( เรื่องสั้น ) เ ค้ า แ ม ว 🐱

ตอนที่ 2 : 01 : เจ้านาย กับ ทาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 เม.ย. 62

 


1

เจ้านาย กับ ทาส

 


 



            สี่เท้ามังคุดย่ำไปตามทางเดิน หางฟูกวัดแกว่งไปมาอารมณ์ดี หน้ากลมเชิดขึ้นเล็กน้อย วันนี้ มันก็สำรวจบ้านอีกเช่นเคย

            บ้านสีขาวหลังเล็กคือคฤหาสน์แสนกว้างในสายตาของเจ้าเหมียว ตัวบ้านสองชั้น สวนหย่อมด้านหลัง สองห้องนอน สองห้องน้ำ และหนึ่งห้องนั่งเล่นใหญ่ ทุกที่ถูกยึดครองด้วยของเล่นแมว คอนโดแมว ขนม กระบะทราย ที่นอนนุ่ม และอื่นๆ ที่ถูกคัดสรรมาเพื่อเจ้าตัวเล็กโดยเฉพาะ

            มันแวะกินของว่างที่ห้องนั่งเล่น ชิ้งฉ่องในกระบะทรายสุดหรู ไล่จับหนูอัตโนมัติ นอนอืดบนที่นอนนุ่ม พอเบื่อก็เดินเล่นอีกหน ครั้งนี้มันหยุดอยู่หน้าบันไดเสริมซี่ถี่ ที่สิ่งมีชีวิตที่มันเรียก (เอาเอง) ว่า 'ทาส' วางไว้ให้ ก้นอ้วนโก่งเล็กน้อยตอนที่ดีดตัวขึ้นสุดแรง แปะอยู่ขั้นแรก ก่อนจะตามด้วยสองและสาม จนปีนขึ้นหน้าต่างได้สำเร็จ

            จมูกน้อยๆ เชิดขึ้นภูมิใจ

            ที่จริงไม่จำเป็นต้องใช้บันไดบ้าๆ นี่ ขายาวๆ ของเค้าก็กระโดดถึงหน้าต่างได้ในครั้งเดียวหรอก!

            มันคิดในใจ นั่งจุ้มปุ้กอยู่ขอบหน้าต่างที่ประจำ มองออกไปยังสวนเล็ก นกสองสามตัวกำลังจิกหญ้าอย่างเมามัน เท่านั้นแหละขนสีส้มพองขึ้นทันใด ข่วนมุ้งลวดดังแกร็ก

            ออกไปนะพวกผู้บุกรุก! ออกไปจากปราสาทของเค้า!

            ถ้วยฟู! อย่าข่วนหน้าต่าง!

            กึก

            ยังไม่ทันได้ข่มขู่สมใจก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงที่ดังขึ้น มันชักอุ้งมือกลับตามสัญชาตญาณ หากทำไม่ได้เพราะเล็บเข้าไปติด เจ้าของชื่อ 'ถ้วยฟู' เหงื่อตก นั่งเฉยไม่ยอมหันไปตามเสียงทำเป็นเนียนมองเมฆมองไม้

            สาบานได้ว่าเค้าไม่ได้กลัวหรอกนะ! แค่ไม่อยากหันเฉยๆ เมื่อย

            มนุษย์ตัวใหญ่ถอนหายใจ เดินเข้ามาแกะเล็บให้อย่างเบามือ อุ้มจอมซนขึ้นแนบอกไปพลางดุไปพลาง “มุ้งพังหมดแล้วเห็นไหม”

            ฮึ

            แมวน้อยสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมรับคำดุ

            แหนะ ทำเป็นเมิน

            มนุษย์ทำหน้าโกรธ หากทำได้ไม่นานก็ต้องยอมใจอ่อน แน่ล่ะ เพราะนี่คือทาสหมายเลขหนึ่ง (ของเค้า) ทาสจะกล้าหือกับเจ้านายได้อย่างไร ดวงตาสีเหลืองทองแอบมองอีกฝ่าย ส่วนสูงมากกว่ากันหลายเท่าตัว มือและแขนยาว ผิวกายสีเนื้อไร้ขนปกคลุม แม้จะดูอนาจารไปหน่อยแต่ต้องขอชม ทาสเบอร์หนึ่งดูดีใช้ได้ (แต่ก็ยังเทียบกับเค้าที่เป็นเจ้านายไม่ได้หรอกนะ เสียใจด้วย)

            “ฟังอยู่หรือเปล่า ถ้าทำอีกป่ะป๊าจะโกรธแล้วนะ”

            ฮึ

            มันเชิดขึ้นอีก เป็นแค่ทาสแต่ชอบเรียกแทนตัวเองว่าป่ะป๊า ช่างไม่รู้จักเจียมเสียบ้าง พ่อของมันมีคนเดียว ขึ้นต้นด้วยสระเอ ลงท้ายด้วยอ.อ่าง ตรงกลางคือส.สระเอือ 'เสือ' นู่น!

            “ลม ดุแค่นั้นมันจะไปรู้สึกอะไร”

            อีกเสียงแทรกเข้ามากลางวง พร้อมร่างสูงใหญ่ที่เดินดุ่มเข้ามา ถ้วยฟูสะดุ้งแรงเพียงแค่ได้ยินเสียง เอาหน้ากลมๆ มุดเข้าไปในอ้อมอกของคนที่ถูกเรียกว่า 'ลม' หากก็ยังไม่พ้น..

            มานี่เลย ไอ้อ้วนฟู

            อ้วนฟูอะไรกันหยาบคาย!

            เจ้าแมวด่ากลับในใจ ขนพองขึ้น ถึงมันจะไม่ยอมรับชื่อถ้วยฟูสุดปัญญาอ่อน แต่อ้วนฟูเลวร้ายยิ่งกว่า

            เค้าไม่ได้อ้วน! แค่กำลังรวบรวมไขมันไว้เปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อต่างหาก!

            “ไฟ อย่าทำน้องแรง!”

            “แง้ววว!”

            อ้วน..--ถ้วยฟูร้องตอนที่โดนหิ้วคอ 'ไฟ' คือชื่อของทาสเบอร์สอง แม้จะอายุน้อยกว่า แต่หมอนี่ตัวใหญ่กว่าลมเยอะ ทั้งส่วนสูง กล้ามเนื้อ ขนาดตัว มือหยาบกร้านที่รวบทีเดียวก็จับมันไว้ได้ทั้งตัว ไม่ต่างจากนิสัยป่าเถื่อน หยาบคาย ไฟไม่มีความสุภาพ ไม่เคารพมันที่เป็นเจ้านายเลยสักนิด ถ้วยฟูเกลียดทาสเบอร์สองที่สุด!

            “ลมนั่นแหละตามใจมันเกินไป ดื้อแบบนี้ต้องโดนซะบ้าง”

            “แง้วววววว!”

            มันร้องดังขึ้นอีกตอนที่มีใหญ่ฟาดทำท่าจะฟาดลงที่ก้น หมอนี่มันจะตีก้นเค้า ตีก้นเค้า!

            “ยังไม่ได้ตีเลยไอ้เตี้ย เล่นใหญ่ไปป่ะ”

            คนพูดหลุดขำตอนที่เหมียวในมืองอแง ส่วนเจ้าเหมียวที่ได้ยิน 'คำต้องห้าม' ถึงกับตาถลน กางเล็บออกโดยพลัน ฝากรอยแผลไว้ที่มือมนุษย์เต็มๆ “โอ๊ย! ไอ้ฟู!”

            ฮึ สมน้ำหน้า

            “แสบนักนะ ต้องโดน!”

            ไฟขู่ แต่ไม่ได้โกรธจริงจัง มือใหญ่ยกตัวแมวน้อยขึ้น ทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ถ้วยฟูที่สันหลังวาบ มันพยายามใช้ขายาวๆ (?) ของตัวเองยันหน้าอีกฝ่ายเอาไว้ หากแน่นอนว่าแรงของแมวหรือจะสู้มนุษย์

            “ม..มิ้วว!”

          อย่านะ!

            เสียงร้องห้ามส่งไปไม่ถึงอีกฝ่าย เจ้าตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่กลางอากาศไม่มีทางหนี ถูกกระทำสิ่งที่เรียกว่า 'ไซร้' จนยับเยิน กว่าที่มนุษย์จะยอมปล่อยมันก็เปลืองตัวไปหลาย

          ย้ำอีกที เค้าเกลียดทาสเบอร์สองที่สุด!

 

 

            .

            .

 

 

          “อ๊า..!”

            พอตกกลางคืนทาสเบอร์สองแกล้งทาสเบอร์หนึ่ง

            เสียงร้องดังออกมาจากห้องนอนลอยเข้าหูเจ้าเหมียว สี่เท้าเล็กรีบย่องผ่านบานประตูที่ถูกแง้มไว้ ในห้องอากาศเย็นเฉียบเหมือนหน้าหนาวแต่บรรยากาศกลับร้อนผ่าว มันส่งหน้ากลมเข้าไปสำรวจก่อน ทาสทั้งสองอยู่บนเตียงโดยมีคนตัวใหญ่กว่าอยู่ด้านบน

            มิ้วว

            มันร้องเรียก ตากลมจ้องภาพตรงหน้าไม่ละ ท่าทางของลมดูทรมานอย่างบอกไม่ถูก เสียงเปล่งออกมาไม่เป็นคำกับหน้าตาบิดเบี้ยว ถ้วยฟูเดินเข้าไปใกล้เตียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น กระโดดโหยงเหยงพยายามปีนขึ้นเตียงสูง “มิ้ววว มิ้วววว”

            อย่าแกล้งกันนะ!

            ถ้วยฟูบอกแต่ไม่มีใครแปลออก ยิ่งร้องไม่หยุดเมื่อเห็นไฟกำลัง 'กัด' คนใต้ร่าง ดูน่ากลัวในสายตาของแมวเด็ก มันส่งเสียงเรียกจนในที่สุดผู้ที่ทนไม่ไหวก็คือไฟ เจ้าตัวหยุดกิจกรรมอย่างว่า หันมาหิ้วคอตัวยุ่ง ทำหน้าดุใส่ เตรียมจะโยนออกไปนอกห้อง “ไอ้อ้วน อย่ากวน”

            “แง้ววว!”

            ถ้วยฟูโวยวาย ด่าในใจเป็นชุด

            “ไฟ! บอกกี่ทีแล้วว่าให้จับน้องเบาๆ” แต่ก่อนที่มันจะถูกโยนออกไป ทาสเบอร์หนึ่งก็รีบคว้ามันไว้กับตัว (ทำดีมาก!) รอดเงื้อมือของคนป่าเถื่อน มืออ่อนโยนลูบแก้มมันไปมาปลอบใจ หันไปพูดกับเพื่อนร่วมเตียง “วันนี้หยุดแค่นี้แล้วกัน”

            “อ้าว เฮ้ย”

            “ฟูเหงาไม่เห็นเหรอ นอนกับป่ะป๊านะครับ”

            “มิ้วว”

            มนุษย์ผู้เป็นทาสแมวเต็มตัวยิ้มอ่อนโยน หยิบเสื้อผ้ามาใส่ วางก้อนขนลงบนที่นอน จากนั้นจึงล้มตัวลงนอนตาม ถ้วยฟูทำตัวว่าง่ายกระเถิบกายซุกเข้ากับที่นอนอุ่น ทำหน้าเคลิ้มตอนที่ถูกลูบคาง ม..ไม่ได้มีความสุขหรอกนะ! มันบอกตัวเองในใจ ปล่อยให้มนุษย์โอ๋อยู่อย่างนั้น เกาคางให้เค้าเป็นหน้าที่ของทาสอยู่แล้ว!

            ส่วนคนถูกขัดจังหวะอย่างไฟส่งเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจ หากไม่นานก็ต้องยอมแพ้ ถ้วยฟูเหลือบมองคนที่เกลียด จงใจพลิกตัวไปทางลม หันตูดให้ทาสเบอร์สอง อีกฝ่ายตีก้นมันทีหมั่นไส้ แต่ก็ยอมนอนแต่โดยดี

            “...”

            เวลาผ่านไปเจ้าแมวหลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกเป็นจังหวะ เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับมนุษย์เช่นทุกวันที่ผ่านมา

            ใช่..นี่คือชีวิตแสนสงบสุขของถ้วยฟูกับทาสทั้งสอง..

            เจ้าเหมียวน้อยอมยิ้มในความฝัน แม้แต่ในนั้นภาพคนทั้งสองก็ยังชัดเจน ทาสเบอร์หนึ่ง ทาสเบอร์สอง และตัวมัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม บ้านที่อบอุ่น และกลิ่นอายของคนที่มันรัก มันไม่แม้แต่จะเคยคิดด้วยซ้ำว่าวันหนึ่ง..ความสุขเช่นนี้..จะหายไป..

 


            โครม!!

 


            เสียงที่ดังโครมใหญ่ทำให้ถ้วยฟูสะดุ้งตอนกำลังไล่จับจิ้งจก เจ้าตัวเล็กรีบเข้าไปหลบหลังตู้ตามสัญชาตญาณ มันโผล่หน้าออกมานิดหน่อยมองทาสทั้งสองที่เริ่มขึ้นเสียงใส่กัน ข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นคือสาเหตุของเสียง ยังไม่เท่าบรรยากาศของคนทั้งคู่ น่ากลัวจนเข้าใกล้ไม่ได้ หู่และหางฟูลู่ลงตามเสียงที่ดังขึ้น ตัวสั่นเป็นลูกนก

            “...มิ้..ว..”

            ถ้วยฟูเรียก แต่ไม่มีใครได้ยิน

            “บอกแล้วว่าอย่ายุ่งกับของในตู้นั้น!”

            เสียงของลมฟังดูโกรธเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยได้ยิน และภาพที่เห็นก็เกินกว่าที่แมวอย่างมันจะเข้าใจ ทาสทั้งสองกลายเป็นอย่างอื่นที่มันไม่รู้จัก หน้าตาน่ากลัว อารมณ์ในถ้อยคำที่ถูกพาไปถึงขีดสุด ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร รู้แต่เพียงว่ามัน..ไม่ชอบ..ไม่ชอบเอาเสียเลย..

            “ม...มิ้วว...”

            มันลองเรียกดูอีกหน ครั้งนี้ลมสังเกตเห็น เขาลูบหน้าตัวเองคล้ายสงบสติ เดินเข้ามาหา ย่อตัวลงอ้าแขนเรียกมันให้ออกจากมุม ทีแรกเจ้าตัวเล็กลังเล หากเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายจึงยอมให้กอดแต่โดยดี

            “ขอโทษนะ ตกใจใช่ไหม”

            ไม่ได้ตกใจสักหน่อย! อย่างเค้าไม่ตกใจง่ายๆ อยู่แล้ว!

            แม้จะว่างั้นแต่หน้ากลมก็ซุกลงบนบ่าอุ่นของมนุษย์ ลมกอดมันไว้จนใจเย็นลง ถ้วยฟูค่อยคลายอาการเกร็งในที่สุด จากนั้นไม่นานไฟก็เดินเข้ามา พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ในมือมันมองตามข้าวของนั้นสงสัย ร่างสูงย่อเข่าลงไม่สนใจมนุษย์อีกคน มือใหญ่ที่มันไม่ชอบวางลงบนหัว ขยี้แรงๆ “ไปแล้วนะ”

            “มิ้วว?”

            ไปไหน?

            “อย่าคิดถึงกันล่ะ”

            ฮึ!

            จมูกเล็กเชิดขึ้นตามประสาแมวจอมหยิ่ง สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น ไม่ต้องบอกเค้าก็ไม่คิดถึงอยู่แล้ว

            ไฟหัวเราะ หยิกแก้มมันทีหนึ่งมันเขี้ยว ก่อนจะเบนสายตามองทาสเบอร์หนึ่งที่ยังกอดมันไว้แน่น พวกเขานิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ไฟจะเป็นฝ่ายเอ่ย “ขอโทษที่ยุ่งมากเกินไป แล้วก็ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมาครับ” แล้วลุกขึ้น หันหลังออกจากบ้านในที่สุด

            เจ้าเหมียวมองตาม ตั้งแต่วันนั้น ทาสเบอร์สองก็ไม่มาที่บ้านหลังนี้อีกเลย..

 


            .

            .

 


            ไล่ออก! เค้าจะไล่ออกแน่ๆ!

            เจ้าเหมียวเดินงุ่นง่านอยู่ในบ้าน จมูกเล็กฟุดฟิดไปมาตามทางเดิน ตามหากลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ของคนที่หายไปโดยไม่รู้ตัว หางยาวแกว่งหงุดหงิด เดินจนรอบแล้วไม่พบสิ่งที่ต้องการ ท้ายที่สุดมันก็หลบเข้าคอนโดแมว ขดตัวเป็นก้อน ซุกตัวเองอยู่ในนั้น

            กว่าอาทิตย์แล้วที่ถ้วยฟูมีอาการเช่นนี้

            “ฟู ไม่กินข้าวอีกแล้วเหรอ”

            ที่เรียกมันคือลม มนุษย์คนเดิม ลมทำหน้าลำบากใจเมื่อเห็นถาดข้าวที่ยังมีอาหารอยู่เต็ม ที่จริงไม่ใช่ว่าไม่กิน แต่กินน้อยลงมากต่างหาก “ถ้าไม่กินเดี๋ยวไม่โตนะ” ถ้วยฟูไม่ตอบ หันหน้าหนีไปทางอื่น ท่าทีเช่นนั้นทำให้ลมหน้าเสีย ปกติถ้วยฟูห่วงกินยิ่งกว่าอะไร “มีแซลมอนที่ฟูชอบด้วยนะ” ทุกทีแค่เห็นแซลมอนก็หูตั้งแล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเมินเฉยเหมือนใกล้ซึมเศร้าเต็มที มนุษย์ผู้เป็นทาสเบอร์หนึ่งถอนหายใจเป็นห่วง ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

            “ฟู...”

            เจ้าเหมียวยังคงไม่ขยับทำเป็นไม่ได้ยิน ตอนนี้มันไม่อยากคุยกับทาสเบอร์หนึ่ง ไม่อยากกินข้าว ไม่อยากเล่นด้วย มันเองก็ไม่เข้าใจว่าตนเป็นอะไร รู้แต่ว่าหงุดหงิดตลอดเวลา

            “เข้าใจแล้ว ป่ะป๊าเอาวางไว้ที่เดิม ไว้อยากกินค่อยมากินนะ”

            มันเหลือบตามองนิดหน่อยตอนที่เห็นทาสเบอร์หนึ่งขยับลุกขึ้น คงจะถอดใจบังคับมันกินข้าวแล้ว ตอนนั้นเองที่สายตาเหลือบไปเห็นบานประตูที่เปิดแง้มไว้นิดหน่อย ประตู..บานที่เจ้าทาสเบอร์สองเดินออกไปครั้งล่าสุด ภาพแผ่นหลังกว้างแว็บเข้ามาในหัว ร่างเล็กขยับโดยสัญชาตญาณ พุ่งตัวออกไปโดยพลัน ในหัวร้องเรียกแต่คนที่หายไป

            กึง!

            หากไม่ทันมนุษย์ที่งับประตูปิดไว้ได้ก่อน “แง้ววว!” มันร้องเหมือนเด็กงอแงตอนที่ถูกลมจับอุ้ม มนุษย์เห็นดังนั้นจึงถาม “ฟูอย่าบอกนะว่าคิดถึงไฟ”

            อึก

            ถ้วยฟูชะงักตอนที่ได้ยินชื่อนั้น หูเล็กๆ กระดิก เป็นสัญญาณให้คนมองรู้ว่าตนพูดถูก ผู้เป็นทาสเบอร์หนึ่งพามันกลับไปวางไว้บนคอนโดแมวชั้นบนสุด “ช่วยไม่ได้แฮะ” พึมพำกับตัวเอง แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่อีกมุมของห้อง ทำหน้าเหมือนโลกจะแตกตอนที่จิ้มจอ เริ่มพูดคนเดียว


          โทษที ไม่ได้อยากโทรไปรบกวน แต่ฟูไม่ยอมกินข้าว..

          “ให้แซลมอนแล้ว ไม่ยอมกินเลย”

          “เมื่อกี้จะหนีออกจากบ้านด้วย”


            ถ้วยฟูผู้ถูกนินทาฟาดหางลงที่นอนปุ หงุดหงิดที่ตนถูกขัดขวางไม่พอ อีกฝ่ายยังเมิน มันลุกขึ้นยืน โก่งก้นเตรียมจะกระโดดใส่คนตัวสูง ทว่าประโยคต่อมาที่มนุษย์พูดทำให้มันหยุด


            “พี่คิดว่ามันน่าจะคิดถึง..ไฟ

 

            '..ไฟ..'

 

            มิ้ววว!

            แมวน้อยส่งเสียงในทันใด เรียกให้คนเป็นทาสหันมอง สองสายตาสบกันเหมือนจะอ่านใจออก “เมี้ยวว” มันพูดอีก คุยกับทาสเบอร์สองเหรอ ให้เค้าคุยด้วย!

            ลมดูจะเข้าใจที่มันอยากสื่อ เจ้าตัวถอนหายใจแรงๆ กดยุกยิกที่หน้าจอสองสามที ไม่นานจอสี่เหลี่ยมก็ถูกยื่นมาตรงหน้า ในนั้นฉายภาพคนที่ไม่ได้เห็นมาร่วมเดือน มันอ้าปาก รู้สึกจุกๆ ที่อกตอนที่เห็นหน้าตากวนประสาท

            “..มิ้ววว...”

            มันร้องเสียงสั่น ตั้งใจว่าจะขู่แท้ๆ แต่ทำไมถึงออกไปเป็นเสียงอย่างนั้นได้

            [อะไร ทำมาเป็นอ้อน] อีกฝ่ายตอบกลั้วหัวเราะ เจ้าแมวหน้าบึ้ง ไม่ได้อ้อนสักหน่อย! เมี้ยวว!

            [ไอ้อ้วน]

            “แง๊ววว!!”

            ไม่ได้อ้วนด้วย!

            ไฟหัวเราะเสียงดังที่แกล้งมันได้สำเร็จ เอานิ้วชี้มาที่จอเหมือนกำลังจิ้มหัวมัน [กินข้าวเยอะๆ ล่ะ เดี๋ยวขนร่วงหมด ทีนี้อ้วนเตี้ยหัวล้านช่วยไม่ได้นะ]

            “แง๊วววววว!!”

            คราวนี้โวยหนัก หมายความว่ายังไงไอ้ทาสบ้า! มันเอาอุ้งเท้าตบแรงๆ ใส่หน้าคนในจอ ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้เจ็บไม่ได้คันเลยสักนิด [อย่างอแงน่า] ไฟพูดต่อ [บอกแล้วไงว่าอย่าคิดถึง]

            บอกแล้วไงว่าไม่คิดถึง!

            [ถ้วยฟู] มนุษย์เรียกชื่อมัน เจ้าแมวเงียบ เท่าที่จำได้นี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายเรียกชื่อมันถูก ไฟสบตากับมันผ่านจอโทรศัพท์ [อย่าดื้อ อย่าซน อย่าทำให้เป็นห่วงนัก] ทำหน้าจริงจังขึ้นมาอย่างที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ [ไปหาไม่ได้แล้วนะ เข้าใจใช่ไหม]

            กึก

          หมายความว่ายังไง?

            มันนิ่งไปหลายวินาทีหลังจบคำนั้น ทาสเบอร์สองพูดอยู่สองสามประโยคที่มันไม่ได้ฟัง จากนั้นหน้าจอก็กลายเป็นสีดำสนิท ทาสเบอร์สองหายไปอีกแล้ว เจ้าเหมียวรู้สึกเหมือนมีรูใหญ่ๆ อยู่กลางอก มันลองเอาเท้าเขี่ยๆ อีก ก็ไม่เห็นจะโผล่มาเลย “มิ้ว..” มันร้อง เสียงนั้นฟังดูน่าใจหายจนมนุษย์อีกคนต้องกอดมันไว้

            “ขอโทษนะฟู ขอโทษ”

            ขอโทษทำไม?

            มันตัวเย็น สับสนไปหมด คำของทาสเบอร์สองที่บอกให้มันเข้าใจ แต่แมวอย่างมันยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

            ..ว่าต้องเข้าใจเรื่องอะไร

 

 

            คืนนั้นเจ้าเหมียวออกมานั่งที่หน้าต่างระเบียง มันมองวงกลมสีเหลืองที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า วันนี้วงกลมลูกใหญ่เป็นพิเศษ มันลองเอาขายาวๆ (?) ยื่นออกไป พยายามจะแตะ หากทำอย่างไรก็ไม่ถึง

            ถ้วยฟูขดตัวเป็นก้อนให้ความอบอุ่นกับตัวเอง น้ำตาคลอเต็มสองตาที่เจ้าตัวบอกกับตัวเองว่าแค่ฝุ่นมันเข้าตา แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างส่องแสงลงบนเจ้าตัวเล็กพอดิบพอดี มันขดตัวแน่น แล้วหลับไปโดยที่ในหัวยังเต็มไปด้วยเรื่องของมนุษย์ที่มันพร่ำบอกว่าเกลียดแสนเกลียด


            ..ทาสเบอร์สองบ้า 

            ถ้าเจอกันเมื่อไหร่ เค้าจะข่วนให้หน้าแหกเลย..


 

            ใช่..ถ้าเจอกันล่ะก็....

 


 

            เช้านี้ สิ่งที่ปลุกมันคือแสงจากพระอาทิตย์ ถ้วยฟูบิดขี้เกียจก่อนลุกขึ้นเต็มความสูง มันเอาอุ้งเท้าขยี้ตาอย่างทุกวัน หากสัมผัสกลับแปลกออกไป แทนที่จะเป็นขนนุ่มกลับรู้สึกเหมือนผิวเนื้อ แต่นั่นยังไม่น่าแปลกใจเท่ากับเฟอร์นิเจอร์ที่เคยใหญ่โตในสายตาแมว กลับขนาดเล็กลงอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่สิ เป็นตัวมันมากกว่าที่ใหญ่ขึ้น

            เจ้าเหมียวตาวาวตอนที่รู้ตัว หรือว่ามันจะโตเต็มที่แล้ว!

            สองเท้าวิ่งไปมาดังตึงตัง หัวใจดวงน้อยเต็นแรงด้วยความตื่นเต้น มันตรงไปยังห้องนอนที่ไม่ปิดประตู พุ่งเข้าหากระจกเป็นอันดับแรก แต่สิ่งที่สะท้อนในนั้นกลับไม่ใช่เสืออย่างที่มันคาดหวัง กลับเป็น..

 

            ..มนุษย์..

 

            “ทำไม..-” มันยกมือขึ้นปิดปาก ตาโต พูดได้ด้วย!

            ภาพตรงหน้าคือเด็กชายอายุไม่เกินสิบห้าปี ผิวกายสีเนื้อเปลือยเปล่าอมชมพูไร้ขนปกคลุมอย่างเคยแสนอนาจารในสายตาของแมว กลุ่มผมสีส้มอ่อนสีเดียวกับขนของมัน ดวงตากลมไม่ต่างจากเดิม จมูกน้อยๆ และแก้มย้วย...

            น่าเกลียดที่สุด!

            ถ้วยฟูขู่ตัวเองในกระจก ร่างของมนุษย์น่าเกลียด มันไม่ชอบเอาเสียเลย

            “อือ..”

            เฮือก!

            ถ้วยฟูในร่างมนุษย์สะดุ้งตอนที่เสียงอือดังมาจากด้านหลัง เป็นทาสเบอร์สองที่ยังคงหลับไม่ตื่น เดาว่าเมื่อคืนคงทำงานจนดึกอีกแล้ว สองเท้าย่องเข้าไปใกล้เตียง หน้ากลมเอียงน้อยๆ ยื่นเข้าไปมองหน้าคนคุ้นเคยใกล้ๆ รู้สึกแปลกออกไปนิดหน่อยเพราะขนาด ปากเล็กอ้าออกกำลังจะส่งเสียงเรียก ก่อนจะต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้

            ..ถ้าอยู่ในร่างนี้..มันจะออกไปไหนก็ได้..

            ถ้วยฟูคิดกับตัวเอง ถอยตัวออกมา เปิดตู้ (ที่ปกติไม่เคยเอื้อมถึง) หยิบเสื้อกับกางเกงมาใส่มั่วๆ ตามที่เคยเห็นมนุษย์ทำ เจ้าตัวทำหน้ายุ่ง เสื้อที่ควรพอดีกลับหลวมโคร่งจนไหล่ตกไปข้าง กางเกงร่นลงมากองกันที่ปลายขา ถึงจะกลายเป็นมนุษย์แต่มันก็ยังถือว่าตัวเล็กอยู่ดีถ้าเทียบกับคนทั่วไป มันเดินกลับไปที่เตียง ก้มลงเลียหน้าทาสแผล็บแทนการบอกลา มันทำหน้ามุ่งมั่น เดินออกประตู..บานที่ได้แต่มองมาร่วมเดือน

          ..รอก่อนเถอะเจ้าทาสงี่เง่า!

 

            มันเดิน เดิน และเดิน โดยที่ไม่รู้ว่าจุดหมายอยู่ไหน

            ถ้วยฟูเป็นแมวที่ถูกเลี้ยงแบบระบบปิดทำให้ไม่บ่อยนักที่มันได้ออกมาข้างนอก เจ้าตัวเล็กเดินไปตามถนนที่ไม่รู้จัก กว่าชั่วโมงแล้วที่มันกลายเป็นเด็กหลง เท้าเปล่าๆ ไม่มีตุ่มรองรับการเสียดสีอย่างทุกทีเจ็บไปหมดตอนที่แตะบนพื้นเปล่า มันมองซ้ายมองขวาเมื่อหาทางไปต่อไม่ถูก ทำจมูกฟุดฟิดพยายามดมกลิ่น หากจมูกมนุษย์ไม่สามารถรับกลิ่นได้ดีเท่ากับสัตว์

            นัยน์ตากลมร้อนผ่าว ไหล่เล็กสั่นน้อยๆ ปากเม้มแน่น มือกำเข้าหากัน สายตาของคนรอบข้างที่มองมาเหมือนมันเป็นตัวประหลาดยิ่งทำให้เจ้าเหมียวตื่นกลัว มือกำเข้าหากันแน่น ในที่สุดมันก็ทนไม่ไหว


            “ไอ้ทาสบ้า!!”


            ตะโกนออกมาเสียงดัง คำด่าดังอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันรวมทั้งคำสาปแช่ง หยดน้ำในตาล้นเอ่อทำท่าจะไหลอยู่รอมร่อ หากในขณะที่กำลังสติแตกกลิ่นที่คุ้นเคยก็ปะทะเข้ามาในจมูก แม้จะจางเต็มทีหากมันจำได้แม่น หัวกลมหันควับไปตามทิศทางนั้น ชายร่างสูงกำลังเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ หน้าตาแบบนั้นมีคนเดียว..


            เจ้าทาส!!

          เฮ้ย!


            ไม่รอช้าร่างเล็กพุ่งเข้าใส่ทันใด ทำเอาคนที่โดนกอดถึงกับเซ หน้าตางงงวยดูจะไม่เข้าใจ แต่ไม่ผิดแน่ คนๆ นี้คือทาสของมัน เจ้าเหมียวแบะปาก เจ้าทาส ทำไมไม่กลับบ้าน!

 

 

 

            TBC.

 

            ชึ้บบบ ตอนหนึ่งมาแล้วค่ะ

            เรื่องนี้เป็น คน x แมวนะคะ ตั้งใจไว้ว่าให้เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว 8-10 ตอนจบ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะยาวหรือสั้นกว่าที่คิดไหม เอาเป็นว่าจั่วหัวว่าเป็นเรื่องสั้นไปก่อนค่ะ 5555

            และเนื่องจากเราค่อนข้างวุ่นๆ (ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น มาเรียนต่อค่ะ) เลยอาจจะเขียนช้าหน่อยนะคะ T T แต่จะพยายามให้เร็วที่สุดเท่าที่ไหวค่ะ ฮึบๆ!

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

8 ความคิดเห็น