The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 26 : คนตาย คนเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    12 ส.ค. 63


 

 

 

 

 

คนตาย คนเป็น

 

 

 

 

 

 

ระหว่างทางกลับจวนสกุลเชวี่ยรถม้าโคลงเคลงรุนเเรงบ่งบอกความรีบร้อนของเจ้านายได้เป็นอย่างดี

 

หลิ่งอี้หน้าซีดเซียว รถม้ากำลังทำให้ท้องใส้นางปั่นป่วน เด็กสาวอยากจะอ้วก เเต่ในท้องไม่มีอะไรเหลือเเล้วนอกจากนํ้าย่อย นางรู้สึกอ่อนเพลียจนอยากจะล้มลง เเต่ฮูหยินเชวี่ยไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น

 

“เจ้าคิดอะไรของเจ้า ! ทำร้ายนางจะทำให้สกุลเชวี่ยเป็นเเค่เเซ่ของยาจก !” เชวี่ยเหลียนซีพึ่งตะโกนดุด่านางครั้งเเรกตั้งเเต่รับนางเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ เเม้เเต่เชวี่ยอวี้หลางสามีนางก็ยังนิ่งฟังโดยไม่ห้าม

 

หลิ่งอี้ก้มหน้า ดวงตาค่อย ๆ ล่องลอย ในคืนนั้น… คืนที่หญิงชุดเเดงมาหานาง เด็กสาวรู้สึกเหมือนสติดับวูบ เหมือนนางกำลังเข้าสู่ห้วงเเห่งความฝัน ในฝันนั้น นางผลักคุณหนูซูตกหน้าผา

 

นางคิดว่ามันเป็นเเค่ฝันจริง ๆ ….จนตื่นขึ้น หลิ่งอี้จึงรู้ว่ามันไม่ใช่

 

“ข้า… ข้าไม่ได้ตั้งใจ” เธอเสียงสั่น สิ่งเดียวที่ทำได้คือคำเเก้ตัวโง่ ๆ

 

“เจ้าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจไม่สำคัญอีกต่อไปเเล้ว" เชวี่ยอวี้หลางพูดขึ้นในที่สุด “สำคัญคือตระกูลซูจะคิดอย่างไร”

 

หลิ่งอี้สะอึก

 

ตระกูลซู

 

ในสังคมชนชั้นสูง ตระกูลนี้ค่อนข้างจะ… เเตกต่าง… เหล่าตระกูลใหญ่ มีเงินทอง มีอำนาจ มีเลือดขุนนาง หรืออะไรก็ตามเเต่ที่ทำให้พวกเขายิ่งใหญ่ สิ่งเหล่านั้นทำให้คนธรรมดาหลงตนเองจนคิดว่าตนเเตกต่างจากคนทั่วไป เกิดความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี มีข่าวเสียหายไม่ได้ บุตรหลานออกนอกลู่นอกทางไม่ได้ ทรยศบรรพบุรุษไม่ได้

 

เเต่ตระกูลซูไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย

 

พวกเขาไม่หยิ่งทระนง ไม่สนศักดิ์ศรีตราบใดที่ยังค้าขายได้ อีกทั้งพวกเขายังใจกว้าง… สุดเเสนจะใจกว้าง…

 

สาเหตุที่ซูหลิวหยางหายไปเป็นเพราะสกุลเชวี่ย หัวหน้าตระกูลซูรู้ เเม้จะรู้สึกไม่ชอบนัก เเต่ไม่เป็นไร นั่นเป็นเพราะซูหลิวหยางหนีออกมาเอง ตระกูลซูใจกว้าง

 

ใครปล่อยข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับซูหลิวหยาง หัวหน้าตระกูลซูรู้ เเม้จะรู้สึกไม่ชอบนัก เเต่ไม่เป็นไร นั่นเป็นเเค่ข่าวลือ ตระกูลซูใจกว้าง

 

เพราะใจกว้าง… ใจกว้างเสียจนเสมือนเปิดทางให้คนอื่น ๆ ใช้โอกาสดูหมิ่นหลายต่อหลายครั้ง

 

จนคนพวกนั้นกลับลืมไป ลืมไปว่าตระกูลซูยังยิ่งใหญ่เช่นเดิม เเข็งเเรงเสมือนสัตว์ใหญ่ที่เดิมตามเส้ทางตนโดนไม่สนมดปลวกตัวเล็ก ๆ ที่กัดทะลุผิวหนังของมันไม่เข้าด้วยซํ้า

 

บางทีนางก็สงสัย…. ตระกูลซูอาจไม่ได้ใจกว้าง เพียงเเต่หยิ่งทระนงจนไม่เห็นคนเหล่านั้นอยู่ในสายตาด้วยซํ้า

 

หลิ่งอี้รู้ดี นางรู้จักตระกูลของผู้มีพระคุณดี

 

คิดฆ่าคุณหนูซู ตระกูลซูไม่เหลือความ ใจกว้าง ไว้ให้นางเเน่

 

“ข้าควรจะทำอย่างไร” หลิ่งอี้เสียงสั่น นางสบตากับหัวหน้าตระกูลเชวี่ย อนาคตของนางอยู่ที่ปลายลิ้นของเขา หากตระกูลซูถามถึงเรื่องนี้ เชวี่ยอวี้หลางมีเพียงสองทางเลือกคือปกป้องนางเเล้วเอาตระกูลไปเสี่ยง หรือโยนนางให้ให้ซูจิ๋นไฉ่เพื่อให้ตนเองรอด ซึ่งทางเลือกทั้งสองคงเลือกไม่ยากเท่าใดนัก

 

“ภาวนา” เชวี่ยอวี้หลางตอบ “ภาวนาให้ซูจิ๋นไฉ่สนใจวิหคชาดตัวนั้นมากกว่าเจ้า”

 

 

________

 

 

 

กระดาษเเผ่นบางวางอยู่หน้าโต๊ะเจ้าสำนักเชวี่ย สีของมันเหลืองกรอบมีร่องรอยการฉีกซึ่งรอยนั้นเเบ่งอักขระสีเเดงกลางกระดาษได้พอดิบพอดี หากเป็นผู้ฝึกยุทธ มองเเวบเดียวก็รู้ว่าสิ่งนี้คือยันต์เลื่อนย้าย

 

เเต่เจ้าสำนักเชวี่ยจู่ ๆ ก็เกิดไม่รู้จักมันขึ้นมา

 

“เสี่ยวหยาง สิ่งนี้..คือ…” อดีตอาจารย์ถามข้าด้วยคิ้วขมวดมุ่น ข้ารู้ดีว่าที่อาจารย์ถามไม่ได้หมายถึงมันคืออะไร เเต่อยากรู้ว่าข้าเอามันมาทำไม

 

“นี่คือยันต์เคลื่อนย้ายที่ตระกูลซูจำหน่าย ราคาค่อนข้างเเพงเเต่…มันค่อนข้างพิเศษ” ข้าตอบเชวี่ยฟางหยวน อาจารย์เลิกคิ้ว รอให้ข้าพูดต่อ

 

“รัศมีการเคลื่อนย้ายของมันไกลมาก ท่านเจ้าสำนัก ข้าว่าท่านลองติดตามที่ที่ยันต์ไปส่งเเล้วท่านจะเข้าใจเอง" ข้ายิ้มเย็น วันนี้ค่อนข้างพิเศษ สายของตระกูลซูมาส่งของให้ข้าเเต่เช้ามืด เเละข้าก็นำมันมาให้ท่านเจ้าสำนักทันที

 

เจ้าสำนักเชวี่ยหยิบยันต์ขึ้นมา ผู้ฝึกยุทธ์ที่รอบรู้ทุกเรื่องอย่างเชวี่ยฟางหยวนเเค่ติดตามที่ที่ยันต์ใบนี้ถูกใช้ไม่ใช่เรื่องยาก ผ่านไปไม่นานหลังจากการหลับตาเเละใช้สมาธิติดตามยันต์ใบนี้ท่านเจ้าสำนักก็เบิกตาโพลงเเล้วทิ้งยันต์ลงกับพื้นด้วยความตกใจทันที

 

“เขามังกรเเดง…”

 

เจ้าสำนักอุทานออกมา เขาหันกลับมามองข้าที่หน้าผากมีเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมา

 

ห่างไกลออกไปทางทิศใต้ เขามังกรเเดงตั้งตระหง่าน จอมยุทธ์พรรคธรรมไม่กล้าย่างกายเข้าไปหากไม่ได้ไปกันเป็นกองทัพ เพราะที่นั่นคือถิ่นพรรคมาร

 

“ข้าขอเรียนให้ท่านทราบ ท่านเจ้าสำนัก ผู้ที่ซื้อยันต์ใบนี้ไปใช้คือตี้หม่า เจ้าของร้านขายยันต์แผ่นนี้คือคนของตระกูลข้า เขาบอกว่าตี้หม่าใช้ยันต์นี้ทันทีที่ซื้อยันต์ทำให้หลงเหลือเศษยันต์ใช้เเล้วใบนี้อยู่ในร้าน” ข้าเล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านเจ้าสำนักฟัง ดวงตาของเจ้าสำนักเชวี่ยดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ

 

“ข้าเลี้ยงพรรคมารไว้ในสำนักหรือ….” เชวี่ยฟางหยวนอุทานออกมา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ก่อนที่สุดท้ายมันจะเปลี่ยนเป็นความโล่งใจ

 

“ดี.. ดีจริง ๆ …” เจ้าสำนักพูดออกมา

 

“อะไรดีหรือ ?” เปลี่ยนเป็นข้าเองที่มีเเววตาสับสน

 

“เมื่อคืนนี้ตี้หม่าเเหกคุก ผู้คุมหลายคนถูกเขาฆ่า”

 

ข้าอ้าปากค้าง บ้าน่า…. ทั้ง ๆ ที่ ตี้หม่ามีเเขนเดียวเนี่ยนะ…

 

“เราตามร่องรอยเขาไป พอออกจากเขตสำนักได้ไม่ไกล ก็เจอกับศพของตี้หม่า” เจ้าสำนักพูดต่อ ข้าอึ้งมากกว่าเดิม “มันตายเเล้วเสี่ยวหยาง ดีที่มันตายเเล้ว เจ้าจะได้ไม่ไต้องเสี่ยงอันตรายอีกถ้ามันหนีไปได้"

 

“ไม่” ข้าเอ่ยขัดขึ้นมาเเม้จะรู้ว่าไร้มารยาท “ไม่… ท่านเจ้าสำนัก ไม่… นั่นไม่ดีเลย ตี้หม่าพยายามฆ่าข้า นั่นหมายความว่าพรรคมารก็หมายหัวข้าเช่นกัน สายพรรคมารไม่ได้มีเเค่คนเดียวเเน่ มิเช่นนั้นตี้หม่าจะหนีออกจากกรงด้วยเเขนเดียวได้อย่างไร ที่เราต้องทำคือหาสายลับที่เหลือ เเต่เชลยคนเดียวที่รู้ว่าเหลือสายพรรคมารอีกกี่คนในสำนักบูรพาตอนนี้ตายไปเล้ว !”

 

“ใจเย็นก่อนเสี่ยวหยาง” ท่านเจ้าสำนักกุมไหล่ข้าด้วยสองมือให้ใจสงบลง “เราจะสืบเรื่องนี้กันต่อเเต่ตอนนี้เจ้าไม่เป็นอะไร นับว่าดีเเล้ว”

 

ข้าดึงสองมือของตนขึ้นกุมหัว ดีเเล้วหรือ ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมเลยท่านเจ้าสำนัก ไม่เลย…

 

“เสี่ยวหยาง เจ้าไม่ต้องกังวลไป เรื่องนี้ให้สำนักบูรพาจัดการเถิด”

 

“เเค่สำนักบูรพาเท่านั้นหรือ…” ใต้สองมือที่กุมหน้าผากอยู่ ข้าเอ่ยกับท่านเจ้าสำนักด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ปีนี้ท่านจะคัดเลือกศิษย์เมื่อไร ?”

 

“คัดเลือกศิษย์… นี่เจ้าหมายความว่า…."

 

“ข้าจะเข้าการคัดเลือก ข้าจะกลับสำนัก”

 

ข้าเงยหน้ามองอดีตอาจารย์ด้วยดวงตาเเน่วเเน่ ได้…. หากนี่เป็นเรื่องของสำนักบูรพา งั้นข้าก็จะเป็นส่วนหนึ่งของสำนัก ได้เวลากวาดล้างสำนักให้สะอาดเอี่ยมเเล้ว

 

“ตอนนี้เนี่ยนะ… เสี่ยวหยางเจ้าเเน่ใจหรือ” เจ้าสำนักเชวี่ยถามข้าซํ้าอีกรอบ ข้ายังมีดวงตาเเน่วเเน่เหมือนเดิม จนกระทั่งเชวี่ยฟางหยวนยอมเเพ้ในที่สุด

 

“ได้… เมื่อถึงเวลาข้าจะส่งจดหมายเชิญไป”

 

ข้ายิ้มเย็นอย่างพอใจเมื่อได้รับคำตอบ

 

“ข้าขอถามอีกเรื่องได้ไหมท่านเจ้าสำนัก” ก่อนจะจบบทสนทนา ข้าก็เอ่ยปากถามอดีตอาจารย์ “ใครเป็นคนฆ่าตี้หม่า ?”

 

 

 

____________

 

 

 

 

“ใครฆ่าตี้หม่า ?” หญิงชุดเเดงนวดขมับอยู่บนบัลลังก์ทอง เบื้องล่างมีบ่าวพรรคมารเรียงเเถวกันอยู่เเละผู้ที่ยืนนำเเถวหน้าสุดก็คือลูกชายของนาง

 

ไม่ดีนักที่ให้อนาคตประมุขยืนด้านล่าง เเต่ไม่เป็นไร เพราะอนาคตประมุขคือลูกของนางเอง

 

“ไม่มีใครรู้ สำนักบูรพาคิดว่าเป็นพวกเราฆ่าฟันกันเอง” หานเฟิงตอบเสียงเย็น นัยน์ตาหลุบตํ่าไร้ซึ่งความรู้สึกใด

 

ทั้งโถงเกิดความเงียบชั่วขณะ มหามารดาอารมณ์ไม่ดีนักในวันนี้ การตายปริศนาของบ่าวพรรคมารสร้างความรู้สึกไม่ดีให้เเก่นาง เสมือนมีเข็มเล็ก ๆ เเทงอยู่ข้างหลัง เข็มล่องหน สร้างความเจ็บปวด เเต่ไม่อาจเอามันออกไปได้

 

“ตามหามัน ต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นใคร” มหามารดาออกคำสั่ง สมุนพรรคมารเลือนหายไปจากเเถวเพื่อทำตามคำสั่ง เช่นเดียวกับหานเฟิงที่กำลังจะจากไป

 

“เดี๋ยว” มารดารั้งไว้ระหว่างที่หานเฟิงกำลังหันหลัง บุตรชายหยุดยืนนิ่งเเละรอฟัง

 

“ข้ามีงานสำคัญ ในความจริงเเล้วงานนี้สมควรจะเป็นของตี้หม่า เเต่มันตายเเล้ว” มหามารดาลุกขึ้นเเละก้าวเท้ามาหาบุตรชาย สมุนพรรคมารตนอื่นจากไปจนหมดเเล้ว โถงกว้างจึงเหลือเพียงสองเเม่ลูก

 

“หึ…” หานเฟิงเค้นเสียงหัวเราะ “ถ้าท่านหมายถึงการกำจัดซูหลิวหยาง อย่าได้เสียเวลาเปล่า ข้าไม่ทำ”

 

มหามารดาฉุนกึกขึ้นมาทันที เมื่อใดกันที่บุตรชายข้าปีกกล้าขาเเข็งถึงเพียงนี้ สักพักมันคงบินหนีไปจากข้า ไม่ต่างจากบิดาของมัน

 

หญิงชุดเเดงหายใจลึกสงบสติตน ท่ามกลางเรื่องวุ่นวาย นางจะเสียเวลาไม่ได้

 

“มีหลายเรื่องสำคัญกว่านังตัวดีนั่น เช่นเรื่องวิหคชาด ข้าไม่สบายใจหากความทรงจำของจูเทียนกลับมา…”

 

“ท่านเเม่” หานเฟิงขึ้นเสียงเเละหันมาหานางทันที หญิงชุดเเดงที่กำลังเดินเข้ามาหยุดกึกเมื่อเห็นดวงตาของบุตรชายเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเเละความโกรธเเค้น

 

“ข้ากำลังตายท่านรู้หรือไม่” เสียงที่รอดผ่านไรฟันของหานเฟิงไม่สามารถบอกได้หมดว่าเขาอัดอั้นตันใจถึงเพียงใด “พิษของตี้หม่ายังค้างอยู่ในตัวข้าท่านจำได้หรือไม่ เลือดกระเรียนทองคำยื้ออายุข้าได้นานสุดก็ปีสองปี เเต่กว่าจูเทียนจะฟื้นความทรงจำอย่างน้อย ๆ ก็สิบปีท่านบอกข้าอีกทีเถิดว่าเรื่องใดกันเเน่ที่สำคัญสำหรับท่าน”

 

โถงกว้าง เสียงของหานเฟิงก้องกังวาล เเต่ไม่รู้ว่าเสียงนี้จะดังไปถึงคนที่เขาอยากให้ฟังหรือไม่

 

“ก็ไม่เเน่เสมอไป จูเทียนอาจจำความได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหากมีสิ่งใดไปกระตุ้นความทรงจำมัน" หญิงชุดเเดงตอบกลับด้วยเสียงเรียบนิ่ง เเน่ชัดเเล้วว่าถ้อยคำของหานเฟิงส่งไปไม่ถึงจริง ๆ

 

ใต้เสื้อคลุมหานเฟิงกำหมัดเเน่น พ่อบุญธรรมของข้ายังห่วงใยข้ามากกว่าเเม่เเท้ ๆ เสียอีก

 

“ข้ารู้ว่าท่านเห็นข้าเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง เเต่ขอร้องเถิด ท่านช่วยมองเบี้ยตัวนี้สำคัญขึ้นมาหน่อยได้หรือไม่” หานเฟิงตอบกลับ ในหัวของเขาไม่มีเรื่องวิหคชาดอยู่เลย ชายหนุ่มตั้งเเต่เด็กจนโตคิดว่าตนเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่จิตใจด้านชามาตลอด อย่างที่มหามารดาอยากให้เป็น จนกระทั่งเจอซูหลิวหยาง เเละเเน่ชัดที่สุด จนกระทั่งพบว่าตนกำลังตาย จึงได้รู้ว่าจิตใจด้านชาที่เป็นมาตลอดเป็นเพียงการเสเเสร้งเท่านั้น

 

“ตั้งสติเสียหานเฟิง พิษของเจ้าหายได้ด้วยเลือดของผู้มีกายพิษ มิใช่ว่าจะไม่มีทางรักษา” มหามารดาตอบกลับ ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา นางรู้สึกว่าตอนนี้นางใจเย็นถึงที่สุด

 

เจ้าจะไม่ตาย

 

ต้องมีทางรักษา

 

เจ้าจะไม่ตาย เจ้าจะไม่จากข้าไป…

 

เสียงในใจของนางก้องกังวานเเม้ว่าหานเฟิงจะไม่ได้ยินก็ตาม

 

“ผู้มีกายพิษในพรรคมารตอนนี้หลงเหลืออยู่คนเดียวคือมารพิษ ไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้เรื่องเเผนการของท่านกับมัน ท่านเองต่างหากที่ไม่มีสติ ท่านเเม่…. จูเทียนออกมาได้ นั่นหมายความว่าเกิดอะไรขึ้นกับมารพิษ อีกทั้งมันไม่ได้กลับพรรคด้วยซํ้า ท่านคิดหรือว่ามันยังมีชีวิตอยู่ให้ข้ากรีดเลือดออกจากหนังเหนียว ๆ ของมัน" หานเฟิงเถียงกลับทันควัน

 

“เจ้าคิดโทษข้าหรือหานเฟิง” หญิงชุดเเดงมองสบตาบุตรชาย “พ่อเจ้าหายหัวไปก็เพราะเเม่ของนาง เป็นนางที่สมควรตาย เเต่เจ้ากลับดื่มพิษนั่นเเทนนาง เจ้าหาเรื่องใส่ตัวเเท้ ๆ เเต่กลับมาโทษข้าหรือ ?” เสียงของมารดาสั่น ไม่รู้ว่าเพราะโศกเศร้าหรือโกรธเกรี้ยว

 

“ข้ากำลังจะตาย ท่านสนเเต่ความเเค้นส่วนตัวของท่านหรือ ?” หานเฟิงย้อนถาม เเต่มารดาเขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น

 

ความเงียบผ่านไปเพียงลมหายใจหนึ่ง เเต่มันนานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ เเละสุดท้ายที่หานเฟิงทำได้ก็มีเพียงกัดฟันยอมรับมัน

 

“รับคำสั่งมหามารดา” หานเฟิงค้อมตัวเคารพหญิงสูงศักดิ์ “ก่อนข้าจะตาย ข้าจะล่าจูเทียนมาให้ได้ อย่างน้อย ๆ ก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะได้ทดเเทนคุณท่าน”

 

ชายหนุ่มหันหลังเดินหนี บานประตูกว้างของห้องโถงปิดเสียงดังปังพร้อมกับร่างของหานเฟิงที่จากไป

 

กลางโถงกว้าง หญิงชุดเเดงยืนโดดเดี่ยวอยู่กับบัลลังก์อันเยียบเย็น

 

___________

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

240 ความคิดเห็น

  1. #228 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 10:52

    ไม่ใช่ว่ามีพ่อคนเดียวกันนะเนี่ย คงริษยาแม่ของน้อง ขอให้น้องเจอคนใหม่นะคะ

    #228
    0
  2. #140 หงเปา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 23:44

    พ่อเดียวกัน? งงไปหมดแล้ว แต่ยังไงก็ขอให้หานเฟิงไม่🚫ได้เป็นพระเอก❗️

    #140
    0
  3. #139 xmax (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 09:17
    อ๋า.....พ่อเดียวกันหรอเนี่ย
    #139
    0
  4. #138 ma20001 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 20:29
    พระเอกคนไหม่ทีเถอะ
    #138
    0
  5. #136 Pimmy27pb (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 19:30
    พี่น้องพ่อเดียวกันหรอ?
    #136
    0
  6. #132 tttatang (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 12:47

    โอ้ยยลุ้นนนนๆ
    #132
    0
  7. #130 Nantanat_neung (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 11:52
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #130
    0