*จบแล้วจ้า*HUG ❤ ยอดดวงใจ 'เขมราฐ' [Yaoi]

ตอนที่ 7 : HUG ยอดดวงใจที่ห้า… ความไร้เดียงสาของเข้ม (เต็มดวง%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    24 มิ.ย. 59




ยอดดวงใจที่ห้าความไร้เดียงสาของเข้ม

 

ผมขยับตัวเข้าไปหาเข้มที่นั่งอยู่บนฟูก เข้มนั่งจ้องหน้าผมเขม็งเลยครับ สีหน้าก็อธิบายได้อย่างชัดเจนว่าไม่ชอบใจที่ผมเผลอขึ้นเสียงใส่เขาเมื่อกี้

“คะ คนนิสัยไม่ดี” เข้มว่าผมเสียงสั่นเชียวครับ

“ฉันขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นเสียงใส่”

“ฮือๆ”

“ไม่ต้องมายุ่งกับเข้ม” กลายเป็นวัยต่อต้านขึ้นมาซะงั้น แถมยังขยับตัวเองไปจนติดกำแพงก่อนจะทิ้งตัวลงนอน ขดตัวเหมือนแมวเลยครับ แต่ก็ยังไม่ระวังตัวเองอยู่ดี

เฮ้อ!

ผมผ่อนลมหายใจหนักๆ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนในตู้เสื้อผ้าออกมาแล้วเดินไปหาเข้มที่ฟูก ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เข้มก่อนจะนอนลง แล้วรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างตัวเอง

หมับ

“คุณเขม” ผมก็ลืมไปว่าตัวเองไม่ค่อยจะแคร์อะไรอยู่แล้ว เลยรั้งเข้มให้หันกลับมามองก่อนจะกอดเอาไว้ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันจนแน่น มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปปิดไฟที่สว่างอยู่ให้ดับลงทันที

“ง่วงแล้ว” แค่ผมแถไปเรื่อยมันก็รอดแล้วครับ เข้มไม่มีทางโกรธผมได้ลงคอหรอก เพราะเขาไร้เดียงสาเกินไป ความรู้สึกอะไรหลายๆ อย่างคงไม่รู้จักดีพอ

“อึดอัด”

“เดี๋ยวเข้มหนาว” ผมบ่นพึมพำก่อนที่เปลือกตาทั้งสองข้างมันจะค่อยๆ ปิดลง

“เข้มยังไม่หายโกรธนะครับ”

“หืม! โกรธ เดี๋ยวนี้หัดมีความรู้สึกด้วยเหรอ”

“เข้มไม่ใช่คนใจร้ายอย่างคุณเขมนะครับ” น้ำเสียงเบาหวิวเอ่ยเถียงผมทั้งๆ ที่ตอนนี้กำลังนอนซุกหน้าเข้ามาหาความอุบอุ่นของอ้อมกอดผมแท้ๆ

“จ้าๆ ฉันมันคนใจร้าย”

“ใจร้ายมากๆ เลยด้วย”

“แล้วชอบไหม?” ผมถามอะไรออกไปเนี่ย แต่คำตอบกลับหายไปเมื่อเข้มเอาแต่เงียบ

“...” มีแค่เสียงลมหายใจของเข้มเท่านั้น เมื่อกี้ผมถามผิดไปสินะ

“ฝะ...”

“เข้มชอบครับ” ผมกำลังจะพูดว่าฝันดีเลยครับ แต่จู่ๆ เข้มกลับโผล่หน้าขึ้นมามองผมก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตากลมโตผ่านเสียงไฟสลัวจากด้านนอกและสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำอยู่นั่น มันทำให้หัวใจของเขมราฐสั่นไหวอีกแล้ว “ชอบเวลาที่คุณเขมไม่ทำหน้ายักษ์ใส่”

จุ๊บ

“ฝันดีนะครับ เข้มจะนอนกอดคุณเขมเอง”

เด็กคนนี้ไม่เคยระวังตัวเองจากคนเจ้าเล่ห์อย่างผมเลยครับ ถ้าจะทำตัวน่ารักขนาดนี้ สักวันผมคงได้ทำร้ายเข้มเข้าจริงๆ แน่นอน

“ขะ เข้ม” ผมกลายเป็นนายเขมราฐ คนติดอ่างไปเลยครับ

เข้มเงียบไปอีกครั้งก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ ผม แล้วกอดผมเอาไว้อย่างที่เจ้าตัวพูดเมื่อกี้

อบอุ่นจนหัวใจเต้นแรงเลยครับ เสียงหัวใจผมเต้นแรงกว่าเสียงสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำอยู่ในตอนนี้อีกครับ

 

จิ๊บๆ

เสียงนกร้องรบกวนเชียวครับ แต่พอขยับตัวจะกอดคนข้างๆ กลับว่างเปล่า

ผมลุกจากฟูกก่อนจะเดินออกไปด้านนอก ใจหายหมดเลยครับ ตอนแรกนึกว่าเข้มหายไปไหน แต่ที่ไหนได้ดันมานั่งมองหน้าตก

“เข้ม”

“ตื่นแล้วเหรอครับ” เข้มหันมายิ้มให้ผมก่อนจะหันกลับไปมองน้ำตกต่อ

“ทำไมออกมาทั้งอย่างนี้ เดี๋ยวก็แข็งตายหรอก”

“คุณเขมมาดูนี่สิครับ” เข้มเรียกผมให้เดินเข้าไปหาเขาเพื่อมองอะไรสักอย่าง ผมก็เลยเดินไปนั่งข้างๆ

“มีอะไรที่น่าดูนักนะ”

“ผีเสื้อครับ ดูตรงโขนหินสิครับ พวกมันบินเต็มไปหมดเลย” ท่าทางเข้มจะมานั่งมองอยู่นานแล้วสินะ “สวยไหมครับ” เข้มหันมาสบตาผมพร้อมกับรอยยิ้มมีความสุขของเขา

โลกของเข้มมักจะสดใสเสมอสินะ...

“สวย”

“คุณเขมครับ ทำไมน้ำตกถึงสีเข้ม”

“เมื่อคืนฝนตกหนักนะ สงสัยจะมีน้ำป่า”

“น่ากลัวจังเลยนะครับ แล้วมันจะท่วมบ้านหลังนี้ไหม”

“ไม่หรอก เพราะมันยกตัวสูงออกมาจากน้ำตกพอสมควร ตอนนี้ทำได้แค่นั่งมอง แต่ห้ามลงเล่นน้ำ” แต่เข้มคงไม่ลงไปหรอกครับ กลัวน้ำซะขนาดนั้น

“ใครจะไปเล่นครับ”

“หิวรึยัง”

“อยากกลับบ้านแล้วครับ ถ้าคุณหนูถามหาจะทำยังไง”

“หืม” เข้มหันมาสบตาผมใหญ่เลยครับ ท่าทางเหมือนกำลังกลัวอะไรอยู่สักอย่าง

“ไม่อยากให้คุณหนูคิดว่าแย่งคุณเขมไป”

“พูดอะไรนะเข้ม”

“เข้มรักคุณเขมกับคุณหนูนะครับ เพราะทั้งสองคนดีกับเข้ม” ผมอยากหัวเราะตัวเองจริงๆ เลยครับ ในความคิดของเข้มที่มีให้ผมมันบริสุทธิ์มากๆ หากเทียบกับผมแล้ว มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

“งั้นเหรอ”

“ครับ”

“อืม” ผมครางในลำคอก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบเสื้อผ้าชุดที่เปียกเมื่อคืนออกมา เข้มเองก็ยืนมองหน้าผมอยู่ตลอด ท่าทางก็เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่พอเห็นสีหน้าดุๆ ของผม เข้มกลับเม้มปากเข้าหากันจนแน่นแล้วเงียบไป

ผมจับมือเข้มแล้วพาเดินกลับไปที่บ้าน เมื่อคืนฝนตกหนักมาก ตลอดทางเดินมันเลยแฉะไปซะหมด ถ้าไม่ระวังอาจจะล้มได้ แต่พอเดินมาถึงลานกว้างหน้าบ้านเสียงของขุนเขาก็ดังขึ้นมา

“พ่อ พี่เข้ม” ขุนเขารีบวิ่งเข้ามาหาพวกเราทั้งคู่ “หายไปไหนกันมาครับ ผมเป็นห่วง”

“พอดีเมื่อคืนฝนตกหนัก พ่อเลยกลับมาไม่ได้นะ”

“พ่อไม่ได้ทำอะไรพี่เข้มใช่ไหมครับ” ขุนเขาหันมาถามผมแต่กลับเดินเข้าไปหาเข้ม ลูกผมติดเข้มมากกว่าเดิมอีกครับ

“เปล่า เหมยฝากเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปซักด้วยนะ”

“ค่ะ”

“ถ้างั้นพ่อขอตัวก่อนนะ” พูดจบผมก็เดินเลี่ยงออกมา ผมกำลังสับสนหรือว่ารู้สึกไม่พอใจกันแน่

ผมมีแต่ด้านมืดเต็มไปหมด การอยู่ใกล้ๆ เข้ม ก็เหมือนการที่ผมพยายามจะทำร้ายเขาสินะ เข้มไร้เดียงสา แต่ผมกลับเจ้าเล่ห์มากเกินไป

 

เข้ม

หลังจากกลับมาที่บ้านคุณเขมก็เดินหายออกไปทันที ส่วนคุณหนูก็ตามผมมาที่ห้องพักด้วย

“พ่อไม่ได้ทำอะไรพี่เข้มจริงๆ นะครับ” คุณหนูดูจะเป็นห่วงผมมากๆ เลยครับ แถมยังมีสีหน้ากังวลตลอดเวลาที่ผมกับคุณเขมกลับมาที่บ้าน

 

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผมก็ชวนคุณหนูออกไปเดินเล่น กลายเป็นเด็กติดผมไปซะแล้ว ส่วนคุณเขมก็ไม่รู้เป็นอะไร ตั้งแต่ที่กลับมาจากบ้านพักหลังนั้นเขาก็ไม่คุยกับผมอีกเลยหรือผมจะไปทำอะไรไม่ถูกใจเขาไว้อีก

“พี่เข้ม”

“ครับ”

“เป็นอะไรไปครับ” คุณหนูจับชายเสื้อผมพร้อมกับคำถาม แววตาของเด็กที่ห่วงใยมันเป็นแบบนี้นี่เอง

“คุณเขมต้องโกรธเข้มแน่ๆ เลยครับ” ผมนั่งยองเพื่อคุยกับคุณหนู

“เอ๋! พ่อโกรธ”

“อืมๆ” ผมไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรขัดใจเขาไว้หรือเปล่า แต่ท่าทางของคุณเขมมันฟ้องมากๆ เลยครับ

“พ่อชอบเป็นแบบนี้แหละครับ แต่ขุนก็ดีใจที่พ่อกลับมาอยู่บ้านด้วยกัน”

“เขาจะไม่ไล่เข้มออกใช่ไหมครับ” ผมกับคุณหนูนั่งจ้องหน้ากัน “เข้มไม่อยากถูกไล่ออก”

“ถ้าพ่อไล่พี่เข้ม ขุนจะไม่ยอม”

“สัญญานะครับ” ผมทำสัญญากับคุณหนูอีกครั้ง โดยการเกี่ยวก้อยกัน พวกเราสองคนยิ้มให้กันก่อนจะชวนกันไปนั่งเล่นที่สนาม แต่เมื่อคืนฝนมันตกหนักสนามเลยแฉะ พวกเราจึงเปลี่ยนไปนั่งที่ชิงช้าหลังบ้านกันแทน จะมีแคร่ไม้ไผ่ตั้งอยู่ด้วย

“นาวเอาขนมมาให้ค่ะ”

“ขอบคุณครับ” พี่นาวเดินตามมาพร้อมกับขนม ผมกับคุณหนูเลยนั่งเล่นกันที่สนามต่อไปเรื่อยๆ

“เดี๋ยวเข้มแกว่งให้นะครับ”

“ครับ”

สายลมอ่อนๆ เหมือนลมหนาวจะมาเยือน มันรู้สึกหนาวจับใจเลยครับ นี่ถ้าไม่สบายคงไม่ได้ทำงานอีกแน่ๆ เลยครับ

ฮัดชิ้ว!

นั่นไง ผมพูดผิดซะที่ไหน

“พี่เข้มไม่สบายหรือเปล่าครับ”

“เปล่าครับ สงสัยอากาศจะหนาว” ผมบอกกับคุณหนูก่อนจะแกว่งชิงช้าต่อไปเรื่อยๆ แต่คุณหนูกลับจับมือผมเอาไว้

“เข้าบ้านกันดีกว่าครับ”

“เอ๋!

“ถ้าพี่เข้มไม่สบาย จะทำยังไง” คุณหนูน่ารักมากเลยครับ เขารู้จักเป็นห่วงคนอื่นแล้วด้วย

คุณหนูจับมือผมก่อนจะพาเดินเข้าไปในบ้าน เขาพาผมกลับไปที่ห้องของตัวเองก่อนจะบังคับให้ผมนอน “นอนสิครับ”

“เข้มกลับไปนอนห้องตัวเองก็ได้ครับ”

“ไม่ได้ครับ เดี๋ยวขุนจะไปตามพ่อมารับผิดชอบ”

“หา! ไม่เอาครับ ไม่เอา” ผมรีบโบกมือไปมา บอกปฏิเสธเต็มกำลังเลยครับ แต่คุณหนูกลับไม่ยอมฟังผม

“ไม่ได้ครับ คนผิดต้องรับผิดชอบ”

“เข้มสบายดีครับ”

“ไม่เชื่อหรอกครับ รอนี่นะ เดี๋ยวขุนไปตามพ่อก่อน”

“อย่าไปนะครับ เข้มสบายดี”

“ไม่สบายครับ”

ปัง!

“คุณหนู” เสียงผมมันขาดหายไปเลยครับ คุณหนูเดินออกไปจากห้องเรียบร้อยแล้ว แถมยังไม่ฟังผมอีกต่างหาก ผมอยากร้องไห้จนต้องกุมขมับตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

ผมนอนรออยู่นานก็ยังไม่มีใครกลับมา รอจนเปลือกตาทั้งสองข้างมันหนักอึ้งเลยครับ หากผมจะนอนหลับไปก็คงไม่เป็นอะไรใช่ไหม ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนร่างกายมันอ่อนล้าสุดๆ ไปเลยครับ

 

“อือ... หนาว”

“ตื่นแล้วเหรอ” ผมรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงพูดตอบกลับมาของใครบางคน พอลืมตาตื่นก็เห็นคุณเขมกำลังนั่งอยู่ข้างๆ ในมือของเขาก็ถือผ้าสีขาวผืนเล็กอยู่ด้วย “เดี๋ยวเช็ดตัวให้”

พรึบ

ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที “มะ ไม่เป็นอะไรครับ” ผมขยับตัวหนีก่อนจะโบมือไปมาเพื่อปฏิเสธ แต่คุณเขมกลับรั้งข้อมือของผมให้ขยับเข้าไปใกล้ๆ เขา

“อย่าดื้อ”

“คุณหนูละครับ คุณหนูไปไหน”

“ขุนเขาไม่สบายง่าย ฉันก็เลยบอกให้เขาอยู่ห่างๆ เข้ม” คุณเขมบอกก่อนจะพยายามเช็ดตัวให้ แต่ผมกลับไม่ยอม

“เข้มอาบน้ำดีกว่าครับ”

“ฉันไม่ชอบเด็กดื้อ” คุณเขมขึ้นเสียงใส่ผมซะงั้น จนผมตกใจและยอมนั่งนิ่งๆ แทน ผมนั่งอยู่อย่างนี้จนคุณเขมเช็ดตัวให้เสร็จเรียบร้อย เขาก็ยกข้าวต้มมาให้พร้อมกับยา

“รีบกินข้าวต้ม แล้วก็กินยาซะ จะได้นอนพักต่อ” พูดจบคุณเขมก็ลุกขึ้น ท่าทางเหมือนกำลังจะเดินออกไป แต่ผมกลับเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเขาเอาไว้ซะก่อน

“โกรธเข้มเหรอครับ เข้มทำอะไรผิด” ผมถามออกไปตรงๆ

“เธอไม่ผิดหรอก”

“แล้วทำไมถึงทำเมินใส่เข้ม”

“ฉันก็เป็นอยู่อย่างนี้”

“เข้มขอโทษ อะ อึก...” ผมพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ แต่มันกลับไม่สำเร็จ ผมไม่ได้อยากจะร้องไห้สักหน่อย แต่มันคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ

“ฉันไม่ชอบน้ำตา”

“อะ อึก ขะ ขอโทษครับ จะไม่ร้องไห้อีกแล้ว” ผมกลืนก้อนสะอื้นของตัวเองก่อนจะเบือนหน้าหนีและนั่งเงียบๆ ผมนั่งกินข้าวต้มที่คุณเขมยกมือให้ต่อทันที

คุณเขมไม่ได้เดินออกไปจากห้องด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ผมเลยนั่งเงียบๆ คนเดียว ผมกินข้าวต้มได้ไม่กี่คำเท่านั้นก่อนจะวางมันไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ แล้วกินยาต่อ ผมทำทุกอย่างให้รวดเร็วที่สุดและเบาที่สุด

“เสร็จแล้วครับ” พอกินอิ่มและกินยาเสร็จ ผมก็บอกคุณเขมที่ยังไม่ได้ออกไป “ขอบคุณนะครับ” พูดจบผมก็ทิ้งตัวลงนอน

คุณเขมคงเบื่อเด็กอย่างผมแน่ๆ เลยครับ ตอนนี้ผมไม่สบาย ทำงานไม่ได้ คงไม่มีประโยชน์สำหรับเขาสินะ ส่วนคุณหนูเธอก็ไม่สบายง่าย คุณเขมเลยไม่ยอมให้เข้าใกล้ผม

“อะ อึก” ผมพยายามแล้ว แต่มันกลับห้ามไม่ได้

 

ตกเย็น

ผมนอนร้องไห้จนหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เย็นแล้ว ผมรู้สึกดีขึ้นมากก็เลยลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินออกไปจากห้องคุณหนูเพื่อกลับไปห้องของตัวเอง

บ้านเงียบๆ ยังไงก็ไม่รู้สิครับ...

“เย้ๆ พี่พลอยจะพาขุนเขาไปอยู่ด้วยเหรอครับ” ผมได้ยินเสียงดีใจของคุณหนูดังขึ้นมาจากห้องรับแขก พอเดินเข้าไปมองใกล้ๆ ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ กับคุณเขม ท่าทางพวกเขาสามคนมีความสุขมากๆ เลยครับ

“แค่ช่วงปิดเทอมนี้จ๊ะเด็กน้อย” คุณเขมดูมีความสุขจังเลย หรือว่าอยู่กับเข้มแล้วไม่มีความสุข แต่เข้มก็ไม่ใช่คนในครอบครัวของเขาสักหน่อย

อะ อึก ฮือๆ

ผมร้องไห้ทำไม แต่ก็ไม่อยากให้เสียงร้องไห้ของตัวเองมันดังรบกวนคนอื่นๆ เลยเดินออกมา ผมไม่ได้กลับไปที่ห้องพักของตัวเองด้วยซ้ำ แต่เดินไปทางสวนด้านข้างเพื่อกลับไปยังไร่ของคุณทศแทน

เข้มไม่สบาย เข้มคงหมดประโยชน์แล้ว...

ไม่รู้ว่าเดินอยู่นานเท่าไหร่แล้ว แต่ร่างกายมันไม่โอเคเลยครับ พอกลับมาถึงบ้านของตัวเองมันก็เงียบสนิทเชียว พ่อกับแม่คงยังไม่กลับมา ส่วนคนอื่นๆ ก็คงไปทำงานกันหมดสินะ

ผมเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะทิ้งตัวลงนอน บ้านผมเป็นแค่บ้านไม้หลังเล็กๆ ที่อยู่ในละแวกใกล้ๆ กับไร่คุณทศเท่านั้น ถ้าขับรถมามันก็ไม่ไกลหรอกครับ แต่การเดินเท้ามันต้องใช้เวลานานพอสมควร

ทำไมวันนี้เหนื่อยจังเลย

 

ก๊อง แก๊ง ๆ

ผมนอนไม่หลับจนได้ยินเสียงอะไรสักอย่างดังขึ้นมา ท่าทางพ่อกับแม่จะกลับมาแล้ว ผมเลยลุกขึ้นไปหาพวกท่านแทน

“พ่อครับ แม่ครับ”

“อ้าวเข้ม” แม่เป็นคนแรกที่ทักทายผม ท่าทางของท่านคงตกใจมากๆ ที่เห็นผม

“นี่ครับน้ำ” ผมตักน้ำในตุ่มใกล้ๆ มือให้พ่อกับแม่ทันที

“เอ็งกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” พ่อถามผม

“เมื่อกี้เองครับ พอดีไม่สบาย คุณเขมเลยบอกให้กลับบ้านได้” ผมกลายเป็นเด็กชอบโกหกไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อผมไม่มีประโยชน์แล้ว

สู้ไปทำงานที่อื่น แล้วหาเงินมาใช้หนี้เขาดีกว่าครับ...

“พ่อครับ แม่ครับ เข้มว่าจะไปทำงานที่อื่นด้วย”

“เอ๋! งานบ้านคุณเขมเขาหนักไปเหรอเข้ม” แม่เดินเข้ามาหาผม ท่านยกมือข้างหนึ่งมาแตะที่หน้าผากและลำคอเพื่อวัดไข้ “เอ็งไม่สบายเหรอ” แม่ตั้งคำถามต่อ

“ไม่หนักหรอกครับ แต่อยากทำงานอื่นไปด้วย”

“เอ็งอย่าทำอะไรหนักๆ เลยเข้ม พ่อเป็นห่วง”

“เข้มแค่ขี้ลืมนะครับ แต่ถ้าทำงานใกล้ๆ คงไม่เป็นอะไร” พ่อกับแม่มองหน้ากันทันที ส่วนผมก็ยืนฟังเงียบๆ ท่าทางพ่อกับแม่จะไม่ยอมง่ายๆ สินะ

“นะครับ”

“ไม่ได้หรอกเข้ม พ่อกับแม่เป็นห่วง”

“แต่ว่า...”

“เราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า ไปนอนพักได้แล้ว” พ่อตัดบทก่อนจะไล่ให้ผมกลับไปนอน สุดท้ายผมก็ไม่ได้ทำงานอื่นอีกสินะ

แต่จะให้ผมกลับไปที่บ้านของคุณเขม ก็คงไม่ได้อีกใช่ไหม?

 

 

 

 

 _____________________________________

น้องเข้มกำลังคิดมากค่ะ เป็นเด็กก็ต้องคิดเยอะๆ แต่ไม่ผิดนานๆ ค่ะ เดี๋ยวว่าที่ฝามีก็มาตามกลับเองแหละค่ะ ^^


TBC


#ตอนนี้ในเพจมีกิจกรรม HUG ให้เล่น แล้วแต่สะดวก อย่าลืมไปเล่นกันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #22 C.Clover (@khun_mali) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 23:35
    น้องเข้มผู้ไร้เดียงสา ... คุณเขมกำลังทำร้ายใจเด็กน้อยโดยไม่รู้ตัวนะเออ เด็กหนีกลับบ้าน 555 สม
    #22
    0
  2. #21 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 09:08
    นับว่าคุณเขมยังมีความดีอยู่บ้าง ที่ไม่เอาความไร้เดียงสาของเข้มมารังแกเข้ม แน่แต่ที่แน่ๆเข้มเอาชนะใจได้ทั้งขุนเขาและคุณเขม
    #21
    0
  3. #20 C.Clover (@khun_mali) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 00:24
    น้องเข้มน่ารักอีกแล้ว คุณเขมหลงเด็กสินะ ... ดีใจที่ขุนเขาติดพี่เข้ม นี่อยากให้คุณเขมกลับมานอนบ้าน กอดลูกบ้าง หวังให้น้องเข้มเป็นกาวใจให้พ่อลูกน้า ...ไรท์สู้ๆจ้า
    #20
    0
  4. #19 ning (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 00:01
    เข้มน่ารัก 555 ขุนเขาดูจะหวงเข้มน่าดูเลยย



    ชอบคร้าบบ มาต่อเรื่อยๆน้าา
    #19
    0