(BTS) KOOKV : F E S T I V A L ♡

ตอนที่ 4 : BESIDE YOU ; SeulKi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    19 พ.ย. 58
















[Short Fic] : Beside You

Writer : SeulKi

Rate : NC-18 

JUNGKOOK x TAEHYUNG


Talk : ไรท์ซังนัมจาเกมส์เองค่ะ 555555 วันนี้เรามาพร้อมโปรเจ็ค จากพวกเราเหล่า #ไรท์กุกวีสะท้านฟ้า จอมดองฟิค(?) และฉลากที่เราจับได้คือ แท่น แท๊นนนน แฟนเก่า -[]- และช่วงคืนความสุขให้ทุกคนด้วยเอ็นซี ไปเลย เล๊ทโกวว

คำเตือน : โปรดระวังหลังของท่านขณะอ่าน (เพราะมันยาวมากอาจจะเกิดอาการปวดคอได้ค่ะ)


…………………………………………………………



‘ยังจำได้มั้ย’ 


เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยมากับสายลม


คำสัญญาที่จะอยู่เคียงข้าง


รอยยิ้ม เสียงทุ้ม ที่คอยประโลมถ้อยคำหวาน


ฉันจะรักนายตลอดไป


รักนายนะจอนจองกุก


นายเป็นของฉัน


ของฉันแค่คนเดียว


ใครหน้าไหนก็อย่าหวังมาพรากนายไปจากฉันได้


ต่อให้ ‘ต้องตาย’ ฉันก็ไม่มีทางปล่อยนายไป


ไม่มีวัน.....




-Beside You-




“วันนี้ก็กลับดึกอีกแล้วสินะ”



เสียงทุ้มหวานพึมพำแผ่วเบา เหม่อมองอาหารรูปร่างไม่ค่อยชวนมองที่อยู่ตรงหน้า เป็นเวลากว่าหกชั่วโมงแล้ว ร่างเล็กๆที่ห่อหุ้มร่างด้วยเสื้อแขนยาวสีขาวตัวใหญ่ยังคงนั่งรอคนสำคัญอยู่บนเก้าอี้ตัวนี้



โทรศัพท์เครื่องหรูวางแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะอาหาร



ไม่มีข้อความ ไม่แม้แต่จะโทรกลับ



มือเรียวเอื้อมไปตักสปาเก๊ตตี้ พันให้เป็นคำพอดี บรรจงราวกับจะป้อนให้คนที่อยู่ตรงหน้าในความฝันอันเลื่อนลอย



อร่อย 



คิมแทฮยองครุ่นคิดพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม



รสชาติยอดเยี่ยมแต่ก็เย็นชืด



เย็นชืดเหมือนกับหัวใจของจอนจองกุกและความสัมพันธ์อันแสนเปราะบางของพวกเขา



วันนี้เป็นวันครบรอบห้าปีที่คบกัน แต่ก็ไร้เงาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน



เขาไม่เคยมา



และแทฮยองก็ยังคงรอคอยอย่างโดดเดี่ยวเหมือนเช่นทุกๆปี



…………………………………………



ร่างสูงลืมตาขึ้นช้าๆพร้อมกับความรู้สึกหนักตรงช่วงอก ดวงตาคมกระพริบจ้องมองเพดานสีขาวที่แสนคุ้นเคย มือใหญ่หยิบยกแขนเรียวที่วางพาดหน้าอกตัวเองออกไปด้วยความรำคาญ คว้าบุหรี่ข้างหัวเตียงขึ้นมาจุดสูบ แรงกระทำที่ไม่เบาทำให้ร่างบางๆที่อยู่บนเตียงรู้สึกตัว



“ออกไป”



ชายหนุ่มผมดำเอ่ยปากไล่ อีกมือก็กดโทรศัพท์เรียกแม่บ้านประจำคอนโดขึ้นมาทำความสะอาดห้อง เสื้อผ้าเกลื่อนกลาด ถุงยางใช้แล้ว รวมถีงขวดเบียร์สองสามขวดและกลิ่นบุหรี่ทำให้ห้องสุดหรูยุ่งเหยิงเหมือนกับห้องหนุ่มโสดทั่วไป



ติดก็ตรงที่ว่าจอนจองกุกไม่ใช่หนุ่มโสด 



และห้องๆนี้ถึงจะเป็นห้องของเขา แต่ก็เป็นแค่สถานที่เอาไว้บำบัดความใคร่ ค้างคืนไปวันๆ



ชายหนุ่มเปิดประตูออกไปตรงระเบียง ยังไม่ทันได้จุดบุหรี่มวนใหม่ แขนเรียวที่เขาคิดว่ามันช่างน่ารำคาญก็กลับเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง หญิงสาวเบียดเนื้ออกนุ่มนิ่มเข้ากับแผ่นหลังกว้างหวังยั่วยวนอารมณ์ แต่กลับโดนจองกุกสบัดออกไปแทบทันที



“ฉันบอกแล้วไงว่าให้ออกไป ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไงวะ”



ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย อีกมือก็ผลักหญิงสาวออกอย่างหยาบคาย หญิงสาวผมแดงยืนนิ่งก่อนจะยักไหล่แล้วเดินจากไป 



ลับหลังที่ประตูปิดลงเขากลับอารมณ์เสียมากกว่าเดิม เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้วที่จองกุกมาขลุกอยู่ในห้องนี้ กำแพงสีครีมดูหรูหราแต่ก็เย็นชืดเหมือนกับของแต่งห้องราคาแพง



ทุกตารางนิ้วไม่มีแม้แต่ภาพถ่ายหรือของส่วนตัว ทั้งที่ซื้อมาเกือบสองปีกว่า บรรยากาศในห้องที่ดูขมุกขมัวยิ่งทำให้รู้สึกไม่ดี



จอนจองกุก ชายหนุ่มนักธุรกิจในวัย 24 ปี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์มากมายกับความสามารถล้นเหลือในทางธุรกิจ ด้วยความที่เกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยทำให้เขาดูเป็นผู้ชายแข็งๆเย็นชา บวกกับหน้าตาหล่อเหลาร้ายกาจ แม้กระทั่งยืนอยู่เฉยๆก็มีผู้หญิงเข้ามาติดพันไม่ขาด



แต่ว่าเมื่อคืน.....



ชายหนุ่มย้อนคิดไปถึงตอนที่กำลังเปลื้องผ้าหญิงสาวร่างบางที่ลากออกมาจากผับระหว่างดื่มดับเครียดจากงานที่บริษัท ทั้งสองร่างนัวเนียกันตั้งแต่ในรถจนกระทั่งขึ้นลิฟต์ จองกุกรูดรั้งเดรสสีดำออกจากตัวผู้หญิงที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อ ทางเดินในคอนโดหน้าห้องอาจจะไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมแต่เขาก็ไม่แคร์



ไม่แคร์.....



จนกระทั่งรู้สึกตัวว่ามีสายตาหนึ่งจ้องมองมา



สายตาเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดันที่อัดแน่นจนเขาหยุดชะงัก ดวงตาคมหันขวับไปมองด้านข้าง ในมุมมืดข้างบันไดหนีไฟจองกุกรู้สึกว่าบางสิ่งกำลังขยับ เหมือนกำลังจับจ้องความเคลื่อนไหวของเขา แต่พอเพ่งมองดีๆกลับเป็นแค่แสงเงาที่ส่องกระทบกับมุมอับเท่านั้น



“ค....คุณจองกุก”



เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวในอ้อมกอดทำให้เขาละความสนใจมาที่ทรวงอกอวบอิ่มแทบจะทันที ชายหนุ่มลูบไล้ต้นขาเรียวพร้อมกับดันเธอเข้าไปในห้องเพื่อสานต่อกิจกรรม



แต่ถึงอย่างนั้น จอนจองกุกก็ไม่อาจตัดความรู้สึกที่ว่ากำลังถูกจ้องมองกับความรู้สึกเยือกเย็นที่แล่นขึ้นมาตามไขสันหลังออกไป



“บ้าชิบ” 



ชายหนุ่มรูปหล่อสบถที่คิดอะไรบ้าๆ คอนโดชั้นนี้เป็นของเขาทั้งหมดจะมีใครมาคอยมองได้ยังไง

เขาเองที่เป็นคนซื้อคอนโดสุดหรูนี้เอาไว้พักผ่อนในช่วงที่งานหนัก พูดง่ายๆคือซื้อเพื่อพาผู้หญิงมาระบายความใคร่ให้ห่างไกลสายตาผู้คน อยู่นานๆก็รู้สึกขยะแขยงบรรยากาศแบบนี้เต็มที ไม่แปลกที่จะเผลอรู้สึกอะไรไร้สาระ



ไม่เหมือนกับบ้าน.....




มือใหญ่กำโทรศัพท์ในมือ กวาดสายตามองข้อความบนหน้าจอที่ไม่คิดจะเข้าไปกดอ่าน



 18.00     ‘วันนี้เป็นวันครบรอบ 5 ปี กลับบ้านเร็วๆนะ’ 



 02.30     ‘คิดถึงนะ อยากให้นายมาอยู่ข้างๆ’  



สองข้อความที่ได้รับ จองกุกสไลด์หน้าจอมือถือเข้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดที่มากกว่าเดิม แต่ก่อนจะได้กดปุ่มโทรออก โทรศัพท์เครื่องหรูกลับดังขึ้นมา แถมยังเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้



ช่างแม่ง เขาคิดตอนที่สไลด์กดรับ คงไม่มีอะไรเฮงซวยไปกว่านี้



“สวัสดีครับ จอนจองกุก พูดครับ”



.



.



.



ชายหนุ่มกำพวงมาลัยในมือแน่น ขับรถปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วเกินกำหนด ขับผ่านทุกสี่แยกไม่สนใจไฟแดง รถออดี้คันหรูแล่นด้วยความเร็วแต่เหมือนไม่ทันใจ เมื่อข่าวที่ได้รับมันทำให้กระวนกระวายร้อนรนไปหมด



คิมแทฮยองอยู่ที่โรงพยาบาล 



นั่นเป็นสิ่งที่เขาจับใจความได้หลังจากรับโทรศัพท์ คนที่โทรมาคือ ปาร์คจีมิน 



เพื่อนสนิทของร่างบางเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้นตอนที่จีมินพูดขึ้นมาว่า 

แทฮยองตกบันได



สิ้นคำพูดนั้นจองกุกได้แต่ปล่อยโทรศัพท์เครื่องหรูลงพื้นก่อนจะคว้ากุญแจรถบึ่งออกมา



ในใจคิดไปถึงตอนที่เขากำลังนัวเนียผู้หญิงอยู่หน้าห้องในคืนที่ควรจะเป็นวันครบรอบ ในมุมมืดของบันไดหนีไฟจองกุกคิดว่าเขาเห็นเงาคนกำลังขยับ



แทฮยอง.....



ยิ่งคิดหัวใจร่างสูงก็ยิ่งเต้นแรงด้วยความกลัว เลือดสูบฉีดจนพาลให้มือชา



แทฮยองรู้.....



ปรี๊นนนนนนน



เสียงบีบแตรดังยาวทำให้เขาสะดุ้งจากภวังค์ เหยียบเบรกจนตัวโก่งเมื่อรถคันหรูเกือบจะชนเข้ากับอีกคัน จองกุกหักหลบจนไปเฉี่ยวกับฟุตบาทด้านข้าง จอดนิ่งเพื่อรวบรวมสติตัวเอง



แทฮยองไม่เป็นอะไร...ต้องไม่เป็นอะไร



แม้กระทั่งตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแทฮยองเป็นยังไงบ้าง แค่บาดเจ็บเล็กน้อยหรือว่า....

เสียงสะอื้นของปาร์คจีมินยังคงติดอยู่ในหัว จนรู้สึกเหมือนกับมันเป็นลางร้าย สะดุ้งสุดตัวตอนที่คู่กรณีที่เกือบโดนชนทุบกระจกรถ



หญิงสาวแต่งตัวดีกับสายตาเย้ายวนไม่ได้กระตุ้นให้ชายหนุ่มเกิดอารมณ์เลยสักนิด 



“ขอโทษนะครับ ผมขอยืมโทรศัพท์ได้รึเปล่า”



-Beside You-



จองกุกนั่งเหม่อลอยในรถที่มินยุนกิเป็นคนขับ ส่วนรถของเขาคิมนัมจุนกำลังขับตามมา เพื่อนสนิททั้งสองคนแนะนำว่าควรกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้ออาบน้ำก่อนจะไปโรงพยาบาล



เพราะความตกใจเลยไม่รู้ตัวว่าตัวเองออกมาทั้งสภาพเสื้อเชิ๊ตสีขาวยับๆพร้อมกับรอยจูบบนเสื้อกับกางเกงสแล็คที่ใส่ลวกๆ จองกุกอยากจะประท้วงแต่รู้ดีว่าไปทั้งสภาพนี้ไม่ได้แน่ เลยได้แต่ปล่อยให้เพื่อนพากลับบ้าน



พนักงานต้อนรับหน้าคอนโดโค้งทักทายเขาทันทีที่กลับมาถึง จองกุกพยักหน้ารับรู้ใช้คีย์การ์ดแตะลิฟท์เพื่อไปเพ้นเฮ้าส์ชั้นบนสุดที่อยู่อาศัยมาตลอดห้าปี



กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ที่แทฮยองชื่นชอบลอยอบอวลแต่บรรยากาศกลับเยือกเย็นยิ่งกว่าทุกที แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง เปิดตู้เย็นหาน้ำมาดับกระหายก่อนจะพบกับอาหารมากมายคลุมด้วยพลาสติกในนั้น



เลือกหยิบสปาเก๊ตตี้ออกมาเข้าไมโครเวฟ แม้หน้าตาจะไม่น่าทานแต่รสชาติกลับอร่อยถูกปาก ทั้งที่เป็นคนกินยาก



กึก!



เป็นอีกครั้งที่รู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง มือใหญ่หยุดชะงัก เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นที่หน้าผากทั้งที่อากาศเย็นเฉียบ เพราะอยู่ในบ้านตัวเองจึงไม่คิดเปิดไฟ ผ้าม่านที่ปิดสนิทจึงมีเพียงแสงเล็กๆลอดเข้ามา



เหมือนกับห้องของเขาเป็นอีกโลกที่แสงส่องมาไม่ถึง



ผ้าม่านวูบไหวเล็กน้อยทั้งที่ไร้แรงลม รู้สึกราวกับเงาดำในมุมมืดขยับเล็กๆ จ้องมองตอนที่ชายหนุ่มทานอาหารด้วยดวงตาแสนรักใคร่



จองกุกกวาดตามองกรอบรูปที่ตั้งเรียงรายประดับเพื่อหันเหความสนใจไปทางอื่น ทุกรูปมีเขากับแทฮยองอยู่ในนั้น ตั้งแต่เริ่มคบกันตลอดระยะเวลาห้าปี ใบหน้าหวานยิ้มแย้มสดใสแม้แต่จองกุกที่ยิ้มยากก็ยังมีรอยยิ้มอ่อนๆประดับบนใบหน้า



ภาพถ่ายใบแรกที่พื้นหลังเป็นทะเล สถานที่ที่จองกุกขอแทฮยองเป็นแฟน ทั้งที่ไม่ชอบการผูกมัดแต่มารู้ตัวอีกครั้งแทฮยองก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน



ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นอย่างอ่อนหวาน นานวันเข้ากลับยิ่งจืดชืดเหมือนกับรอยยิ้มของแทฮยองที่เริ่มหายไปตามกาลเวลา ชายหนุ่มจ้องมองรูปถ่ายล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วด้วยแววตาเย็นชา 



บรรยากาศรอบด้านคืองานวันเกิดของจีมิน จองกุกกับร่างบางถูกคะยั้นคะยอให้ถ่ายรูปคู่กัน มือใหญ่กอดเอวบางหลวมๆทำหน้านิ่ง ในขณะที่แทฮยองยิ้มเล็กๆแต่ดวงตากลับเศร้าสร้อย 



จองกุกเกลียดรูปใบนี้



เขาละออกจากสปาเก๊ตตี้ สายตาจับจ้องไปที่รูปถ่ายใบแรกที่ทะเล ลุกขึ้นยืนเพื่อจะหยิบรูปนั้นมาดูให้ชัดขึ้น เพราะเขาคิดถึงรอยยิ้มหวานของแทฮยอง



เพล้ง!



กรอบรูปที่ไม่เคยขยับกลับพลัดตกลงมาบนพื้นแทบเท้าชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกมา ราวกับถูกโยนใส่ จองกุกตัวแข็งทื่อ ใช้มืออันสั่นเทาก้มลงเก็บกรอบรูปที่แตกละเอียดบนพื้น เศษแก้วบางส่วนกระเด็นมาบาดเท้า



“โอ๊ย!”



เพราะไม่ทันระวังเศษกระจกกรอบรูปจึงบาดนิ้วระหว่างที่เก็บ ลึกจนหยาดเลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นสีขาว บางส่วนเลอะไปถึงรูปภาพ



มันยังคงเป็นรูปใบเดิมของเขากับแทฮยองที่ทะเล แต่สิ่งที่เพิ่มมากลับเป็นหยาดเลือดสีแดงก่ำที่ถูกละเลงใส่หน้าของแทฮยองจนไม่เหลือเค้าเดิม



แว่วเสียงกระซิบเกลียดชังที่ข้างหู ปอยผมปัดผ่านต้นคอราวกับมีคนอยู่เคียงข้าง



“นายเป็นของฉัน.....ของฉันแค่คนเดียว ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันพรากนายไปจากฉันได้ ไม่มีวัน.....”



.



.



.



“แทฮยอง!”



เฮือก



ร่างสูงสะดึ้งตื่นขึ้นมาบนพื้นเย็นเฉียบ รอบด้านมืดสนิทมีเพียงแค่แสงจากถนนที่ส่องเข้ามา สะบัดหัวตัวเองด้วยความมึนงง เขามานอนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? สิ่งสุดท้ายที่จำได้มีเพียงแค่เสียงกระซิบจากนั้นภาพก็ดับวูบไป



เหนื่อยเกินงั้นเหรอ



จองกุกคิด ช่วงนี้ที่บริษัทกำลังขยายกิจการทำให้เขางานยุ่งมากกว่าเดิม ประกอบกับพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าสะสม



แทฮยอง....



ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องไร้สาระ ร่างสูงจัดการเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ความรู้สึกเยือกเย็นก่อนหน้าหายไปแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกเป็นกังวลที่อยู่ลึกๆในใจออกไปได้เลย



“แกหายไปไหนมาวะไอ้กุก สภาพดูไม่จืด”



มินยุนกิที่ยืนรออยู่หน้าโรงพยาบาลตรงเข้ามาถามไถ่ ตอนนี้พวกเพื่อนของเขาและของแทฮยองพากันมาอออยู่ที่นี่ จองกุกที่สมควรจะมามากที่สุดกลับหายไปทั้งบ่ายจนพวกเพื่อนต่างก็เป็นกังวลกลัวว่าจะเป็นอะไรไปอีกคน



“ฉันคงเหนื่อยมากไป รู้ตัวอีกทีก็สลบอยู่บนพื้น”



ถ้อยคำที่ทำให้ยุนกิมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง



“แล้วนี่แทฮยอง.....”



เสียงทุ้มขาดห้วง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแทฮยองอาการเป็นยังไง ทั้งที่ความจริงจะถามจากยุนกิตั้งแต่ที่เพื่อนสนิทผมบลอนด์ขับรถมารับก็ได้ ยุนกิเป็นแฟนของจีมินถึงยังไงก็ต้องรู้ แต่จองกุกกลับกลัวเกินกว่าจะถาม



เขากลัว...กลัวว่าแทฮยองจะเป็นอะไรไป เพราะจอนจองกุกคงไม่อาจรับความเสียใจถ้าหากคิมแทฮยองไม่อยู่ข้างๆอีกต่อไปแล้ว 



“แกไปดูเองดีกว่า”



ยุนกิพูดแค่นั้นก่อนจะเดินนำจองกุกเข้าโรงพยาบาลไป



โซนห้องพักวีไอพีที่ดีที่สุดของโรงพยาบาลนี้คือที่ที่ยุนกิพาชายหนุ่มมา นี่คือข้อดีของการที่มีคุณหมอเป็นแฟนของเพื่อนสนิท 



คิมซอกจิน รู้จักกับแทฮยองผ่านการแนะนำของเขา ด้วยความที่แทแทน่ารักเข้ากับคนง่าย เลยกลายเป็นน้องชายคนโปรดอย่างง่ายดาย



อย่างน้อยแทฮยองก็ได้รับการดูแลที่ดีที่สุดระหว่างที่เขาไม่อยู่



จองกุกใช้มืออันสั่นเทาผลักประตูเข้าไปช้าๆ ข้างเตียงผู้ป่วยที่เห็นไม่ชัดจากมุมนี้คือ ปาร์คจีมิน กับ จองโฮซอก ลูกพี่ลูกน้องของแทฮยอง



จองกุกสาวเท้าเข้าไปหาร่างบางที่อยู่บนเตียง แทฮยองก็ยังคงดูสวยดึงดูดใจอย่างที่เขาจำได้ หนึ่งอาทิตย์ที่ไม่ได้เห็นหน้ากับการที่เห็นแทฮยองอยู่ในสภาพนี้ยิ่งทำให้เจ็บปวด มือใหญ่ไล้ข้อนิ้วไปบนพวงแก้มซีดเซียวอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากผิวเนื้อบอบบางทำให้เผลอพ่นลมหายใจที่ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจมานานขนาดไหน



ดวงตาคมไล่สายตาดูร่างบอบบางที่ดูจะผอมลงนิดหน่อย ต้นแขนเรียวสีน้ำผึ้งมีรอยช้ำนิดๆ กับผ้าพันแผลอันใหญ่ที่พันอยู่รอบศีรษะ แทฮยองหลับตาพริ้มหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ



“เกิดอะไรขึ้น”



จองกุกหันหน้าไปถามจีมินที่ยังคงกัดริมฝีปากแน่น เพราะเสียงสะอื้นของจีมินทำให้เขาเข้าใจผิดจนเผลอคิดอะไรบ้าๆว่ากำลังเสียแทฮยองไปจนวูบหนึ่งที่คิดว่าตัวเองกำลังเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ 



“แทฮยองตกบันได” เสียงสั่นๆของปาร์คจีมินดังขึ้นมา 



“วันนี้ฉันไปหาแทฮยองที่คอนโดตอนเช้า คือ...นายก็รู้ แทแทกำลังรอนายอยู่แต่ว่านายไม่กลับบ้าน ฉันคิดว่าแทคงยังไม่ได้กินอะไรเลยซื้อของไปฝาก แต่ว่า...พอไปถึงก็เห็นแทนอนนิ่งอยู่ตรงบันได มีแต่เลือดเต็มไปหมดแม้แต่ที่ฝาผนัง ฉัน...ฉันคิดว่าแทฆ่าตัวตาย ก็เลย...ก็เลย....”



พูดจบก็สะอื้นอีกครั้งจนจองกุกได้แต่นิ่งไป 



แทฮยองฆ่าตัวตาย.....อย่างงั้นเหรอ



เพราะว่าเขาไม่กลับบ้านในวันครบรอบ....แทฮยองก็เลยคิดฆ่าตัวตาย



ยอมรับว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาในช่วงสองปีให้หลังมานี่ไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะมีความคิดที่ว่าร่างบางคิดมากจนถึงขั้นอยากตาย ไม่เคยมีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกให้รู้ว่าแทฮยองไม่มีความสุขจนคิดอยากจะไปจากเขา



ไม่เคยมีหรือว่าเขาไม่เคยคิดใส่ใจกันแน่....



“อย่าพูดอะไรบ้าๆนา”



ซอกจินฮยองที่เข้ามาทีหลังดุใส่จีมิน หลังจากที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาของน้องชายซีดเผือด สภาพของจองกุกตอนนี้ดูเหมือนกับคนที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนักและเพราะไม่ได้อยู่กับแทฮยอง คนบ้างานอย่างเขาคงจะเอาแต่ทำงานจนไม่ได้ใส่ใจตัวเองนัก แค่แทฮยองคนเดียวก็แย่แล้ว เขาไม่อยากให้จองกุกเป็นอะไรไปอีกคน



“แทฮยองไม่ได้เป็นอะไรมาก” ซอกจินหันไปพูดกับจองกุกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ตอนพลัดตกลงมาแทแทคว้าราวบันไดเอาไว้ทำให้แขนช้ำ แต่ดูเหมือนจะพลาดตกลงมาทำให้หัวกระแทก พี่เช็คดูแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่ต้องเป็นห่วง”



ร่างสูงกัดริมฝีปาก ดวงตาคู่คมเลื่อนลอยราวกับยังไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นจนซอกจินต้องเสริมขึ้นมา



“คนที่คิดอยากจะฆ่าตัวตาย ไม่มีใครเขาคว้าราวบันไดเอาไว้ตอนตกลงมาหรอก เชื่อพี่เถอะนะจองกุก อย่าคิดมากเลย”



“ขอโทษนะจองกุก”



จีมินที่หายจากอาการสะอื้นแล้วยิ้มออกมาเบาๆ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงที่ร่างสูงนั่งเฝ้าแทฮยองอยู่ข้างเตียง ซอกจินบอกว่าแทฮยองฟื้นขึ้นมาแล้วตอนช่วงบ่ายแค่ก็มีอาการเหม่อลอยงุนงงจากการที่หัวกระแทก พวกเพื่อนๆก็กลับกันไปหมดแล้ว เหลือแค่เขากับจีมิน และยุนกิที่ตอนนี้ออกไปซื้อน้ำ



“ไม่เป็นไร....ว่าแต่จีมิน ฉันคิดเรื่องสำคัญอย่างนึงขึ้นมาได้” จองกุกลดเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบ 



“เมื่อกี๊นายบอกว่าที่กำแพงบ้านฉันมีเลือด”



ถ้อยคำที่ทำให้จีมินชะงักทันควัน ก่อนจะยิ้มแห้งแล้ง



“อ่าอืม นายเห็นแล้วใช่มั้ย เพราะคำนั้นฉันก็เลยคิดว่าแทแทมันคิดฆ่าตัวตายน่ะ....ถึงจินฮยองจะพูดอย่างนั้นแต่ฉันก็ยังคิด.....”



ร่างเล็กดึงชายเสื้อตัวเองด้วยความประหม่า จีมินไม่ค่อยสนิทกับจองกุกมากนักเพราะชายหนุ่มเป็นคนค่อนข้างเย็นชาเข้าถึงยาก



“คำ? คำอะไร?” 



ท่าทีของจองกุกทำให้จีมินขมวดคิ้ว



“นายไม่เห็นเหรอ มันตัวใหญ่มากเลย”



จีมินพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าจนร่างเล็กหน้าซีดเผือด 



“เป็นไปไม่ได้.....”



เสียงหวานพึมพำ กัดริมฝีปากตัวเอง



“ต้องเป็นแทแน่ๆ เลือดของแทแน่ๆ ถ้าไม่งั้นทำไม......”



ทำไม.....



จองกุกไม่อยากให้จีมินสติแตกไปมากกว่านี้เลยตัดปัญหาด้วยการเปลี่ยนเรื่อง



ตำแหน่งที่จีมินบอกอยู่แถวๆกับแนวกรอบรูป ชายหนุ่มครุ่นคิดตอนที่เหลือแค่เขาคนเดียวในห้องพักผู้ป่วย และถ้ามันใหญ่ขนาดนั้นยังไงเขาก็ต้องสังเกตเห็น แต่นี่กลับไม่มีอะไรทั้งสิ้น มีแค่กำแพงว่างเปล่ากับบรรยากาศเยือกเย็นและกรอบรูปที่ดูราวกับถูกโยนมาแทบเท้าอย่างจงใจ



นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ



จองกุกสบถอย่างหัวเสีย มองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยความข้องใจ



เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่.....คิมแทฮยอง



-Beside You-



แทฮยองคิดว่าตัวเองกำลังฝันเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม นั่งรอจอนจองกุกอยู่ที่เดิมตั้งแต่หกโมงเย็น หลังจากส่งข้อความไปว่าวันนี้เป็นวันครบรอบพร้อมกับบอกให้กลับบ้านเร็วๆ จองกุกที่ปกติเลิกงานประมาณหนึ่งทุ่มมักจะกลับบ้านดึกเสมอ



ทั้งที่เป็นวันพิเศษแต่เขาก็ไม่มา....เขาไม่เคยมาตอนที่แทฮยองต้องการ



ไม่เป็นไรหรอก ร่างเล็กปลอบใจตัวเองหลังจากเวลาผ่านไปจนเลยวันครบรอบ 5 ปีที่คบกัน 



มือเรียวปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตัวเองเงียบๆก่อนจะเริ่มเก็บพวกอาหารที่เย็นชืดไปเสียแล้ว



เราคบกันหรือแทฮยองเป็นแฟนจองกุกแค่ฝ่ายเดียว แม้กระทั่งตอนนี้ก็เริ่มไม่แน่ใจ



แทฮยองที่ทำอาหารไม่เป็น แม้แต่มาม่าก็ยังต้มไม่ได้ช่วงแรกที่รู้จักกัน แทฮยองที่เป็นแค่นักศึกษาคณะศิลปะ แม้ใครต่อใครจะบอกว่าเขามีพรสวรรค์ ตอนที่เรียนจบออกมา งานหลายชิ้นขายได้ในราคาสูงและเข้าร่วมจัดแสดงอยู่บ่อยครั้งจนแทบไม่มีเวลาว่าง



แทฮยองที่เป็นได้แค่คิมแทฮยองคนธรรมดา เทียบอะไรไม่ได้เลยกับ จอนจองกุก ชายหนุ่มคนดังเดือนคณะบริหารธุรกิจสาขาการเงิน ตระกูลของเขาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง มีชื่อเสียงในด้านการจัดการการลงทุนและตลาดหลักทรัพย์ มีพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติ มันสมอง และหน้าตา



ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่แสนเย็นชาเป็นคนดังของทั้งมหาลัย มีผู้หญิงมากมายที่อยากขึ้นเตียงกับเขาแต่จองกุกไม่เคยมีความสัมพันธ์จริงจังกับใคร แทฮยองรู้จักจองกุกผ่านทางการแนะนำของยุนกิที่กำลังจีบจีมิน จีมินแค่พาเขาไปด้วยแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายก็พาจองกุกไปเหมือนกัน



แทฮยองจำได้ว่าตัวเองเกร็งแทบแย่ เพราะสายตาของอีกฝ่ายดุเหลือเกินแถมยังจ้องเขาไม่วางตา แต่แล้วก็ต้องแปลกใจตอนที่จองกุกเอื้อมมือมาเช็ดครีมที่เลอะริมฝีปากออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ



ความสัมพันธ์ประหลาดๆของพวกเขาเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น แม้กระทั่งตอนที่มีอะไรกันครั้งแรก ร่างบางเตรียมใจไว้แล้วว่าคงจะถูกทิ้ง



แต่จองกุกกลับขอคบเป็นแฟน และเขาก็ทำให้แทฮยองประหลาดใจมากกว่าเดิมตอนที่ขอให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน จองกุกตามใจแฟนตัวเล็กทุกอย่างตั้งแต่ทำเลที่อยู่ การตกแต่ง แม้กระทั่งสวนดอกไม้เล็กๆชั้นบนสุดข้างสระว่ายน้ำ ตอนที่แทฮยองเรียนจบเมื่อสองปีที่แล้ว จองกุกก็ลงทุนสร้างห้องสตูดิโอข้างสวนดอกไม้เพื่อให้แทฮยองเอาไว้ใช้วาดภาพจัดแสดง



แต่เขาก็ยังคงเป็นผู้ชายเย็นชา และมันดูจะเพิ่มมากกว่าเดิมตอนที่ร่างสูงเรียนจบและเริ่มเข้าไปบริหารงานในบริษัทเครือตระกูลจอน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จืดจางลงตามกาลเวลา



แม้กระทั่งตอนนี้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จองกุกจะพูดออกมาว่า รัก



สำหรับอีกฝ่ายแล้วแทฮยองเป็นอะไรกันแน่นะ 



บางทีหนึ่งอาทิตย์ที่ไม่กลับบ้านอาจจะเป็นการบอกกลายๆว่า จองกุกไม่ต้องการแทฮยองอีกต่อไป แม้แต่วันครบรอบก็ไม่เคยใส่ใจ เขาควรเก็บของแล้วย้ายออกจากคอนโดนี้ดีรึเปล่านะ......



ช่างมัน นั่งรอต่ออีกสักพักก็แล้วกัน



ครืดดดดดด



เสียงสั่นของโทรศัพท์เครื่องหรูทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว มือเรียวขยี้ตาตัวเองเบาๆ เผลอหลับระหว่างรอไปซะได้ บรรยากาศรอบด้านมืดสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงรถราเหมือนทุกที



แสงสว่างจากหน้าจอบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาตีสามครึ่ง พร้อมกับอีกหนึ่งข้อความต้นเหตุของการสั่นเมื่อครู่ เบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้พร้อมกับข้อความสั้นๆ



‘กำลังจะไปหา.....’



จองกุกเหรอ?



แทฮยองจ้องโทรศัพท์ด้วยความงุนงง แต่เขามีแค่เบอร์เดียวนี่นา อาจจะแบตหมดมั้ง ร่างบางยักไหล่ เตรียมจะอุ่นอาหารอีกครั้ง 



กึก!



เสียงบางอย่างดังมาจากหน้าประตูห้องทำให้แทฮยองชะงักจากการก้าวเท้าไปเปิดไฟ ผ้าม่านในห้องแง้มเล็กน้อยพอเห็นแสงสว่างจากถนนที่ลอดเข้ามา พื้นห้องเย็นเฉียบทั้งที่เขามั่นใจว่าตัวเองเปิดฮีตเตอร์ ความหนาวที่ลอดผ่านช่องว่างของประตูเข้ามา ทำให้ร่างเล็กตัวสั่น



กึก!



เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งที่หน้าประตูราวกับว่ามีคนพยายามจะหมุนลูกบิดเข้ามา ร่างบางหยุดนิ่งก่อนจะหันไปหยิบมีดทำครัวมาถือไว้ในมือ กำด้ามมีดแน่นจนมือเจ็บไปหมด แทฮยองไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ในสถานการณ์ที่มีใครก็ไม่รู้มาหมุนประตูไม่แปลกที่แผ่นหลังเล็กจะชื้นเหงื่อจนเปียกชุ่ม



ถึงคอนโดนี้ความปลอดภัยจะสูงมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่คนนอกจะบุกรุกเข้ามา



ขาเรียวก้าวเท้าไปใกล้ประตู นึกขอบคุณที่มีอินเตอร์คอมหน้าห้องทำให้สามารถดูได้ว่ามีใครอยู่หน้าประตู โดยไม่ต้องไปส่องตาแมว นิ้วเรียวสวยสั่นเล็กๆตอนที่กดปุ่มเพื่อดูกล้องวงจรปิด



ไม่มีใคร......



สภาพหน้าห้องว่างเปล่าไร้ผู้คน แทฮยองกัดริมฝีปากตัวเอง เกือบจะคิดว่าตัวเองนอนมากไปจนประสาทหลอน แต่แล้ว....



กึก!กึก!กึง!!!!



ลูกบิดประตูสั่นอย่างแรงเหมือนกับว่ามีคนกำลังเขย่าอย่างบ้าคลั่ง มือเรียวจิกลงบนผนังสีครีมอย่างแรงจนเกือบจะทิ้งรอยเล็บ



กล้องวงจรปิดก็ยังคงทำหน้าที่ฉายภาพได้ดีเหมือนเดิม  



ไม่มีใคร....



บ้าไปแล้ว ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ



แทฮยองจ้องจนรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะเป็นโรคประสาท ทางเดินเรียบหรูยังคงว่างเปล่ากับประตูที่โดนเขย่าจนสั่นไปทั้งบานทั้งที่ไม่น่าจะมีมนุษย์ที่ไหนทำได้



ในความว่างเปล่านั้น ร่างบางคิดว่าตัวเองเห็น......



เริ่มจากจุดเล็กๆสีดำที่ริมขอบจอ ดูผ่านๆเหมือนกับหมึกป้าย จนกระทั่งใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เส้นสายสีดำมากมายไหลเข้ามาราวกับภาพศิลปะบนจอ กล้องวงจรปิดที่ใช้ได้ดีมาตลอดกลับกลายเป็นภาพขาวดำ 



ซ่า ซ่า



ติดแล้วก็ดับ ตากลมจ้องมองภาพนั้นด้วยความหวาดกลัวแต่ก็ไม่อาจละสายตา ไม่อาจกระพริบตา จนกระทั่งเส้นสายสีดำนั้นรวมกันจนเป็นเหมือนกับเส้นผม จากเส้นผมไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงเดรสสีขาว ภาพกระพริบติดขัด ยิ่งภาพขาวดำกระพริบมากเท่าไหร่ ตัวตนของเธอกลับชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ



เคร้ง!



มีดที่ถืออยู่ในมือร่วงหล่นลงพื้นเพราะเจ้าของมือไม่มีแม้แต่แรงจะต่อต้าน ความหวาดกลัวทำให้ร่างเล็กๆสั่นสะท้าน และดูเหมือนว่าเสียงนั้นจะทำให้หญิงสาวรู้ตัว เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทยาวถึงเอวที่กำลังก้มหน้า ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดช้าๆจนกระทั่งสบตากัน



ผู้หญิง? 



แทฮยองกระพริบตาปริบๆมองสบตาร่างบางอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเสียงหวานเอื้อนเอ่ย



“คุณคิมแทฮยอง เปิดประตูให้ฉันเข้าไปหน่อยได้รึเปล่าคะ”



แล้วแทฮยองก็แสนโง่งมที่ยอมเปิดประตูรับเธอเข้ามา



.



.



.



มือเรียวยกกาน้ำร้อนขึ้นอย่างเลื่อนลอยเมื่อกาน้ำหม้อเล็กส่งเสียงร้องเตือน รินน้ำร้อนใส่ผงโกโก้ก่อนจะยกออกไปเสริฟหญิงสาวร่างเล็กที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้



เรือนร่างผอมบางดูซีดเซียวในชุดวันพีซสีขาว ผมยาวตรงดำสนิทจนถึงเอว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากในขณะเดียวกันก็ดูมืดมนอย่างบอกไม่ถูก ตัวตนของเธอทำให้ร่างบางรู้สึกอึดอัดเหมือนกับหายใจไม่ออกกับความกดดันที่แฝงแน่นอยู่ในบรรยากาศ



อาจจะเพราะเธอเอ่ยชื่อ จอนจองกุก แฟนหนุ่มที่แทฮยองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหายไปไหนในค่ำคืนนี้

หลังจากที่เปิดประตูรับผู้หญิงที่ดูไม่มีที่มาที่ไปเข้ามา แทฮยองกลับเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเธอ



“ชื่อของฉันเหรอคะ...มันไม่สำคัญหรอก”



ดวงตากลมเลื่อนลอยจ้องแก้วโกโก้ที่แทฮยองเอามาวางตรงหน้า ไม่มีท่าทีจะยกขึ้นดื่ม ไม่สิ เธอไม่มีปฏิกิริยาอะไรด้วยซ้ำ นอกจากจ้องมองอย่างว่างเปล่าไปข้างหน้า อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงจนต้องลูบแขนตัวเอง



“คุณหนาวมั้ยครับ ถ้ายังไงให้ผมไปเปิดฮีตเตอร์....”



“ไม่หนาวหรอกค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “....แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่คุณแทฮยองใส่แค่เสื้อบางๆแบบนี้ไม่เป็นไรแน่เหรอคะ”



ท้ายประโยคราวกับจะเป็นห่วง แต่ทำไมไม่รู้ร่างบางกลับคิดว่าเธออยากให้เขาหนาวตายไปซะมากกว่า ทั้งที่สิ่งที่เธอทำมีเพียงแค่การส่งยิ้ม....ยิ้มหวานๆชวนขนลุกที่หาความหมายไม่ได้



อยู่ดีๆก็คิดถึงข้อความประหลาดที่ได้รับขึ้นมา



‘กำลังจะไปหา......’



หรือว่าเป็นเธอที่ส่งข้อความมา 



ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ส่งข้อความเข้าเบอร์ที่มีแต่จองกุกกับเพื่อนสนิทที่รู้ซ้ำยังตามมาถึงบ้าน ความคิดที่ทำให้แทฮยองตัวสั่นขึ้นมา



ระหว่างที่กำลังตัดสินใจจะเสียมารยาทไล่เธอกลับไป เสียงหวานกลับเอ่ยขึ้นมาราวกับรู้ใจ



“จองกุกน่ะค่ะ....” 



จองกุก......ไม่ใช่คุณจองกุก ความสนิทสนมที่ทำให้แทฮยองวูบไหว 



“คุณรู้มั้ยคะว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน....” 



เสียงแผ่วเบาหวานๆกลับยิ่งชวนน่าอึดอัด โทนเสียงที่เหมือนกับว่าเธอรู้ทุกอย่างของจองกุกทั้งที่เขาไม่รู้ น้ำเสียงเหยียดหยามลึกๆที่ทำให้เขาต้องกำฝ่ามือตัวเองแน่นเพื่อข่มกลั้นอารมณ์



“ทำไมผมจะต้อง....”



“ทำไมคุณจะต้องสนใจ” หญิงสาวเหยียดยิ้มร้ายพูดตัดบทราวกับอ่านใจ “เขาอยู่คอนโดที่ซื้อไว้ อยู่กับผู้หญิงคนอื่น ผู้หญิงที่ง่ายซะจนไร้ค่ายิ่งกว่าโสเภณี แบบนั้นน่าสนใจพอมั้ยคะคุณคิมแทฮยอง”



สิ้นคำนั้นร่างบางรู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังหล่นวูบ



เขารู้สิ ทำไมจะไม่รู้ ลึกๆแล้วแทฮยองรู้มาโดยตลอดแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ คำพูดของหญิงสาวจึงเหมือนกับเป็นการเอาน้ำเย็นๆมาสาดใส่หน้า



“ผมคิดว่า....คุณควรกลับไป....”



“เสียใจเหรอคะ ตกใจที่มีคนมาจี้ใจดำเหรอ ก็นะ....เขาไม่เคยเห็นหัวคนรออย่างเราบ้างเลย......”



เรา....



คนรออย่างเรา.....



“คุณคิมแทฮยอง” หญิงสาวเว้นวรรคราวกับกลั่นแกล้ง



“ถึงขั้นนี้แล้วคุณคงไม่ได้โง่จนคิดว่าจองกุกจะรักคุณแค่คนเดียวหรอกนะคะ” 



ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มพรายที่แทฮยองคิดว่ามันช่างน่ารังเกียจ แม้แต่ประโยคที่ตามมา 



“ถ้าคุณไม่รู้ ก็ควรจะรู้ไว้ซะตอนนี้ ว่าเรากำลังใช้ผู้ชายร่วมกัน”



ร่างบอบบางผุดลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาใกล้




หญิงสาวยกมือเรียวบางขึ้นมาแตะแขนแทฮยอง สัมผัสเยียบเย็นชวนขนลุกมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นสาบน่ารังเกียจยามเธอกระซิบข้างหู



“สองปีแล้วที่ฉันต้องทนอยู่ใต้เงา หัวใจจองกุกเป็นของฉันคนเดียว คนเกะกะอย่างแก.........”



มือเรียวจิกแน่นลงไปบนท่อนแขนสีน้ำผึ้ง ร่างบางพยายามจะสลัดแขนออกแต่มันกลับไม่ได้ผล เล็บยาวจิกลงพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ไหลซิบๆ



“ไปตายซะ!”



สิ้นเสียงนั้นแทฮยองรู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยขึ้น ร่างบางใจหายวูบตอนที่ถูกฉุดกระชากจนขึ้นไปเหนือขั้นบันได



“เขาเป็นของฉัน จอนจองกุกเป็นของฉัน”



เสียงเยียบเย็นพร่ำเพ้อไปมาราวกับคนเสียสติ 



“เขาต้องอยู่เคียงข้างฉัน ของของฉัน”



กลิ่นเลือดเหม็นหืนชวนอาเจียน ร่างบางน้ำตาคลอเจ็บจนแทบสำลัก หญิงสาวจับแทฮยองกระแทกกับราวบันได เสียงเนื้อกระทบกับเหล็กดังก้องอยู่ข้างหู เสียงกระดูกที่โดนฟาดไปมาทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย



“แกรู้มั้ย ฉันตามเขาไปทุกที่  กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องทนเห็นผู้ชายที่รักไปเอากับคนอื่น ในขณะที่แก..แกแค่นั่งเฉยๆรอให้เขากลับมาหา ไม่ได้รู้อะไรสักนิด....”



“ม....ไม่”



เสียงหวานแหบพร่าอ่อนแรง มือเรียวไขว่คว้าท่อนแขนเย็น หญิงสาวจิกเล็บลงบนต้นคอของเหยื่อที่เธอแสนรังเกียจ กลิ่นเลือดคละคลุ้งมาพร้อมกับรอยเสียดสีบนกำแพง เสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นพร่ำพูดประโยคเดียวกัน



“ต่อให้ต้องตาย”



มือเรียวไขว่คว้าเอาราวจับราวกับเป็นหลักยึดแต่เหมือนมันยังไม่พอเมื่อแทฮยองพลาดจนกลิ้งตกลงไปตามขั้นบันได



ปึ้ก



ทุกสิ่งทุกอย่างนิ่งเงียบงัน คนที่ยืนอยู่เหนือขั้นบันไดก็ยังคงเป็นหญิงสาวแสนสวยกับรอยยิ้มละมุนหวาน



“ฉันไม่ได้ทำอะไรแฟนนายอย่างที่สัญญากันไว้ไง จองกุกที่รัก”



ดวงตาเรียวหันไปพูดกับรูปภาพของชายหนุ่มอย่างแสนรัก



“มันก็แค่ โง่! พลาดตกลงไปเอง!!!!”



-Beside You-



ตอนที่แทฮยองตื่นขึ้นมา ทั่วทั้งห้องมืดสนิทและเย็นเยือก มีเพียงสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่กอบกุม ดวงตากลมไล่สายตามองมือขาวซีดกับใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจะซูบตอบลงหลังจากไม่ได้เจอกันทั้งอาทิตย์ 



คิดถึง



ไล้มือไปตามเรือนผมสีดำสนิทของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน ยอมรับว่าผิดหวังที่ตอนบ่ายตื่นขึ้นมาไม่เจอแต่ก็จางหายไปอย่างง่ายดายเมื่อเห็นจองกุกนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ 



ฝ่ามือที่เกาะกุมแทฮยองไม่ได้อบอุ่นเหมือนทุกทีแต่กลับเย็นเฉียบไร้ความร้อน จอนจองกุกเหงื่อท่วมกายราวกับว่ากำลังฝันร้าย อุณหภูมิในห้องดูจะเย็นมากขึ้นกว่าเดิม จองกุกนอนกระสับกระส่ายในความฝัน



“จองกุก ตื่น!”



ร่างบางเขย่าแขนแฟนหนุ่มอย่างร้อนรน ดวงตาเรียวกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น จองกุกสะดุ้งเฮือก หอบหายใจถี่



“แทฮยอง!”



“ไม่เป็นไร แทอยู่นี่แล้ว”



แขนเรียวกอดปลอบชายหนุ่มที่กำลังสั่นสะท้าน หน้าของชายหนุ่มซีดเผือดเกินจะเชื่อว่าเป็นแค่ฝันร้ายธรรมดาทั่วไป อ้อมแขนแข็งแรงกอดรั้งเอวบางเอาไว้แน่นจนแทบจะจมหายไปกับแผ่นอก



หวาดกลัวเกินกว่าจะปล่อยไป.....



ผ่านไปเนิ่นนานจนลมหายใจของชายหนุ่มค่อยๆผ่อนลง



“ฉันฝัน....” เสียงทุ้มพูดขึ้น พึมพำแนบชิดเรือนผมนิ่ม “ฉันฝันว่ากำลังเสียนายไป แล้วก็.....”



แล้วก็มีผู้หญิงอีกคนอยู่ในความฝัน......



“มันเป็นแค่ฝันร้าย...”



แทฮยองพูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมแม้ในใจสั่นไหว เหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุไหลย้อนเข้ามาราวกับภาพหลอน คลื่นความรู้สึกเยือกเย็นอันน่าขยะแขยงแล่นเข้ามาถึงคอหอยจนตัวสั่นสะท้าน



“เป็นอะไร”



มือใหญ่จับไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้า แรงสั่นจากร่างในอ้อมกอดทำให้จองกุกใจคอไม่ดี ใบหน้าสวยใสของแทฮยองซีดเผือดจนดูเหมือนกับไม่มีสีเลือด 



“จองกุก” เสียงหวานเรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “จองกุกมีอะไรจะบอกกับแทรึเปล่า”



คำถามที่ทำให้ร่างสูงนิ่งงัน และยิ่งทำให้แทฮยองร้อนรน ดวงตากลมโตหลุกหลิกกวาดมองรอบห้อง นิ้วเรียวที่เกาะของชายหนุ่มจิกแน่นจนข้อนิ้วเกร็งขาว ลมหายใจของร่างบางสะดุดห้วงจนจองกุกเอื้อมคว้าปุ่มเรียกนางพยาบาล



“อย่า!” แทฮยองคว้ามือใหญ่ “แทไม่ได้เป็นอะไรมาก จองกุกอย่าเรียกคนอื่นมาเลยนะ”



เสียงวิงวอนอ่อนล้า ร่างบางที่ปกติดูผอมบางอยู่แล้วยิ่งดูซูบลงไปใหญ่ ท่าทางไร้เรี่ยวแรงซ้ำยังดูเหมือนกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างทำให้เขาเป็นกังวล



“จองกุก.....จองกุกเคยรักแทบ้างรึเปล่า”



ร่างบางที่ไม่เคยเอ่ยถาม ไม่เคยเรียกร้องอะไรกลับถามคำถามที่เขาไม่อยากตอบที่สุด จองกุกหลบตาคนรัก ถอนหายใจแผ่วเบา



“เป็นอะไร อยู่ดีๆก็ถาม”



“เปล่า ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรทั้งนั้น”



ตอบเสียงแผ่วก่อนจะผลักอกล่ำของคนรักออกไป แทฮยองกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ดวงตาที่เลื่อนลอยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแน่วแน่เมื่อร่างบางคิดจะทำอะไรบางอย่าง



คิมแทฮยองเริ่มลากไล้มือเรียวบางไปตามแผ่นอกของตัวเองที่อยู่ภายใต้ชุดนอนคนไข้สีฟ้าอ่อนปนขาวภายใต้สายตาของจองกุกที่ได้แต่มองการกระทำนั้นด้วยความตกใจ



สองมือกระตุกเชือกเส้นเล็กของชุดที่มัดปมไว้เพียงหลวมๆ



“อ...อืมมม”



เสียงครางแผ่วหวานดังขึ้นเมื่อนิ้วมือซุกซนเผลอไปโดนยอดอกของตัวเองนอกร่มผ้าที่เริ่มตึงขึ้นตามแรงอารมณ์



“อ่ะ อื้อ จองกุก...”



แทฮยองปรือตายั่วยวน ครางเรียกชื่อคนรัก



“วันครบรอบปีนี้ไม่มีสปาเก๊ตตี้ของที่นายชอบ....” เสียงทุ้มหวานขาดห้วง แทฮยองรั้งเสื้อตัวหลวมออกจากไหล่ตัวเองนิดๆ  “ถ้าอยากให้กินแทฮยองแทน จองกุกจะว่ายังไง.....”



รู้สึกราวกับหูตาพร่ามัวไปหมด ร่างสูงได้แต่จ้องแฟนคนสวยที่แสดงท่าทางเย้ายวนด้วยการปีนขึ้นมานั่งบนตัก แทฮยองไม่เคยทำแบบนี้ ไม่สิ แทฮยองไม่เคยทำแบบนี้มานานหลายปีแล้ว หลายเดือนที่แทบจะไม่มีอะไรกัน แล้ววันนี้ทำไมแทฮยองถึงได้แสดงท่าทางแบบนี้กับเขาได้



ความคิดที่ตีรวนอยู่ในสมองทุกอย่างเริ่มหยุดชะงักเมื่อแทฮยองถูไถบั้นท้ายนิ่มเข้ากับส่วนนั้นของเขาขึ้นลงไปมาจนมันเริ่มตื่นตัว รวดเร็วจนตัวเองยังตกใจ



“แทฮยอง”



เสียงดุพยายามห้ามปราม ที่นี่มันเตียงคนไข้แถมร่างบางยังเพิ่งหายจากการป่วย แต่การควบคุมตัวก็ดูเหมือนจะทำได้ยากขึ้นทุกที เมื่อร่างบางยังไม่หยุดร่อนสะโพกยั่วไปมา 



ริมฝีปากอิ่มเต็มพรมจูบลงบนซอกคอของร่างสูง ขบเม้มจนเกิดเป็นรอยรักสีกุหลาบ



“อืมมม”



เสียงทุ้มครางต่ำในลำคอเมื่อคนสวยทั้งขบกัดทั้งทิ้งรอยเอาไว้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน จองกุกเองก็ไม่ได้ต่อต้าน ใครจะปฏิเสธคิมแทฮยองที่กำลังนั่งอยู่บนตักได้ลง และก่อนที่มือเรียวจะไต่ไล่ไปปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตของเขา จองกุกก็จับมือนิ่มๆเอาไว้พร้อมกับสอดประสานมือ



ริมฝีปากสีชมพูที่ใครๆต่างก็หลงเสน่ห์พรมจูบลงบนข้อนิ้วทุกนิ้วของแทฮยอง



“เป็นอะไรไปน่ะหืม”



เสียงทุ้มอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยิน จองกุกไล้มือข้างที่ว่างไปตามพวงแก้มใส มันก็ใช่ที่เขาเริ่มมีอารมณ์ไปกับแฟนตัวเล็ก แต่จะให้กอดกันไปทั้งๆอย่างนั้นมันก็เหมือนกับเป็นการหนีปัญหา

ถึงเขาจะชอบมีเซ็กส์กับคนอื่นมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยคิดอยากใช้เรื่องอย่างว่ามาแก้ปัญหาระหว่างกัน



“เปล่า ก็แค่อยากจะอ้อน ไม่ได้เหรอ?”



เสียงหวานที่ออดอ้อนแผ่วเบายิ่งแล้ว แต่ดวงตาที่ช้อนมองมากลับดูยั่วยิ่งกว่า จองกุกถอนหายใจเมื่อรู้ว่าต้องพ่ายแพ้ 



เอาเหอะถือซะว่าใช้ร่างกายกระชับความสัมพันธ์ก็แล้วกัน




ระวังหลังนะจ๊ะ




ทั้งสองร่างหายใจหอบ แทฮยองชนหน้าผากมนของตัวเองเข้ากับแฟนหนุ่มเบาๆพร้อมกับเอ่ยคำหวาน



“สุขสันต์วันครบรอบ 5 ปี แทรักจองกุกนะ”



-Beside You-



แม้กระทั่งตอนนี้ก็ไม่อยากเชื่อว่าจองกุกหลอกลวงเขามาตลอด



ร่างสองร่างอิงแอบกันบนเตียงแคบๆในห้องพิเศษหลังจากผ่านกิจกรรมรักมาอย่างหนักหน่วง แทฮยองไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่ม แต่ว่าวันนี้ด้วยเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างทำให้เขาเริ่มไม่มั่นใจในตัวคนรักจนคิดทำอะไรลงไปทั้งที่ไม่เคยทำ



ต่างกับจองกุก...



คิมแทฮยองคิดอะไรอยู่กันแน่ ร่างสูงได้แต่ครุ่นคิดยามจ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่เอาแต่เหม่อลอย ร่างบางของแทฮยองอิงแอบแนบชิดอยู่กับอกของเขา หนึ่งในรอบหลายปีที่รู้สึกใกล้ชิด แต่ก็เหมือนห่างไกล เมื่อยังคงมีช่องว่างที่มองไม่เห็นระหว่างกัน



จอนจองกุกไม่ใช่คนพูดเก่งนัก 



สำหรับเขา แค่ดูแลเอาใจใส่แทฮยองแค่นั้นโดยไม่ต้องพูดอะไรก็เพียงพอ



แค่อยู่ด้วยแค่นั้นมันไม่พอเหรอ ชายหนุ่มมองร่างบางที่หลายปีมานี้ดูเศร้าสร้อยเลื่อนลอย ขอแค่บอก ไม่ว่าอะไรเขาก็ทิ้งได้ทุกอย่างเพื่อแทฮยอง ร่างสูงตามใจอีกฝ่ายทุกอย่างแต่เหมือนว่ามันยังไม่พอ เขารู้สึกเหมือนกับแทฮยองต้องการอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น มากกว่าข้าวของมากมายที่เขาหามาให้ บางสิ่งที่เขาไม่มี จนเกิดเป็นความไม่เข้าใจพร้อมรอยร้าวในความสัมพันธ์



จองกุกหลงรักแทฮยอง แต่มันกลับทำให้เขากลัว......



ในตระกูลที่ทุกอย่างเป็นเรื่องของธุรกิจ ความคิดที่ว่ากำลังรักใครมากกว่าตัวเองทำให้เขาเป็นบ้าจนต้องปกป้องตัวเองด้วยการตีตัวออกห่าง



จากที่ไม่เข้าใจก็ยิ่งกลายเป็นห่างเหิน...ทั้งสองคนพูดคุยกันน้อยลงจนกลายเป็นความเฉยเมยในที่สุด



จองกุกดื่ม...มีเซ็กส์เพื่อหลีกหนีความเหงา ในขณะที่แทฮยองก็เอาแต่ทำงานจนกระทั่งรอยยิ้มหวานที่จองกุกหลงรักหายไปในที่สุด



ร่างสูงดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ร่างบางที่อยู่ในชุดคนไข้ตัวใหม่ในขณะที่แทฮยองเอาแต่จ้องไปจุดจุดหนึ่งในความมืด อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างกระทันหันทำให้ชายหนุ่มเผลอลูบไล้เบาๆไปที่ต้นแขนนิ่ม แทฮยองไม่มีท่าทีใดๆตอบรับกลับมา เอาแต่เหม่อมองไปที่จุดๆนั้น ไม่สิ แทฮยองกำลังเพ่งมองบางสิ่งในเงามืด



“แท...”



เสียงเรียกชื่อร่างบางขาดหายไปกระทันหัน เมื่อจองกุกหันไปเห็นใครบางคนที่รู้จักดี หญิงสาวในชุดสีขาวกำลังนั่งขดตัอย่างอ้างว้างอยู่ในมุมมืด ภาพร่างที่แสนโดดเดี่ยวดึงดูดจนอยากลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปดูให้ชัด



“จองกุก อย่าเข้าไปใกล้เธอ!!”



ร่างบางที่กรีดร้องทำให้เขาชะงัก



“เธอไม่ใช่คน เธอ....เธอตายไปแล้ว......”



.



.



.



“ตาย? พูดอะไรน่ะแท”



ชายหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความงุนงง หญิงสาวที่เขาเห็นตรงหน้ายังคงใบหน้าที่งดงามเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน นอกจากท่าทีซีดเซียวแล้วเขาไม่เห็นว่าเธอจะมีอะไรผิดปกติตรงไหน ถ้าเธอตายจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง



“จองกุก อย่าเข้าไป แทพูดจริงนะ”



ร่างบางเอ่ยขึ้นมาอีกรอบเมื่อจองกุกทำท่าจะเข้าไปหาเธออีกครั้ง 



“ฉันแค่จะเข้าไปคุย นายเป็นอะไรไปน่ะแทฮยอง”



เสียงทุ้มเริ่มจะติดอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา แค่การปรากฏตัวของเธอก็ทำให้เขาอารมณ์เสียจะแย่แล้ว แทฮยองยังจะมาพูดอะไรไร้สาระทั้งที่เห็นอยู่ตรงหน้าว่าเธอก็เป็นคน มีเนื้อหนังเหมือนกับเขา เสียงที่เข้มขึ้นของแฟนหนุ่มทำให้แทฮยองเงียบไปทันที



“มาทำไม” 



เสียงทุ้มต่ำเย็นชาเหมือนเช่นทุกครั้ง จองกุกปลดมือเรียวที่กำลังรั้งแขนตัวเองออกช้าๆก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น แฟนเก่า ไม่ใช่สิ คู่นอนคนเก่าที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน สำหรับจองกุกแล้วเธอเป็นแค่ที่ระบายที่เรียกเมื่อไหร่ก็มา ต่างกับเธอที่ดูจะไม่คิดแบบนั้น 



อารมณ์หึงหวงรุนแรงของเธอทำให้เขาอึดอัดมากขึ้นทุกวันจนตัดสินใจจบความสัมพันธ์ไปในคืนวันครบรอบ 5 ปีของเขากับแทฮยอง



“บอกแล้วไงว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก แล้วเธอก็ไม่มีสิทธิ์ส่งข้อความงี่เง่ามาหาฉันอีกแล้ว”



ยิ่งพูดน้ำเสียงของชายหนุ่มก็ยิ่งเย็นชา ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องแคร์ในเมื่อเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ 



นั่นเป็นเหตุผลที่เขาหงุดหงิดเมื่อตอนที่เห็นข้อความของเธอที่บอกว่า คิดถึง ในตอนเช้า จองกุกกำลังจะโทรไปต่อว่าหญิงสาวที่ตื๊อไม่เข้าเรื่อง แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากจีมินซะก่อนจนลืมเรื่องของเธอไปสนิทจนกระทั่งตอนนี้



และยิ่งเห็นแทฮยองแสดงท่าทีเหมือนกับว่าเคยรู้จักเธอมาก่อนก็ยิ่งทำให้ว้าวุ่นจนต้องรีบตัดบทสนทนา



“นายมีของที่ฉันต้องการ....”



หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดวงตาของเธอไม่ได้จับจ้องจองกุกเหมือนทุกที แต่กลับจ้องมองร่างเล็กที่มีเพียงผ้าห่มคลุมกาย แทฮยองตัวแข็งทื่อ เหตุการณ์ที่บันไดย้อนเข้ามาจนทั้งร่างสั่นสะท้าน



และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว มือขาวซีดก็ตรงเข้ามาบีบคอแทฮยองอย่างรวดเร็ว ร่างสูงได้แต่ยืนนิ่งงันเมื่อวูบนึงเธออยู่ตรงหน้าแต่เมื่อกระพริบตากลับไปอยู่ข้างเตียง



“อ....อ๊อกกกก”



ร่างบางพยายามกรีดร้อง สองมือตะกุยไปที่แขนขาวซีด กลิ่นเหม็นสาบสางของซากศพแล่นเข้ามาในโสตสัมผัส พร้อมกับวันพีซสีขาวที่เริ่มเปื้อนเลือดเป็นจุดๆ จากหน้าท้องลามไปถึงแผ่นหลัง แม้แต่ใบหน้าก็ถูกกรีดยับเยินไม่มีชิ้นดี สภาพที่แท้จริงก่อนตายเกือบทำให้จองกุกขย้อนเอาของเก่าออกมา



กลิ่นเหม็นเน่าของซากชิ้นเนื้อรวมกับกลิ่นเลือดน่าขยะแขยงจนแทฮยองน้ำตาคลอเบ้า



ร่างสูงยืนนิ่ง ตั้งรับกับเหตุการณ์ไม่ทัน แต่เมื่อลมหายใจของแทฮยองเริ่มขาดห้วงจองกุกถึงได้รู้สึกตัว



“เป็นบ้าอะไรวะ ปล่อยแทฮยองเดี๋ยวนี้!”



ร่างสูงตวาดด้วยน้ำเสียงแข็งๆ มือใหญ่ตรงเข้าไปกระชากแขนเน่าเฟะตรงหน้า แต่เหมือนเขาจะกะแรงผิดไป แขนด้านซ้ายที่เปื่อยเน่าหลุดออกมาจากหัวไหล่ตามแรงกระชาก ทั้งเลือดและน้ำหนองกระเด็นออกมาจากแขนที่ขาดเปรอะไปทั่วใบหน้าและเสื้อผ้าของเขา



“อ๊าากกกก”



ร่างสูงร้อง โยนแขนข้างนั้นไปให้พ้นตัว กลิ่นจากซากศพที่ติดตามลำตัวทำให้จองกุกแทบเป็นบ้า แว่วเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาวราวกับสะใจเหตุการณ์ตรงหน้าที่เห็นเขาหมดหวัง



เธอทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ราวกับคนจิตใจไม่ปกติก่อนจะหันกลับมาทางคิมแทฮยอง ปล่อยมือเย็นชืดออกจากคอเรียวบางก่อนจะตบใบหน้าสวยให้กองไปกับพื้น



“แกรู้มั้ยว่าฉันเกลียดแกขนาดไหน คิมแทฮยอง” 



ผีสาวย่างเข้ามาหาร่างบางที่พยายามจะตะเกียกตะกายหนี จองกุกพยายามจะเข้ามาจับเธอไว้แต่กลับโดนสะบัดออกไปอย่างไม่ไยดีด้วยแรงมหาศาล



“อย่าเสือก หรือแกอยากจะกอดแขนอีกข้าง”



เสียงโกรธแค้นหันไปหาชายหนุ่มที่โดนกระแทกจนไปชนกับเก้าอี้



“แกรู้มั้ยแทฮยองว่าฉันตายได้ยังไง”



สิ้นคำนั้น ด้ามมีดแหลมคมก็ผุดออกมาจากท้องของหญิงสาว เลือดสีข้นไหลทะลักออกมาจนนองไปทั่วพื้น 



“ฉันโดนแทง โดนแทงเป็นร้อยๆครั้งจนกว่าจะตาย เจ็บมากเลยนะรู้มั้ย ทรมานจนอยากตายๆไปแต่ก็ไม่ตาย” 



ร่างบางหัวเราะคิกคักก่อนจะดึงด้ามมีดออกมาจากท้อง



“เพราะฉะนั้น...ถ้าแกตายด้วยวิธีเดียวกับฉันบ้าง......”



ริมฝีปากที่โดนกรีดจนรุ่งริ่งแสยะยิ้ม



“มันก็แฟร์ดีนะ ว่ามั้ยคิมแทฮยอง”



ฉึก!



“ไม่!!!!”



เสียงร่างบางกรีดร้องประสานกับเสียงหวีดแหลมของหญิงสาว ยามที่ปลายมีดปักเข้าที่เนื้อของมนุษย์ แต่กลับไม่ใช่คิมแทฮยอง แต่เป็นจอนจองกุกที่เอาตัวเข้ามาบัง



“จองกุก ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่”



ผีสาวกรีดร้องอย่างเสียสติยามที่เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกจากช่องท้องของชายหนุ่มจนหยดเป็นวงกว้างบนเสื้อเชิ๊ตสีขาว คิมแทฮยองได้แต่ร้องไห้ยามประคองชายหนุ่มที่เอาตัวเข้ามารับแทน



“แทฮยอง....แทฮยอง”



เสียงทุ้มพยายามพร่ำเรียกคนที่เขารักมากที่สุดแต่เพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเองทำให้เกือบเสียคนรักไป 



จองกุกรักแต่ตัวเองโดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง เขาหาคำตอบให้ตัวเองมาโดนตลอดว่าเขาอยู่กับแทฮยองเพราะอะไร สิ่งที่เขารู้สึกคือความรักจริงๆใช่มั้ย



คำตอบที่ไม่เคยรู้ จนกระทั่งเห็นมีดที่พุ่งเข้ามา ร่างกายดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาไปเอง ตอนที่คิดว่าต้องเสียแทฮยองไป ให้เขาตายเองยังจะดีซะกว่า



แค่แทฮยองเท่านั้นที่อยากจะปกป้อง



และคำตอบนั้น......



“รัก”



เสียงทุ้มเอ่ยออกมาแผ่วเบา 



“รักแทฮยอง....ฉันรักนาย....ฉันขอโทษ..รัก....”



ขายหนุ่มเอาแต่พร่ำคำว่ารักไปมา เขาจะบอกตั้งแต่ตอนนี้ เขาจะพูดจนกว่าจะหมดลมเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหาย



นี่คือคำที่อยากได้ยินมาตลอด แต่กลับมาได้ยินในสถานการณ์แบบนี้ คิมแทฮยองหัวเราะทั้งน้ำตาจ้องมองผีสาวอย่างเลื่อนลอย



หญิงสาวที่ตอนนี้กลับมาเป็นร่างที่งดงามตามเดิมได้แต่นิ่ง ใบหน้าสวยผุดรอยยิ้มเศร้าๆก่อนจะจางหายไป



เธอยอมแพ้แล้ว



และครั้งนี้เธอได้พ่ายแพ้ให้กับคิมแทฮยองจริงๆ





บทส่งท้าย



จอนจองกุก เป็นเหมือนกับความฝัน



หญิงสาวคนหนึ่ง.....มีตัวตน แต่ก็เหมือนกับว่าไม่มี.......ไม่มีเพื่อน ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครใส่ใจ

ชื่อของเธอ......



เพื่อนร่วมชั้นในมหาลัยมักเอ่ยถามเสมอตอนที่ต้องจับกลุ่มทำงาน เธอได้แต่ตอบด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา แผ่วเบาจนจางหายไปในความทรงจำของทุกคน 



มันก็เหมือนกับเรื่องน้ำเน่าทั่วไป



ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลย หลงรักเดือนมหาลัยคนดัง.....



จอนจองกุก เป็นทุกอย่างที่หญิงสาวใฝ่ฝันถึง ทั้งความสว่างสไวที่เหมือนกับจับต้องไม่ได้ เขาไม่เคยผูกมัดกับใคร ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เธอมีความสุขที่ได้มองดูเขา แม้ไม่ได้อยู่ในสายตา



จนกระทั่งมี...คิมแทฮยอง



คิมแทฮยอง เป็นเหมือนกับความฝัน



ความฝันที่เป็นได้แค่ความฝันเมื่อเขาคือทุกอย่างที่เธออยากจะเป็น



หน้าตาที่สะสวย....เธอเกลียด



เสียงทุ้มชวนหลงใหล.....เธอช่างขยะแขยง



รอยยิ้มหวานชวนฝัน.....เธอริษยา



สวยขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้กุมหัวใจของจอนจองกุก....สมน้ำหน้า สะใจเหลือเกิน



และเมื่อโชคชะตาเข้าข้างทำให้ได้ไปทำงานที่บริษัทของผู้ชายที่เธอแอบรัก คนที่รอมาเนิ่นนานก็ไม่รีรอที่จะฉวยโอกาสตอนที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่สู้ดีแทรกเข้าไปตรงกลาง



ถ้าคุณต้องการ.... เสียงหวานเอ่ยกับชายหนุ่มที่กำลังมึนเมาเพราะแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงของบริษัท แม้แต่ครั้งแรกของฉัน ฉันก็จะให้คุณ



แน่นอนว่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขา ไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนั้น



มันช่างง่ายดาย หญิงสาวคิดตอนที่กอดรัดแผ่นหลังกว้างไว้แนบกาย นายแพ้ฉันแล้วคิมแทฮยอง....



ไม่ใช่เลย.....คิมแทฮยองไม่เคยแพ้ และหญิงสาวก็เรียนรู้ที่จะพบเจอกับความผิดหวังในสองปีต่อมา



“จองกุก นายอยู่ไหน” 



เสียงหวานตวาดแว้ดผ่านโทรศัพท์เครื่องหรูเมื่อชายหนุ่มไม่มาตามนัด ถ้าจะให้ถูกคือเธอเป็นฝ่ายนัดเขาฝ่ายเดียว สองปีผ่านไปกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำจำกัดความ แปรเปลี่ยนหญิงสาวที่เป็นคนเงียบๆชอบเก็บตัวให้กลายเป็นผู้หญิงอารมณ์ร้าย



จองกุกไม่เคยพาเธอออกไปไหนแม้จะมีความสัมพันธ์กันได้สองปี  เขาไม่เคยมาหา มีแต่เธอที่ต้องเป็นฝ่ายนั่งรถแท็กซี่ไปหาเขาที่คอนโด



จองกุกยังคงเหมือนเดิม เปิดประตูรับเธอที่ย่ำเท้าเข้ามาอย่างโมโหด้วยสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ ชายหนุ่มรับฟังทุกถ้อยคำที่เธอด่าทอ น้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ก็ยังคงพ่นถ้อยคำเย็นชาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง



“นี่ใช่มั้ยคือเหตุผลที่มา ถ้าไม่ได้มาเพราะเซ็กส์ ก็ออกไป”



แขนเรียวกอดรัดชายหนุ่มเอาไว้พร้อมกับหยาดน้ำตาที่หลั่งริน เธอรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่จะให้เธอทำยังไง......



ในเมื่อมีแค่ตอนที่เขากำลังแทรกกายเข้ามาเท่านั้นที่จองกุกมีสีหน้าอย่างอื่นนอกจากเฉยชา 



เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆที่ไร้ความหวังอย่างนี้เนี่ยแหละ



วันนี้เป็นวันครบรอบ 5 ปีที่จองกุกคบกับแทฮยอง



หญิงสาวร่างบางกำพวงมาลัยรถในมือแน่น ด้านหน้าคือออดี้สีดำสนิทของจอนจองกุกที่เธอแอบขับรถตามมาเงียบๆจากที่ทำงาน จองกุกบอกกับเธอว่าอยากจะยกเลิกความสัมพันธ์ ชายหนุ่มบอกว่าเขาอยากจะใช้เวลาทั้งหมดที่มีให้คิมแทฮยอง



คนโกหก....



ดวงตาที่เคยสวยงามวาวโรจน์ด้วยความโกรธ มองสองร่างที่คลอเคลียกันตั้งแต่ในรถจนกระทั่งขึ้นลิฟต์ เธอไม่รอช้าที่จะกดลิฟท์ตามขึ้นไป สองร่างที่กอดจูบกันไม่มีทีท่าว่าจะหันมาสนใจ หญิงสาวรู้สึกสมเพชตัวเองมากขึ้นที่ได้แต่แอบมองอยู่ตรงแถวบันไดหนีไฟ



ริมฝีปากที่เคยจูบเธอ...ตอนนี้ไปจูบผู้หญิงคนอื่น 



แขนแกร่งที่คอยโอบกอด....กำลังประคองผู้หญิงคนอื่น



จอนจองกุกไม่ได้อยากจะกลับไปหาแทฮยอง ที่เขาอยากเลิกกับเธอก็แค่ข้ออ้างของคนเจ้าชู้ที่คิดอยากจะมีคนใหม่! 



ความโกรธแค้นสุมอยู่ในใจ แต่เธอก็รักจองกุกมาก...ทั้งรักทั้งหลงจนไม่อาจทำร้ายเขาได้ลง ทำได้แค่จ้องมองร่างสองร่างที่หายเข้าไปในประตูเป็นครั้งสุดท้าย



อย่างน้อยถ้าเธอไม่ได้...คิมแทฮยองก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน!



หญิงสาวเดินเข้าไปในตรอกแคบๆที่เธอแอบจอดรถเอาไว้ ดวงตากลมมองภาพแอบถ่ายของจองกุกกับนังผู้หญิงคนนั้น เธอไม่ได้อยากจะถ่ายมาให้ช้ำใจหรอก แค่ความคิดชั่ววูบที่ว่าถ้าได้แกล้งให้คิมแทฮยองเสียใจหรือถึงขั้นเลิกกันคงสะใจดี



มือเรียวค้นหาเบอร์ของคิมแทฮยองที่เธอเคยแอบไปเอามาจากโทรศัพท์ของจองกุก



เธอจะไม่ยอมเจ็บคนเดียวแน่ๆ



“โอ๊ย!"



มือที่กำลังจะกดปุ่มส่งคลิปถูกกระแทกอย่างแรงจนโทรศัพท์เครื่องหรูกระเด็นตกลงพื้น 



“เป็นบ้าอะไรวะนังผู้หญิงนี่” 



เสียงกระโชกโฮกฮากของชายหนุ่มขี้เมาคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์และบุหรี่ที่ลอยคละคลุ้ง มือที่หยาบกร้านจากการทำงานตรงเข้ามากระชากแขนเรียวด้วยความฉุนเฉียว 



หญิงสาวจิกตาใส่ชายขี้เมาอย่างไม่เกรงกลัวโดยที่ไม่รู้ว่าภาพนั้นอาจจะเป็นภาพสุดท้ายในชีวิตที่เธอได้มอง





-Beside You-




หลังจากเหตุการณ์นั้นความสัมพันธ์ของจองกุกกับแทฮยองก็ดีขึ้นตามลำดับ



ร่างบางฮัมเพลงพลางรดน้ำดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้อย่างมีความสุขระหว่างที่รอจองกุกกลับมาบ้าน พักหลังมานี้ร่างสูงตรงกลับบ้านทันทีหลังเลิกงาน วันหยุดพวกเขาก็พากันออกไปเที่ยวเหมือนคู่รักทั่วไป เรื่องทุกอย่างดูจะจบได้ด้วยดี



เคร้ง!



ร่างบางเตะเข้ากับกล่องโลหะที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางกระถาง คิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู กล่องโลหะหนักๆที่มีเพียงวัตถุอย่างเดียวอยู่ในนั้น มีดปลายแหลมที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสดกับผงขี้เถ้าสีเทา



รอยยิ้มแสยะเย็นที่หาความหมายไม่ได้ผุดขึ้นมาบนริมฝีปากบาง พลางย้อนคิดไปถึงความทรงจำลึกซึ้ง



สองปีที่แล้ว



จองกุกเอาแต่ดื่มจนเมาในงานเลี้ยงฉลองของบริษัท นัมจุนโทรเข้ามาหาร่างบางในค่ำคืนหนึ่ง 



แทฮยองไม่รอช้าขับรถไปหาเขา ร่างสูงดื่มหนักจริงอย่างที่นัมจุนว่า สองเท้าที่กำลังจะก้าวไปหาหยุดชะงักเมื่อหญิงสาวร่างบางในชุดเดรสสีครีมแทรกกายฝ่าฝูงชนเข้าไปพยุง



แน่นอนว่าแทฮยองจำเธอได้...ถ้าให้ถูกคือจำเสื้อผ้าของเธอได้ หญิงสาวที่มักจะสวมเดรสสีครีมอยู่เสมอเพราะเป็นเครื่องแบบของเด็กฝึกงาน



หืม น่าสนุกดีนี่ ร่างบางคิด ตอนที่แอบได้ยินเธอกระซิบยั่วยวนแฟนของเขา ครั้งแรกซะด้วย ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มร้าย ไหนๆก็ไหนๆแล้วจะสงเคราะห์ให้ที่เด็กนี่อยากได้แฟนของเขามากขนาดนั้นก็แล้วกัน!



หนึ่งคืนผ่านไปที่มีความสัมพันธ์กัน สองคืนผ่านไป....ก่อนจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสองปี จองกุกไม่เคยหยุดคบหากับเด็กนั่น แทฮยองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นยังไงหรือมีดียังไงแฟนของเขาถึงเล่นด้วยอยู่ได้จนลืมวันครบรอบ 4 ปี อีกหนึ่งปีผ่านไปจนถึงวันครบรอบปีที่ 5



แทฮยองที่นั่งรอแฟนหนุ่มจนถึงเที่ยงคืนและคิดว่าจองกุกกำลังไปขลุกอยู่กับผู้หญิงคนนั้นเหมือนทุกปีตัดสินใจว่าควรจะจบเกมส์งี่เง่านี่ซะที



“ฮัลโหลโฮซอกฮยอง พี่ยังให้คนคอยไปตามดูนังนั่นให้แทอยู่ใช่มั้ย”



มือเรียวข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ก่อนจะเริ่มย้ายอาหารที่ถูกคลุมด้วยพลาสติกเข้าไปในตู้เย็น



“นั่นแหละ..แทไม่อยากเล่นแล้ว ให้คนของพี่จัดการให้หน่อยแล้วกัน”



ร่างบางเว้นวรรคก่อนจะกระซิบเสียงเหี้ยม



“ฆ่ามันไปได้เลยยิ่งดี!!!”



หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่จบเหตุการ์ประหลาด โฮซอกมาเยี่ยมร่างบางที่บ้านอีกครั้งพร้อมกับกล่องโลหะ



“ของขวัญไงน้องชายที่รัก มีดที่ใช้ฆ่านังนั่นแล้วก็.....”



“หึหึหึ หึหึหึ” 



คิมแทฮยองแย้มรอยยิ้มพราย ลูบไล้มีดที่มีคราบเลือดสีแดงอยู่บนนั้น มือเรียวเอื้อมไปหยิบขี้เถ้าสีเทาหม่นที่ก่อนจะเริ่มโปรยปรายลงบนพื้น มองฝุ่นเถ้าที่คลุกกับดินก่อนจะใช้เท้าเหยียบย่ำลงบนเถ้ากระดูก!





จอนจองกุกเป็นของฉัน....



เขาเคยสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้าง....





“ฮะฮะฮะ ฮ่ะฮะฮ่า” เสียงหัวเราะอย่างขบขันดังขึ้น เท้าเรียวบดขยี้ซ้ำลงบนเศษซากของหญิงสาวที่กลายเป็นเพียงเศษฝุ่น





ต่อให้ต้องตาย....


หรือต่อให้มี ‘คนตาย’ ที่ไหนคิดจะมาพราก






แทฮยองจ้องมีดที่กลายมาเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแสนรัก






ฉันไม่มีวันปล่อยเขาไปให้แก



ไม่มีวัน.....





The End



.................................................


อย่า!อย่าขว้างเกิบมาทางเรา 555555 เจอกันใหม่ในซังนัมจาเกมส์ค่ะ 555555 (โปรโมทฟิคแบบเนียนๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #784 boahammock (@boahammock) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 16:16
    โอ้มายก้อดดดด พีคมากกก พีคที่สุดด คนที่ดูจะเข้มแข็มที่สุดอย่างจองกุก สุดท้ายก็แค่รักแทอย่างสุดหัวใจ ส่วนคนที่ดูจะอ่อนแอที่สุดอย่างแทกลับเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง แม่เจ้าา พีคมาก พีคที่สุดด ไรท์เก่งมากๆเลยค่าาา ชักจะชอบแนวลึกลับซับซ้อนแบบนี้ซะแล้ววว
    #784
    0
  2. #763 Phakchira1 (@Phakchira1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 18:48

    ทะไมแทน่ากลัววว TT
    #763
    0
  3. #743 ku_1709 (@kunggii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 17:19
    ก็ว่าตอนที่บอกแฟร์มันแปลกๆ
    #743
    0
  4. #720 Real.B シ (@JHOPE__) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 21:28
    กลัวแทฮยองมากๆจ้า._.
    #720
    0
  5. #698 Thitiworrada1234 (@Thitiworrada1234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:35
    พีคคคคคคค!!
    #698
    0
  6. #696 Freezka (@Freezeka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:10
    เราตกใจพี่โฮปไปร่วมมือกับวีได้ไง เออ ช่างมันเถอะ
    #696
    0
  7. #694 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:36
    วอทททททททททททท แบบโอ้ยยพีคแบบมาก
    #694
    0
  8. #691 Miss aon (@Aon--Aon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:29
    ฟหกด่าสวฟกด่าสว/'"!@(!'$:
    #691
    0
  9. #669 Noeyoey (@Noeyoey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 09:28
    กี๊รรดดดดฟกฟ หักมุม!!! แทลู้กกกกฟกฟดฟดฟดดฟอฟดฟดดฟดดฟ
    #669
    0
  10. #666 Demon smile (@snowgire) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:14
    เหมือนหักมุมอ่ะ
    #666
    0
  11. #642 kurojin2 (@Kurojin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 17:43
    กลัวววววว สรุปเรื่องนี้แทแทพีคคคคคสุดดดดด TT
    #642
    0
  12. #635 B2umy-Armty (@b2umyarmty) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 21:20
    กลัวแล้วววว
    #635
    0
  13. #616 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:24
    ถ้าจะพลิกล็อกได้ตลอดทั้งเรื่องขนาดนี้!!!
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจใครแม้แต่เมนตัวเอง 55555555
    #616
    0
  14. #588 bankbank919 (@bankbank919) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 21:02
    โหดจริงงงงงงง กรี้ดดดดดด
    #588
    0
  15. #580 soju95 (@soju95) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 20:04
    โคตรพีคคคคเลยยย
    #580
    0
  16. #578 bomza2528 (@bomza2528) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 20:52
    อ่านไปก็มีอาการจิตตกบ้างอะ
    #578
    0
  17. #575 GacHa_ponG (@GacHa_ponG) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:57
    ชะนีเป็นผีว่าพีคแล้ว แทสั่งฆ่าเองอีก พีคในพีค อ้ากกกก
    #575
    0
  18. #565 Mild5401 (@Mild5401) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 12:49
    เชี่ยพีคอีกละ555555555555#ห้องสมุดยังคงตราตรึงไม่หาย
    #565
    0
  19. #547 เมียแตยองง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:40
    แท.. 😭😭
    #547
    0
  20. #546 เมียแตยองง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:39
    แท.. 😭😭
    #546
    0
  21. #533 Im_Jinyoung (@Im_Jinyoung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 19:44
    ทำไมพีคแบบนี้...
    #533
    0
  22. #482 jijee09 (@jijee09) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 14:10
    อิผีโง่ เข้าข้างคิมแท ดีมากลูก สนุกทุกเรื่องเลย
    #482
    0
  23. #472 why_qky (@why_qky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 12:40
    คือได้กลิ่นว่าคนที่มาหาแทที่ห้องต้องผีแฟนเก่าจองกุกแน่ๆ พออ่านไปแล้วหมั่นไส้มาก ตอนที่แทยั่วจองกุกก็นึกว่าโดนผีเข้า อ้าวสรุปตัวแทเองไรเอง
    พอมาถึงตอนจองกุกดึงแขนหลุดนี่เบ้หน้าเลย
    แต่พอเข้าพาร์ทของผีผู้หญิงนี่สงสารมาก เข้าใจอารมณ์ที่รักเขาและยอมทุกอย่างอะไรแบบนั่นเลย
    พอมาถึงเรื่องขี้เถ้านี่ตกใจมากมาได้ไง อ่อก็แทเองนั่นแหละที่สั่งฆ่าเขา มันโซเซอร์ไพร์สและโซเอ็กไซติ่งมากค่ะ
    #472
    0
  24. #458 DESTINY' (@destined) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:18
    หลอกยิ่งกว่าผีก็ไรท์นี่แหละนะ...
    ที่นี่คือเอเชียพีคใช่มั้ยถึงได้เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นอีกแล้ววว
    ตอนแรกเราก็คิดว่าจะจบลงด้วยดีซะอีก พอตอนท้ายนี่เอากลับบ้านไม่เป็นเลยทีเดียว55555555
    แทฮยองงงงง หนูเป็นคนแบบนี้ได้ไงค้าาาาา โอ้ยยยยความน่าสะพรึงกลัวนี้ ตอนแรกก็คิดว่าแทจะตายแล้วมาตามติดจองกุกแต่ไม่เลยเรื่องมันไปยิ่งกว่านั้นอีด ทำเอากุมขมับ ถ้าจะให้ดีขอยาพาราสองเม็ดค่ะ 5555555
    สนุกดีค่ะ เนื้อเรื่องดีด้วย จิตก็ดีค่ะเราคิดว่านะ คิดว่าจิตเรายังดีอยู่5555555 ติดตามนะคะ
    #458
    0
  25. #437 Love All Kpop (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 18:35
    ห๊ะ?! อะไรน๊ะ?! #เสียงสูง OMG!! พีคมากอ่ะ แต่ละเรื่องนี่แบบ..หื้มม โดยเฉพาะเรื่องห้องสมุดกับเรื่องนี้เลยอ่ะ พีคม๊ากมาก อ่านจบก็..เออะ..มันเกิดอะไรขึ้นกับเค้า บ้าไปแหล่ว เธอชนะเขาแล้วล่ะแท พอใจม้ายยย?? ฮือออ ยัยนังหนูนี่สินะร้ายเงียบ ตอนแรกเค้าก็สงสารแทบตาย โง้ยย หยั่มมาทำร้ายยัยแทของเค้า หยั่มมาแย่งอิกุกไปจากยัยแท ตัดมาที่บทส่งท้าย หื้มมม ขอสงสารเธอคนนั้นแป๊บ 3 2 1 โอเค ..รู้สึกแทจะจิตป่วยนะ กร๊ากๆๆ แอบตลกอิกุก เจ้าชู้แล้วยังจะมาทำซึ้ง กร๊ากกก แต่ก็นะ เค้าว่าเค้าชอบเรื่องนี้ ผ่านๆๆ เรื่องอื่นเค้าก็ชอบหมดเลย มีกลัวเรื่องเดียว ห้องสมุด บรื๋อออ แต่ก็ชอบเรื่องนั้นเหมือนกันค่ะ ไรท์บรรยายทำเค้ากลัวมาก โหะๆๆ คือเรื่องนี้ตอนจบมันโอเคนะ มันก็แบบ..น่ารัก(?)ดี๊ #เสียงสูง #ทำไม? (ถึงอิกุกมันจะเสี่ยงต่อการโดนจ้วงไส้ก็เถอะ (. .;) แหะๆ) แต่น่ารักจริมๆนะ ก็แฮปปี้เอนดิ้งอ่ะ! ชอบๆๆ ชอบโปรเจ็คนี้ ดีใจจริงๆที่หาฟิคอ่านแล้วเจอ ไหนจะน่าสนใจจนอยากจะเปิดเข้ามาอ่านอีก ให้กำลังใจนะก๊ะ ไฟท์ติ้งๆๆ <3 คึคึคึ (ตะไมเสียงแปลกๆ)
    #437
    0