(BTS) KOOKV : F E S T I V A L ♡

ตอนที่ 9 : BANANA LEAF ; SeulKi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    25 พ.ย. 58






[Short Fic] : Banana Leaf

Writer : SeulKi

Rate : NC-17

JUNGKOOK X TAEHYUNG

Talk : ซึลกิจากเรื่องซังนัมจาเกมส์ค่ะ 555555555 สุขสันต์วันลอยกระทงเน้อ ฮัลโลวีนที่ผ่านพ้นไปได้อ่านคอมเม้นจากทุกคนแล้ว ขอบคุณมากๆค่ะ กุกวีเฟสติวัลคราวนี้....ตีมไม่มี พล๊อตเรื่องไม่ปรากฏ มีแต่ความไร้สาระ รับรองว่าไม่หลอนเหมือนบีไซด์ยูวแน่นอน คึคึคึ ขอฝากฟิคบานาน่าลีฟไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ จ๊วบบบบบ




…………………………………………….


คุณแม่บอกเสมอว่าเกิดเป็นแทแทต้องรักนวลสงวนตัว

แต่ถ้าจะมี ผัว เป็นจอนจองกุก

คุณแม่ก็ยินดี


.


.


.


.



-Banana Leaf-



“จะบ้ารึไงแม่! แทเป็นผู้ชายนะ!!!”



คุณนายคิมกรีดกรายโบกพัด ส่วนตาก็จ้องผู้ชายสี่คนที่เมมเบอร์คนนึงหน้าเหมือนผมยังกับแกะ แต่แม่ไม่ชอบ แม่ชอบมักเน่ขาวจั๊วะหน้าเจี๊ยะเคี้ยวอร่อยดี(?) คิมวีเค้าดำเกินไป(?)



วงบันทันโซนยอนดัน หนึ่งในวงไอดอลที่โด่งดังในยุคนี้ ประกอบไปด้วยเมมเบอร์สี่คน แต่ไม่ต้องไปสนหรอกครับ



“เป็นผู้ชายแล้วยังไงย่ะ แม่บอกว่าคนนี้ก็คนนี้ สามีแกต้องเป็นจอนจองกุกเท่านั้น!”



“แต่แทเป็นผู้ชายนะ! ผู้ชาย! มีปิกกาจู้ด้วย”



แล้วจองกุกอะไรนั่นก็มีปิกกาจู้ แค่คิดถึงตอนควักออกมาปล่อยพลัง(?)ใส่กันก็กลัวแล้ว T~T



“แล้วใครบอกว่าแกเป็นผู้หญิง ไปๆๆจะไปไหนก็ไป เกะกะคนจะดูสตรีม”



แล้วคุณนายนางมารก็ปัดไล่ผมออกมาด้วยไม้ตบแมลงวันจนต้องบินกลับมาอยู่ห้องตัวเอง 



ฮึ้ยยยยย คลั่งอยู่ได้วงอาบังขายโรตี ลูกตัวเองหล่อกว่าตั้งเยอะ แทฮยองได้แต่นอนกัดหมอนด้วยความอิจฉาริษยา 



ตั้งแต่แม่ไปติดเด็กที่ชื่ออะไรกุกๆนั่น ก็ลดเงินลูกตัวเองลงเหลือแค่วันละห้าบาท อีที่เหลือเอาไปซื้อบั้ม เสียเป็นแสนแขนไม่ได้จับ แม้แต่ค่ารถ 10 บาทก็ไม่ให้ ค่าอาหารก็ต้องไปขอเพื่อนกิน เพราะม๊าเอาไปซื้อของออฟหน้าคอนหมดแล้ว



ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะจอนจองกุกบ้าบออะไรนั่นคนเดียวเลย! ม๊าอยากได้อีเด็กฟันจอบมาเป็นลูกเขยมาก มีที่ไหนอยากให้ลูกตัวเองไปเป็นเมียเมน โกรธครับ แทแทโกรธมาก!



“นังแทๆๆ มานี่ มาดูนี่เร็ว”



หย่อนก้นลงบนเตียงได้ไม่ถึงวิ เสียงนรกจากคุณนายก็มา ดูสิครับทีกับลูกตัวเองนี่เรียกจิกกัด ทีกับรองมักเน่วงบังทันเรียก ลูกวี -_-



ผมเดินกลับไปหาหม่อมแม่ที่กำลังใช้บังทันบอมบ์กวักเรียก ไม่เอาผ้าเชียร์มาโบกด้วยละเจ๊



“หล่อใช่ป่ะ นี่แหละกุกกี้ลูกแม่ ~ ~” 



แม่ผมชี้ให้ดูเด็กหน้าขาววอกคนหนึ่งที่กำลังเต้นแรงเต้นกาอยู่กลางเวที ผมทำหน้าเมื่อยทันทีที่เห็นหน้าตาอันแสนคุ้นเคย ก็เล่นมีรูปอีเด็กนี่ติดอยู่ทุกเสาบ้านยังกับยันต์กันผี เห็นแค่รูปผมก็เอือมจะตายอยู่แล้วนี่ยังมายัดเยียดสตรีมให้ดูอีก



“ดูทำไมอ่ะแม่ ไม่เห็นจะหล่อเลยสักนิด วียังหล่อกว่าอีก”



ผมพูดถึงเมมเบอร์ที่เพื่อนต่างพากันพูดกรอกหูว่าหน้าเหมือนยังกับแฝดพลัดพราก แต่คิมวีเค้าดูดี ส่วนแทฮยองคนนี้เป็นแค่เด็กกากๆใส่เสื้อบอลคาบแตะช้างดาว เวลาว่างก็ชอบเล่นว่าว(?)



“แกจะบ่นไรนักหนาห๊ะ แทฮยอง บอกให้ดูก็ดูไปสิ”



ก่อนที่แม่จะเอาอีแท่งไฟระเบิดมาทุบหัว ผมก็จำใจดูจอนจองกุกที่กำลังเปลี่ยนเป็นร้องเพลงเดี่ยวเล่นไลฟ์ด้วยกีตาร์โปร่ง เสียงไอ้เด็กนี่ดีมากๆผมยอมรับ หน้าตาก็โคตรหล่อ แต่ด้วยความที่มันได้ความรักจากแม่ผมไปมากกว่า ทำให้ผมเกลียดขี้หน้าเด็กกุ๊กไก่อะไรนี่จับใจ 



เพราะมันเนี่ยแหละ ที่ทำให้ผมมีเงินแค่ 5 บาท แม่ม!!!



ดูไปได้สักพัก ผมก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันชักทะแม่งๆ



“แม่ๆๆ แม่ว่าป่ะ เวทีนี่มันดูคุ้นๆ.....”



คุ้นๆ...



คุ้นๆเหมือนโรงเรียนตู -[]-



คุณนายคิมฉีกยิ้มกว้างอย่างถูกใจ



“นึกว่าจะไม่ฉลาดซะแล้ว (หมายความว่าไงฟ่ะ) ใช่เลย น้องแทที่รักของหม่าหมี๊ จอนจองกุกอยู่โรงเรียนเดียวกับแก และแม่ขอสั่งให้แกไปเอาจอนจองกุกมาเป็นลูกเขยให้ได้ ไปเอามา!!!!!”



-Banana Leaf-



ไปเอามาบ้าอะไร ไม่ได้ดูสภาพหน้าลูกตัวเองเล๊ยใช้ให้ไปจีบดารา!



ผมลากสารร่างที่ดูอิดโรยของตัวเองมาโรงเรียนอย่างมึนงง บรรยากาศโรงเรียนบิ๊กฮิตง่วงหาว แม้แต่สิ่งที่ อาจารย์พูดก็ฟังไม่ได้ใจความ แว่วๆว่าเป็นงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศที่จะจัดในอีกหนึ่งอาทิตย์



“แจ่บๆๆๆ”



ปาดน้ำลายที่ไหลย้อยลงมาตรงโต๊ะเรียน ยืดลงไปบนพื้นห้อง คิมแทฮยองสะดุ้งเฮือกตอนที่เพื่อนตัวประกอบสะกิดเรียก



“แทฮยอง” อีกฝ่ายทำหน้าแหยตอนที่ผมอ้าปากหวอทำตาลอยจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปทั้งฝูง สภาพแบบนี้จะเป็นเมียใครได้วะ “อาจารย์แบคฮยอนเรียกนายไปพบน่ะ”



ฮ่อล ฮ่อล ฮ่อล T~T



เสียงกรี๊ดกร๊าดมากมายกับเหล่าชะนีน้อยที่วิ่งพลุกพล่าน ผมได้แต่ปล่อยตัวและใจไปตามฝูงชน 



อาจารย์แบคที่หน้าคล้ายๆผม (หน้าตาอย่างนี้มันโหลมากรึไงไม่รู้) เป็นอาจารย์ประจำวิชาประดิษฐ์ประดอย สอนมันทุกอย่างตั้งแต่พับกระดาษยันหมักกิมจิ บางทีแกอาจจะให้ผมไปเด็ดผักกาดแก้ศูนย์ก็เป็นได้(?)



“อ้าว มาแล้วเหรอแทแท มานั่งนี่มะ”



อาจารย์คนน่ารักยิ้มหวานผายมือไปที่เก้าอี้รูปหน้าชานยอลวงเอ็กโซ นั่งทีตูดก็ลงไปทับหน้าเขาพอดี ฟินมากกก ฟินจนหน้าเฮียชานดำปึ๊ดแถมยังบุ๋มเป็นรูปก้น -[]-



“คืองี้นะน้องแท” คิดว่าน่ารักมากมั้ยที่เอานิ้วชี้มาจิ้มกันแถมยังช้อนตามอง 



“จารย์เห็นว่าอีกคะแนนเดียว เราก็จะผ่านแล้ว และทีนี้มันมีงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมชิมิ ^[]^ แล้วชั้นเรียนของเราก็จับฉลากได้ประเทศไทย” 



ประเทศไทย? เดือนพฤศจิกา? ประเดี๋ยวก่อนนะ



อาจารย์ใช้มือเรียวสวยตบลงบนโต๊ะทำงานที่สกรีน(?)เป็นรูปชานยอลก่อนจะหยิบกระดาษที่มีสติ๊กเกอร์รูปชานยอลตรงมุมและยื่นปากกาที่เป็นลายชานยอลมาทางผม



“คะแนนอีกหนึ่งคะแนน น้องแทแททำกระทงใบตอง ไม่ต้องอะไรมาก ขอเป็นแค่จีบสามชั้น เอาไว้ตั้งโชว์ในนิทรรศการก็แล้วกันนะจ๊ะ ตกลงแล้วเซ็นชื่อตรงนี้เลยจ๊ะ”



ตกลงบ้าอะไรจับมือนักเรียนไปเขียนชื่อห๊ะ! อาจารย์แบคฮยอนโบกมืออำลาผมหยอยๆด้วยผ้าเช็ดหน้าลายชานยอล ก่อนจะหันไปเห็นเศษขยะจึงเก็บขึ้นมาแล้วบรรจงทิ้งลงในถังขยะหน้าชานยอล(?)อย่างสวยงาม



และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักของผมกับไอ้เด็กกุ๊กไก่ไอดอลห้าบาท



-Banana Leaf-



“ทำไม! ทำไมชีวิตคิมแทฮยองมันบัดซบอย่างนี้!”



ผมกรีดร้องซบหน้าลงกับหมอนด้วยความเสียใจ ย้อนกลับไปตอนที่ผมเพิ่งมีสติรู้ตัวว่าต้องทำกระทงใบตองบ้าบอไรนั่น เพื่อนตัวประกอบสองที่ทนเห็นความน่าสมเพชของแทฮยองคนกาก (ฉายาที่ได้รับมาตั้งแต่อนุบาล) ไม่ไหวจึงตัดสินใจชี้ทางสว่างให้



“ทำไมนายไม่ลองไปถามจอนจองกุก” เพื่อนที่ผมไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเพราะมันเป็นตัวประกอบพูดขึ้น 



“เมื่อปีที่แล้วเขาเป็นคนทำกระทงสิบชั้นสวยๆหน้างาน จำได้มั้ย ที่ได้ลงนิตยาสารแม่ศรีเรือน”



แม่ศรีเรือน? จอนจองกุก? ผู้หญิงอะไรวะชื่อโคตรแมน



“เท่านั้นยังไม่พอนะ” ชะนีตัวประกอบสามแทรกขึ้น “จอนจองกุกยังได้รับฉายามักเน่ทองคำผู้มีพรสวรรค์ ไม่ว่าอะไรก็ทำได้ แม้แต่ร้องเพลง เล่นดนตรี ทำกับข้าว วาดรูป เย็บปักถักร้อย ซ่อมจักรยาน ประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำ”



แรกๆพอเข้าใจแต่อันหลังเอามาทำไม โลตัสแถวบ้านก็มีขายไม่ใช่เหรอวะ



“ดูๆไปก็ต่างจากคนแถวนี้ลิบลับ” 



แล้วนางจะมาจิกตาใส่น้องแททำไม ฉายาคนกากไม่ได้มาง่ายๆนะ ต้องใช้ความพยายามแค่ไหนถึงปลูกถั่วงอกแล้วตาย แม้แต่ผักบุ้งกับจอกแหนยังไม่รอด แล้วให้คนกากมาประดิษฐ์กระทง 



ใบตองคืออะไรหาจากไหนผมยังไม่รู้เลยอ่ะ



“เค้าเก่งขนาดนั้นจะยอมมาช่วยฉันเหรอ” ตัวประกอบสองยิ้มกริ่มขึ้นมา



“นายก็ลองเอาดอกไม้ธูปเทียนไปให้เขาสิ”



ตอนนี้ผมกำลังด้อมๆมองๆหน้าห้องวิทย์ด้วยความเป็นกังวล มือข้างหนึ่งถือธูปกับดอกดาวเรือง อีกข้างหิ้วถังหูหิ้วสีเหลืองๆที่ข้างในใส่พวกแปรงสีฟันยาสีฟันผงซักฟอกหยูกยา ถุย! 



คืองี้ครับเมื่อเช้าผมก็ไปซื้อดอกไม้ตามปกติอ่ะแหละ แต่ป้าคนขายบอกว่าถังนี่ลดราคาเลยซื้อมาด้วย ของใช้เยอะดีเผื่อจอนจองกุกจะพอใจ(?)



จากที่สายสืบของผมรายงาน เด็กหญิงใบตองสิบชั้นคนนี้นางดังมาก ทุกคนไล่ตามขอลายเซ็น(เอ่อ คงจะให้เซ็นหนังสือแม่ศรีเรือน) กันให้ควั่ก และตอนนี้นางกำลังหลบอยู่ที่นี่! 



ผมสูดลมหายใจก่อนจะผลักประตูห้องเข้าไปตามด้วยล็อกเสร็จสรรพ เบื้องหน้าคือแผ่นหลังกว้างที่กำลังหันหลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าบนโต๊ะเรียน โห มองข้างหลังยังกับนายแบบ แมนกว่าคิมแทฮยองอีกจ่ะผู้หญิงสมัยนี้



“ขอโทษนะครับ” ผมเอ่ยเรียกน้องเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ยิ่งใกล้ก็ยิ่งชัดแล้วนั่นมันกางเกงผู้ชายไม่ใช่เหรอวะ -[]-



“ค...คือว่า จอนจองกุก” แผ่นหลังกว้างที่กำลังผ่อนคลายหยุดชะงัก “ท...แทมีของมาให้ ช่วยรับไว้ด้วยนะ!”



แสงจากดวงอาทิตย์ลอดผ่านเข้ามาจากผ้าม่านกระทบหน้าต่างก่อเกิดเป็นประกายวิ้งวั้ง น้องจอนจองกุกที่ผมคิด(ไปเอง)ว่าหน้าตาจะต้องเรียบร้อยประหนึ่งผ้าที่พับไว้ค่อยๆหันกลับมา 



ราวกับห้วงเวลาหยุดนิ่งเมื่อดวงตากลมโตหันมามองสบ สันกรามคมรับกับวงหน้าหล่อเหลาได้รูปและจมูกโด่งยิ่งเสริมให้คนตรงหน้าดูดี ผมเลื่อนสายตาลงมองริมฝีปากสีชมพูอ่อน เรื่อยมาจนถึงแผ่นอกกว้างที่ปลดกระดุมออกจนเผยให้เห็นผิวขาวไร้ที่ติกับกล้ามอกแน่น ต่ำลงจนถึงหน้าท้องแบนที่เห็นกล้ามเนื้อชัดเจนผ่านทางเสื้อเชิ๊ตตัวบางและแสงแดดที่สาดส่อง 



ต่ำลง ต่ำลงเรื่อยๆจนถึงส่วนที่โป่งออกมาเล็กๆภายใต้กางเกงนักเรียนสีดำ



มองสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เหมือนจะดูดวิญญาณออกไปนั่นอีกครั้ง กระพริบตาปริบๆอีกสองสามที เสียงไซเรนในหัวก็เริ่มร้องเตือนภัยพร้อมกับสติที่เพิ่งกลับมา



ไอ้ชิบหาย!!! จอนจองกุกแม่งเป็นผู้ชาย!!!!!!!



ผู้ชาย!!!!!!



ผู้ชายที่เพิ่งจับได้ว่าผมไปจ้องปิกกาจู้ของมัน!!!!!!



ผมได้แต่ยืนนิ่งเป็นก้อนหินในสวนถาด มือซ้ายถือดอกไม้พร้อมธูปที่จุดแล้ว มือขวาถือถังน้ำสีเหลือง อ้าปากค้างเหวอจ้องมองจอนจองกุก(?)ที่กำลังยกมือขึ้นเสยผม กล้ามแขนใหญ่ที่แทบจะรัดคอคนตายตึงแน่นผ่านทางเสื้อนักเรียน นี่ผมบ้าคิดว่ามันเป็นผู้หญิงไปได้ยังไง!



จอนจองกุกคนนี้กับจอนจองกุกคนนั้น?



มัน! มัน! เป็นมันนั่นเอง! ไอ้เด็กบ้ากุ๊กกี้อาบังขายโรตีลูกเขยคุณแม่! ชัดซะยิ่งกว่าสตรีมโคตร HD!



ริมฝีปากบางสวยที่ผมแอบชื่นชอบขยับก่อนที่เสียงทุ้มต่ำน่าฟังจะดังขึ้นมา



“ช่วยขยับมายืนที่แดดส่องได้มั้ย สีผิวนายดูคล้ำๆ(?)”



คล้ำๆหรือดำๆ? อ...อ...ไอ้บ้า คิดว่าขาวแล้วจะมาดูถูกผิวสีแทนของคนอื่นได้รึไง! ผมกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินไปที่ที่แดดส่อง (อ้าว)



“มาหาฉันใช่มั้ย” จองกุกกวาดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน หลังจากที่ผมไปยืนตรงแดดด้วยท่าทางไม่พอใจ “ไหนละของที่จะให้.....บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ฝากไว้ที่ผู้จัด........”



เสียงดุที่คล้ายจะตำหนิหยุดชะงักเมื่อผมยัดดอกดาวเรืองสีเหลืองอ๋อยใส่มือใหญ่ เอากระถางธูปวางไว้ตรงเท้าเขาพร้อมกับเอาธูปสามดอกที่เตรียมมาไปปัก



“จอนจองกุก” ควันธูปที่ลอยอบอวลยิ่งส่งเสริมให้บรรยากาศตรงหน้าแลดูขลัง นี่สินะที่เขาเรียกว่าพิธีการรับศิษย์รุ่นน้องกระทงใบตองของคนไทย (แหล่งอ้างอิง ; ตัวประกอบ2) 



“ได้โปรด” น้ำเสียงของผมจริงจังประหนึ่งศิษย์น้องที่อยากฝึกวิชา ณ เขาเหลียงซาน(?) “ได้โปรด สอนฉัน คิมแทฮยอง คนนี้ ทำกระทงใบตองจีบสามชั้นที!!!!”



และร่างบอบบางของคิมแทฮยองที่ยังคงมีน้ำลายจากการนอนกลางวันเปื้อนที่มุมปาก...



คนสติไม่ดีที่ยัดถังสีเหลืองที่ข้างในเต็มไปด้วยของยังชีพหุ้มพลาสติกเข้ามาในตักจะยังคงอยู่ในใจจอนจองกุกไปอีกนานแสนนาน



.



.



.



“แหม เจอกันครั้งแรกก็ถวายสังฆทานไปให้ แกรุกได้ยอดเยี่ยมมาก”



เสียงชมเชยพร้อมกับเต้นโบกพัดรูปหน้าจองกุกไปรอบห้องของขุ่นแม่ สาบานได้ป่ะว่ากำลังปลอบลูกที่จอมจมกับความโศกเศร้า T~T



หลังจากให้(ถวาย?)ของกับจองกุกที่เอาแต่นั่งนิ่ง ผมก็ถือวิสาสะคิดเอาเองว่าอีกฝ่ายยอมช่วย ดึงไอโฟนที่เขาถืออยู่พร้อมดอกดาวเรืองออกมาเมมเบอร์ตัวเองยิงเข้าเครื่องเสร็จสรรพ 



คิมแทฮยองยังคงใช้ชีวิตด้วยความไม่รู้อะไรต่อไป จนกระทั่งหม่อมแม่กวักเรียกให้ไปดูทวิตเตอร์ที่พวกแฟนถ่ายมา



เรือนร่างสูงโปร่งที่กำลังก้าวขึ้นรถตู้ด้วยท่วงท่าราวกับนายแบบ ในมือถือถังน้ำสีเหลืองดอกดาวเรืองและกระธางธูปกลายเป็นที่โจษจันในทวิตชั่วพริบตา



ไม่น่าล่ะจองกุกแม่งโคตรนิ่ง แม่ผมบอกว่าเขามีญาติอยู่ที่เมืองไทยเลยซึมซับวัฒนธรรมเข้ามาจนสามารถประดิษฐ์โคตรกระทงนั่นออกมาได้ 



ในใจคงคิดว่าผมคลั่งไคล้จนถึงขั้นเอาสังฆทานไปบูชาแน่ๆ -[]-!!



“แต่ก็ดีนะ....นี่เป็นพัฒนาการในการจับ(?)จองกุกกี้ของแม่มาเป็นลูกข....”



ในขณะที่ผมคิดว่าชีวิตคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้ 



ติ๊งหน่อง!



“ขอโทษนะครับ คิมแทฮยองอยู่ที่นี่รึเปล่า”



-Banana Leaf-



เรือนร่างสูงโปร่งรับกับใบหน้าหล่อเหลา จอนจองกุกในชุดเสื้อกล้ามบางๆคลุมทับด้วยแจ็คเกตหนังสีดำกับกางเกงยีนส์ขาเดฟขาดๆ ใบหูที่เคยเรียบโล่งเต็มไปด้วยจิวสีเงินอันใหญ่ เท่ห์บาดใจจนคุณนายคิมอ้าปากค้าง แต่อะไรก็ไม่หนักเท่ากระเป๋าเดินทางขนาดพกพาที่ไอ้เด็กบ้านี่ลากมาด้วย



ร่างสูงส่งยิ้มละมุนละไมทักทายเจ้าของบ้าน โค้งให้กับแม่ผมก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล



“สวัสดีครับ ผมชื่อ จอนจองกุก วันนี้ผมมาขออนุญาตคุณแม่พาแทฮยองออกไปเที่ยวด้วยกัน ^O^”



สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นคือรอยยิ้มชั่วร้ายของคุณแม่พร้อมกับเสียงหวานเหี้ยมเกรียมที่กระซิบข้างหู



“อย่าลืมนะนังแท พอจองกุกเผลอ ให้เอาน้ำมันพรายที่แม่ยัดใส่กระเป๋าไว้ กรอกปากเขาจับทำลูกเขยแม่มเลย!”



“ย...หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้! นี่นายจะพาฉันไปไหน!!!!”



ผมทั้งแหกปากทั้งทุบตีมือใหญ่ขัดขืนไอ้บ้านี่สุดแรง แต่ไม่รู้เด็กกุกกินควายเข้าไปรึไงถึงไม่ขยับเลยสักนิด นี่ไม่ใช่หนังเรื่องจำเลยรักเมียทาสนะ ยิ่งรอบข้างพากันพูดว่าผัวเมียทะเลาะกันผมก็ยิ่งโคตรจะอับอาย รู้ตัวอีกทีก็โดนลากเข้าไปตรวจกระเป๋าไฟล์ทบินออกนอกประเทศ



ใช่ครับ! นอกประเทศ!! ประเทศที่ผมไม่รู้ว่าที่ไหน!!!



“หยุดดิ้นสักที ไม่อายชาวบ้านรึไง คนมองทั้งสนามบินแล้ว”



จอนจองกุกที่ตอนนี้ใส่ทั้งมาร์คปิดปากทั้งแว่นตาดำยังกับผู้ร้ายข้ามแดนทั้งฉุดทั้งกระชากแขนผมอย่างไม่ปราณี ทั้งพาสปอร์ตกระเป๋าตังค์มือถือก็โดนคนตรงหน้ายึด แถมตอนนี้ยังพยายามผลักผมเดินไปตรงที่ตรวจคนเข้าเมืองอีก



“ไม่หยุด นี่นายเมากลิ่นธูปจนเพี้ยนไปแล้วรึไง ถึงแม่ฉันจะอนุญาตแต่ฉันไม่อยากไป ฉันต้องทำกระทง ฉันไม่อยากติดศูนย์!!!”



“หืม ทำไมไม่เห็นเหมือนตอนแรกเลยสักนิด ไม่แทนตัวเองว่า แท แล้วล่ะ ฉันว่าน่ารักดี”



น...น่ารัก มันคิดว่าผมน่ารัก? แทฮยองคนกากแถมยังชอบแคะขี้มูกเนี่ยนะ กินขนมป๊อกกี้ในถังสังฆทานจนเพี้ยนไปแล้วรึไงวะ ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ก็อดหน้าแดงไม่ได้ ไม่ใช่ทุกวันนี่ครับที่จะมีคนหล่อโคตรๆหลงผิดมาชมว่าน่ารัก พอรู้ตัวอีกทีผมก็เดินตามก้นกุกกี้ขายโรตีเข้าเกทไปอย่างงงๆ



“บอกได้ยังว่าเราจะไปไหน”



หลังจากนั่งแช่ก้นอย่างสบายใจในชั้น Business Class ราคาตั๋วก็ไม่ต้องออก อยากกินอะไรจองกุกก็จ่ายแถมเขายังรับปากซะดิบดีว่าจะช่วยทำกระทงสามชั้น ตอนนี้คิมแทคนกากก็เลยมานั่งกินน้ำมะพร้าวพร้อมเต๊าะแอร์โฮสเตส



จอนจองกุกทำเพียงแค่ใช้หางตาจ้องผมเล็กๆพร้อมกับทำน้ำเสียงเคร่งขรึม



“เรากำลังจะ......”



จะ! จะ! จะอะไรวะ!



ใบหน้าหล่อเหลากระตุกยิ้ม



“เรากำลังจะไปซื้อใบตอง!!!!!”



ใบตองบ้านแกอยู่ในถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะขระ สองข้างทางเป็นท้องนาและกระต๊อบรึไง!! หลุดออกไปได้ผมจะฆ่าอีเด็กกุกนี่ซะ! แต่หลังจากมันช่วยผมทำกระทงนะ T~T 



ย้อนกลับไป ณ สนามบิน ที่นี่คือประเทศไทยและเมืองกรุงเทพ ไม่ผิดแน่ๆครับ แต่ไอ้ที่ผิดคือร่างสูงที่กำลังกระโดดขึ้นรถกระบะโคตรร็อกเปิดท้ายสีแดงแปร๊ด สลัดแจ็กเกตหนังออกจนเหลือแต่เสื้อกล้ามพร้อมกับกวักมือเรียกผมให้กระโดดขึ้นท้ายกระบะด้วยกัน



พี่คนขับที่หน้าตาเหมือนหัวหน้าเผ่าเมาคลีผู้สวมเสื้อตัดอ้อยสีชมพูแถบเขียวหันมาฉีกยิ้มพร้อมชูนิ้วโป้ง



“ขึ้นท้ายเลยน้องแท เดี๋ยวเฮียจุนพาลุย!!!!”



ลุยน้ำลุยขี้โคลนหัวสั่นไปมาตกหลุมตกบ่อจนรถกะบะสีแดงกลายเป็นสีน้ำตาลเป็นเวลาสามชั่วโมง! 



ในที่สุดก็มาจอดที่หน้าบ้านไม้หลังใหญ่ยกขึ้นเหนือพื้นซะสูงปรี๊ดจนเดินเล่นใต้บ้านได้ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นน่าอยู่ นี่หรือกรุงเทพ(?)ทำไมไม่เห็นเหมือนในรูปเลยอ่ะ



เสียงตึงตังดังมาจากตัวบ้านพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่วิ่งลงบันไดมา รู้ตัวอีกทีผมก็โดนกอดแนบแน่บพร้อมกับใบหน้าหวานที่ผละออกมาส่งยิ้ม



“ยินดีต้อนรับนะน้องแท พี่ชื่อ จินนี่ ลูกพี่ลูกน้องจองกุกเอง ~O~”



อ่อ ญาติที่เมืองไทยของจองกุกที่แม่เคยเล่าให้ฟัง -[]- ผมดื่มน้ำจากขัน(?)สีเงินที่เจ๊จินนี่ไปตักมาจากตุ่มหน้าบ้าน ตาก็หลุกหลิกไปมาไม่หยุดหย่อนหลังจากอีกฝ่ายชวนขึ้นเรือน ก็ทั้งเฮียจุนเจ๊จินเล่นจ้องผมตาไม่กระพริบ ส่วนจองกุกน่ะเหรอ...นอนพึ่งพุงโชว์ซิกแพคอยู่หน้าพัดลมแล้ว!



“น้องแทนี่น่ารักเหมือนที่จองกุกเล่าให้ฟังเลย พี่ดีใจมากเลยนะที่ในที่สุดกุกกี้ก็ยอมกลับมาเยี่ยมบ้าน แถมยังพาแฟนมาด้วย”



พรู้ด!



น้ำที่กินอยู่กระเด็นสาดซัดไปที่หน้าเจ๊แกเต็มๆ นางกรีดกรายเอาผ้าเช็ดหน้าลายลูกไม้ขึ้นมาซับหน้า แบ็กกราวน์เป็นจองกุกที่นอนกระดิกตีนไปมา -[]-



“ม...ม...ไม่”



“ไม่ปฏิเสธครับพี่จิน”



จองกุกที่นอนขึ้นอืดอยู่ด้านหลังขยับมาโอบเอวผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จมูกโด่งคมฝังลงบนแก้มนิ่มฟอดใหญ่พร้อมกับฉีกยิ้มให้พี่ชายตัวเอง



สวัสดีชาวโซเชียลแคม นี่เราเอง จองกุก คนอวดแฟน -[]- (ไม่ใช่แล้ว)



“ห...ห๊ะ” 



พี่จินได้แต่กัดผ้าเช็ดหน้าสีขาวด้วยท่าทางปลื้มปริ่มก่อนจะพูดทิ้งท้าย



“คืนนี้บรรยากาศดี ท้องฟ้าเป็นใจ เดี๋ยวพี่ไปจัดห้องให้เราสองคน.....เอาเป็นเตียงคิงไซส์โปรยปรายด้วยกลีบกุหลาบ อุปกรณ์อะไรๆ(?)อยู่ในลิ้นชักข้างหัวเตียงนะจ๊ะ เอนจอยยยย”



เอนจอยบ้าบออะไร!



ผมใช้ผ้าขาวม้าผืนบางปาดซับเหงื่อที่ไหลเยิ้มบนหน้าผากเถิกๆริมฝีปากอิ่มแดงก่ำหอบหายใจแรงยามที่จองกุกกระแทกกายเข้ามาไม่หยุดหย่อน



“อ...โอ๊ยย เจ็บ พอแล้ว!”



ผมได้แต่น้ำตาคลอ ทั้งเจ็บทั้งกลัว อีกคนก็ไม่ยอมผ่อนแรงเลยสักนิด



“พ...พออะไร ก็เห็นอยู่ว่ามันหยุดไม่ได้”



จองกุกหอบหายใจแรงไม่แพ้กัน ยิ่งโดนเข้ามาจากด้านหลังผมก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ทั้งท่อนแขนแข็งแรงที่โอบรัด ทั้งแผ่นหลังที่แนบไปกับอกกว้าง



“จองกุก ฉันเจ็บนะ หยุดสักที!!!”



“หยุดไม่ได้!!!!!!”



“ด...เดี๋ยวจองกุก ตรงนั้นมัน.....”



ตรงนั้นมันท้องนา!!!! ว๊อท เดอะ ฟ๊าคคค 



“ม...ม...ม...ม่ายยยยยยยย”



ย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว



“อย่านึกนะว่าฉันจะช่วยนายฟรีๆโดยไม่มีค่าตอบแทน”



ผมที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นเงยหน้าขี้นจากข้าวเหนียวมะม่วงที่กำลังยัดอย่างเมามันส์ มือขวาถือช้อน มือซ้ายถือพัด พัดให้จองกุกที่ยังคงนอนเปิดเสื้อโชว์ซิกแพค แม่ม นี่มันชีวิตเมียทาสชัดๆ ยังดีที่มีของกินฟรีตลอดทริป 



“นายจะเอาอะไรอ่ะ แค่โกหกเจ๊จินว่าเราเป็นแฟนกันใช่ป่ะ”



“คิดว่าทำแค่นั้น ฉันจะยอมช่วยรึไง ไปๆๆ พักมามากพอแล้ว เริ่มทำงานสักที”



จองกุกผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระชากข้อมือผม (อีกแล้ว) ออกไปนอกเรือน



“ม...ม...ไม่น้า ข้าวเหนียวมะม่วง~ยังกินไม่หมดเลยอ่ะ นี่ปล่อยนะจองกุก! คำสุดท้าย~มะม่วงของน้องแท”



“หยุดน่า แทฮยอง ถ้าทำงานดี เดี๋ยวมีสับปะรดให้กิน!!!”



“นี่คือทุ่งนา” 



จอนจองกุกผายมือไปทางต้นอะไรไม่รู้สีเขียวๆที่ขึ้นสุดลูกหูลูกตาพร้อมกับน้ำสักอย่างแฉะๆสีน้ำตาลที่ต้นนี่งอกออกมา



“นี่เรียกว่าต้นข้าว” เสียงทุ้มพูดต่อเมื่อเห็นผมทำหน้างงงวย “และงานของนายคือ.....”



มว่ออออออออ



พาควายไปอาบน้ำ!!!



สัตว์สี่ขาตัวดำเมี่ยมกำลังเคี้ยวหญ้าด้วยท่าทางไม่ใส่ใจโลก คือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ควาย



“รู้จักกันไว้สิ ตัวนี้ชื่อ แรพมอนสเตอร์” 



จองกุกขยับเข้าไปลูบหัวมันด้วยท่าทางรักใคร่อ่อนโยน ประหนึ่งมันเป็นสิ่งชีวิตบอบบาง ทีกับผมนี่กระชากเอา กระชากเอา แปปนะ นี่ตุกำลังอิจฉาควายเหรอวะ -[]-!! 



“แรพมอนสเตอร์” 



จองกุกเรียกชื่อมันด้วยน้ำเสียงละมุน ทำเอาความอิจฉาของผมเพิ่มขึ้นอีกสิบจุด ใบหน้าหล่อเหลาหันมาทางผม แล้วรอยยิ้มหวานที่ใช้มองควาย(?)ก็หายไป



“ยืนบื้อทำไม จูงเฮียแกไปอาบน้ำสิ”



ซ่า!!!



ผมใช้สายยางอันใหญ่ฉีดน้ำล้างตัวพี่แรพม่อนพร้อมกับขัดถู ส่วนจองกุก....นางหนีไปนอนกลางวันบนแคร่แล้ว 



หลังจากการอาบน้ำผ่านไปผมคิดว่าเราสองคน (ผมกับเฮียม่อน) ได้กลายมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด พอเห็นหลังอันมันวาวของพี่ม่อน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา



จะขี่ได้มั้ยว๊า



ร่างสูงที่กำลังงีบอย่างสงบก็มีอันต้องถูกรบกวนจากเสียงหัวเราะใสๆที่ดังแว่วเข้ามาไม่หยุด 



ใบหน้าหวานของแทฮยองที่กำลังยิ้มกว้างจนปากเป็นรูปสี่เหลี่ยมน่ารัก ร่างบางที่กำลั่งนั่งเล่นอยู่บนหลังพี่ม่อนหัวเราะทุกครั้งที่สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่เดินไปมา



คนอะไรแม้แต่ตอนขี่ควายยังน่ารัก



จองกุกสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆออกไป ถึงจะน่ารักยังไงก็แค่คนไม่เต็ม ระหว่างที่กำลังจะเอ่ยปากต่อว่าคนเล่นซน ดวงตากลมก็หันมาเห็นพร้อมกับกวักมือเรียกซะก่อน



“มาเร็วๆๆ จองกุก! มาขี่ควายด้วยกัน!!!”



คนสองคนบนหลังควาย แบ็คกราวน์คือพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน โรแมนติก(?)อะไรแบบนี้ ผมก็แค่ชวนเล่นๆไม่นึกว่าเขาจะขึ้นมานั่งด้วยกันจริงๆ มือใหญ่ที่กำลังประคองเอว แผ่นหลังกว้างกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของจองกุกที่นั่งเบียดอยู่ข้างหลังชวนให้ใจเต้นตึ้กตั๊กจนผมนึกโทษหม่อมแม่ที่ชอบยัดเยียดความคิดที่อยากได้จองกุกมาเป็นลูกเขย จนผมรู้สึกแปลกๆตามไปด้วย



“นี่จองกุก” ผมเอ่ยเรียกคนข้างหลังที่อยู่ดีๆก็เข้ามาเอาคางเกยไหล่ จนจมูกโด่งแทบจะซุกลงกับซอกคอผมอยู่แล้ว “ถามจริง นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”



คำถามที่ทำให้คนด้านหลังหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะข้างหูทำเอาผมตัวสั่น ความรู้สึกเหมือนผีเสื้อนับร้อยกำลังบินอยู่ในท้องยิ่งชัดเจนมากขึ้น



“ก็ไม่ยังไง แค่อยากกลับมาเยี่ยมบ้าน และท่าทางนายก็ดูตลกดี ก็เลยอยากเอามาแกล้ง เอ๊ย เอามาเที่ยวด้วย”



“แค่นี้เนี่ยนะ?” ผมทำเสียงเหมือนไม่อยากจะเชื่อ



“ทำไม? จะให้ฉันตอบว่า ติดใจถังสังฆทานกับกระธางธูปที่นายเอามาให้เหรอ หึหึ”



“ป...เปล่า...” 



“หรือว่า...อยากให้ตอบว่าอยากเป็นแฟน” เป็นแฟนไปทำไม ไหนๆแล้วก็เป็นสามีเลยละกัน (ไม่ใช่แล้ว)



“อ่าเอิ่ม.....เฮียม่อนนี่วิ่งเร็วดีนะ”



“นี่นายกำลังเปลี่ยนเรื่อง?”



“เปล่านะ! เฮียม่อนวิ่งเร็วข....เหวอออออ”



“มว่อออออออ” 



ตายห่านแล้ว ควายคลั่ง!!!!



จากที่เคยเดินเอื่อยเคี้ยวหญ้าไปเรื่อยริมทาง เฮียแกเกิดนึกคึกอะไรขึ้นมาไม่รู้เริ่มวิ่งไปข้างหน้ายังกับจะแข่งวิ่งควาย จุดมุ่งหมายคือรถกะบะสีแดงแรงฤทธิ์ของเฮียจุน



“ชิบหาย!” 



จอนจองกุกที่นั่งอยู่ข้างหลังส่งเสียงอุทาน มือก็พยายามจะปรามเฮียม่อนให้ใจเย็น แต่เฮียแรพม่อนสงสัยจะคิดถึงเฮียจุนมาก นอกจากจะไม่หยุดแล้วยังวิ่งเร็วขึ้นเร็วขึ้นเรื่อยๆจนจองกุกต้องเอื้อมมื้อมากอดประคองผมไว้ 



“โอ๊ย อย่ามาเบียดได้มั้ย นายกระแทกไปมาฉันเจ็บนะ” 



นอกจากเจ็บก้นที่โดนกระแทกไปมาตามหลุมบ่อ หลังผมยังโดนจองกุกกระแทกใส่ เพราะเขานั่งด้านหลังเลยเสี่ยงตกมากกว่า ไอ้เด็กบ้านี่ก็กอดผมแน่นจัง แค่คนเดียวก็จะตายแล้ว!!!



“จองกุก ฉันเจ็บนะ หยุดสักที!!!” หยุดเฮียม่อนทีและหยุดเอาหน้าอกมาเบียดหลังด้วย!



“หยุดไม่ได้!!!!!!” ใครจะไปหยุดควายคลั่งได้วะ



“ด...เดี๋ยวจองกุก ตรงนั้นมัน.....”



เอี๊ยดดดดดด เฮียแรพม่อนเบรกทันควันด้วยพละกำลังมหาศาล ทั้งผมทั้งจองกุกลอยละลิ่วออกจากหลังควายไปตกลงตรงท้องนา นี่มันน้ำอะไรวะ! 



“อุ๊บ ฮ่าฮ่าฮ่า” 



ผมชี้หน้าอดีต(?)คนหล่อพร้อมกับหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง หน้าที่เคยหล่อเหลากลายเป็นดำปิ๊ดปี๊ นี่สินะที่เขาเรียกว่าหน้าจิ้มโคลน ดีนะที่ผมเก่ง หน้าเลยยังหล่อกิ๊ง จองกุกยกมือขึ้นเสยผมก่อนจะยื่นมือมาให้ผมจับ ผมที่ยังคงหัวเราะกิ๊กกั๊กยื่นมือไปจับมือใหญ่ แต่ก่อนที่จะได้ดึงขึ้น จองกุกกลับ



ตู้ม!



กดหน้าผมลงไปจุ่มขี้โคลน! ไอ้บ้า! ไอ้เลว! ทำไมทำกับน้องแทแบบนี้ ฮือๆๆๆ



“ฮ่าฮ่าฮ่า หน้าแม่มดำกว่าเดิมอีกอ่ะ” ไอ้เลวนี่! “แต่นายตอนหน้าเปื้อนโคลนก็น่ารักดีนะ กลับกันเหอะเย็นมากแล้ว”



จองกุกฉุดข้อมือผมออกจากบ่อโคลนก่อนจะจูงเดินกลับบ้าน ภาพของคนสองคนที่ตัวเปื้อนโคลนตั้งแต่หัวจรดเท้ากับมือที่สอดประสานกันเดินไปตามท้องร่อง ความอบอุ่นของมือใหญ่ที่กอบกุม ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต



-Banana Leaf-



เวลาผ่านไปเหมือนสายน้ำรดแปลงผักของเจ๊จิน เป็นเวลากว่าห้าวันแล้วที่ผมมาอยู่ที่เรือนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับจองกุก นอกเหนือจากการที่มันชอบใช้ให้ผมทำโน่นนี่ เราสองคนก็สนิทกันมากขึ้น ก็นอนห้องเดียวกัน อยู่ด้วยกันเกือบทั้งวัน บางทีจองกุกก็เล่าเรื่องเมมเบอร์ในวงให้ฟังบ้าง เล่าเรื่องของตัวเองบ้าง ถึงส่วนใหญ่ผมจะเป็นฝ่ายพูดมากกว่าก็เหอะ



“จองกุก อีกสามวันก็จะถึงงานโรงเรียนแล้วนะ ไหนอ่ะใบตอง!”



ผมทำปากยู่แบมือไปข้างหน้าทวงขอใบตองจากจองกุกที่กำลังแกะเงาะที่เพิ่งเก็บมายิกๆ ตอนแรกมันก็ใช้ให้ผมแกะอ่ะแหละครับ แต่แทฮยองกากเกินไปเลยแกะไม่ออกสักที ตอนนี้เลยกลายเป็นไอ้เด็กนี่แกะให้ผมกินซะงั้น



เห็นแววจะหลุดพ้นจากความเป็นเมียทาสก็วันนี้



“อ่อ วันนี้สายมากแล้ว เราไปหาพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” อีเด็กกุกยัดเงาะที่เพิ่งแกะใหม่ๆใส่ปากผม เมื่อเห็นผมทำท่าจะค้าน “พอดีว่าใบตองมันอยู่ลึกมาก ออกแต่เช้าก็แล้วกัน”



จอนจองกุกยิ้มหวาน และแล้วคืนนั้น ผมก็ต้องเสียสละตักให้เด็กนี่หนุนนอน ใบหน้าหล่อที่กำลังหลับใหลอ้าปากเล็กๆเหมือนเด็กน้อยคือช่วงเวลาที่ผมชอบมากสุด



หลับแล้วเว้ย! แก้แค้นแม่ง!!!!!



ระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะแกล้งตดอัดหน้าหรือโกนขนขาของมันดี (อี๋) ริมฝีปากบางสวยก็เริ่มขยับขึ้นมา



“อย่า....”



ไอ้เชี่ยครับ มันตื่นแล้ว!!!!



“อย่าไปนะ จีมิน.....”



จีมิน จีมิน จีมิน จีมินนี่มันเป็นใคร!!



ผมเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดมาตลอดทางที่จองกุกจูงมือ ในหัวพยายามคิดไปถึงบทสนทนาระหว่างเรา ในบังทันไม่มีเมมเบอร์ที่ชื่อจีมิน พี่ชายน้องชายก็ไม่ใช่ หรือว่าเพื่อน แต่นอกจากบังทันจองกุกก็ไม่มีเพื่อนที่ไหนนี่หว่า



หรือว่ากิ๊ก?



ความคิดที่ทำให้ใจหายแปลกๆ ทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่แฟนผม แค่พี่จินเขาเข้าใจผิดไปเองทั้งนั้น ผมไม่มีสิทธิ์อะไรไปหึงหวงเขาด้วยซ้ำ



“เจโฮปปี้ มีแต่นายที่เข้าใจ”



ผมย่อตัวลงนั่งข้างๆบ่อน้ำเล็กๆที่จองกุกพามาปล่อยทิ้งไว้



“บุ๋ยบุ๋ยบุ๋ยบุ๋ย”



ชีวิตคิมแทแม่งโคตรเศร้า ผมโปรยขนมปังอันเล็กๆเข้าไปในบ่อของเจโฮป ปลาดุกตัวนี้ผมไปเจอพี่จินกำลังจะจับมาทำยำปลาดุกฟู แต่ผมสงสารเลยขอเลี้ยงเอาไว้แล้วก็ตั้งชื่อมันว่า เจโฮป ความหวังใหม่ มีแต่เจ้านี่แหละครับที่ไม่เคยทิ้งผม



ส่วนจองกุกน่ะเหรอ...เดินหายไปไหนก็ไม่รู้แม่ม



“เจโฮป แกว่าคนที่ชื่อจีมิน เขาเป็นแฟนจองกุกหรือว่าแฟนเก่า เขาต้องทิ้งจองกุกไปแน่ๆ นิสัยแบบนั้นใครจะอยากอยู่ด้วยเนอะ” 



“บุ๋ยบุ๋ยบุ๋ยบุ๋ย”



“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่ทำไมไม่รู้ ตรงนี้มันเจ็บจังเลย” 



ผมยกมือขึ้นกำลงบนหน้าอกข้างซ้าย มือใหญ่เอื้อมมาสะกิดที่ไหล่ขวาจนผมสะดุ้งสุดตัว



“ทำอะไร กำลังสาบานต่อหน้าปลาดุกเหรอ”



จอนจองกุกเดินกลับมาพร้อมกับเสื้อแขนยาวและกำลังมองผมด้วยสายตาแปลกๆ เออใช่สิ คิมแทคนนี้ก็แค่คนบ้าที่ชอบคุยกับปลาดุก ใครที่ไหนจะมาชอบ T~T ยิ่งกับจองกุกคนดัง แล้วทำไมผมต้องเศร้าขนาดนี้ด้วยวะ ฮรือๆๆ



“ใส่นี่ซะ ฉันจะพาไปเดินเล่นเก็บเห็ดในป่ามาทำแกงกิน อร่อยมากเลยนะ จากนั้นเราก็ค่อยไปเก็บกล้วยกัน ดีมั้ย”



ไม่รู้ว่ารังสีความเศร้าหมองของผมรึไงจองกุกถึงมาพูดด้วยน้ำเสียงใจดีกว่าปกติ แถมยังเอาเสื้อมาคลุมไหล่ให้เพราะอากาศตอนเช้าที่หนาวเล็กๆ ทำไมต้องมาอ่อนโยนกับผม คนมันหวั่นไหวนะรู้มั้ย!



ผมหันหน้าหนีมือใหญ่ที่ทำท่าจะยื่นเข้ามาบีบแก้มเหมือนที่เคยทำตามปกติ จองกุกเอียงคอมองผมด้วยท่าทางงุนงงแต่ก็ตัดสินใจฉวยมือไปกุมไว้



“ไปกันเหอะ เดินดีๆนะ ในป่ารากไม้มันยาว”



อู้ว หึหึหึ คึคึคึ



อากาศยามเช้ากับพวกเห็ดพันธุ์ต่างๆที่ขึ้นมากมายทำให้ผมอารมณ์ดีได้อย่างไม่คาดคิด ทุกครั้งที่เจอเห็ดอันใหม่ๆผมก็จะวิ่งเอาไปให้จองกุกดู กินได้ก็เก็บใส่ตะกร้า กินไม่ได้ก็โยนทิ้งไป จนกระทั่งเริ่มสายจองกุกก็จูงมือผมที่มีเห็ดเต็มตะกร้าไปอีกทาง



ผลไม้สีเหลืองนวลเป็นหวีๆทำให้ผมร้องว้าวๆๆอย่างตื่นเต้น เคยแค่เห็นเป็นผล ไม่เคยเจอต้นมันซะที แต่ก่อนที่ผมจะได้วิ่งเข้าไปเด็ดกิน จองกุกกลับฉวยข้อมือเอาไว้



“เด็ดดีๆนะ ระวังหกล้ม”



ผมพยักหน้าจากนั้นก็ไปเก็บกล้วยป่าอย่างเมามันส์ กลับมาอีกครั้งจองกุกก็ถือใบอะไรสักอย่างสีเขียวๆเหมือนกับใบของต้นกล้วย เอ๊ะ อย่าบอกนะว่า...



“มองอะไร นี่ไงละใบตองที่นายอยากได้”



ใบตอง? ใบของต้นกล้วย? โอ้วมายก๊อด แม่จ๋า น้องแทเพิ่งค้นพบความรู้ใหม่ ผมทำท่าจะส่งยิ้มหวานให้จองกุกแต่พอนึกเรื่องของจีมินอะไรนั่นขึ้นมาได้ก็กลับมาเศร้าอีกแล้ว



จองกุกวางใบตองลงบนพื้น ดวงตาคมจ้องคนน่ารักที่ยังคงมีสีหน้าเศร้าๆก่อนจะถอนใจแล้วพูดออกมา



“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเก่าจีมิน” มันรู้ได้ไงวะ หรือว่าได้ยินผมพูดกับพี่โฮป  “เลิกทำหน้าโง่ได้แล้ว ไม่ได้ดูน่ารักเลยสักนิด”



“ต...แต่ว่านายละเมอชื่อเขา”



ผมทำปากยู่พร้อมกับหันไปอีกทางเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ถ้าไม่ได้คิดอะไรจะพูดออกมาได้ไง



“งอนรึไง บอกแล้วไงว่าฉันกับจีมินไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด”



ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ผมทำน้ำเสียงงอนได้เคะแตกแบบนี้ จองกุกขยับเข้ามากอดเอวผม โรแมนติกดีนะถ้าข้างหลังไม่ใช่ป่ากล้วย -[]- 



มือใหญ่เชยคางมนให้หันมาสบตา ดวงตาอ่อนหวานของเขาทำให้ผมใจละลายลงไปกองกับพื้นตอนที่จองกุกเอื้อมมือมาเกลี่ยที่แก้มเบาๆ ต่างจากวันแรกที่เราเจอกันลิบลับ



“นายถามว่าทำไมฉันถึงพานายมาด้วย” เสียงทุ้มอ่อนโยนจนผมใจเต้นตึ้กตั้ก “ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ฉันก็แค่อยากรู้จักเพราะนายตลก แถมยังมาขอให้ช่วยทำกระทงใบตอง”



“ล....แล้วตอนนี้.....”



“ตอนนี้.....” ริมฝีปากบางสวยเลื่อนเข้ามาใกล้ริมฝีปากผมมากขึ้น มากขึ้นทุกที



“ตอนนี้ฉันคิดว่านายน่ารัก และอยากจะลองรู้จักในฐานะแฟน เป็นแฟนกับจองกุกนะครับ คิมแทฮยอง”



-Banana Leaf-



“อ่ะ อื้อออ”



ทำได้แค่งึมงำตอบรับ รู้สึกคิดอะไรไม่ออกตอนที่ลมหายใจอุ่นร้อนขยับเข้ามาใกล้ ใกล้จนจมูกโด่งคมฝังลงบนแก้มนวล จอนจองกุกมองสบตาคนในอ้อมกอด แทฮยองที่ทำท่าเหมือนกับกระต่ายตื่นกลัวดูน่ารัก ยิ่งเข้าไปใกล้มาเท่าไหร่แก้มใสๆก็ยิ่งแดงระเรื่อมากขึ้นเท่านั้น



ตอนแรกก็แค่คิดอยากจะแกล้ง แต่เหมือนพาแทฮยองมาด้วยกลับเป็นการทรมานตัวเองมากกว่า ทุกค่ำคืนที่คนน่ารักนอนอยู่ข้างๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนกอด



จองกุกก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนดีมากเท่านี้ แล้วยิ่งนอนบนเตียงกับใครโดยไม่ทำอะไรมาตั้งห้าคืน



ขอเก็บกำไรค่าที่พักให้คุ้มก่อนเถอะ



“อ...เอ่อ ... จองกุก” ผมเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากปัดผ่านกันเบาๆ 



“นายจะทำอ...อะไร”



“มีใครเคยบอกมั้ยว่านายพูดมากเกินไป” 



“ว่าไงนะ! ไอ้เด็ก....อื้ออออ”



ริมฝีปากร้อนขบเม้มริมฝีปากผมอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะทาบทับลงมาบดขยี้ จองกุกทั้งเลียทั้งขบกัดอย่างร้อนแรงจนผมอ่อนระทวยเข้าไปในอ้อมกอดที่รอรับ ลิ้นร้อนแตะที่ริมฝีปากล่างเบาๆเหมือนกับจะขออนุญาต ผมได้แต่หลับตาพริ้ม ยอมเปิดปากให้อีกฝ่ายล่วงล้ำเข้ามาโดยไม่ขัดขืนจนกระทั่งเขาพอใจ 



ริมฝีปากคู่นั้นก้มต่ำซุกไซร้ซอกคอ สร้างรอยจูบประปราย ผมรู้สึกเจ็บเล็กๆตอนที่เขาทั้งดูดทั้งกัดจนมันเป็นรอยแดง 



มือใหญ่เลื่อนลงปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตลายสก๊อตที่ผมใส่อยู่ทีละเม็ด ทีละเม็ด จนแผ่นอกสีน้ำผึ้งออกมาอวดสายตาคม 



“ด...เดี๋ยวสิ จองกุก นี่มันกลางดงกล้วยนะ....”



“แล้วยังไง” เสียงทุ้มกับคิ้วเข้มที่เลิกสูงด้วยอารมณ์ประมาณว่า แคร์ที่ไหน 



ชอบเอ้าดอร์ก็ไม่บอก (ไม่ใช่แล้ว)



มือใหญ่สอดประสานเข้ากับมือผม จับให้มันลากไล้ผ่านแผ่นอกกว้าง ผ่านกล้ามท้องที่เรียงตัวสวย ลดต่ำลงเรื่อยๆ



“ขนาดนี้แล้ว....” ผมสะดุ้งสุดตัวตอนที่มือสัมผัสกับส่วนนั้นของเขาที่แข็งขืนขึ้นมาเล็กๆ “ช่วยทำให้มันหายทรมานหน่อยสิ คิมแทฮยอง”



ดงกล้วย



ผมหอบหายใจเพราะความรู้สึกเสียวซ่านที่เพิ่งจบไป จองกุกแนบหน้าผากลงกับหน้าผากของผม ก่อนจะมอบจูบหวานๆให้เป็นรางวัล เรียวลิ้นแทรกเข้ามาในริมฝีปากอิ่มกวาดต้อนความหวาน ผมยกมือขึ้นคล้องคอร่างสูงแฟนหมาดๆ จูบตอบกลับไปด้วยความร้อนแรงไม่แพ้กัน



เขาผละออก จูบหน้าผากมนก่อนจะมองน้ำรักที่เปรอะเปื้อนใบตองที่เพิ่งเก็บมา ใบหน้าหล่อเหลายิ้มขำจนเห็นฟันกระต่ายก่อนจะพูดปิดท้าย



“ดูท่าทางว่าฉันจะต้องไปตัดใบตองมาใหม่แล้วล่ะ”



-Banana Leaf-



หนึ่งวันผ่านพ้นไปกับการเป็นแฟนจอนจองกุก เหตุการณ์ในดงกล้วยยังทำให้ผมเขินอายทุกครั้งที่นึกถึง ยิ่งตอนที่จองกุกพยุงกลับบ้านและเจอสายตาล้อเลียนของเฮียจุนเจ๊จินผมก็ยิ่งอับอาย แถมคืนนั้นจองกุกยังทำต่อตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งไม่รู้จนผมแทบหมดเรี่ยวแรง



พอมาวันนี้



“จะนอนไปถึงไหน ได้เวลาไปทำงานแล้ว!”



ร่างสูงกระชากผ้าห่มออกจากตัวผมที่พันอยู่ใต้ผ้าเหมือนก้อนอะไรสักอย่าง ตาปรือๆกับผมเพ้ายุ่งเหยิงและคิมแทฮยองที่ยังไม่พ้นสภาพความเป็นเมียทาสได้แต่ตามคุณท่าน(?)จอนจองกุกไปทางบ้านอะไรสักอย่าง เรือนหอของเราสองรึเปล่า แอร๊ย!! 



“นี่คือฟาร์มไก่” 



กระต๊ากกกกกก!!! กระต๊ากกกกกก!!!



ร่างสูงผายมือไปทางสิ่งมีชีวิตสีขาวมีปีกที่นั่งกกไข่หน้าสลอนอยู่ประมาณ 50 ตัว แปปนะเหตุการณ์นี้มันคุ้นๆ “และวันนี้หน้าที่ของนายคือ....”



แกว้ก แกว้ก แกว้ก



ให้อาหารเป็ด!!! แล้วจะพาผมไปดูฟาร์มไก่เพื่อ? เอาอีกแล้วนะ!!!



ผมทำหน้าเหวี่ยงใส่ร่างสูงที่นั่งแผ่อยู่บนเก้าอี้พลาสติกพร้อมกับกินวุ้นมะพร้าว ดู! ยังมีหน้ามาลุกหนีไปเอาลูกชุบมากินอีก



เทอาหารเป็ดใส่ชามสังกะสีอย่างรุนแรงด้วยความไม่พอใจ แต่เพราะเสียงเทอาหารมันดังไปรึไงไม่รู้ อีเป็ดตัวหนึ่งถึงได้วิ่งเข้ามาขออาหารด้วยการ...จิกมาที่เท้าตรู!



“กรี๊ดดดดด น้องแทเจ็บนะเว้ย ไอ้เป็ดบ้า!!!!”



ผมยกเท้าหนีอีเป็ดนักเลง แต่เพราะซอกเล็บผมมันอร่อยมาก(?)อีเป็ดนี่ถึงตามมาจิกไม่หยุดยั้ง ผมได้แต่ก่นด่ายกขาเต้นหนีอีเป็ดอ้วน(มันอ้วนกว่าตัวอื่นอีกสี่ตัว) ก่อนจะตัดสินใจโปรยอาหารไปอีกทางแต่อีเป็ดนี่ก็ไม่สน ทั้งอาหารทั้งผมทั้งเป็ดเละตุ้มเปะไปเป็นทาง และแล้วก่อนที่ผมจะยกเท้าถีบอีเป็ดนี่



“ทำอะไรของนายน่ะแทแท!!!”



เสียงทุ้มดุเข้าให้ ผมทำปากเบะออดกางแขนออกออดอ้อนจอนจองกุกที่ตรงเข้ามาก่อนจะ...



ยกอีเป็ดอ้วนขึ้นไปกอดแนบอก 



ว๊อท เดอะ เฮลลล



“เป็นอะไรมากมั้ย จีมินนี่”



จีมินนี่ จีมินนี่ 



.



.



.



=[  ]=!!!!!!



อีเป็ดนี่เนี่ยนะ!!!!!!




“ฉันรู้นะว่านายไม่ชอบของดำ บอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามเดินเพ่นพ่านไปไหน ทำไมไม่ฟัง”



อย่าไปนะ จีมิน



อยู่ดีๆประโยคนรกแตกก็รีเพล์เข้ามาในหัว ประโยคที่ทำให้ผมเจ็บช้ำ ประโยคที่ทำให้ผมนอนไม่หลับ ประโยคก่อนที่ผมจะรู้ตัวว่ารัก



จีมินศัตรูหัวใจ...จีมินคู่แข่งคนสำคัญ....-[]-



จีมินที่ผมหึงมาตลอดก็คือ เป็ด เป็ดด เป็ดดดด เป็ดดดดดดดดด







(ภาพโดย MACHIMOKOI)




จองกุกมองหน้าผมก่อนจะหัวเราะพรืดออกมาเมื่อเห็นสีหน้าช็อกสะท้านฟ้า



“บอกแล้วไงว่าฉันกับจีมินไม่ได้มีอะไรกัน เออแล้วเรื่องกระทงใบตองน่ะ ไม่ต้องทำแล้วนะ ฉันสั่งให้คนทำไปส่งให้แล้ว”



จองกุกวางอีเป็ดจีมิน(กัดฟันกรอด) ที่วิ่งไปกินอาหารทันทีที่ลงกับพื้นก่อนจะรั้งเอวผมไปนั่งตัก



“ฉันดีกับนายขนาดนี้ ขอรางวัลหน่อยสิ”



ไม่รอฟังคำตอบผม ริมฝีปากนิ่มก็ทาบทับเข้ามาดูดกลืนความหวานอย่างร้อนแรง ผมถอนหายใจก่อนจะจูบตอบคนเอาแต่ใจ ใบหน้าหล่อเหลาผละออก รั้งคนน่ารักให้เข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบข้างหู



“รักแทฮยอง” ผมหัวเราะทั้งใบหน้าที่แดงก่ำก่อนจะเอ่ยตอบ



“แทรักจองกุกมากกว่า” 



จองกุกชะงักก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมรู้ตัวว่าทั้งชีวิตนี้ผมคงไม่มีวันชนะ



“จอนจองกุกรักแทฮยองที่สุด”



-Banana Leaf-



วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่เมืองไทย ผมกอดเฮียจุนเจ๊จิน ขอบคุณที่ให้เรือนพัก แวะไปขอบคุณเฮียแรพม่อนที่ให้ขี่ ขอบคุณเฮียโฮปที่อยู่เคียงข้าง ขอบคุณอีเป็ดจีมินที่คอยแต่จะจิกกัดเท้าตรูทุกครั้งที่ให้อาหารและทำให้ผมได้รู้หัวใจตัวเอง(?) ขอบคุณเพื่อนตัวประกอบสอง อาจารย์แบคฮยอน 



และสุดท้ายแล้วคือกระทงใบตองที่ทำให้เราสองคนได้พบกัน



ทุกคนคงสงสัยว่ากลับเกาหลีแล้วเรื่องของผมกับจองกุกเป็นไง บอกได้แค่ว่าขุ่นแม่ได้จอนจองกุกเป็นลูกเขยสมใจ 



มนต์รักบานาน่าลีฟเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าโลกนี้ไม่มีกล้วย





 The End




เผื่อมีคนสงสัยว่ายุนกิไปไหน 



ยุนกิในเรื่องคือสมาชิกวงบังทันร่วมกับวี(คนละคนกับแทฮยอง)จองกุกแล้วก็นัมจุนค่ะ ที่มีเมมเบอร์สี่คน ไม่มีบทเพราะเรารักนางเกินไปเลยไม่อาจทำร้าย



ในเรื่องไม่ได้พูดถึงแต่ช่วงนี้เป็นช่วงพักโปรโมทของวง นัมจุนเป็นแฟนกับเจ๊จิน (ญาติของจองกุก) เลยกลับไทยมากับกุกแต่นั่งคนละที่กันในเครื่อง น้องแทเลยไม่รู้



สุดท้ายแล้วโฮปกับจีมินไม่ใช่คนจริงๆค่ะ เป็นปลาดุกกับเป็ด (ทำไมทำร้าย) ส่วนเฮียแรพม่อนเห็นว่าชื่อเท่ห์ดีเลยเอามาตั้ง 555555 




เจอกันใหม่ในโปรเจ็คหน้าค่ะ บรัยยยย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #767 Phakchira1 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 08:30
    ว้อยยย ขำ แทฮยองนายจะไปคุยกับปลาดุกไม่ได้นะ5555555
    แต่ว่าเอ้าดอกันกลางดงกล้วยหรอ โหดไป๊ แต่ตลกแทหึงจีมินนี่อ่าาา ใจเย็นน๊าแทนั่นเป็ดด555555
    #767
    0
  2. #751 ku_1709 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:42
    สมชื่อตอนจริงๆ555555
    #751
    0
  3. #724 Real.B シ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 22:06
    ถ้าชั้นมีลูกอาจจะเป็นเหมือนแม่แทก็ได้55555555555
    #724
    0
  4. #710 Aonma1997 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 15:47
    ขำบุ๋ยบุ๋ยอะ5555556
    #710
    0
  5. #707 chalillxx_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 17:11
    ยัยแทอะวงวารมาก
    #707
    0
  6. #697 เซริน่า เทอร์ริเซีย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 00:15
    ขำตรงที่ปลาดุกพิโฮปบิร้องบุ๋ยบุ๋ยบุ๋ยบุ๋ยนี่แหละ 55555+
    #697
    0
  7. #656 MARKTUAN190 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 10:33
    555555โอ้ยยย ผีอ่ะ
    #656
    0
  8. #621 sofar_fa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 21:53
    อ่านตอนนี้เหมือนจะเจออยู่แค่คำเดียว คือ ทำร้าย ทำร้าย ทำร้าย แล้วก็สารพัดทำร้าย 55555555555555 ทำร้ายตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง แล้วโคตรของโคตรจะขำ 555555555 ยิ่งตอนถวายสังคทานนี่คือลั่นหนักมาก 55555555 แต่รวมๆแล้วน่ารักดี ชอบอ่ะ ชอบการทำร้ายนี้ 5555555
    #621
    0
  9. #597 _kamhomakl.ap_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 10:58
    ขำโฮป บุ๋ยบุ๋ย 5555
    #597
    0
  10. #571 sungmin-pink boy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 19:33
    ทำไมทำร้ายโฮบิขนาดนี้55555 เป็นปลาสวยๆก็ไม่ได้ต้องเป็นปลาดุก555555555
    #571
    0
  11. #488 F.Fonfon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 20:29
    อ่านไปกลั้นขำไป คือแบบแร็ปมอนเตอร์ชื่อของควาย เจโฮปชื่อของปลาดุก จีมินชื่อของเป็ด โอ้ยขรรม จองกุกทำไมไม่อดใจไว้ก่อน เล่นเอาซะดงกล้วยมั้ยล่ะ
    #488
    0
  12. #486 jijee09 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 09:53
    อ่านแล้วปวดใจ เลื่อนลงมาก็ปวดใจ ควาย ปลาดุก เป็ด เฮ้อออ 5555
    #486
    0
  13. #474 KIKI (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 18:37
    ตอนแรกนึกว่านัมจุนเล่นสามบทเลย5555555 โฮปนี่หนักแล้วนะปลาดุกบุ๋งๆ5555555555555555555
    #474
    0
  14. #442 Love All Kpop (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 00:18
    กร๊ากกกกกกกก!!!! จะบอกว่าฮาดังลั่นบ้านมาก ตลกตั้งแต่เริ่มเรื่องยันท้ายเรื่อง คืออะร๊ายย เอาสังฆทานไปถวาย(?)จองกุก กร๊ากๆๆๆ ตลกมากๆ แล้วไม่คิดด้วยว่าจีม โฮป ม่อน จะเป็น.. สัตว์ โอ้ยยย กร๊ากๆๆๆๆๆ เอาจริงดิไรท์ ไรท์กล้าทำเค้าขำกรามค้างเหรอ? โอ้ยย ไม่ไหวๆ ไหนจะฉากคัดที่ดงกล้วยอีก หาที่ดีๆไม่ได้ใช่มั้ย ถึงต้องเจาะจงที่ดงกล้วย กร๊ากกก เม้นไปขำไป หูยยย ตลกตรงควายม่อนมาก ตะไมมม? ตะไมไรท์ทำร้ายเฮียม่อนหนักสุด ถึงจะมีนัมจุนอยู่แล้วก็เถอะ แต่เฮียม่อนฝังใจกว่างัยย ตายๆ ตอนแรกก็นึกว่าแทคุยกับคน ที่ไหนได้นั่งคุยกับปลาดุก แล้วมีเสียงตอบกลับแค่..บุ๋ยๆๆๆ เนี่ยนะ เออ .. คิมแท เราคุยกันรู้เรือง เพราะเค้าก็คุยกับตุ๊กตา กร๊ากๆๆๆ คุยกับมดก็เคย โอ่ยย ตลกอ่ะ รู้สึกชอบ~ เป็นคนอินดี้อยู่แล้วไง ยิ่งมาเจอเรื่องแบบนี้ยิ่งอินดี้ใหญ่ (อินดี้จนบ้าอ่ะเหรอ?) โง้ยยย ไรท์ทำเค้าตกใจนะ อิหยุดอ่ะ 'หยุดเดี๋ยวนี้นะ!' 'หยุดไม่ได้~' กร๊ากๆๆๆ อะไรจะคิดไกลปานน้านน โหยย เด็กไทยคิดไวของจริง (ไม่ใช่เรื่องเรียนแต่อย่างใด) แล้วสุดท้าย.. จีมก็คือเป็ด เป็ดที่แทตั้งนามให้มันว่า 'อิเป็ดจีมิน' โหยย หึงเป็ดรุนแรงนะเราอ่ะ ยอมๆมันหน่อย (ถึงจะชอบกัดซอกเล็บแทก็เถอะ (. .;) คึคึ) อย่างน้อยกุกกับแท(คนกาก)ก็รักกันอย่างสวยงาม (แต่กุกน่าจะรู้หน่อยนะ ว่าเมียแกแคะขี้มูกอ่ะ (อี๋) หยั่มมาป้ายเลาว์) กร๊ากๆๆๆ สุดท้ายนี้ยังเหมือนเดิม ไฟท์ติ้งกันนะคะ <3
    #442
    0
  15. #423 wyjh3025 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 10:59
    โอ้ยยยยยยยยฮามากกก เป็นฟิคสไตล์บ้านนาจริงๆ ไปเอากันในดงกล้วย 5555555555555555555 แล้วแทก็บ้าจี้เอาธูปเทียนสังฆทนนไปไหวเน้องกุกโอ้ยย 555555555555 แต่ถ้าไม่มีเรื่องกระทงคงไม่ได้เจอกันสินะ เฮียจุนเจ๊จิน เฮียม่อนพิโฮปน้องจีม ควาย ปลาและเป็ด 555555555 แต่ละคนฮามากกก // บรรยายดีมากเลยค่ะคิดภาพตามบรรยากาศนี่มันบ้านนาจริงๆ ขี่ควาย ควายวิ่งแล้วเยรคละกระเด็นลงบ่อโคลน แล้วตอนที่บรรยายน้องกุกน้องพึ่งโชว์แพ็คกระดิกเท้านี่คิดละขำ หน้าน้องกุกมาก 55555555555555555555 สนุกค่ะ สนุกก อิอิ
    #423
    0
  16. #402 Chëetαн´ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 09:58
    ขำแรงมาก ตั้งแต่เอากระถางธูปไปถวายจองกุก ยันชื่อควาย ปลาดุกแอนด์เป็ด 5555555
    #402
    0
  17. #392 ฟค. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 21:07
    ทำร้าย55555555555 ขำตั้งแต่เปิดเรื่องยันจบเรื่อง 55555555555555
    #392
    0
  18. #391 ฟค. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 21:07
    ทำร้าย55555555555 ขำตั้งแต่เปิดเรื่องยันจบเรื่อง 55555555555555
    #391
    0
  19. #294 กูเด็กติ่ง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 04:34
    ไรต์ค่ะอ่านแล้วกลิ้งตกเตียงจวนจะตกลงบันไดอ่ะค่ะ ชื่อแต่ล่ะอย่างคือนางอลังการณ์เวอร์วังมากมายยยย
    #294
    0
  20. #285 bomb-bomb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 13:22
    ขำอลังการมาก 555555555555555 ขำตั้งแต่ความติ่งของคุณแม่กับอาจารย์แบค ขำตอนถวาย (?) สังฆทาน ขำควายคลั่ง ปลาดุกโฮปร้องบุ๋ยๆๆ แถมนังเป็ดอ้วนจีมินอีก 5555555555555555555555555555555555555555 พีคสุดคือได้กันในดงกล้วย ตลกมากมั้ย 555555555555555555555555
    #285
    0
  21. #207 valentineloza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:53
    เรื่องนี้ทำร้ายทั้งเรื่อง5555555
    #207
    0
  22. #198 Baka Sheep (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 18:31
    ทำร้าย 555555
    #198
    0
  23. #196 ckbear! (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 09:50
    ถูกใจชื่อควายพี่ม่อนมาก มันดูเป็นความที่ใส่แว่นตาดำ555555555555555 ปลาดุกเจโฮปนี่ก็น่ารัก ที่มาของชื่อนี่ยิ่งใหญ่มาก บุ๋ยบุ๋ยบุ๋ยอย่างเดียวเล่อะ ขัม55555555555555555555 สนุกดีค่ะ และแล้วจองกุกก็ตกหลุมรักน้องแทฮยองงงงง ง่อวววว?
    #196
    0
  24. #192 ☁: (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 23:04
    โอ้ยแก นั่งขำนอนขำตั้งแต่เปิดเรื่อง รํ้สึกถูกขะตากับควายพี่ม่อนมาก ปลาดึกพี่ฮปก็น่ารัก ส่วนเป็ดจีมินนี่ก็ฮาไป๊ ทำร้ายแบบไม่ไหวละ5555555555555
    #192
    0
  25. #191 TammaOfficial (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 11:26
    ขำ 55555555555555555555555545555555 พบรักกระทงใบตอง...
    #191
    0