The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 25 : มิตร ศัตรู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    12 ส.ค. 63


 

 

 

 

มิตร ศัตรู

 

 

 

 

สวนหลังสำนักบูรพาเงียบเชียบเเละไร้ความวุ่นวาย ดอกบัวในสระเบ่งบานสู้เเสงเเดด ชาในการ้อนส่งกลิ่นหอมชวนให้จิตใจผ่อนคลาย ข้านั่งชื่นชมธรรมชาติอย่างสบายใจหลังจบการไต่สวนเรื่องเหล้าพิษ

 

นกน้อยตัวหนึ่งเกาะอยู่ข้างโต๊ะที่ข้านั่งอยู่ มันร้องจิ๊บ ๆ เเล้วเอียงคอมองข้าอย่างไม่เกรงกลัว จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเเผ่วเบาดังขึ้นข้างหลังข้า นกน้อยจึงบินหนีไป

 

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจอกของเจ้าถูกสับเปลี่ยน" เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น เป็นจ้านหลิวเองที่มาหาข้า

 

กลางสวนสงบ ข้าถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะเล่าเรื่องเมื่อคืนให้จ้านหลิวที่ไม่รู้เรื่องฟัง

 

“เมื่อคืน ข้านอนไม่หลับเพราะคิดได้ว่าใกล้วันที่ยาจะออกฤทธิ์เเล้ว เลยย่องไปที่ห้องครัวเพื่อไปหาจอกสุราที่ใช้วางยาข้า พอเทียบกันจึงพบว่าจอกที่ใช้วางยาข้าคุณภาพมันต่างจากจอกใบอื่น จึงคิดว่าอาจจะมีใครสักคนสับเปลี่ยนจอกของข้าที่ใช้ในงาน จากนั้นก็ง่ายขึ้น คนเราจะทิ้งหลักฐานถ้าไม่ฝังลงดินก็ทิ้งไว้ในกองขยะ เเย่ที่สุดคงเป็นถังอึ”

 

ซึ่งดีเเล้วที่คนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานไว้ในที่สุดท้าย

 

ข้าไม่ได้เล่าเรื่องต่อจากนั้น เพราะจ้านหลิวคงพอจะนึกออก…

 

เช้ามาเป็นไปดังคาด…. ยาพิษออกฤทธิ์ เจ้าสำนักเชวี่ยเรียกตัวทุกคนเพื่อหาคนร้ายที่วางยา ส่วนข้าก็เพียงนั่งรอให้ศิษย์พี่หลี่ประกอบเศษกระเบื้องที่เเตกให้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญก็เท่านั้น

 

“เเต่นึกไม่ถึง …. " ข้าเว้นจังหวะพูด เหตุการณ์กลางห้องโถงย้อนเข้ามาในความทรงจำ

 

 

 

‘ท่านจะลองทดสอบดูก่อนหรือไม่ ว่ามี หรือไม่มี’

 

ข้าในตอนนั้นยื่นจอกให้ตี้หม่าด้วยท่าทางอวดดี จอกกระเบื้อง กับนํ้าชาต้มใหม่ไร้พิษสง ไม่มีสุราของเฉียวฟงที่ถูกกล่าวหาว่ามีพิษเเล้ว

 

‘ดื่มเเล้วท่านเป็นเเสดงว่าไข่พิษอยู่กับสุรามิได้อยู่ในจอก เเต่หากดื่มเเล้วตาย ท่านคงเชื่อข้าได้เสียทีว่าไข่เเมลงพิษฝังอยู่กับจอกกระเบื้องใบนี้จริง ๆ ' ข้าเอ่ยด้วยความมั่นใจ ความรู้ของมารพิษเเสนมีประโยชน์ ในจอกนี้เเม้ใช้กับหานเฟิงมาเเล้วครั้งหนึ่ง เเต่ก็ยังมีไข่พิษอีกมากที่ยังไม่ได้ฟักออกมา

 

ข้ารู้ดี

 

จอกนี้กินเเล้วตาย

 

ตี้หม่ากลืนนํ้าลายดังเอื๊อก ทุกการกระทำของมันอยู่ในสายตาข้าทั้งหมด นี่ข้าเเค่ล้อเล่นเเท้ ๆ เหตุใดตี้หม่าถึงดูตัวสั่นนัก ข้ามิได้ให้ดื่มเข้าไปจริง ๆ เสียหน่อย

 

ข้ายกยิ้มเตรียมหดจอกในมือกลับ

 

เเต่ตี้หม่ากระชากมันออกจากมือข้าเสียก่อน

 

จอกน้อยอยู่ในมือตี้หม่าได้ไม่นานก็เเหลกเป็นผุยผงด้วยการใช้ปราณบดขยี้ ข้าเบิกตามองมันอย่างตกใจ เมื่อเห็นหลักฐานสำคัญถูกทำลาต่อหน้าต่อตา

 

‘ต่อให้ต้องเเลกด้วยชีวิต ข้าก็ต้องฆ่าเจ้าให้ได้’ เสียงขบเคี่ยวเคี้ยวฟันดังเล็ดลอดมาจากปากของตี้หม่า ในเวลาเดียวกันนั้นฝ่ามือของเขาก็พุ่งมาที่คอข้า

 

ข้าจ้องมองฝ่ามือที่เข้าประชิดด้วยสายตานิ่งเฉย เเล้วปล่อยให้มันมือนั้นบีบรัดลำคอข้าจนเจ็บปวด

 

เเต่ความเจ็บปวดอยู่ได้ไม่นาน

 

ประกายเเสงเเสบตาวาบผ่านหน้าข้า เฉือนเเขนของตี้หม่าที่กุมคอข้าขาดเป็นสอง ข้ายืนจ้องมองเลือดของตี้หม่าสาดกระเซ็นโดยไม่กะพริบตา

 

เจ้าสำนักเชวี่ยยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาเต็มไปด้วยเเววอำมหิต

 

คิดทำร้ายข้าต่อหน้าอาจารย์ข้าหรือ โง่ไปแล้ว…

 

ตี้หม่ากุมตอเเขนของตนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น มันร้องโอดโอยประดุจถูกไฟลน

 

คนร้ายเผยตัวเเล้วเพราะความรีบร้อนของมันเอง

 

 

 

 

“นึกไม่ถึงว่าตี้หม่าเป็นคนที่คิดฆ่าเจ้าหรือ”

 

เสียงของจ้านหลิวเรียกข้ากลับสู่ปัจจุบัน

 

“ไม่ใช่เพียงตี้หม่าหรอก….” ข้าลูบคางพลางครุ่นคิด “หลิ่งอี้สาวใช้ตัวน้อยของข้าเองก็เช่นกัน นางผลักข้าตกผาเเท้ ๆ เรื่องกลับเงียบ ฮูหยินเชวี่ยพานางกลับจวนโดยเร็วบอกว่าจะปิดบ้านสั่งสอนนางเอง ข้าไม่รู้เเรงจูงใจจริง ๆ ว่านางทำไปเพราะริษยาหรือเพราะเหตุผลอื่น”

 

“นางเป็นคู่หมั้นหานเฟิง เเต่หานเฟิงกัลบประกาศว่ายังไม่ได้หย่ากับเจ้ากลางงาน หากไม่เป็นเพราะริษยาจะเป็นเพราะเหตุใด” จ้านหลิวเสนอความเห็น “สำคัญคือตี้หม่า เหตุใดมันถึงคิดฆ่าเจ้า ?”

 

ข้าเอียงคอคิดตาม หลิ่งอี้จะบอกว่านางริษยาก็มีเหตุผลอยู่เช่นกัน เเต่ตี้หม่านี่สิ….

 

“หรือจะเป็นเพราะครั้งก่อนที่ข้าช่วยท่านเรื่องโดนไล่ล่า”

 

“เรื่องนั้นจะทำให้ตี้หม่าอยากฆ่าเจ้าได้อย่างไร ?” จ้านหลิวเอ่ยถามจากด้านหลังข้า นํ้าเสียงดูเป็นกังวล

 

“หลังจากวันนั้น ข้าใช้คนของตระกูลไปสืบเรื่องของตี้หม่า จนเขาอาจจะรู้ตัวล่ะมั้ง ? พูดตรง ๆ คือข้าสงสัยว่าเขาจงใจใส่ร้ายสำนักอัสนีเรื่องตำราลับหายไป”

 

“ว่าไงนะ ?” พอเกี่ยวกับสำนักอัสนี เสียงของจ้านหลิวก็เเหลมสูงอย่างตกใจ “เรื่องในครานั้นคนที่ข้าไล่ตามเป็นพรรคมารเเท้ ๆ เเล้วตี้หม่า…”

 

“ก็อาจจะเป็นพรรคมาร” ข้าไขความกระจ่างให้จ้านหลิว “ตอนที่เจ้าถูกล่อลวงให้เเหกกรง ข้าคิดว่าตี้หม่าเองนั่นเเหละเป็นผู้ที่ให้ป้ายผ่านทางเเก่พรรคมารตนนั้นเพื่อล่อเจ้าออกมา”

 

“เป็นไปได้อย่างไร หลังจากเรื่องในร้านเหม่ยฮวา ท่านเจ้าสำนักเชวี่ยตรวจสอบป้ายผ่านทางของทุกคน ตี้หม่าเองก็มีติดตัว คนที่ไม่มีติดตัวมีเเค่…”

 

จ้านหลิวหยุดพูดกลางคัน เมื่อถึงตรงนี้ ข้าก็แอบหัวเราะ หึ ๆ ในลำคอ จ้านหลิวคงนึกออกเเล้ว

 

“มีเเค่ผู้คุมที่ตาย ใช่เเล้ว ตี้หม่าให้ป้ายผ่านทางเเก่พรรคมารคนนั้นเพื่อล่อท่านออกจากที่คุมขัง ท่านเก็บป้ายผ่านทางของพรรคมารตนนั้นได้ ตี้หม่าจึงไม่มีป้ายผ่านทาง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ใครสงสัยก่อนที่เจ้าสำนักเชวี่ยจะตรวจป้ายผ่านทางของทุกคน ตี้หม่าจึงฆ่าผู้คุมคนนึงเพื่อขโมยป้ายผ่านทาง จากนั้นก็เผาศพอำพรางวิธีการสังหารเเละเวลาตายของศพ เท่านี้ก็จะเหมือนพรรคมารคนที่เจ้าไล่ล่าเป็นคนฆ่าผู้คุมคนนั้นเอง ไม่ใช่ตี้หม่าเป็นคนให้”

 

ข้าสาธยายให้ฟัง เเต่เเล้วก็รู้สึกเหมือนลืมพูดอะไรบางอย่างไป

 

“อ้อ เรื่องนี้เเค่สมมติฐาน ไม่มีหลักฐานหรอกนะ”

 

“เเค่สมมติจริง ๆ หรือ…” จ้านหลิวส่งเสียงเเหบเเห้งอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

“ใช่ เรื่องหลักฐานข้าใช้คนในตระกูลไปหาน่าจะดีกว่า ไม่เกินวันนี้คงได้เรื่องล่ะนะ” ข้าเอ่ยตอบ ตี้หม่าในตอนนี้ถูกขังเพื่อสอบปากคำหลังจากยื่นมือเข้ามาทำร้ายข้า ดังนั้นข้าขุดเรื่องเก่าขึ้นมาเหยียบมันให้จมดินไปเลยเสียดีกว่า เส้นสายพรรคมารในพรรคธรรมจะได้หมดไปอีกหนึ่งคน

 

ลมเเผ่วเบาพัดเอื่อย จบการสนทนาเเล้ว ระหว่างข้ากับจ้านหลิวจึงเกิดความเงียบขึ้น จ้านหลิวไม่ถาม ข้าไม่พูดเเต่ใช้สายตามองชื่นชมทัศนียภาพด้านหน้า ไกลออกไป นกน้อยสีเเดงตัวหนึ่งกำลังมองสบตากับข้าอยู่

 

“ข้ามีอีกคำถาม” จ้านหลิวจู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้น

 

ข้าเงียบเเละรอฟัง ใต้ชายเสื้อตัวสวยของข้าสัมผัสของบางสิ่งบางอย่างเย็นเยียบ

 

“เจ้าจะเก็บกริชได้หรือยัง”

 

“…”

 

ข้าอึ้งไปเมื่อได้ยินคำถามจ้านหลิว ก่อนจะถอนใจ ดึงกริชที่ซ่อนไว้ใต้เเขนเสื้อตนเองขึ้นมาเมื่อมันไม่สามารถซ่อนได้อีกต่อไปแล้ว

 

“ระหว่างเรายังมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้สะสาง” ข้าลูบคมมีดบนมือเเละกล่าวต่อ “ข้าคงปล่อยให้เจ้าเผาข้าไปพร้อมกับตี้หม่าไม่ได้ ความลับของข้า… ขอให้มันตายพร้อมเจ้าเถอะ”

 

“ข้าไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น” จ้านหลิวบอกสียงหนักเเน่น กริชในมือข้าชะงัก คุยมาตั้งเเต่ต้นจนถึงตอนนี้ข้าไม่ได้หันไปมองหน้าจ้านหลิวเลย จึงไม่รู้ว่าเขาทำหน้าอย่างไรอยู่

 

“เเล้วจะเป็นเรื่องอะไรได้ ? เจ้ามาเเค่ถามเเล้วก็ไปงั้นหรือ”

 

“ข้าเเค่จะมาขอบคุณ”

 

“ฮะ ?”

 

ข้าหันขวับไปมองด้านหลังอย่างไม่อยากเชื่อหูตนเอง จ้านหลิวมีใบหน้าสงบนิ่งยืนอยู่ตรงนั้น ในมือไม่ได้กำดาบเพื่อสังหารผู้ใช้ปราณมารเช่นข้า เเต่กำไหสุรามันวาวอยู่

 

“… นั่นอะไร” ข้าถามอย่างมึนงง

 

“สุราผลไม้ เฉียวฟงบอกว่าเจ้าชอบ”

 

“…. ข้ารู้ว่ามันคืออะไร ข้ากำลังจะถามว่าท่านเอามาทำไม”

 

จ้านหลิวไม่ได้ตอบในทันที เพียงเเต่เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามข้าหยิบถ้วยนํ้าชาของข้าไปสาดนํ้าทิ้งก่อนจะรินสุราเเทน จึงยื่นมาให้ข้า

 

“เอามาขอโทษ เเละก็ขอบคุณ” จ้านหลิวกล่าวระหว่างรินสุราให้ตนเอง “ขอโทษเรื่องนกของเจ้า ในความจริงมันก็ไม่ได้ทำตัวเลวร้ายอะไร เเละมันก็อาจจะไม่ใช่จูเทียน ขอบคุณเรื่องที่เจ้าช่วยข้าไว้ครั้งหนึ่ง เเละก็ช่วยเฉียวฟงอีกครั้งหนึ่ง”

 

จ้านหลิวยกสุราขึ้น ค้างไว้ในท่าเตรียมชน

 

ข้าอึ้ง ค้างอยู่ในท่าถือกริช

 

“ทะ… ท่านมาดื่มเพื่อขอโทษหรือ”

 

“ไม่ใช่ ครั้งนี้ดื่มเหล้าสาบาน”

 

“สาบานอะไร?”

 

“ดื่มเหล้าสาบาน… เป็นพี่น้องกัน”

 

ข้าอ้าปากค้างหาเสียงตัวเองไม่เจอ จ้านหลิวจึงต้องอธิบายต่อ

 

“จากนี้ความลับเจ้าข้าช่วยเก็บ ความลับข้า เจ้าช่วยเก็บ มีอะไรร่วมเเบ่งปัน ช่วยเหลือกัน” จ้านหลิวเอียงคอเล็กน้อยเมื่อพูดจบ “ปกติคนในยุทธภพทำเเบบนี้กันหรือไม่”

 

ข้าจ้องมองเข้าไปในดวงตาของจ้านหลิว ลึกลงไปในนั้นมีความจริงใจซ่อนอยู่ คนที่ข้ากำลังคิดฆ่าปิดปาก …. กำลังบอกว่าอยากเป็นพี่น้องกับข้า ?

 

“ฮะ.. ฮะ ๆ ” ข้าหัวเราะในลำคอ ก่อนจะวางกริชลงข้างโต๊ะ จากหัวเราะเบา ๆ เป็นหนักขึ้น หัวเราะจนท้องเเข็ง หัวร่องอหายจนต้องทุบโต๊ะ จนสุราในจอกกระเด็น จนนกน้อยที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ต้องบินหนี

 

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”

 

ตั้งเเต่ออกจากเขตอาคม ข้าไม่เคยหัวเราะอย่างสุขใจขนาดนี้มาก่อน

 

จ้านหลิวมองข้าหัวเราะจนจบ เขาค้างอยู่ในท่ายกจอกไม่กระดิกไปไหน

 

“มีอะไรตลกกัน” จ้านหลิวถาม “หรือข้าทำผิด ต้องกรีดเลือดลงไปด้วยหรือไม่”

 

“ฮ่า ๆ ๆ อย่ากรีดลงไปเชียว ของดีจะเสียรสชาติเพราะเลือดเลว ๆ ของเจ้า”

 

ข้ายกจอกขึ้นมา เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ สองจอกชนกันเสียงดังเคร้ง

 

ข้ายกดื่มรวดเดียวหมด จ้านหลิวเองก็ดื่มตาม จอกไร้พิษ ส่วนสุราไร้รสชาติ เมื่อดื่มจนหมดสหายข้าก็ถามอีกหนึ่งคำถาม

 

“เเล้วใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง”

 

“ข้าไม่อยากมีพี่น้องอย่างท่าน เป็นสหายกันก็พอ”

 

“สหายหรือ ? ก็ไม่เลว” จ้านหลิวเห็นด้วย

 

กลางสวน สุราผลไม้ส่งกลิ่นหอมหวาน

 

ชีวิตข้าผ่านผู้คนมามากมาย เเต่ที่เรียกว่าสหายได้คงมีไม่กี่คน…

 

 

__________

 

 

 

ยามดึก เมื่อตี้หม่าฟื้นจากพิษบาดเเผล ประตูห้องขังก็เปิดโล่งเเล้ว

 

อดีตอาจารย์ดาบสำนักบูรพาลากสังขารตนเองไปยังหน้าประตู ผู้คุมที่เคยมีชีวิตหมดลมหายใจนอนขวางอยู่ ตี้หม่าเดินข้ามศพอุ่น ๆ นั้นไปเเละเดินไปข้างหน้าด้วยตาพร่ามัว

 

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเปิดประตูให้มัน เเต่สายพรรคมารในสำนักบูรพาไม่ได้มีเเค่ตี้หม่าเเน่ เเหกกรงครั้งนี้คงเป็นนํ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากมหามารดา ที่มันอุสส่าเสี่ยงหาโอกาสสังหารซูหลิวหยาง เเม้จะล้มเหลวก็ตาม

 

บ่าวพรรคมารกุมเเขนตนเอง ความปวดเเสบปวดร้อนจาก ประกายอัคคี ของเจ้าสำนักเชวี่ยยังคงอยู่ คิดฆ่าคนต่อหน้าเชวี่ยฟางหยวน เเม้ตี้หม่าจะไม่อยากยอมรับ เเต่ครั้งนี้มันรีบร้อนเกินไปจริง ๆ ราคาที่ต้องจ่ายจึงเป็นเเขนหนึ่งข้าง

 

ไม่เป็นไร…. ต่อให้มีเเขนเเค่ข้างเดียวก็ต้องฆ่านางให้จงได้

 

ตี้หม่าลากขาออกจากห้องขังได้ในที่สุด มันรู้เส้นทางสำนักบูรพาทะลุปรุโปร่ง เเละผู้คุมก็โดนใครสักคนในพรรคมารฆ่าเรียบกรุยทางให้มันเเล้ว การหนีออกจากสำนักบูรพาครั้งนี้จึงดูง่ายเเสนง่าย

 

ตี้หม่าเหม่อมอง เรือนของคุณหนูซูอยู่ห่างออกไป ดวงไฟที่จุดรายรอบสว่างไสว

 

สายพรรคมารมองด้วยสายตาเคียดเเค้น ประมุขน้อย เเม้เเต่ยาพิษก็ดื่มเเทนนางได้ หากปล่อยนางอยู่ต่อไปคงได้เวลาพรรคมารล่มสลายเเล้ว

 

ต่อให้เเลกด้วยชีวิต…. ต้องฆ่าเจ้าให้ได้ซูหลิวหยาง

 

ตี้หม่าเก็บความเคียดเเค้นไว้ในใจ ตอนนี้มันยังไม่พร้อม ต้องไปวางเเผนเสียใหม่ ครั้งหน้าไม่มีทางพลาดเเน่

 

ชายเเขนด้วนเดินด้วยสองเท้ามาถึงทางออกสำนักบูรพาในที่สุด ตี้หม่าเมื่อก้าวออกมาไกลเขตเเดนสำนักบูรพาก็สูดหายใจลึกด้วยความโล่งอก

 

เเต่ความรู้สึกสบายใจกลับอยู่กับมันได้ไม่นาน

 

ตี้หม่าชะงักเมื่อเห็นเงาเงาหนึ่งที่บดบังดวงจันทร์ เมื่อเเหงนมองขึ้นไปบนยอดไม้ จันทร์เต็มดวงงดงามถูกทาบทับด้วยเงาร่างของชายคนหนึ่ง

 

“คะ.. ใคร ใครน่ะ !” ตี้หม่าเอ่ยถามด้วยความยำเกรง มันรู้สึกได้ถึงเเรงคุกคามจากชายคนนั้น เเม่เขาจะหันหลังให้มันอยู่ก็ตาม

 

เงาดำขยับหัวเล็กน้อยหันมามอง จากนั้นเงาดำขยับส่วนใด ตี้หม่าก็มองไม่ทันเเล้ว

 

ง้าวด้ามยาวสะท้อนเเสงจันทร์ตวัดผ่านคอของตี้หม่านิ่ม ๆ ปานปาดเต้าหู้ เหล็กคมกริบถูกย้อมด้วยเลือดเป็นฟองฝอย ก่อนที่คอของตี้หม่าจะหลุดสิ่งสุดท้ายที่สมุนพรรคมารเห็นก็คือดวงตาสีเเดงกํ่าของมัจจุราช

 

คอของตี้หม่าร่วงพื้นดังตุ้บ

 

ชายผู้ถือง้าวเก็บอาวุธไว้ข้างหลังตนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะให้คำตอบกับร่างไร้วิญญานของตี้หม่า

 

“ข้าคือบิดาของคนที่เจ้าพยายามจะฆ่า”

 

 

__________

 

 

 

เเจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

จากนี้อาจจะอัพช้าลงเพราะเปิดเทอมเเล้ว

ต้องขออภัยล่วงหน้า

 

 

 

__________

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

240 ความคิดเห็น

  1. #161 555 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 08:13

    ท่านพ่ออย่างเท่ห์ ลูกข้า..ใครอย่าแต่ะ หุหุ

    #161
    0
  2. #151 sirfu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 18:31
    อ้าวพ่อมา
    #151
    0
  3. #149 นาน่านะ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 05:23

    ชื่อสาวใช้ผิดนะคะ...นังเลวนั่นชื่อ หลิงอี้ ไม่ใช่อิงอี๋...อิงอี๋ คือ ผู้เดือดร้อนแทนนายตลอดต่างหากค่ะ

    #149
    0
  4. #129 หงเปา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 23:07

    คุณพ่ออกโรงแล้วววว

    #129
    0
  5. #128 Pimmy27pb (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 19:45
    คุมพ่อคะ คุมพ่อคิอลาสบอสแน่ๆ
    #128
    0
  6. #127 Your_Cat (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 13:17

    คุณพ่อล่ะ

    คุณพ่อมาแล้ว
    #127
    0
  7. #126 ลี ลา ลี ลา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 11:56

    ในที่สุดดด

    ท่านพ่อออกจากกระท่อมเเล้วว
    #126
    0
  8. #125 kran46874 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 11:08
    รอค่าไรท์
    #125
    0
  9. #124 munongmu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 07:40
    ท่านพ่อออออออออออออ
    #124
    0
  10. #123 Nantanat_neung (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 07:14
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #123
    0
  11. #122 tttatang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 22:33
    ฮื้อออท่านพ่อมาช่วยน้องแล้ววว
    #122
    0
  12. #121 gameminmin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:58
    ท่านพ่อ ที่แท้ก็ไม่ได้ไร้หัวใจ
    #121
    0
  13. #120 ปัน (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:40

    ก็ว่าอยู่ ท่านพ่ออยู่ไหน ไหนว่ามาด้วย ลูกสาวทั้งตกหน้าผา ทั้งโดนวางยาพิษ ก็ยังไม่โผล่อีก ที่แท้แอบอยู่นี่เอง

    #120
    0
  14. #119 NutsineeRin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:25
    คุณพ่อออออ แอบเก็บงานให้ลูกสาว
    #119
    0