*จบแล้วจ้า*HUG ❤ ยอดดวงใจ 'เขมราฐ' [Yaoi]

ตอนที่ 17 : HUG ยอดดวงใจที่สิบห้า… ขอโทษ (เต็มดวง%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ก.ค. 59






ยอดดวงใจที่สิบห้าขอโทษ

 

 

“น้องเข้มคะ”

“คะ ครับ”

“พี่เหมยทำแผลเสร็จแล้ว อย่าร้องไห้นะคะ” พี่เหมยจับมือผมพร้อมทั้งพูดปลอบใจ “น้องเข้มตัวรุมๆ นะคะ กินยาแก้ไข้ดักไว้ด้วยดีกว่า” พี่เหมยพูดจบก็ก้มลงไปหยิบยาในกล่องปฐมพยาบาลมาให้ผม พร้อมกับน้ำที่เขาหยิบติดมือมาด้วย

“ขอบคุณนะครับ”

“นอนพักดีกว่าค่ะ”

“เดี๋ยวเข้มกลับไปนอนที่ห้องดีกว่าครับ ไม่อยากให้คุณหนูคิดมากอีก”

“โถ่! พ่อคุณ ไปค่ะ เดี๋ยวพี่เหมยไปส่ง” ผมคลี่ยิ้มบางๆ เหมือนกำลังฝืนให้พี่เหมยก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินตามเขาลงไป ตอนนี้น้ำตามันกำลังไหล ผมไม่อยากอ่อนแอแบบนี้เลยครับ

“ขอบคุณนะครับ”

“นอนพักผ่อนเยอะๆ นะคะ”

“ครับ”

ผมยิ้มขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้อง ถึงจะไม่ได้มาอยู่ซะนานแต่ห้องก็ยังสะอาดเหมือนเดิม สงสัยพี่เหมยกับพี่นาวจะมาทำความสะอาดให้ละมั้ง ตอนนี้ร่างกายของผมมันแย่มากๆ อยากนอนพักเต็มทนแล้ว

ผมรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงก็ไม่รู้สิครับ แต่กินยาแก้ไข้ดักไว้แล้วคงไม่เป็นอะไรละมั้ง

“เหนื่อยจัง” ผ้าห่มถูกรั้งขึ้นมาปิดร่างกายที่กำลังหนาวสั่น ตอนนี้ผมอยากได้อ้อมกอดอบอุ่นๆ ของคุณเขมจังเลยครับ

คุณเขมจะโกรธเข้มไหมเข้มขอโทษ

 

เขมราฐ

เมื่อไหร่กันที่เข้มจะเลิกปกป้องคนอื่น แล้วทำให้ตัวเองรู้สึกแย่แบบนี้สักที ผมรู้ว่ามันคงไม่ได้เป็นอย่างที่เข้มพูดแน่นอน แต่ขุนเขาก็เอาแต่ร้องไห้จนผมไม่อยากทำให้ลูกรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ ผมเองก็ผิดที่ไม่ยอมทำอะไรให้มันชัดเจนสักที

“เมื่อกี้ลูกเป็นคนทำสินะ”

“อะ อึก...”

“พ่อจะไม่ลงโทษ แต่ถ้าสำนึกผิดได้เมื่อไหร่ก็ไปขอโทษเขาซะ เข้มไม่ใช่คนผิด หากลูกจะโกรธก็มาโกรธพ่อแทน และพ่อก็อยากขอโทษที่เคยทำให้ลูกรู้สึกโดดเดี่ยว แต่พ่อสัญญาว่าต่อจากนี้ไปพ่อจะไม่ทิ้งลูกและก็เข้ม...”

ตอนนี้ผมอยากให้ขุนเขาและเข้มมีเวลาได้คิดทบทวนอะไรด้วยกัน ถ้าหากทั้งคู่ไม่ยอมปรับความเข้าใจกันดีๆ ความอบอุ่นของผมก็คงจะหายไปด้วย

ผมปล่อยให้ขุนเขาอยู่คนเดียวและลงไปด้านล่างทันทีอย่างน้อยก็ควรกลับไปเป็นคนใจร้ายอย่างเดิม

“เหมย”

“ค่ะ”

“เข้มละ”

“กลับไปที่ห้องแล้วค่ะ แต่เหมือนจะไม่สบายเหมยเลยให้กินยาแก้ไข้ดักเอาไว้แล้ว น้องเข้มดูไม่โอเคเลยนะคะ”

“ฝากดูแลหน่อยละกัน ขุนเขาก็ด้วย”

“เอ๋! แล้วคุณเขมจะไปไหนคะ”

“จะไปอยู่ที่บ้านริมน้ำตกสักระยะ” ผมฝืนยิ้มให้กับตัวเอง มันเป็นรอยยิ้มที่น่าสมเพชซะจริงๆ เลยครับ

“คุณเขม”

“ฉันคิดดีแล้ว ถ้าแค่นี้ยังทำให้คนที่ฉันรักทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไม่ได้ ฉันก็ควรที่จะคิดทบทวนตัวเองไม่ใช่เหรอ?” ผมพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป

กลายเป็นเขมราฐคนมืดมนอีกแล้วสิครับ ทำไมถึงรู้สึกแย่แบบนี้ก็ไม่รู้สิ เมื่อไหร่กันที่ทุกอย่างมันจะดีขึ้น และเรื่องแย่ๆ มันจะหายไป           

 

ตอนนี้เหมือนผมพามาแค่ตัวเลยครับ ทำไมมันถึงทรมานนักนะ ผมปล่อยให้เวลามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ทำไมผมถึงไร้จุดหมายอย่างนี้นะเนี่ย

Rrrr

เสียงโทรศัพท์ของผมมันดังขึ้นมา ทำให้ความคิดทั้งหมดต้องหยุดลงทันที

“พี่เขม” พอกดรับสายเสียงของทศราชก็ดังขึ้นมา

“อืม”

“อะไรกัน ทำไมน้ำเสียงพี่มันแย่แบบนี้”

“มีเรื่องนิดหน่อยนะ แล้วมีอะไรหรือเปล่า”

“ตอนนี้น้องธารถูกพาตัวกลับไปกรุงเทพฯ แล้ว เรามีปัญหาอีกแล้วสิครับ”

“เรา... พี่ว่าแค่นายมากกว่านะ”

“เหอะนา! ช่วยลงเรือลำเดียวกับผมหน่อยสิครับ ตอนนี้ปัญหาผมรอบด้านไปหมดแล้ว พี่พอจะช่วยสืบหาเบาะแสและตัวการให้ผมได้ไหม”

“ขอเวลาหน่อยละกัน”

“ผมเชื่อฝีมือพี่นะครับ”

หลังจากวางสายกับทศราชไป ผมก็โทรติดต่อเพื่อนที่เป็นตำรวจทันที ไม่ใช่ว่าผมจะไม่คอยสืบเรื่องราวต่างๆ แต่เพราะไม่อยากให้มันโจงแจ้งมากจนเกินไป แต่พอรู้ข่าวลับๆ มามันก็ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจ ทำไมคนที่ไม่น่าจะนึกถึงมากที่สุด ถึงได้เป็นคนทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้นะ...

“นายพอจะรู้จักคุณเผ่าหรือเปล่า ทางฉันสืบรู้มาว่าเขาทำเรื่องผิดกฎหมายไว้เยอะ และเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปลอบยิงคณะกรรมการงานประกวดไวน์คนหนึ่งเข้านะ”

คำพูดของเพื่อนที่เป็นตำรวจมันทำให้ผมรู้สึกมึนงงเลยครับ ตอนนี้ผมมีหลายๆ เรื่องเข้ามาในสมอง การประมวลผลเลยยิ่งยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่

ผมโทรกลับไปหาทศราชก่อนจะนัดเจอกับหมอนั่น เราตกลงกันว่าอยากเข้าไปเจรจาให้เขามอบตัว เพราะมันจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าทางฝั่งนั้นจะยอมหรือเปล่า

 

“ผมละสงสารเพียงดินจริงๆ ไม่รู้ว่าจะรู้เรื่องนี้ไหม” เสียงทศราชดังขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่พวกเรากำลังร่วมเดินทางไปหาลูกกระสุนปืนด้วยกัน

“นายก็อย่าใจอ่อนนักสิ ตอนนี้เราไว้ใจใครไม่ค่อยได้เลย” ทศราชดูกระวนกระวายใจมากเลยครับ แต่หมอนี่ก็คงเป็นห่วงเพียงดินในฐานะน้องชายคนหนึ่งสินะ

“ใครจะใจร้ายเหมือนพี่ละครับ แล้วนี่ไปเป็นญาติกับหมีแพนด้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมขอบตาถึงดำคล้ำแบบนั้น”

“ยุ่งนา รีบขับรถไปเถอะ” เอาเข้าจริงๆ พวกเราเดินก็ถึงครับแต่มันอ้อม ก็เลยเลือกที่จะขับรถไปแทน

ผมว่าคุณเผ่าคงจะไหวตัวทันแล้วมั้งเพราะบ้านเขาดูเงียบๆ แล้วนี่เพียงดินหายไปไหนกัน ไม่รู้หรือยังไงว่าพ่อตัวเองทำเรื่องไม่ดีไว้

“พี่ว่าเราเข้าถ้ำเสือจะดีเหรอ” ทศราชเอ่ยถามผมอีกครั้ง หลังจากที่พวกเราเข้ามายืนอยู่ในบริเวณบ้านของคุณเผ่าเรียบร้อยแล้ว

“ก็ยังดีกว่ารอให้เสือเผ่น”

“กลัวจะไม่ได้กลับไปเจอเมียจริงๆ เลย”

“หึ! งาบลูกเขาซะแล้วสินะ”

“พอๆ กันนั่นแหละครับ ไปกันเถอะ” ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะพูดจาแขวะกันไปทำไม ทั้งๆ ที่พวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว

“อ้าว! ลมอะไรพัดมาถึงที่นี่กันครับ”

“ผมคิดว่าคุณเผ่าน่าจะรู้ซะอีก ถ้ารู้เราก็จะได้คุยกันดีๆ หน่อย แล้วนี่เพียงดินไปไหนเหรอครับ”

ทศราชพูดจาหาลูกปืนซะเหลือเกินครับ มาบ้านเขาแท้ๆ แทนที่จะต่อรองให้ดีๆ หน่อย แต่นี่ดันแกว่งปากหาลูกปืนซะงั้น

“หึ! ถ้าหมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นละก็... ผมก็บอกทางตำรวจไปแล้วว่าไม่เกี่ยวข้อง”

“แต่หลักฐานมันมัดตัวคุณเยอะเลยนะครับ ผมว่ายอมมอบตัวดีๆ แล้วสู้คดีน่าจะดีกว่านะครับ”

“ฉันไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้เด็กอย่างพวกเธอสองคนมาสั่งสอน” น้ำเสียงของคุณเผ่าเริ่มแข็งไปนิดหน่อย แต่เจ้าตัวกลับทำเป็นยิ้มเพื่อกลบเกลื่อน

“แต่การรั้นไปมันก็ไม่ดีนะครับ คุณเองก็คงไม่อยากให้เพียงดินเดือดร้อน”

“ทศราช!

“มอบตัวดีกว่านะครับ”

“รีบไส้หัวออกไปจากบ้านของฉันซะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” คุณเผ่าดูโกรธมากๆ เลยครับ ผมว่าวันนี้การเจรจาคงไม่สำเร็จ และท่าทางเสือจะตื่นแล้วด้วย ผมกับทศราชควรจะเผ่นก่อนสินะ

“ไว้พวกผมจะกลับมาใหม่นะครับ” ผมรีบลากทศราชออกมาทันที หมอนี่ก็ไม่วายไปแหย่หนวดเสืออีกจนได้

“นายจะแกว่งปากหาลูกปืนไปทำไม”

“ก็คนมันหมั่นไส้นี่ครับ พี่ก็ดูเอาว่าเขาใจเย็นขนาดไหน”

“เราทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้แล้วละ รีบกลับกันดีกว่า ถ้าอยู่ที่นี่นานๆ อาจจะเดือดร้อนก็ได้”

“ครับๆ”

ทศราชไปเอาความกล้ามาจากไหนนักนะ หมอนี่ดูไม่เกรงกลัวอะไรเลยครับ ทั้งๆ ที่เกือบจะถูกเขายิงกบาลกันอยู่แล้ว

 

บรืนน น นน

ผมว่าความปลอดภัยตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้านคุณเผ่าคงหมดไปแล้วมั้ง

บรืน ๆ

เสียงเครื่องยนต์ ของรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นมาจากใกล้ๆ พวกเราถูกเล่นงานซะแล้วสิครับ สงสัยงานนี้จะจบไม่ค่อยสวยจริงๆ นั่นแหละ

“เราโดนเล่นงานซะแล้วสิ”

“ใครกันที่แกว่งปากหาลูกปืน” ผมหันไปสบตาคนข้างๆ

“ครับๆ ผมผิดไปแล้ว”

ทศราชพยายามควบคุมรถให้แล่นไปอย่างมั่นคง แต่ดูเหมือนพวกมันที่ขับมอเตอร์ไซค์ไล่ตามมาสามคันจะไม่ยอม

“ผมมีปืนอยู่ในเก๊ะ พี่ก็ช่วยยิงเล่นหน่อยละกัน”

“หึ!” หมอนี่ยังอารมณ์ดีในสถานการณ์แบบนี้อีกงั้นเหรอ จะให้กำลังใจตัวเองไปถึงเมื่อไหร่กัน

ปัง

เอี๊ยด

รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในหนังเลยครับ ทศราชก็ขับรถหลบเลี่ยงได้เก่งจริงๆ

“เฮ้ย!” จู่ๆ เสียงหมอนี่ก็ดังขึ้นมา

ปัง

ตามด้วยเสียงปืน

เอี๊ยด

โครม

และเสียงที่ตามมาติดๆ หลังจากนั้นผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย ทุกอย่างมันมืดบอดไปซะหมด แถมร่างกายของผมมันยังไม่พร้อมที่จะต่อสู้ด้วยสิครับ ตอนนี้ผมกำลังอ่อนแอสุดๆ ไปเลย ผมจะตายก่อนได้กลับไปหาเข้มกับขุนเขาหรือเปล่านะ

 

วี้ วอ ๆ

เสียงอะไรนะ ทำไมมันถึงน่ารำคาญแบบนี้ แล้วเรื่องก่อนหน้านี้มันอะไรกัน ผมไม่รับรู้อะไรอีกเลย รู้เพียงเสียงดังเอะอะโวยวายใกล้ๆ หู

ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้นะเนี่ย เหนื่อยเหลือเกิน...

“อะ อึก ฮือๆ คนใจร้าย” เสียงมันคุ้นๆ จังเลยครับ ทำไมมันเหมือนน้ำเสียงของเข้มที่กำลังร้องไห้อยู่ใกล้ๆ ละครับ

 

เข้ม

ตอนนี้ผมกับคุณหนูกำลังนั่งกันอยู่ที่ด้านบนของบ้าน หลังจากที่หลายวันมานี้พวกเราต่างก็ไม่สบายกันทั้งคู่ แต่คุณเขมกลับหายไปมันน่าอึดอัดจังเลยครับ คุณหนูเองก็ไม่ยอมคุย  ไม่เข้าใกล้ผมเลยครับ ส่วนผมเองก็ไม่กล้าเข้าไปคุยกับเขา ถึงแม้ว่าพวกเราสองคนจะนั่งใกล้กันนิดเดียว แต่ก็ไม่มีใครปริปากพูดออกมาสักคน

 

 

แต่แล้วเสียงโทรศัพท์บ้านที่ดังสนั่นก็เรียกสติของผมกับคุณหนูให้มองหน้าสบตากัน  ก่อนที่เสียงพี่เหมยจะดังขึ้นมาแทน

“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบแจ้งทางญาติให้นะคะ” เสียงพี่เหมยเงียบไปหลังจากที่วางสายลง ผมกับคุณหนูก็นั่งมองหน้ากัน แต่ก็ไม่กล้าพูดด้วยกันอย่างเดิม

“คุณหนู น้องเข้ม เกิดเรื่องใหญ่แล้วนะคะ ตอนนี้คุณเขมอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ”

“วะ ว่ายังไงนะครับ”

“พะ พ่อ”

ทั้งผมและคุณหนูต่างมองหน้ากัน ถึงพวกเราจะไม่คุยกัน แต่ก็เป็นห่วงคุณเขมเหมือนกัน

“เดี๋ยวพี่เหมยจะให้คนขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลนะคะ” น้ำเสียงและท่าทางของพี่เหมยรีบร้อนมากๆ เลยครับ “นาวๆ ไปตามคนขับรถมาเร็วเข้า”

“คะ ค่ะ”

ตอนนี้ผมกับคุณหนูเดินลงมารอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้าน คุณหนูยืนเงียบเลยครับ แต่ผมแอบได้ยินเสียงสะอื้นของเขาด้วย จนรถที่จะพาพวกเราไปโรงพยาบาลขับเข้ามาจอด ผมเดินไปเปิดประตูด้านหลังให้คุณหนูก่อนที่ตัวเองจะขึ้นไปนั่งกับคุณลุงคนขับรถแทน

“ฝากด้วยนะคะลุง”

“ครับ”

 

บรืนน น นน

เสียงรถแล่นออกจากตัวบ้าน ความเงียบก็เกิดขึ้น ในใจผมตอนนี้รู้สึกไม่ดีเลยครับ คุณเขมจะเป็นอะไรไหม? แล้วจู่ๆ มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง หลายวันมานี้ที่พวกเราต้องห่างกัน ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่คุณเขมกำลังทำให้ผมกลัวอีกแล้ว

“อะ อึก

เสียงสะอื้นของคุณหนูดังขึ้นมาเรื่อยๆ ผมแอบหันไปมองก็เห็นว่าเขานั่งร้องไห้แล้วกำมือของตัวเองเข้าหากันจนแน่น ผมสงสารคุณหนูจังเลยครับ ถึงจะอยากร้องไห้ตามแต่กลับต้องเข้มแข็งเอาไว้ แล็ปล่อยให้เวลามันผ่านไปเงียบๆ

“ถึงแล้วนะครับ” เสียงคุณลุงเอ่ยขึ้นมา ผมยกมือไหว้ขอบคุณท่านก่อนจะเดินลงจากรถเพื่อไปเปิดประตูให้คุณหนู ตอนนี้เขาหยุดร้องไห้แล้วครับ แต่ก็ยังซึมๆ อยู่

“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”

“จะให้ลุงรอไหมครับ”

“ไม่เป็นอะไรครับ”

“ครับ” คุณลุงขับรถออกไปแล้ว ส่วนผมกับคุณหนูก็ยืนนิ่งอยู่กับที่

ตึกตัก ตึกตัก

ความกล้ามันหายไปหมดเลยครับ น้ำตาก็อยากจะไหล หัวใจเต้นแรงมากๆ ผมไม่ชอบโรงพยาบาลเอาซะเลยครับ

“จับมือผมไปได้ไหมครับ” เสียงคุณหนูดังขึ้นมาจนผมต้องคลี่ยิ้มบางๆ และยื่นมือไปจับข้อมือของเขาเอาไว้

“ครับ” ผมจับมือคุณหนูเดินเข้าไปด้านใน ก่อนจะเดินไปถามห้องพักของคุณเขมจากพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พอรู้เลขห้องพักผมก็รีบพาคุณหนูไปทันที

ตึกตัก ตึกตัก

หัวใจมันเต้นแรงอีกแล้วครับ ทำไมถึงรู้สึกแย่แบบนี้ก็ไม่รู้สิ

“พี่เข้มกลัวเหรอครับ” คุณหนูเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับคำถาม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงปกติอีกครั้ง น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้กลับไหลออกมาซะดื้อๆ เลยครับ

“ปะ เปล่าครับ”

“พ่อต้องไม่เป็นอะไรนะครับ” คุณหนูให้กำลังใจผมขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆ ที่ผมน่าจะให้กำลังใจเขามากกว่า “อย่าร้องไห้นะครับ”

“ครับ”

 

แอ๊ด

ผมเป็นฝ่ายผลักประตูห้องเข้าไปก่อนที่คุณหนูจะเดินตามเข้ามา ตอนนี้คุณเขมกำลังนอนหลับอยู่ ที่แขนข้างซ้ายของเขามีสายน้ำเกลืออยู่ด้วยครับ ท่าทางคงเจ็บน่าดู

“อะ อึก ฮือๆ คนใจร้าย” สิ่งแรกที่ผมเอ่ยออกมาเมื่อได้เห็นหน้าของเขาชัดๆ ผมร้องไห้โฮเลยครับ จนคุณหนูต้องเดินเข้ามาจับมือผมแล้วบีบเอาไว้

“พ่อต้องไม่เป็นอะไร”

“คะ ครับ” พวกเราต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกันสินะ แต่คุณหนูกลับเข้มแข็งกว่าผมอีกครับ เขาไม่ร้องไห้ออกมาเลย

“ฮือๆ ผะ ผมขอโทษนะครับ ผมผิดไปแล้ว ตะ ต่อไปผมจะไม่ก่อเรื่องวุ่นวายอีกแล้ว”

“พี่เข้มหมายความว่ายังไงครับ”

“ผมต้องเป็นตัวซวยแน่ๆ เลยครับ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ๆ ใคร คนนั้นก็ต้องเดือดร้อน อะ อึก ผะ ผมจะไม่ทำงานที่บ้านคุณเขมอีกแล้ว”

“มะ ไม่นะครับ พี่เข้มอย่าพูดแบบนี้สิครับ”

“ฮือๆ”

“ขอโทษ ผมขอโทษ” พวกเราทั้งคู่นั่งกอดกันและร้องไห้ออกมา เหมือนทุกอย่างมันอัดอั้นตันใจเหลือเกินครับ มันนานมากพอแล้ว ตอนนี้มันคงถึงเวลาที่พวกเราต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วก็คุยกันสินะ

“ฮือๆ”

“ผมจะไม่ทำตัวแย่ๆ แบบนี้อีกแล้ว พี่เข้มอย่าทิ้งผมกับพ่อไปนะครับ” คุณหนูพูดไปร้องไห้ไป ก็เหมือนกับผมที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ในตอนนี้

“คุณหนูไม่ได้ผิดนี่ครับ ผมผิดเอง”

“ไม่เอา ไม่ชอบแบบนี้ พี่เข้มอย่าแทนตัวเองว่าผมสิครับ แล้วก็ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณหนูอีกแล้ว”

“ทะ ทำไมละครับ”

“ผมอยากให้พี่เข้มเรียกว่าขุนเขาเหมือนกับพ่อ”

“...” ผมไม่ได้ตอบอะไรเพราะมัวแต่ร้องไห้สะอื้น ผมนี่มันเด็กจริงๆ เลยครับ

“นะครับ”

“คะ ครับ”

พวกเราสองคนนั่งร้องไห้กันอยู่นานเลยครับ พอร้องเสร็จก็ต้องมานั่งรอคุณเขมฟื้นพร้อมกันอีก เจ้าตัวก็ขี้เซาเหลือเกินไม่รู้ว่าจะยอมฟื้นเมื่อไหร่

“อือ...”

“พี่เข้มครับ เสียงพ่อ” คุณหนูบอกกับผมก่อนจะวิ่งไปที่เตียงซึ่งคุณเขมนอนอยู่

“นะ น้ำ” เสียงคุณเขมร้องขอน้ำ ผมเลยรีบรินน้ำใส่แก้วให้เขาก่อนจะยื่นไปตรงหน้า แต่เขาไม่ยอมลืมตาผมเลยต้องใช้หลอดด้วย คุณเขมดื่มเกือบหมดแก้วแนะครับ

“พี่เข้ม ทำไมพ่อถึงขี้เซาแบบนี้ละครับ”

“คงจะเหนื่อยมั้งครับ”

“พ่อไม่ยอมตื่นสักที” หลังจากกินน้ำเสร็จคุณเขมก็หลับต่อ ผมกับคุณหนูก็เลยต้องเดินกลับไปนั่งรอที่เดิม

“ผมง่วง” เขาคงนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วสินะทำไมตอนนี้คุณหนูถึงอ้อนผมจังเลยครับ อยากให้เป็นแบบนี้ไปนานๆ จังเลย

“งั้นก็นอนนะครับ”

“ครับ”

คุณหนูเอนตัวลงนอนที่โซฟา ส่วนผมก็นั่งให้เขานอนหนุนตักแทน พอเห็นคุณหนูหลับผมก็เริ่มง่วงเหมือนกันครับ ช่วงนี้ผมนอนไม่เต็มตื่นเลยครับ แถมยังชอบสะดุ้งตื่นตอนกลางดึกอีกต่างหาก

ถ้าได้พักผ่อนอีกนิดก็คงจะดีเหมือนกันนะครับ...





______________________________________________

เข้มร้องไห้ทั้งเรื่องจริงๆ

เจอคำผิด คำแปลก #สะกิดหน่อยนะคะ...


ขอบคุณค่ะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

106 ความคิดเห็น

  1. #52 ชอบ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 14:21
    น่าสงสารทั้งคุ่
    #52
    0
  2. #51 ชอบ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 14:21
    น่าสงสารทั้งคุ่
    #51
    0
  3. #50 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 12:35
    น่าสงสารทั้งคู่ คงจะดีกันได้แล้วเพราะคุณเขมเจ็บขนาดนี้
    #50
    0
  4. #49 C.Clover (@khun_mali) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 12:33
    งืออออ ในที่สุดน้องขุนเขาก็เปิดใจรับพี่เข้มเต็มดวงแล้วสินะ .. คุณเขมรีบตื่นมาดูลูกเมียสมานฉันท์กันได้แล้วนะ น้องเข้มเก่งมาก สู้ๆ น้า... ไรท์ก็สู้ๆ จ้า
    #49
    0