The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 21 : ประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    9 ส.ค. 63


 

 

 

ประลอง

 

 

 

 

คํ่าคืนมืดมิด จวนสกุลซูสว่างสไสว พ่อบ้านจางหน้าเครียด หัวหน้าตระกูลหน้านิ่ง

 

"ไฟไหม้อีกเเล้วหรือ" ซูจิ๋นไฉ่เอ่ยขึ้น นัยน์ตาสะท้อนประกายไฟยามคํ่าคืน

 

"ขอรับ... โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร" พ่อบ้านจางกล่าวตอบ

 

หัวหน้าตระกูลถอนหายใจยาว

 

"ข้าผิดเองที่คิดขังมัน มันคงโกรธ เเล้วยิ่งหยางเอ๋อร์ไม่อยู่เสียด้วย"

 

ซูจิ๋นไฉ่เหม่อมอง เบื้องหน้ามีเเค่คนงานช่วยกันดับไฟ กับซากห้องไม้ที่อสูรตนหนึ่งสมควรอยู่ เเต่ตอนนี้ไม่อยู่เเล้ว

 

"นายท่านขอรับ เรื่องที่ให้สืบ ได้เเล้วขอรับ" ระหว่างที่กำลังอาลัยอาวรณ์ บ่าวอีกคนในจวนเดินเข้ามาพร้อมยื่นกระดาษม้วนหนึ่งให้ ซูจิ๋นไฉ่เพียงเเค่เหลือบมอง

 

"เอาไปให้หยางเอ๋อร์ ข้าไม่จำเป็นต้องดู" หัวหน้าตระกูลดึงสายตากลับมาที่กองเพลิง "ฝากบอกนางด้วยว่าสัตว์เลี้ยงของนางหนีไปเเล้ว"

 

ซูจิ๋นไฉ่เอียงคอ รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง จึงพูดใหม่

 

"เผาจวนข้าไปครึ่งหนึ่ง เเละหนีไปเเล้ว"

 

 

______________

 

 

"ข้าว่าอยู่ในสุรา"

 

"อยู่ในผัดหรือเปล่า"

 

"นํ้าซุปนี่เเน่ ๆ "

 

บนโตะข้าอาหารเตรียมไว้เเค่ไม่กี่อย่าง เเต่เพื่อนร่วมโต๊ะทั้งสามดูจะสนใจอาหารบนโต๊ะมากกว่าการประลองในงานชุมนุมวันนี้เสียอีก

 

"ของพวกนี้ไม่มีพิษหรอก" ข้าบอกพวกเขาเเล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาตักอาหารหลังจากได้กลิ่นมันข้าก็มั่นใจได้ว่าอาหารเหล่านี้สะอาดเเละรสชาติอร่อย

 

หรือคนที่พยายามฆ่าข้าจะล้มเลิกความคิดไปแล้วกันเเน่ ?

 

"ว่าเเต่พวกท่านเถอะ ไม่ลงไปประลองกันหรือ" ข้าเอ่ยถามจ้านหลิวเเละศิษย์พี่หลี่ ทั้งสองคนเป็นจอมยุทธด้วยกันทั้งคู่ งานใหญ่เช่นนี้ทั้งที ทำไมจึงไม่รีบลงไปสร้างชื่อเสียงในกิจกรรมประลองยุทธข้างล่างนั่น

 

"จะลงไปทำไม ข้าเป็นห่วงเจ้ามากกว่า" ศิษย์พี่หลี่กล่าว

 

"ขี้เกียจไป" จ้านหลิวกล่าว

 

"ไม่ใช่ว่าพวกท่านถูกบังคับให้เข้าร่วมหรอกหรือ... อย่างไรพวกท่านก็เป็นจอมยุทธที่มีสังกัดนะ"

 

"ศิษย์น้อง เจ้าไม่รู้อะไรอีกเเล้ว" ศิษย์พี่หลี่ชี้นิ้วส่ายไปส่ายมาหน้าข้า "กฏการประลองก็เปลี่ยนอีกเช่นกัน เราไม่จับคู่ประลองเเล้วจัดอันดับเหมือนเมื่อก่อนเเล้ว เพราะเป็นตัวสร้างความเเตกเเยก หลายคนอยากเป็นที่หนึ่งจนเอาชีวิตมาเสี่ยง งานประลองปีนี้จึงถือว่าเป็นเเค่ขอคำชี้เเนะกันเท่านั้น ไม่มีการจัดอันดับ อยากประลองกับใครก็เเค่ขอท้าประลองกลางงานเท่านั้น หนึ่งคน หนึ่งสิทธิ์ท้าประลอง"

 

ถ้าเป็นเช่นนี้ไม่เเตกเเยกกว่าเดิมหรือ อยากตบตีใครก็เเค่ชี้หน้า เเถมเเพ้ก็ไม่เสียชื่ออีกด้วย... การชุมนุมจอมยุทธทุกปีก็เเค่อยากอวดเบ่งบารมีเท่านั้น จะบอกว่าขอคำชี้เเนะให้มันสวยหรูทำไม

 

ข้าหยิบอาหารขึ้นกินไปพลาง มองดูคู่ต่อสู้ในงานชุมนุมไปพลาง เเต่ดูไปดูมาก็รู้สึกเพลินดีเหมือนกัน

 

"้อ๊ะ...ศิษย์พี่หลี่ ทำไมพวกเขาถึงไม่ใช้ลมปราณกันล่ะ ? " ข้าถามขึ้นเมื่อเห็นจอมยุทธในลานประลองเพียงเเค่เเลกดาบกันเท่านั้น

 

"กฏการประลองเปลี่ยนมาสักพักเเล้ว เพราะปีก่อน ๆ ใช้ลมปราณกันไม่ยั้งลานประลองเลยเสียหาย ต้องเสียค่าซ่อมทุกปี ตอนนี้เลยเปลี่ยนกฏให้ใช้เเค่กำลังกาย เพลงดาบ หรือเพลงหมัดเท่านั้น"

 

"อ้อ" ข้าพยักหน้าหงึก ๆ เเล้วตักอาหารเข้าปากอีกคำ เช่นนั้นข้าก็เข้าร่วมได้น่ะสิ เพราะไม่ต้องรีดปราณมารออกมาใช้ ช่างน่าสนใจจริง ๆ ลงไปสักรอบเเล้วท้าศิษย์พี่หลี่ประลองดีไหมนะ...

 

"เเต่เเปลกเเฮะ วันนี้หานเฟิงไปไหน" ศิษย์พี่หลี่เหลือบมองโต๊ะข้าง ๆ ที่ว่างเปล่า ทั้งหานเฟิงทั้งหลิ่งอี้ วันนี้ไม่ได้มา

 

"พิษคงไม่ออกฤทธิ์ไวขนาดนี้กระมัง" ข้ามองไปทางโต๊ะนั้นด้วย เเม้อาหารจะจัดวางอยู่บนโต๊ะ เเต่คนที่สมควรมาไม่มาซะงั้น

 

"เอ๊ะ คุณหนู ดูนั่นสิเจ้าคะ นั่นมันหลิ่งอี้มิใช่รึ ! " อิงอี๋สะกิดข้าให้มองลงไปยังเบื้องล่าง

 

ปลายสุดที่นิ้วของอิงอี๋ชี้ไป อดีตสาวใช้ของข้ากำลังยืนต่อเเถวรอเข้าสนามประลอง ข้าเบิกตาโตเมื่อเห็นชุดที่นางใส่

 

"หลิ่งอี้... ? นาง... ทำไมใส่ชุดศิษย์สำนักบูรพา"

 

"เจ้ายังไม่รู้เรื่องหรือ ? " ศิษย์พี่หลี่มองตาข้าเขม็ง "นางจะเเต่งกับหานเฟิงด้วยฐานะสาวใช้ไร้ความสามารถได้อย่างไร ท่านเเม่ข้าจึงส่งนางมาเรียนเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง"

 

"ท่านเเม่ของท่าน ? ฮูหยินเชวี่ยน่ะหรือ.... ตอนข้าเป็นลูกสะใภ้นางไม่เห็นนางใสใจข้าขนาดนั้นเลย" ข้านึกถึงหญิงปากร้ายคนนั้น นึกภาพนางตอนเอ็นดูลูกสะใภ้ไม่ออกจริง ๆ ถ้าบอกว่าทำเพื่อเสริมบารมีให้หานเฟิงยังน่าเชื่อกว่า

 

"สำนักบูรพาไม่ได้จำกัดอายุศิษย์ที่รับหรอกหรือ หลิ่งอี้นางโตไปหรือไม่ ? " ข้าถามพลางยกสุราขึ้นดื่ม ครานี้ไม่มีพิษ

 

"สำนักเปลี่ยนกฏเเล้ว"

 

"เปลี่ยนกฏอีกเเล้ว ? เพ้ย ! ศิษย์พี่หลี่ทำไมสำนักถึงเปลี่ยนกฏมากมายเช่นนี้ ข้าหายไปเเค่สองปีหรือยี่สิบปีกันเเน่" ข้าหันมาคาดคั้นกับศิษย์พี่ของตน โลกนี้จะหมุนไวไปเเล้ว

 

"กฏนี้มิได้พึ่งเปลี่ยนเสียหน่อย เจ้าไม่ใส่ใจเอง การรับศิษย์ของสำนักบูรพาไม่จำกัดอายุเเล้ว ท่านอาจารย์มีความเชื่อว่าไม่มีใครเเก่เกินเรียน หลังเจ้าเเต่งงานอาจารย์ถึงไปหาเจ้าเพื่อชวนกลับสำนักอย่างไรเล่า"

 

"กลับสำนักหรือ ? " ข้าขมวดคิ้วเมื่อฟังจบ อาจารย์เคยมาหาข้าเพื่อพูดเรื่องนี้ ข้าจำได้ น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ให้คำตอบเเก่อาจารย์ข้าก็หายหัวไปเสียก่อน

 

ข้ามองมือตนเอง กำเเบอยู่สักพัก ปราณมารที่ดุร้ายซ่อนอยู่ในนั้น ข้าในกาลก่อนไม่กลับสำนักเพราะเรื่องของท่านพ่อ

 

เเต่... เเล้วข้าในตอนนี้ล่ะ ?

 

"คนอย่างข้า... ยังมีโอกาสได้กลับสำนักหรือ"

 

ศิษย์พี่หลี่ตบไหล่ข้าทีนึง

 

"เเน่นอน ! "

 

รอยยิ้มของศิษย์พี่หลี่ นํ้าเสียงที่หนักเเน่นของเขา ข้ารู้สึกตื้นตันในอก หากท่านรู้ว่าข้ารวมปราณมารไว้ในตัว ท่านยังจะตอบเหมือนเดิมหรือไม่ ?

 

"คุณหนูเจ้าคะ..." อิงอี๋ดึงเเขนเสื้อข้าเรียกความสนใจ จนข้าดึงสติออกจากเรื่องกลับสำนัก "ข้ารู้สึกว่าหลิ่งอี้แปลกไป... ท่านคิดเหมือนข้าไหมเจ้าคะ ? "

 

แปลกไปหรือ ?

 

ข้าหันไปมองตำเเหน่งเดิมของหลิ่งอี้ เมื่อหันไปมองนาง ข้าก็พบว่าดวงตาของนางสบเข้ากับข้าพอดี ใบหน้าของหลิ่งอี้ยังเป็นเช่นเดิม เเต่กิริยาของนาง... เเตกต่าง...

 

"นางยิ้มร้ายให้เจ้าด้วย" ศิษย์พี่หลี่เองก็มองตาม

 

"นางดูร้ายกาจขึ้นหรือไม่เจ้าคะ ข้ารู้สึกไม่ดีเลย" อิงอี๋ยื่นมือเข้ามากอดเเขนข้า

 

"นางกำลังจะประลองกับใคร ? " จ้านหลิวดื่มชาเงียบ ๆ เพราะไม่รู้จักหลิ่งอี้มาก เเต่ก็มองด้วยความสนใจ

 

ถึงคราของหลิ่งอี้ขึ้นประลอง เเต่นางยังไม่ได้เลือกคู่ต่อสู้

 

"ข้าคือหลิ่งอี้ สำนักบูรพา ต้องการใช้สิทธิ์ท้าประลอง" เสียงของหญิงสาวตัวเล็กขี้อายที่ข้าเคยรู้จัก บัดนี้เเข็งกร้าวเเละห้าวหาญจนข้านึกว่าคนละคน

 

ผู้คนที่กำลังรับชมงานประลองส่งเสียงกระซิบกระซาบกันทั่วเมื่อเห็นว่าที่ภรรยาของหานเฟิงเข้าประลอง 

 

"ทั้งที่พึ่งเรียนได้ไม่นาน เเต่นางช่างมีความกล้าหาญนัก " เสียงฮูหยินเชวี่ยดังกว่าปกติ นางกำลังพูดคุยโอ้อวดลูกสะใภ้ให้เหล่าเเขกฟัง

 

"นั่นลูกสะใภ้ท่านหรือฮูหยิน ทั้งน่ารักทั้งห้าวหาญ น่าชื่นชมเสียจริง"

 

"หานเฟิงโชคดีเเท้ ๆ ที่มีคู่หมั้นเช่นนี้"

 

อิงอี๋เบะปาก ศิษย์พี่หลี่เหลือกตามองบน จ้านหลิวไม่สนใจ ข้ากำลังดื่มดํ่ากับสุรา

 

"เจ้าต้องการประลองกับใคร ? " ที่ตำเเหน่งประธาน ท่านเจ้าสำนักเอ่ยถามหลิ่งอี้จากเเท่นสูง

 

"ย่อมเป็นคนที่ข้าให้ความเคารพมานาน ข้าขอท้าประลองกับซูหลิวหยาง"

 

พรู่ดดดดดดด

 

สุรากระเด็นเป็นฝอย ข้าได้ยินผิดไปหรือไม่ ? หลังจากเอามือเช็ดปากข้าจึงหันไปถามอย่างงงวย

 

"ข้า ? "

 

"คุณหนูซูโปรดชี้เเนะ" หลิ่งอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม นางค้อมตัวคารวะหนึ่งครั้ง เเต่ข้ากลับรู้สึกถึงความหยิ่งผยองมากกว่าความเคารพ

 

"เอ่อ..." ข้าอึ้งไปชั่วอึดใจ

 

ประลองหรือ...

 

เมื่อมองไปยังสนามประลอง อยู่ ๆ ในใจของข้าก็ลิงโลด ปราณมารในร่างเดือดพล่านจนเเทบคุมไม่อยู่ สัมผัสยามฉีกเนื้อหนังของสัตว์อสูรในเขตอาคมยังคงอยู่บนตัวข้าไม่จางหาย ข้ารู้สึก... รู้สึกคิดถึงมัน.... โดยที่ตนเองก็พึ่งรู้ตัว

 

"เสี่ยวหยาง เจ้าสามารถเลือกยอมรับหรือปฏิเสธได้" เจ้าสำนักพูดขึ้นด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด

 

"ศิษย์น้องเจ้ารีบปฏิเสธเถิด" ศิษย์พี่หลี่ดึงเเขนเสื้อข้าด้วยดวงตาร้อนรน

 

"เจ้าไม่ได้ฝึกยุทธมาหลายปีเเล้ว ลงไปประลองเเบบนี้ไม่ดีกระมัง" จ้านหลิวเองก็คัดค้าน

 

"คุณหนู ! หากท่านเเพ้นางก็ได้หน้า หากท่านชนะก็เหมือนตบตีนางเพราะเคียดเเค้นเรื่องหานเฟิง ไม่ส่งผลดีทั้งสองทางนะเจ้าคะ รีบปฏิเสธเถอะเจ้าค่ะ ! " อิงอี๋เองก็คะยั้นคะยอข้า

 

"ปฏิเสธทำไมกัน" ข้าลุกขึ้นยืนดั่งต้องมนต์ เเรงใจบางอย่างผลักดันให้ข้ากล่าวออกมา "ข้ารับคำท้า"

 

หลิ่งอี้มองข้าด้วยสีหน้าประหลาดใจที่ข้ารับคำท้าง่าย ๆ โดยไม่รู้ตัว โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ความกระหายเลือดของข้าอยู่เหนือเหตุผล คำเตือนของอิงอี๋ก็ไม่มีความหมาย ข้าไม่ได้ใช้กำลังเเก้ไขปัญหามานานมากเเล้วตั้งเเต่ออกจากเขตอาคม เเค่ประลองยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย คงไม่เป็นไรกระมัง ?

 

"คุณชายจ้าน ยืมดาบหน่อยสิ" ข้าดึงดาบออกจากเอวของจ้านหลิว เจ้าตัวกำลังจะปฏิเสธเเต่ก็ไม่ทันมือของข้าที่ดึงมันออกไป

 

ท่านเจ้าสำนักลุกขึ้นมองข้าอย่างเป็นห่วง เพื่อนร่วมโต๊ะทั้งสามของข้าพยายามห้าม เเต่ข้าก็เดินขึ้นสู่เวทีประลองด้วยความลิงโลด

 

หลิ่งอี้หลีกเลี่ยงการเดินเข้าสู่สนามประลองด้วยการใช้วิชาตัวเบาเหยียบอากาศเข้าสู่ลาน วิชาตัวเบาที่ลํ้าเลิศของนางช่างน่าชื่นชม ส่วนข้าซึ่งใช้ปราณมารออกมาไม่ได้เลยใช้วิชาตัวเบาไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเดินขึ้นบันไดอย่างเชื่องช้าเเทน

 

ระหว่างทาง เสียงซุบซิบช่างทำให้ข้ารู้สึกคิดผิดที่ก้าวออกมาตามสัญชาติญานตนเอง

 

"จริงหรือเนี่ย อดีตภรรยากับภรรยาใหม่หรือ เหตุใดหานเฟิงไม่มาอยู่ดู"

 

"ใครจะชนะกันเเน่"

 

"ก็ต้องหลิ่งอี้น่ะสิ คุณหนูซูเป็นวรยุทธด้วยหรือ ? "

 

"..."

 

นี่มันอะไรกัน สงครามชิงชายงั้นเรอะ...

 

เดินขึ้นบันไดใช้เวลาพอสมควร สนามประลองเป็นลานกว้างฝั่งหนึ่งเป็นของผู้ชม อีกฝั่งเป็นหน้าผากับวิวทิวทัศน์ป่าภูเขาเเสนงดงาม

 

จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกเสียวสันหลัง หน้าผาอีกเเล้วหรือ ? เหตุใดจึงมาตั้งลานประลองใกล้หน้าผาเช่นนี้ ?

 

กลางสนามประลอง หลิ่งอี้ยืนกอดดาบรอข้าด้วยดวงตาเย็นชา ข้าจึงมั่นใจว่าสาวใช้คนนี้ดูเเปลกออกไปจากเมื่อวาน

 

"ข้าขอเตือน ดาบไม่มีตา การบาดเจ็บหรือตายในการประลองจะนับเป็นอุบัติเหตุ ถ้าไม่ไหวก็ก้าวออกจากสนามหรือกล่าวยอมเเพ้ซะ" กลางสนามอาจารย์ท่านหนึ่งรับหน้าที่กรรมการกล่าว ก่อนจะเดินออกจากสนามอย่างเชื่องช้า เมื่ออาจารย์ท่านนั้นเดินออกจากสนามเป็นที่เรียบร้อย เสียงระฆังดังเหง่งหง่างเป็นสัญญาณเริ่มก็ดังขึ้น

 

หลิ่งอี้ที่เคยอ่อนโยนของข้าบัดนี้พุ่งเข้ามาหาข้าทันทีด้วยใบหน้ากระหายเลือด ข้ายกดาบที่ยังไม่ทันได้ถอดฝักขึ้นตั้งรับกระบวนท่าที่รุนเเรงของนาง

 

"เจ้าจะตายจะตายก่อนที่จะได้ยอมเเพ้เเน่ เชื่อข้าเถอะ" หลิ่งอี้ที่เข้ามาประชิดตัวกระซิบบอกข้า ข้ายืนเซ่อทันทีเมื่อฟังจบ

 

อะไรกัน... นี่หลิ่งอี้จริง ๆ น่ะเหรอ ไม่ใช่ว่านางเคียดเเค้นข้าเเล้วเก็บงำมาโดยตลอดเพื่อรอวันล้างเเค้นหรอกนะ

 

ข้าสะบัดดาบดันหลิ่งอี้จนถอยกรูด ดาบคมที่ยืมมาจากจ้านหลิวถูกถอดปลอกออกตามเเรงสะบัด กระเด็นออกนอกสนามไป ข้ารู้สึกเหมือนได้ยินจ้านหลิวตะโกนด่าอยู่เเว่ว ๆ เเต่สมาธิของข้าจดจ่ออยู่กับเพียงหลิ่งอี้ เเม้จะเป็นฝ่ายตั้งรับ ปราณในกายข้ากลับพลุ่งพล่านเสมือนจะฉีกกระชากออกมาจากผิวหนัง

 

ข้ามองหลิ่งอี้ ลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ข้าพบความรู้สึกที่ไม่ต่างจากข้า เพียงพริบตาที่นางยืนหยัดมั่นคง ดาบต่อมาก็เข้าโจมตี

 

ข้ามองภาพเบื้องหน้าเเล้วยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

เข้ามาสิ... ข้าอยากรู้นักว่าเลือดของสัตว์ตนนี้จะรสชาติเป็นอย่างไร...

 

เคร้ง ! !

 

ดาบของหลิ่งอี้ยังไม่ทันถึงตัว ผ้าคลุมสีดำปลิวสะบัดบดบังภาพของอดีตสาวใช้จากดวงตาข้า ดาบสีเงินต้านดาบสีเงินอย่างมั่นคง ดาบของจ้านหลิวในมือของข้ายังไม่ทันได้ดื่มเลือดใคร บุคคลที่สามก็โผล่เข้ามาขวางข้าในสนามประลอง

 

เพียงมองชายคนนี้จากด้านหลังข้าก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร

 

"หานเฟิง...."

 

ทำไมเป็นหานเฟิงอีกเเล้ว ?

 

คุณชายหานสะบัดดาบ ขัดขวางหลิ่งอี้ให้ถอยออกไป ก่อนจะหันไปบอกกับเจ้าสำนัก

 

"การต่อสู้ครั้งนี้ไม่เป็นธรรม"

 

ข้ามองหานเฟิงด้วยความมึนงง เเต่การมาของหานเฟิงเป็นประโยชน์ ข้าหายใจลึกระงับความกระหายเลือดของตนเมื่อได้สติว่าตนเองคิดสิ่งที่ไม่ควรทำในโลกภายนอกนี้ หรือบางทีข้าอาจดูดซับปราณมารโดยไม่นำออกมาใช้เป็นเวลานานจึงทำให้เสียสติกันเเน่ ....

 

"ไม่เป็นธรรมอย่างไร ? การต่อสู้นี้คุณหนูซูก็ยอมรับคำท้าของข้าเเล้ว ท่านออกจากสนามไปเสียเถิดหานเฟิง" หลิ่งอี้พูดเจื้อยเเจ้ว ใบหน้าของนางมีความโกรธเคืองอยู่เต็มอก

 

"หลิวหยางไม่ได้เรียนวรยุทธมานานมากเเล้ว ท่านคิดเอาเปรียบนางงั้นหรือ ? " ต่อหน้าสาธารณชน หานเฟิงขึ้นเสียงใส่ว่าที่ภรรยา

 

"เอาเปรียบอย่างไร ? " หลิ่งอี้หัวเราะในลำคอ "ข้าเองก็พึ่งเรียนได้ไม่นาน ดังนั้นเราควรจะมีความสามารถพอ ๆ กันสิ"

 

ทุกคนในงานส่งเสียงเซ็งเเซ่กันไปทั่ว นินทาเรื่องตรงหน้าประดุจกำลังดูงิ้ว ข้าเริ่มรู้สึกอึดอัด ไม่น่าทำตามใจตัวเองเเล้วรับคำท้าเลย... ข้าชอบความครึกครื้นจริง เเต่คนที่ชอบดูงิ้วอยากมาเเสดงงิ้วเองเสียเมื่อไร

 

"การต่อสู้นี้ไม่ควรเกิดขึ้น" หานเฟิงขบฟันเเน่น ข้าพึ่งสังเกตว่าใบหน้าของเขาดูซีดเซียว

 

"ท่านอย่าทำลายบรรยากาศเลย คุณหนูซู มาสู้กันต่อเถิด ! " หลิ่งอี้ตั้งท่าอีกรอบ ข้าถอยไปสองสามก้าวเพราะเริ่มใจโลเล

 

"เอ่อ..."

 

"ข้าจะสู้เเทนนาง" หานเฟิงกล่าวหนักเเน่น ก่อนข้าจะได้กล่าวยอม ผู้คนนอกสนามตะโกนออกมาทันทีที่เห็นการประลองหยุดชะงัก

 

"จะทำได้อย่างไร ! "

 

"หานเฟิงเป็นอะไรไปแล้วกันเเน่"

 

"สตรีสู้สตรี เหตุใดหานเฟิงจึงคิดเเทรกเเซง ! "

 

"หานเฟิง" หลิ่งอี้จ้องมองหานเฟิงเขม็ง "กฏของสนามประลองนี้สู้เเทนกันไม่ได้"

 

"สามีภรรยาถือเป็นบุคคลคนเดียวกัน ข้าสู้เเทนไม่นับว่าผิด"หานเฟิงยังกล่าวด้วยความมั่นใจเเละไม่ยอมถอย ส่วนข้าที่ได้ยินดังนั้นก็เอียงคอฉงนจนเเทบเคล็ดจึงต้องเดินไปพูดตรงหน้าหานเฟิงเพื่อความเเน่ใจ

 

"เดี๋ยวก่อน ถึงสมองข้าจะหลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้าง เเต่ข้าไม่น่าลืมว่าเราหย่ากันเเล้ว"

 

หานเฟิงยืดอก มองข้าด้วยน่าเรียบนิ่งเสมือนไม่ได้พูดอะไรผิด

 

"ข้ายังไม่ได้เขียนใบหย่า"

 

ข้าค้นความทรงจำตนเองทันที

 

สองปีก่อน 
 

- ข้าขอให้เขียนใบหย่า 
 

- หานเฟิงเพียงตอบว่าได้ 
 

- ข้าหายตัวไป 
 

- จึงยังไม่ได้เขียน ?

 

เเบบนี้ก็ได้เรอะ !

 

"เจ้าจะขัดขวางข้าให้ได้ใช่ไหมหานเฟิง" หลิ่งอี้มองหานเฟิงด้วยเเววตาคุกรุ่น หานเฟิงเองก็ไม่ยอมละสายตา ข้ามองสองคนสลับไปมา ไม่ทันได้สังเกตปราณสายหนึ่งที่พุ่งเข้าหาข้า

 

พลั่ก ! !

 

"อั่ก ! " ข้าจุกขึ้นที่กลางลำตัวทันทีเมื่อโดนปราณสายนั้นเข้าอย่างจัง ร่างของข้าถูกซัดกระเด็นให้ถอยไปหลายจั้ง เมื่อมองไปทางทิศที่ปราณก่อกำเนิด ข้าเห็นหลิ่งอี้ผู้เป็นเจ้าของปราณสายนี้ซัดมาที่ข้าหนึ่งฝ่ามือ

 

ทุกสิ่งเกิดขึ้นไวมาก ฝ่ามือที่หลิ่งอี้กระเเทกเข้าใส่นั้นไม่เจ็บมาก เเต่มันทำให้ข้าต้องถอยหลัง ยังไม่ทันที่ข้าจะได้ท้วงติงเรื่องห้ามใช้ปราณในการประลองก็รู้สึกถึงฝีเท้าที่ไม่มั่นคง

 

หานเฟิงเบิกตากว้าง ผู้ชมนอกลานประลองกรีดร้อง

 

เบื้องหลังทางที่่ข้าถูกหลิ่งอี้ซัดมาเป็นหน้าผา

 

...

 

ตกหน้าผาอีกเเล้ว ? !

 

"เหวอออ" เท้าข้ายืนไม่อยู่ เเรงดึงดูดกำลังลากข้าร่วงลงสู่พื้น

 

หานเฟิงว่องไวที่สุดในยามนี้ เขาพุ่งตัวออกมาด้วยสุดชีวิต ยื่นมือสุดเเขนมาให้ข้า ข้าไขว่คว้าตามสัญชาตญาณ เราห่างกันเพียงปลายนิ้ว เเต่ข้าก็คว้าได้เพียงอากาศ

 

ตายเเน่…

 

มือของหานเฟิงกำลังห่างออกไป ข้าพยายามกอบกุมอย่างสิ้นหวัง จนกระทั่งกำบางสิ่งมาไว้ในมือได้

 

ขนนกสีเเดง

 

ฟึ่บ !

 

ข้ารู้สึกถึงเเรงกระชากขึ้นฟ้า กรงเล็บยักษ์เกี่ยวรอบเอวข้า เเรงลมหนักหน่วงบอกข้าว่ากำลังบินสู่นภามากกว่าร่วงลงสู่หุบเหว ขนนกสีเเดงในมือปลิวไปแล้ว ข้าเงยหน้ามองเจ้าของกรงเล็บอย่างตกตะลึง

 

นกยักษ์สีเเดงกำลังกระพือปีกกลางอากาศเมื่อมันบินสูงออกจากลานประลองมาได้ระยะหนึ่ง วิหคชาดกึ่งโตเต็มวัยมากพอที่จะทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกถึงความน่าเกรงขาม

 

ก๊าซซซซ ! !

 

มันคำรามใส่ผู้คนตัวเล็กจ้อยบนพื้นล่างด้วยความโกรธ

 

ข้านิ่งอึ้งไปชั่วลมหายใจหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านี่คือสัตว์เลี้ยงสุดที่รักของข้าเอง

 

"เฟยหง ! เจ้าตัวเเสบ ข้าบอกให้เจ้าอยู่บ้านเเล้วหนีออกมาทำไม ! ปล่อยข้าลง ข้าจะตีเจ้าเดี๋ยวนี้ ! " ข้าดิ้นพล่านในกรงเล็บมัน เเล้วชี้นิ้วด่า ไม่สนเลยว่าตนเองจะอยู่สูงจากพื้นดินมากเท่าไร

 

วิหคชาดที่ท่าทางน่าเกรงขามเมื่อครู่หันกลับมามองข้าด้วยดวงตาน่าสงสาร มันกระพือปีกพั่บ ๆ เคลื่อนตัวเสมือนจะบินลงตามคำสั่งจริง ๆ

 

"วิหคชาด ! " เสียงตะโกนเเว่วมาจากข้างล่าง ข้าสะดุ้งสุดตัว

 

เดี๋ยวก่อน …

 

"วิหคชาดจับตัวคุณหนูซูไป"

 

"รีบตามมันไปเร็ว ! "

 

"ฆ่ามันซะ ! ช่วยเหลือคุณหนูซู ! "

 

จากที่ข้าได้ยินเเว่ว ๆ ดูเหมือนพวกเขาจะคิดว่าเฟยหงไม่ได้ช่วยข้า เเต่จับข้าไปจริง ๆ เมื่อมองไปเบื้องล่าง จอมยุทธหลายท่านกำลังขี่กระบี่บินมาทางนี้เพื่อล่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์พรรคมาร

 

"เฟยหง ! " ข้าตีกรงเล็บนกยักษ์บนเอวตนอย่างบ้าคลั่ง "บินไปเดี๋ยวนี้ บินให้เร็วที่สุด ไปเร็ว ไป ไป ไป ! ! "

 

______________

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

244 ความคิดเห็น

  1. #224 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 03:10

    น้องซูอยากกระโดดลงหลุมที่นางมาร ขุดไว้เองด้วยความเต็มใจนินา

    #224
    0
  2. #196 Amerah (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 18:36
    พอเลยไม่อ่านละครับ. รับไม่ได้. มันขัดใจเกินรับไหว. ส่วนตัวมอองคนที่ความจริงใจ.

    ความมั่นในรักเป็นรอง.

    แล้วยิ่งพระเอกทำกับนางเอกแบบนี้. เกินไป. อ่านไม่มันแล้ว
    #196
    0
  3. #175 suawadee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 14:47
    ดวงสมพงษ์กับหน้าผาจริงเหล้าแม่
    #175
    0
  4. #160 222 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 07:38

    รู้สึกนางเอกมถทะลุอยู่ในค่ายกลอายุ 30 กว่าปีไม่ได้ช่วยให้นางหายหัวร้อนเลยเน๊าะ

    #160
    0
  5. #148 นาน่านะ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 04:54

    เฟยหงที่น่าสงสาร....นังแม่มารนั่นสิงร่างนังสาวใช้เลวนั่นสินะ...อย่างว่าอ่ะนะ เหมาะกันดี แม่ผัวเลว ๆ ลูกสะใภ้เลว ๆ สมกันดี.....นางเอกออกมาอ่ะดีแล้ว ขอผู้ใหม่แบบไฉไลกว่านี้ดีกว่า

    #148
    0
  6. #134 Oiljang89 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 15:02
    ยิ่งอ่านนางเอกยิ่งปัญญาอ่อนขึ้นทุกทีบ้าหรือไม่เต็มกันแน่ใครทำร้ายก็ไม่โกรธไม่เกลียดคิดอะไรไม่เป็นสติไม่มีแล้วหรอ
    #134
    0
  7. #110 Maya2501 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 13:02
    รู้สึกว่าไรท์จะออกทะเลแล้วนะ

    ยิ่งเขียน นางเอกยิ่งโง่งมชอบกล..ทบทวนหน่อยนะจ๊ะ
    #110
    0
  8. #103 Nantanat_neung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 14:41
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #103
    0
  9. #102 gameminmin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 23:18
    เอาใจช่วยนางเอก
    #102
    0
  10. #101 sompongx01 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 23:04
    55555สงสารน้อง
    #101
    0
  11. #100 morio (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 21:15
    เฟยหงน่ารักเกินไปแล้วววววว
    #100
    0
  12. #99 ถุงเงิน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 20:51

    เราชอบเรื่องนี้นะ แต่รำาญนางเอกแบบนางเอ๊กนางเอก ส่วนอีนางร้ายก็ศูนย์นางร๊ายนางร้าย ตั้งแต่รุ่นแม่ยันรุ่นลูก อ่านตามไปตามมานึกว่า อ่านบ้านทรายทอง

    #99
    0
  13. #98 สนิม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 18:43

    ทำไมซูหลิวหยางห่วยแตกอย่างนี้นะ ไม่เต็มบาท ปัญญาอ่อน ไม่ทันคนเกินไปนะ

    เนื้อเรื่องดีน่าติดตามแต่ควรปรับปรุงบุคลิกตัวนางเอกนะคะ


    #98
    0
  14. #97 nulovertoon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 16:25

    มาป่วนโดยแท้
    #97
    0
  15. #96 Angel-Deva (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:23
    เหมือนจับคนเกินกับคนขาดมาอยู่ด้วยค่ะ 🤣🤣🤣
    #96
    0
  16. #95 koi_rattana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:59
    เอิ่ม...เป็นงานประลองที่ครึกครื้นดีนะ
    #95
    0
  17. #94 Jerrypari (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:22


    โอ๊ยน้องงงงง 🤣🤣

    #94
    0
  18. #93 piyadaDungprom (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:17
    ขำเฟยหงและนางเอก555555555
    #93
    0
  19. #92 xmax (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:15
    แย่ล่ะ นังมหานั่นจะรู้มั้ยเนี่ยยยย
    #92
    0
  20. #91 tttatang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:06

    โอ้ยยเฟยหงก่อเรื่องอีกแล้ว 555555555555555555
    #91
    0