(BTS) KOOKV : F E S T I V A L ♡

ตอนที่ 14 : BROMANCE ; MICKYMOUTH。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    28 ธ.ค. 58




SHORTFIC : BROMANCE

WRITER : MICKYMOUTH

RATE : PG13

COUPLE : JUNGKOOK X TAEHYUNG

TALKสวัสดีค่า วันนี้ไม่ได้มาหาเสียงค่า มาแนะนำตัวค่า555555555555555 ไรท์จาก #บ้านไพ่ นะคะ bromance เป็นเรื่องแรกของเราในโปรเจ็คท์ #ไรท์กุกวีสะท้านฟ้า ฝากตัวด้วยนะคะ ติชมได้ด่าได้(ไม่สะเทือน)ที่ @KOOKVAHOLiC_  /ผิด

 

PS. เปิดในบราวเซอร์ได้พังเพลงเพราะๆด้วยนะ >_<








เด็กคนไหนเอ่ยที่เชื่อในวันคริสต์มาส ?

 



 

กวางเรนเดียร์....ซานตาครอส....ถุงเท้าหน้าเตาผิง...



 

 

กับคำอวยพร....

 



 

อธิษฐานเข้าไปสิ อธิษฐานเข้าไป

 



 

ว่ากันว่าความศรัทธามักจะทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอ


 

.

.

.

.


 

แต่เด็กดีเท่านั้นนะที่จะได้ของขวัญจากคุณลุงซานต้า

 

 




 

ว่าแต่.......เจ้ากำลังปรารถนาสิ่งใดอยู่ล่ะ หนูน้อย

 

 

 

 




 

“ขอให้พี่จินหันมามองแทฮยองคนนี้ด้วยเถอะ! เพี้ยง!

 

 

 



 

อย่าเรียกมันว่าความศรัทธา....จอนจองกุก มองว่ามันเป็นความบ้าคลั่งหรือลัทธิอะไรสักอย่างเสียมากกว่า ดวงตาใสภายใต้แว่นสายตาเลนส์หนามองพี่ชายคนสนิทอย่างขยาดๆ คิมแทฮยองกำลังนั่งคุกเข่ากุมมือไว้แนบอกอยู่หน้าเตาผิงกับถุงเท้าสีฟ้าสดใส  ดวงตาฉายประกายแวววาวเหมือนกำลังเพ้อฝันถึงสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริงอยู่

 
 

“ไร้สาระ”


 

“เด็กอย่างแกมันแก่แดด!


 

“ก็ดีกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมโต”


 

“เจ้าเด็กนี่!


 

คนเป็นพี่กระโดดเข้าใส่น้องชายเต็มรัก  มือเรียวยืดแก้มนุ่มทั้งสองข้างออกด้วยความหมั่นเขี้ยว แม้ไม่พอใจนักแต่จองกุกก็ปล่อยให้แทฮยองเล่นตัวเองเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งแต่โดยดี


 

หมับ!


 

แต่นี่สิ....ที่จองกุกไม่อยากจะทนนัก แทฮยองสวมกอดเขาก่อนจะโยกไปมาจนแว่นที่สวมตกลงมาอยู่ปลายจมูก ดวงตาคมฉายแววไม่สบอารมณ์


 

ก็ใช่สิ...ตัวเองจะทำอะไรก็ได้นี่...ก็จอนจองกุกคนนี้มันเป็นแค่เด็ก 10 ขวบนี่นา ส่วนตัวเองก็ปาเข้าไปตั้งม.ปลายแล้วด้วย! แต่ยังจะมัวมาอธิษฐานอะไรบ้าบอมาตั้งแต่ยังไม่ถึงวันคริสต์มาสอีกต่างหาก!


 

“น่ารำคาญ”


 

“เจ้าเด็กปากเสีย ขาดพี่ไปแล้วแกจะรู้สึก”


 

พูดอีกก็ถูกอีก...ถ้าไม่มีแทฮยองก็ไม่รู้ว่าจอนจองกุกจะมีเพื่อนกับเขาบ้างไหม หัวหน้าห้องชั้นป.สี่ทับห้า ค่อนข้างบ้าเรียน นิสัยตรงไปตรงมา และการพูดการจาที่เกินเพื่อนรุ่นเดียวกันไปหลายปีทำให้จองกุกไม่มีเพื่อนคบ อ้อ...เว้นเจ้าหมูปาร์คจีมินพุงกลมไว้คนนึง รายนั้นน่ะคบจองกุกไว้เพื่อลอกการบ้านชัดๆ


 

พูดถึงคนที่กอดเขาอยู่....แทฮยองเป็นพี่ชายข้างบ้านที่จองกุกลืมตามาบนโลกก็เจอเจ้าเพี้ยนนี้ก้มหน้ามองอ้าปากหวอจนน้ำลายยืดใส่แล้ว(อันที่จริงเขาจำไม่ได้หรอกแต่คุณนายจอนเธอเล่าให้ฟังน่ะ) ก็เรียนอยู่โรงเรียนใกล้ๆ กันนี่ล่ะ ไปโรงเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกัน เพราะงั้น...ถึงจองกุกไม่มีเพื่อนคบก็ไม่เห็นมีอะไรน่าซีเรียสเลยใช่ไหมล่ะ


 

“พี่จินนี่ใจแข็งจริงๆเลยน้า...” จองกุกถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองแทฮยองที่ทำหน้าหงอยอย่างเบื่อหน่าย


 

“เมื่ออาทิตย์ที่แล้วฉันก็เห็นนายเพ้อถึงพี่นัมจุนซอยสาม เมื่ออาทิตย์ก่อนๆ โน้นก็พี่มินโฮลูกอาแปะซ่ง ย้อนอีกไปอีกนู่นก็พี่ชานยอลลูกคุณนายปาร์ค รวมๆ แล้วเดือนนี้ฉันได้ยินนายเพ้อถึงผู้ชายมาจนเกือบจะครบทั้งหมู่บ้านแล้ว”


 

“ทำไงได้ ก็ผู้ชายแก่กว่านี่มันมีเสน่ห์จะตาย” แซะขนาดนี้แล้วยังไม่รู้สึกแถมยังเอาแต่เพ้อเจ้ออีกต่างหาก จองกุกล่ะอยากจะเดินไปกระชากถุงเท้าที่ห้อยอยู่ปาทิ้งออกนอกหน้าต่างให้รู้แล้วรู้รอด


 

“ไปบอกรักทีไรก็โดนปฏิเสธทุกที ฉันคำนวณดูแล้วโอกาสที่อีกฝ่ายจะตอบตกลงมีแค่ 0.1 % นี่นายยังไม่เข็ดอีกรึไง”


 

“สักวันมันก็ต้องมีคนเห็นเสน่ห์ในตัวคิมแทฮยองคนนี้บ้างสิน่า!


 

“หันไปมองคนอื่นบ้างเถอะ นาย....”


 

“ถ้าไม่ใช่ผู้ชายแก่กว่าพี่ก็ไม่มีวันสนใจหรอก!!!


 




 

 

 

 

 

อืม...นั่นแหละที่น่าเจ็บปวด

 

จองกุกเฝ้าคิดถึงคำพูดนั้นมาตั้งแต่เมื่อวาน จนถูกคุณครูจีอึนตีที่แก้โจทย์หน้ากระดานไม่ได้ ขนาดเจ้าหมูจีมินพุงกลมฉีกกระดาษการบ้านที่ต้องส่งไปพับจรวดเล่นจองกุกก็แค่ต่อยมันไปทีนึงเอง แบบนี้มันผิดปกติมากๆ จนจองกุกเริ่มโมโหที่ปล่อยให้คิมแทฮยองมีอิทธิพลกับตัวเองมากขนาดนี้

 

เด็กชายมองแผ่นหลังของพี่ชายคนสนิทที่ปั่นจักรยานให้เขาซ้อนอยู่ แผ่นหลังนั้นมันช่างกว้างเหลือเกินสำหรับเด็กประถมอย่างเขา แต่จู่ๆ ลมที่ตีใส่หน้าก็หยุดลงเมื่อแทฮยองใช้เท้าเบรกไว้




 

เอี๊ยดดดด!



 

“จอดทำไม”


 

“เหมือนยางจะรั่วว่ะ แกลงก่อนเดี๋ยวพี่ขอเช็คยางแป๊บ” จองกุกกระโดดลงจากเบาะหลัง กำสายกระเป๋าเป้ที่บรรจุหนักสือเรียนหนักอึ้ง แทฮยองบีบๆ ยางล้อหลังดูก็พบว่ามันรั่วจริงๆ จองกุกไม่แปลกใจหรอก ก็ไอ้คันนี้มันเกิดมาตั้งแต่เขายังอยู่อนุบาลนู่นล่ะ ช่วงหลังมานี้ก็รั่วบ้างแบนบ้างไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละสองรอบ บอกให้เปลี่ยนคันใหม่แทฮยองก็ไม่ยอม


 

“เดินเอาละกัน บ้านอยู่ใกล้แค่นี้เอง เดี๋ยวตอนใกล้ถึงบ้านแปะซ่งค่อยแวะปะยาง”


 

“โอเค”


 

“แกขึ้นมานั่งก็ได้ เดี๋ยวพี่จูงให้”


 

จองกุกปีนตัวเองขึ้นไปบนเบาะหลังที่ประจำอัตโนมัติ ก่อนจะแทบเตะตัดขาเจ้ากรรมที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันไม่ cool และไม่ swag เลย แต่จะลงตอนนี้ก็ไม่ได้อีกเพราะมันคงพิลึกน่าดู  แทฮยองจูงจักรยานเดินไปเรื่อยๆ อุณหภูมิของเดือนธันวาต่ำลงทุกขณะ และไม่ช้านี้หิมะก็คงตกลงมาเหมือนทุกๆ ปี  จองกุกแอบเห็นไหล่แคบของพี่ชายสั่นน้อยๆ แค่ชุดนักเรียนก็คงเอาไม่อยู่แน่กับอากาศแบบนี้  ตัวเขานั้นก่อนไปโรงเรียนคุณนายจอนเธอห่อให้หลายชั้นจนแทบจะกลายเป็นก้อนอยู่แล้ว จริงๆ จะถอดออกมาให้แทฮยองใส่สักตัวจองกุกก็ไม่ได้ลำบากนัก แต่เพราะขนาดตัวที่ต่างกันต่างหากล่ะที่เป็นปัญหา


 

“หนาวเหรอ”


 

“หนาวบ้าอะไร ชิวๆ”


 

“ปากดี”


 

“แกก็ปากเสีย” จองกุกหัวเราะในลำคอ ระหว่างนั้นก็มีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นผ่านมา พอมองทะเบียนจองกุกก็จำได้ว่าเป็นของพี่ชานยอลลูกคุณนายปาร์ค แทฮยองมองตามตาละห้อย ถ้าน้ำลายไหลออกมาได้จองกุกก็คิดว่ามันคงไหลออกมาแล้ว


 

“พี่อยากเข้าไปอยู่ในรถจัง ในนั้นคงอุ่นน่าดู”


 

“หมายถึงว่าไม่ต้องมาปั่นจักรยานขาแข็งด้วยรึเปล่า”


 

“ก็ใช่น่ะสิ แกคิดดู ผู้ชายแก่กว่ามีทั้งรถไปรับไปส่ง เผลอๆ ค่าเทอมก็ไม่ต้องจ่ายด้วย อบอุ่น ใจเย็น ดูแลเราได้ เฮ้อ... ถ้าได้มาสักคนสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนเลย”


 

“ทำตัวอย่างกับให้ป๋าเลี้ยง” ยิ่งเข้าใกล้วันคริสต์มาสแทฮยองยิ่งเพ้อเจ้อ จองกุกถอนหายใจจนลมจะหมดปอดอยู่แล้ว

 

 



 

“โฮ่ง!

 



 

 

“กรรรรรรร!

 




 

 

“แทฮยอง...”

 



 

“จองกุก”

 



 

ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หมาตัวใหญ่เกือบถึงเอวจองกุกยืนจังก้าขวางทางอยู่ข้างหน้า มันแยกเขียวขู่และส่งเสียงคำรามราวกับจะประกาศศึก เอาจริงๆ ถ้าไม่ใช่รถยนนต์แบบพี่ชานยอล จองกุกก็ไม่รู้ว่าเขาจะหนีมันได้ทันไหมด้วยซ้ำ ระหว่างที่หัวสมองแสนไบรท์ที่เคยภูมิใจนนักหนามืดแปดด้าน แทฮยองก็ตัดสินใจตะโกนออกมาทันที




 

“วิ่ง!!!!!!!!!




 

โครม!

 




ไม่รอช้า จองกุกกระโดดลงทิ้งจักยานไว้ด้านหลังและวิ่งตามแทฮยองไปด้วยความรวดเร็วอย่างไม่คิดชีวิต


 

“โฮ่งๆๆๆๆ!!!!” ไอ้หมาบ้าเลือดตัวนั้นยังคงวิ่งตามมาติดๆ จองกุกก็วิ่งจนขาแทบจะพันกัน หอบหายใจด้วยความเหนื่อย ไม่รู้คิดถูกรึเปล่าที่ให้แทฮยองนำทางเพราะเขาเริ่มคิดว่าทางที่กำลังวิ่งนี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านแล้ว  แทฮยองพาจองกุกวิ่งหักเข้าซอยแล้วซอยเล่าด้วยความกลัวตาย ในใจภาวนาถึงพ่อแก้วแม่แก้วกับบุญอันน้อยนิดที่สั่งสมมาทั้งชีวิต และสายตาก็เหลือบไปเห็นกองขยะพะเนินขึ้นสูงข้างทางเขาเลี้ยวเข้าตรงนั้นทันทีและกระชากแขนจองกุกให้ตามมาด้วย

 


“อี๋...”


 

“ชู่ว!


 

มือเล็กเอื้อมขึ้นมาปิดจมูกตัวเองใบหน้าแสดงความรังเกียจเต็มที่ หลบข้างกองขยะเนี่ยนะ ถ้าไม่ตายเพราะหมาก็ตายเพราะกลิ่นนี่แหละ ชีวิตของจองกุกมีทางเลือกอยู่แค่นี้ใช่ไหม

 


“เงียบๆ ไว้” เก็บไว้บอกตัวเองเถอะคำนี้ จองกุกได้ยินเสียงแทฮยองหอบหายใจแรงยิ่งกว่าอะไรดี แถมเสียงหัวใจก็ดังจนทำให้เขาเผลอใจเต้นตามไปด้วยอีก...


 

ร่างเด็กชายในอ้อมแขนคนเป็นพี่ขดตัวเข้าหากันด้วยความกลัวว่าจะถูกหมาที่วิ่งตามเห็นเข้า ถึงจะคิดว่ามันไม่ cool นิดหน่อย แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นแทฮยองอยู่ในอ้อมแขนจองกุกก็คงดูแปลกๆ เหมือนลิงเกาะหลังแม่

 


“ไปรึยัง”

 


“ไม่ได้ยินเสียงเห่าแล้ว รอดูอีกสักพักแล้วกัน” แทฮยองกระซิบข้างหู จองกุกถึงกับขนลุกซู่ คิดว่าใช่เหรอที่มารู้สึกแปลกๆ ข้างกองขยะ แต่ตัวแทฮยองก็หอมกว่าถุงข้าวแกงป้าศรีที่มีคนมาทิ้งไว้ข้างๆ เสียอีก

 


“จองกุก แกทำไรวะ”

 


“ดม...เอ่อ ฉันหมายถึงใช้เสื้อนายปิดจมูกไว้น่ะ” จองกุกเงยหน้าออกมาจากอกแทฮยอง แก้มกลมขึ้นสีหน่อยๆ รู้สึกเหมือนถูกจับได้เมื่อเห็นใบหน้าพี่ชายมองเขาแปลกๆ เหมือนจองกุกกำลังทำความผิดอะไรสักอย่าง แต่คนอย่างคิมแทฮยองก็คงคิดไม่ถึงหรอก

 



“ไม่ใช่ว่าแอบสั่งขี้มูกนะ”

 



ก็บอกแล้วว่าคิมแทฮยองน่ะโง่จะตาย....

 

 

 

 





 

จองกุกนั่งทำการบ้านในห้องนอนแทฮยอง ขณะที่เจ้าของห้องนอนเปิดพุงดูทีวีอยู่ นึกย้อนไปถึงตอนที่หนีหมาเมื่อตอนเย็นแล้วก็อดเจ็บใจตัวเองไม่ได้ที่ต้องคอยให้อีกฝ่ายปกป้อง แต่จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อจอนจองกุกคนนี้มันก็เป็นแค่เด็กผู้ชายที่ตัวสูงแค่หน้าอกแทฮยองเท่านั้นเอง จองกุกอยากจะโตไวๆ อยากจะปกป้องแทฮยองให้ได้บ้าง แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะกว่าจะโตเท่าหรือสูงกว่าแทฮยองก็ต้องใช้เวลาอีกตั้งหลายปี


 

“ทำการบ้านเสร็จยัง วันนี้พี่จะพาไปเที่ยว”

 


“อ้าว...ไม่ได้นัดใครไว้เหรอ”

 


“จะนัดใครล่ะ ไม่อยากถูกคนแถวนี้ด่าว่าใจร้ายอีกหรอกนะ” แทฮยองพูดยิ้มๆ พาดพิงไปถึงคริสต์มาสปีก่อนที่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนทิ้งจองกุกไว้บ้านคนเดียว ตอนนั้นถูกไอ้เด็กแก่แดดนี่เมินไม่ยอมพูดด้วยไปเกือบอาทิตย์แน่ะ

 


“เอาน่า ถ้าทำเสร็จแล้วก็รีบไปแต่งตัว อ้อ...บอกคุณน้าด้วยนะว่าวันนี้นอนบ้านพี่ จะพาเค้าท์ดาวน์ด้วย”

 


จองกุกเบิกตาโตภายใต้แว่นสายตา เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการห้ามไม่ให้ตัวเองยิ้มออกมา มือเล็กรีบเก็บสมุดใส่กระเป๋าวิ่งทั่กๆ ลงบันไดไปด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ  ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้นอนดึกแบบนี้ และไม่บ่อยนักหรอกที่แทฮยองจะพาไปเที่ยวที่อื่นนอกจากสนามเด็กเล่นกับร้านทุกอย่าง 500 วอน จองกุกเดินเขย่งเท้าไปบ้านตัวเองอย่างอารมณ์ดี

 


เปิดตู้เสื้อผ้ามองหาชุดตัวเก่งที่จองกุกมักจะใส่มันในวันพิเศษ แม้มันจะเป็นเพียงเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ขายาวกับแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทแต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกว่าพอใส่ชุดนี้แล้วตัวเองดูโตขึ้นอีกหน่อย จองกุกเลือกหยิบรองเท้าบู้ทสีน้ำตาลมาสวมก่อนจะเดินลงไปบอกคุณนายจอนว่าวันนี้เขาคงไม่ได้กลับบ้านอีกตามเคย

 


“แต่งตัวซะหล่อเชียว” คุณนายเธอเอ่ยแซวขณะที่โผล่หน้าออกมาจากห้องครัว จองกุกทำหน้าบึ้งใส่แต่พอลับหลังริมฝีปากบางก็อมยิ้มออกมา ก่อนจะเหลือบเห็นเตาผิงที่อยู่ในห้องนั่งเล่น

 


เตาผิงเหรอ...

 


ซานตาครอสมีจริงที่ไหน ตั้งแต่เกิดมาจองกุกไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ อีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันที่ 23 ที่บอกว่าเคาท์ดาวน์ก็แค่เคาท์ดาวน์คริสต์มาสอีฟหรอก วันพรุ่งนี้แทฮยองก็คงออกไปเที่ยวกับเพื่อนอีกตามเคย

 


คิดได้อย่างนั้นแต่จองกุกก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาเริ่มลงมือห้อยถุงเท้าและหย่อนคำอธิษฐานลงไปเสียแล้ว  แต่เอาน่า....ลองหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร จองกุกเป็นเด็กดีมาตลอดให้พ่อแม่ชื่นใจ หวังว่าคุณลุงซานต้าจะไม่ใจร้ายหรอกนะ

 


เด็กชายลุกขึ้นจากพื้นมองถุงเท้าที่ห้อยอย่างไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำสักเท่าไหร่ แต่จองกุกก็ไม่ได้คิดจะแกะมันออก เขาเดินไปที่บ้านแทฮยอง พอคิดว่าวันนี้จะอีกฝ่ายจะพาไปเที่ยวที่ไหนก็ตื่นเต้นขึ้นมาจนเผลอเคาะประตูห้องนอนเรียกแทฮยองดังไปหน่อย

 


เอ๋...ทำไมไม่เปิดล่ะ อาบน้ำอยู่เหรอ ?

 


จองกุกหมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอยู่ผิดจากปกติที่แทฮยองมักจะทำเสียงดังโครมครามเสมอ และเมื่อเด็กชายเดินเข้าไปในห้องน้ำก็ไม่เจอวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ จองกุกวิ่งลงมาจากบันไดไปหาคุณน้าในห้องนั่งเล่นทันที

 


“คุณน้าครับ ผมไม่เห็นพี่แทฮยองอยู่ข้างบน...”

 


“อ้อ....เด็กนั่นออกไปข้างนอกก่อนหน้าหนูจะมาไม่กี่นาทีนี้เอง ไม่ได้บอกไว้หรอกเหรอจ๊ะ”

 


“เค้า...ไม่ได้บอกผม...” จองกุกหน้าหม่นลง ความหวังที่ตั้งขึ้นมาจนสูงพังทลายลงอย่างง่ายดาย “เค้าบอกว่าจะพาไปเที่ยว...”

 


“ตายล่ะ แทฮยองนี่นิสัยเสียอีกแล้ว น้าขอโทษนะจ๊ะ แต่เห็นบอกว่ามีรุ่นพี่ที่โรงเรียนมาหาอยู่หน้าบ้านน่ะ หันไปอีกทีก็หายไปทั้งคู่แล้ว”

 


“รุ่นพี่เหรอครับ”

 


คุณน้าพยักหน้าก่อนจะยิ้มให้จองกุกเป็นเชิงขอโทษแทน ถ้าพูดถึงรุ่นพี่ก็มีไม่กี่คนหรอกที่แทฮยองกำลังพูดถึงในช่วงนี้  คิมซอกจินที่เป็นรุ่นพี่ในชมรมนั่นไง ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่าฮอตไม่เบาด้วยนี่ ทำไมถึงได้มาหลงชอบคนโง่อย่างคิมแทฮยองได้นะ จองกุกปาดน้ำตาตัวเองป้อยๆ ขณะเดินกลับบ้าน

 


จองกุกจะสอบให้ได้ที่หนึ่งไปทำไมถ้าไม่ใช่เพราะอยากดูเท่ในสายตาแทฮยอง จะแต่งตัวให้หล่อทำไมถ้าไม่ใช่เพราะคนโง่คนนั้น แต่สุดท้ายเขาก็เป็นแค่น้องชายข้างบ้านคนหนึ่งที่แทฮยองไม่เคยคิดจะสนใจ จองกุกเป็นแค่เด็กผู้ชายที่ไม่มีรถ ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลยให้แทฮยองเหมือนคนอื่นเขา เขาควรคิดได้ตั้งแต่คริสต์มาสปีก่อนแล้วด้วยซ้ำ

 


“ไหนบอกไม่กลับบ้านไง” คุณนายจอนที่นั่งทำงานหน้าคอมมองลูกชายตัวเองเดินตาแดงๆ เข้ามาในบ้านผ่านแว่นกรอบใหญ่ เด็กชายเดินผ่านไปเฉยเหมือนเธอไม่มีตัวตนในนั้น คุณนายเธอเองก็ได้แต่ทำหน้างงๆ แต่ไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด จะมีอะไรที่ทำให้จองกุกเป็นถึงขนาดนี้ได้อีกถ้าไม่ใช่เรื่องของพี่ชายคนสนิท

 


“ถอดชุดนั้นเก็บไว้ซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อกับแม่จะพาไปสวนสนุก”

 


“ไปทำไม”

 


“เอ๊ะ ก็วันคริสต์มาสไงเจ้าเด็กนี่ นี่แกยังเป็นเด็กอยู่จริงๆ รึเปล่าเนี่ย”

 


“ผมเกลียดวันคริสต์มาส”

 


เพราะวันคริสต์มาสแทฮยองไม่เคยอยู่ข้างๆ จองกุกเลยสักครั้ง

 


“แล้วถุงเท้าที่แกห้อยหมายความว่าไง”

 


“มันเปียก ก็เลยเอามาตาก”

 


จองกุกเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่คิดจะสนใจแม่ตัวเอง เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็กๆ แต่นั่นก็ถูกแล้ว จอนจองกุกก็เป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่หนวดยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำไป จะไปมีปัญญาสู้พี่จินอะไรนั่นได้ยังไงล่ะ

 


พรที่แทฮยองขอ คุณลุงซานต้าคงให้แล้ว แต่ทำไมคุณลุงไม่ให้จองกุกสักที จองกุกเป็นเด็กไม่ดีตรงไหน แทฮยองต่างหากที่ใจร้ายทิ้งจองกุกไป เด็กชายเฝ้าคิดน้อยใจทั้งพี่ชายคิดน้อยใจทั้งคุณลุงซานต้า ร้องไห้จนกระทั่งเผลอหลับไปเอง

 

 

 

 

 



 

“อือ...”

 


เปลือกตาบางกระพริบขึ้นมาในเมื่อแสงแดดจากหน้าต่างเล็ดลอดมากระทบ จองกุกหยัดกายขึ้นจากเตียง เขาเผลอหลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดกลับด้วยซ้ำ คิดโทษตัวเองที่มักง่ายนิดหน่อยแต่นี่มันก็ใกล้สายแล้ว จองกุกควรอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนมากกว่า

 

เขาหาวหวอดๆ ขณะถือผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป หัวคิดไปว่าเช้านี้ตอนเจอหน้าแทฮยองควรจะทำยังไงดีนะ ยิ่งเมื่อวานที่ทิ้งจักรยานไว้ทำให้วันนี้ก็คงได้เดินไปโรงเรียนแทน หรือเขาควรจะไม่พูดกับแทฮยองสักอาทิตย์นึงเหมือนปีที่แล้วดี


 

เอ...แต่วันนี้รู้สึกเหมือนพื้นอยู่ต่ำไปหน่อยแฮะ


 

เขาก้มเก็บผ้าเช็ดตัวที่ไหลลงจากบ่าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย มือหนา...เอ๊ะ มือหนาเหรอ ขยี้ตาตัวเองขณะเริ่มลงมือแปรงฟัน ก่อนนัยน์ตาคมจะเบิกกว้างขึ้นพร้อมๆ กับปากที่อ้ากว้างจนแปรงสีฟันตกลงพื้นไป

 

 


 


แกร๊ง....



 



 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 


 

“แหกปากบ้าอะไรของแกตั้งแต่เช้าวะ!!!!!” เสียงพ่อที่คงเดินผ่านประตูห้องตะโกนด่า จองกุกมองตัวเองในกระจกด้วยความตกใจ นอกจากพื้นจะอยู่ต่ำแล้ว...ตัวเขาก็สูงขึ้นจนน่าตกใจ เออ! มันน่าตกใจไหมล่ะที่จู่ๆ ตื่นมาก็สูงพรวดขึ้นมาอีกเป็นสิบๆ เซ็น!! ถึงจะโง่ให้ตายเหมือนแทฮยองแค่ไหนก็คงรู้ว่าไม่มีเด็กที่ไหนโตเร็วเพียงแค่ข้ามวันแบบนี้หรอก!

 

“ผม...” นอกจากตัวที่สูงขึ้นด้วยแล้ว เสียงที่เคยแหลมนิดๆ ก็แตกเป็นหนุ่มขึ้นมาจนข้อแก้ตัวถูกกลืนกลับลงคอไป จองกุกมองตัวเองอย่างตื่นตะลึง  ดวงหน้าคมคาย...เอ่อ...ต้องใช้คำนี้สินะ ยื่นเข้าไปใกล้กระจกเพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลง นัยน์ตาสีนิล จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเป็นกระจับ สันกรามเด่นชัดขับให้ใบหน้าเขาเข้มขึ้น หนวดที่ขึ้นนิดหน่อยแต่ไม่น่าเกลียดจนเกินไป ผิวที่เคยนุ่มเริ่มสากขึ้นมาเล็กน้อยแต่ยังคงความขาวและสุขภาพดีไว้

 


“แกเป็นใคร!

 


 

จองกุกเด้งตัวกลับชี้หน้าตัวเองในกระจก


 

 

“แกทำตามฉันทำไม!


 

 

เออ...ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่มันเป็นฝันหรือเขาเป็นบ้าเองกันแน่ จองกุกลองทำท่าทางต่างๆ ซึ่งก็พบว่าคนในกระจกทำเหมือนเขาไม่ผิดเพี้ยน

 


“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย...”

 


เด็กหนุ่ม...ลงไปนั่งกองกับพื้น เขาอยากจะร้องไห้ออกมาเหมือนเมื่อคืนจริงๆ แต่น้ำตากลับไม่ไหลออกมาสักหยด คงเพราะร่างกายที่โตขึ้นอาจจะทำให้ฮอร์โมนบางอย่างลดลงด้วย จองกุกไม่ได้ร้องไห้ออกมาง่ายเหมือนอย่างที่เคยเป็น มีเพียงคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันนิดๆ

 


“ไม่พอใจอะไรหรือไง”

 


“ก็ไม่พอใจ....เฮ้ย!

 


เขาถอยร่นไปพิงอ่างล้างหน้าทันทีเมื่อเห็นตัวเองในตอนเด็กใส่ชุดนักเรียน สะพายกระเป๋าเป้ และนั่งแกว่งขาอยู่บนเตียง จองกุกในวัยเด็กยิ้มออกมา และดวงตากลมภายใต้แว่นนั้นก็ไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

 


ใช่เลย!

 


นี่มันรอยยิ้มของจอนจองกุกเด๊ะเลย!

 


“ว่าไง....ไม่พอใจอะไร...ถ้าหมายถึงฟันกระต่ายของเจ้าเราเก็บให้ไม่ได้หรอกนะ เราทำได้แค่ให้เจ้าโตขึ้นและนี่ก็เป็นร่างของเจ้าในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้ายังไงล่ะ”

 


“แกเป็นใครเนี่ย!

 


“พูดจาไม่เพราะเอาเสียเลย มันน่าถอนมนต์ออกให้จริงเชียว”

 


“แม่!!” ......มีคนบ้าเข้ามาในห้องผม...ประโยคนั้นถูกกลืนลงคอไปเมื่อจองกุกในวัยเด็กมองเขาตาเขียวปั๊ด

 


“อย่าเชียวนะ...ถ้ามีใครจำเจ้าในร่างนี้ได้นอกจากแทฮยองเจ้าจะกลายเป็นเด็กเหมือนเดิมทันทีเลยล่ะ”

 


จองกุกอ้าปากค้างน้อยๆ เด็กชายตรงหน้าโดดลงจากเตียง กระชับกระเป๋าแน่น

 


“เอาล่ะ! ถึงเวลาไปโรงเรียนแล้ว  ไว้เจอกันใหม่นะพ่อหนุ่ม”

 


“นายเป็นใครกันแน่เนี่ย...”

 


“ก็เป็นคุณลุงซานต้าที่เจ้าเอาแต่โทษเราเมื่อคืนนี้ไง” จองกุกน้อยยิ้มนิดๆ “ใช้ร่างนี้เสียให้คุ้ม คริสต์มาสมีเพียงครั้งเดียวในหนึ่งปี และพรที่เจ้าขอจะถูกลบล้างเมื่อผ่านคืนนี้ไป”

 


จองกุกน้อยเดินออกไปแล้ว...เหลือเพียงจองกุกตัวจริงที่ยังนั่งอึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่  วิทยาศาสตร์ที่เขาเรียนมาไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าหากจองกุกโตขึ้นอีกหน่อยอาจจะมีก็ได้ แต่ยังไงเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เรื่องแบบนี้มีจริงที่ไหน

 

 


แต่มันก็เป็นไปแล้ว....

 


 

“นี่มันจริงเหรอเนี่ย....” นัยน์ตาคมกวาดมองแขนขาตัวเองที่ยาวขึ้นจนเกะกะน่ารำคาญ จองกุกลุกขึ้นยืนก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวขณะที่ตัวเขาเองยังไม่ค่อยเชื่อกับสิ่งที่กำลังเกิดสักเท่าไหร่  เด็กหนุ่มแอบเข้าไปในห้องนอนพ่อเพื่อหยิบกางเกงยีนส์และเสื้อยืดมาใส่ พร้อมกับเสื้อฮู้ดตัวใหญ่สีดำสนิท ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่าง ได้ยินเสียงพ่อนั่งดูทีวีและอ่านหนังสือพิมพ์เหมือนปกติยามเช้า ขายาวแอบย่องผ่านหลังโซฟาไปอย่างเงียบเชียบ

 


“จองกุกมันออกไปตั้งนานแล้วนี่นา ไม่ได้ไปพร้อมกันเหรอ”

 


“ไม่ครับ...สงสัยเขายังโกรธผมเรื่องเมื่อคืนอยู่...”

 


“ทะเลาะกันล่ะสิ เมื่อคืนน้าก็เห็นมันตาแดงๆ”

 


“ผมขอโทษนะคุณน้า”

 


“โอ๊ย เด็กมันก็ขี้น้อยใจอย่างนี้แหละ ไปเคลียร์กันดีๆ ล่ะ”

 


“ครับ งั้นผมขอตัวไปโรงเรียนก่อนนะ” จองกุกมองลอดช่องระหว่างหน้าต่างออกไปข้างนอก เห็นคุณนายจอนกับแทฮยองยืนคุยกันอยู่โดยมีรั้วกั้น ใบหน้าอีกฝ่ายดูรู้สึกผิดไม่น้อยจนเขาเริ่มใจอ่อนขึ้นมานิดๆ ร่างสูงรอให้คุณนายเธอเดินเข้ามาข้างในก่อนจะพาตัวเองออกไปนอกบ้านโดยไม่ให้ผิดสังเกต

 


เมื่อออกมาข้างนอกได้แล้วจองกุกก็วิ่งหลังตามแทฮยองไป มือวางลงที่บนบ่าแคบ

 


“แทฮยอง”

 


“คุณเป็นใคร” ร่างเพรียวในชุดนักเรียนม.ปลายหันมามองเขาด้วยความงุนงงระคนตกใจเล็กน้อย แต่จองกุกสังเกตเห็นนะว่าดวงตาคู่โตมีแววระยิบระยับขึ้นมา ก็แทฮยองน่ะถูกใจผู้ชายแก่กว่าเป็นปกติอยู่แล้ว จองกุกในร่างนี้ก็น่าจะประมาณยี่สิบได้แล้วล่ะมั้ง

 


“ฉันเอง”

 


“มีคนชื่อแบบนี้บนโลกด้วยเหรอ”

 


สิ่งที่จองกุกเฝ้าขอพรทุกวันคือให้แทฮยองหายโง่เสียที....เขาถอนหายใจเฮือกเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเชื่อเต็มประดาแถมยังทำหน้าเหมือนว่าเขาแปลกประหลาดอีกต่างหาก

 


“ฉันเอง...จองกุก”

 


“คุณชื่อเหมือนน้องชายผมเลย” แทฮยองอมยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร “ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 


“ฉันหมายถึงว่า...ฉันเอง จอนจองกุก คนที่นายผิดสัญญาเมื่อวานไง!!” จองกุกเผลอตะคอกเมื่อเขากำลังรู้สึกหงุดหงิดกับความอ่อนต่อโลกของแทฮยอง

 


“เฮ้อ คุณนี่หน้าตาก็ดีนะ แต่ไม่น่าเป็นบ้าเลย” แทฮยองส่ายหัวเหมือนผิดหวัง ก่อนจะก้าวเท้าออกเดินต่อ แต่แขนเรียวก็ถูกจองกุกกระชากเข้ามาหา




“แทฮยองเกิดวันที่ 30 ธันวา เลือดกรุ๊ป AB เป็นลูกคนเดียว โง่ ซื่อบื้อ แถมไม่เคยได้เกรดคณิตศาสตร์มากกว่า D มาทั้งชีวิต ชอบกินช็อคโกแลต เกลียดผัก แล้วก็รักหมามากๆ เคยทำจองกุกตกแขนจนถูกสั่งห้ามอุ้มไปหนึ่งเดือน  เวลาจองกุกทำจานแตกก็บอกว่าตัวเองทำ แล้วก็ถูกตีแทน แต่ยังมีหน้ามาบอกว่าโอเคทั้งๆ ที่ตูดแดงขนาดนั้น เคยตกต้นไม้จนแขนหักเพราะปีนขึ้นไปหยิบชมพู่ให้จองกุกกิน เคยโกรธจองกุกครั้งเดียวในชีวิตเพราะจองกุกขโมยกางเกงในลายอุลตร้าแมนที่พ่อให้เป็นของขวัญวันเกิดมาใส่”

 


“.......นี่...จองกุก...จริงเหรอวะ...” แทฮยองพึมพำออกมา อีกฝ่ายดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แต่สิ่งที่เขาเล่ามาทั้งหมดนั้นก็มีมากพอที่จะทำให้แทฮยองไม่หาว่าจองกุกเป็นคนบ้าอีก

 


“ก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”

 


“ทำไมเป็นแบบนี้อ่ะ...” แทฮยองถามเสียงเบาหวิว ร่างบางกวาดสายตามองน้องชายตั้งแต่หัวจรดเท้า จองกุกเห็นแทฮยองหน้าขึ้นสีด้วย

 


“หน้าแดงนะ”

 


“อากาศมันหนาว”

 


“เหรอ”

 


“อืม”

 


แล้วก็หัวเราะออกมาด้วยกันทั้งคู่ พอยืนใกล้ๆ แบบนี้จองกุกตัวสูงกว่าแทฮยองไปเลย ร่างบางสูงเท่าคิ้วเขาเท่านั้น จองกุกในอนาคตมีกล้ามเนื้อตามตัวค่อนข้างมาก เขาคิดว่าตัวเองตอนนั้นน่าจะสลัดคราบเด็กเรียนแล้วหันไปเล่นกีฬาแทน ส่วนสายตาก็ชัดมากขึ้นจนเห็นทุกอย่างปกติ บางทีคุณนายจอนเธออาจจะพาเขาไปทำเลสิคหรืออะไรสักอย่างมา รวมๆ แล้วจองกุกก็แทบสามารถเป็นหนึ่งในผู้ชายที่เป็นสเป็คของแทฮยองได้เลย

 


“แก...เอ่อ...นายจะเป็นแบบนี้ตลอดไปเลยเหรอ...แล้วคุณน้าล่ะ..บอกท่านรึยัง” แทฮยองถามเสียงอ้อมแอ้ม ร่างเล็กแทบไม่มองหน้าจองกุกเลยสักนิด

 


“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ....มองหน้ากันหน่อยสิ”

 


“ไม่อยากมองว่ะ...”

 


“ไม่ชอบเหรอแบบนี้”

 


“ไม่รู้.....มัน.....แปลกๆ...”

 


“.........”

 


“มันแปลกที่ต้องมาเขินน้องชายตัวเอง....” พอพูดออกมาขนาดนั้นก็กลายเป็นจองกุกเสียเองที่เขินจนแทบไปไม่เป็น เมื่อก่อนนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้สึกเขินเป็นยังไง รู้แค่ว่าแทฮยองจะพาไปเที่ยวก็ดีใจแล้ว และในวันนี้จองกุกได้รู้สักที...


 

ใจเขาที่เต้นแรงไม่ใช่เพราะเหนื่อยเหมือนวันที่วิ่งหนีหมา

 



แต่ใจเขาเต้นแรง...เพราะคิมแทฮยอง

 




 

 

 

 

 

 

“กลับก่อนนะ”

 

“อะไรกัน ไหนวันนี้บอกจะไปเที่ยวกันไง”

 

“ฉันมีนัดแล้ว” แทฮยองเก็บของใส่กระเป๋าและยิ้มน้อยๆ มองโฮซอกที่ร้องโอดโอย ปกติแล้ววันนี้แทฮยองต้องออกไปเคาท์ดาวน์กับเพื่อน แต่ปีนี้คงขอบายสักปีล่ะ....


 

“นี่แกได้กับพี่จินแล้วใช่ไหม สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะยัยแท”


 

“ได้บ้าบออะไร เมื่อวานโดนพี่อารึมตบเกือบหน้าแหก”


 

“เอาจริงดิ สรุปแกไปสร้างความร้าวฉานให้ชาวบ้านเขาใช่ไหม” แทฮยองหัวเราะออกมาก่อนจะพยักหน้า เรื่องที่เขาคุยๆ อยู่กับพี่จินนั่นเป็นเรื่องจริง แล้วเมื่อวานที่เบี้ยวนัดจองกุกเพราะอีกฝ่ายมาชวนไปเที่ยวถึงบ้าน ไอ้เขาก็นึกดีใจไป ที่ไหนได้ ได้ไปเจอกับแฟนตัวจริงเขาที่มาเที่ยวกับเพื่อน จำได้ว่ามือพี่อารึมที่ฟาดลงมาหนักมากจนหน้าชา ใครจะไปรู้ล่ะว่ามีเจ้าของแล้ว แถมเจ้าของก็ยังเป็นถึงดาวเด่นประจำโรงเรียน ถ้ารู้แทฮยองก็ไม่คิดจะไปยุ่งหรอก


 

“แทฮยอง” ร่างบางหันไปตามเสียงเรียก จองกุกหยัดกายขึ้นก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ โฮซอกมองทั้งสองคนสลับกันด้วยความแปลกใจ


 

“นี่....”


 

“ก็จองกุกไง”


 

“จองกุก ?”


 

“จองกุกที่เป็นแฟนแทฮยองไงครับ” แขนแกร่งพาดลงบนบ่าแคบอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ แทฮยองหันขวับไปมองคนข้างกายด้วยความตกใจ


 

“โอโหแฮะ ในที่สุดความฝันแกก็เป็นจริงสักที.....ผมจองโฮซอกนะครับ เป็นเพื่อนสนิทของแทฮยองมัน ยินดีที่ได้รู้จักมากๆ.....ว่าแต่พี่เรียนที่ไหนครับเนี่ย” ร่างโปร่งยิ้มให้จองกุกอย่างเป็นมิตร ดูตื่นเต้นระริกระรี้แทนเพื่อนสนิทเต็มที่

 


“ก็โรงเรียนประถมที่....”

 


“อ้อ...ก็มหาลัยใกล้ๆ นี่แหละครับ”

 


“โอ๊ยพี่ ผมดีใจมากๆ เหมือนได้เห็นเพื่อนแต่งงานแล้ว น้ำตาจะไหล” โฮซอกน้ำตาคลอเหมือนอย่างที่พูดจริงๆ “แทฮยองมันบ่นมาตั้งหลายปีแล้วแต่ผมก็เห็นมันหาแฟนไม่ได้สักที ในที่สุดฟ้าก็ส่งพี่มา”

 


“ผมโคตรดีใจแทนสุขภาพหูตัวเองเลย”

 


ประโยคสุดท้ายทำเอาจองกุกหลุดขำออกมา ส่วนแทฮยองก็ยกขาขึ้นหมายจะถีบเพื่อนสุดที่รัก จองกุกโค้งหัวให้น้อยๆ

 


“ขอตัวก่อนนะ”

 


โฮซอกยืนโบกมือให้เขาทั้งสองคนอย่างร่าเริงจนกระทั่งลับสายตาไป แทฮยองจึงขืนตัวออกมาจากอ้อมแขนนั้น

 


“ทำไมพูดแบบนั้น”

 


“ไม่ชอบเหรอ”

 


“ไม่ใช่...แต่มัน....”

 


“ก็นายเคยพูดบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอว่าฝันอยากจะแนะนำแฟนให้เพื่อนรู้จัก” จองกุกยิ้มให้แทฮยอง “ก็ถือว่าใช้ร่างนี้ให้คุ้มแล้วกัน”

 


“แต่ว่า...สักวันนายก็ต้องกลับไปเหมือนเดิม..”

 


“ไม่เห็นต้องคิดถึงเรื่องอื่น ขอให้วันนี้มีแค่เราได้ไหม...อย่าเอาใคร เอาปัญหาหนักใจมาคิดให้มากมาย” มือหนาหยิบเกล็ดหิมะที่ตกลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลของแทฮยองออกให้ คนตรงหน้ามีท่าทีลังเลแต่เมื่อทันทีที่ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนหน้าผากมน แทฮยองก็แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดสิ่งอื่นใดอีกเลย

 



“อยู่ด้วยกันจนกว่าจะหมดคืนนี้เลยนะ”

 

 

 




 

 

 

 

แทฮยองในชุดลำลองยื่นมือมาจับมือจองกุกที่คอยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่กำมือกันและกันไว้แน่น เขาออกเดินทางจากบ้านไปตามสถานที่ต่างๆ แม้ไม่ได้ตื่นตาตื่นใจอะไรนักเพราะเป็นสถานที่ที่อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเขาอยู่ในร่างของตัวเองในอนาคต  แม้กระทั่งร้านทุกอย่าง 500 วอนหรือสนามเด็กเล่นที่มีแต่เด็กประถมอยู่เต็มไปหมดก็ตาม

 

แทฮยองและจองกุกทำอะไรต่างๆ ร่วมมากมายแม้กระทั่งดื่มโซจูครั้งแรก และรสชาติมันก็ขมปร่าครั้งแรกเสียจนต้องหลับตาปี๋ สุดท้ายก็ต้องเอาไปรดน้ำต้นไม้อย่างเสียดาย แก้มเนียนของแทฮยองขึ้นสีระเรื่อน้อยๆ อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหนาวหรือโซจูที่ดื่มเข้าไปกันแน่ แต่จองกุกก็เผลอหอมแก้มร่างบางอย่างที่ใจอยากทำมานานไปหลายต่อหลายรอบแล้ว

 

“งื้อ...พอแล้วว” แทฮยองยันอกจองกุกออกเมื่อร่างสูงทำท่าจะเข้ามาหอมแก้มตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหันไปหัวเราะเอิ้กอ้ากกับมาสคอตคุณลุงซานต้าที่เดินผ่าน มือเรียวจับมือจองกุกให้สัมผัสที่หัวมาสคอตตัวนั้นบ้าง ก่อนรอยยิ้มกว้างจะหุบลงเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดนิดๆ

 


“หนาวเหรอ”

 


“ไม่มีถุงมือ” จองกุกยกมือขึ้นมาเป่าลมออกจากปากใส่มัน แล้วก็ถูให้เกิดความร้อน แต่มิวายก็ยังหนาวอยู่ดี  แทฮยองนิ่งไปก่อนจะตัดสินใจถอดถุงมือออกมาข้างหนึ่งแล้วใส่มันกับมือของจองกุก ส่วนมืออีกข้างร่างบางก็กุมมันไว้แน่นและยัดมือของทั้งคู่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวเอง

 

 


สุดท้ายก็เป็นแทฮยองที่คอยดูแลจองกุกอยู่ดี...

 


 

จองกุกเคยมีความคิดอย่างนั้นเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว แต่ในวันนี้เขากลับพบว่าเราต่างดูแลกันและกันต่างหาก ไม่มีใครเข้มแข็งมากพอจะดูแลปกป้องใครสักคนได้ตลอดไป มือกว้างขยับผ้าพันคอแทฮยองให้เข้าที่เมื่อเห็นว่ามันเริ่มหลุดออก

 


แทฮยองเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ชี้ไม้ชี้มือไปนู่นนั่น แต่จองกุกเห็นริมฝีปากบางยิ้มกว้างเสียจนเป็นรูปหัวใจ ท่าทางแบบนั้นจองกุกมองว่ามันก็น่ารักดี เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองยิ้มตอนไหนกับความน่าเอ็นดูพวกนั้น จนกระทั่งแทฮยองหันมาหาแล้วยิ้มให้อีกครั้ง แสงไฟสีส้มเวลาตกกระทบใบหน้าร่างบางแล้วมันสวยเสียจนจองกุกแอบมองอยู่ไม่ยอมละสายตา

 


ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆ เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ข้างนอกยังครึกครื้นกันอยู่ไม่น้อย ทั้งคู่เดินไปท่ามกลางผู้คนมากมายที่มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า จองกุกไม่เคยออกมาข้างนอกในวันคริสต์มาสเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกและมันก็ทำให้เขาประทับใจมากจนแทบหุบยิ้มลงไม่ได้ คริสต์มาสช่างเป็นเทศกาลแห่งความสุข เป็นเทศกาลที่ผู้คนลืมเรื่องราวทุกข์ใจทุกอย่างเพื่อมาสนุกกับมัน และแทฮยองเองก็ดูเป็นธรรมชาติมาก จองกุกคิดว่าอีกคนเข้ากับวันคริสต์มาสจริงๆ แทฮยองดูสดใสยิ่งกว่าพวกหลอดไฟที่ห้อยอยู่ตามทางซะอีก น่าอิจฉาโฮซอกที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ของคนๆ นี้ในวันพิเศษของทุกปี

 

 

“รอเดี๋ยวนะ”

 


ทั้งคู่เดินมาจนถึงใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ใจกลางย่านนั้น จองกุกดันแทฮยองให้นั่งบนม้านั่ง ก่อนจะวิ่งย้อนตามทางที่เดินจากมา ร้านของขวัญมากมายละลานตา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะซื้ออะไรให้แทฮยอง ขาทั้งสองข้างเดินมาเรื่อยๆ จนหยุดที่ร้านหนึ่ง มันเป็นร้านขายเครื่องประดับ แสงสะท้อนจากสีเงินพวกนั้นมันทำให้จองกุกนึกถึงความสดใสของคนที่รออยู่ เขายืนมองอยู่นานจนตัดสินใจที่จะหยิบสร้อยเส้นเล็กๆ เส้นหนึ่งขึ้นมา ส่วนจี้นั้นเป็นแผ่นสีเงินขนาดเล็กและตรงกลางสลักคำว่า Our First Christmas

 

นี่เป็นการฉลองคริสต์มาสระหว่างจองกุกและแทฮยองอย่างจริงจังครั้งแรก และเขาก็อยากให้แทฮยองประทับใจกับมันมากๆ เหมือนที่จองกุกเป็นอยู่ มือหนาส่งสร้อยเส้นนั้นให้คนขายเพื่อนำมันใส่มันลงไปในกล่องของขวัญเล็กๆ สีแดงผูกด้วยโบว์เส้นโตสีทอง  เขาล้วงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกง  สร้อยเส้นนี้ราคาอาจไม่แพงมากและเงินที่จ่ายนั้นจองกุกก็แคะออกมาจากกระปุกออมสินของตัวเอง แต่มันก็ล้ำค่าทางจิตใจมากสำหรับเขา

 

ร่างสูงเดินกลับมาหาแทฮยองที่นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ ดวงตาทอประกายอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นร่างบางแกว่งขาไปมา เงยหน้ามองต้นไม้แล้วก็อมยิ้มหน้าโง่ๆ เหมือนที่ชอบทำ จองกุกนั่งลงข้างแทฮยองแล้วยื่นกล่องของขวัญในมือไปให้

 



Merry Christmas

 



“พี่ขอโทษนะที่ไม่มีอะไรให้นาย.....” แทฮยองทำหน้ารู้สึกผิด แต่จองกุกไม่ได้ถือสาอะไร ที่ผ่านมาแทฮยองก็เป็นฝ่ายให้จองกุกมาตลอด มันถึงตาเขาบ้างแล้ว  มือเรียวรับกล่องของขวัญมาเปิดก่อนจะอุทานว้าวเบาๆ แก้มแทฮยองขึ้นสีแดงระเรื่ออีกแล้ว มันน่ามองกว่าดาวดวงไหนบนท้องฟ้าเลยนะจองกุกว่า

 


“เดี๋ยวฉันใส่ให้”

 


จองกุกหยิบสร้อยในกล่องออกมาขณะที่แทฮยองขยับตัวนั่งหันหลังให้  มือหนาบรรจงสวมสร้อยให้ร่างบางอย่างทะนุถนอม แทฮยองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโลหะเย็นๆ สัมผัสเข้าที่ต้นคอ  จองกุกไม่เคยรู้เลยว่าแทฮยองมีคอที่สวยมากและผิวสีน้ำผึ้งนั้นเนียนละเอียดแค่ไหน ริมฝีปากร้อนกดจูบลงที่ท้ายทอยร่างบางหลังจากใส่สร้อยให้เสร็จแล้ว  จองกุกชอบเวลาเข้าใกล้แทฮยองที่สุด เพราะว่ารอบๆ ตัวอีกฝ่ายนั้นห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นช็อคโกแลตหวานๆ ที่แทฮยองชอบกินแม้กลิ่นลมหนาวจะโชยมาแทรก

 

จองกุกดันตัวร่างบางให้หันกลับมา สบนัยน์ตาคู่สวย ดวงตาแทฮยองหวานเชื่อมมาก คงเพราะรอยยิ้มกว้างๆ นั้นด้วย  ภาพนี้คงไม่ได้เห็นบ่อยนักในเมื่อจองกุกมักว่ารอยยิ้มของแทฮยองนั้นช่างโง่เง่าเหมือนหมาตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง  

 

เขายกมือที่เคยจับไหล่ลาดขึ้นมาประคองใบหน้าเล็กๆ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยที่ริมฝีปากบาง ดวงตาคมหลุบลงมองสิ่งที่ตัวเองลูบอย่างเผลอไผล  อะไรหลายๆ อย่างในใจประท้วงขึ้นมาว่าเขากำลังทำผิด  แต่มันช่วยไม่ได้ในเมื่อสิ่งนั้นจองกุกเองก็เฝ้าปรารถนามาโดยตลอดและบรรยากาศก็เป็นใจเสียเหลือเกิน....

 

เขาค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าไปหาแทฮยองเรื่อยๆ ขณะที่ร่างบางหลับตาพริ้มลงด้วยความเต็มใจ และทันทีที่ริมฝีปากทั้งคู่เชื่อมต่อกันจองกุกก็รู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวหยุดหมุนไปทันที ความหวานแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึก เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนจะถูกแทฮยองกลืนกินตัวตนของเขาเข้าไป ริมฝีปากนั้นมันหวานและอุ่นมาก ลิ้นเรียวเกี่ยวพันกันไม่หยุดหย่อนเหมือนกับเชือกที่คอยดึงรั้งกันเอาไว้ จองกุกถอนจูบออกมา ริมฝีปากหยักคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง ลมหายใจอุ่นๆ พ่นออกมาไม่เป็นจังหวะด้วยความตื่นเต้น

 

แทฮยองน่ารักมาก...จองกุกเกลี่ยแก้มนิ่มเบาๆ แทฮยองในตอนนี้น่ารักเสียจนจองกุกอยากจะรักแรงๆ เหลือเกิน  ร่างสูงกดจูบลงไปอีกครั้งด้วยความต้องการ จองกุกต้องการแทฮยอง ไม่ว่าจูบกี่ครั้งก็ไม่เคยพอ ยิ่งจูบเขายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองไม่สามารถละออกจากริมฝีปากนี้ไปไหนได้เลย มือแทฮยองสั่นระริกและก็กำมันกับเสื้อจองกุกจนยับยู่ยี่

 

จองกุกยอมละสัมผัสออกเพราะรู้สึกได้ถึงเสียงหอบหายใจที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ  แทฮยองกระซิบเสียงแผ่วเบาและไม่แม้แต่จะมองหน้าจองกุกด้วยซ้ำ

 


“ไปที่บ้านได้ไหม...”

 

 

 

 

 



ทันทีที่ประตูห้องนอนแทฮยองปิดลง บทรักก็ดำเนินขึ้นไปอย่างสะเปะสะปะเพราะมันเต็มไปด้วยความต้องการของทั้งคู่ที่เพิ่มขึ้นสูงทุกขณะ  ขาเรียวของแทฮยองเกี่ยวเอวสอบของจองกุกแน่นขณะที่หลังเขาก็ครูดกับประตูแขนเล็กโอบกอดรอบคอแกร่งขณะที่ใบหน้าคมคายซุกไซร้ซอกคอหอมและพยายามจะถอดเสื้อผ้าแสนเกะกะนั้นออก จังหวะนั้นหัวแทฮยองก็โขกเข้ากับตู้หนังสือข้างๆ เสียดังลั่น  ทั้งคู่หัวเราะออกมาก่อนที่จองกุกจะโผเข้ามาจูบร่างบางอีกครั้ง

 

แทบจะไม่มีส่วนไหนเลยของแทฮยองที่จองกุกไม่ได้ลากริมฝีปากผ่านในคืนนั้น มือหยาบฟ้อนเฟ้นไปทั่วอยากที่ใจนึกอยากทำมานาน ยิ่งได้ยินเสียงหอบครางอย่างพอใจเขายิ่งอยากจะปรนเปรอคนใต้ร่างให้สำลักความสุขตายเสียตรงนั้น

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ร่างกายผอมบางของแทฮยองในวันวานเติบโตขึ้นมากขนาดนี้  ในสายตาจองกุกเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาแทฮยองยังเป็นพี่ชายข้างบ้านแสนเบ๊อะอยู่เลย  และในสายตาแทฮยองเองก็คงไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มานอนบิดเร้าให้น้องชายคนสนิทได้เชยชมแบบนี้เหมือนกัน ร่างทั้งสองสอดประสานกันครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปไหม ไม่รู้ว่าจองกุกจะกลับไปเป็นเพียงเด็กประถมเหมือนเดิมหรือเปล่า

 

 

แต่สิ่งที่พวกเขาคิดว่าไม่มีทางเปลี่ยนไปนั่นคือหัวใจทั้งสองที่ได้เกี่ยวพันเป็นดวงเดียวกันจนยากที่จะถอนตัวเสียแล้ว....

 

 

 

 

 

 



“จองกุก!

 

 

แทฮยองสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาในยามเช้าตรู่ แม้วันนี้จะเป็นวันเสาร์ แต่ด้วยความเคยชินเขาก็มักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาแบบนี้เสมอ ปกติแล้วแทฮยองคงล้มตัวลงไปนอนต่อ แต่เพราะแขนที่กวาดออกไปข้างๆ ไม่เจอร่างของจองกุก เขาก็หยัดกายลุกขึ้นยืนทันที

 

ร่างบางหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่พื้นขึ้นมาสวมลวกๆ ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่าง มันลำบากนิดหน่อยเพราะเมื่อคืนเป็นครั้งแรกของแทฮยอง ความอึดอัดตัวทำให้เขาอยากจะทิ้งตัวนอนอีกสักรอบจริงๆ แต่เพราะความกังวลใจนั้นมีมากกว่าแทฮยองจึงยอมฝืนสังขารพาตัวเองเดิน เมื่อเห็นแม่อยู่ข้างล่างพอดีเขาจึงเอ่ยปากถามอย่างร้อนรน




“แม่ เห็นจองกุกไหม”

 


“เมื่อเช้าก็เพิ่งเดินกลับบ้านไปเอง  มีอะไรรึเปล่าหน้าซีดนะตาหนู” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ นั่นยิ่งทำให้แทฮยองแน่ใจว่าแม่ต้องเห็นจองกุกในร่างเดิมแล้วแน่ๆ ลำพังตัวเขานั้นไม่เท่าไหร่หรอก แต่เจ้าเด็กนั่นน่ะสิ....

 


“หนูไม่เป็นไรจ้ะ แค่เวียนหัวนิดหน่อย เออ...เดี๋ยวหนูไปหาจองกุกก่อนนะ น้องมันลืมสมุดการบ้าน” เดินลงมาตัวเปล่าเนี่ยนะคงจะน่าเชื่อถืออยู่หรอก แทฮยองรีบเปลี่ยนสลิปเปอร์เป็นรองเท้าแตะก่อนจะเดินตรงไปยังบ้านข้างๆ นิ้วเรียวกดออดเรียก สักพักก็มีคุณน้าเดินมาเปิด

 


“จองกุกอยู่ไหมครับคุณน้า”

 


“เอ...ก็อยู่บนห้องนั่นแหละ น้าแปลกใจอยู่ว่าทำไมวันเสาร์แท้ๆแต่จองกุกมันตื่นเร็วจัง”

 


“งั้นขอผมไปหาน้องหน่อยนะครับ” แทฮยองไม่รอฟังอะไรมากมาย รีบแทรกตัวเข้าไปข้างในสาวเท้าฉับๆ ขึ้นไปเคาะประตูห้องนอนจองกุก

 




ก๊อกๆ



 


“จองกุก นี่พี่เอง”



 

ก๊อกๆ



 

“จองกุก เปิดประตูหน่อยซี่...”



 

“นี่ถ้าไม่เปิดไม่ต้องมาคุยกันอีกเลยนะ” ครั้งนี้แทฮยองเริ่มโมโหแล้วนะ เขาท้าวสะเอวยืนมองรูปจองกุกตอนสามขวบที่ถ่ายติดประตูอย่างไม่พอใจ นิ้วดีดหัวน้องชายในรูปอย่างแรงราวกับว่านั่นเป็นตัวจองกุกจริงๆ  และก็เป็นตัวเองนั่นแหละที่เจ็บนิ้ว แทฮยองซื่อบื้ออีกแล้ว

 

 



แอ๊ด....



 

 

พอได้ยินคำขู่แบบนั้นก็คงยอมเปิดประตูให้แม้สีหน้าจะไม่พอใจ จอนจองกุกเด็กแก่แดดกลับมาอีกแล้ว แทฮยองก้มหน้ามองน้องชายตัวดี จองกุกคน cool เมื่อวานแทบไม่เหลือเค้าเดิมเมื่อจองกุกกลับมาสวมแว่นเลนส์หนา คงอยากปิดตาแดงๆ ของตัวเองไม่อยากให้เขาเห็น นึกแล้วก็ตลกดีเหมือนกันที่เมื่อวานนี้เวลายืนคุยแทฮยองยังได้เงยหน้ามองอีกฝ่ายนิดๆ อยู่เลย

 


“ตาแดงอีกแล้วนะ”

 


“มีอะไร”

 


“มาดูใจ”

 


“ใครตาย”

 


“ปากเสีย  แกนั่นแหละจะตายถ้าไม่ยอมคุยดีๆกับพี่” จองกุกยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตาตัวเองปื้ดๆ ถอยลงไปให้แทฮยองเดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูลง

 


“ร้องไห้ทำไมวะ”

 


“ก็เสียใจ”

 


“เรื่อง ?”

 


“ก็กลับมาเป็นเด็กอีกแล้ว...”

 


“คนที่ควรเสียใจไม่ควรเป็นพี่รึไงมากกว่ารึไง มีอย่างที่ไหนตื่นมาแล้วไม่เจอแก นึกว่าจะโดนฟันแล้วทิ้งซะอีก”

 


“นายนั่นแหละจะทิ้งฉัน เดี๋ยวพรุ่งนี้นายก็กลับไปเพ้อถึงผู้ชายคนอื่นอีก แล้วฉันก็จะเป็นแค่น้องชายเหมือนเดิม” ว่าแล้วน้ำตาก็หยดแหมะอีกรอบ จองกุกมุดตัวเองเข้าไปในผ้าห่มก่อนจะพันตัวเองเป็นก้อนๆ หนีสายตาของพี่ชายคนสนิทที่มองมา แทฮยองทอดสายตามองดักแด้บนเตียงอย่างอ่อนใจ  ร่างบางนั่งลงขอบเตียงก่อนจะวางมือลงบนผ้าห่ม

 


“คิดไปเองอีกแล้ว  จองกุกคนเก่งหายไปไหน ทำไมทีเรื่องนี้ถึงได้โง่นักนะ”

 


“แล้วมันถูกไหมล่ะ” เด็กชายตอบกลับมาน้ำเสียงอู้อี้

 


“แกจะเกิดมาเป็นเด็กแล้วตายเลยรึไง  ไม่เห็นจำเป็นต้องแก่กว่าสักหน่อย....แค่โตพอที่จะปกป้องพี่ได้ แค่นี้ไม่ใช่เหรอจองกุก”

 


“จะไม่ทิ้งใช่ไหม...”

 


“เออๆ ไม่ทิ้ง พูดยังกะตัวเองเป็นคนโดนฟัน” แทฮยองส่ายหัวมองจองกุกที่เริ่มโผล่หน้าตัวเองออกมาจากผ้าห่ม “ไหนออกมาคุยกันดีๆซิ”

 


จองกุกแกะผ้าห่มออกจากตัวเองก่อนจะนั่งหลังเหยียดตรงแต่ไม่ยอมสบตากับแทฮยอง มือเรียวทั้งสองข้างเอื้อมไปประกบหน้าเล็กๆ ของคนเป็นน้องให้หันมามอง

 


“เป็นเด็กแล้วมันทำไม” แทฮยองโน้มตัวลงไปประทับจูบลงบนริมฝีปากบาง นัยน์ตาคู่สวยมองจองกุกอย่างจริงจัง

 


“ถ้าทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมแล้วมันจะทำไม” แล้วก็จูบอีกครั้งย้ำความมั่นใจให้เจ้าเด็กขี้น้อยใจ

 


“ในเมื่อความรู้สึกของเราสองคนมันไม่ได้เปลี่ยนไปสักหน่อย...จริงไหม” หน้าผากทั้งสองชนกัน จองกุกมองลึกลงไปในแววตาหวานราวกับจะหาความจริง และเขาก็พบว่าในดวงตาของแทฮยองนั้นยังคงมีเพียงจอนจองกุกไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

 


เด็กชายปาดน้ำตาตัวเองครั้งสุดท้ายก่อนจะสวมกอดแทฮยองแน่น จองกุกสัญญากับตัวเองนับตั้งแต่วันนั้นว่าโตขึ้นเขาจะต้องดูแลแทฮยองให้ได้ จะเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดจนแทฮยองไม่กล้าชายตามองผู้ชายคนไหนอีกเลย  คอยดู!

 

 

 

 

 

 

 

 

ในวันนั้นแทฮยองพาจองกุกไปซื้อจักรยานคันใหม่เป็นของขวัญวันคริสต์มาสย้อนหลัง พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นของตกแต่งมากมาย เหมือนว่าบ้านจะถูกทำให้เป็นเมืองคริสต์มาสจำลองยังไงยังงั้น กล่องของขวัญเล็กๆ  โยงระย้าเป็นสายอ้อมตามผนัง และที่สำคัญ....จองกุกเห็นถุงเท้าห้อยอยู่ที่หน้าเตาผิงด้วย

 

 

“นี่มันอะไร”

 

 

แทฮยองถามอย่างอึ้งๆ พอๆ กับจองกุกที่ยืนตะลึงตาค้างอยู่  คุณน้ายกหม้อซุปร้อนๆ ผ่านเขาไปตั้งไว้ที่โต๊ะนอกบ้าน ส่วนคุณนายจอนเธอก็กำลังเช็คเครื่องเสียงอยู่ เหมือนคืนนี้จะมีปาร์ตี้เอ้าท์ดอร์ส่งท้ายคริสต์มาสกัน ส่วนพ่อก็คอยตั้งเตาอยู่ด้านนอก และคุณอาก็กำลังตกแต่งเพิ่มเติม ทั้งที่จองกุกก็เห็นว่าบ้านแทฮยองตอนนี้มันรกจนแทบไม่มีทางเดินอยู่แล้ว

 

“มาก็ดีแล้ว ยังเหลืองานอีกเยอะเลยให้ทำ” คุณอาหันมายิ้มให้พร้อมชี้ไปยังต้นคริสต์มาสจำลองที่ยังประกอบไม่เสร็จ  ทั้งคู่มองกันตาปริบๆ อย่างงุนงงก่อนจะเดินไปช่วยกันประกอบต้นคริสต์มาสขึ้นมา

 

 

คืนนั้นทั้งสองบ้านจัดปาร์ตี้กันจนดึกดื่น เอาจริงๆ คุณนายจอนเธอก็จัดเนื่องในโอกาสอยากจะกินเองนั่นแหละ ทุกคนใช้เวลาร่วมกันจนกระทั่งคุณอากับคุณนายจอนเมามาก ผู้ใหญ่ทั้งสองที่เหลือจึงตัดสินใจเก็บของและทำการปิดงาน  โดยอาสาพาคนรักของตัวเองไปนอนและปล่อยให้เด็กทั้งสองเก็บข้าวของที่เหลือ

 

“ถุงเท้านั่นคิดจะห้อยมันไปถึงวันไหน.....เลยคริสต์มาสมาแล้วนะ” จองกุกชายตามองถุงเท้าที่ห้อยอยู่หน้าเตาผิงก่อนจะมองแทฮยองอย่างต้องการคำตอบ เอาจริงๆ ก็ไม่พอใจหรอก เพราะจำได้ว่าตอนที่แทฮยองห้อยนั้น อีกคนขอพรให้พี่จินหันมามองตัวเองบ้าง


 

“เสร็จคืนนี้เดี๋ยวก็เอาออกแล้ว”


 

ห้อยห้าวันในช่วงคริสต์มาส...เผื่อคุณลุงซานต้าลืมให้ ตรรกะโง่ๆ ของแทฮยองที่จองกุกจำได้ดี


 

“นายขออะไร”


 

“ชู่ว์....” แทฮยองยกนิ้วชี้จ่อปากตัวเอง “ถ้าบอกว่าขออะไรคำขอก็ไม่เป็นจริงน่ะสิ” ร่างบางทำหน้าดุ ก่อนจะลงมือเก็บข้าวของต่อ จองกุกทำหน้าเหมือนเข้าใจและไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่จังหวะที่คนเป็นพี่เอาของไปเก็บเขาก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังถุงเท้าสีฟ้าอ่อนคู่นั้นก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ข้างในออกมาเปิดดู

 

 

เป็นครั้งแรกที่จองกุกรู้สึกว่าตัวเองยิ้มออกมาทั้งปากและตาพร้อมๆ กัน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายในยามเดือนธันวาคม



 

 

ขอให้จองกุกเติบโตอย่างงดงาม  เรียนหนังสือเก่งๆ เป็นที่รักของทุกคน มีสุขภาพแข็งแรง เป็นเด็กดีของพ่อแม่แล้วก็แทฮยองตลอดไป



 

Merry Christmas .

(มีความสุขมากๆในวันท้ายปี ขอให้ปีใหม่นี้มีแต่ความสมหวัง อย่าย่อท้อต่ออุปสรรค ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ)
รักทุกคนค่ะ 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #780 Vnuszityty (@Vnuszityty) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 23:24
    ฮื่อออ น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #780
    0
  2. #778 Meenlovejungkook (@wathinee1997) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 01:18
    บรรยายดีมากๆ พล็อตก็ดีมากด้วยค่ะ
    #778
    0
  3. #772 Phakchira1 (@Phakchira1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 18:55
    บรรยายเห็นภาพเลยอะ ภาษาก็สวยมากๆ จองกุกก็คือน่ารักมากกๆ พอกลับมาเป็นเด็กงอแงสุด55555
    #772
    0
  4. #734 sawatdinak1234 (@sawatdinak1234) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:46
    ชอบคะ บรรยายออกมาได้ดีมาก รู้สึกได้กลิ่นไอเย็นหิมะขึ้นมาจริงๆ ชอบคาเเรกเตอร์มาก ถึงจะพึ่งมาอ่านก็เถอะ555
    #734
    0
  5. #729 FRVN (@FRVN) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 17:47
    สนุกมากค่ะฮืออออ พึ่งมาเจอเซ็ตนี้สุ่มอ่านตอนนี้ตอนแรกเลยค่ะ น่ารักมากแง เดี๋ยวจะตามอ่านอันอื่นของไรคนอื่นๆอีกค่ะ ฮือ

    ชอบคาแรกเตอร์​กุกมาก5555 คือเป็นเด็กฉลาดเกินวัยอ่ะ แล้วพอได้ร่างโตก็ใช้ซะคุ้มเลยนะนาย55555 ชอบอ่ะ ชอบความที่ไม่เชื่อเรื่องซานต้าแต่ก็ลองขอพรดูขำๆแต่เ-ือกได้จริงๆ5555 เอ็นดู555 ส่วนยัยแทก็แบบขี้เพ้อถึงผุชายทุกคนในซอย ตลก555 น้องมันหาว่าเป็นเจ้าซื่อบื้ออยู่บ่อยๆ แต่สุดท้ายก็มาตกหลุม-น้องชายคนนั้นซะเองอ่ะนะ 555

    สงสารมากตอนที่กุกร้องไห้เพราะยัยแททิ้งแล้วไปกับพี่จินอ่ะ แบบ โห ค่ดอีโมชันนอลเลยอ่ะ จิตใจของเด็ก10ขวบที่ถูกพี่ชายที่ตัวเองสนิทบอกว่าจะพาไปเที่ยวแต่มาพบว่าพี่ไปกับคนอื่นอ่ะ แม่มค่ดเส้าเลยอ่ะ สงสารน้อน อยากกอดโอ๋เลย ฮือ เจ้าเด่กดีของพิ

    ฟิคดีมากๆอ่ะ ได้กลิ่นอายคริสมาสต์​สุด ฟีลกู้ดมากเลย ชอบค่ะๆๆ
    #729
    0
  6. #725 Real.B シ (@JHOPE__) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 00:52
    โดนเด็ก10ขวบฟัน จะแจ้งความได้ไหมม5555555แซ็วแพรบบบ
    #725
    0
  7. #676 Noeyoey (@Noeyoey) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 18:16
    แททททจะเป็นอมตะะะะะะ
    #676
    0
  8. #659 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 11:45
    อ้ากกก ฟันเด็ก10ขวบ5555555
    #659
    0
  9. #626 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 08:14
    น่ารักกกกกก เอ็นดูทั้งกุกทั้งแทเลย
    #626
    0
  10. #464 Paperheart96 (@Paperheart96) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 23:31
    งื้อ ชอบความละมุนของพี่แทน้องกุก เวอร์เด็กจังเลยค่ะ ฮื้ออออ ดีมากๆ อยากให้มีต่อ ตอนจองกุกโตแล้วจริงๆ น่ารักกก
    #464
    0
  11. #449 Love All Kpop (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 02:08
    งื้ออออ เขินจองกุกเวอร์ชั่นโตมากๆเลยอ่ะ แต่เป็นเด็กกุกก็น่ารัก จะแบบไหนก็โอเค แต่แบบ.. ขอภาคต่อได้มั้ยคะ? กร๊ากๆๆๆ (ล้อเล่นค่ะๆ แต่ถ้าจะเอาจริงๆไม่ว่ากัน โฮะๆๆๆ) ชอบอ่ะ ดูละมุนละไมมากๆเลย อ่านไปยิ้มไปจนปวดกรามแล้วง่ะ >< เป็นเด็กที่มีความพยายามจะดูแล ปกป้องพี่จริงๆ ขอให้โตไวๆนะจ๊ะคุณเธออ แหม อยากปกป้องพี่เขาเหลือเกิน แต่กลับเดินหนีกลับบ้านตอนเช้าวันใหม่เพราะคิดว่าแทจะทิ้งไปเพ้อเจ้อถึงผช.คนอื่นอีก ตายๆ ว่าพี่เขาโง่ กุกไม่ต่างเลยจ้ะ เขาโดนฟันแล้วใครจะทิ้งคะ เรื่องสเป็คไม่สำคัญ สำคัญที่ใจมากกว่า รักคือรักเนอะ สุดท้ายก็จบอย่างสวยงามเรียกรอยยิ้มเค้าได้อย่างดีเลย งื้อออ แต่ว้อนภาคต่อมาก กร๊ากๆๆๆ อย่าสนใจค่ะ เค้าเข้าใจไรท์ เพราะแต่งดีเกินเลยต้องมาหนักใจ ฮี่ๆ แต่เขินมากจริงๆอ่ะ เป็นความรักที่น่ารักจนได้ความรักจากเค้าไปเลยอ่ะ (รู้สึกหลายรัก?) ยังไงก็ยังบอกได้เช่นเดิมว่าชอบโปรเจคนี้มากๆค่ะ เป็นโปรเจคที่ดีมาก และเค้าสัญญาว่าจะรีบอ่านให้ถึงตอนล่าสุดไวๆนะคะ วันนี้ตอนนี้คงเป็นตอนสุดท้ายก่อนนอน งื้อออ ฝันดีแน่ๆ (ไม่อยากย้อนไปนึกเรื่องห้องสมุด กร๊ากๆๆๆๆ) ไม่เอาค่ะไม่เอาาา ><
    #449
    0
  12. #428 wyjh3025 (@wyjh3025) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 18:19
    ฮืออออออออมันดีงามากกกกก ละมุนละไมเขินมากกกกก ฮืออ อยากให้เด็กกุกโตเร็วๆ จังเลย 5555555 ขอภาคต่อเด็กกุกตอนโตค่ะ แงงงง โตแค่วันเดียวก็แซ่บละอ่ะ แอร๊ยยยย อ่านไปยิ้มไปตัวบิดไปทั้งเรื่องเลย เขินนนนน
    #428
    0
  13. #407 baekv (@baekhyuntaehyung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 00:19
    อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลยน่ารัก^^
    #407
    0
  14. #386 hyukqwsx_ (@figther) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:07
    โอ้ยยยย มันดีมากๆเลยค่ะ ชอบเนื้อเรื่องมาก ภาษาก็ดี อ่านแล้วยิ้มทั้งเรื่องเลย น่ารักมาก ไม่รู้จะพิมพ์ยังไงแต่ชอบมากๆเลยค่ะ ;-; ขอบคุณมากๆนะคะ<3
    #386
    0
  15. #329 newnew_ (@Eve_donoven) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:10
    ฟินอะโอ๊ยยยยพึ่งมาอ่านนนน คือดีงามมาก
    #329
    0
  16. #325 swagswrong (@jukialol) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 00:06
    ฮือออ วีคนแมนแสนดีแต่บื้อ555555555
    กุกกี้ตัวแสบ ฉลาดเกินเด็กจริงๆนะเรา ชอบพล็อตเรื่องมากค่ะน่ารักกกกก 
    #325
    0
  17. #324 swagswrong (@jukialol) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 22:39
    ฮือออ วีคนแมนแสนดีแต่บื้อ555555555
    กุกกี้ตัวแสบ ฉลาดเกินเด็กจริงๆนะเรา ชอบพล็อตเรื่องมากค่ะน่ารักกกกก 
    #324
    0
  18. #314 ckbear! (@aomsinnykung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 19:37
    ชอบความแก่แดดของจองกุกมากกกกกก ณ จุดๆนี้ ทำไมแทฮยองโง่อะ ไม่เข้าใจ5555555555555555 เขินนะตอนที่จองกุกจีบและ...แทฮยองในร่างยี่สิบ แต่พอตอนแทฮยองมาหาที่บ้านนี่แบบ ขำ555555555555555 จองกุกคนcoolหายไปแล้วค่ะ เหลือแต่อิเด็กประถมสิบขวบ5555555555555 ขำอ้ะ น่าร้ากกกก แทฮยองเพิ่งหายโง่ก็วันนี้สินะ ขัม5555555555555 น่าร้ากกกก ชอบมากค่าาาาา ชอบมากเยยยยไม่เคยเจออ้ะ ชอบมว้ากกกก ปล. จองกุกแก่แดดมากจริมๆ... -.,-
    #314
    0
  19. #291 m_mark2 (@M_MARK) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 20:51
    ขอบ้างได้มั๊ยถึงจะไม่ได้ห้อยถุงเท้าแล้วเลยมาหลายวันแล้วก้เถอะ ขอให้แทแทกับยุยกิกายเร็ว กลับมาร่าเริงเป็นมนุษย์4Dเหมือนเดิมเร็วๆนะแทแทอ่า
    #291
    0
  20. #290 Macchiato Girl (@chaninya28) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 17:59
    ไม่รู้จะเม้นท์อะไร ยิ้มทั้งเรื่อง แล้วพอตอนจบที่กุกอ่านข้อความ นี่ก็ยิ้มกว้างตามเข้าไปอีก โอยยยยย 
    ชอบบบบบบๆ 
    #290
    0
  21. #287 _MACHIMOKOI。 (@machimokoi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 14:56
    นี่คือผลงานหลังจากที่โล๊ะทิ้งแล้วแต่งใช่ไหม 55555555555 ดีมาก โครตดี แต่ เคยเห็นหมายิ้มด้วยเหรอ "รอยยิ้มโง่เง่าเหมือนหมาน้อยๆตัวหนึ่ง" 5555555555 หยอกกกกก แต่ฟินมาก คิดไว้แล้วว่าอ่านแล้วต้องไม่ผิดหวัง
    #287
    0
  22. #284 Raito Yamakiji (@littlecat2542) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 11:29
    เดี๋ยวค่าาาา เดี๋ยวววว จองกุกสิบขวบบบบบ แล้วฟันแล้วทิ้งอะไรรร กรี๊ดๆๆๆๆๆ
    ถึงจะใช้ร่างยี่สิบก็เถอะ มันก็ค่อนข้างที่จะอ๊ากกกกก นังเด็กแก่แดดดด แก่แดดที่ซู้ดดดดด
    ฮื้อๆๆๆ ปังมากค่ะเรื่องนี้ อุก้ะๆๆๆๆ ปรบมือให้ดังๆ งั่กๆๆๆ สะใจแทนอิหนูจองกุกมาก คงจะหล่อระเบิดตู้มตามจนแทฮยองลืมน้องชายข้างบ้านไปเลยสินะคะ อั้กๆๆๆอิแม่ไม่ไหวแล้ว555555555555555555555555555555555
    #284
    0
  23. #283 SeulKi (@seulki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 11:21
    จองกุกน่ารัก!!! ตอนเป็นเด็กน่าเอ็นดูมากๆเลย งื้อออ อารมณ์เด็กน้อยแอบชอบพี่ชาย เด็กแก่แดด!!! 5555555 แต่พอโตมา...เฮื้ออออ สมกับเป็นเด็กแก่แดด ไวไฟมากหนู โตแล้วก็จัดพี่แทฮยองเลย ขำหัวชนชั้นหนังสือ! แล้วยิ่งฮาตอนกลับบ้านไปร้องไห้ มันน่ารักกกกกกกก หนูเอาครั้งแรกของพี่เค้าไปแล้ว ยังไงแทแทก็ต้องรอไม่ยอมโดนฟันแล้วทิ้งหรอก 5555555555
    #283
    0
  24. #281 - chokimanook。 (@cloudevil) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 09:04
    ง้อยยยยยยยย น่ารักมากกกกกก
    ยัยเด็กแก่แดดกับพี่ชายจอมซื่อบื้อ
    สมหวังแล้วนะเด็กน้อยย ถถถถถ
    ร่างโตนี่แซ่บมากแต่พอกลับมาร่างเด็กก็น่าเอ็นดู มีอย่างที่ไหนไปทำเขาแล้วตัวเองกลับมานอนร้องไห้ งอแงงง อย่างที่แทฮยองบอกว่าอย่างกับเป็นฝ่ายโดนเอง เอ็นดูมากกกกกกก 555555555555555555555555555
    จากนี้ระหว่างรอโตก็ดูแลกันและกันเนาะะ ;///;
    #281
    0
  25. #280 aamynpmn (@aamynpmn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 08:25
    ตลกปนเขินไปอีกค่ะเรื่องนี้ โอ้ย นั่ลลั้คคคคคคคคค ;-;)
    ชอบตอนเถียงกันมาก เด็กแก่แดดกับพี่โง่ 5555555
    จองกุกตอนโตนี่ดี้ดีค่ะ อยากได้ 😂😂😂
    ตอนหัวชนชั้นหนังสือก็ตลก โก๊ะเสมอต้นเสมอปลาย555555
    รวมๆได้ว่าน่ารักมากค่ะ พฮือ

    #280
    0