The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 20 : กายพิษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    8 ส.ค. 63


 

 

 

 

กายพิษ

 

 

 

 

 

ตกดึก งานเลี้ยงในวันเเรกจบเเล้ว ผู้คนไม่เมามายก็นอนหลับ

 

ตี้หม่าอาศัยความมืดยามวิกาลเดินซอกเเซกไปหาคนคนหนึ่ง

 

"ประมุขน้อย ! " สายพรรคมารผู้ร้อนรนเอ่ยด้วยเสียงเเผ่วเบากลัวใครตื่น ก่อนจะเข้ามาในห้องมืดสลัวที่หานเฟิงฟุบหมดเรี่ยวเเรงอยู่บนเก้าอี้

 

หานเฟิงยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก มือทั้งสองสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ต่างจากคนหนุ่มเเข็งเเรงดีเมื่อตอนกลางวันลิบลับ

 

"เป็นเจ้าจริง ๆ " ความเย็นชาของประมุขน้อยพรรคมารยังคงอยู่ เพียงเเค่ชายตามองก็ทำให้ตี้หม่าสั่นไปทั้งตัว เสมือนคมดาบเมื่อวันก่อนกำลังตัดผ่านคอมัน

 

"ข้าจะฆ่าเจ้า.... เเค่ก ๆ " หานเฟิงไอโขลกจนตัวงอเมื่อพยายามลุกขึ้น เลือดสีเเดงกระเซ็นออกมาทุกครั้งที่เขาไอ ตี้หม่ารู้สึกโชคดีที่ครานี้ประมุขน้อยไร้เรี่ยวเเรงกินกว่าจะฆ่ามัน

 

"ใส่ยาพิษบนถ้วยของซูหลิวหยางเป็นคำสั่งของมหามารดา... ท่านเองก็น่าจะรู้ เเต่ทำไมถึง... ทำไมท่านถึงดื่มสุราจอกนั้นเเทนนาง"

 

"เเค่ก ๆ ๆ ๆ " หานเฟิงยังไอเป็นเลือดต่อไป ตี้หม่าเเม้ไม่ได้คำตอบเเต่ก็พอจะเดาออก มันรีบเข้าไปพยุงหานเฟิงที่จะล้มมิล้มเเหล่เพราะเเรงพิษ

 

แผนการครั้งนี้ล้มไม่เป็นท่า เพราะมันจงใจกลั่นเเกล้งซูหลิวหยางเลยจัดที่นั่งให้นั่งใกล้หานเฟิงกับหลิ่งอี้ เเต่นึกไม่ถึง การจัดให้นั่งใกล้กันจะกลายเป็นหานเฟิงจับพิรุธว่ามีพิษในจอกไปซะได้ หูตาของอนาคตประมุข...ลบหลู่ไม่ได้จริง ๆ ...

 

"เอายาถอนพิษมา" หานเฟิงถาม ตี้หม่าหน้าซีด

 

"ข้าไม่มี..."

 

"นี่เจ้า...! "

 

"ข้าคิดจะฆ่านาง ท่านคิดหรือว่าข้าจะใช้พิษที่หายาถอนได้ง่าย ๆ " ตี้หม่าพยุงหานเฟิงนั่งลง ก่อนตัดสินใจบอกความจริงว่าสถานการณ์ของประมุขน้อยตอนนี้ยํ่าเเย่ขนาดไหน

 

"สิ่งที่ท่านกินลงไปคือไข่เเมลงพิษ ไข่มีขนาดเล็กมากจนยากจะมองเห็น ข้าฝังมันไว้ในจอกสุรา ขอเพียงเจอของเหลว มันก็จะฟัก ตัวอ่อนของเเมลงพิษเมื่อกินเข้าไปไม่สามารถย่อยได้ พวกมันจะชอนไชไปทั่วร่าง ดูดกลืนพลังชีวิตของท่าน ขัดขวางเส้นลมปราณของท่าน จนกว่าท่านจะหมดลมหายใจ "

 

"เเค่ก ๆ ๆ " หานเฟิงยังไม่หยุดไอเป็นเลือด

 

"โถ่เอ๊ย ! เเล้วนี่ท่านเดินปราณเพื่อขับพวกมันออกรึ ท่านทำผิดวิธีเเล้ว ยิ่งใช้ปราณเสมือนยิ่งเร่งให้เเมลงพิษเติบโต หากท่านอยู่เฉย ๆ คงจะลดเวลาออกฤทธิ์ของพวกมันได้อีกสักวันสองวัน.... "

 

เมื่อหานเฟิงได้ยินก็ถึงกับนิ่งงันไป

 

"เเมลงพิษ... เจ้าหมายความว่าไม่มียาถอน ? "

 

"ใจเย็นก่อนประมุขน้อย ใช่ว่าจะไม่มีทางเอาเเมลงพิษในตัวท่านออก เเต่... ข้าต้องขอให้ท่านอดทน เรื่องนี้ให้ท่านปิดไว้ก่อนสักสองวัน เสมือนท่านไม่รู้ว่าในจอกมีพิษ มิเช่นนั้นถ้าเจ้าสำนักสืบทราบว่าท่านรู้ว่ามีพิษเเล้วยังดื่มเข้าไปอีกจะสงสัยถึงที่มาที่ไปเอาได้"

 

หานเฟิงยกเเขนเสื้อซับเลือดที่มุมปาก สายตามืดลึกดำดิ่งเหมือนฟัง เหมือนไม่ได้ฟัง

 

"ข้าอยู่ได้อีกนานไหม"

 

ตี้หม่าเเทบล้มก่อนจะรีบละลักละลํ่าบอกเมื่อเห็นหานเฟิงเตรียมจะเขียนจดหมายลาตาย

 

"มีวิธีที่ช่วยท่านอยู่ คือใช้พิษขับพวกมันออกมา มีวิชามารวิชาหนึ่งเรียกว่า กายพิษ เป็นวิชาที่ผู้ใช้รวบรวมพิษร้ายเเรงปริมาณมากเข้ามาในร่างกายเเล้วเปลี่ยนพิษเหล่านั้นให้เป็นดั่งเลือดของตน การฝึกวิชานี้เสี่ยงตายมากมีโอกาสรอดน้อยนิด เเต่หากฝึกสำเร็จเเล้วเเมลงพิษจะไม่สามารถทนพิษในเลือดได้ อีกทั้งพิษร้ายเเรงใด ๆ ก็ไม่สามารถทำร้ายผู้ที่ฝึกวิชากายพิษได้อีกด้วย"

 

"เช่นนั้นก็ฝึกให้ข้าเสียสิ" หานเฟิงใจร้อน เมื่อรู้ทางรอดก็รีบถามถึงทันที เเม้ความหวังริบหรี่นี้จะเป็นเส้นทางที่อันตรายก็ตาม

 

"วิชานี้ข้าไม่รู้วิธีฝึก... อีกทั้งน้อยคนนักที่ฝึกสำเร็จเเล้วยังมีชีวิตรอด... "

 

หานเฟิงหันขวับ "ให้ความหวังลม ๆ เเล้ง ๆ เเก่ข้าหรือ ถ้าวิธีนี้ช่วยข้าไม่ได้เเล้วเจ้าจะพล่ามมาทำไม"

 

"ใจเย็นก่อนประมุขน้อย ! " ตี้หม่ารีบเเก้ตัว "ที่ข้าต้องการจะบอกคือท่านไม่จำเป็นต้องฝึกก็ได้ เลือดของผู้ฝึกวิชากายพิษคือพิษชั้นดีที่ใช้ต่อกรกับเเมลงพิษที่มีอยู่ในร่างท่าน ! เเค่อาบเลือดของผู้มีวิชากายพิษก็สามารถขับเเมลงพิษออกมาได้เเล้ว ! "

 

 

_________________

 

 

"ในจอกของข้ามีพิษ"

 

ข้าพูดขึ้นทำลายความเงียบในห้องส่วนตัวที่สำนักบูรพาจัดไว้ให้ โต๊ะกลมกลางห้องเเออัดด้วยคนสี่คนซึ่งข้าลากเข้ามาด้วยหลังงานชุมนุมวันนี้จบลง เวลานี้ฟ้ามืดเเล้ว ข้าจุดเทียนเล่มน้อยไว้ด้ามหนึ่ง เเสงเทียนเพียงจุดเดียวทำให้ใบหน้าของคนที่นั่งร่วมวงกับข้าดูน่ากลัวขึ้นหลายเท่า

 

อิงอี๋ยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงร้องตกใจ

 

จ้านหลิวตกตะลึงเหมือนเห็นผี

 

ศิษย์พี่หลี่ตาเเทบถลนออกมาจากเบ้า

 

"ข้าบอกเรื่องนี้เพราะข้าเชื่อใจพวกท่าน ดังนั้น ได้โปรดอย่าพึ่งพูดออกไป" ข้ารีบห้ามปรามก่อนที่ใครจะโวยวายเสียงดัง

 

"เจ้ารู้ได้ยังไงว่ามีพิษ ? " จ้านหลิวกระซิบถามเสียงเบาเสมือนหน้าต่างเเละประตูกำลังเเอบฟัง

 

"ตระกูลข้าค้าขายโอสถเเทบทุกประเภท พิษเเละยาถอนเองก็เช่นกัน ข้าจึงสังเกตเห็น" ข้าเอาเรื่องตระกูลมาเเถไปก่อน เเม้ในความจริงเเล้วข้าจะรู้จากความทรงจำของมารพิษก็ตาม

 

ถ้าข้าอธิบายให้ชัดกว่านี้ก็คือ ใครก็ตามที่พยายามฆ่าข้าได้ฝังไข่เเมลงพิษอย่างบรรจงไว้บนผิวของกระเบื้องเคลือบ ฝีมือการฝังเนียนละเอียดระดับเซียนทีเดียว ไข่พิษเมื่อโดนนํ้าจะฟักออกมาเป็นตัวอ่อนของเเมลงพิษ เเมลงพิษชนิดนี้จะไม่เเสดงผลในทันที เเต่จะกัดกินชีวิตเจ้าของร่างไปอย่างช้า ๆ จนตาย

 

"ข้าคิดอยู่ว่าทำไมตลอดทั้งงานเจ้าถึงไม่เเตะอาหารหรือนํ้าชาเลย..." จ้านหลิววิเคราะห์ออกมาด้วยเสียงเเผ่วเบา

 

"ใครเป็นคนทำเรื่องนี้กัน ! " อิงอี๋ตะคอกด้วยเสียงเเผ่วเบา

 

"หานเฟิงดื่มมันไปแล้ว ! " ศิษย์พี่หลี่โวยวายด้วยเสียงเเผ่วเบา

 

"ข้าคิดว่าหากไม่เเตะมันเสียทีคนที่ต้องการจะทำร้ายข้าจะออกมาคะยั้นคะยอให้ข้าดื่มกลางงานเอง จึงเลือกเงียบไว้ก่อน เเต่ข้านึกไม่ถึงว่าคนที่มาจะเป็นเฉียวฟง..." ข้าอธิบายสิ่งที่ตนคิดในเวลานั้น

 

"ไม่จริง ! ศิษย์พี่เฉียวฟงไม่ใช่คนที่คิดจะทำเเบบนั้นเเน่" จ้านหลิวออกตัวปกป้องศิษย์ร่วมสำนักทันที

 

"ข้าก็คิดเช่นนั้น" ข้ารีบบอกกับจ้านหลิวว่าไม่ได้สงสัยในตัวศิษย์พี่ของเขา "อีกอย่าง หานเฟิงเเย่งจากมือข้าเเล้วดื่มมันไป .... "

 

"เเย่ล่ะสิ ข้าจะไปบอกเรื่องนี้กับท่านเจ้าสำนัก" ศิษย์พี่หลี่เตรียมลุกขึ้น

 

"ช้าก่อนศิษย์พี่หลี่" ข้าดึงเเขนเขาไว้ทันควัน "อย่าพึ่งเเหวกหญ้าให้งูตื่น ก่อนที่พิษจะออกฤทธิ์น่าจะอีกสองสามวัน คนที่วางยาข้าต้องพยายามฆ่าข้าครั้งที่สองเเน่ ก่อนที่หานเฟิงจะออกอาการเเละสำนักจะระมัดระวังมากกว่านี้ ดังนั้นเราต้องเงียบไว้ เเละล่อมันออกมา"

 

ศิษย์พี่หลี่ยอมนั่งลง เเม้จะดูไม่สบายใจก็ตาม

 

"เเต่ปล่อยไว้เเบบนี้หานเฟิงจะเเย่ ถึงข้าจะเกลียดมันเเต่ก็ไม่อยากให้มันตาย ศิษย์น้อง... เจ้ามีวิธีถอนพิษหรือไม่ ? "

 

"ข้าไม่รู้..."

 

"ไหนว่าตระกูลเจ้าขายทั้งพิษเเละยาถอนไง ! "

 

"ก็ใช่ก็ว่าข้าจะรู้ทั้งหมดเสียหน่อย" ข้าเถียงขึ้น เเม้เรื่องที่จำมาจากตระกูลจะเป็นเรื่องโกหก เเต่เรื่องที่ข้าไม่รู้ยาถอนเป็นความจริง ทั้งในความทรงจำของมารพิษเเละตัวข้า ดื่มพิษเข้าไปไม่ต่างจากดื่มนํ้าเปล่า ยาถอนจึงไม่จำเป็น เเละรกสมองไปเท่านั้นหากคิดจะจดจำ

 

"คุณหนู ถ้าใช้ท่านเป็นตัวล่อคนร้ายอย่างว่า ท่านจะไม่อันตรายหรือเจ้าคะ สู้ให้ข้าทดสอบอาหารให้ท่านดีกว่า" อิงอี๋ย้อนกลับมาประเด็นหลักด้วยความเป็นห่วงข้า

 

"ไม่จำเป็น ต่อให้รับพิษเข้าไป ข้าก็ไม่เป็นอะไรหรอก" ข้าปฏิเสธความหวังดีของอิงอี๋ทันทีเพราะกลัวนางจะพลาดกินพิษเข้าไปจริง ๆ

 

ท่ามกลางสายตาฉงนของทุกคน ข้าอมความลับไว้ในปาก

 

ยี่สิบปีในเขตอาคมของมารพิษ ข้าต้องเผชิญหน้ากับอสูรมีพิษเเทบทุกวัน เลยต้องหาวิธีป้องกันตัวเองจากพิษพวกนั้น โชคดีที่ในหัวของมารพิษมีวิชาดี ๆ อยู่ ถึงจะอันตราย เเต่มารพิษผู้ฝึกมาก่อนบอกทางลัดให้ข้าหมดเเล้ว ข้าจึงฝึกมันได้อย่างไม่ติดขัด

 

วิชานั้นเรียกว่ากายพิษ

 

 

______________

 

 

 

เสียงพูดคุยที่นางได้ยินจากการเเอบฟังทำให้หลิ่งอี้ค่อย ๆ ยํ่าเท้าออกห่างประตู คนสองคนที่กำลังคุยกันหลังประตูบานนั้นทำให้นางรู้สึกหูตาอื้ออึง

 

ประมุขน้อยหรือ...

 

ข้าได้ยินเรื่องที่ไม่สมควรได้ยินไปเสียเเล้ว

 

นางออกห่างจากเรือนของหานเฟิงทันทีเเละกลับมายังที่พักของตน หลิ่งอี้ปิดประตู ล็อคกลอนเเน่นหนาก่อนล้มลงกับพื้น

 

ในเเผ่นดินนี้มีพรรคเดียวเท่านั้นที่มีตำเเหน่งประมุข...

 

พรรคมาร...

 

นายท่านหานเฟิงเป็นคนพรรคมาร... เพราะเหตุใด ตั้งเเต่เมื่อไร...

 

"ฮึก..." หลิ่งอี้ปิดปากตนทันทีที่รู้สึกว่ากำลังสะอื้นออกมา ดวงตากลมโตคลอด้วยหยาดนํ้า สิ่งที่ทำให้นางตกใจคือเรื่องที่พบว่าหานเฟิงเป็นพรรคมาร เเต่เรื่องที่ทำให้นางร้องไห้คือเรื่องที่หานเฟิงยอมดื่มยาพิษเเทนอดีตคุณหนูของนาง

 

ตลอดงานท่านก็มองเเต่คุณหนูซู ที่เเท้เพราะระวังไม่ให้นางดื่มยานั่น ท่าน... ยอมดื่มยาพิษเข้าไปก็เพื่อคุณหนูซู...

 

หลิ่งอี้นํ้าตาไหลริน นางไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไปเมื่อรู้ความจริง

 

หรือในความเป็นจริงเเล้ว... ที่ท่านเคยบอกรักข้าเป็นเพียงคำโกหก...

 

หลิ่งอี้รู้สึกเจ็บในอก เสมือนหัวใจดวงน้อยถูกบีบจนเเน่น นางเข้าใจเเล้ว... เข้าใจเเล้วว่าทำไมคุณหนูซูที่รักนายท่านหานเฟิงสุดหัวใจคนนั้นจึงยอมหย่าทันทีที่ได้ยินว่านายท่านหานเฟิงรักคนอื่น

 

หายไปยังดีเสียกว่าเห็นพวกเขารักกัน...

 

"หายไปเสียดีกว่าหรือ"

 

เสียงหญิงนางหนึ่งดังขึ้นในห้องของหลิ่งอี้ สาวน้อยสะดุ้งตกใจทันที นางพึ่งพบว่าในความมืดของห้องนี้ นางไม่ได้อยู่คนเดียว

 

"คะ...ใคร..ใครน่ะ..." หลิ่งอี้เสียงสั่น นางผุดลุกขึ้นทันทีเเล้วพยายามเพ่งตามองในความมืด เเต่เพียงเสียงดีดนิ้วดัง ขึ้น เทียนทั้งหมดในห้องก็สว่างวาบส่องเเสงให้เเก่นาง

 

หลิ่งอี้กะพริบตาถี่เพื่อปรับเเสง จนสามารถมองเห็นผู้หญิงชุดเเดงนางหนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องเเป้ง นางกำลังหวีผมเเละมองใบหน้าตนเองในกระจกด้วยดวงตาคมกริบ เมื่อหวีไม้ละเลียดถึงปลายผมของนาง หญิงชุดเเดงก็วางหวีลงบนโต๊ะเครื่องเเป้งเเละหันมามองหลิ่งอี้อย่างช้า ๆ

 

"ทะ...ท่าน... เมื่อสองปีก่อน ข้าเคยเห็นท่าน..." หลิ่งอี้พูดเสียงตะกุกตะกัก

 

สองปีก่อน...

 

หญิงปริศนาในห้องของนายท่านหานเฟิง

 

หลิงอี้จ้องมองอย่างตกตะลึง หญิงตรงหน้ามีใบหน้างดงามเเท้ ๆ เเต่นางกลับรู้สึกกลัวจนขาสั่น

 

"ข้าคือเเม่ของหานเฟิง... เเม่เเท้ ๆ " หญิงชุดเเดงลุกขึ้นเต็มตัว หลิ่งอี้พิจารณา ใบหน้าของนางมีส่วนที่คล้ายหานเฟิงจริง ๆ

 

"เป็นไปได้ยังไง..." หานเฟิงเป็นเด็กกำพร้า ทุกคนรู้ เเละหลิ่งอี้ก็รู้เท่ากับที่ทุกคนรู้

 

"เรื่องนั้นไม่สำคัญ ข้ามาหาเจ้าก็เเค่อยากรู้ว่าเจ้ารักลูกชายข้าจริงหรือไม่" หญิงชุดเเดงลุกขึ้น นางก้าวหาหลิ่งอี้หนึ่งก้าว หลิ่งอี้ก็ถอยออกไปหนึ่งก้าว

 

"ท่านพูดอะไร... ข้า.. ข้าไม่..."

 

"ไม่ต้องกลัวไป... ที่นี่ไม่มีคนอื่นเเอบฟังหรอก ไม่เหมือนห้องของหานเฟิง..." หญิงชุดเเดงหัวเราะเสียงเย็น หลิ่งอี้สะอึกเมื่อรู้ว่าถูกจับได้เรื่องที่เเอบฟังหานเฟิงคุยกับตี้หม่า

 

"งั้น..งั้น... ท่านก็เป็นพรรคมาร"

 

พรรคมาร... เช่นเดียวกับหานเฟิง...

 

"ใช่"

 

หลิ่งอี้แปลกใจที่หญิงชุดเเดงยอมรับอย่างง่ายดาย

 

"ท่านบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม"

 

"เพราะข้าเชื่อว่าเจ้าจะไม่บอกใคร" หญิงชุดเเดงยิ้ม ริมฝีปากที่โค้งขึ้นของนางเเดงสดดั่งโลหิต โดยไม่รู้ตัว หญิงนางนั้นก็เดินมาถึงตัวนางเเละโอบไหล่ทั้งสองข้างของหลิ่งอี้อย่างเเผ่วเบา

 

"หากเจ้ารักลูกชายข้าจริง ข้าก็จะช่วยให้เจ้าสมหวัง"

 

หลิ่งอี้ตาโตกับคำหวานที่กระซิบอยู่ข้างหู คำพูดของหญิงชุดเเดงเสมือนนํ้าผึ้งหวานหยด

 

"เพียงเเค่เป็นหุ่นให้ข้า... ข้าจะช่วยเจ้ากำจัดซูหลิวหยางออกไปเอง..."

 

 

__________

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

244 ความคิดเห็น

  1. #147 นาน่านะ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 02:54

    คนใช้สตอสุด ๆ จริง ๆ...ปากเรียกคุณหนู แต่การกระทำสวนทาง ถึงขั้นแย่งผัวคนที่ช่วยชีวิต...คนแบบนี้ ตายไปก็ไม่มีใครเสียดายหรอก...ก่อนจะตาย ขอให้โดนแบบสาสมเลยนะ

    ส่วนพระเอก....อย่ามีเลย ถ้าจะให้หานเฟิงเป็น คนที่แม้แต่คนที่รักก็ปกป้องไม่ได้ แถมยังทำร้ายจิตใจกันอีก....

    #147
    0
  2. #90 Maya2501 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 21:16
    ไม่เอาหานเฟิงเป็นพระเอกนะ..นะ..นะ..นะ...
    #90
    0
  3. #89 หงเปา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 20:41

    ไม่เอาหานเฟิงเป็นพระเอกนะ❌❌❌

    #89
    0
  4. #88 SukanyaPhumkhohg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 16:49

    เป็นคนใช้ที่เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ

    #88
    0
  5. #87 Jerrypari (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 14:34

    ขอเรือใหม่ค่ะไรท์ เกลียดแม่ม้ากกกกกก

    #87
    0
  6. #86 Nantanat_neung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 12:35
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #86
    0