(BTS) KOOKV : F E S T I V A L ♡

ตอนที่ 11 : A CHRISTMAS KISS : TaCh!Ke!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    26 ธ.ค. 58


 

 

 

 


A CHRISTMAS KISS 

WRITER: TaCh!Ke!

RATE: NC

TALK : สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้วกับคนหน้าเดิม(เราเอง) มาทุกโปรเจค ไม่รู้เบื่อกันไปหรือยัง T.T

วันนี้มากับโปรเจคคริสต์มาส ที่เนื้อเรื่องค่อนข้างแหว่ง(?) ยูโนว์ แหว่ง..? เพราะรีบปั่นเหลือเกิน ฮือออ

ลองไปอ่านกันดูและเม้นๆให้กำลังใจคนแต่งทุกคนด้วยนะค่ะ/ฉีกยิ้มแรง

#ไรท์กุกวีสะท้านฟ้า /แปะแท็กตัวใหญ่ๆ ^^..+

 

 

 

 

 

 





 

 

 

มีคนเคยบอกว่าวันคริสต์มาสเป็นวันแห่งความสุข...

 

เทศกาลรื่นเริงที่มีเสียงหัวเราะและแสงไฟหลากสีสันพากันติดประดับประดากันอยู่บนต้นสนขนาดใหญ่และเล็กปะปนกันไปตามท้องถนนหรือภายในบ้านเรือน

 

แต่ทว่า...เทศกาลดังกล่าวกลายเป็นวันที่เจ็บปวดสำหรับเขา

 

คิม แทฮยองเกลียดวันคริสต์มาส

 

เราคงไปด้วยกันไม่ได้

 

วันเฮงซวยที่ทำให้ความรักของเขาพังทลาย

 

เรา..คงแตกต่างกันมากเกินไป

 

ความรักที่บ่มเพาะมาไม่ได้ช่วยทำให้เรารักกันมากขึ้น

 

พี่คงไม่ได้รักผมมากขนาดนั้น....เรา เลิกกันเถอะครับ

 

 

 

 


 

3ปีเต็มกับหัวใจที่ยึดติดกับคนคนเดิม  แทฮยองได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่า เขาทำอะไรผิด

 

เพราะแทฮยองจืดชืด? ทั้งๆที่เคยบอกว่าเขายิ้มแล้วสวยที่สุด

 

เพราะแทฮยองไม่ค่อยแสดงความรู้สึก? ทั้งๆที่เคยบอกว่า ชอบคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่

 

จอน จองกุกเป็นแฟนคนแรกที่อายุน้อยกว่าแทฮยองถึงห้าปี อีกฝ่ายเป็นนักศึกษา และเขาเป็นพนักงานเอกชนแห่งนึง

 

จองกุกไม่ใช่รักครั้งแรก หากแต่เป็นความรักที่แทฮยองจดจำได้ไม่เคยลืม

 

18 กับ 23 คือตัวเลขของอายุที่แตกต่างกัน...

 

ความขี้อ้อนน่ารักของเด็กหนุ่มทำให้แทฮยองหลงรักจองกุกเข้าเต็มเปา หัวใจที่เต้นแรงขึ้นทุกๆครั้งเป็นสิ่งยืนยันว่าเขาตกอยู่ในห้วงอารมณ์รัก..

 

ปีแรกแห่งความสุขสันต์...และ ปีที่สองที่มีแต่ความทุกข์...

 

เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว...กลับกลายเป็นความเศร้าหมองคืบคลานเข้ามาในหัวใจ

 

เมื่อจองกุกเลือกที่จะทิ้งเขาเอาไว้ข้างหลังเพียงลำพัง...

 

'พี่ไม่เคยรักผมเลยใช่ไหม'

'ผมเหนื่อย...'

'เหมือนมีแค่ผมที่รักพี่อยู่คนเดียว'

 

คำพูดตัดพ้อมากมายทำให้แทฮยองยืนนิ่งอยู่กับที่และปล่อยให้อีกฝ่ายได้บรรยายความเสียใจที่เกิดขึ้นจากตัวของเขาออกมา

 

แทฮยองไม่ได้พูดรั้งหรือถามเหตุผล....ความสับสนที่ตีกับยุ่งเหยิงภายในจิตใจ ทำให้เขาทำได้เพียงรับฟังคำพูดของจองกุกเท่านั้น แทฮยองไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ

 

เขาผิดอะไร...? คำถามนี้ผุดขึ้นในหัว....

 

แทฮยองแค่อยากดูเป็นผู้ใหญ่ไม่งอแงเมื่ออีกฝ่ายบอกรักเขาเพราะชอบความนิ่งสุขุมนั้น

 

แทฮยองไม่อยากทำตัววุ่นวายกับอีกฝ่ายมากเกินไป เพราะจองกุกเป็นคนขี้รำคาญ

 

แทฮยองปล่อยให้จองกุกเดินจากไป...และปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้าหมองกับอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน  เขายังคงนอนร้องไห้อยู่ทุกค่ำคืนกับคำบอกเลิกที่อีกฝ่ายทิ้งเอาไว้ให้

 

ในแต่ละวันที่ผ่านพ้นไป หัวใจของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ ถึงจะคิดถึงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้อีกแล้ว ในเมื่ออีกคนเลือกที่จะปล่อยมือของเขาไป...

 

แทฮยองไม่จำเป็นต้องมีจองกุกอีกแล้ว...

 

 

 

 

 



          12/25  Christmas Day

 

หิมะตกในวันคริสต์มาสเฉกเช่นทุกปี  แทฮยองกลับมาสถานที่เดิมที่เคยเจอกับจองกุกครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน

 

ผับหรูใจกลางเมืองย่านคังนัมเป็นสถานที่ประจำที่แทฮยองมักจะไปนั่งดื่มยามเมื่อต้องการปลดปล่อยจากเรื่องชวนให้ปวดหัว

 

วันนี้เขาอยู่ในชุดสูทหนังสีดำวาวเกือบทั้งชุดแทนที่จะเป็นชุดสีสีนสดใสที่เหมาะสมกับเทศกาลปีใหม่ของทางฝั่งยุโรป

 

ร่างผอมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาท์เตอร์บาร์อย่างเช่นเคยเหมือนทุกครั้งที่แวะเวียนเข้ามา  ริมฝีปากยกยิ้มให้บริกรหนุ่มหน้าหวานนามว่าจีมิน ชายร่างเล็กซึ่งเป็นบาร์เทนเดอร์ประจำเคาท์เตอร์ที่ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี

 

แทฮยองออกปากสั่งเครื่องดื่มชนิดเดิมเหมือนทุกครั้ง ใช้เวลาเพียงไม่นานที่แก้วทรงเหลี่ยมสีขาวใสซึ่งภายในบรรจุน้ำสีเหลืองอำพันได้ถูกวางเสริฟ์ไว้เบื้องหน้าเขาพอดิบพอดี

 

บรรยากาศภายในร้านยังคงดื่มด่ำไปกับเพลงจังหวะเบาๆชวนให้ลิ้มลองแอลกอฮอล์ที่อยู่ในมือ  เวลาเพียงสองทุ่มกับอีกสามสิบห้านาทีคงค่อนข้างเร็วไปสำหรับจังหวะเพลงบีทหนักๆที่เหล่าผู้คนจะโยกย้ายเรือนร่างอยู่กลางฟลอร์ขนาดใหญ่

 

นัยน์ตากลมสีน้ำตาลเหม่อมองไปยังแก้วใสที่อยู่ตรงหน้า ละอองน้ำหยดเล็กค่อยๆพากันเกาะกุมรวมกันเป็นก้อนใหญ่ค่อยๆทยอยไหลลงมาพร้อมกับเหตุการณ์ในอดีตที่ผุดขึ้นมาในหัว

 

เพราะวันนี้เป็นวันคริสต์มาส...คริสต์มาสปีที่สามที่แทฮยองโดนบอกเลิก...

 

นัยต์ตาคู่สวยฉายแววเศร้าหมองเมื่อนึกถึงเรื่องราวในวันวาน  แทฮยองได้เจอกับจองกุกในสถานที่แห่งนี้และเป็นบริเวณเดียวกับกับที่เขากำลังนั่งอยู่

 

เด็กหนุ่มวัย18 ปีที่มาฉลองการสอบเข้ามหาลัยได้ ถึงอายุไม่พอสำหรับจะเข้ามาโลดแล่นในผับหรู แต่ถ้าหากกระเป๋าหนักพอ บางทีมันคงไม่ยากเกินไปสำหรับการก้าวเข้ามาในสถานที่อโคจรแห่งนี 

ในวันนั้นแทฮยองนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์เช่นทุกครั้ง และจองกุกก็เข้ามาทักเขา

 

 ผมขอนั่งด้วยคนนะครับ

ชื่ออะไรเหรอครับ ผมจอน จองกุก

พี่น่ารักจัง...ผมโสดอยู่และหวังว่าพี่ก็คงโสดเช่นกัน

ผมอยากรู้จักพี่มากขึ้น สนใจมากับผมไหม?’

 

แทฮยองรับข้อเสนอของจองกุกง่ายๆเมื่อตนเองก็ถูกใจเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่น้อย

 

ความหล่อปนน่ารักประจวบกับความขี้อ้อนเอาใจเก่งทำให้แทฮยองปล่อยร่างกายให้อีกฝ่ายเชยชม

เขาจำได้ว่าภายในค่ำคืนนั้น เราทั้งคู่ต่างกอบโกยความหอมหวานของกันและกันจวบจนรุ่งสางของอีกวัน


ถ้าจะบอกว่าแทฮยองไม่ถูกใจจองกุกก็ดูว่าจะหลอกลวงไปอยู่มากโข เขาชอบจองกุกทั้งหน้าตาและเซ็กส์ที่อีกคนมอบให้ 

ทั้งคู่ต่างล่ำลากันในช่วงสาย โดยมีการแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ระหว่างกันไว้เพื่อติดต่อ


และหลังจากนั้นไม่นานแทฮยองและจองกุกต่างตัดสินใจตกลงคบหากัน...

 

ในขณะนั้นแทฮยองอยู่ในวัย23ปี วัยที่ก้าวสู่ช่วงผู้ใหญ่เต็มตัวและจองกุกวัย18ที่กำลังจะก้าวเป็นผู้ใหญ่

 

วันเวลาผ่านไปนานเกือบสองปีความรักที่เคยผลิบานกลับร่วงหล่นตามกาลเวลา

 

ทั้งจองกุกและแทฮยองต่างหันหลังให้กัน ทั้งคู่ต่างแยกแยกกลับไปใช้ชีวิตปกติยามไม่มีคนที่ยืนอยู่เคียงข้างอีกแล้ว...

 

 

 

 

“ผมเลี้ยงครับ...เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากด้านข้างลำตัว พร้อมๆกับแก้วทรงเหลี่ยมซึ่งบรรจุเหล้าเกรดราคาแพงเอาไว้ถูกดันเข้ามาตรงหน้าของเขา

 

แทฮยองกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้งพลางสะบัดเรื่องราวเก่าๆออกจากหัวก่อนเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่หยิบยื่นไมตรีมาให้

 

หากแต่ในฉับพลันที่สายตาจดจ้องบุรุษที่ปรากฏอยู่ในกรอบสายตา  ดวงตากระพริบถี่อย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง ในขณะที่ฝ่ามือเล็กปล่อยแก้วที่ถือค้างไว้ลงบนโต๊ะอย่างแรงดัวยความตกใจ

 

สวัสดีครับ...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ พี่แทฮยอง...อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มจนเห็นฟันกระต่ายซี่ใหญ่ตรงกึ่งกลางแนวฟันอย่างเป็นมิตร พลางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เคียงข้าง

 

นัยน์ตากลมโตสั่นระริกเมื่อสบสายตาเข้ากับแววตาเรียวคมที่จับจ้องมา.... จอน จองกุก

 

“ผม ขอนั่งด้วยคนนะครับ”

 

 



จอน จองกุกดูเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ อาจจะเพราะความสูงที่เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ร่างกายดูภูมิฐานมากกว่าเดิม อีกทั้งแนวบ่าที่กว้างขึ้นกับมัดกล้ามที่อัดแน่นอยู่ภายใต้เสื้อสูทสีดำขลับนั้นทำให้คนตรงหน้าเขาดูดีเกินคำบรรยาย

 

สบายดีไหมครับ? เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างสำรวจ

          จองกุกอมยิ้มให้กับการกระทำของอีกฝ่ายที่กระแอมไออย่างเก้อเขินเมื่อรู้สึกคล้ายว่าตัวเองโดนจับไต๋ได้

 

ก็ดีนะ แล้ว...

 

ผมสบายดี... จองกุกว่า ก่อนจะเป็นแทฮยองที่พยักหน้ารับรู้ให้กับคำตอบของอีกฝ่าย เขาไม่รู้จะพูดคุยอะไรกับคนที่นั่งอยู่เคียงข้างอย่างไร ในใจมีคำถามเกิดขึ้นเป็นร้อยๆเรื่อง เมื่อบุคคลที่เลิกรากันไปแล้วเข้ามาพูดคุยกันเพื่ออะไร...

 

จองกุกกระดกเตกีล่าลงคอไปเป็นชอตที่สองพลางเหลือบตามองร่างผอมที่กำลังจะยกเครื่องดื่มชนิดเดียวกันจ่อริมฝีปาก

 

“แค่ก..!!” รสขมเฝื่อนจากเหล้าดีกรีแรงแผ่กระจายเต็มโพรงปาก ร่างผอมสำลักมันเล็กน้อยพลางหันซ้ายขวามองหาบริกรเพื่อจะขอน้ำดื่มล้างปากสักแก้ว

 

“ขอโทษที ผมลืมไปว่าพี่ดื่มไม่เก่ง” จองกุกยกหลังฝ่ามือขึ้นเพื่อเช็ดคราบน้ำสีใสบริเวณมุมปากอิ่มที่ยังคงทำใบหน้ายี้ให้กับแก้วที่บรรจุเตกิล่าเอาไว้ ถึงจะทำตามขั้นตอนวิธีการดื่มอย่างถูกต้อง แต่แทฮยองก็ไม่เคยที่จะทนกับความขมปร่านั้นได้สักที

 

ทั้งสองต่างตกอยู่ในความเงียบ แทฮยองมองดูการกระทำของร่างโปร่งที่บรรจงลูบคราบน้ำเลอะออกให้อย่างแผ่วเบา

 

ปลายนิ้วเรียวยาวลากผ่านกลีบปากอิ่มอย่างย่ามใจ แทฮยองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจลูบคลึงริมฝีปากของตนหรือช่วยปัดป่ายคราบน้ำสีใสออกให้

 

แต่...ทว่า ทั้งคู่เสมือนแม่เหล็กต่างขั่วที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างเชื่องช้า ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกลั้น ต่างฝ่ายต่างมองริมฝีปากที่กำลังเคลื่อนเข้าหากัน

 

แทฮยองหลับตาลงช้าๆ เพื่อรอรับจูบจากอีกฝ่าย แต่ทว่าในฉับพลันนั้นความคิดที่ติดค้างอยู่ในจิตใจต่างวิ่งปราดเข้ามาในหัว

 

‘เราเลิกกันเถอะครับ...’

 

แทฮยองลืมตาขึ้นก่อนผละใบหน้าออกทันที เขาหันหน้ากลับมานั่งตัวตรงดังเดิมพลางยกแก้วขึ้นดื่มเพื่อหลบเลี่ยงเหตุการณ์เมื่อครู่ ซึ่งไม่ต่างจากจองกุกที่หันกลับมาสนใจเครื่องดื่มของตนเช่นกัน

 

หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างเงียบไปโดยปริยาย  มีเพียงเสียงน้ำแข็งก้อนเล็กใหญ่ในแก้วใสที่โอบล้อมด้วยน้ำหลากสีหลากรสชาติที่ต่างทยอยไหลลงสู่ลำคอทำลายความเงียบเท่านั้น

 

ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ..แทฮยองลุกขึ้นยืนทันทีที่พูดจบ เขาเซเล็กน้อยเพราะดื่มเข้าไปไม่น้อยเลย


ร่างผอมพยายามประคับประคองร่างตนเองให้ก้าวเดินไปให้ถึงที่หมาย โดยที่จะไม่ล้มฟุบไปที่ใดที่นึงของทางเดินคับแคบที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้คนที่โยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มอยู่ในขณะนี้


 

ซ่า~

 

เสียงน้ำไหลลงกระทบขอบอ่างล้างหน้ายังคงดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงเพลงบีทหนักที่ดังขึ้นจากด้านนอก

แทฮยองมองดูใบหน้าของตนที่อยู่บนกระจกเงา เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออะไรสักอย่างแน่ๆที่ทำให้ใบหน้าของเขาขึ้นริ้วแดงอย่างเห็นได้ชัด

 

เขาตัดสินใจไม่กลับไปที่โต๊ะและจะกลับบ้านทันที คริสต์มาสนี่คงไม่ใช่ปีของเขาอีกตามเคย ที่ร้ายแรงผิดกับปีก่อนก็คงประสบพบเจอกับคนที่ทิ้งตัวเองไปละมั่ง

 

แทฮยองก้มลงบ้วนปากอีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือไปปิดน้ำที่ไหลริน  เขาเงยหน้าขึ้นและเอื้อมมือหยิบทิชชู่เพื่อเช็ดริมฝีปาก หากแต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบุคคลที่สะท้อนอยู่บนกระจกเงาด้านหน้า

 

จะกลับแล้วเหรอครับ?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามพลางก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทันทีที่เอ่ยจบประโยคนั้นจบ

การกระทำนั่นทำให้แทฮยองสะดุ้งพลางก้าวเท้าถอยหลังเพื่อหลีกหนีการเผชิญหน้าจากบุคคลตรงหน้า

 

พรุ่งนี้ มีประชุม คงต้องกลับแล้วว่าด้วยเสียงอึกอักพลางหลุบตาลงต่ำเมื่อจองกุกเอาแต่จ้องมองริมฝีปากตัวเองขณะบอกเล่าประโยคเมื่อสักครู่ออกไป

 

ขอทาง...”

 

ผมอยากจูบพี่...น้ำเสียงทุ้มลึกถูกเปล่งออกมาจากลำคอ ส่งเสียงเบายานคางขณะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพียงแค่คืบ

แทฮยองลอบเลียริมฝีปากสีลูกพีชด้วยความเคยชิน  เขาขบเม้มมันเบาๆอย่างประหม่าเมื่อสะดับรับฟังความต้องการของคนตรงหน้า

 

การกระทำเหล่านี้อยู่ในกรอบสายตาคมเข้ม  เพราะเนื่องจากการโดนฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าไปค่อนข้างมาก ทำให้เขาบอกความประสงค์ของตนเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง

 

และแล้ว...ในวินาทีต่อมาที่ฟางเส้นสุดท้ายของจองกุกขาดผึง เมื่อนัยต์ตากลมสวยช้อนสายตาแววฉ่ำขึ้นมอง...

 

ใบหน้าคมก้มลงบดจูบกลีบปากอิ่มที่เผยอออกเพราะความตกใจ  เขาจงใจบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่างใดๆ


ท่อนแขนแข็งแรงข้างซ้ายเลื้อยโอบรอบเอวบางแน่นเพื่อไม่ให้ร่างตรงหน้าขยับหนีสัมผัสของเขาได้อีกเมื่อแทฮยิงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด 

ร่างผอมพยายามขืนตัวเพื่อผละออก แต่ทว่าฝ่ามือหนาอีกข้างกลับยกขึ้นพยุงท้ายทอยด้านหลังให้เชิดขึ้นเพื่อรองรับจูบหนักหน่วงของตนเอง

 

ปลายลิ้นชื้นไล้ต้อนเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กอย่างไม่ลดละ  ตักตวงเอาทุกความหอมหวานที่ไม่ได้ลิ้มลองมาเนินนานอย่างตะกละตะกลาม

รสจูบของจองกุกยังคงมีรสชาติขมเฝื่อนจากบุหรี่ที่อีกฝ่ายมักจะสูบอยู่บ่อยๆเมื่อสมัยที่พวกเขายังคบกันอยู่ กลิ่นของจองกุกที่แทฮยองเคยชอบมากที่สุด

 

แทฮยองโอนอ่อนไปตามแรงอารมณ์ของอีกคนที่ชักนำ ร่างกายบิดเร้าไปทั่วทุกส่วนที่ริมฝีปากหยักลากผ่าน


เหตุผล ความถูกต้อง ถูกโยนทิ้งไว้เพื่อทำตามความรู้สึกของตัวเอง

 

จองกุกรู้ว่าแทฮยองชอบให้สัมผัสส่วนไหนมากที่สุด  มือหนาเลื่อนมือลงต่ำไปยังบั้นท้ายกลมกลึงเพื่อปลุกปั่นอารมณ์วาบไหว เขาขย่ำเนื้อนิ่มบริเวณนั้นอย่างมันเขี้ยว

 

เสียงครางอืออายังคงดังออกมาอยู่เรื่อยๆจากกลีบปากอิ่มที่เผยอสูดเอาอากาศเข้าปอดอย่างนวยนาด  เมื่อสิ่งที่คับพองอยู่ภายใต้กางเกงผ้าเนื้อดีจงใจขยับกายเสียดสีเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ซ่านสยิว


แทฮยองกำลังมีอารมณ์ร่วม...เพราะบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกมวลในช่องท้องจนรู้สึกเกร็งไปหมดนี่มันช่างทรมาณ


ฝ่ามือทั้งสองข้างยกร่างผอมขึ้นสูงเพื่อให้นั่งลงบนขอบอ่างล้างหน้าในพื้นที่ว่าง  เพราะแทฮยองนั่งอยู่สูงกว่า จึงทำให้ใบหน้าคมอยู่ในระดับหน้าอกของอีกฝ่าย


จองกุกเอื้อมมือปลดรังดุมออกจากแจ็คเก็ตหนังแวววาวจนเห็นผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวยที่อยู่ภายใต้สิ่งห่อหุ้มร่างกาย และเขาก็ไม่รอช้าที่จะครอบครองยอดอกสีหวานที่ชวนให้ลิ้มลองอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นร้อนตะวัดดูดดึงจนเม็ดสีหวานตั้งขึ้นชูชันอยู่ในโพรงปากหยัก


อะ...อย่าดูดแทฮยองส่งเสียงเอ่ยห้ามแต่ร่างกลับเหยียดหลังตรงเพื่อแอ่นหน้าอกขึ้นรับการขบกัดของจองกุกอย่างหลงลืมตัว

 

จุดอ่อนของแทฮยองอยู่ที่หน้าอก...จองกุกรู้ข้อนี้ดี

 

เสียงครางแผ่วเบาดังลอดออกมาจากกลีบปากอิ่ม จองกุกดูการกระทำของอีกฝ่ายอย่างหลงใหล แทฮยองยังคงสวยเสมอ สวยไปทุกส่วนทุกตารางที่เขาสัมผัส ทุกๆอย่างกำลังร้อนระอุอย่างเช่นช่วงล่างที่มันคับพองดุนดันอยู่ภายใต้กางเกงเรียบหรู

  

 “มารื้อฟื้นอดีตกันสักหน่อยไหม?”

 

 

 




 

ในช่วงบ่ายของถัดมาหลังจากเมื่อคืนที่ทั้งคู่พากันมาจบที่อพาร์ทเม้นท์สุดหรูของจอน จองกุก  

แทฮยองตื่นขึ้นมาบนเตียงที่ยับยู่ยี่แทบจะไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตปรือเปลือกตาขึ้นอย่างขัดใจเมื่อแสงแดดร้อนแรงที่ลอดทะลุผ่านทางผนังกระจกใสสาดแสงกระทบเข้ามาจนเขารู้สึกว่าไม่สามารถนอนหลับอีกต่อไปได้

  

หัวเล็กยกปลายคางเกยกล้ามเนื้อท้องที่หนุนนอนอยู่ตลอดทั้งคืน  แทฮยองพยายามประคองตัวขึ้นนั่งอย่างยากลำบากเพราะศึกเมื่อคืนช่างหนักหน่วงจนร่างกายของเขาคล้ายจะหลอมรวมกันเป็นชิ้นส่วนเดียวกันจากอ้อมกอดของอีกคนที่หลับตาพริ้มอยู่ตรงหน้า

 

นัยต์ตากลมโตสีน้ำตาลกวาดสายตามองบุรุษที่กลับมาเจอกันโดยบังเอิญ  แทฮยองบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ถูก เมื่อเจอจองกุกอีกครั้ง

 

ดีใจ กับ เสียใจ

 

สองสิ่งที่ติดอยู่ในใจเขาในขณะนี้

  

ถ้าจะบอกว่าดีใจที่เจอกันอีกครั้งก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก และถ้าจะบอกว่าเสียใจที่กลับมาเจอกับคนที่ทิ้งตัวเองไป แถมยังมาจบกันที่เตียงอีก...มันก็คงรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองที่ยินยอมอีกฝ่ายเสียมากกว่า

 

อย่าเจอกันอีกเลย

 

และใช่ ..แทฮยองเลือกที่จะเลิกคาดหวังกับรักที่เคยถูกทิ้ง ถึงแม้ว่าในใจจะเรียกร้องอีกฝ่ายมากแค่ไหนก็ตาม  

สามปีที่ไม่มีเขาอยู่... คิม แทฮยองก็ผ่านมันมาได้ ถึงมันจะเจ็บเจียนตายมากแค่ไหนก็ตาม

 

  

 



 

 

คุณคิม วันนี้มีนัดเสนอโปรเจคตอน11โมงนะค่ะ” แทฮยองเงยหน้าจากแบบแปลนในตอนสายของวันที่27 ธันวาคม กระดาษหลายใบวางเกลือนกลาดอยู่บนโต๊ะทำงานเต็มไปหมด


เขาพยักหน้ารับรู้ให้กับลูกน้องที่จัดแจงเวลาให้ ใบหน้าเล็กก้มลงดูแบบแปลนโปรเจคโรงแรมอีกครั้งเพื่อที่จะเข้าไปนำเสนอตามเวลาที่แจ้งไว้เมื่อครู่       

        วงแขนเล็กหอบเอากองม้วนกระดาษขึ้นแนบอกและเดินออกไปทันทีเมื่อใกล้ถึงเวลานัดไม่ถึงชั่วโมง


แทฮยองโชคดีที่วันนี้รถไม่ติดมาก เขามาก่อนเวลานัดถึง 15นาที ขาสมส่วมก้าวเท้าเข้าไปนั่งโต๊ะในห้องโซนวีไอพีของห้องอาหารสุดหรูบนชั้น53ของโรงแรมในเครือเจเคคอมพานี


เขาวางแบบแปลนทั้งหมดก็จะเรียกพนักงานเพื่อสั่งคอฟฟี่คาราเมลแบบหวานเต็มสตรีมหนึ่งแก้ว 

เวลาผ่านไปแล้วเกือบสิบนาที แทฮยองกลางกระดาษออกเพื่อตรวจทานสิ่งที่จะนำเสนออีกครั้ง เขาต้องการโปรเจคนี้ก่อนจะสิ้นปี 


โปรเจคยักษ์ของบริษัทเจเคคอมพานีที่กำลังจะสร้างโรงแรมระดับห้าดาวไว้บนศูนย์กลางการท่องเที่ยวของกรุงโซล ซึ่งเป็นที่มาของการแลกเปลี่ยนวันหยุดพักผ่อนตลอดทั้งเดือนที่เจ้านายของเขายื่นข้อเสนอให้เมื่อสามเดือนก่อน


แทฮยองตั้งใจทำมันเต็มที่ เขาศึกษาข้อมูลของโครงสร้างและรสนิยมของโรงแรมห้าดาวที่ตั้งอยู่ทั่วพื้นที่ในย่านท่องเที่ยว

 

สวัสดีครับ...น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากตรงหน้าทำให้แทฮยองเงยหน้าขึ้นมองทันที หากแต่เมื่อมองบุคคลที่ทักเขาเต็มตา แทฮยองถึงกับปล่อยดินสอให้กลิ้งหลุนร่วงหล่นลงกับพื้น  ริมฝีปากอิ่มอ้าหวอกับบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า


เจอกันอีกแล้วนะครับ...สงสัยดวงของเราคงสมพงษ์กัน พี่ว่าอย่างนั้นไหม?...พี่แทฮยอง”

 

 

 

 

 

 

หนีเสือ เสือวิ่งไล่ตาม...แทฮยองสำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า?

 

ผ่านไปไม่ถึงวันครึ่ง  เขาพบเจอกับบุคคลตรงหน้าอีกแล้ว...ใครนะเหรอก็จอน จองกุกไงละ

 

เพราะคิดว่าจะปล่อยให้มันจบลงไปพร้อมกับคืนวันคริสต์มาสที่ผ่านมา เหมือนดังเช่นการจากลากันในวันคริสต์มาสเมื่อสามปีก่อน

 

ไม่นึกไม่ฝันเลยจริงๆว่าจะเจอกันอีก...แถมอีกฝ่ายยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องปิดโปรเจคก่อนสิ้นปีอีกด้วย  ไม่คิดว่าบริษัทเจเคที่ว่าจะหมายถึง จอน จองกุก ตัวเป็นๆ


5วันที่ต้องประสบพบเจอเพื่อเสนอแผนงาน คิม แทฮยองถอนตัวทันไหม?

 


เรามาเริ่มคุยงานกันเลยดีกว่าไหมครับ...จะได้ไม่เสียเวลา คะ...คุณ

 

เรียกจองกุกเถอะครับ ผมไม่ได้ถือ แล้วยิ่งคนคุ้นเคย ยิ่งอยากให้เป็นกันเองจองกุกเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะพูดประโยคต่อไปที่ทำให้แทฮยองต้องเงยหน้ามองสบตา


ครั้งหน้า ผมรบกวนให้พี่ไป เสนองานที่ห้องผมนะ ที่นี่คนค่อนข้างเยอะ อ่า...หมายถึงห้องทำงานนะครับแทฮยองเม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงให้คำตอบกำกวมกับอีกฝ่าย

 

เรามาเริ่มกันเถอะ คาดว่าคุณน่าจะมีงานเยอะแทฮยองเลือกใช้คำแบบเป็นพิธีกับบุคคลตรงหน้า เขาไม่มีเหตุผลที่จะใช้คำที่ ‘เคย’ เป็นกันเองอย่างที่จองกุกเสนอ

 

ทานข้าวก่อนดีกว่าครับ  เดี๋ยวจะปวดท้อง พี่ชอบดื่มแต่กาแฟหวานๆ โรคกระเพาะจะกำเริบเอา

 

แทฮยองเงยหน้าสบตาผู้พูดเพียงเสี้ยววิก่อนจะหลุบตามองแปลนที่ตรงหน้าด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นถี่เร็วอย่างผิดปกติเมื่อได้ยินคำพูดนั้นออกมาจากปากจองกุก คนๆนั้นยังจำเรื่องราวของเขาได้เป็นอย่างดี

 

ใช้เวลาเพียงไม่นานที่อาหารมากมายวางอยู่เต็มโต๊ะ แทฮยองมองมือหนาที่บรรจงตักอาหารหลายๆอย่างมาไว้บนจานของเขา

จองกุกตักอาหารที่เขาเคยชอบมากที่สุด...และตอนนี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าอีกฝ่าย  ‘ชอบเขามากที่สุดด้วยหรือเปล่า’ ถึงได้แสดงท่าทีแบบนี้ออกมาเสมือนวันวานที่ยังคบหากันอยู่

  

ผมจะคิดว่าพี่คงมีงานเร่งด่วน ไม่ได้คิดที่จะหนีหน้า....อยู่ๆจองกุกก็เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ  แทฮยองเงยหน้าสบตากับนัยต์ตาคมที่จ้องมองกลับมา เขารู้ว่าจองกุกพูดถึงเรื่องอะไร ผมคิดถูกใช่ไหม?”


          แทฮยองเม้มริมฝีปากอย่างประหม่า เขามีคำตอบในใจอยู่แล้ว...หนี เขาจะหนีแบบจริงจังนั้นแหละ   อย่าลืมสิ...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

ทานข้าวเถอะครับ เดี๋ยวอาหารเย็นหมดเป็นแทฮยองเองที่เปลี่ยนเรื่องและลงมือทานอาหารของตนเอง

 

ในขณะที่จองกุกเห็นอีกฝ่ายเริ่มทานบ้างแล้ว เขาจึงลงมือทานในส่วนของตนเองด้วย 

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแทฮยองเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้ามาเสนอโปรเจคให้กับเขา   จะไม่เรียกว่าดวงสมพงษ์...จะให้เรียกว่าอะไรดีละ?

 





จองกุกรู้ว่าแทฮยองกำลังหนีเขา...คิดว่าวันนั้นเขาหลับเหรอ..ไม่เลย เขาตื่นก่อนคนที่นั่งหน้านิ่งอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ


หลังจากบทสวาทจบลง ร่างผอมหลับลงแทบจะทันทีเพราะหมดแรงไปกับบทเร่าร้อนที่เกิดขึ้น

          จองกุกกวาดสายตามองใบหน้าสวยที่ยังคงหลับลึกเพราะความอ่อนเพลีย  เขาไล้สายตาไปทั่วทุกบริเวณ มองเค้าโครงที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา หลังจากที่พวกเราเลิกกัน....

 

จองกุกไม่ได้มีคนอื่น และเขาเจ็บหนัก...กับการบอกเลิกอีกฝ่าย ในใจลึกๆหวังว่าจะได้ยินคำพูดปลอบโยนและยื้อเขาไว้...แต่ไม่เลย....ไม่มีคำพูดใดใดออกมาริมฝีปากนั้น

 

ในที่สุดจองกุกก็ยอมแพ้

 

สามปีที่ผ่านมาเขาพยายามลืมคนใจร้ายคนนั้น ทุ่มเทกับการเรียนมากขึ้นและฝึกงานในบริษัทของพ่อตนเองควบคู่ไปด้วย มันก็ช่วยได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมด...


จนเมื่อเจอแทฮยองที่ผับนั้นในคืนวันคริสต์มาสเมื่อวันก่อน  ความรู้สึกทั้งหมดต่างพุ่งขึ้นมาที่หัวใจของเขาอีกครั้ง

 

หัวใจที่เต้นถี่แรงอยู่ในอกบ่งบอกให้เขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยไม่ต้องคิด

 

ฝีเท้าก้าวเข้าไปนั่งเคียงข้างอย่างต้องมนต์สะกด ออกปากสั่งเครื่องดื่มกับบริกรหน้าเคาน์เตอร์ โดยสายตายังคงจดจ้องไปยังร่างผอมที่อยู่ในชุดสูทรัดรูปตรงหน้า

 

เราพูดคุยกันเล็กน้อย เพียงไม่กี่ประโยค...ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น


ริมฝีปากเขาเคลื่อนเข้าหาริมฝีปากอิ่มดั่งต้องมนต์  แต่ทว่ากลับสัมผัสได้แต่ความว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆจากน้ำหอมกลิ่นเดิมจากร่างผอมที่โชยผ่านจมูกไปเท่านั้น

 

เราทั้งคู่ต่างเงียบ...เขาสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกอึดอัด จนต้องขอไปเข้าห้องน้าเพื่อหลบเลี่ยงการเจรจากับเขา

แต่จองกุกไม่ยอมให้มันผ่านไป...เขาเดินไปหาแทฮยองที่ห้องน้ำเพื่อสานต่อเจตนารมย์ของตนเมื่อครู่

 

เพราะแอลกอฮอล์ดีกรีแรงทำให้สมองรู้สึกมึนงงไปหมด ความต้องการที่ล้นออกมาล้นอกทำให้จองกุกทิ้งทุกอย่างไว้เพื่อทำสิ่งที่ตนเองต้องการ...

 

พวกเราจูบกัน และเกือบจะมีเซ็กส์ในน้ำหรูที่ไร้ซึ่งผู้คน...

 

คิม แทฮยองยังคงหอมหวานไปทั่วทุกอณูส่วน  ไม่ว่าสัมผัสที่ตรงไหนก็นุ่มนิ่มมือไปหมด 


จองกุกอยากจะรักแทฮยอง และ อยากให้แทฮยองรักเขาเช่นกัน  เหตุผลที่เลิกกันมันช่างน้อยนิด เพราะความเรียกร้องของตัวเองที่มีมากเกินไป จนทำให้อีกฝ่ายคงรำคาญเขา

 

ใช่...แทฮยองมักจะถอนหายใจทุกครั้งยามที่เขาร้องขอให้ทำอะไร แต่ก็ไม่เคยที่จะขัดใจ

          จองกุกเข้าใจว่าอีกฝ่ายโตกว่าเขามากในขณะที่เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนนึง แทฮยองเงียบขรึมและมักจะยอมทำตามทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาร้องขอ

 

         เขามักจะชอบเรียกร้องความสนใจ...

 

แต่ในทางกลับกันเพราะความมีทั้งรูปทรัพย์และรูปธรรมของตัวเองจึงมีผู้คนมากหน้าหลายตาต่างอยากเข้ามาจับจอง เป็นเหตุที่ทำให้เขาหงุดหงิดทุกครั้งที่คนเหล่านั้นต่างเข้ามาออดอ้อน ยุ่มย่ามกับชีวิตส่วนตัวของเขา

  

ผิดกับแทฮยองที่เขาอยากจะให้ออดอ้อนใจจะขาดแต่กลับไม่ได้เห็นแม้แต่ครั้งเดียวคิม แทฮยองนิ่งสุขุมคนนั้นไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาสักอย่าง...

 

และในวันนั้นเองที่ความน้อยใจล้นทะลักอกออกมา วันคริสต์มาสเมื่อสามปีที่แล้ว

 

จองกุกพูดระบายในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาจนหมด เขาหลอบมองปฏิกิริยาของบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างคาดหวัง แต่แล้วกลับไม่มีคำพูดอะไรออกมากจากริมฝีปากที่ปิดสนิทนั้นสักคำ

 

และนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เราทั้งสองคนได้เจอกัน....ถ้าหากเจอกันอีกครั้ง เขามีคำถาม...

 

คิม แทฮยอง เคยรัก จอน จองกุก บ้างไหม

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมชอบตรงนี้...แต่ฉากตรงนี้ผมอยากให้เอาออกทั้งหมด ส่วน...แทฮยองพยักหน้าพลางมาร์คจุดผิดพลาดที่ชายหนุ่มตรงหน้าบอกความประสงค์ของตนเอง

      

           เวลาล่วงไปเกือบหนึ่งชั่วโมงที่จองกุกมองแปลนที่แทฮยองเอามานำเสนอและเขาอดที่จะชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ 

           แทฮยองทำแปลนออกมาถูกใจเขามาก แต่ทุกครั้งที่สั่งให้แก้ไข เพราะเขาแค่อยากจะยื้อเวลาออกไปเท่านั้น


จองกุกแค่อยากจะซึมซับความรู้สึกแบบนี่เอาไว้  ก่อนที่จะปล่อยให้อีกคนจากไปอีกครั้ง

 

เดี๋ยวนะครับ...ผมว่าตรงนี้เราแก้ไปสามรอบแล้วแทฮยองชี้จุดให้ดู ก่อนเงยหน้าขึ้นเพื่อขอคำตอบอีกฝ่ายที่จ้องมองเขาอยู่ หากแต่จองกุกกลับไม่ได้ยืนคำถามเหล่านั้น เขาหลีกเลี่ยงมันเพื่อที่จะถามสิ่งที่ตนเองอยากรู้มากกว่า ตอนนี้พี่โสดหรือเปล่า

 

แทฮยองอึกอักพลางหลุบตาลงต่ำก่อนจะเปล่งเสียงที่สั่นเครือออกมาเล็กน้อย ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณ" 

 

นั้นสินะ...เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยจองกุกยิ้มขื่น เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อกระชับเสื้อสูทให้เข้าทรง

 

และ...เขาพลาด ที่ไม่ทันได้เห็นนัยน์ตากลมวูบไหวของแทฮยอง

 

วันนี้พอเท่านี้ก่อนละกัน ผมจะขอดูแบบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และจะให้เลขาโทรไปนัดเวลาอีกที” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะลอบมองใบหน้าหวานที่ยังคงก้มหน้าลงต่ำ


 "ได้ครับ" แทฮยองตอบรับพลางโค้งให้เล็กน้อยโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจองกุกที่กำลังเดินออกไป


เสียงฝีเท้าดังไกลออกไปแล้ว แทฮยองละมือจากสิ่งของที่กำลังเก็บก่อนหน้านี่เพื่อยกมือขึ้นมาเช็คน้ำสีใสที่กำลังไหลล้นออกมาจากขอบตา ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไห้จากน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก


เราไม่น่าเจอกันเลย

 




 

 

นัดเจอที่คอนโดตอนทุ่มนึงเนี่ยนะ...!!ใครจะบ้าไปกัน

 

ประโยคข้างต้นเป็นคำพูดที่คิม แทฮยองได้กล่าวเอาไว้เมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้  และในตอนนี้ เขาก็นั่งอยู่ในโซนห้องนั่งเล่นของคอนโดสุดหรูของเจ้าของที่มีนามว่า จอน จองกุก 

  

เริ่มกันเลยดีกว่าครับ เดี๋ยวมันจะดึกเกินไปแทฮยองเอ่ยกับบุคคลที่นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาเบดตรงหน้า

 

จองกุกอยู่ในชุดลำลองสบายๆอย่างเสื้อกล้ามสีขาวอวดกล้ามเนื้อแข็งแรงกับกางเกงผ้าฝ้ายสีเข้มขายาว

 

 บางทีก็น่าจะเกรงใจสายตาเขาบ้างก็ดี....

 

ผมเหนื่อยอยู่...ขอพักก่อนได้ไหมจองกุกเอ่ยเสียงเรียบ เขาเพิ่งกลับเข้ามาหลังจากที่ลุยงานทั้งวันตั้งแต่เช้าตรู่ 

เขาหลับตาลงเพื่อพักสายตาสักครู่ แต่ใครจะไปรู้ว่าพอหลับตาปุ๊บ ความง่วงงุนและความอ่อนที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันจะทำให้จองกุกจมเข้าสู่ห้วงนิทราทันที

 

คะ...คุณจองกุก  คุณแทฮยองเรียกเสียงชายหนุ่มเสียงดังหลังจากได้ยินเสียงกรนแผ่วจากคนตรงหน้า

 

เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้...เพราะแทฮยองรู้ดีว่าจองกุกหลับลึกและปลุกยากขนาดไหน และแทฮยองถอนหายใจอีกครั้งเมื่อต้องหอบเอากองกระดาษแบบแปลนกลับไปที่บ้านของตัวเอง เขาตัดสินใจที่จะกลับมาหลังจากที่นัดกันใหม่อีกครั้ง


แต่ก่อนที่จะกลับ แทฮยองเดินเข้าไปที่ห้องนอนที่เคยมาเมื่อครั้งที่แล้ว เมื่อเข้ามาในห้องก็อดหน้าแดงไม่ได้เมื่อนึกถึงบทสวาทที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน 

แทฮยองหยิบเอาผ้าห่มนวมติดมือมาด้วยผืนหนึ่งเพื่อเอาออกมาห่มให้กับจองกุกที่นอนหลับไหลอยู่บนโซฟา

 ฝ


รหัสอะไรกัน

 

1230 วันเกิดของเขาเองแต่รหัสดันผิด  แทฮยองคงคิดคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปจริงๆ


จะออกยังไงละนี่แทฮยองปล่อยกองกระดาษวางไว้บนเคาท์เตอร์ ก่อนเดินเข้าไปที่โซนห้องรับแขกอีกครั้งเมื่ออับจนหนทางจริงๆ

 

คุณจองกุก นี่..คุณ รหัสออกจากห้องอะไรครับ?” ฝ่ามือเล็กสกิดบนไหล่ของเจ้าของห้องที่ยังคงนอนปล่อยลมหายให้เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ  แทฮยองถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพลางทิ้งตัวนั่งลงบนขอบโซฟาอย่างหมิ่นเหม่ก่อนจะเริ่มเขย่าร่างหนาแรงกว่าเดิม

 

คุณ ตื่นขึ้นมาแปบนึงก่อนได้ไหม  ผมจะกลับบ้านก้มใบหน้าลงชิดใบหูของอีกฝ่าย แทฮยองพูดค่อนข้างเสียงดังและสิ่งที่ได้รับกลับมาคือการพลิกตัวหนีไปอีกทางของจองกุก

 

นี่...จอน จอนกุก โธ่เอ้ยแทฮยองลุกขึ้นยืนและก้าวถอยหลังไปนั่งบนโซฟาตัวเดิมที่เคยนั่งเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน


ไม่บ่อยนักที่แทฮยองจะรู้สึกหงุดหงิดกับอะไรสักอย่างที่มันค่อนข้างไร้สาระ   ริมฝีปากอิ่มยังบ่นขมุบขมิบบ่นร่างหนาที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องราว

 

เขาไม่จำเป็นต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองเอาไว้เหมือนดังแต่ก่อน ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องเห็นใจอีกฝ่ายเลยสักนิด


แทฮยองเงียบขรึม แต่ก็ใช่ว่าจะบ่นไม่เป็น

 

แทฮยองกดนิสัยที่ ‘คิด’ ว่าจองกุกไม่ชอบลงไปจนสุดก้นบึ้งหัวใจเพื่อที่อยากจะให้ตนเองสมบูรณ์แบบมากที่สุดสำหรับอีกฝ่าย


แทฮยองอยากรักจองกุกไปนานๆ...


แต่ทว่า ยิ่งพยายามทำเท่าไร มันก็เหมือนจะยิ่งฝืน ยิ่งเหนื่อย จนสุดท้าย เป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายผิดเสียเอง

 

แทฮยองถอนหายใจออกมาอย่างยืดยาวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาตัวนุ่มและหลับตาลงอย่างครุ่นคิด  แต่ทว่า...ความรู้สึกตีรวนกลับดับวูบเมื่อเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาต่อมา

 

 

 

 

 

“อือออออ” ร่างผอมขยับตัวเพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะอึดอัด แทฮยองลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมิด โดยมีแสงสะลัวสาดเข้ามาจากมุมห้องทำให้เขามองเห็นกลุ่มเงาดำมืดทาบทับร่างตัวเองไปทั่วทุกส่วน

 

“อ่ะ...คุณ!!!  จองกุก?” แทฮยองดีดดิ้นอยู่ภายใต้ร่างหนาที่ยังคงดูดเม้มฝากอยรักเอาไว้ทั่วบริเวณ

          ร่างผอมหลุดเสียงครางออกมาเสียงดังเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านพุ่งสูง แทฮยองจิกเกร็งปลายเท้าลงบนโซฟานุ่ม เมื่อความเฉอะแฉะดูดดึงยอดอกสีหวานเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฉ่ำวาวจากเรียวลิ้นชื้น

  

“มะ...ไม่ จองกุก”  ฝ่ามือเล็กยกขึ้นผลักดันใบหน้าคมให้ออกห่างจากหน้าอกของตัวเอง จองกุกรู้ว่าแทฮยองปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเขาจี้จุดอ่อนไหวนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างกระหาย

 

“พี่ต่อต้านผมไม่ได้หรอก...” ริมฝีปากหยักผละออกจากยอดอกแข็งตึงก่อนเคลื่อนย้ายใบหน้าตนเองเข้ามาใกล้ริมฝีปากอิ่มที่เม้มกลั้นเสียงครางน่าอายเอาไว้

 

“พี่ห้ามผมไม่ได้...เพราะพี่ไม่เคยปฏิเสธผมเลยสักครั้ง” เอ่ยติดชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกก่อนจะกลืนกินความนุ่มหยุ่นที่อยู่ภายใต้ร่างกายของตน

 

ไม่มีครั้งไหนที่แทฮยองจะสามารถปฏิเสธจองกุกได้เลยสักที เปลือกตาปรือปิดลงช้าๆก่อนปล่อยให้น้ำตาแห่งความน่าอดสูหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย

 

ใช่...แทฮยองไม่เคยปฏิเสธเพราะว่ารักอีกฝ่ายมากเกินไป...

 

 

 

 

 

 

 

“เปลี่ยนคน...? ทำไมต้องเปลี่ยน คุณแทฮยองไปไหน?” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ จองกุกวางแฟ้มเสนอโปรเจคโรงแรมลงบนโต๊ะอย่างแรงหลังจากที่พบเห็นหญิงสาวร่างเล็กที่มา ‘แทน’ แทฮยอง

 

“เอ่อ...คุณคิมติดโปรเจคอื่น”หญิงสาวอึกอัก

 

“ถ้าไม่มีคุณแทฮยองก็กลับไปได้เลย...เชิญ”  ชายหนุ่มว่าก่อนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างแรง อารมณ์คุกรุ่นเกิดจากอดีตแฟนหน้าสวยที่กำลังหลบหน้าเขา

 

คิม แทฮยองจะหนีเขาอีกแล้ว ....เพียงแค่คิด...หัวใจก็เต้นช้าขึ้นมาทันที...



'ปัง'

 

“ทำไมคุณต้องโวยวายใส่ลูกน้องของผม...” ร่างผอมชักสีหน้าเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนลูกน้องของเขาโทรมาแจ้งว่า เจเคคอมพานี่ ไม่ยอมเซ็นสัญญา  อีกทั้งยังออกคำสั่งเรียกหาเขาโดยเฉพาะ


จองกุกไม่ตอบ เขาเพียงเหลือบตามองใบหน้าหวานที่บึ้งตึงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“ผมไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี่ของพี่เลย...พี่แสดงอารมณ์แบบนี้ได้ด้วยเหรอ?” จองกุกยืนขึ้นเต็มความสูงพลางก้าวเท้าเข้ามาหาร่างผอมอย่างเชื่องช้า   ฝ่ามือหนาเชิดปลายคางมนขึ้นเพื่อดูใบหน้าบึ้งตึงอย่างเต็มตาราวกับว่าเป็นของหายาก


“ผมมาคุยเรื่องงาน ไม่ได้มาด้วยเรื่องส่วนตัว กรุณาอย่าทำรุ่มร่าม” แทฮยองสะบัดมือหนาออก การกระทำดังกล่าวทำให้จองกุกขมวดคิ้วขมุ่นอย่างนึกสงสัย

 

“พี่ไม่เคยปฏิเสธผมนี่...”เขาเลิกคิ้ว

 

“เรื่องสมัยก่อนทำไมต้องเอามาเป็นประเด็น...?” เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ คุณทิ้งผมไปเอง”


แทฮยองว่าด้วยเสียงหนักแน่นคล้ายจะตัดพ้อ แววตากลมโตจ้องเขม็งสบนัยน์ตาคมที่มองตรงมา

จองกุกสัมผัสกับน้ำเสียงอ่อนแรงนั้นได้ เขาก้าวประชิดร่างผอมอีกครั้ง ท่อนแขนหนายกขึ้นโอบรอบเอวบางฉับพลัน

 

"อะ...คุณ ทำบ้าอะไร” เสียงทุ้มหวานร้องโวยวาย เมื่อใบหน้าคมยื่นเข้ามาใกล้จนจมูกของทั้งคู่ชนกัน

 

นัยต์ตาคมแวววาวกรุ่มกริ่มคล้ายจะกวนประสาทร่างผอมที่ดิ้นอยู่ในอ้อมกอด  จองกุกไม่อยากปล่อยมือแทฮยองอีกแล้ว...นั้นคือสิ่งที่เขาคิด

 

และในวินาทีนั้นที่ริมฝีปากหยักป้อนจูบคุ้นเคยบนกลีบปากอิ่ม เรียกร้องและเว้าวอนให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง “ผมอยากจะ ‘รัก’ พี่”


แทฮยองไม่รู้ว่าจองกุก อยากรักเขาแบบไหน...

 

รัก ที่หมายถึงเซ็กส์เหมือนที่เผลอไผลไปเมื่อครั้งก่อนหรือรัก ที่อยากจะรักเพียงแค่ คิม แทฮยองคนเดียว

 

แทฮยองไม่รู้อะไรเลย....ไม่รู้ว่าจองกุกต้องการอะไรจากเขา  เพราะกลัวว่าคำพูดที่บอกออกไป มันจะเป็นคำตอบคนละอย่างกับอีกฝ่าย...แทฮยองไม่อยากจะเสียใจ...อีกแล้ว และแทฮยองเลือก...


“เราอย่าเจอกันอีกเลย...”

 

“นั้นคือคำตอบของพี่ใช่ไหม” เสียงชายหนุ่มราบเรียบ ท่อนแขนที่เคยโอบกอดร่างผอมตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

แทฮยองเม้มริมฝีปากแน่นราวกับเอ่ยคำพูดร้ายแรงออกไป ใบหน้าหวานก้มลงจนปลายคางชิดอก เขาได้ยินแต่เสียงคำพูดตัดพ้อของจองกุกดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท และแทฮยองก็ทำอะไรไม่ถูกเมื่อสมองยังคงคิดหาความหมายจากน้ำคำที่ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ย

 

“ผมรักพี่...และก็อยากให้พี่รัก..แต่พี่ไม่เคยเลย พี่ไม่เคยสนใจผม” จองกุกเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองก่อนเซ็นชื่อตัวเองลงบนแฟ้มโปรเจคโรงแรมที่อีกฝ่ายเข้ามานำเสนอ


เขาโยนแฟ้มหนาลงบนพื้นพรมใกล้ๆร่างผอมที่ยังคงยืนก้มหน้านิ่ง จองกุกเสยผมขึ้นอย่างขัดใจเมื่อเห็นอากัปกิริยาเฉยชาของเหมือนดังเช่นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต

 

“เอาไปแล้วก็ออกไปให้พ้น...เราคงไม่ได้เจอกะ...”

 

รัก...ฮึก  รักมาตลอด...แทฮยองตะโกนขัดบทพูดของจองกุกที่ยังคงหัวเสีย ทำนบน้ำตาสีใสทะลักล้นออกมาจากขอบตากลมอย่างต่อเนื่องเมื่อได้ยินคำตัดพ้อของบุคคลตรงหน้า

 

จองกุกเงียบไปทันทีหลังจากที่ได้ยินคำสารภาพรักหลุดออกมาจากริมฝีปากของแทฮยอง 

คำพูดนั้น...หยุดทุกการกระทำและคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิงภายในหัว หัวใจวูบไหวเต้นถี่จนคิดว่าเลือดคงจะเข้าไปสูบฉีดไม่ทัน

 

          คำบอกรักที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน....


จองกุกก้าวเดินไปหาร่างที่ยังยืนก้มหน้าปลดปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา  นัยน์ตาคมพราวระยับ  หัวใจพองโตสั่นไหวอย่างรุนแรง จองกุกยังคงได้ยินเสียงคำบอกรักดังก้องกังวานอยู่ในหัว

  

มานี่ มา... ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มเต็มแก้ม  ท่อนแขนหนาตวัดเอาร่างที่อยู่ตรงหน้าดึงเข้าสู่อ้อมกอดของตนเองอย่างรวดเร็ว

แทฮยองซบหน้าลงบนหน้าอกอุ่น มือทั้งสองยกขึ้นโอบกอดเอวหนาเอาไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกรักของตนให้จองกุกได้รับรู้

 

ฮึก...ฮืออ

 

อย่าร้องไห้คนดี...ต้องยิ้มสิ” จองกุกยิ้มขำเมื่อแทฮยองสั่นศรีษะปฏิเสธทั้งๆที่ยังคงซบใบหน้ากับอกของเขา จองกุกส่ายหัวให้กับท่าทางน่ารักของอีกฝ่ายและอดไม่ได้ที่จะก้มลงจูบผมนิ่มที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น

 

เลิกร้องไห้ได้แล้วน่า...ทำไมขี้แยจัง แก่แล้วนะ!!”  จองกุกโดนทุบไหล่ไปหนึ่งทีหลังจากพูดประโยคข้างต้นจบ เขานำพาร่างตนเองก้าวเท้าถอยหลังเพื่อเท้าสะโพกบนโต๊ะทำงาน  และในอ้อมกอดยังคงมีลูกลิงตัวโตที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด

 

พี่แทฮยอง...แทฮยองครับ เงยหน้าขึ้นมาคุยกันก่อนสิ

 

ม่ะ...ไม่เอา หน้าตามันต้องน่าเกลียดแน่ๆ”ว่าด้วยเสียงอู้อี้จนเกือบฟังไม่ได้ศัพท์จองกุกยกยิ้มก่อนเชยปลายคางมนขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมกวาดสายตามองทั่วใบหน้าสวยที่แดงก่ำไปเป็นจุดๆ

 

ดวงตาบวมเป่งแดงช้ำ จมูกโด่งรั้นที่แดงเหมือนกวางเรนเดียร์นั้นอีก อ่อ...แก้มและใบหูที่ขึ้นริ้วแดงเพราะความเขินอายนั้นด้วย

 

พี่สวยสำหรับผมเสมอ...จองกุกมองสบตาแทฮยองอย่างลึกซึ้ง เขาโน้มใบหน้าลงเพื่อหอมแก้มนิ่ม สูดความหอมละมุนเข้าเต็มปอดก่อนจะทาบทับริมฝีปากบนกลีบปากอิ่มอย่างแผ่วเบา ผมรักพี่แทฮยองมาตลอด...ไม่เคยลืมพี่เลย

 

แทฮยองพยักหน้ารับรู้พร้อมๆกับปล่อยให้ธารน้ำตาแห่งความตื่นตันใจไหลลงมาเต็มแก้มนิ่ม ใบหน้าเล็กมุดลงซบไปกับแผงอกหนาอีกครั้ง

 

อ้าว  ร้องไห้อีกแล้ว ขี้แยจริงๆเลย” จองกุกยิ้มกว้างพลางกระชับอ้อมกอดคนรักใหม่...แต่หน้าเก่าให้เข้ามาใกล้มากขึ้น


เขาหัวเราะให้กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง...นี่เขาปล่อยให้เรื่องไร้สาระแบบนี้มาทำร้ายความรักของเขาได้อย่างไรกัน (?)

 

ใบหน้าคมโน้มลงไปหาบุคคลในอ้อมกอดอีกครั้ง เขาเอียงคอเล็กน้อยเพื่อพูดกระซิบที่ข้างใบหูของร่างผอมที่ยังคงเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด

 


ย้ายไปอยู่กับผมนะครับ...เพราะเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกเยอะเลย

 

 




END



 

ไม่มีอะไรนอกจากความกาม...ทาจิเคสไตล์...จบค่ะ...=.,=

ปอลิง...มองหาคำผิดช่วยเราด้วยนะค่ะ ความเบลอ7ริกเตอร์ T.T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #791 valkyries9795 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 01:03
    ดีมากๆเลย น้ำตาไหลเลยตอนแทพูดออกมา มันหน่วงไปหมดเลย กลัวจองกุกจะยอมแพ้ ฮือออออ
    #791
    0
  2. #790 boahammock (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 15:45
    โหหห บับบบ คือดียยย์มากค่ะ บทจะหน่วงก็หน่วงได้เจ็บผวดเหลือเกินน บทจะน่ารักก็ยิ้มแก้มแตกเยยย><

    ปล. เจอคำผิด1ea ตอนที่เลขามาบอกแทว่า คุณคิมมีนัดคุยโปรเจคตอน11 นะค่ะ (เราเจอคำว่า นะค่ะ ค่าาาา)
    #790
    1
    • #790-1 12345678za55(จากตอนที่ 11)
      13 ตุลาคม 2563 / 06:02
      เธออ;-; เห็นได้ไงอ่ะ เราไม่ได้สังเกตเลยมัวแต่เขิน-อินอยู่5555
      #790-1
  3. #769 Phakchira1 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 08:50

    แงงง ตอนแรกนึกว่าแบดเอน สนุกมากๆๆครับบๆ
    #769
    0
  4. #755 ku_1709 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 17:50
    จริงๆเกิดจากทั้งคู่ไม่คุยกันอะ
    #755
    0
  5. #731 FRVN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 01:48
    หน่วงมากค่ะ T v T น้ำตาไหลเลยอ่ะ จุกในอกสุดๆ บางช่วงคืออ่านแล้วเหมือนจะหายใจไม่ออก มันหน่วงมากแง แต่ก็ดีใจมากๆที่สุดท้ายแล้วเค้าได้กลับมาคบกัน ฮืออออ เนี่ยนะ จำไว้เป็นบทเรียน คนรักกันอ่ะมีอะไรมันต้องคุยกันปรับจูนเข้าหากัน ไอ่น้องอยากได้อะไร อยากให้คนพี่ปฏิบัติกับตัวเองแบบไหน ก็บอกเค้าดีๆ อยากให้มาอ้อน อยากให้บอกรักกันบ้างงี้ใช่มั้ยล่ะ ส่วนยัยพี่ก็ต้องแสดงออกบ้าง คนเราอ่ะ ถ้าไม่แสดงออกคนอื่นเค้าก็ไม่รู้หรอกนะ แต่กับคนที่เรารักเราก็ต้องแคร์ความรู้สึกเค้าให้มากๆ แสดงให้เห็นว่าเรารักเค้าจริงๆ เข้าใจเปล่ายัยพี่! เสียเวลาไป3ปีเพราะเรื่องแค่นี้แท้ๆเลย ต่อจากนี้ต้องเปิดใจคุยกันนะ ใช้เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันให้คุ้มค่า!
    #731
    0
  6. #727 fin punnapat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:50

    เขินอ่าเขินไปหมดจองกุกอาอนโยนมากเลยอ่าาา จะตายเเล้ว


    #727
    0
  7. #712 Chinago (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 09:35
    อิจฉาทั้งกุกทั้งแท อยากโดนกุกกอด และอยากกอดน้องแทททท
    #712
    0
  8. #657 MARKTUAN190 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 11:00
    อยากหอมแก้มยัยแทมั้งอ่ะ
    #657
    0
  9. #623 sofar_fa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 23:54
    ในที่สุดก็จบลงด้วยดีแฮปปี้เอนดิ้ง น้ำตาไหลเลย 55555 ตอนกุกพูดตัดพ้อ ตอนแทร้องไห้ น้ำตาไหลเป็นทางเลย 555
    #623
    0
  10. #596 Beam ZaZa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 17:29
    มี นะคะ เป็น นะค่ะ อ่ะค่ะไรท์ /// ชอบบ
    #596
    0
  11. #593 bankbank919 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 13:34
    โอ้ยยยย ชอบเรื่องนี้ เราเป็น fc เลย! ไรต์สู้ๆน้าาาาา
    #593
    0
  12. #582 soju95 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 02:34
    โอ้วชิท อยากสบถคำหยาบออกมาแรงๆ คือหน่วงก็หน่วงสุดๆ จะฟินก็ฟินสุดๆ คืออ่านไปยิ้มไปจนแม่คิดว่าเป็นบ้ายิ้มให้โทรศัพท์คนเดียว
    #582
    0
  13. #552 BTMSM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 18:17
    โอมายกอดดดดดดด โครตฟิน (;???? `)
    #552
    0
  14. #466 Paperheart96 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 12:20
    ฮื้ออออ ไม่ไหวแล้วววววว ฟินนน T////T จริงๆแล้วแทน่ารักสินะ อยากให้มีต่อเลยง่ะ
    #466
    0
  15. #445 Love All Kpop (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 13:38
    งื้อออออ เขินง่ะ (ม้วนหนักมาก) มันหน่วงๆนะตอนแรก เพราะเค้าคิดว่าแทจะยอมเลิกรากับกุกไปซะแล้ว จริงๆไม่มีใครผิดเลย ต่างคนต่างใช้ความคิดในแบบของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ผิด อย่างแทก็แค่อยากเป็นคนที่น้องชอบ น้องขี้รำคาญก็ไม่ยุ่งอะไรด้วยมากมาย แต่ในความคิดของกุกคืออยากให้คนที่เขารักอ้อนบ้างไรบ้าง ในแบบที่คนรักเขาทำกัน เค้าก็เข้าใจในความคิดของแต่ละคนนะ สุดท้ายก็โอเค๊ #เสียงสูง #อีกละ ทุกอย่างลงตัวจบแฮปปี้เอนดิ้ง ~ งือออ คือม้วนหลายตลบมากค่ะ นี่นั่งอ่านที่โรงเรียนดีนะที่เพื่อนไม่สังเกตุ กร๊ากๆๆ นั่งยิ้มหน้าแดงเป็นคนบ้าติดยาไอซ์เลย คึคึ ชอบมากๆ แต่แอบงอนกุกที่ไปบอกเลิกพี่เขาแบบนั้น ทั้งๆที่ก็ยังรักพี่เขาอยู่ ยัยเด็กโง่ แล้วทำไมไม่คุยปรับความเข้าใจกันเล่าาา! ยังมาทำเก๊กอีก แหม่ หล่อตายเลย (ตายเลยอ่อ?) กร๊ากก ชอบนะ ละมุนมาก สรุปคือในเรื่องมีสองคน? กับตัวประกอบ? กร๊ากๆๆๆ พวกพ้องบังทันหายไปไสหนอ? มปร.ไม่เคร่งๆ ไม่มีพวกนั้น(พวกที่สติไม่หลงเหลือ)ก็เขินได้ เนาะๆ ><
    #445
    0
  16. #425 wyjh3025 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 16:36
    เราอยากเห็นเค้าเคลียร์กันต้อจังเลยยย 55555555 อยากให้มีต่อทุกตอนเลนค่ะ แต่ละเรื่องสนุกมากกกก ฮืออออ // ในที่สุดเค้าก็ลงเอยกันอีกรอบ หลังจากที่ปล่อยให้อะไรผ่านไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลย น้องแทก็อยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่จะได้ไม่ให้น้องมารำคาญ ส่วนน้องกุกก็อยากให้พี่อ้อน แต่พี่กลับเงียบ เพราะความไม่คุยกันดีๆ ถึงทำให้เป็นแบบนี้ แต่ก็กลับมาคืนดีกันแล้วววว เราก็ปริ่มไป อิอิ
    #425
    0
  17. #312 ckbear! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 16:50
    กว่าจะลงเอยกัน เพราะไม่รู้สิ่งที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจะสื่อแค่นั้นเอง ฮือออออ จองกุกคนหื่น อยู่ใกล้พี่เขาไม่ได้เลย ต้องจัดตลอด เขินอะฮือ จองกุกคนบ้าาาา แฮยองก็น่ารักละเกิน ฮื่ออออ สุดท้ายก็แฮปปี้แย้วววว เย่ะๆ?
    #312
    0
  18. #255 a_aphik (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 03:44
    ฮรืออ กว่าจะเข้าใจกันได้ เหนื่อยนะ ลุ้นเหนื่อย เจ็บทั้งคู่เพราะความไม่เข้าใจกัน เพราะไม่พูดกัน แต่จบฟินแงดีใจอ่าาาา
    #255
    0
  19. #245 uustaetae (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 17:15
    ฟินแรงมากอ่ะพี่ออน~
    #245
    0
  20. #242 newnew_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 13:51
    แก่แล้วนะ55555555 น่ารักอะ มันดูลงตัวทุกอย่าง คือมันน่ารักมากจริงๆ ชอบค่ะไรท์แต่งกี่เรื่องก็ทำให้ยิ้มตามได้ตลอดเลย เยี่ยม!!^^
    #242
    0
  21. #240 valentineloza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 09:44
    ชอบตอนกุกเรียก"มานี่..มา"โอ้ยยยย มันเขินนนนนT/////////T
    #240
    0
  22. #239 ser065 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 08:33
    ชอบมากเลยค่ะ^-^♡♡♡
    #239
    0
  23. #237 WeLL_B_TypEH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 01:07
    ฟินเฟร้อ!!!!!
    #237
    0
  24. #236 .☇แฟนชื่อคิมนัมจุน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 00:41
    พี่อร!!!!!!!!!!!! น้องไม่ยอมทำไมพี่ไม่ให้วีปาแฟ้มใส่จองกุกแล้วบอกรักคะ!!!!!!!!!!!!!!!!! จองกุกบังอาจมาปาแฟ้มใส่น้องวีของน้องน้องไม่ยอม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เข้าใจความรู้สึกของเด็กมากๆเยยพอโตแล้วอะไรๆก็จะลงตัว อิอิ ลงตัวในห้อง
    #236
    0
  25. #234 - chokimanook。 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 00:37
    มาหน่วงจบฟินนนนน ในที่สุดก็ยอมเปิดใจคุยกันสักทีไม่ต้องหนีน้องแล้วแทฮยองงง ถถถถถถถถถถ เอ็นจอยรีดดิ้งมั่กกก เย้
    #234
    0