The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 28 : สาวใช้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

 

 

 


 

สาวใช้

 

 

 

 

ฤดูหนาวกำลังมา

 

บัวขาวในสวนสกุลเชวี่ยยังเบ่งบานเหมือนเช่นตอนที่ข้าจากมา ประดุจถูกผนึกไว้เเม้กาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนไปนานเท่าใดก็ตาม

 

ข้ายืนมองบัว เเละรอคนบางคน

 

“เเค่สั่งสอนนาง คุณหนูใยจึงต้องมาเองล่ะเจ้าคะ" อิงอี๋ยืนอยู่ด้านหลังข้า นางกอดอกส่งเสียงฟึดฟัดอย่างไม่พอใจ

 

“เรื่องของข้ากับนาง เหตุใดจึงมาเองไม่ได้" ข้ายกยิ้มก่อนตอบอิงอี๋ด้วยเสียงราบเรียบ ไกลออกไป สายตาของหัวหน้าตระกูลเชวี่ยเเละฮูหยินกำลังมองมาทางข้าอย่างระเเวดระวัง

 

หากเป็นกาลก่อนที่ข้าจะหย่าร้าง ฮูหยินคงเดินมาดุด่าข้าทันทีที่ใช้อำนาจออกคำสั่งเรียกตัวคนในบ้านนาง เเต่ตอนนี้ไม่ใช่ ข้าหย่าร้าง ข้าคือคุณหนูสกุลซู ข้าถูกทำร้าย เเละไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยไม่กระทำการใด 

 

ข้าเสียหานเฟิงไป เเต่ข้าได้เเซ่ซูกลับมา

 

“นางไม่มาหรอกเจ้าค่ะ” อิงอี๋ออกความเห็น

 

ข้าขมวดคิ้ว “ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้น”

 

“เพราะนางตาขาว”

 

เมื่อได้คำตอบข้าก็คลายคิ้วที่ขมวดเเล้วหัวเราะ

 

“นางกล้าฆ่าข้า เหตุใดจึงไม่กล้ามาหา ข้าขอพนันว่านางกล้าพอ”

 

“เราจะพนันกันหรือเจ้าคะ ?” อิงอี๋ตื่นตระหนกเล็กน้อย

 

ยังไม่ทันที่ข้าจะได้กล่าวคำใดหลักฐานที่บอกว่าข้าชนะพนันก็เดินมาหาเเล้ว

 

หลิ่งอี้เดินมาตามสะพาน มือน้อย ๆ สั่นอยู่ใต้ชายเสื้อ เเต่ฝีเท้ามั่นคง ข้าเห็นเด็กสาวในกรงพ่อค้าทาส เห็นเด็กสาวที่เดินตามรับใช้ข้า เห็นเด็กสาวที่ถือกำไลหยกของตระกูลเชวี่ยผ่านเข้ามาในความทรงจำ เเม้จะเลือนลางเเต่ข้าก็ยังพยายามนึกว่าหลิ่งอี้ในตอนนี้เป็นเด็กสาวเเบบไหนกัน จนนางมาถึงตรงหน้าข้า ข้าถึงได้รู้ว่านางไม่ใช่เด็กสาวคนไหนที่ข้าเคยรู้จักเลย 

 

“คุณหนู” เสียงของหลิ่งอี้เเหบเเห้ง

 

“ข้าไม่ใช่คุณหนูของเจ้าเเล้ว” เสียงของข้าราบเรียบ เเววตาข้าไร้อารมณ์ “ตั้งเเต่ซื้อเจ้ามาจากพ่อค้าทาส ข้าไม่เคยมองเจ้าเป็นทาสเลย ไม่เเม้เเต่ครั้งเดียว เจ้าคือมนุษย์คนหนึ่ง ชีวิตเจ้าเป็นของเจ้า เจ้าเรียกข้าว่าคุณหนูเพราะตระกูลเชวี่ยให้เงินเจ้ามารับใช้ข้า เเต่ตอนนี้เจ้าไม่ได้รับเงินนั่นเเล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเรียกข้าว่าคุณหนูอีก”

 

หลิ่งอี้เงียบเเละรับฟังนางก้มหน้ามองพื้นพร้อมเสียงสะอื้น

 

เด็กหญิงที่ใสซื่ไม่ได้เเปลว่าโง่ นางเรียกข้าว่าคุณหนูไม่ได้อีก นั่นหมายถึงความสัมพันธ์เดียวที่ข้ามีกับนางตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

 

“บุญคุณของท่านที่มีต่อข้า ยากจะทดเเทน” หลิ่งอี้พูดพลางสะอื้น ข้าไม่รู้ว่านางสะอื้นเพราะอะไร เช่นเดียวกับที่ไม่รู้ว่านางยังเรียกข้าว่าคุณหนูเพราะอะไร

 

“ถ้าเจ้าจะทดเเทนบุญคุณด้วยการสังหารผู้มีพระคุณ เช่นนั้นก็อย่าทำเลย” อิงอี๋เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงเฉียบขาด

 

หลิ่งอี้ยังสะอื้นต่อไป

 

“เพราะอะไร” ข้าถามเสียงนิ่ง “ที่ข้ามาหาเจ้า เเค่มาหาคำตอบ เพราะอะไรหลิ่งอี้”

 

“เป็นความผิดของข้าเจ้าค่ะ เป็นความผิดของข้า….” นํ้าตาของเด็กสาวพรั่งพรูดั่งหยาดฝน เสียงของนางสั่นเครือ นางยอมรับผิดเเล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ ข้าต้องการเพียงเหตุผล

 

“หากเจ้าทำเพราะริษยาข้า ข้าจะบอกกับเจ้าว่านั่นไม่จำเป็นเลย เจ้าต้องการอยู่กับหานเฟิงเเละหานเฟิงอยากอยู่กับเจ้า ข้าก็ยินดีกับเจ้าด้วย ข้าไม่รู้ว่าหานเฟิงขุดเรื่องเเต่งงานมาเพื่ออะไร เเต่ปัญหานี้เจ้าสองคนควรคุยกันเอง มิใช่เรื่องที่ข้าต้องยุ่ง” เมื่อเหตุผลว่าริษยายากที่จะออกจากปากของหลิ่งอี้ ข้าจึงเอ่ยดักออกมาเอง หลิ่งอี้ยังร้องไห้ต่อไป หรือบางทีนางอาจจะทำอะไรไม่ได้เเล้วนอกจากร้องไห้

 

“นี่ !” คนที่ทนไม่ไหวเป็นอิงอี๋ “พูดอะไรออกมาบ้างสิ เจ้าจริงใจที่จะรับผิดหรือไม่ !” อิงอี๋ของข้าเดินเข้าไปกระชากคอหลิ่งอี้ที่ร้องไห้ฟูมฟายอย่างเเรง เสียงตะโกนของนางประหนึ่งอัดอั้นมาเเสนนานเพื่อรอวันล้างเเค้น

 

ข้าไม่ได้ห้าม เเละคิดดี ๆ เเล้วไม่มีเหตุผลที่ต้องห้าม เเต่บางสิ่งบางอย่างที่เผยออกมาบนคอของหลิ่งอี้เมื่ออิงอี๋กระชากมันทำให้ข้าขมวดคิ้ว

 

รอยเเดงประทับอยู่บนผิวเนียนของเด็กสาว ไม่ใช่รอยจูบ ไม่ใช่รอยเเผลเป็น

 

“เดี๋ยวก่อนอิงอี๋" ข้าปราม สาวใช้หยุดมือเเละหลีกทางให้ข้าเดินเข้าหาหลิ่งอี้

 

มือของข้าที่เอื้อมเข้าหาอดีตสาวใช้ไม่ได้รุนเเรง ไม่ได้กระชากมาตบเหมือนอิงอี๋ เพียงยื่นออกไปด้วยความสงสัย เเต่นั่นก็มากพอให้หลิ่งอี้ตัวสั่นเหมือนลูกนก ข้าจับคอเสื้อนางเเล้วเลื่อนออกเบา ๆ รอยเเดงปรากฏ

 

ข้าขมวดคิ้วเเน่นขึ้น

 

น่าเสียดายที่ยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ปราณกระเเสหนึ่งก็เเล่นเข้ามาเเผดเผามือข้าทำให้ข้าต้องปล่อยมือ

 

ข้ามองมือตนที่ปรากฏรอยไหม้เล็ก ๆ ปราณสายนี้ไม่มีเเรงอาฆาต ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดมากนัก ข้าจึงไม่ได้หลบ เจ้าของปราณต้องการเพียงเตือนเท่านั้น

 

ข้ามองแผลตนเองเเวบหนึ่ง ก่อนปรายตาไปมองเจ้าของปราณสายนั้น ชายชุดขาวของสำนักบูรพาโดดลงมาจากฟ้าด้วยวิชาตัวเบาเเละดึงหลิ่งอี้ไปอยู่ด้านหลังตน

 

ปราณสายนี้คล้ายประกายอัคคีของท่านเจ้าสำนัก ดังนั้นผู้ที่ใช้จึงไม่ใช่ใครอื่นไกลนอกจากบุตรบุญธรรมของท่านเจ้าสำนักอย่างหานเฟิง

 

“คุณหนูเป็นอะไรไหมเจ้าคะ” อิงอี๋มองเเผลเล็ก ๆ ของข้าเหมือนแผลฉกรรจ์ เเละสับสายตาไปจ้องหานเฟิงประหนึ่งสัตว์ร้าย ข้ารู้สึกดีใจที่เก็บเฟยหงไว้ในรถม้าเเล้วให้จ้านหลิวเฝ้า มิเช่นนั้นสวนบัวขาวเเห่งนี้คงได้ลุกเป็นไฟ

 

“แปลกจริง เหตุใดท่านจึงมาอยู่เเถวนี้ได้ มิใช่ว่าท่านต้องอยู่ที่สำนักบูรพาหรือ” ข้าถาม เเต่หานเฟิงไม่ได้ตอบคำถามที่เหมือนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของข้า เขาเพียงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเเล้วจ้องมอง

 

“คุณชายหาน ! ทำเกินไปเเล้วนะเจ้าคะ !” อิงอี๋ไม่ใช่สาวใช้ที่จะยอมให้ใครมาทำร้ายคุณหนูของนางเล้วปล่อยผ่าน ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีฐานะใดก็ตาม

 

“เจ้ามาที่นี่ทำไม ซูหลิวหยาง” หานเฟิงกล่าวเสียงนิ่ง ข้าลูบมือที่มีรอยไหม้ของตนเเล้วพยายามจ้องมองหาความคิดของหานเฟิง

 

“ข้ามาหาสหายเก่าของข้า ผิดหรือ ?” ข้าตอบด้วยรอยยิ้ม หานเฟิงที่จ้องมองข้าจู่ ๆ ก็เบือนหน้าหนี

 

“ข้าเข้าใจว่าเรื่องหลิ่งอี้ผลักเจ้า ทำให้ขุ่นเคือง เเต่เจ้าไม่ได้เป็นอะไรมาก เช่นนั้นก็ให้อภัยนางเถิด” หานเฟิงกล่าวเสียงนิ่ง ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่สระบัว

 

เมื่อข้าได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น

 

“ท่านจะให้ข้าอภัยคนที่คิดสังหารข้าหรือ ? เจ้าเป็นคนตลกมากหานเฟิง"

 

สิ้นเสียงหัวเราะของข้า หานเฟิงหน้าเครียดกว่าเดิม

 

“เจ้าจะฆ่านาง ? " คุณชายหานเอ่ยปากถาม

 

“คุณหนูซู ไว้ชีวิตนางเถอะ !” หัวหน้าตระกูลเชวี่ยวิ่งหน้าตั้งเข้ามาห้ามปรามพร้อมกับฮูหยิน

 

“เห็นเเก่ความสัมพันธ์สองตระกูลเเล้วไว้ชีวิตนางเถิด” เเม้เเต่ฮูหยินที่กัดกับข้ามาตลอดก็พูดด้วยนํ้าเสียงขอร้อง

 

ข้ายกยิ้มเเละปรายตามองทั้งสองคน เห็นเเล้วก็นึกสมเพชตน ปกป้องกันดีเสียจริง ตอนนั้นข้าคิดอะไรอยู่ถึงได้โง่ตบเเต่งเข้าตระกูลนี้นะ

 

"นึกย้อนไป ตอนที่รู้ว่าท่านจะเเต่งนางเป็นภรรยาน้อย ข้าก็เคยคิดฆ่านาง เเต่ข้าก็นึกขึ้นได้ ฆ่าเเล้วได้อะไร ฆ่าเเล้วท่านจะกลับมารักข้าได้หรือไม่ เพราะคำตอบคือไม่ ข้าจึงไม่ได้ฆ่านาง

 

ข้าว่ามีบางเรื่องที่พวกท่านเข้าใจผิด เเม้เเซ่ซูจะให้อำนาจเเก่ข้า เเต่ก็ใช่ว่าข้าจะใช้มันฆ่าใครตามอำเภอใจ"

 

คนตระกูลเชวี่ยสามคนเกิดความงงงวยเมื่อฟังจบ ฮูหยินเชวี่ยเป็นคนเเรกที่เอ่ยถาม

 

“เจ้าถ่อมาถึงที่นี่ ถ้าไม่ได้มาเพราะฆ่านางล้างเเค้นเเล้วมาเพราะอะไร?”

 

“ผิดเเล้ว เพราะไม่ได้อยากฆ่านางข้าจึงมาเอง”

 

“เพ้ย ! พูดวกวนอยู่ได้ เจ้ามาเพื่ออะไรกันเเน่ซูหลิวหยาง !!” ฮูหยินเชวี่ย สุดท้ายก็ทนไม่ไหวสถบออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว

 

“พอเถอะเจ้าค่ะ !” หลิ่งอี้ตัวน้อยจู่ ๆ ก็ตวาดขึ้นมา ข้าเลิกคิ้วอย่างเเปลกใจ นางหยุดสะอื้นเเล้ว

 

เด็กสาวอ้อมออกมาจากหลังหานเฟิง นางก้มหน้างุด ๆ มองพื้น เข้ามาหาข้า นางไม่ได้สะอื้นเเต่ใต้ใบหน้าที่ก้มอยู่นั้นนํ้าตายังรินไหล

 

“พวกท่านอย่าได้เข้าใจคุณหนูผิดเลยเจ้าค่ะ หากผู้ที่มาหาข้าเป็นคนอื่นในตระกูลไม่ใช่คุณหนูซู ข้าคงไม่มีลมหายใจอยู่จนถึงตอนนี้” หลิ่งอี้ประคองสองมือที่สั่นเทาขึ้นคำนับข้าหนึ่งครั้ง

 

“ขอบคุณที่ไว้ชีวิตข้าอีกครั้งเจ้าค่ะ”

 

ข้าก้มมองนางนิ่ง นัยน์ตาว่างเปล่า

 

“เอาเถิด ข้าได้สิ่งที่ต้องการเเล้ว” สิ้นคำข้าก็หันหลังกลับ อิงอี๋เห็นดังนั้นก็ไม่พอใจอยู่บ้างที่จบเเค่นี้ เเต่ก็เดินตามมา

 

หลังจากการมาของข้าครั้งนี้ ข้าก็ไม่มีสาวใช้คนสนิทที่ชื่อหลิ่งอี้อีกต่อไป

 

 

___________

 

 

ซูหลิวหยางจากไปแล้ว หัวหน้าตระกูลเเละฮูหยินเชวี่ยก็เดินจากไปโดยไร้คำพูด หลิ่งอี้ยืนนิ่งสนิท จวนสกุลเชวี่ยเงียบเหงาดั่งไร้ชีวิต

 

หานเฟิงมองเงาร่างที่หดเล็กลงเเล้วครุ่นคิด ปราณไฟที่ปล่อยใส่ซูหลิวหยางเเม้น้อยนิด เเต่คงเป็นเเผลบนมือนั้นไปสักพัก คุณชายหานจึงคิดไม่ตกว่าจะไปขอโทษดีหรือไม่ เท้าที่จะก้าวมิก้าวเเหล่สุดท้ายจึงโดนหลิ่งอี้ทักไว้ก่อน

 

“คุณชายหาน ขอบคุณที่ยื่นมือมาช่วยข้าเจ้าค่ะ” หลิ่งอี้ค้อมตัวคารวะเป็นรอบที่สองของวันนี้

 

“ข้าทำเพราะตัวเจ้ามีตราของท่านเเม่อยู่ หากใครพบเห็นจะเป็นเรื่อง จากนี้ก็ระวังด้วย” หานเฟิงตอบโดยที่สายตายังมองตามเงานั้น

 

หลิ่งอี้ได้ยินก็ตบเข้าที่คอตนอย่างตกใจ ใบหน้าของหญิงชุดเเดงวนมาในความทรงจำ ตั้งเเต่โดนวิชาประหลาด ๆ จากนาง รอยเเดงรูปหน้าคนก็ปรากฏบนคอของนางอย่างน่าพิศวง

 

ที่เเท้สัญลักษณ์นี้ก็ไม่ต่างจากตราทาส

 

กลางสวนที่เงียบงัน หานเฟิงจากไปแล้ว ทิ้งให้หลิ่งอี้ตัวสั่นดุจลูกนกอยู่กับความกลัว

 

 

_________

 

 

รถม้าเคลื่อนที่ด้วยความเงียบ เฟยหงดึงมือข้าไปเลียเเผลโดยไม่สนสายตาพิศวงจากจ้านหลิว

 

“ข้านึกว่าเจ้าจะฆ่านาง” สุดท้ายคุณชาจ้านผู้ไม่อยู่ในเหตุการณ์ก็ทนไม่ไหว

 

"เสียใจหรือที่เห็นข้าเป็นคนดีกว่าที่ท่านคาดไว้”

 

“ทำไม” จ้านหลิวถามอย่างอยากรู้ทันที เเต่ข้าก็ยังไม่รีบร้อนที่จะตอบ

 

ข้าหยิบทองก้อนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ก่อนจะเปิดม่านรถม้าเเละยื่นให้อิงอี๋

 

“นี่อะไรหรือเจ้าคะ ?” สาวใช้ถามอย่างสงสัยทันที ไม่ใช่ครั้งเเรกที่ข้าให้ของเช่นนี้กับนาง เเต่เป็นครั้งเเรกที่นางได้รับโดยไม่รู้ถึงเหตุผลที่ได้

 

“เจ้าชนะพนัน”

 

“พนัน ?” อิงอี๋หันขวับมาหาข้า “ไม่ใช่ว่าท่านชนะหรือเจ้าคะ ท่านพนันว่านางจะมานี่เจ้าคะ”

 

“ข้าพนันว่านางมีความกล้าต่างหาก ส่วนเจ้าพนันว่านางขี้ขลาด นางเป็นอย่างที่เจ้าพูด เจ้าจึงชนะ"

 

อิงอี๋รับทองคำไปอย่างงุนงง เเต่ยังไม่ได้ถามต่อข้าก็ปิดม่าน และตบยันต์กั้นเสียงกับตัวรถ

 

“อิงอี๋นางเคยตาขาวยังไง จนตอนนี้ก็ยังตาขาวเช่นนั้น เเอบรักหานเฟิงคงเป็นเรื่องเดียวที่นางกล้าทำในชีวิตนี้”

 

“เพิ่มเรื่องพยายามฆ่าเจ้าไปอีกอย่างสิ” กลับเข้ามาในรถม้า เหลือเพียงจ้านหลิวกับข้าเเละเฟยหงที่เลิกเลียมือเป็นหมาเเล้ว

 

“ข้าบอกท่านเเล้วว่านางตาขาว นางไม่กล้าฆ่าข้าด้วยซํ้า” ข้ายิ้มให้ใบหน้างุนงงของจ้านหลิว “ท่านต้องไม่เชื่อเเน่ ๆ ว่าวันนี้ข้าเห็นอะไร”

 

“เจ้าก็เลิกวกวนสักทีเเล้วเล่ามาเถิด” คุณชายจ้านเเสดงอาการฟึดฟัดอย่างรำคาญ

 

“ท่านรู้จักวิชาหุ่นกระบอกหรือไม่”

 

จ้านหลิวขมวดคิ้ว ข้าตีความใบหน้านั้นเป็นคำตอบว่าใช่

 

“ข้าเห็นตราวิชาหุ่นกระบอกบนตัวนาง” คำตอบข้านิ่งเรียบ เเต่ทำเอาจ้านหลิวเบิกตาโต

 

“ว่าไงนะ ! อย่าบอกนะว่าวันที่นางคิดสังหารเจ้าก็เป็นเพราะวิชามารนี่ด้วย นี่ยิ่งไม่ใช่สาเหตุให้เจ้าต้องฆ่านางหรือ เจ้าปล่อยนางไว้ทำไมกลับไปจัดการนางเสีย !” คุณชายจ้านเตรียมโดดลงจากรถม้า ข้ารีบยกมือห้ามปราม

 

“ไม่จำเป็นหรอก ข้าจะฆ่านางทำไมในเมื่อนางอาจเป็นคนเดียวที่ทำห้ข้าเข้าถึงสายพรรคมารได้ อีกอย่างข้าไม่ได้ปล่อยนางไปเฉย ๆ เสียหน่อย”

 

“เจ้าหมายความว่ายังไง”

 

“ท่านรู้จักวิชาย้อนกลับหรือไม่” ข้ายิ้ม จานหลิวหรี่ตามองข้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

ข้าใช้นิ้วลูบที่เเผลลวกบนมือตน นํ้าลายของวิหคชาดไม่ได้ช่วยให้เเผลหายอย่างที่ลํ่าลือกัน ข้าพึ่งรู้ก็วันนี้ เเต่เเผลเล็กน้อยเเค่นี้ก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ข้าเเลกมา วินาทีที่ข้าเห็นตราประทับบนตัวหลิ่งอี้ ข้าก็ใช้อาคมย้อนกลับทันที โดยเเตะเบา ๆ ที่ตราบนตัวนาง เพราะยังใช้อาคมไม่สำเร็จข้าจึงไม่ได้หลบปราณไฟของหานเฟิง

 

วิชาย้อนกลับ วิธีง่าย ๆ เเต่ผลลัพธ์รุนเเรง ขอบคุณตำราที่มารพิษขโมยมาทำให้ข้ามีวิชาที่ร้ายกาจนี้อยู่ในมือ ข้ายิ้มอยู่ในรถม้าเงียบ ๆ โดยไม่รู้ว่าไกลออกไปมีหญิงชุดเเดงนางหนึ่งกำลังดิ้นทุรนทุรายอยูบนบัลลังก์ทองของนางจากวิชาย้อนกลับ

 

คุณชายจ้านที่ทึ่งในตัวข้า ในที่สุดก็ได้สติ

 

“เจ้า…. เจ้า…. ใช้วิชามารกลางจวนสกุลเชวี่ยหรือ” เรื่องที่จ้านหลิวเป็นกังวลสุดท้ายก็ย้อนกลับมาเรื่องนี้

 

ข้าหยุดลูบมือตน ก่อนจะตอบจ้านหลิว

 

“หลิ่งอี้ยังฝึกยุทธได้ไม่ไกล เเละบริเวณนั้นไม่มีใครอื่น ข้าใช้ปราณมารไปนางก็ไม่น่าจะรู้ตัว อีกอย่างบนตัวนางมีตราวิชามารเห็นอยู่ทนโท่ หากใครตรวจเจอก็คงไม่สงสัยปราณมารเล็กน้อยของข้าบนตัวนางหรอก”

 

คุณชายจ้านเมื่อได้ยินดังนั้นก็กำลังถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

“เเต่แปลก ทำไมหานเฟิงไม่รู้สึกตัวกันนะ”

 

“ว่าไงนะ ! หานเฟิงก็อยู่ที่นี่หรือ” จ้านหลิวกลับมาตกใจใหม่หลังจากสบายใจได้ไม่นาน

 

“ใช่” ข้าตอบ เเล้วลูบคางอย่างสงสัย

 

“เขาไม่รู้ว่าเจ้าใช้ปราณมาร ?”

 

“ถ้าเขารู้ข้าจะได้นั่งสบาย ๆ อยู่กับท่านในนี้หรือ” ข้าถอนหายใจ นึกอย่างไรก็เเปลก ข้าไม่อยากคิดลบนัก เเต่ก็อดไม่ได้ สิ่งที่เห็นวันนี้เหมือนกับหานเฟิงอยู่กับปราณมารมานานจนชินเเล้วอย่างไรอย่างนั้น 

 

หรือหานเฟิงซะเองที่เป็นพรรคมาร?

 

ข้าขมวดคิ้วเเน่น เด็กรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ เป็นความหวังของยุทธภพอย่างเขาน่ะหรือ…

 

ไม่รู้เพราะคิดมากเกินไปหรือเพราะ วันนี้คั้นปราณมารออกมาใช้รูจมูกข้าจึงมีเลือดสีเเดงหยดออกมาอีกครั้ง ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าซับมันออกอย่างรำคาญ ผ้าเช็ดหน้าเก่าที่ข้าใช้เช็ดลือดตนมาหลายครั้งเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเเดงเเห้งกรังดูน่าเกลียด หากเป็นตอนที่ข้าอยู่ในเขตอาคมสกปรกเเค่นี้ก็คงไม่เป็นไร เเต่ตอนนี้ข้าอยู่โลกภายนอกเเล้ว ข้าได้กลับบ้านเเล้ว หากคนในบ้านเห็นคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร

 

คิดได้ดังนั้นข้าจึงโยนมันทิ้งผ่านทางหน้าต่าง ผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดลอยไปตามลม

 

ข้าไม่รู้ว่ามันไปตกที่ไหน

 

ข้าไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะย่อยสลาย

 

เเละยิ่งไม่รู้ว่ามีชายจมูกดีคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นมัน

 

__________

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

244 ความคิดเห็น

  1. #229 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 11:44

    น้องประมาทอีกแล้วนะเนี่ย

    #229
    0
  2. #162 555 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 08:38

    ประมาทตลอดนางเอกตรู

    #162
    0
  3. #157 Nantanat_neung (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:10
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #157
    0
  4. #156 นาน่านะ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 21:31

    เจ้ามารจมูกดีสินะที่มาเห็น.....เหอะ หานเฟิงน่ะ ตายออกไปจากชีวิตนางเอกได้จะดีมากเลย....ขอผู้ใหม่ที่ดีกว่านี้เถอะ

    #156
    0
  5. #155 richan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 14:50
    เราว่าตัดหานเฟิงออกน่าจะทำให้ชีวิตนางเอกสว่างไสวมากขึ้น
    #155
    0
  6. #154 tttatang (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 14:43
    โอ้ยน้องงงโยนไม่ดูเลยลูกก555555
    #154
    0
  7. #153 hing35 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 14:37
    สนุกมากค่าอยากให้นางเอกได้ต่อสู้จริงๆซะทีรอมานานละ
    #153
    0