว ชายหนุ่มยกยิ้มเล็ก ๆ แล้วจึงหยิบหนังสือเล่มหนาไปวางยังโต๊ะหัวเตียง จัดแจงท่าทางให้คนตัวเล็กกว่านอนอย่างสบายตัว จากนั้นเขาจึงเดินไปปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ คุณชายสองเช่นกัน

 

                “เรื่องเมื่อตอนกลางวัน ข.. ขอโทษนะ” เสียงหวานดังขึ้นจากทางด้านข้างของดั่งเพลิง ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเอะใจ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนอนหลับไปแล้วตื่นเพราะตนเองหรือยังไม่นอนกันแน่

 

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ” เสียงแหบพร่าของดั่งเพลิงพูดในความมืด

 

                “อืม”

 

                “แล้วคุณชายมีอะไรอยากรู้เกี่ยวกับตัวกระผมหรือไม่ครับ” ดั่งเพลิงตัดสินใจถามเรื่องที่ตนติดค้างไว้เมื่อตอนกลางวัน เมื่อคิดทบทวนดูแล้วการที่คุณชายอนิละยอกย้อนว่าไม่รู้เรื่องของขาจากปากเขาเองก็คงไม่ผิดนัก เพราะดั่งเพลิงเองก็ไม่ใช่คนที่จะเดินพูดเรื่องตัวเองหรือเปิดใจกับใครง่าย ๆ

 

                “ถามได้หรือ” อีกฝ่ายถามกลับมา

 

                “ครับ”

 

                “ต.. ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เห็นนายชอบมองรูป ผ.. ผู้หญิงที่ใส่ชุดกี่เพ้าบ่อย ๆ .. ใครกันเหรอ” น้ำเสียงของคุณชายสองขาดช่วงไปบางส่วน อาจเพราะคุณชายสองเองก็กลัวว่าดั่งเพลิงไม่พอใจ

 

                “ม๊าน่ะครับ แม่ของกระผมเอง สวยใช่ไหมครับ” ดั่งเพลิงได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะเล็ก ๆ เพราะไม่นึกฝันว่าคุณชายสองจะถามตนเรื่องนี้

 

                “สวยสิ สวยมาก..

                “นั่นแหน่ หึงหรือครับ”

 

                “ป.. เปล่า ทีแรกก็คิดอยู่แล้วล่ะว่าเป็นม๊านาย แค่เพียงสงสัยว่าทำไมถึงมองบ่อยนัก คิดถึงหรือ” คุณชายสองเลิ่กลั่กเล็กน้อยแล้วจึงตอบดั่งเพลิง

 

                “ครับ ม๊าเสียตั้งแต่สมัยกระผมถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำ กระผมเลยไม่มีโอกาสได้ใช้เวลากับม๊ามากนัก เมื่อก่อนกระผมน่ะไม่อยากพูดถึงม๊าด้วยซ้ำ นึกโทษท่านว่าทำไมถึงทิ้งกระผมกับป๊าไว้ หากวันนี้ท่านยังอยู่มันจะดีสักเพียงไหน แต่พอเติบใหญ่ก็ไม่รู้จะโทษคนตายไปทำไม”

 

เขาหัวเราะแห้ง ๆ นึกเสียใจกับอดีตที่ย้อนกลับไปไม่ได้ ภายในห้องอันมืดสนิทไม่มีใครรู้ว่าแววตาของดั่งเพลิงนั้นหม่นลงอย่างชัดเจนเมื่อพูดถึงมารดาผู้ล่วงลับ แต่ทว่าคุณชายอนิละกลับสัมผัสสายฝนภายในใจของดั่งเพลิงได้

 

                “รู้ไหม สองก็ไม่ชอบตาสีฟ้าของสองเหมือนกัน มันน่าเกลียด” คนตัวเล็กกว่าพูดเสียงเบา

 

               

 

                “ยิ่งเห็นมันก็ยิ่งตอกย้ำว่าสองผิดแปลกจากพี่ชายใหญ่กับชายสาม เป็นความภูมิใจให้กับท่านพ่อไม่ได้ คิดไปต่าง ๆ นานาว่าท่านพ่อไม่รัก ต.. แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งรู้ว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่รักลูกหรอก” คุณชายสองร่ายยาว

 

                ” ดั่งเพลิงไมได้ตอบอะไรเพียงแต่นิ่งเงียบรอให้อีกฝ่ายพูดให้จบ

 

                “ดังนั้น อาจฟังดูก้าวก่าย แต่ม๊าของนายท่านคงไม่อยากทิ้งนายไว้หรอก”

 

               

 

                “แค่อยากบอกไว้ เผื่อจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง นายน่ะชอบทำเป็นยิ้มไม่มีอะไร แต่ในใจก็คิดนั่นนี่”

 

                เกิดความเงียบขนานใหญ่เมื่อสิ้นคำพูดของคุณชายสอง แสงจันทร์ที่เล็ดลอดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้ดั่งเพลิงพอจะเห็นใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าที่กำลังยิ้มให้ตนราวกับเด็กซนที่รู้ทันผู้ใหญ่ แม้แสงจะน้อยแค่ไหนแต่แสงจันทร์ในดวงตาของคุณชายสองก็ทำให้ดวงตาคู่สวยส่องประกายในความมืดอยู่ดี

 

                “รู้ไหมครับ ตาของคุณชายน่ะไม่ได้น่าเกลียดหรอก หากใครจะรักเขาคงจะรักทุกสิ่งที่เป็นคุณชาย หาใช่สีตา” ดั่งเพลิงพูดขึ้นบ้าง ภาพคุณชายสองช่วงฮีทแล้วตาสีฟ้าตัดเข้ามาในหัวสลับกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่เขาหลงไหล

 

               

 

                “แค่อยากบอกไว้ เผื่อจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง” ชายหนุ่มเลียนแบบประโยคคำพูดของคุณชายสองแล้วจึงหัวเราะเบา ๆ

 

                “ข.. อบคุณครับ พี่เพลิง”

 

                “พี่นอนกอดสองได้ไหม”

 

               

 

                คุณชายสองไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเพียงนอนตะแคงหันหลังปล่อยให้ดั่งเพลิงขยับหมอนหนุนของเขามาชิดกับตน ทั้งลมหายใจและไอความร้อนทางด้านข้างหลัง ทำให้คนตัวเล็กกว่าถึงกับไปไม่เป็น คุณชายสองทำได้เพียงภาวนาไม่ให้ดั่งเพลิงได้ยินเสียงหัวใจของตนที่กำลังเต้นโครมครามเท่านั้น

 

                คนตัวหนาขยับตัวให้ชิดกับร่างของคนในอ้อมกอดเข้าไปอีก เขายกยิ้มแล้วจึงถือวิสาสะกดจูบลงไปยังต้นคอขาวซีดของคุณชายสอง

 

               ดั่งเพลิงไม่รู้เลย

 

 ไม่รู้ตัวสักนิดว่ากลิ่นดอกสายน้ำผึ้งนั้นทวีความหอมหวานมากขึ้นในทุกวัน

 


#มนต์วิฬาร์

 

TALK: สวัสดีเดือนมิถุนายนค่ะ ชิววี่นะคะ

 

ในตอนนี้เราจะมาพบกับความเป็นอยู่ของบ้านเกริกวานิชเสียส่วนใหญ่ค่ะ เหตุเพราะคุณชายสองเขายังต้องพักฟื้นก็เลยยังไม่ได้ไปไหน แต่ก็ทำให้ได้เห็นมุมอื่น ๆ ของดั่งเพลิงและคุณชายสองมากขึ้นใช่ไหมคะ คุณชายสองเองก็รักชอบเขาไปแล้ว ยิ่งมีสติจากฮีทก็ถือเป็นเด็กที่มีเหตุผลและช่างสังเกตคนนึงเลยนะ อย่างว่าความรักจะทำให้เรา bias ใครสักคนไม่ยากเลย  สำหรับเราอาจเพราะดั่งเพลิงเขาเสียแม่ไปด้วยค่ะเลยทำให้เขาติดเที่ยว ชีวิตวัยเด็กเขาไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้นเลยจำต้องตามหาสิ่งที่ขาดไป

 

หวังว่าจะได้พบกันใหม่เร็ว ๆ นี้นะคะ               

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.004K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #14034 CttTmo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 01:16
    ยิ้มอรุ่มอยู่คนเดียวตอนตี1ค่ะฮือ
    #14,034
    0
  2. #14023 iicm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 14:45
    ยัยแมวววววว พี่เพลิงหลงตาเม็ดลำไยแล้วแหละๆๆๆ น่าร้ากกกกกก
    #14,023
    0
  3. #13986 ZEE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 13:19

    แม่จ้าหนูเขินนนนน อยากได้ผู้ชายแบบพี่เพลิง บนวัดแขกจะได้แบบนี้ไหมฮื่อออ

    #13,986
    0
  4. #13962 your baby girl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 04:36
    แงน่ารักกันจังเลย
    #13,962
    0
  5. #13921 BeautybabyIce (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 11:07
    งื้ออออออ เขินอ่ะ เริ่มเปิดใจให้กันแล้วนะคะ เขินจังนอนกอดกันแล้วงื้ออออ
    #13,921
    0
  6. #13892 sprimmm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 20:37

    เริ่มจะเปิดใจกันมากแล้ว ต้องดีขึ้นแน่ๆ

    #13,892
    0
  7. #13864 choopp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 13:21
    แงง เริ่มเปิดใจกันแล้วทางนี้คืออินจนน้ำตาจะไหลเอาเรื่อยๆเลยค่ะ
    #13,864
    0
  8. #13821 ㄹㅣn [ซิน] (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:23
    และนี่สินะที่เป็นที่มาของ นอนคุยกันเข้าใจกันง่ายกว่า 5555

    คิดว่าจะไม่ได้ปรับความเข้าใจกันเสียแล้วนะนี่

    น่ารัก กันทั้งคู่เลย อุแงงงเขิลๆ
    #13,821
    0
  9. #13805 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:08
    ชอบตอนทั้ง2คน
    เปิดใจคุยกันดีๆมากเลย
    #13,805
    0
  10. #13728 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 12:21
    เขินนนน
    #13,728
    0
  11. #13700 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 16:10
    เขินตอนพี่จุ้บคอน้องแล้วได้กลิ่นดอกสายน้ำผึ้ง ;_____;
    #13,700
    0
  12. #13606 sher_n (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 04:20

    ค่อยๆปรับตัวเข้าหากันนะคะ

    #13,606
    0
  13. #13594 Midories (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:58
    พี่ก็ค่อยๆรักน้องมากขึ้นทุกวันๆ รักกันนานๆนะ
    #13,594
    0
  14. #13568 -xebyam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:00
    รักกันไวๆๆ
    #13,568
    0
  15. #13535 LoliVET (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 16:08
    หัวใจเต้นตุกตักๆ อุกี้ดดดด พิ้เพลิงง
    #13,535
    0
  16. #13523 12311232123312 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 07:57
    แงงงงงงงง
    #13,523
    0
  17. #13507 theAce95 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 11:39
    ฮืออออออ ในที่สุดก็ทีท่าทีที่ดีต่อกันแล้ววววววววววววว
    แต่เราก็ชอบให้คุณเพลิงดุน้องนะคะ มันกร้าวใจอ่ะ อุฮิ
    #13,507
    0
  18. #13494 CttTmo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:57
    หลับตาพริ้มด้วยจังหวะหัวใจทะลุร้อยยย อุแงงงง้
    #13,494
    0
  19. #13482 ลอมอ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 18:28

    กรี๊ดอัดหมอน แอร๊ยยยย

    #13,482
    0
  20. #13428 Nielongforever9 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 11:45

    เขินนมากเลยค่ะ

    #13,428
    0
  21. #13389 PPTi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 00:11
    เขินแรงมากแงง
    #13,389
    0
  22. #13368 s-wu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 04:27
    ค่อยเป็นค่อยไปเนอะ วันนี้รู้จักกันเพิ่มอีก1เรื่องวันต่อๆไปก็เพิ่มไปอีก ค่อยๆเรียนรู้กันและกันเนอะลูก 😊
    #13,368
    0
  23. #13329 markbam3105 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 01:36
    น้อนก็เปิดใจแล้วเผลอๆรักไปแล้วด้วย น้อนค้าบบบบ
    #13,329
    0
  24. #13279 แมวดมกาว'วว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 15:40
    เพลิง : เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนานนน~//เดินกรีดชายกระโปรงยื่นมือขวาทำท่าไขว่คว้าบางอย่าง?
    #13,279
    0
  25. #13241 kdn_kangdan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 00:35
    คุณชายสองยอมเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกดั่งเพลิงแล้วอ่ะ รอเวลานี้มานานเวลาที่คุณชายสองเรียกดั่งเพลิงว่า พี่ ชีวิตคอมพลีทแล้วค่ะ ฮืออออ
    #13,241
    0