The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 8 : เขตอาคม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    4 ส.ค. 63


 

 

 

เขตอาคม

 

 

 

 

ข้าเลือกที่นั่งบนพื้นเเล้วนั่งลงเงียบ ๆ รอฟังคำสั่ง พยายามไม่ให้มารเฒ่าโกรธไปมากกว่านี้

 

"ชิ! เจ้าเด็กเวรนั่นทำแผนข้าเสียหมด" มารพิษเริ่มบ่นกับตัวเอง 
 

 

"เเค่ออกจากที่นี่ได้ข้าก็เป็นหนึ่งในยุทธภพเเล้วเเท้ ๆ " ชายชรามีเเรงมหาศาล มันสะบัดปราณทำลายล้างไปทั่ว เเต่ก็ยังมีสติพอที่จะไม่เเตะดวงตาของข้า

 

เมื่อปล่อยให้ชายชราทำลายข้าวของไปสักพัก มันก็สงบลงข้าจึงกล้าที่จะพูดกับมัน

 

"ผู้อาวุโส ข้าขอฝังศพชายหนุ่มผู้นั้นได้หรือไม่" ข้าประคองมือคารวะอย่างนอบน้อมที่สุด

 

"ชิ ปล่อยให้ศพนั่นเน่าไปเถิด" มารพิษตะคอกใส่ เเต่เเล้วจู่ ๆ ก็เหมือนมันนึกบางอย่างได้จากคำพูดของข้า

 

"มันบังอาจควักลูกตาข้า ข้าจะควักลูกตามันออกซะ! "

 

ข้าพึ่งคิดได้ว่าตนเองพลาดไปเสียเเล้ว พูดถึงจางเหว่ยก็เหมือนไปขุดคุ้ยความโกรธของมารพิษ เเละมารเฒ่าก็พูดจริงทำจริง มันเดินไปควักลูกตาออกจากศพของจางเหว่ยเเล้วพยายามยัดลูกตาของจางเหว่ยลงเบ้าตาของตนเอง

 

ข้ามองภาพนั้นอย่างสยดสยอง เเน่นอนว่าตาของจางเหว่ยไม่ได้ทำให้มารพิษกลับมามองเห็น มันโยนลูกตาสองข้างทิ้งเเล้วเปลี่ยนมากัดเข้าที่เเขนของจางเหว่ย ดูดเลือดที่ไหลจากแผลนับไม่ถ้วนบนร่างนั้น

 

ผ่านไปสักพักมารพิษมีสีหน้างุนงง มันก้มลงดูดเลือดอีก ยิ่งดื่มกินเลือดจากศพใบหน้าของมันก็ยิ่งฉายเเววโมโห

 

เมื่อเห็นท่าทางของมารพิษ ข้าก็เกิดฉุกคิดขึ้นมาได้

 

เหมือนตอนที่ข้าดื่มเลือดของตะขาบ เเละเลือดของจางเหว่ยพลาดเข้าปากข้า มีบางสิ่งเข้ามาพร้อมเลือดพวกนั้น

 

เขตอาคมนี้เรียกว่า กู่... สถานที่กักสัตว์พิษให้กัดกินกันเองน่ะหรือ?

 

ถ้าเป็นอย่างที่ข้าคิด ในเขตอาคมนี้ เมื่อกินเลือดสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้ว ผู้ที่กินจะได้ความทรงจำของสัตว์ที่ตายตามมาด้วย เหมือนที่ข้าเห็นตะขาบยักษ์ออกไข่ตอนกินเลือดมัน เเละที่ข้าเห็นสำนักอัสนีตอนกินเลือดจางเหว่ย

 

ไม่สิ นั่นไม่ใช่ทั้งหมด...

 

ข้าขมวดคิ้ว มารพิษยังมีท่าทางโมโหไม่เลิก พยายามดูดเลือดจากศพต่อไป พลางคลำลูกตาตนเอง

 

ไม่ใช่เเค่ความทรงจำ เเต่รวมถึง พลังชีวิต

 

อาจจะเป็นสาเหตุที่หลังจากข้ากินเลือดตะขาบเเล้วเเผลหาย สาเหตุที่มารพิษพยายามกินดื่มเลือดจางเหว่ยเพื่อให้ดวงตาฟื้นคืน

 

ข้าขอบตารื้นรู้สึกซาบซึ้งวินาทีสุดท้ายในชีวิตของจางเหว่ย ถ้าเลือดปนพิษของท่านไม่เข้าปากข้าเเต่เข้าปากมารพิษเเทนสถานการณ์อาจเเย่กว่านี้ก็เป็นได้

 

"ไร้ประโยชน์! เเม้เเต่พลังชีวิตก็เเหลกสลายเเล้วหรือ! " มารพิษโมโหหนัก จึงบันดาลโทสะใส่ร่างไร้วิญญาณของจางเหว่ย จนร่างนั้นเเหลกเป็นเศษเนื้อ

 

ข้าหันหน้าหนี ความกลัวต่อความตายบีบให้นํ้าตาข้าไหลอีกครั้ง

 

ถึงจะรู้จักกันไม่นาน เเต่จางเหว่ยก็ถือว่าได้ช่วยชีวิตข้าครั้งหนึ่งซึ่งครั้งนั่นก็เเลกมาด้วยชีวิตของเขา เเต่ตัวข้ากลับไม่อาจเเทนคุณ เเม้เเต่จะช่วยฝังศพให้เขาข้าก็ไม่อาจทำได้

 

เเต่ข้าจะหาทางเเก้เเค้นให้ท่านให้จงได้

 

ข้าปาดนํ้าตามองร่างของชายชราที่เหวี่ยงสะบัดปราณสีม่วงทำลายร่างจางเหว่ยอย่างคับเเค้น

 

น่ากลัวว่าร่างข้าคงเเหลกเหลวตามเขาอีกไม่นานนี้เเล้ว

 

 

_________

 

 

เมื่อลองคิดดี ๆ

 

โดนไม้เสียบทะลุท้อง ข้าไม่ตาย

 

พอคิดฆ่าตัวตาย ดันทำไม่ลง

 

โดนสัตว์อสูรล่า ข้ากลับเป็นฝ่ายที่ล่ามัน

 

ข้าเเอบคิดเเล้วว่าเงี่ยมล้อเทียนจืออาจเกลียดขี้หน้าข้าจึงไม่อยากให้ข้าลงนรกสักที

 

เเละบางทีการเอาตัวรอดจากมารพิษก็ดูจะไม่ต้องรีบมากก็ได้

 

ข้าจ้องมองชั้นหนังสือที่ถูกอัดเเน่นไปด้วยตำราจนชั้นไม้นูนออกมาเหมือนตำราราคาถูกวางขายไม่ออกจนต้องเอามา กอง ๆ รวมกันไว้ก่อน เเม้ในความจริงเเล้วตำราบนชั้นเหล่านี้คือตำราลับอันเก่าเเก่เเละลํ้าค่าของหลายสำนักหลายตระกูลจากทั่วทั้งดินเเดน ถ้าเหล่าสำนักใหญ่มาเห็นตำราลับของตนถูกวางไว้มั่วซั่วเช่นนี้ ต่อให้มารเฒ่าตายอีกกี่ร้อยครั้งความโกรธของเหล่าปรมาจารย์ก็ยังไม่มอดดับ

 

ขโมยตำราลับมามากมายขนาดนี้ ข้าไม่แปลกใจเลยที่มันต้องตัดจากโลกภายนอกมาหลบอยู่ในเขตอาคมที่ตัวเองสร้าง

 

"ผู้อาวุโส... ท่าน... อ่านทั้งหมดนี่เเล้วหรือยัง" ข้าถาม เเม้ไม่ได้เจาะจงว่าถามถึงสิ่งใด เเต่ข้าเชื่อว่ามารเฒ่าเข้าใจที่ข้าพูด

 

"ยัง"

 

"..."

 

ข้ายืนตัวเเข็ง มารพิษกำลังใช้ปราณของตนเพื่อสมานเเผลบนใบหน้า

 

"ข้าต้องอ่านหมดเลยหรือไม่"

 

"เพ้ย ! ถ้าเจ้าไม่อ่านเจ้าจะถอดลูกตาเจ้ามาให้ข้าอ่านเรอะ! " มารเฒ่าโยนตำราลับเล่มนึงใส่หัวข้า เเน่นอนว่ามันเข้าเป้า เเม้มารพิษจะตาบอดเเต่พรรคมารผู้ฝึกถึงขั้นจอมมารเเล้วเเค่สัมผัสสิ่งรอบกายด้วยปราณมารไม่ใช่เรื่องยาก การมองด้วยปราณเห็นได้ลึกลํ้ากว่าใช้ตามองเสียอีก เเม้จะไม่เห็นสีสันเเละร่องรอยหมึกบนกระดาษก็ตามที

 

"นังผู้หญิง ! เริ่มอ่านเสีย ! " ผ่านการระบายความโกรธใส่บ้านตัวเองไปสักพักมารพิษก็มีคำสั่ง

 

"จะ.. เจ้าค่ะ" ข้ากระวีกระวาดลุกขึ้น เเล้วหันตัวไปยังชั้นตำรา เเต่เเล้วก็พบปัญหา "ท่านผู้อาวุโส.. เเล้วเล่มไหนที่ท่านอยากให้ข้าอ่านหรือเจ้าคะ"

 

"นังผู้หญิงโง่ ! ก็ทุกเล่มน่ะสิ ! " มารพิษตะโกนด่า ข้าวนสายตากลับมาที่ชั้นหนังสือใหม่ หนังสือเเต่ละเล่นเหมือนเกมไม้จังก้าซึ่งต้องใช้การคำนวณก่อนว่าต้องดึงเล่มไหนชั้นหนังสือจึงจะไม่ถล่มลงมา

 

ข้ากลืนนํ้าลายเเล้วเลือกเล่มที่คิดว่าสามารถดึงออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

ข้าเเอบกังวลเล็ก ๆ ไม่ทราบว่าเล่มที่ข้าหยิบมาเป็นของบรรพบุรุษสกุลใด ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยที่เปิดอ่านมันโดยพลการ เเต่นี่คือความเป็นความตายของข้า ข้าไม่อาจเคารพตำราของพวกท่านเหมือนที่จางเหว่ยเคารพได้

 

มารพิษไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นตำราเล่มไหน เเต่ข้าคาดว่าความคิดของมันคือต้องการอ่านตำราลับทั้งหมดของทุกสำนักเพื่อที่ตอนออกจากเขตอาคมเมื่อใดมันจะได้เเข็งเเกร่งที่สุดในยุทธภพ เเต่ความจริงทำเอาข้าปวดหัวนัก วิชาที่มารพิษเชี่ยวชาญที่สุดคงจะเป็นวิชาย่องเบา เพราะวิชาอื่น ๆ ที่ข้าอ่านให้มันฟังมารพิษเเทบไม่รู้เรื่องเลยเเละตีความวิชาลับที่ซ่อนในตัวหนังสือไม่ออก ข้าที่อ่านให้มันฟังจนลำคอเเหบเเห้งเเละจำทุกตัวอักษรบนตำราได้เเล้วเเต่มารพิษก็ยังฝึกไม่สำเร็จ

 

มารเฒ่าขี้โมโห มันคิดว่าข้าเเกล้งอ่านผิดเพื่อไม้ให้มันฝึกสำเร็จ หรือไม่ก็กลั่นเเกล้งให้มันธาตุไฟเข้าเเทรกตายไปเสีย มันจึงหันมาตบตีข้า

 

ซึ่งข้าก็คิดฆ่ามันด้วยวิธีเช่นนั้นจริง ๆ

 

น่าเสียดายที่ยังไม่เจอวิชาที่เหมาะสมจนทำลายชีวิตของมัน ซึ่งหากอ่านผิดเเล้วมันไม่ตายในทันที คนที่ตายจะเป็นข้าเเทน

 

ส่วนเรื่องฝึกวิชาเอาชนะมารพิษอย่าได้พูดถึง ผู้ฝึกยุทธ์สามารถรับรู้ลำดับขั้นของผู้อื่นได้ ที่มารพิษยังทำตัวสบาย ๆ เมื่ออยู่กับข้าเพราะมันคิดว่าข้าโง่เเละระดับของข้าอยู่เเค่บ่มเพาะ หากมันรู้ว่าข้าฝึกต่อ มารเฒ่าอาจจะหักขาหักเเขนข้าให้ข้านั่งอ่านตำราอยู่เฉย ๆ ก็เป็นได้

 

การโดนเรียกมานั่งอ่านตำราทั้งยังโดนทุบตีเเม้จะชวนให้ประสาทเสีย เเต่การที่มีชีวิตยืดออกไปได้นานหน่อยนั้นดีมากนักเเล้ว

 

เวลาผ่านไป หนึ่งวัน สองวัน สามวัน … จนย่างเข้าวันที่เจ็ด ชีวิตข้าวนซํ้าอยู่กับการอ่านตำราเเละโดนทุบตี

 

ข้าเคยคิดว่าตระกูลซูต้องพลิกแผ่นดินตามหาข้าได้สักวัน เเต่จนถึงวันนี้ ข้าเลิกคิดเเล้ว

 

จิตใจข้าเริ่มถูกบั่นทอน ร่างกายข้านั้นถูกบั่นทอนยิ่งกว่า วัน ๆ ชีวิตข้าติดอยู่กับการท่องตำรา มารพิษหลับตอนกลางวัน ตื่นตอนกลางคืน ข้าต้องปรับเวลาตนเองให้ตรงกับเขา ที่เเย่กว่านั้นคือเรื่องอาหารเเละความสะอาดข้าไม่ได้อาบนํ้าเลยตั้งเเต่วันที่ติดอยู่ในนี้ อาหารเเห้งในบ้านของมารพิษใกล้หมดเเล้ว เเต่มารเฒ่าก็ดูไม่ทุกข์ร้อน บางครั้งมารพิษหายออกจากกระท่อมไปและกลับมาพร้อมเนื้อสด มันฉีกกินเนื้อนั่นอย่างเอร็ดอร่อยซํ้ายังมีนํ้าใจเเบ่งเศษเนื้อติดกระดูกมาให้ข้า เเน่นอนว่าคุณหนูซูผู้เคยดื่มกินอย่างจักรพรรดิเช่นข้ากระเดือกไม่ลง

 

จนถึงวันที่แปดข้าจึงหมดความอดทน

 

"ท่านมีหม้อหรือไม่" ข้าถามด้วยความโมโหหิว ไม่สนเเล้วว่ามารตรงหน้าจะป่าเถื่อนโหดร้ายเพียงใด ข้ารู้สึกว่าตนเองเริ่มเสียสติอย่างช้า ๆ ในทุก ๆ วันที่อยู่กับมัน

 

มารพิษกำลังฉีกเนื้อปลาที่มันพึ่งหามา ปลาสดยังมีชีวิต มันดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานเมื่อโดนดูดกินเครื่องใน

 

"เอาไปทำอะไร" มารพิษเอียงคอถาม มันไม่ได้มองมาทางข้า เพราะตามันบอด

 

"ทำอาหาร"

 

"นี่ไงอาหาร" มารพิษชี้ปลาอีกตัวที่เอามาให้ข้า ปลาเป็นบนพื้นเหลือกตามองขึ้นมาอย่างน่าสงสาร

 

"มีหรือไม่" ข้าถามยํ้า ถ้าเป็นปกติข้าถามวกวนเช่นนี้คงโดนมันตบบ้องหูไปแล้ว เเต่วันนี้มารพิษคงอารมณ์ดีมันจึงชี้ลวก ๆ ไปทางเสื่อผืนหนึ่ง

 

ข้าเลิกคิ้วก่อนจะดึงเสื่อผืนนั้นออก ใต้ผืนเสื่อมีเเผ่นไม้ไผ่สานเป็นรูปสี่เหลี่ยม ลักษณะของมันบอกว่ามันเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นประตูปิดทางด้านล่างไว้

 

เรียกง่าย ๆ คือห้องใต้ดิน

 

ข้าเคยเห็นมารพิษลงมาครั้งหนึ่งพร้อมเนื้อเเห้ง ไม่รู้ว่าข้างล่างมีอะไร เพราะมันก็พึ่งอนุญาติให้ข้าเข้ามาครั้งนี้

 

ข้าดึงประตูไม้ไผ่ขึ้นมา เดินลงไปโดยไม่รีรอ บันไดไม้ผุดูบอบบาง ด้านล่างห้องใต้ดินอับชื้น ฝุ่นคลุ้งเกาะหนาเป็นชั้น เเสงจากทางเข้าทำให้ข้าเห็นของภายในได้ราง ๆ ห้องใต้ดินคล้ายห้องเก็บของ มีอุปกรณ์มากมายทั้งที่มีประโยชน์เเละไร้ประโยชน์ ข้ากวาดตาหาหม้ออย่างว่องไวเเละเจอมันอยู่ในมุมห้องรวมกับไห กระทะ มีด เเละขวาน

 

ข้าถือหม้อเเละมองไปที่ของมีคมเหล่านั้น

 

มารพิษไม่เคยกังวลยามทิ้งอาวุธไว้ข้างตัวข้า เพราะข้าไม่มีโอกาส หรือเเม้เเต่ไม่มีความสามารถที่จะใช้อาวุธเหล่านั้นทำร้ายมัน กระทั่งในยามมันหลับก็กางเขตอาคมไว้รอบตัวซึ่งข้าไม่สามรถเเตะตัวมันได้จนกว่ามันจะตื่นเเละเดินออกมาจากเขตอาคมเอง

 

ข้าสะบัดหัวเลิกคิดเรื่องฆ่ามันไว้ชั่วคราวเเล้วหยิบเครื่องครัวที่ต้องใช้ ข้าควรสนใจเรื่องกินก่อน

 

พึ่บ ๆ ๆ

 

ข้าหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง มันเเผ่วเบา เเต่ก็ดังพอที่จะบอกว่าข้าไม่ได้หูฝาด ข้าหันตัวไปช้า ๆ เสียงนั้นดังมาจากมุมมืดในห้องใต้ดินที่เเสงส่องไม่ถึง

 

พั่บ ๆ ๆ

 

มันดังขึ้นอีกเหมือนต้องการเรียกร้องความสนใจ ข้าเกิดความสงสัยในที่สุดจึงถูก้นหม้อใหม่ที่ยังมันเงาเเละใช้มันสะท้อนกับเเสงส่องจากประตูส่องไปยังมุมมืดนั้น อย่างไรข้าก็ไม่อยากเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปดูในความมืด

 

เเสงจากก้นหม้อสะท้อนไปที่มุมห้อง ความมืดถูกขับไล่ด้วยความสว่าง เเสงสะท้อนไปยังสิ่งต่าง ๆ ข้าค่อย ๆ ขยับมุมของก้นหม้อไล่ไปตามพื้น สิ่งที่อยู่บนพื้นนั้นทำให้ข้าต้องขมวดคิ้ว อักขระโบราณถูกเขียนด้วยสีเเดง มันขดตัวขยุกขยิกเต็มพื้นเหมือนหนอนเเมลงนับพัน ที่ตรงกลางอักษรเหล่านั้นข้าก็พบที่มาของเสียง

 

นกน้อยสีเเดงกำลังตีปีกของมัน

 

พั่บ ๆ ๆ

 

มันนอนนิ่งอยู่บนพื้น ท่าทางอิดโรย ขนสีเเดงร่วงเป็นกระจุก ดวงตาสีนิลส่องประกายกับเเสงจ้องมองมาที่ข้า ข้างกายมันมีเเท่นกิ่งไม้ตั้งอยู่ บนกิ่งไม้มีเนื้อเเห้งเเละชามนํ้า สิ่งเหล่านั้นน่าจะไว้ให้นกดื่มกิน ข้าคาดว่ามันคงจะร่วงลงมาเเละคิดจะบินกลับขึ้นไปเพื่อกินอาหาร เเต่ตีปีกอีกกี่ทีมันก็บินไม่ขึ้น เเม้ลักษณะของมันจะมอมเเมม เเต่ด้วยความรู้ของข้ามองเเวบเดียวก็รู้ว่านั่นคือนกชนิดใด

 

วิหคชาด

 

สัตว์อสูรผู้เป็นสัญลักษณ์ของพรรคมาร ตำนานมีชีวิตที่เหลือไม่กี่ตัวบนโลกนี้

 

มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

 

"นังผู้หญิง ! ลงไปนอนในนั้นหรือไง ! " เสียงของมารเฒ่าดังมาจากด้านบน ข้าจึงต้องรีบเก็บของเเละวิ่งกลับขึ้นไป โดยที่ยังไม่ละความสงสัยจากสัตว์ในตำนานที่โดนทิ้งปางตายอยู่ในชั้นใต้ดิน

 

ถึงเวลาอ่านหนังสือให้มารเฒ่าฟัง มือหนึ่งของข้าถือตำรา อีกมือคนซุปปลาในหม้อ ไม่รู้ว่าเพราะการฝึกวิชาวันนี้เป็นไปได้ด้วยดีหรือว่าเพราะซุปปลาที่ข้าทำให้กันเเน่ มารพิษจึงดูร่าเริงเป็นพิเศษ จนข้ากล้าที่จะถามเรื่องนกออกไป

 

"ข้าเห็นนกสีเเดงตัวนึงในชั้นใต้ดิน ท่านเลี้ยงไว้หรือ? " ข้าเลือกใช้ นกสีเเดง เเทน วิหคชาด มารเฒ่าคงไม่ชอบนักหากมีคนอวดฉลาดวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ข้าจึงเลือกคำถามที่เหมือนเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก

 

มารพิษหยุดฝึกวิชาเเละเงียบ

 

ข้าลองเปลี่ยนคำถามใหม่

 

"เอามาต้มกินได้หรือไม่? " ซึ่งเป็นคำถามโง่ ๆ ที่สุดเท่าที่คิดได้

 

"เจ้าหิวจนประสาทเสียเรอะ ! ต่อให้เจ้าอยากเอามาต้มยำทำเเกงยังไงเจ้าก็เอามันออกมาไม่ได้หรอก ! " มารพิษหันมาตวาดใส่ข้า เเล้วกลับไปฝึกวิชาต่อ เเม้ปกติเเล้วต้องหันมาตบตีข้าก่อน ข้าค่อนข้างเเปลกใจเเต่เมื่อเหลือบมองอาหารในหม้อ หรือเพราะฝีมือทำอาหารของข้าจริง ๆ มารพิษถึงได้อารมณ์ดี ?

 

"นังเด็กโง่" ผ่านไปสักพักมารพิษจึงเอ่ยเรียกข้า "เอาอาหารไปให้นกนั่นทุกวันด้วย"

 

"เจ้าค่ะ" ข้าตอบรับกับคำสั่งที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจใยดี นั่นวิหคชาดเชียวนะ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เเห่งพรรคมาร ถึงมันจะสามารถเกิดใหม่จากเถ้าถ่านได้ ท่านที่เป็นพรรคมารก็ไม่ควรละเลยเช่นนี้ไม่ใช่หรือ

 

รุ่งเช้าเป็นเวลานอนของมารพิษ ข้ามองร่างชายชราที่นอนเหม็นอยู่บนพื้น รอบกายของเขามีวงกลมวงหนึ่งเขียนโง่ ๆ ไว้รอบตัว เเม้จะดูไร้สาระเเต่นั่นคือเขตอาคมที่มารพิษใช้ป้องกันตนเองยามหลับ

 

ซึ่งข้ามีข้อสันนิษฐานหนึ่งเกี่ยวกับเขตอาคมนี้

 

"ผู้อาวุโส ? " ข้าเรียกมัน

 

"มารเฒ่า" ข้าเรียกมันอีกครั้ง

 

"ตาเเก่โสโครก รีบ ๆ ตายห่าไปสักทีเถอะ" ข้าตะโกนเรียกพร้อมเคาะก้นหม้อเสียง โป๊ง เป๊ง โป๊ง เป๊ง

 

มารพิษยังคงนอนกรน

 

ถ้าไม่ใช่เพราะมันหลับลึกก็คงเป็นเพราะเขตอาคมไม่อนุญาตให้เสียงใดใดเล็ดลอดเข้าไป

 

เมื่อมั่นใจว่ามารพิษจะไม่ตื่น ข้าก็ลงมาที่ชั้นใต้ดินพร้อมคบไฟ วิหคชาดยังนอนอยู่ที่เดิม ขนของมันเป็นประกายล้อกับเเสงไฟ ข้ามองลงไปที่พื้น เท้าหยุดลงก่อนจะเหยียบเข้าที่อักขระปริศนารอบตัวเจ้านกเเล้ววางคบไฟลง วิหคชาดชะเง้อคอมองทันทีเมื่อเห็นว่าข้ามา

 

ข้าเริ่มต้นด้วยก้าวขาหนึ่งก้าวลงเเตะบนอักขระสีเลือด ผ่านไปสักพัก ปฏิกิริยาตอบกลับมีเพียงความเงียบเหมือนเช่นการก้าวเท้าลงเหยียบพื้นปกติ มิใช่พื้นเขตอาคม

 

ก็เข้าได้นี่ ไม่เหมือนเขตอาคมที่ตาเฒ่าใช้ป้องกันตนเองสินะ

 

ข้าลองวิธีใหม่ หยิบขวานขึ้นมาเเล้วทุบไปที่พื้น อักขระสีเเดงเเตกกระจาย ข้าดีใจอยู่เเวบหนึ่ง เเต่เมื่อผ่านไปเพียงพริบตามันก็ซ่อมตนเองกลับมาใหม่

 

ไม่ได้ผล เขตอาคมนี่สมบูรณ์เเบบ เเม้เเต่ความรู้ของจางเหว่ยก็ไร้ประโยชน์ ข้าต้องลองสันนิษฐานใหม่

 

มารพิษบอกว่าข้าเอามันออกมาไม่ได้ ? หรือว่า....

 

ข้าย่างเท้าเข้าหานกตัวน้อยก่อนจะอุ้มมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอมก่อนจะถือเจ้านกเดินออกจากเขตอาคม เเต่เมื่ออุ้มมาถึงปลายสุดของอักขระ เจ้านกน้อยก็เหมือนติดกำเเพงบางอย่างที่มองไม่เห็น มันตีปีกอย่างเจ็บปวดทันที ข้าจึงต้องรีบก้าวเข้ามาในเขตอาคม

 

เป็นอย่างที่คิด เขตอาคมสร้างขึ้นมาเพื่อขังวิหคชาด

 

เมื่อเอานกออกไม่ได้ ข้าจึงต้องวางนกน้อยลงบนกิ่งไม้ผุ มันใช้สองเท้าเกาะกิ่งไม้อย่างอ่อนเเรง ดวงตาสีนิลจะหลับมิหลับเเหล่ เเต่มันก็พยายามจะขยับตัวเข้าไปจิกกินเนื้อเเห้งที่พาดบนไม้อย่างหิวโหย

 

เเม้จะอมตะ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังหิวเป็น มารพิษทอดทิ้งมันเช่นนี้ไม่รู้ว่ามันเกิดตายมากี่ครั้งเเล้ว

 

หิวจนตาย เกิดมาใหม่ เเละหิวจนตาย

 

ข้านั่งลงบนพื้น จ้องมองเจ้านกเเดงเเละเริ่มคิด

 

จากความทรงจำของจางเหว่ย ชายหนุ่มขี่สายรุ้งสำรวจทั่วเขตอาคมอันกว้างใหญ่นี่มารอบหนึ่งเเล้ว ในเขตอาคมนี้เต็มไปด้วยสัตว์พิษน้อยใหญ่ที่มารพิษเลี้ยงไว้ดูเล่น หรือเลี้ยงไว้กินก็ตามเเต่ บริเวณเดียวที่เเทบไม่มีสัตว์พิษเลยคือป่าไผ่เเห่งนี้ จางเหว่ยจึงคิดจะออกเดินสำรวจอย่างจริงจังในวันที่พึ่งเจอกับข้า

 

ตามการคาดเดาของข้า ผสมกับความรู้ด้านเขตอาคมของจางเหว่ย การจะคงสภาพของเขตอาคมโดยเฉพาะเขตอาคมขนาดใหญ่เช่นนี้ผู้สร้างต้องใช้พลังอย่างมาก จนเรียกว่าไม่อาจขยับไปไหนได้นอกจากนั่งเฉย ๆ ให้เขตอาคมดูดพลัง เเต่ในเขตอาคมนี้ ผู้สร้างมันขึ้นมาอย่างมารพิษไม่ได้ดูลำบากอะไรเลย กิน ๆ นอน ๆ ฝึกวิชาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปวัน ๆ

 

ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่เหลืออยู่ก็คือมีสิ่งอื่นให้พลังเเก่เขตอาคมนี้เเทนมัน

 

ข้ามองนกน้อยที่กำลังกินเนื้อเเห้งอย่างหิวโหย

 

วิหคชาดเป็นสัญลักษณ์เเห่งความอมตะ เมื่อมันตาย ร่างกายจะลุกเป็นไฟ เเละกำเนิดใหม่จากขี้เถ้า ไม่เเปลกใจนักที่ผ่านมาทั้งอาทิตย์มารพิษนำอาหารมาให้มันเเค่ครั้งเดียว มารเฒ่าไม่ได้สนใจว่าเจ้านกนี่จะหิว เพราะหิวอย่างไรมันก็ไม่ตายอย่างถาวร เเละเจ้านกตัวนี้ก่อนที่ข้าจะมาถึง ไม่รู้ว่ามันอดตายไปกี่รอบเเล้ว มารพิษเป็นคนพรรคมาร นี่เป็นวิธีปฏิบัติต่อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคหรือไร?

 

เเต่ช่างเถิด นั่นไม่ใช่ประเด็น

 

ความจริงคือหากนำพลังชีวิตของวิหคชาดมาใช้เป็นพลังให้เเก่เขตอาคม เขตอาคมนั้นก็เเทบจะอยู่เป็นนิรันดร์

 

เเลกมากด้วยความทรมานกับการเกิดตายไม่มีที่สิ้นสุดของวิหคชาด

 

ข้าเดินกลับขึ้นไปชั้นบนใหม่ เเละลงมาห้องใต้ดินอีกครั้งพร้อมถังนํ้าถังหนึ่ง

 

ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน เขตอาคมอันเป็นนิรันดร์จะพังทลายหากเเหล่งพลังของเขตอาคมอย่างวิหคชาดตายไป

 

ไม่มีสิ่งใดเป็นอมตะ วิหคชาดเเม้เกิดใหม่ได้ เเต่ก็มีวิธีหยุดการเกิดนั้นเช่นกัน

 

เช่นการจมนํ้าตาย

 

ข้ายืนประจันหน้ากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ วางถังนํ้าตรงหน้ามัน นกน้อยที่พึ่งกินอิ่มมองข้าอย่างงุนงง

 

นํ้าเป็นธาตุที่ตรงกันข้ามกับวิหคชาด วิหคชาดเป็นธาตุไฟ เเละหากมันจมนํ้าตายร่างกายจะไม่สามารถเเผดเผาตนเองเพื่อเกิดใหม่ได้ จนกว่าเเผ่นดินจะพลิกผัน ผืนนํ้ากลับมาเป็นผืนดินหรือมีคนนํามันขึ้นมาเป่าเเห้งเเละมันสามารถเผาไหม้ตนเองใหม่ เเม้การจมนํ้าจะไม่ใช่การตายอย่างถาวร เเต่นํ้าในถังที่ข้านํามาก็เหมือนเป็นฉนวนกั้นไม่ให้พลังธาตุไฟถูกถ่ายทอดออกมาสู่เขตอาคม เสมือนการตัดเเหล่งพลังงานที่จะค่อย ๆ ทำให้เขตอาคมขาดพลังเเละพังครืนในที่สุด

 

วิหคชาดพลังของมันจะเเข็งเเกร่งหากเติบโตขึ้น บางตนบำเพ็ญเพียรจนมีสติปัญญาทัดเทียมกับมนุษย์ จำเเลงกายเป็นมนุษย์ มันจึงว่ายนํ้าเป็น ดังนั้นพวกมันจึงไม่ตายง่าย ๆ เพียงเพราะจมนํ้า

 

เเต่เจ้าตัวน้อยนี่ต่างกัน มารพิษทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ให้มันอดตายจนต้องผ่านการเกิดใหม่หลายต่อหลายครั้ง พลังจึงหดหายไปเกือบหมด เเค่กดมันลงในถังนํ้าเล็ก ๆ สักพัก มันก็ตายเเล้ว

 

ข้าใช้สองมือกุมตัวเจ้านกน้อยไว้ นกสีเเดงจ้องตาข้าตอบ ดวงตาของมันคล้ายดวงตาของมนุษย์

 

เเค่ฆ่ามัน…

 

ตาใสของวิหคชาดสะท้อนภาพของตัวข้า ผู้หญิงที่สกปรก ผมกระเซอะกระเซิง เเละโหดร้าย เเตกต่างจากตัวข้าก่อนเข้ามาที่นี่ยิ่งนัก

 

ข้าค่อย ๆ ย้ายเจ้านกน้อยไว้บนผิวนํ้า นกสีเเดงตกใจเมื่อเท้าของมันสัมผัสความเปียกชื้น

 

เเค่ฆ่ามัน !

 

ข้ากดหัวนกสีเเดงจนจมลึกไปในนํ้า

 

 

_________________

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

240 ความคิดเห็น

  1. #213 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 20:42

    แค่ขอกินเลือดนกชาดสักหน่อย ไม่ต้องฆ่าได้รึเปล่านะเนี่ย หรือสงสารที่นกตายแล้วเกิด ขาดอิสระกันแน่นะเนี่ย

    #213
    0
  2. #174 suawadee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 11:40
    กระชากอารมณ์สุดดด
    #174
    0
  3. #170 nuchii675 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 01:53
    แด๋วๆๆๆนะไรท์ คือว่าตอนแรกรีดอ่านมา5-6ตอนแระคิดว่านิยายนี้มัยมาม่าสุดติ่งเลยแว้ ทำใจอ่านต่อจนตอนนี้ เห้ยน้องนางจะฮาไปไหนเนี่ย คิดอีกทีไรท์คงเป็นตลกเน้อ ใช่มะไรท์ และรีดว่าชักเริ่มจะมันส์ขึ้นละแฮะ
    #170
    0
  4. #9 ลี ลา ลี ลา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 15:06
    อ่านตอนนี้เเล้วใจเต้นส่งสารนก แต่สนุกกกมากก ขอบคุณค่าาา
    #9
    0