*จบแล้วจ้า*HUG ❤ ยอดดวงใจ 'เขมราฐ' [Yaoi]

ตอนที่ 9 : HUG ยอดดวงใจที่เจ็ด… มันชื่อยักษ์ (เต็มดวง%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 มิ.ย. 59




ยอดดวงใจที่เจ็ดมันชื่อยักษ์

 

 

 

นี่ถ้าทศราชกับธารธารารู้ว่าผมทำอะไรเข้มไปแบบนั้น ผมคงถูกทั้งคู่สวดแน่ๆ แต่ไว้รอเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาคงเข้าใจว่าผมไม่ได้หลอกเข้มจริงๆ

“ตื่นได้แล้วเข้ม นี่มันจะหกโมงเย็นแล้วนะ” ผมปลุกเด็กขี้เซาที่เอาแต่นอนไม่สนใจอะไรเลย ตั้งแต่เมื่อเที่ยงจนถึงตอนนี้

“อือ... เข้มง่วง”

“จะตื่นดีๆ หรือต้องให้อุ้มไปอาบน้ำ”

“อ๊ะ! ตื่นแล้วครับ” เข้มเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับยังปิดสนิทอยู่เลย ท่าทางก็งัวเงียเหมือนเด็กๆ ไม่ได้นอนมาเลยหรือยังไงกัน อย่าว่าแต่เข้มเลย ขนาดผมยังนอนกอดเขาจนหลับไปเลยครับ

“เข้ม”

“เข้มง่วง ก่อนหน้านี้คุณเขมก็ทำอะไรแปลกๆ กับเข้มไปด้วย” เข้มเริ่มหรี่ตาขึ้นมามองหน้าผม แปลกๆ ที่ว่าก็เรื่องแสดงความรักนั่นแหละครับ แต่มันแปลกตรงไหนก็แค่ช่วยปลดปล่อยเนี่ยนะ แต่เข้มคงไม่เคยเขาเลยบอกว่าผมทำอะไรแปลกๆ ใส่

“ไม่แปลกหรอก เดี๋ยวนานๆ ไปก็จะชิน”

“ไม่เอาแล้ว ไม่ทำแล้ว มันแปลกๆ เข้มไม่ชอบ”

“ไม่รู้สึกดีงั้นเหรอ”

“มันดีมากๆ ต่างหากครับ” เข้มขยับตัวลงจากเตียงก่อนจะยืนข้างๆ ผม “แต่ไม่เอาแล้ว มันหวิวๆ จะตายไป”

“เด็กซื่อบื่อ” ผมขยี้หัวเข้มก่อนจะหัวเราะใส่เขา “เดี๋ยวไปขนเสื้อผ้าขึ้นมาไว้ที่ห้องฉันนะ”

“ไม่ดีกว่าครับ เข้มจะนอนที่ห้อง”

“แล้วใครกันที่บอกว่าจะนอนกอดฉัน”

“ก็กอดจนคุณเขมหลับ แล้วค่อยกลับห้องไงครับ” ผมไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของเข้มหรอกครับ แต่ผมก็อยากให้เขาเข้ามาอยู่ในห้องผมด้วยมากกว่า

“ไปขนมา”

“ไม่ขน”

“เข้ม”

“เข้มไม่อยากให้คุณหนูคิดมาก”

“แล้วฉันละ?” มันเป็นคำถามที่ทำให้เข้มต้องเงียบไปเลยครับ “งั้นก็ตามใจ”

“โกรธอีกแล้ว เข้มขนมาก็ได้ แต่ถ้าคุณหนูกลับมาเข้มจะขนกลับนะครับ” ผมกำลังจะเดินหนีแต่เข้มกลับเดินมากอดผมจากด้านหลังเอาไว้แทน เข้มจะแคร์ความรู้สึกขุนเขามาก มันเป็นเรื่องดีนะครับ แต่ผมก็อยากให้เขาแคร์ผมด้วย

“ก็ยังดี” ไว้ขุนเขากลับมาเมื่อไหร่ ผมค่อยไปตกลงกับลูกอีกที เข้มไม่ได้มาแย่งผมไปจากเขา ผมต่างหากที่พยายามจะแย่งเข้มมาจากขุนเขา

“ไม่โกรธแล้วใช่ไหมครับ”

“อืม”

“พูดจาไม่น่ารักเลย”

“เลิกทำน้ำเสียงอ้อนสักที แล้วก็ไปอาบน้ำซะ”

“เข้มไปอาบน้ำที่ห้องนะครับ จะได้ขนเสื้อผ้ากลับมาด้วย”

“อืม” ผมต้องยอมครับ ถ้าบอกให้อาบที่นี่คงไม่ยอมอีก ผมก็เลยเออออตามไปด้วย

 

ผมลงมานั่งรอเข้มที่โต๊ะอาหาร ตลอดเวลาที่นั่งรอเหมยก็เอาแต่มอง

“มองอะไร”

“วันนี้คุณเขมยิ้ม”

“มันแปลกหรือไง” ผมถามตรงๆ ก่อนจะจ้องหน้าเหมย แต่เธอกลับส่ายหัวและยิ้มออกมาแทน

“เมื่อไหร่เข้มจะมา ไปตามมาได้แล้ว” ผมเปลี่ยนเรื่องทันที แต่ก็ไม่วายพูดเข้าตัวเองอยู่ดี

“เดินมาโน่นแล้วค่ะ” เข้มมองผมกับเหมยสลับกันทันทีที่เจ้าตัวถูกเอ่ยถึง สีหน้าที่เอ่อๆ น่ารักเชียวครับ

“มองอะไรครับ” พอเข้ามาถึงก็ตั้งคำถามใส่ผมซะงั้น “เข้มมีอะไรแปลกเหรอครับ” รีบมองสำรวจตัวเองทันที

“เปล่าหรอกค่ะน้องเข้ม รีบนั่งเถอะค่ะคุณเขมรอนานแล้ว”

“นั่ง ให้เข้มนั่งทำไมครับ”

“จะถามมากทำไมนักหนา ก็นั่งกินข้าวกับฉันไง” ผมเริ่มหมดความอดทนของคนที่นั่งรอเลยเผลอขึ้นเสียงใส่เข้ม

“ไม่นั่งหรอกครับ เข้มจะรอกินพร้อมพี่เหมย” ดันเป็นวัยต่อต้านขึ้นมาซะงั้น

“เอ่อ พี่เหมยกินพร้อมนาวไปแล้วค่ะ”

“เอ๋”

“น้องเข้มนั่งกินกับคุณเขมนั่นแหละค่ะ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกนะคะ” เหมยรู้หน้าที่ดีครับ พอพูดจบเธอก็เดินเลี่ยงออกไปทันที เข้มเลยยืนงงอยู่คนเดียว

“เจ้าเล่ห์จังเลยครับ” เข้มว่าผมซึ่งๆ หน้าเลยครับ ปกติเคยพูดจาแบบนี้ซะเมื่อไหร่

“เดี๋ยวนี้ก็หัดพูดจาฉะฉานขึ้นนะ” ผมตอบกลับไปพร้อมกับสายตาที่จ้องเข้มอยู่ตลอด

“อยู่กับคนนิสัยไม่ดีมากไปครับ”

“ปากเก่งนะเรา เดี๋ยวต้องสั่งสอนใหม่แล้วสิ”

“ก็ลองดูสิครับ คราวนี้เข้มจะหนีกลับบ้านอีก”

“หนีได้ ก็ไปตามกลับมาได้ ถ้าไม่ยอมก็แค่ไปฉุด” ผมพูดจริงจังมากเลยจนเข้มต้องเบะปากใส่ มันเป็นท่าทางที่น่ารักมากกว่าครับ เห็นแล้วก็มันเขี้ยว อยากจับมาหอมแก้มสักฟอดสองฟอดให้หายแค้นใจ

“ใจร้าย”

 

พอนั่งกินข้าวกันจนเสร็จผมก็เดินกลับออกมาที่ห้องรับแขก ส่วนเข้มก็เข้าไปช่วยเหมยในครัว ช่วงนี้ขุนเขาจะไปอยู่กับพลอย ถ้าจะให้เรียบเรียงพลอยก็คือน้องสาวของฟ้าใส ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีใครรับรู้หรอกครับ นอกจากผมกับฟ้าใสและใครอีกไม่กี่คนเท่านั้นเอง พลอยมักจะมารับขุนเขาไปอยู่ด้วยช่วงที่ปิดเทอมและมาส่งใกล้ๆ เปิดเทอมเสมอ

ผมก็เหมือนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขาไปซะแล้ว ส่วนเรื่องที่ฟ้าใสจากไป ผมยังไม่อยากคิดถึงมันอีกด้วยซ้ำไป ผมไม่อยากรู้สึกผิดอีกแล้ว...

“คุณเขม”

“ครับ”

“เข้มเรียกนานแล้ว” ผมมัวแต่คิดมากเรื่องฟ้าใสอยู่สินะ ถึงไม่เห็นว่าเข้มยืนอยู่ตรงหน้า “เข้มง่วงแล้วครับ” ตั้งแต่กลับมารอบนี้อ้อนผมหนักกว่าเก่าอีกครับ แต่จะไปโทษเข้มก็ไม่ได้เพราะผมอยากให้มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว

“ไปสิ” ผมเดินเข้าไปจับมือเข้มก่อนจะพากลับไปที่ห้อง ผมบอกให้เข้มเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันเพราะเจ้าตัวอาบน้ำมาแล้ว นี่ขนาดเพิ่งตื่นยังบอกผมว่าง่วง เป็นเด็กอนามัยจริงๆ เลยครับ

พอเข้มออกมาผมก็เข้าไปอาบน้ำต่อบ้าง ช่วงนี้ขุนเขาไม่อยู่งานของเข้มก็เลยไม่หนักหนาอะไรมากมาย แต่ถึงจะอยู่เข้มก็ไม่ได้ทำงานหนัก แถมยังสบายซะมากกว่าเพราะขุนเขามักไม่อยากใช้งานเข้มด้วยซ้ำ ภาพวันแรกกับปัจจุบันมันต่างกันมากเลยครับ

ผมอาบน้ำเสร็จเดินออกมาเห็นเข้มนั่งดูหนังอยู่ เมื่อกี้บอกง่วงนอนแท้ๆ แต่ที่ไหนได้ยังไม่ยอมนอนสักที

“ไหนบอกว่าง่วง” ผมเดินกลับมาที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เข้ม

“อยากดูหนังเรื่องนี้ก่อนครับ” เข้มเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอทีวีที่กำลังฉายหนังอยู่ในตอนนี้

“ฟังออกเหรอ”

“อ่านเอาครับ” เข้มกำลังนั่งดูหนังฝรั่งอยู่ครับ แต่มันเป็นหนังซาวแทร็กที่มีซับไทยอยู่“เข้มไม่ได้เรียนสูงๆ เหมือนคนอื่นเขา แต่ก็พออ่านออกครับ”

“ไว้ว่างๆ จะสอนให้”

“เอ๋! จริงเหรอครับ” เข้มหันกลับมาคลี่ยิ้มให้ผมทันที “สอนจริงๆ นะครับ”

“จริงสิ”

“ขอบคุณครับ” ผมขยี้หัวเข้มไปทีนึงก่อนจะเอื้อมมือไปกอดคอเขาเอาไว้ แล้วรั้งให้ลงมาซบที่อกผมแทน

ใครจะไปคิดว่าวันนี้มันจะมาถึง วันที่ผมยอมอ่อนข้อและทำอะไรเพื่อคนอื่นอย่างนี้ วันที่เข้มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของผมมากขึ้นเรื่อยๆ

พวกเราก็แค่ช่วยกันเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปก็เท่านั้นเอง...

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

ชีวิตของผู้ชายที่ชื่อเขมราฐมันเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่เข้มก้าวเข้ามา เขาไม่รู้ตัวหรอกครับและผมก็ไม่เคยพูดออกไปตรงๆ แต่มักจะบอกเสมอว่าเข้มพิเศษ เข้มเป็นเด็กที่ชอบคิดมาก ถ้าบางครั้งเราทำเหมือนไม่พอใจเขาก็จะคิดแล้วว่าเราไม่ต้องการเขาหรือเปล่า และผมก็ชอบแกล้งเขาด้วยสิครับ

“เข้มไม่ไป” อย่างเช่นตอนนี้ ผมกำลังจะพาเข้มไปที่คอกม้าแต่เจ้าตัวกลับไม่ยอม

“ทำไม”

“เข้มไม่ชอบม้า” เข้มบอกผมตรงๆ ไม่มีปิดบังแต่อย่างใด ช่วงนี้ขุนเขาไม่อยู่ที่บ้านพวกเราสองคนเลยตัวติดกันตลอด ไปไหนไปด้วยกัน จนบางครั้งเหมยกับนาวก็แอบแซวผมด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไล่ให้ไปไกลๆ แล้ว แต่ปัจจุบันผมใจเย็นลงครับ

“มันไม่ทำอะไรหรอก เคยพาขี่หลายครั้งแล้ว”

“ก็มันน่ากลัว ยิ่งคุณเขมขี่มันยิ่งน่ากลัว”

“ฉันทำไม?”

“คุณธารเรียกคุณเขมว่าโจรป่า แต่เข้มว่าคุณเขมเหมือนตัวร้าย” ผมอยากจับเข้มมาตีก้นจริงๆ เลยครับ “ยิ่งขี่เจ้าตัวดำๆ นี่ ยิ่งแล้วใหญ่”

“มันชื่อยักษ์”

“โห่! เหมาะสมกับตัวร้ายอย่างคุณเขมมากเลยครับ”

“เดี๋ยวนี้ปากร้ายไปหรือเปล่า”

“เปล่านะครับ”

“ขึ้นมาได้แล้ว” เข้มส่ายหัวไปมาไม่ยอมท่าเดียวเลยครับ จนสุดท้ายผมต้องยอมลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปหาเข้ม “จะไม่ขึ้นไปดีๆ ใช่ไหม”

“อย่าเข้ามานะครับ” เข้มถอยหลังหนีก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งหนีผม

หมับ

แต่มีเหรอที่ผมจะปล่อยให้เขาได้วิ่งหนี “จะหนีไปไหน”

“เข้มไม่ไปนะครับ ไม่ขี่เจ้ายักษ์ด้วย”

“อยู่เฉยๆ” คราวนี้ผมอุ้มเข้มขึ้นไปนั่งบนหลังเจ้ายักษ์ก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดุๆ จนเข้มตกใจ นั่งตัวสั่นใหญ่เลยครับ “ขอโทษ” แล้วผมก็ต้องยอมขอโทษออกมา

หมดกันเขมราฐหมดแล้วความโหดร้ายทุกอย่างในชีวิต

“นั่งดีๆ ละ”

“แล้วคุณเขม”

“ฉันจะจูงมันไปแทน”

“ไม่เอา ขึ้นมานั่งด้วยกันสิครับ” นอกจากจะไม่ยอมผมง่ายๆ ยังพูดจาไม่ค่อยเข้าใจอีกครับ เมื่อกี้เพิ่งบอกอยู่หยกๆ ว่าไม่ แต่พอถูกบังคับให้ขึ้นไปนั่งก็ดันไม่ยอมนั่งคนเดียวอีก

“จะสอนให้ขี่ม้า”

“ไม่เอาครับ ไม่ชอบ”

“ฝึกไว้จะได้ชิน”

“ก็มันน่ากลัว” ผมเดินจูงเจ้ายักษ์ไป คุยกับเข้มไป บางทีมันก็ช่วยให้เข้มหายกลัวลงได้บ้าง เหมือนจะลืมตัวไปด้วยซ้ำครับ

“เคยบอกแล้วนี่ ฉันชอบใครมันก็ชอบ”

“แต่คุณเขมไม่ชอบเข้ม”

“พูดตอนไหน คนพิเศษกับชอบมันก็ไม่ได้แตกต่างกัน”

“จริงๆ นะครับ”

“เข้ม”

“ครับ”

“เมื่อไหร่จะเข้าใจอะไรง่ายๆ สักที”

“โกรธเหรอครับ” ผมถอนหายใจออกมายาวมาก ทำไมเข้มถึงเข้าใจอะไรยากแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นคงเบื่อไปนานแล้ว แต่เพราะผมไม่ได้คิดแบบนั้น เข้มน่ารักมากกว่าน่าเบื่อและมีเขาอยู่ข้างๆ ก็เหมือนมีเด็กที่ต้องคอยสอนเรื่องต่างๆ นั่นแหละครับ

“อะไรที่บอกว่าโกรธ”

“น้ำเสียงครับ” ผมอยากหัวเราะตัวเองดังๆ มากเลยครับ ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมขึ้นเสียงหรือพูดจาไม่พอใจ สำหรับเข้มคือผมโกรธสินะ

“เปล่า”

“เฮ้อ! โล่งอก”

“หืม!” ผมอุทานออกมาทันทีเมื่อได้เห็นท่าทางของเข้ม น่ารักนะครับ แต่เจ้าตัวคงไม่รู้

“อะไรครับ”

“ถึงแล้ว”

“หวาเข้มนั่งเพลินเลย” ผมบอกกับเข้มก่อนจะหันไปมองตรงหน้า เข้มเองก็ด้วย เขาไม่ได้กลัวอย่างที่พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ สำหรับเข้มถ้าเราคอยสอนและค่อยๆ บอกเขาดีๆ เขาก็จะเข้าใจและยอมเปิดใจทำตามอย่างว่าง่าย

“ลงมาสิ” ผมยื่นมือไปรับมือเข้มเอาไว้ก่อนจะช่วยให้เจ้าตัวลงมาจากหลังม้า

ฮี่ ๆ

เสียงม้าร้องดังเชียวครับ เจ้ายักษ์มันเป็นพี่ใหญ่ของที่นี่และมักรู้หน้าที่เสมอ เมื่อมาถึงมันก็จะไปที่ประจำของตัวเองนั่นก็คือใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ กับคอกม้าแห่งนี้

“เขากำลังทำอะไรกันครับ”

“ฝึกม้า”

ผมเลี้ยงม้าเพราะว่าชอบและก็มีไม่กี่ตัวด้วย ส่วนใหญ่ผมจะได้มาจากพวกชาวบ้าน ปกติพวกมันมักถูกขายให้กับพวกชาวต่างชาติที่ชอบกินอะไรแปลกๆ แต่ถ้าผมรู้ข่าวก่อนก็จะไปขอซื้อแม้ว่าราคาจะแพงก็ตาม แต่ความชอบมันก็ไม่ได้สำคัญหากราคาสินค้าจะแพงมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าจะพูดให้ถูก ม้าสำหรับผมไม่ใช่สินค้าแต่พวกมันทุกตัวคือเพื่อน

“ปกติทุกวันอาทิตย์จะเปิดให้พวกที่สนใจเข้ามาฝึกขี่ม้านะ”

“อ๋อ” เข้มยืนมองตาแป๋วเชียวครับ ตอนนี้ผมเลี้ยงไว้แค่สิบกว่าตัวเองแต่ทุกตัวก็เชื่องและไม่เป็นอันตรายสำหรับคนอื่นๆ จะมีก็แต่ม้าตัวใหม่เท่านั้น เพราะเราต้องใช้เวลานานกว่าจะฝึกมันได้

“อยากลองขี่ดูไหม”

“ไม่เอาหรอกครับ”

“ทำไมละ เมื่อกี้ยังขี่เจ้ายักษ์มาได้เลย”

“เพราะเข้มพิเศษมันเลยไม่ทำอันตราย แต่สำหรับม้าตัวอื่นเข้มคงเป็นคนแปลกหน้า”

“เด็กโง่” ผมขยี้หัวเข้มเล่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นจับมือแล้วพาเดินไปที่คอกม้า

“สวัสดีครับคุณเขม” ลุงสนเป็นคนดูแลม้าของที่นี่ ปกติผมจะมอบหมายงานทุกอย่างที่นี่ให้กับเขาทำ

“เข้ม นี่ลุงสนเป็นคนดูแลที่นี่”

“สวัสดีครับ” เข้มยกมือไหว้ลุงสน ท่าทางนอบน้อมเชียวครับ

“ใครกันครับ”

“พี่เลี้ยงของขุนเขานะ ว่าจะพามาหัดขี่ม้า”

“ไม่ใช่นะครับ เข้มไม่ได้อยากจะขี่ม้า” เข้มรีบบอกปัดทันทีก่อนจะหันมามองหน้าผมแววตาไม่พอใจเชียวครับ

“ฮาๆ ม้ามันไม่ได้น่ากลัวหรอกนะพ่อหนุ่ม”

“ครับ แต่เข้มก็ไม่ค่อยชอบ”

“เดี๋ยวผมดูแลเองครับ” ลุงสนหันมาสบตาผมเป็นเชิงคำถาม พอผมตอบออกไปแบบนั้นแกก็เลยพยักหน้าและเดินไปดูม้าต่อ

“พูดอะไรอย่างนั้นครับ”

“ไปดูลูกม้ากันดีกว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งได้มา” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวว่าเข้มจะโกรธ

หลายๆ คนคงคิดว่าผมทำงานอะไรสินะ เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนอยู่บ้านและก็มาดูแลม้าเป็นเวลาแต่โดยพื้นฐานครอบครัวผมมีฐานะอยู่แล้ว ผมก็แค่นอนรอเงินเข้าบัญชีจากผลกำไรที่จะได้ในแต่ละเดือนเท่านั้น ผมแค่นั่งเล่นหุ้นไปวันๆ เองครับ ชีวิตของเขมราฐมันก็มีอยู่เท่านี้เพราะญาติพี่น้องของผมต่างจากไปกันหมดแล้ว ผมเลยเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับมรดกที่มีอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ก็เท่านั้นเอง

ไม่รวยหรอกครับ แค่อยู่สบายไปวันๆ

ฮี่ ๆ

พอเดินเข้ามาถึงคอกม้า เสียงร้องเอะอะของพวกมันก็ดังขึ้น ม้าที่นี่เชื่องครับและก็รู้ด้วยว่าใครคือเจ้าของ

“มันร้องทำไมครับ”

“ทักทายนะ”

“เอ๋! ดีจังเลยนะครับ”

“ม้ามันซื่อสัตย์ มันย่อมรู้ว่าใครดีหรือไม่ดีกับมัน” เข้มจ้องหน้าผมใหญ่เลย เจ้าตัวมักสนใจเสมอเวลาที่ผมจะพูดหรืออธิบายอะไร เหมือนเข้มกำลังพยายามที่จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

“แล้วมันไม่กลัวคุณเขมเหรอครับ”

“กลัว ทำไมต้องกลัว”

“ก็คุณเขมไว้หนวดดูน่ากลัว เมื่อไหร่จะยอมโกนสักทีครับ”

“ไว้ได้เข้มเป็นเมียเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นฉันจะยอมโกนหนวด” ผมพูดลอยๆ นะครับ ไม่ได้ตั้งใจและไม่คิดด้วยว่าเข้มจะได้ยิน

“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะครับ”

“ความลับ”

“คุณเขม”

“ไว้อยากโกนเมื่อไหร่ ค่อยโกน” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง

“ตัวร้าย คุณเขมตัวร้าย” ย้ำจังเลยครับ แต่ก็ชอบอยู่ใกล้ตัวร้ายอย่างผมอยู่ดี

ผมพาเข้มเที่ยวเล่นที่คอกม้าตลอดทั้งวันเลยครับ พอตกเย็นเจ้าตัวก็บ่นว่าหิวผมเลยพากลับบ้านโดยเจ้ายักษ์นั่นแหละ แต่ตอนกลับผมนั่งไปด้วย ชีวิตของผมก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกวัน คงจะต่างกันตรงที่ตอนนี้มีเข้มเข้ามาร่วมเดินทางอยู่ด้วย

นี่หรือเปล่าสิ่งที่รอคอยมาแสนนาน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

106 ความคิดเห็น

  1. #98 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 06:39
    ขำอ่ะ เข้มย้ำตลอดว่าคุณเขมเป็นโจรเป็นตัวร้าย 5555
    #98
    0
  2. #30 C.Clover (@khun_mali) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 13:27
    แล้วๆๆๆ คุณเขมจะกินเด็กจ้า... ไม่รอดๆ แน่น้องเข้ม... แต่ใครจะคิดหนวดเคราเฟิ้มๆ จะแอบหวาน โรมานซ์ นะนั่น
    #30
    0
  3. #29 June Sayamon (@junesym96) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 00:31
    งุ้ยๆๆๆ น่ารักๆๆๆๆ
    #29
    0
  4. #28 XXXXXX (@magachtan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 23:23
    แง้ เขินมากกกก นี่ถ้าน้องขุนกลับมา คงแบบฟีลครอบครัวอบอุ่นละมุนละไมมมมมม
    #28
    0
  5. #24 ชอบ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 21:53
    รอเข้มนะ
    #24
    0