(BTS) KOOKV : F E S T I V A L ♡

ตอนที่ 2 : LIBRARY LOVER : TaCh!Ke!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    19 พ.ย. 58










 LIBRARY LOVER

 WRITER: TaCh!Ke!

 RATE: PG 15

 JUNGKOOK x TAEHYUNG

TALK: ฮัดช่า!! กุกวียินดีต้อนรับสู่เทศกาลฮัลโลวีนจ้า   ตัวเราได้เขียนเรื่อง ‘วิญญาณในห้องสมุด’  เนื้อเรื่องน่ารักคิกขุ(?) เหมาะสมที่จะอ่านตอนกลางคืน ฮิฮิ   เรามีแท็กฟิคสุดอลัง..!! #ไรท์กุกวีสะท้านฟ้า ไป...ไปอ่านฟิคกันค่ะ~

 







ภายในห้องสมุดอันโออ่า กลิ่นหอมของหนังสือทั้งเก่าและใหม่ลอยอบอวลในห้วงอากาศ สถานที่ที่ใครหลายๆคนต่างเข้ามาใช้บริการเพื่อสืบค้นข้อมูลและความรู้ 

 

หอสมุดวูบังเป็นห้องสมุดส่วนกลางของเขตซึ่งเป็นตัวอาคารสามชั้นขนาดใหญ่เพียงหลังเดียวที่อยู่ในบริเวณนี้ภายนอกอาคารทาด้วยสีเขียวอ่อนสบายตา เหมาะสมกับบรรยากาศโดยรอบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่ล้อมรอบอยู่ด้านข้าง 

 

เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ลั่นระฆังร้องเตือนขณะติดอยู่บนฝาผนังสีขาว บ่งบอกเวลาสี่ทุ่มตรง มันเป็นเวลาของการปิดหอสมุดและเลิกงานของเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์และพนักงานพาร์ทไทม์ ที่ต่างทยอยแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน 

 

หากแต่สถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ทำให้ชายหนุ่มย่ามใจนักที่จะกระทำการไม่ดีต่อร่างกายของอีกฝ่ายที่พยายามดิ้นรนหาทางออกจากสภาวะคับขัน 

 

จะทำอะไร...ปล่อย ช่วย...ด้วย อึก!!” ร่างผอมขดตัวเข้าหากันทันทีเมื่อสัมผัสถึงแรงจุกบริเวณกึ่งกลางของร่างกายจากแรงหมัดที่ไม่เบานักของอีกฝ่าย คิ้วทั้งสองข้างขมวดชนกันเป็นปม เมื่อความจุกเจ็บแล่นลิ้วไปทั่วร่างกาย 

 

              หึ...อยากดิ้นดีนัก...จะหวงตัวทำห่าอะไร ผ่านมากี่คนแล้วก็ไม่รู้สบถเสียงรอดไรฟันอย่างหัวเสีย กระทั่งร่างโปร่งคลานขึ้นมาคร่อมทับและทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดใส่ร่างของผู้ที่อยู่ด้านล่าง น้ำหนักตัวที่มากกว่าทำให้ร่างผอมไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก 

 

ข้อมือของผู้ที่นอนอยู่ใต้ร่างถูกรวบเข้าหากันและพันธนาการด้วยเนคไทสีน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์ของมหาลัยชื่อดัง   เสื้อผ้าของผู้โดนกระทำถูกดึงทึ้งออกอยากไม่ออมแรง ความคมของเนื้อผ้าบาดผิวนิ่มจนขึ้นรอยแดงเถือกเป็นทางยาวจนดูน่ากลัว 

 

ร่างผอมนอนนิ่งไม่ไหวติ่งเมื่อความเจ็บรุมเร้าไปทั้งร่าง  เขาหลับตาลงอย่างอดสูเมื่อไม่สามารถป้องกันร่างกายของตัวเองได้  เสียงทุ้มหวานสะอื้นไห้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มอยู่เป็นระยะเมื่อกำลังหดหู่ใจต่อเรื่องร้ายๆที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ 


 

มึงเสร็จกูแน่...คิมแทฮยอง 

 





 


 

วันที่ 9 เดือนสิงหาคม คิมแทฮยองหายตัวไป 10 วัน 

 

จองกุก....วันนั้นไม่ได้กลับบ้านพร้อมแทฮยองเหรอ?” 

 

 เสียงของคิมยูจินบรรณารักษ์สาวประจำห้องสมุดกล่าวถามชายเจ้าของชื่อที่กำลังนั่งทำหน้าเครียดอยู่ไม่ห่างนัก  จอนจองกุก เงยหน้าสบตากับหญิงสาวก่อนจะส่ายหัวช้าๆเพื่อตอบคำถามนั้น 

 

วันนั้นผมไม่ได้มาครับ เพราะต้องแก้งานที่มหาลัย เลยโทรมาบอกแทฮยองแต่ปิดเครื่อง เลยโทรเข้าเบอร์จีมินแทน” จองกุกเอ่ยเสียงเบา ซึ่งจีมินเองกระพยักหน้ายืนยันกับคำตอบนั้นเช่นกัน 


ยูจินครางฮือในลำคอรับรู้ด้วยสีหน้ากังวัล เหล่าพนักงานพาร์ทไทม์ที่นั่งอยู่ในที่นี่ก็มีใบหน้าและอารมณ์ความรู้สึกไม่ต่างกันนัก 

 

หลายวันมานี่...ผมไปดูที่บ้านมาหลายครั้งแล้ว...แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย” ใบหน้าคมก้มต่ำอย่างผิดหวัง โฮซอกเอื้อมมือมาตบบ่าหนาเบาๆเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย 

 

เพราะแทฮยองกำลังคบหากับจองกุก  เพื่อนๆในที่นี่ต่างรู้เรื่องนี้ดี...รับรู้ว่าจองกุกและแทฮยองรักกันมากแค่ไหน ซึ่งระยะหลังจากที่แทฮยองหายไป จองกุกมักจะนั่งเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง  เขาไม่ค่อยพูดเหมือนเคย ทำอะไรก็เชื่องช้าราวกับคิดอะไรอยู่ตลอดเลา 

 

เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปดูที่บ้านแทฮยองอีกที...อยากจะไปด้วยกันไหม” หญิงสาวเอ่ยถามอีกครัั้ง ซึ่งพวกเขาเองต่างก็พยักหน้าแทนคำตอบ 


คิมแทฮยองไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังนัก เพราะตนค่อนข้างเก็บตัวและไม่ใช่คนช่างคุย แม้กระทั้งจองกุกซึ่งเป็นแฟนก็ยังรู้ไม่มากนัก 


แต่แทฮยองนั้นเป็นคนน่ารักและมีน้ำใจ  ถึงแม้เขาไม่ค่อยได้เล่าเรื่องของตัวเองให้ใครฟัง  แต่ก็ใช่ว่าแทฮยองจะไม่มีเพื่อนที่สนิท 


จองโฮซอก ปาร์คจีมิน และ จอนจองกุกเป็นเพื่อนร่วมงานที่แทฮยองสนิทด้วยมากที่สุด  ทั้งสี่คนจะทำพาร์ทไทม์ในช่วงเวลาเย็นที่หอสมุดตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นถึงสี่ทุ่มซึ่งเป็นเวลาปิดทำการ 

 

จองกุกและแทฮยองรู้จักกันเมื่อหกเดือนก่อน หลังจากที่เขาย้ายมาจากเมืองข้างๆเพื่อเรียนต่อบริหารด้วยทุนของมหาลัยที่อยู่ในเขตพื้นที่นี่    


จองกุกมองหางานพิเศษทำช่วงหลังเลิกเรียน   และในวันที่เขากลับจากมหาลัยเขาเห็นใบประกาศติดรับสมัครรับพนักงานพาร์ทไทม์ที่ห้องสมุดแห่งนี้  จองกุกไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปสอบถาม  และอาทิตย์ต่อมาเขาก็ถูกเรียกตัวรับเข้าทำงาน   


และนั้น...เป็นจุดเริ่มต้นที่เขารู้จักกับคิมแทฮยอง 

 

แทฮยองเป็นคนน่ารัก...จองกุกคิดอย่างนั้น 

 

จองกุกชอบดวงตากลมโตของแทฮยอง นัยน์ตาหวานปนเศร้าที่ดึงดูด..ทำให้เขาอยากค้นหาและรู้จักแทฮยองมากขึ้น 


พวกเขาทั้งคู่ต่างสานความสัมพันธ์จากเพื่อนจนกลายเป็นคนรักหลังจากที่ดูใจมาได้พักใหญ่  เหล่าเพื่อนต่างแซวพวกเขาไม่หยุดหลังจากที่ทั้งคู่เปิดเผยความสัมพันธ์ 


ทุกๆวันของจองกุกมีสีสันมากขึ้น เพราะมีแทฮยอง...แค่มีแทฮยอง บุคคลที่ทำให้เขาหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น  แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี่....คนรักของเขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย.. 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

เมฆก้อนหนาสีดำทะมึนลอยตัวบังกลุ่มดาวที่ส่องสว่างอยู่บนผืนฟ้า ลมกระโชกพัดต้นไม้ใหญ่พลิ้วไหวไปตามแรง สภาวะอากาศที่เกิดขึ้นด้านนอกทำให้จองกุกรู้ว่าเขาต้องเร่งมือเก็บสิ่งของของตนเองใส่กระเป๋าก่อนที่ฝนกำลังจะเทลงมา 


ในค่ำคืนนี้จองกุกเป็นคนเฝ้าห้องสมุดเพียงคนเดียวเพราะจีมินมีนัดกับแฟนหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากโซลและโฮซอกต้องกลับบ้านด่วนเนื่องจากต้องไปแก้งานที่มหาลัย 

 


พรั่บ...พรั่บ...  

 


เสียงที่ดังขึ้นทำให้จองกุกชะงักมือ  เขาได้ยินเสียงเปิดหน้าหนังสือดังก้องกังวานออกมาจากโซนตู้หนังสือที่วางเรียงราย  ตาคมกวาดสายตามองไปยังบริเวณที่มืดสนิทหลังจากที่เขาไล่ปิดไฟจนครบทุกดวงแล้ว 


        ห้องสมุดในตอนนี้มีเพียงดวงไฟหน้าเคาท์เตอร์ที่จองกุกยืนอยู่เท่านั้น หากแต่เสียงที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เขาต้องละมือจากสิ่งที่ทำอยู่และเดินไปตามเสียงๆนั้น

 

แต่ทว่าเมื่อเดินมาได้ไม่ถึงกึ่งกลางห้อง จมูกบองเขากลับได้กลิ่นสาบสางที่ลอยมาตามลม มันส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนจองกุกต้องยกนิ้วขึ้นปิดจมูกโด่ง  เขาเพ่งสายตามองตั้งแต่ประตูทางเข้าของห้องสมุดจนสุดทางเดินที่วางตู้หนังสือเพื่อหาที่มาของเสียงที่ยังคงดังอยู่ในโสตประสาท 


บรรยากาศเงียบวังเวงมากกว่าปกติเมื่อได้ยินเสียงหวีดหวิวของลมและเม็ดฝนที่ตกกระหน่ำอยู่นอกตัวอาคาร จองกุกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเขาคงต้องวิ่งฝ่าดงฝนจริงๆ 

 


พรั่บ...พรั่บ...    

 


เสียงเปิดหน้าหนังสือดังก้องออกมาจากล็อคที่ตั้งชั้นวางหนังสือช่องสุดท้าย  จองกุกก้มมองนาฬิกาข้อมือของตนเองหลังจากที่เปิดไฟดวงที่ใกล้ที่สุดแล้ว  เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ “จะสี่ทุ่มแล้ว ยังมีคนอยู่อีกเหรอ 

 


ขายาวก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้  เสียงสลิปเปอร์ที่สวมใส่ดังก้องสลับกับเสียงเปิดหน้าหนังสือที่ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พรั่บ...พรั่บ...เสียงกรีดหน้าหนังสือดังเร็วขึ้น จนจองกุกอดคิดไม่ได้ว่าบุคคลนั้นต้องการหาหนังสือแบบไหนอยู่กันแน่ เพราะฟังจากการเปิดหน้าหนังสือเร็วๆนั้น  ทำให้เขาคิดว่าอีกคนคงจะยังหาเล่มที่ถูกใจไม่เจอกระมัง 


 

 เอ่อ...ให้ผมช่วยหา...” หากแต่เมื่อก้าวเท้าถึงชั้นหนังสือล็อคสุดท้าย เสียงเปิดหน้าหนังสือกลับเงียบลงทันทีที่จองกุกยื่นหน้าเข้าไปถาม เขารู้สึกว่าเรียวขนของตนตั้งชันแบบไร้สาเหตุ  


 

เปรี้ยง!!! 

 


เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกระลอก หากแต่แสงไฟพร้อมใจกันดับพรึ่บลงทุกดวง จองกุกถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนล้วงมือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา เขาพยายามเปิดโหมดไฟฉายแต่มันกลับใช้ไม่ได้ และทำให้เขาต้องจำยอมใช้ไฟจากหน้าจอมือถือแทน 


แสงสว่างจากหน้าจอมือถือไม่มากพอที่จะส่องสว่างไปทั่วทั้งบริเวณ  จองกุกต้องอาศัยแสงฟ้าแล่บที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่างเพื่อที่จะเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์ 

 

 แต่ทว่า....ความรู้สึกเย็นวาบเหมือนดั่งมีคนใช้ฝ่ามือเย็นเยียบค่อยๆลากผ่านท้ายทอยด้านหลัง  ทำให้จองกุกสะดุ้งสุดตัว  เขาหันหน้ากลับไปมองทันทีแต่กลับกลายเป็นว่าตรงหน้าของเขาไม่มีอะไรเลย  มันว่างเปล่า... 


 

              ฮึก....ฮืออออออ   ฮือ....ฮืออออออออออ 


 

 เสียงร้องไห้ดังแผ่วมาจากชั้นวางหนังสือของอีกฝั่ง จองกุกชะงักเท้าทันทีเมื่อกำลังพบเจอกับสิ่งที่เขาคาดเดาไม่ได้  เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมไหลย้อยจนถึงปลายคางอย่างไร้เหตุผล สมองเริ่มตีรวนกับเหตุการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว  หัวใจที่สูบฉีดเลือดเกินพิกัดทำให้แขนขาของเขาขยับไม่ได้ตามใจนึก 


 

 ไฟในมือของเขาค่อยๆหรี่แสงลงเรื่อยๆ ทั้งๆที่แบตก็ยังคงมีพอที่จะใช้งาน แต่ในเวลานี้ตาคมกลับจ้องเขม็งไปยังเงาสีดำทะมึนที่ค่อยๆรวมตัวกันปรากฏอยู่ตรงหน้า  เขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นเงาของตนเอง หรือเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายจากสิ่งที่เขาคิดกันแน่ 


 

หากแต่จองกุกกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อแสงสว่างที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ฉายร่างของบุลคลที่ยืนหันหลังอยู่สุดตู้หนังสือ ร่างของเขาผละก้าวถอยหลังออกไปทันทีที่สมองคิด หากแต่เมื่อจะก้าวเท้าอีกครั้ง ร่างกายของเขากลับหยุดชะงักเพราะขยับเขยื้อนไม่ได้ 

 

จองกุกหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตนกำลังประสบพบเจออีกครั้ง  เขายังคงเพ่งมองบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยุ่ในมุมมืด  แสงสว่างที่ลอดเข้ามาในแต่ละครั้งช่างบีบรัดหัวใจ  เขาพยายามจับจ้องสิ่งที่กำลังปรากฎต่อหน้าเมื่อร่างสีดำทะมึนขยับเข้ามาใกล้  หากการรอคอยของเขาใกล้จะสิ้นสุดเมื่อแสงจากฟ้าแล่บที่ฉายวาบเข้ามา  ทำให้เขาเห็นบุคคลที่ปรากฎกายอยู่ตรงหน้า 

 


คิมแทฮยอง’  


 

คิมแทฮยองในชุดที่ขาดรุ่งริ่ง เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดสีแดงหม่นที่หยดอยู่เต็มพื้นเรียบ  จองกุกเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มตาเมื่อหน้าจอมือถือที่ตกอยู่ข้างลำตัวส่องแสงไปยังบริเวณที่คนรักของเขายืนอยู่   


ร่างหนาสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่นัยน์ตาเบิกโพรง เมื่อจ้องมองไปยังใบหน้าที่เคยงดงามแต่บัดนี้กลับมีใบหน้าที่ไม่ใกล้เคียงจากเคล้าโครงเดิมสักนิด  ดวงตากลมสวยที่จองกุกชื่นชอบมากที่สุดถลนโปนออกมาอย่างน่ากลัวในขณะที่อีกข้างกลับกลวงโบ๋ดำมืด   ศรีษะด้านข้างยุบเข้าไปกว่าครึ่งซีกจนเห็นสมองที่ขดตัวอัดแน่นอยู่ภายในกระโหลกที่ร้าว 

 

ร่างนั้นค่อยๆก้าวเท้าที่เดินไม่ค่อยมั่นคงนักตรงเข้ามาในจุดที่จองกุกยืนอยู่ ทีละก้าว ทีละก้าวช้าๆ   จนในที่สุดบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเขาก็หยุดลงอยู่ตรงหน้าของเขา  ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงช่วงแขนเท่านั้น 

 

 คิด...ถึง...จัง...จอง กุก เสียงแหบแห้งยานคางดังขึ้น ความกลัวแล่นผ่านไปทั่วทั้งร่าง สองตาเบิกโพล่งหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ขนทั่วร่างลุกซู่จนเลือดในกายเย็นยะเยือกไปหมดแล้ว 

 

ใบหน้าคมซีดเซียวแทบจะไร้สี เขาหลับตาแน่นเมื่อใบหน้าที่เขาเคยหลงใหลกลับโน้มใบหน้าเหวอะหวะเข้ามาใกล้   กลิ่นเหม็นชวนอาเจียนอยู่ใกล้จมูกจนต้องลอบกลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นแรงแทบจะทะลุออกมานอกอก   จองกุกจิกเล็บเข้าไปในอุ้งมือหนาของตนจนรู้สึกเจ็บ ร่างทั้งร่างสั่นไหวรุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้ 

 

อึ่ก!!” 

 

หากแต่ในวินาทีต่อมา จองกุกกลับได้สัมผัสถึงความว่างเปล่า ไม่มีเสียงหรือกลิ่นสาบเหม็นเน่านั้นอีกแล้ว อีกทั้งร่างกายของเขาก็ค่อยๆคลายจากการเกร็งจนขยับได้ในที่สุด 


 จองกุกค่อยๆปรือตาขึ้นมองอย่างช้าๆจนขยายกว้างในที่สุด  บริเวณโดยรอบของเขาไร้ซึ่งเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ไฟภายในห้องก็ยังส่องแสงสว่างโดยรอบ 


 แต่ทว่าในวินาทีนั้นจองกุกไม่ได้คิดอะไรมากนักนอกเสียจากวิ่งอย่างหวาดหวั่นสุดชีวิต  เพื่อออกมาจากสถานที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด 

 

 

 



 

 

 

 

วันที่ 27 เดือนกันยายน คิมแทฮยองหายตัวไป 45 วัน 

 

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันค่ำคืนวันนั้นยังคงอยู่รบกวนจิตใจของเขา จองกุกยังคงเก็บเรื่องราวที่เหนื่อความคาดหมายไว้โดยที่ไม่ได้ปริปากเล่าให้ใครฟัง 


หากแต่ในทางกลับกันเจ้าหน้าที่คนอื่นเสียอีกที่มักจะเล่าเรื่องแปลกๆที่ตนเจอให้เหล่าบรรดาพนักงานในที่นี้ฟัง ไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนร่วมกะของเขา จีมินและโฮซอก 


แต่เรื่องไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะผู้ที่มาใช้บริิการหลายคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจอเรื่องแปลกประหลาดเช่นเดียวกัน คำบอกเล่าปากต่อปากแพร่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ จากสถานที่ที่ผู้คนมักชอบเข้ามาใช้บริการกลับกลายเป็นสถานที่ที่เหล่าผู้พบเจอเรียกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘หอสมุดผีสิง 

 

วันนี้ขอกลับก่อนได้ไหม..พอดีมีธุระกับแม่ด่วนๆเลย” จีมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน เขาต้องทำงานเข้ากะจนถึงสี่ทุ่มเหมือนเพื่อนทั้งสอง แต่ทว่าเมื่อห้านาทีก่อนแม่ของเขากับโทรมาบอกให้รีบกลับบ้านด้วย 


จองกุกและโฮซอกมองหน้ากันก่อนโฮซอกจะพยักหน้าส่งๆให้ คำตอบนี้ทำให้จีมินยิ้มแป้นก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ว่าจะซื้อขนมมาเป็นสิ่งตอบแทนในวันพรุ่งนี้ 

 

เวลาล่วงเลยมาเกือบสามชั่วโมงหลังจากพวกเขาเข้างาน  ทั้งคู่ยังคงเช็คหนังสือเข้าใหม่เมื่อช่วงเย็นอย่างไม่ละมือ เสียงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆยังคงดังแข่งกับเสียงแอร์คอนดิชั่นเนอร์ที่ส่งเสียงอยู่ด้านหลัง  

 


ตุบ  ตุบ~ 


 

 เสียงสิ่งของสักอย่างตกลงกระทบพื้น โฮซอกและจองกุกต่างหยุดมือในสิ่งที่ตนเองกำลังทำ ต่างฝ่ายต่างหันมามองหน้ากันอย่างงงๆก่อนจะลุกขึ้นยืนและมองไปยังบริเวณที่เกิดเสียงด้วยใบหน้าใคร่จะรู้ 


โฮซอกกวาดสายตามองไปรอบห้องกว้าง  บัดนี้ไร้ซึ้งผู้คนที่เคยนั่งอยู่ในที่แห่งนี้ ใบหน้าเขาค่อยๆซีดลงอยากเห็นได้ชัดเมื่อเหลือบมองไปยังนาฬิกาเรือนเดิมที่แขวนอยู่  สามทุ่มครึ่งแล้ว!! 

 

เอ่อ...จองกุก ฉันว่าเรากลับกันเลยดีกว่า...ไม่มีคนแล้ว!!” โฮซอกเอ่ยด้วยน่ำเสียงสั่นเครือ เขาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเองและกวาดเอาสิ่งของทุกอย่างใส่กระเป๋าเป้ของตน  


 

ตุบ  !! ขลุก ขลุก~ 

 


เสียงแปลกๆยังคงดังขึ้นมาอีกระลอก เสียงหล่นของอะไรสักอย่างที่เป็นทรงกลมและกลิ้งหลุนอย่างไร้ทิศทาง  โฮซอกกลืนน้ำลายดังเอื้อก ในหัวของเขาคิดอยู่สิ่งเดียวคือสิ่่งลี้ลับที่บรรดาเพื่อนร่วมงานพูดถึง “ทำไมต้องได้ยินวันที่จีมินไม่อยู่ด้วยเนี้ย...ทั่งๆที่เวลาอยู่ด้วยกันสามคนก็ไม่เคยได้ยินเสียงอะไรเลยนี่หว่าโฮซอกสบถคำพูดที่อยู่ในใจออกมายืดยาว ร่างของเขาสั่นเทาไปหมด 

 


ตุบ !! 


 

เสียงที่ดังแรงกว่าปกติทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว...แต่ทว่าในวินาทีนั้นเอง จองกุกกับลุกขึ้นพรวดพราดและเดินออกไปจากเคาท์เตอร์ทันที 

 


ต้องการอะไรกัน!!...”เขาตะโกนฝ่าเสียงที่ยังคงดังอยู่ในบริเวณชั้นวางหนังสือที่อยู่ริมสุดทางเดิน ร่างหนาก้าวเท้าเข้าไปยังพื้นที่ๆเกิดเสียงปริศนาทันที 


ระหว่างทางเดินความว่างเปล่าวังเวงเข้ามาครอบคลุมพื้นที่ในจิตใจของจองกุกอีกครั้ง เสียงแอร์ดังหึ่งยังคงทำงานได้ดี แต่เพราะในจิตใจที่ตีกันวุ่นวายไปหมดทำให้เขาต้องลุกขึ้้นมาดูให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่ดังอยู่ในห้องสมุดมันคืออะไรกันแน่   

โฮซอกลากฝีเท้าตนเองขยับเข้ามาใกล้กับเพื่อนร่วมงานหลังจากที่เขาตั้งสติได้  และแน่นอน..เขาจะไม่ยอมยืนอยู่คนเดียว 

 


คิก..’ 

 


จะ...จองกุก นายได้ยินเสียงอะไรไหม” โฮซอกเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ดีนัก หน้าตาของเขาซีดเผือดเข้าไปทุกทีที่เดินเข้าไปใกล้บริเวณนั้น  


ถึงแม้จะมีแสงไฟที่เปิดส่องสว่างเกือบทุกดวง แต่ทว่าในพื้นที่นั้นกลับค่อนข้างมืดเนื่องจากหลอดไฟที่ติดอยู่ด้านบนเกิดเสียขึ้นมาดื้อๆ 

 


คิก....’ เสียงหัวเราะดังขึ้นมาอีกครั้งแต่ทว่ากลับดังอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก จองกุกและโฮซอกต่างหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมายอีกครั้ง 


 

ไม่เอาแล้วโว้ย” จองโฮซอกตะโกนขึ้นมาอย่างเสียสติ ทว่าเมื่อเขาหันหลังกลับเพื่อที่จะไปให้พ้นจากสถานที่แห่งนี้ สายตาของเขาก็บังเอิญจอกับสิ่งที่เขาไม่อยากจะเชื่อสายตา 

 


 หัว 

 


 หัวของแทฮยองที่วางอยู่ในช่องว่างระหว่างชั้นบนตู้หนังสือ  หัวที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้กับเขา 


 

 อะ.....อ๊ากกกก” โฮซอกหวีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ เขาวิ่งออกไปทันทีโดยที่ไม่ได้รอเพื่อนร่วมงานที่ยืนตัวแข็งอยู่เคียงข้าง 


 

คิกคิด...ถึง...จัง...จองกุก เสียงยานคานดังเข้ามาในโสตประสาทเขาอีกครั้ง แต่จองกุกกลับยืนไม่ไหวติง นัยน์ตาเบิกค้างจ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า 

 


ตุบ !! ขลุก ขลุก~ 


 

และในวินาทีนั้นเองทำให้จองกุกรู้ว่าเสียงที่ดังก่อนหน้านี่คือเสียงอะไร มันคือ..เสียง ‘หัว’ ที่หล่น และกลิ้งไปตามทางที่ไร้ซึ่งทิศทาง แต่ทว่า...ตอนนี้อวัยวะชิ้นส่วนเดียวกลับกลิ้งหลุนมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของเขา 


แววตาคมเข้มอ่อนแสงลง มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปใกล้สิ่งที่อยู่บริเวณปลายเท้า   มือหนาประคองคนรักของตนขึ้นมาอยู่ในระดับหน้า ริมฝีปากแสยะยิ้มกว้างก่อนจะโน้มใบหน้าก้มลงจูบริมฝีปากซีดเย็นบนอวัยวะส่วนเดียวกัน 


 

คิดถึงเหลือเกิน...แทฮยอง 

 





 

 

 

 

 

วันที่ 12 เดือนตุลาคม  คิมแทฮยองหายตัวไป 60 วัน 

 

จองโฮซอกยังคงเข็ดขยาดกับสิ่งที่ตนเองพบเจอในคืนนั้น เขาเล่าให้จีมินฟังและยืนยันว่าสิ่งที่เขาเห็นมันไม่ใช่ภาพลวงตาแน่นอน  แทฮยองไม่มีชีวิตอยู่แล้ว 

 

 หากแต่คำให้การนั้นช่างไร้น้ำหนัก เมื่อบุคคลที่โฮซอกหยิบยกขึ้นมายืนยันว่าเห็นพร้อมกันกลับไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาเช่นเคย 


จองกุกมีชีวิตชีวามากขึ้น เขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติเสมือนตอนที่อยู่กับเพื่อนและคนรัก....     ทั้งจีมินและโฮซอกต่างก็มองว่าจองกุกค่อนข้างแปลกไปนิดหน่อยในระยะหลัง...พวกเขามักจะเห็นจองกุกแย้มยิ้มให้กับลม...สิ่งของ หรอะไรสักอย่างที่ทำให้จองกุกอารมณ์ดีทั้งวันแบบนี้ แต่เขาก็ปล่อยไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้เศร้าหมองเหมือนก่อนหน้านี่ 

 

หอสมุดวูบังยังคงเปิดทำการเฉกเช่นทุกวัน หากแต่ระยะหลังมานี้ข่าวลือเรื่องแปลกๆที่เกิดในหอสมุดช่างหนาหูมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก 


ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการมักจะมาในตอนเช้าถึงช่วงบ่ายเท่านั้นเพราะหลังจากเวลาดังกล่าว ห้องสมุดแห่งนี้กลับไร้ผู้คนเดินเข้าออก...ถ้าจะพูดว่าร้าง...มันก็คงไม่เกินจริงเท่าไรนัก 



กรุ้ง กริ่ง~ 

 

เสียงกระดิ่งที่ดังตรงหน้าประตูทางเข้า ทำให้พนักงานที่ก้มหน้าก้มตาจัดหนังสืออยู่ต่างจ้องมองไปยังบุคคลที่เข้ามาใหม่อย่างแปลกใจ  เนื่องจากเวลาเย็นแบบนี้มักจะไม่มีใครย่างเท้าก้าวเข้ามาอีกแล้ว 


แต่ทว่าโฮซอกและจีมินต่างเบิกตาค้าง เมื่อสายตาทั้งคู่ต่างจับจ้องบุคคลที่ตนออกตามหามาตลอดอยู่ตรงหน้า บุคคลที่พวกเขาคิดว่าไม่มีชีวิตอยู่แล้ว 


 

แทฮยอง!!!” 

 


โฮซอกและจีมินต่างวิ่งกรู่เข้าไปล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อนสนิทของตน  ทั้งคู่ถามคำถามกันจ้าละหวั่นจนฝ่ายที่โดนถามนั้น ต้องยกมือขึ้นห้ามทั้งคู่ก่อนเปล่งเสียงออกมาจากลำคอ 

 


เรามาตามหาแทฮยอง 

 


“........!??” 

 


เราเป็นพี่ชายฝาแฝดของแทฮยอง...เขาอยู่ที่นี่ไหม 


 

บุคคลที่อ้างตนว่าเป็นพี่ชายแทฮยองพูดขึ้นอีกครั้ง  ใบหน้าฉายแววฉงนเมื่อจ้องมองไปยังบุคคลทั้งสองที่อ้างตนว่าเป็นเพื่อนของน้องชายเขา 


 นัยน์ตากลมโตสบสายตาเข้ากับจองกุกที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไหวติ่ง  เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม  


          ใบหน้าคมกวาดสายตามองไปยังใบหน้าของอีกฝ่าย  ร่างผอมที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แทฮยอง...หากแต่เป็นบุคคลที่เจ้าตัวบอกเล่านั้นเอง...พี่ชายฝาแฝดของแทฮยอง 


ทั้งจีมินและโฮซอกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  ทั้งๆที่คิดว่าคนตรงหน้าจะเป็นแทฮยอง  และลบคำสบประมาทของหอสมุดแห่งนี้ได้  และแล้วทั้งคู่ต่างจับจูงพี่ชายของเพื่อนเข้าไปนั่งที่เคาท์เตอร์เพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟัง 






 

สีหน้าของจองกุกนั้นแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงใดๆ ใบหน้าคมเรียบเฉยไร้ความรู้สึก เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าแทฮยองมีพี่ชายฝาแฝด รู้หลังจากวันที่แทฮยองหายตัวไป 


รอยยิ้มที่จุดขึ้นมุมปากทำให้ไม่มีใครสังเกตุเห็น จองกุกรูดเนคไทสีน้ำเงินเข้มลงเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ในตอนนี้ 

 

 

จองกุกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนั้นเสมือนถูกกรอกลับไปอีกครั้ง คืนที่เขาอยู่ในสถานที่แห่งนี้กับแทฮยอง..คืนก่อนวันที่คนรักของเขาจะหายตัวไป  


สมองของเขาตีรวนสมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น  ความเสียใจยังคงกระหน่ำซ้ำเติมจิตใจเขาอยากไม่ปราณี แต่ถึงกระนั้นแล้ว...เขากลับคิดว่าเพราะเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว มันไม่สามารถหวนคืน 

 

เพราะเขาคิดแค่ว่าคิมแทฮยองหลอกลวง คนนิสัยเสีย ควรต้องได้รับบทลงโทษ 

 

จองกุกมักจะไปส่งแทฮยองเฉกเช่นเหมือนทุกๆวัน ทั้งคู่มักจะเดินคุยกันไปเรื่อยๆบนเส้นทางเล็กท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้า    ฝ่ามือของทั้งคู่สอดประสานกันแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหาย   


แทฮยองและจองกุกมักจะล่ำลากันด้วยจูบเล็กๆที่ไม่ได้หวือหวามากนัก   ความรักของเขากับแทฮยองค่อยๆผลิดอกออกผลอย่างช้าๆโดยที่เขาไม่ได้รีบร้อนอะไรมากนัก 



           เมื่อเขาแยกกับแทฮยอง จองกุกแวะไปทำธุระที่มหาลัยจนเวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมงเต็ม เขาแวะร้านอาหารเจ้าประจำที่อยู่ไม่ไกลจากหอพักมากนัก 

 

ติ้ง~  

 

หลังจากที่เขาสั่งอาหารและนั่งรออยู่ จู่ๆเสียงแอปพลิเคชั่นแชทสีเหลืองก็ดังเตือนเมื่อมีคนส่งข้อความเข้ามา จองกุกไม่รอช้าที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋า 


 

ฝันดีนะ...จองกุก ริมฝีปากหยักถึงกับหลุดยิ้มออกมา เขาขยับตัวสองสามครั้งเพื่อหาท่าที่สะดวกในการพิมพ์ตอบกลับไป   


 

จะนอนแล้วเหรอ เพิ่งจะห้าทุ่มครึ่งเองนะ...พรุ่งนี้ก็ไม่มีเรียนนี่ 


 

อือ...เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องพาพี่ไปเที่ยวนะ 


 

พี่ที่ไหนกัน? 


 

จองกุกย่นคิ้ว   ถึงแม้ว่าเขาอยากจะพิมพ์กลับไปถาม แต่เพราะพนักงานร้านขายอาหารหยิบยื่นของที่เขาสั่งไปเมื่อครู่มาให้ จองกุกจึงจำเป็นต้องตัดบทและบอกฝันดีอีกฝ่ายกลับไป 


จองกุกเดินเรื่อยมาตามถนนสายหลัก  ท้องฟ้าที่มืดมิดมีเพียงดวงไฟที่ช่วยส่องแสง  บรรยากาศรอบข้างเย็นลงเล็กน้อย  หากแต่บรรดาคู่รักหนุ่มสาวกลับกระจายตัวออกไปตามพื้นที่ สถานที่ที่ใครหลายๆคนมักจะนัดออกมาเจอกัน 


 

ทว่า....สิ่งที่เขาเห็นในม่านสายตา คือบุคคลที่บอกกับเขาว่าตนเองกำลังจะนอน...คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเขา ...กำลังยืนจูบกับชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก 

 

จองกุกปล่อยถุงอาหารที่อยู่ในมือลงพื้น นัยน์ตาคมยังคงจดจ้องไปยังบุคคลที่ยืนกอดนัวเนียกับชายร่างสูงโปร่งอย่างเริงร่า  ใบหน้าคมบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกธร มือหนากำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน 


 

 แล้วเราจะได้เห็นดีกัน


 




 

 

ในวันต่อมานั้นเองที่จองกุกขอหยุดงาน เขาเก็บความโกธรไว้ภายในจิตใจที่ร้อนรุ่ม รอคอยเวลาอยู่ในมุมมืดข้างตัวอาคาร   


จนเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเวลาเลิกงาน จองกุกรอจังหวะให้จีมินและโฮซอกออกไปก่อนจนเมื่อแน่ใจว่าเส้นทางสะดวกจึงย่องฝีเท้าเข้าไปในตัวอาคารอย่างเงียบเชียบ  ก่อนจะเดินตรงไปหาแทฮยองที่กำลังจัดชั้นหนังสืออยู่เพียงลำพัง   


จองกุกคว้าแขนเล็กที่ง่วนอยู่กับการจัดหนังสือดึงเข้ามาเผชิญหน้ากับตนเอง   ร่างของแทฮยองสะดุ้งโหยงจนเผลอปล่อยหนังสือที่ตนเองถือไว้หล่นกระจายเต็มพื้น 

 

จองกุก!!!!’แทฮยองผงะถอยหลังอย่างตกใจ ความตื่นตะหนกฉาบฉายอยู่บนใบหน้าของเขา 


    

ไง...เมื่อวานสนุกไหม 


 

พูดเรื่องอะไรกัน...อ๊ะ ปล่อยเรานะ เราเจ็บ 


 

หึ..เจ็บเหรอ  กูมากกว่ามั่งที่เจ็บกว่ามึง...ถ้าง่ายขนาดนี้ กูไม่น่าจะถนอมมึงเลย  แทฮยอง!! จองกุกตะคอกใส่เสียงดัง  เขากักตัวแทฮยองไว้ในวงแขนแกร่ง ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ลำคอระหงสูดดมความหอมหวานอย่างตะกละตะกลาม  ร่างผอมยกมือฝ่ามือขึ้นดันอกแกร่ง  หากแต่แรงที่น้อยนิดไม่ได้ทำให้กำแพงหนาที่อยู่ตรงหน้าขยับเขยื้อน 

 

กระนั้น แทฮยองก็ยังดิ้นรณเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงหน้า  เขาทั้งถีบทั้งเตะเพื่อให้ร่างหนาปล่อยตนเอง 


 

จะทำอะไร...ปล่อย ช่วย...ด้วย อึก!!’  


 

ร่างผอมขดตัวเข้าหากันทันทีเมื่อสัมผัสถึงแรงจุกบริเวณกึ่งกลางของร่างกายจากแรงหมัดที่ไม่เบานักของอีกฝ่าย คิ้วทั้งสองข้างขมวดชนกันเป็นปม เมื่อความจุกเจ็บแล่นลิ้วไปทั่วร่างกาย 


 

หึ..อยากดิ้นดีนัก...จะหวงตัวทำห่าอะไร ผ่านมากี่คนแล้วก็ไม่รู้สบถเสียงรอดไรฟันอย่างหัวเสีย กระทั่งร่างโปร่งคลานขึ้นมาคร่อมทับและทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดใส่ร่างของผู้ที่อยู่ด้านล่าง น้ำหนักตัวที่มากกว่าทำให้ร่างผอมไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก 


 

ข้อมือของผู้ที่นอนอยู่ใต้ร่างถูกรวบเข้าหากันและพันธนาการด้วยเนคไทสีน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์ของมหาลัยชื่อดังติดอยู่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกดึงทึ้งออกอยากไม่ใส่ใจ ความคมของเนื้อผ้าบาดผิวนิ่มจนขึ้นรอยแดงเถือกเป็นทางยาวจนดูน่ากลัว 

 

 ร่างผอมนอนนิ่งไม่ไหวติ่งเมื่อความเจ็บรุมเร้าไปทั้งร่าง  เขาหลับตาลงอย่างอดสูเมื่อไม่สามารถป้องกันร่างกายของตัวเองได้  เสียงทุ้มหวานสะอื้นไห้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มอยู่เป็นระยะเมื่อกำลังหดหู่ใจต่อเรื่องร้ายๆที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ 

 


มึงเสร็จกูแน่...คิมแทฮยอง 

 


จองกุกก้มใบหน้าลงมามอบจูบกักขฬะไร้ซึ่งความอ่อนโยนให้กับคนใต้ร่าง  แทฮยองสะบัดหน้าออกเพื่อหลบหนีลิ้นชื้นที่สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก 


 

ฮือ ได้โปรด จองกุก...อย่าทำอย่างนี้’ แทฮยองร้องขอ เมื่อรู้สึกว่าแก่นกายของชายหนุ่มกำลังจะบดเบียดแนบชิดเข้ามาในร่างกายของตน  


 

หากแต่คำร้องขอกลับไม่เป็นผลเมื่อจองกุกจดจ่อแก่นกายลงสู่โพรงสวาทอย่างรุนแรงไร้ซึ่งการเบิกทางใดๆ ร่างผอมสะดุ้งสุดตัวเมื่อสิ่งที่ชูชันถูกดันเข้ามาจนสุด แทฮยองสะอื้นฮัก  ร่างกายของเขาราวกับว่าจะฉีกขาดไปทั้งร่าง 


แทฮยองยังคงดิ้นรณและถดร่างหนีจองกุกอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างโปร่งที่คร่อมทับเกิดโทสะจนเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มใหญ่ที่วางอยู่บนชั้น ตีเข้าที่ศรีษะอีกคนอย่างแรงจนร่างผอมกระตุกรุนแรงก่อนจะแน่นิ่งไป 

 

ถึงกระนั้น จองกุกกลับไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร เขาโถมแรงส่งแก่นกายเข้าออกด้วยความเร็วมากขึ้น ใบหน้าคมบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านที่ได้รับและในที่สุดร่างโปร่งกระตุกเกร็งปลดปล่อยธารรักสีขาวขุ่นใส่เข้าไปในโพรงอุ่นทุกหยาดหยด 

 

แต่ทว่า...ร่างนั้นกลับนิ่งไม่ไหวติ่ง จองกุกถอดถอนแก่นกายของตนออกช้าๆจนน้ำสีขาวขุ่นปะปนออกมาพร้อมๆกับเลือด เขาขมวดคิ้วยุ่งกับสิ่งที่เห็น แต่ก็ต้องข้ามความคิดที่ขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหัวเพื่อย้ายร่างของตนไปดูอาการของคนรัก 

 

 เพราะแสงสว่างในบริเณนั้นไม่มากพอ จองกุกจึงไม่เห็นว่ามีเลือดสีเข้มไหลออกมาจากศรีษะของแทฮยองมากขนาดไหน ทว่าเมื่อเขาสอดฝ่ามือเข้าพยุงใต้ศรีษะ เขากับสัมผัสถึงเลือดข้นมากมายที่บนฝ่ามือ 

 


แทฮยอง...แทฮยอง 

 


ในใจของจองกุกวูบโหวง  ความโมโหโกธาเลือนหายออกไปจากจิตใจเหลือไว้เพียงความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้น จองกุกตัดสินใจยกนิ้วข้างที่ว่างขึ้นมาอังลมหายใจบริเวณจมูกของอีกฝ่าย   มือของเขาชะงัก....เมื่อไม่รู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่าย 


 

แทฮยองไม่หายใจ

 


จองกุกปล่อยร่างนั้นนอนราบลงบนพื้นเย็นเฉียบอีกครั้ง ร่างหนาถดตัวออกห่างพลางจ้องมองไปยังร่างที่แน่นิ่งอยู่ตรงหน้า  จอนจองกุกกำลังเสียสติ  และนั้นทำให้สมองของเขามีความคิดที่ไม่ปกติ...เขากำลังหาวิธีกำจัดร่างของอีกฝ่าย...กำจัดร่างของแทฮยอง 

 


ใช่....เพราะแทฮยองผิดเองที่ทำตัวร่าน และเขาก็แค่ลงโทษเท่านั้น 







 

จองกุกอุ้มร่างที่แน่นิ่งขึ้นไปจนถึงชั้นสามของตัวอาคาร  ชั้นที่ปิดตายเพราะไม่มีแสงแดดและลมพัดผ่าน ห้องกว้างที่ไม่เคยมีผู้ใดเหลียวแลและขึ้นมาสักครั้ง 


 ภายในห้องรกร้าง เต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือผุพังที่ตั้งวางไว้ระเกะระกะ จองกุกกวาดสายตามองฝ่าเข้าไปในความมืด เขาวางร่างไร้วิญาญของคนรักลงก่อนจะหยิบมือถือของตนเองเปิดโหมดไฟฉายและเดินสำรวจไปทั่วบริเวณ 

 

 ฝีเท้าก้าวเดินเข้าไปบนเส้นทางรกร้างที่เต็มไปด้วยตู้ไม้ที่ไม่สามารถใช้งานได้ อีกทั้งยังมีสิ่งของที่ใช้ทั้งในครัวและจิปาถะอีกมากมายวางกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น 


ร่างโปร่งเดินเข้าไปเรื่อย ๆเกือบสุดทางเดิน สายตาคมชะงักเมื่อเจอกับถังน้ำขนาดใหญ่คว่ำหน้าลงกับพื้น   จองกุกกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนหัวสมองจะประมวลสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้  เขาต้องจัดการเก็บกวาดภาระที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น 


 

เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืน  จองกุกวางมีดคมในมือลงก่อนยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากการใช้แรงค่อนข้างเยอะไปเมื่อครู่  

 เมื่อนำทุกอย่างใส่ลงไปในถังใบใหญ่แล้ว  เขามอง'ชิ้นส่วน'เหล่านั้นด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสำนึก    จองกุกก้มลงจูบริมฝีปากที่เย็นชืดของคนรักครั้งสุดท้าย   ก่อนจะทิ้งร่างไร้วิญญาณนั้นไว้ในที่ที่ควรอยู่และก้าวเดินจากไปในที่สุด 

 


หากวันเวลาผ่านไปไม่ถึงสองอาทิตย์  จองกุกกลับพบเจอกับแทฮยอง  


 

นัยน์ตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นบุคคลที่หน้าตาคล้ายคนรักของเขาราวกับแกะ  ในตอนนั้นเขายอมรับว่าตกใจมากที่เห็นแทฮยองอยู่ในร้านสะดวกซื้อ


หากแต่ในช่วงเวลาที่เขาพบเจอนั้นแสงแดดยังคงทำงานได้ดี  เขาถึงได้รู้ว่า คนตรงหน้านี่ ไม่ใช่คิมแทฮยองของเขา   ถึงอีกฝ่ายจะมีใบหน้าคล้ายคลึงกันมาก แต่เมื่อดูจากรูปร่างที่อวบกว่า  และเมื่อนึกถึงชิ้นส่วนที่อยู่ในห้องปิดตายนั้น  ทำให้จองกุกถึงรู้ว่าคิมแทฮยองมีพี่น้องฝาแฝด 

 

 

 แต่ก็ช่างเถอะ....ถึงอย่างไร แทฮยองก็ยังอยู่กับเขาตลอดเวลาอยู่แล้ว...  


 

มือหนาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินสวยที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาพร้อมกับเปิดฝาครอบออกจบเห็นสิ่งของที่อยู่ด้านใน 


ภายในบรรจุดวงตากลมโตไว้ในพ็อกเก็ตสีใสทรงกลมที่มีน้ำยาเคลือบล้อมไว้  เขาหยิบขึ้นมาพลิกไปมาด้วยแววตาพราวระยับ ริมฝีปากแย้มยิ้มก่อนจะกำมันไว้แน่นราวกับสิ่งของล้ำค่าก็ไม่ปาน 


 

 

ไม่เป็นไรนะแทฮยอง  ต่อจากนี้...เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป 

 
 

 

 
 

END


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #794 KVKVKV (@KVKVKV) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 20:18
    ทำไมต้องห้องสมุด...เเล้วทำไมชั้นต้องอ่านตอนกลางคืนด้วยเนี่ย!!!!อากาศหนาวๆ นอนคนเดียว...ฮืออออเเเม่จ๋า
    #794
    0
  2. #793 Cake16_JuNgKook (@Cake16_JuNgKook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 23:24
    กลัววววววววววววว
    #793
    0
  3. #792 thandex119 (@thandex119) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 01:36
    ถ..ถามจริงเลยนะ... แง้!!! พีคโคตรพีคโคตรพีคของพีคพีคพีคมาก
    #792
    0
  4. #782 boahammock (@boahammock) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 14:04
    โอ้โหหห นี่คือเรื่องสั้นแนวทริลเลอร์ใช่มั้ยคะ วี้ดดดด จองกุกคือโรคจิตดีๆนี่เอง เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก ไม่เคยอ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน ไรท์ก็เขียนออกมาดีมากๆ สุดยอดคับโผ้มมมม
    #782
    0
  5. #761 Phakchira1 (@Phakchira1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 18:24
    เชี่ยย ตอนแรกนี่คือสงสารจองกุกแล้วนะที่แทตาย แต่พอมาเจองี้คือแบบ พีคค TT

    หลังจากนี้นุจะไม่เข้าห้องสมุดด!!!!
    #761
    0
  6. #746 ku_1709 (@kunggii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 16:27
    ช่วงนี้เข้าห้องสมุดด้วย......
    #746
    0
  7. #737 smkhaphic (@smkhaphic) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 20:52
    ทำไมเราร้องห้ายยยย
    #737
    0
  8. #736 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 17:47
    โคตรหลอน
    #736
    0
  9. #733 Sarita Wine (@nyja555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:04

    ฉันว่าแล้วจองกุกต้องเป็นคนทำ​ ยันเดเระมากลูกจองกุก

    #733
    0
  10. #718 Real.B シ (@JHOPE__) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 21:27
    ชั้นกลัวแล้ว
    #718
    0
  11. #714 nlull (@P_BUNGee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 11:51
    จิตได้ใจเลยค่ะ พีคตอนสุดท้ายเนี่ย555
    #714
    0
  12. #713 Jantidaporn (@Jantidaporn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 20:51
    พึ่งมาอ่านน ขนลุกเลยคะไรททท์
    #713
    0
  13. #701 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 12:38
    โหยยย! ตอนอ่านแรกๆนึกว่าแทโดนข่มขืนอะ แล้วมาสงสัยตอนที่กุกไม่ยอมบอกเล่าอะไรเลยอะ จริงๆต้องตกใจตอนเจอแฝดแทด้วย นี้ก็เลยสงสัยว่าจองกุกเป็นคนทำหรือป่าว เพราะถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่น่าจะรู้จักชื่อดีขนาดนี้อะ หลอนกุกมากทำกับแทได้ลงคอ
    #701
    0
  14. #690 Miss aon (@Aon--Aon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:36
    มาอ่านตอนกลางคืนพอดีเลย หลอนนน
    #690
    0
  15. #689 piepepper (@Shipperxx) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:03
    อห. ขนลุกมากไรท์
    #689
    0
  16. #688 Chinago (@campernrena) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:05
    ไรท์แต่งเก่งมากอ่า ขนลุกเลย
    #688
    0
  17. #686 Npt Pf (@dream-rose) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:35
    พีคตัวใหญ่ๆกันเลยทีเดียว555555555
    #686
    0
  18. #684 CAMie (@CAMie) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 15:43
    โห้5555555
    #684
    0
  19. #683 CAMie (@CAMie) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 15:11
    โห้5555555
    #683
    0
  20. #681 jun de (@mook9543) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 17:42
    กรี๊ดดดด กะแล้วว่าจองกุกทำ55
    #681
    0
  21. #678 AUGUST@@ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 20:27
    ดะ..ดะ..เดี๋ยววว มาเจอเรื่องนี้ตอนก่อนจะนอน อย่างหลอนอ่ะ จบโคตรหักมุม โอ้วว...มาย...ก้อดดด
    #678
    0
  22. #668 Noeyoey (@Noeyoey) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:54
    อห........ หักทุมจากที่คิดไปไกลมากเว่อ.............. แล้วมาอ่านเวลาแบบเดฟดหเห ขนลุกอ่ะะ ฮืออ
    #668
    0
  23. #665 Demon smile (@snowgire) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 09:06
    เอิ่มม จองกุกก็คงยังรักแทแท
    #665
    0
  24. #661 nutnichavasavid (@nutnichavasavid) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 18:31
    กุกโครตโหดดดด
    #661
    0
  25. #649 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 01:11
    ..... what the .....โอ้ม้ายก้อดดดดกุกแม่งแบบไปแล้ววว
    #649
    0