The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 4 : เเหลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    2 ส.ค. 63


 

 

เเหลก

 

 

 

อาภรณ์สีจืดถูกสวมบนตัวข้าในเช้าวันนี้ อิงอี๋กำลังช่วยข้าเเต่งตัว นางผูกสายรัดเอวเหมือนเช่นเคย เเต่ข้ากลับรู้สึกว่ามันรัดมากขึ้นทุกวัน รัดจนหายใจเเทบไม่ออก เมื่อเเต่งกายเสร็จสิ้น อิงอี๋ก็ช่วยข้าเเต่งหน้า ข้ามองหน้าตนเองในกระจก นั่นยังเป็นใบหน้าของข้าที่เเต่งหน้าแบบเดิมๆ เเต่ข้าก็กลับรู้สึกว่าคนในกระจกมันไม่ใช่ข้าขึ้นทุกวัน

 

“ขอบใจ อิงอี๋” ข้ายิ้มขอบคุณสาวใช้ ยิ้มของข้ามันคงดูฝืนเต็มทน จนอิงอี๋ตอบกลับมาด้วยหน้าเศร้า

 

“นายหญิง… อย่างไรก็ไปหานายท่านสักครั้งดีหรือไม่เจ้าคะ” อิงอี๋เสนอความคิด

 

รอยยิ้มของข้าเเข็งค้าง สามี ภรรยา.... นี่ก็ผ่านไปร่วมอาทิตย์เเล้วที่ความสัมพันธ์ของข้ากับเขามีเเค่เพียงซุปถ้วยนึงที่ส่งไปให้ทุกวันเท่านั้น

 

“เขาคงไม่อยากเจอข้านัก” ข้าหลุบตาตํ่า เหนื่อยล้าเกินกว่าจะฝืนยิ้ม ถ้อยคำที่เขาฝากบอกผ่านหลิ่งอี้มา มีเเต่คำที่ข้าไม่อยากได้ยินทั้งนั้น

 

ไม่ว่างพบเจอบ้าง ไม่ต้องลำบากมาบ้าง มีงานต้องสะสางบ้าง ครั้งเเรก ๆ ข้าก็คิดว่ามันเป็นเหตุผล เเต่นาน ๆ ครั้งมันก็กลายเป็นข้ออ้าง ทำไมกัน เราอยู่ห่างกันเเค่เรือนเดียว ทำไมถึงเจอหน้ากันไม่ได้เสียที ยิ่งคิดก็ทำให้ความรู้สึกในอกของข้าอยากจะปะทุออกมา ทั้งความโกรธ ทั้งความเศร้า นํ้าตาในอกเหมือนนํ้ามัน ยิ่งร้องออกมามากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ไฟโหมเเรงขึ้นเท่านั้น

 

“วันนี้ไปเดินดูสระบัวกันหน่อยเถอะ” ข้าบอกกับอิงอี๋ ไปเดินเล่นเสียหน่อยคงทำให้ข้าสงบอารมณ์ตัวเองได้ อย่างไรก็ก่อนที่หลิ่งอี้จะกลับมา ข้าจะได้มีความอดทนฟังข้ออ้างของเขาได้อีกสักหน่อย

 

สระบัวในจวนสกุลเชวี่ยปลูกบัวขาวไว้เต็มบึง ค่ายกลบางอย่างทำให้บัวทุกดอกเบ่งบานตลอดทั้งปี ไม่ว่าใครก็ตามที่สร้างค่ายกลอันสิ้นเปลืองพลังนี้ข้าอยากจะขอบคุณเขาเเละบอกว่ามันคุ้มค่า

 

บัวสีขาว เสียงนํ้าตก ลมพัดใบหญ้าพลิ้วไหว ข้าสูดหายใจลึก ปล่อยตัวกับบรรยากาศ มันทำให้ข้าลืมทุกสิ่ง อิงอี๋เดินตามข้าอย่างเงียบเชียบ นางรู้ดีว่าไม่ควรรบกวนข้า เเม้ว่าสุดท้ายเเล้วความเงียบที่ข้าปรารถนาก็ไม่ได้อยู่นานนัก

 

“นายหญิงเจ้าคะ พี่อิงอี๋” หลิ่งอี้โบกไม้โบกมือจากอีกด้านหนึ่งของสระ ก่อนที่นางจะวิ่งข้ามสะพานมาหาข้า

 

ข้าปั้นยิ้ม มาเเล้วหรือ

 

“เจ้าไม่ต้องรีบก็ได้หลิ่งอี้ เดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอก”

 

“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เพราะนายท่านกำลังมาหานายหญิงนะเจ้าคะ” หลิ่งอี้เอ่ยด้วยความตื่นเต้น

 

ข้ากิริยาหลุดทันที ดวงตากลมเบิกกว้าง รอยยิ้มจู่ ๆ ก็ถูกฉีกออกมา ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหมือนเขาไม่เคยทอดทิ้งหรือปฏิเสธให้ข้าต้องเสียใจมาก่อน

 

“เขาอยู่ไหนหรือ” เสียงข้าสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่

 

“เอ...รู้สึกว่านายท่านบอกว่าจะมาหาท่านตอน…” หลิ่งอี้ยกมือขึ้นมาเกาหัวทำท่านึก จังหวะที่ชายเสื้อเลิกขึ้นจากข้อมือนางนั่นเองข้าเห็นบางอย่างที่ผิดไป

 

กำไลหยกที่มีลวดลายละเอียดลอออยู่บนข้อมือนาง หยกเขียวถูกเเกะเป็นรูปนกกระเรียนเกี่ยวกระหวัดรอบข้อมือเล็ก ๆ นั่น

 

อิงอี๋เองก็เห็นมันพร้อมกับข้า

 

“เจ้าเอากำไลหยกนั่นมาจากไหน” อิงอี๋เบียดตัวมาด้านหน้าข้าทันที ราวกับกำลังปกป้องใบหน้าที่กำลังเเข็งค้างของข้าอยู่

 

หลิ่งอี้ที่กำลังนึก เมื่อรู้ตัวว่ากำไลข้อมือถูกเห็นเเล้วก็ดึงชายเสื้อขึ้นมาปิดทันที

 

“ขะ...ข้าได้จากนายท่านเจ้าค่ะ” เสียงของหลิ่งอี้สั่นเครือ นางถอยออกจากอิงอี๋ที่ปั้นหน้ายักษ์ใส่โดยไม่รู้ตัว

 

“นายหญิงเจ้าคะ นางต้องขโมยมาเเน่เจ้าค่ะ” อิงอี๋หันมาฟ้องข้า ทำให้สติข้าที่กำลังเตลิดไปกลับคืนมา

 

นั่นสิ… ของชิ้นนี้… คงไม่ใช่เขาให้นางมาหรอก ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ให้นางขโมยมาคงจะดีกว่า

 

“หลิ่งอี้ ถ้าเจ้าขโมยมา ก็เอาไปคืนเถอะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหยกชิ้นนี้หมายถึงอะไร”

 

“ขะ… ข้าไม่ได้ขโมยมานะเจ้าคะ…” หลิ่งอี้เสียงสั่น “นายท่านให้รางวัลมาเจ้าค่ะ นะ...นายท่าน บอกว่าเเทนคำขอบคุณที่ข้านำของมาให้ทุกวัน…” หลิ่งอี้เสียงสั่น นางแผ่วเสียงเมื่อถึงประโยคท้าย

 

“ตะ...เเต่ข้านำไปคืนก็ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มันสำคัญ…”

 

สิ้นคำแผ่วเบาของหลิ่งอี้ ไฟในกายของข้าก็ปะทุขึ้นมาใหม่

 

เจ้าไม่รู้ ! เเต่ข้ารู้ !

 

กำไลหยกของบุตรชายตระกูลเชวี่ย เสมือนของประจำตระกูล มันไม่ได้มีพลังวิเศษอะไร เเต่เป็นของเก่าเเก่บุตรชายตระกูลเชวี่ยทุกรุ่น… มอบกำไลหยกนี้เป็นของเเทนใจ…

 

ข้าหลุบตามองหลิ่งอี้ ไฟความโกรธที่ไม่ได้ลุกโชนมานานกำลังโหมกระหนํ่า

 

กำไลนั่นมีไว้ให้ข้า ไม่ใช่สาวใช้ของข้า!!

 

“ไม่ต้องคืนหรอก ข้าให้นางเอง” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังข้า ทำให้ใจข้าเต้นไม่ปกติ ข้าหันหลังกลับไปมองช้า ๆ เหมือนร่างกายกำลังเเข็งขัด

 

“หานเฟิง” เสียงของข้าเเผ่วเบาไร้ซึ่งเรี่ยวเเรง “ทำไม?”

 

ทำไมเจ้าถึงพึ่งมาหาข้า

 

ทำไมต้องโกหกข้า

 

ทำไมเจ้าลืมข้า

 

ทำไมเจ้าให้ของชิ้นนั้นเเก่นาง

 

ทำไมหานเฟิง… ทำไม…

 

“เเค่หยกชิ้นเดียว คุณหนูตระกูลซูต้องเเย่งชิงจากคนใช้เลยหรือ” หานเฟิงไม่เเม้จะมองมาทางข้าด้วยซํ้ายามที่กล่าวคำเหน็บเเนมนั่น สายตาของเขาอยู่เพียงบนใบหน้าของหลิ่งอี้

 

ข้ารู้สึกเหมือนถูกบดขยี้ อิงอี๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เข้ามาพยุงร่างกายข้า เเต่อารมณ์ที่พยายามสงบไม่สามารถพยุงได้อีกเเล้ว

 

ข้าเดินไปหาหลิ่งอี้ โดยไม่รู้ตัวว่าตนเองทำหน้าอย่างไร หลิ่งอี้จึงมองข้าด้วยเเววตาหวาดกลัว ข้าจับที่ข้อมือนาง เเละกระชากกำไลหยกออกมา หลิ่งอี้ร้องโอยด้วยความเจ็บ ข้าพินิจมองกำไลนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโยนลงสระบัวไป

 

ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครคิดว่าข้าจะทำเช่นนี้

 

“เจ้าทำอะไรลงไป!” หานเฟิงเป็นคนเเรกที่ทักท้วง

 

ข้าหัวเราะ ด้วยความเจ็บปวด ความเศร้า ความริษยา หรืออารมณ์ใดก็เเล้วเเต่ที่ผลักดันให้ข้าหัวเราะออกมาโดยไม่สำรวมกิริยา

 

“เเค่หยกชิ้นเดียว คุณชายคงไม่ถือสากระมัง” ข้ายอกย้อนสามีที่รักด้วยคำพูดของเขาเองเเล้วสะบัดหน้าหนี เดินจํ้าออกไปโดยไม่หันมามองคนทั้งสอง อิงอี๋เเม้ยังตกใจในสิ่งที่ข้าพึ่งทำลงไป เเต่ก็ยังเดินตามมาติด ๆ

 

ข้าเดินผ่านสาวใช้กลุ่มหนึ่งในจวน พวกนางมองข้าด้วยสายตาแปลก ๆ เสียงซุบซิบดังขึ้นข้างหลัง

 

ข้าคิดว่ามันเป็นเเค่เรื่องซุบซิบเล็กน้อยในจวน คงจะเงียบลงไปเอง เเต่นั่นไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดเลย เสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายมันก็ดังไปทั่วจวน

 

นายหญิงคนใหม่ หึงหวงสามีจนตบตีคนใช้ของตน

 

ที่สำคัญคือนางควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จนทำลายหยกชิ้นสำคัญของสกุลเชวี่ย

 

 

_______

 

 

สกุลเชวี่ยสายหลักมีบุตรด้วยกันสามคน

 

เเละบุตรบุญธรรมหนึ่งคนจากสายรองอย่างท่านเจ้าสำนัก

 

ด้วยความไม่เอาไหนเเละชื่อเสียงเสีย ๆ หาย ๆ ของบุตรสายหลักทั้งสามคนทำให้ผู้ที่เป็นทั้งบิดาเเละหัวหน้าตระกูลอย่างเชวี่ยอวี้หลางต้องกุมขมับ เเละไม่กล้ายกตำเเหน่งผู้นำตระกูลให้กับบุตรคนใด

 

ในตอนเเรก เชวี่ยอวี้หลางไม่ได้สนใจบุตรบุญธรรมของพี่ชายตนเองเลยเเม้เเต่น้อย อีกทั้งพี่ชายของเขาก็สนใจเเต่เรื่องในสำนัก ไม่ค่อยสนใจนักว่าตระกูลจะอยู่ในช่วงวิกฤติหรือไม่ เเต่เมื่อเวลาผ่านไป หานเฟิงที่จืดจางเติบโตขึ้น ทั้งความสามารถ กิริยาวาจา หรือเเม้เเต่หน้าตาก็ดูจะโดดเด่นไปเสียหมด เมื่อไปพูดกับใครเชวี่ยอวี้หลางก็เอามาอวดได้เต็มปากว่าหานเฟิงมีสกุลเชวี่ยเเม้เป็นบุตรบุญธรรมของพี่ชาย เชวี่ยอวี้หลางเมื่อเห็นหานเฟิงดูเข้าตาเเละเชิดชูชื่อเสียงตระกูลได้ ก็เริ่มเข้าหาเเละถึงขั้นพูดว่าบุตรของพี่ชาย ก็เหมือนบุตรของตน ทุกวันนี้ทั้งคนในจวนเเละคนภายนอกต่างรู้ว่าหานเฟิงรับงานเกือบครึ่งในจวนสกุลเชวี่ย ดังนั้น เเม้เชวี่ยอวี้หลางไม่ได้พูดออกมาเต็มปากว่าจะยกหัวหน้าตระกูลคนต่อไปให้ใคร ทุกคนต่างก็รู้ว่าใครคือ ‘นายท่าน’ คนต่อไปของสกุลเชวี่ย เเละการมอบกำไลหยกรูปนกกระเรียนให้หานเฟิงนั่นก็ยืนยันได้มากพอเเล้วว่าสองสามีภรรยาผู้นำสกุลเชวี่ยให้ความสำคัญกับหานเฟิงมากเท่าใด

 

นั่นคือสิ่งที่ข้าได้ยินมา

 

ดังนั้น นอกจากท่านเจ้าสำนักที่รับหานเฟิงมาเลี้ยง ท่านอาทั้งสองของหานเฟิง ก็เปรียบเสมือนพ่อเเม่สามีของข้าเช่นกัน

 

เเม้ข้าจะเป็นว่าที่ ‘นายหญิง’ ของสกุลนี้ เเต่อย่างไรเสีย ‘นายหญิง’ ที่เเท้จริงของสกุลเชวี่ยก็ยังไม่ใช่ข้า

 

ไม่กี่วันจากวันที่ข้าก่อเรื่อง เเม้ข้าจะนิ่งเฉยเเต่ปากของเหล่าคนใช้ในจวนสกุลเชวี่ยไม่ได้นิ่งเฉยเลย สุดท้ายข่าวลือมันก็มาถึงหูนายหญิงจริง ๆ ของจวนจนได้

 

เชวี่ยเหลียนซีมีใบหน้าบูดบึ้งตอนข้ามาหานาง หญิงวัยกลางคนคนนี้รักเชวี่ยหานเฟิงมากกว่าลูกในใส้ตนเองอีกกระมัง….เมื่อได้ยินเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับหานเฟิง จึงได้เรียกข้าเข้ามาตำหนิทันที

 

ข้าคุกเข่าอยู่บนพื้นเย็น ข้างหน้าข้าคือเชวี่ยอวี้หลาง เเละเชวี่ยเหลียนซี นายท่าน เเละนายหญิงที่เเท้จริงของสกุลนี้

 

“ข้าเรียกเจ้ามาตำหนิเพราะไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก” เเม่สามีกัดฟันกรอด ๆ เอ่ยสั่งสอนลูกสะใภ้อย่างข้า

 

“ฮูหยินท่านอย่าได้โกรธไปเลย” พ่อสามีนั่งข้าง ๆ พยายามไม่ให้ภรรยาของตนโกรธ เพราะอย่างไรคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ก็เป็นลูกสาวสกุลซู ให้นางนั่งคุกเข่าก็มากพอเเล้ว ยังจะดุด่านางอีก ถ้านางไปฟ้องอานางขึ้นมา สกุลเชวี่ยได้ไม่มีอันจะกินเเน่

 

“ท่านจะห้ามอันใดกัน! นางกำลังทำให้ตระกูลเชวี่ยเสื่อมเสียชื่อเสียง รู้หรือไม่คนภายนอกมองเราอย่างไรหากมีสะใภ้นิสัยเสียเช่นนี้”

 

ข้าขมวดคิ้ว ดูเหมือนในข่าวลือกับความเป็นจริงจะเเตกต่างกัน ฮูหยินถึงได้ดูโมโหขนาดนี้

 

“ข้าขออภัยท่านทั้งสอง เป็นเพราะข้าใช้อารมณ์เอง ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก” ข้าค้อมตัวลงคารวะผู้อาวุโสทั้งสอง หวังให้เรื่องจบลง

 

“ท่านอา เกิดอะไรขึ้นหรือ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากข้างหลังข้า ข้าตัวเเข็งทื่อขึ้นทันที ไม่นึกว่าฮูหยินเชวี่ยจะเรียกหานเฟิงมาด้วย

 

เขามาทำไมกัน? ช่วยเเก้ต่างให้ข้าหรือ?

 

“หานเฟิงเจ้ามาก็ดีเเล้ว บอกข้าสิว่านางทำอะไรเจ้า ข้าจะสั่งสอนนางเอง!” ฮูหยินเห็นหานเฟิงเดินเข้ามาก็รีบพูดเอาใจทันที ข้ารู้สึกไร้เเรงจะขยับ ตั้งเเต่วันนั้นข้าก็ไม่กล้ามองหน้าเขาอีกเลย จึงได้เเต่จ้องมองความเยียบเย็นของพื้นตรงหน้าเท่านั้น

 

“อ้อ” หานเฟิงตอบเพียงสั้น ๆ ชั่วระยะหนึ่งที่ข้าเห็นเงาของเขามองมาทางข้า “ท่านอย่าได้โทษนาง นั่นเป็นเพราะข้าไม่ได้บอกให้ชัดเจนเอง”

 

“จะมีสิ่งใดต้องชัดเจนกว่านี้อีกหรือ ความสำคัญของกำไลหยก ทุกคนต่างรู้ดี ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาโยนทิ้งขว้างเเบบนี้” ฮูหยินรีบขึ้นเสียง เเม้ข้าไม่ได้มองหน้านางก็รู้สึกถึงสายตาที่มองเหยียดมาที่ข้า

 

“นั่นถูก เเต่ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้ท่านอา” หานเฟิงตอบ

 

“เเล้วมีเรื่องอันใดที่ยังไม่ชัดเจนหรือ” ฮูหยินเอ่ยถามกลับ

 

“ข้าไม่ได้บอกนางว่าข้าจะรับหลิ่งอี้เป็นภรรยา”

 

ชั่วจังหวะหนึ่งที่ข้าลืมหายใจ

 

ทุกอย่างเงียบกริบข้าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงข้างกาย หานเฟิงมีใบหน้านิ่งเรียบ

 

“หลิงอี้ ? ใครหรือ ? เจ้า… เจ้าจะเเต่งภรรยาน้อยหรือ…. ไวขนาดนี้” อารมณ์โกรธของฮูหยินหายไปในพริบตา เเทนที่ด้วยสายตางุนงง

 

“หลิ่งอี้คือคนรับใช้ของหลิวหยาง เเม้นางไม่ได้มีฐานะอันใด เเต่ข้าก็รักนางตั้งเเต่เเรกพบ ท่านอาทั้งสอง ได้โปรดอนุญาต”

 

ความเงียบคือสิ่งที่ตามมาหลังจบประโยคนั้น ทุกคนได้ยินเเม้เสียงใบไม้หล่น เเต่คงไม่มีใครได้ยินเสียงบางอย่างที่อยู่ในตัวข้าเเตกร้าว มันเเหลกละเอียด เหมือนโดนมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นสุดเเรงในทีเดียว ที่หางตาของข้า หลิ่งอี้ยืนอยู่ด้านนอก

 

อ้า… เขาไม่ได้มาเพื่อเเก้ต่างให้ข้า

 

เขามาเพื่อนาง…

 

ใบหน้าของหลิ่งอี้ฉายชัดในความทรงจำข้า ทั้งเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย นางเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริง สดใส ไม่มีใครไม่หลงรักนาง

 

เเต่... เป็นท่าน.. ทำไมถึงเป็นท่านด้วย…

 

“เช่นนี้เอง… ถึงเเม้จะไวไปเสียหน่อย เเต่ข้าจะไปห้ามเจ้าได้อย่างไร เจ้าเเต่งได้….”

 

“ไม่” ข้าลุกยืนขึ้นทันควันพร้อมเอ่ยขัดฮูหยินใหญ่ที่มีใบหน้าระรื่น ข้าจ้องมองใบหน้าของหานเฟิงที่ไม่เเม้เเต่จะปรายตามาทางข้าด้วยซํ้า

 

“ท่านเเต่งไม่ได้!” ข้าเอ่ยด้วยเเรงทั้งหมดของข้า ภายในหัวข้าเริ่มปั่นป่วน ภาพภายหน้าเริ่มเบลอเพราะนํ้าตา

 

“หลิวหยาง เจ้าใจเย็นก่อนเถิดถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นภรรยาหลวง…”

 

“ข้าไม่ยอมรับ” ข้าตะโกนใส่เชวี่ยอวี้หลางที่เข้ามาปลอบข้า

 

สิบปี…. เกือบสิบปี… ที่ข้าอยู่กับการคิดถึงเจ้า มองเเต่เจ้า ช่วยเหลือเจ้า ข้าเรียนทุกอย่างเพื่อจะเป็นกุลสตรีที่ดี ข้าทำทุกอย่างเพื่อจะดูงดงาม เพื่อจะดูคู่ควรกับเจ้า เจ้ากล้าบอกว่าหญิงอื่นเป็นรักเเรกของเจ้าหรือ โกหกชัด ๆ ! เจ้าพูดออกมาได้อย่างไร !!

 

เพี๊ยยยย !!

 

ฝ่ามือหนึ่งฟาดบนหน้าข้าจนข้ารู้สึกชาวาบ ข้ากุมใบหน้าตนเองมองฮูหยินเจ้าของฝ่ามือที่มองมาทางข้าเหมือนอยากจะนาบฝ่ามือบนหน้าข้าอีกสักห้าหกที

 

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามสามีเจ้า!!” ฮูหยินชี้นิ้วของนางบ่นใส่ข้านํ้าลายเป็นฝอย “ไม่ว่าสามีจะมีภรรยาน้อยอีกสักกี่คน ภรรยาอย่างเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเขา เรื่องเเค่นี้เจ้ายังไม่รู้หรือ”

 

ในหัวข้าว่างเปล่า มีน้อยคนที่รู้ เเละข้าก็เป็นหนึ่งในน้อยคนนั้น ฮูหยินสกุลเชวี่ยเเม้ไม่ห้ามสามีให้มีภรรยาน้อย เเต่หญิงใดก็ตามที่มาวนเวียนใกล้ตัวหัวหน้าตระกูลจนผิดปกติ ต่างตายอย่างปริศนา สำหรับผู้ต้องหาก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลนอกจากฮูหยินเอง 
 

 

หรือข้าก็ควรจะทำเช่นนั้น?

 

เเต่…. ทำเเล้วได้อะไร…

 

หลิ่งอี้หายไป หัวใจเขาจะเป็นของข้าหรือ?

 

“หึๆ … ฮ่า ๆๆๆ” ข้าหัวเราะออกมาทั้งนํ้าตา ไม่เหลือมาดคุณหนูสกุลซูผู้เพียบพร้อมอีกเเล้ว 
 

 

“หานเฟิง ข้าขอถามท่านสักคำเถิด” ข้าจ้องใบหน้านั้น ใบหน้าของคนที่ข้าเฝ้าคอยมาเเทบทั้งชีวิต

 

“ท่านรักข้าหรือไม่?”

 

สิ่งที่ข้าอยากได้ยินที่สุด

 

เขาไม่เคยบอก

 

สิ่งที่ข้าอยากได้ยินที่สุด

 

เขาบอกกับหญิงอื่น

 

ไม่มีคำตอบจากหานเฟิง เเม้เเต่สายตาของเขา ก็ไม่ได้มองมาทางข้า

 

“ถ้าท่านเเต่งกับนาง ข้าจะหย่า” ข้าเอ่ยเสียงเบา เเต่ทุกคนรอบกายข้า ข้าเชื่อว่าพวกเขาได้ยินชัด

 

“นะ..นี่เจ้า เหิมเกริมนัก! ไม่มีภรรยาที่ไหนมีสิทธิ์หย่าสามีหรอก” ฮูหยินทำท่าจะมาตบข้าอีกครั้ง เเต่สามีของนางห้ามไว้ทันในรอบนี้ ท่ามกลางเสียงทะเลาะกันของทั้งสอง ในที่สุดหานเฟิงก็พูดออกมา

 

“ข้าขอยืนยันในสิ่งที่พูดไปแล้ว”

 

ข้าสูดหายใจลึกเมื่อได้ยิน เล็บจิกเนื้อจากการกำหมัดจนเจ็บปวด

 

“ท่านพูดถูกฮูหยิน ข้าไม่มีสิทธิ์” ท่ามกลางนํ้าตาเเละเสียงสะอื้น ข้าพยายามควบคุมเสียงของตนเองให้ออกมาอย่างชัดเจน

 

“เช่นนั้นก็ได้โปรดเขียนใบหย่าให้ข้าเถิด”

 

พ่อเเม่สามีของข้าเงียบทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ข้าพูด พวกเขาไม่คิดว่าข้าจะหย่าจริง ๆ หลังจากเเต่งงานได้ไม่กี่วัน

 

“หลิวหยาง เจ้าใจเย็นก่อนเถิด นี่ไม่ใชเรื่องเล่น ๆ” หัวหน้าตระกูลพยายามเข้ามาปลอบประโลมข้า ส่วนฮูหยินของเขาก็เงียบไปแล้วทันทีที่ได้ยิน

 

ตึก!!

 

เสียงคุกเข่าของข้าฟังดูน่าสยดสยอง กระดูกปวดร้าวจากการทิ้งตัวลงบนพื้น ในจังหวะที่ไม่มีใครทันตั้งตัวฝ่ามือทั้งสองเเละศีรษะของข้าก็จรดลงกับพื้นเเทบเท้าหานเฟิง 
 

 

สามีอยู่เหนือภรรยา เช่นนั้นสิ่งเดียวที่ข้าทำได้คงเป็นวิงวอน

 

“ได้โปรด เขียนใบหย่าให้ข้าเถิด” เสียงของข้าสั่นเครือปนเสียงสะอื้น ข้าคำนับนิ่ง ความเงียบเกาะกินเวลาทำให้ดูเหมือนานเเสนนาน ไม่มีใครคิด คุณหนูสกุลซูจะทิ้งศักดิ์ศรีที่มีทั้งหมดให้ชายคนหนึ่ง

 

ผ่านไปเพียงชั่วลมหายใจ หรือไม่ก็ไวกว่านั้น

 

หานเฟิงก็พูดออกมา

 

“ได้”

 

มันจบเเล้ว...

 

ข้าวิ่งออกไปเมื่อได้ยินคำนั้น

 

ร่างกายยังขยับ

 

เเต่หัวใจเเหลกสลาย

_________

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

244 ความคิดเห็น

  1. #210 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 17:11

    ไอสารเลวเอ้ยยย โกรธแทนน้องแล้วเนี่ย น้องต้องเข้มแข็งไว้นะคะ ยอมเจ็บปวดตอนนี้ ดีกว่าเจ็บปวดไปจนตายค่ะ

    #210
    0
  2. #158 นัทจัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 20:24

    สาวใช้สารเลว ผัวก็เฮงซวยหย่าๆไปก็ดี ทำไมรู้ช้าจังหากรู้แต่แรกนางคงไม่โง่แต่ง หรือมาสปาร์คกันตอนแต่งถึงบอกเห็นหน้าก็รักเลย ไวไฟไปไหม จบเกมส์ซะ สวย รวบ อัจฉริยะ นางเลือกได้มิน่าเจ้าสำนักที่เป็นพ่อบุญธรรมถึงพยายามกล่อมให้นางกลับไปเป็นศิษย์สำนัก เรียนยุทธต่อ เพราะนางเมื่อ 6 ปีก่อนนั้นเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งในสำนักเลยทีเดียว เดินออกมาจากชีวิตผัวสารเลวกับคนใช้สตอบอแหล่ซะ ก่อนไปน่าจะตบให้หน้าหันทั้งผัวทั้งเมียน้อยเลย (อินจัด)

    #158
    0
  3. #145 นาน่านะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 23:44

    สาวใช้คงไปสตอสินะ ว่านางเป็นคนทำซุปเอง เพราะฝีมือนางเอกตอนเด็กมันไม่อร่อย คนคงไม่เชื่อว่านางทำเอง...นังสาวใช้เลยได้โอกาส....เลวจริง ๆ....แต่ก็นะ ผช.ที่เนรคุณคนช่วยชีวิตจนตัวเองปางตายแบบนี้ ไม่น่าเอาทำผัวจริง ๆ

    #145
    0
  4. #131 Oiljang89 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 12:36
    สาวใช้เป็นสินเดิมให้ตายก็ต้องตาย...สิทธิ์เป็นของนางเอกหนิที่จะยกให้หรือไม่ยกให้
    #131
    0
  5. #109 Pimmy27pb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 19:31
    หะ อะไรอ่ะรักสาวใช้ อมกกกกกกกก!!!
    #109
    0