The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 17 : ผู้หญิงคนนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    7 ส.ค. 63


 

 

 

 

 

ผู้หญิงคนนั้น

 

 

 

 

เรือนไม้หลังงามไหม้เป็นเถ้าถ่าน ขี้เถ้าสีเทาดำล่องลอยตามลม คนใช้ในจวนถูกปลุกกลางดึกกำลังช่วยกันดับไฟที่ยังไม่มอด

 

ข้าเหม่อมองเรือนไม้ของตนเอง เเละยืนนิ่งเพื่อไว้อาลัย

 

"มันเป็นสัตว์อสูรในคราบมนุษย์ เจ้าต้องเชื่อข้านะ ! " จ้านหลิวตะโกนโหวกเหวกอยูข้างหน้าข้า

 

"บุกรุก ! บุกรุก ! " เฟยหงขู่ฟ่อ ๆ อยู่ข้างหลังข้า ไฟในมือเจ้านกตัวเเสบยังไม่ดับสนิท

 

"เเสดงร่างจริงของเจ้าออกมาซะอสูร ! " จ้านหลิวชักดาบ

 

" ไม่ ! " เฟยหงเชิดหน้าใส่

 

"หลิวหยาง ! หลบไปเสีย ข้าจะฆ่ามัน ! " จ้านหลิวตลบตัวมาด้านหลังข้า เฟยหงไหวตัวทันจึงสับเท้าย้ายตำเเหน่งมาหลบด้านหน้าข้าเเทน

 

ข้ายกมือขึ้นนวดขมับ รีบวิ่งมาดูเพราะกลัวเฟยหงที่นอนอยู่ในห้องข้าจะเป็นอะไร ที่ไหนได้ เจ้านกโง่นี่กลับเป็นตัวต้นเพลิงเสียเอง

 

"หยางเอ๋อร์ เจ้าห้ามสักหน่อยเถิด ก่อนจะมีอะไรเสียหายไปมากกว่านี้" เสียงเรียบนิ่งของท่านอาทำเอาข้ารู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ จึงต้องรีบห้ามทัพจ้านหลิวกับเฟยหงเสียก่อน

 

"เขาไม่เป็นอันตรายหรอก คุณชายจ้าน ท่านเก็บดาบไปก่อนเถิด" ข้าห้ามจ้านหลิวก่อน ส่วนเฟยหงเเค่ลูบหัวสองทีก็สงบเเล้ว

 

"ข้าเห็นมันอยู่บนเตียงเจ้า นี่เรียกไม่อันตรายหรือ ? " จ้านหลิวเถียงขึ้น ซํ้ายังไม่ยอมเก็บดาบ

 

"อ่า... ข้าให้เขานอนตรงนั้นเอง"

 

"เจ้าให้มันนอนด้วยเนี่ยนะ ! นี่เจ้า... เจ้า... มีความสัมพันธ์อะไรกับมันกันเเน่ ? "

 

"เป็นคำถามที่ดี เเต่ถ้าให้ข้าเล่าเเล้วเรื่องมันยาว ดังนั้นข้าไม่เล่าเเล้วกัน ว่าเเต่ท่านเถอะ มาทำอะไรที่ห้องข้าดึก ๆ ดื่น ๆ " ข้าตัดบทเอาง่าย ๆ เฟยหงไม่ได้กลับร่างเดิม ดังนั้นความยังไม่เเตก ส่วนจ้านหลิวจะคิดว่าเฟยหงเป็นสัตว์อสูรประเภทใดหรือเป็นอะไรกับข้าก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจ

 

"อะ...เอ่อ... ข้าไม่ได้คิดย่องเข้าห้องเจ้าเลยนะ ! " จ้านหลิวหน้าเเดงเถือกทันที ข้ายิ้มกริ่มรอคำตอบ คำพูดเเถชุ่ย ๆ ของข้าได้ผล จ้านหลิวไม่ได้ใส่ใจว่าเฟยหงจะเป็นตัวอะไรเเล้ว

 

"ข้าเห็นผู้หญิงนางหนึ่ง ท่าทางมีพิรุธ จึงตามนางมาจนถึงห้องเจ้า เเต่พอเข้ามาถึงก็เห็นเเค่เจ้านั่นเเล้ว" จ้านหลิวชี้มาทางเฟยหงเเล้วรีบเเก้ตัว

 

ข้าพยักหน้า หลังจากนั้นเป็นอย่างไรก็พอนึกออก เฟยหงไม่ชอบหน้าจ้านหลิวอยู่เเล้ว บุกเข้าไปถึงที่ขนาดนั้นไม่เเปลกที่เขาคิดจะเผาท่าน...

 

อ่า... ถึงเเม้สิ่งที่ถูกเผาจะเป็นห้องข้าเเทนตัวท่านก็ตาม

 

"ใครกันที่มีพิรุธ... ท่านคงไม่ได้มองคนใช้ในจวนข้าผิดไปหรอกนะ"

 

"ผู้หญิงชุดเเดงที่ใส่เครื่องประดับเต็มตัวอย่างกับเจ้าสาวในชุดวิวาห์ เดินทอดน่องอยู่ในจวนเจ้าดึก ๆ ดื่น ๆ พอจะเรียกมีพิรุธได้หรือไม่ ? "

 

"..."

 

ถึงจะดูไม่น่าเชื่อเเต่ข้ารู้สึกว่าผู้หญิงที่มีลักษณะแบบนั้นช่างคุ้นนัก

 

"นางไปไหน ? "

 

"ไม่รู้ พอสัตว์เลี้ยงของเจ้าเห็นข้าก็จ้องจะจุดไฟใส่เเล้ว ข้าเลยคลาดกับนาง" จ้านหลิวชี้หน้าไปทางเฟยหง ข้าลูบหัวนกของข้าอีกหลาย ๆ ทีเพื่อไม่ให้มันจุดไฟขึ้นมาอีก

 

"นี่ดึกเเล้วไปนอนเถอะ" ข้าหันหลังบอกลาจ้านหลิว ไม่ได้ถามเรื่องหญิงปริศนานั่นอีก

 

เเต่เรื่องผู้หญิงที่จ้านหลิวพูดถึงก็ยังกวนใจข้า ลักษณะเฉพาะเเบบนี้กระตุ้นความทรงจำของมารพิษในหัว อย่างไรก็หวังว่าหญิงปริศนาในวันนี้จะไม่ใช่คนเดียวกับที่ข้าคิด

 

"หยางเอ๋อร์" ห่างออกไป ท่านอายืนยิ้มมองกองขี้เถ้า เขาเพียงเรียกชื่อข้า ไม่ได้ถามเรื่องสัตวฺอสูรที่ข้าเก็บมาเลี้ยง ไม่ได้ต่อว่าเรื่องเผาบ้าน หรือเอาผู้ชายเข้ามานอนในห้อง ซํ้ายังไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องค่าซ่อมเเซม เเต่เเค่เรียกชื่อข้าเฉย ๆ ด้วยนํ้าเสียงอันเรียบนิ่งก็ทำเอาข้าหนาวสั่นไปทั้งตัว

 

"ท่านอา.... ข้า...จะพยายามทำงานทดเเทน" ข้ายิ้มเเห้ง หลานสาวหายหัวไปสองปี กลับมาอีกทีก็มีเรื่องวุ่นวายให้เสียเงินเสียทองไปทั่ว ความรู้สึกท่านอาตอนนี้ เดาไม่ยากนัก

 

"ข้าดีใจที่เจ้าสนใจงานของตระกูล เเต่จะดีที่สุดถ้าเจ้าไม่พยายามทำอะไรเลย" ท่านอาหันมามองข้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเเต่ทำให้ข้าหัวหด

 

ข้าอยากร้องไห้เสียตรงนั้น ก่อนหันไปมองทั้งจ้านหลิวทั้งเฟยหงอย่างคาดโทษ

 

ตัวปัญหาพวกนี้ต่างหากที่ผิด !  ไม่ใช่ข้านะ !

 

...

 

ถึงเเม้ข้าจะเอาพวกมันเข้าบ้านมาก็เถอะ...!

 

 

____________

 

 

 

โถงใหญ่พรรคมาร ในเวลาเดียวกัน

 

ตี้หม่าวันนี้ย่องเบาออกจากสำนักบูรพาทันทีเพื่อรายงานเรื่องสำคัญเเก่มหามารดา เเม้การกลับมาพรรคมารในเวลาที่ทุกสำนักธรรมระเเวดระวังอันตรายเช่นนี้จะเสี่ยงให้ความเเตก เเต่เรื่องในวันนี้ อย่างไรตี้หม่าก็ต้องหลบกลับมาพรรคมารด้วยตนเองให้จงได้

 

เเต่เมื่อมาถึงบัลลังก์ของมหามารดา ที่นั่งเคลือบทองตรงนั้นกลับว่างเปล่า

 

มหามารดาไปไหน ?

 

ตี้หม่าสงสัย ได้เเต่ตั้งคำถาม พอจะหาคำตอบ ลำเเสงของยันต์เคลื่อนย้ายก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

 

สายพรรคมารชั้นตํ่าอย่างตี้หม่าคุกเข่าลงทันทีเมื่อเห็นชายเสื้อสีเเดงออกมาจากยันต์เคลื่อนย้าย ร่างของหญิงชุดเเดงปรากฏกายตรงหน้าเขาพร้อมกลิ่นควันไฟ เเม้ตี้หม่าจะสงสัยว่าราชินีของตนไปไหนมา เเต่ก็ต้องเก็บคำถามไว้ก่อนเมื่อเห็นใบหน้าเดือดจัดของนาง

 

"เสนอหน้ามาทำไม ! " เเม้คุกเข่าอยู่เฉย ๆ ก็ยังโดนมหามารดาตวาดด้วยเสียงเเหลมสูง ตี้หม่ารู้สึกได้ทันทีว่าตนเองมาผิดเวลาจึงรีบก้มหน้าตํ่าลงไปอีก

 

"เเผนการถูกขัดขวางขอรับ ท่านประมุขได้โปรดให้อภัยเเก่ความผิดพลาดของข้า" ตี้หม่ารีบเข้าเรื่อง เเละหวังว่าการตัดสินใจเรียกมหามารดาด้วยคำเรียก ประมุข จะทำใหนางโมโหน้อยลง

 

"ว่าไงนะ ? " เเน่นอนว่าไม่ได้ผล หญิงชุดเเดงหันหน้าเข้าหาเเล้วตวาดใส่ทันที

 

"เมื่อวานนี้... เพราะผู้หญิงนางหนึ่ง... ทำให้สำนักอัสนีพ้นข้อกล่าวหา"

 

" ข้ารู้เเล้ว ! " มหามารดาหันหน้ามาตวาดใส่จนตี้หม่าต้องสะดุ้งโหยง

 

"ทะ... ทะ.. ท่าน... ประมุข ทราบเเล้วหรือขอรับ ถ้าอย่างนั้น...ข้าคิดว่าเราควรจะกำจัดนาง..."

 

"ข้าจะทำอยู่นี่ไง ! จะทำมาตั้งเเต่หลายปีก่อนเเล้ว ! " มหามารดาขึ้นเสียงใส่อีกครั้ง ครั้งนี้ทำเอาตี้หม่าปิดปากฉับ ไม่รู้ว่าวันนี้นางไปเจอเรื่องใดให้โมโหมา ไม่ว่าสมุนพรรคมารพูดอะไรไปก็ไม่ได้เข้าหูนางเลย

 

"นังเด็กนั่น ทำไมถึงรอดจากมือข้าไปได้ตั้งหลายครั้ง..." หญิงชุดเเดงเดินไปเดินมาลากชายเสื้อสีสดปัดวนอยู่บนพื้น ตี้หม่าเมื่อเห็นเจ้านายตนจมอยู่กับความคิดของตนเองก็ได้เเต่นั่งเงียบ ไม่สร้างความโมโหให้นางเพิ่มขึ้นอีก

 

"เจ้ายังจะนั่งอยู่อีกทำไม ไปให้พ้น ๆ ตาเสีย ! " เสียงเเสบเเก้วหูดังขึ้นมาอีก เเม้ตี้หม่านั่งอยู่เฉย ๆ ก็ใช่ว่าจะรอด เท้าของหญิงผู้สูงศักดิ์ฟาดเข้าที่หน้ามันเพื่อระบายความโกรธ เเม้เเรงถีบจะทำให้มันฟันเเทบหลุด เเต่มันก็อดสงสัยสิ่งที่ตนเห็นไม่ได้

 

ชุดของมหามารดามีรอยไหม้ นางไปลุยเพลิงที่ไหนมา ?

 

"เเล้วอย่าได้ทำอะไรมีพิรุธอีก หลังเรื่องนี้นังเด็กนั่นจับตาดูเจ้าอยู่เป็นเเน่"

 

"ขะ...ขะ... ขอรับ ! ! "

 

ตี้หม่ากุมเเก้มที่มีรอยชํ้าเเต่ก็ไม่กล้าร้องโอดโอยให้มหามารดาต้องรู้สึกรำคาญ มันกระวีกระวาดลุกขึ้นทันทีโดยที่ไม่ได้บอกบางสิ่ง

 

เรื่องมีพิรุธหรือ... ข้าทำไปเเล้วน่ะสิ

 

ประตูโถงพรรคมารเปิดออก ตี้หม่ารีบก้าวออกไปอย่างไว ก่อนที่ตนจะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของสตรีชุดเเดง เเต่ตัวมันเองที่โดนเตะไปทีหนึ่งก็ชํ้าใจหนัก เเต่ไม่คิดโทษมหามารดาผู้ทำเจ็บเเม้เเต่น้อย ในใจมันคิดโทษเพียงผู้หญิงนางหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปเท่านั้น

 

ซูหลิวหยางนะซูหลิวหยาง ข้าจะหาทางกำจัดเจ้าให้ได้ ! 

 

ตี้หม่าเดินขับเคี่ยวเคี้ยวฟันมาได้สักพักก็เจอเหยื่อใหม่

 

ประมุขน้อยของมันกำลังยืนเหม่อลอยมองประตูห้องโถง ความทรงจำยามนายน้อยผู้นี้เอ่ยปากช่วยตนยามอยู่ในร้านเหม่ยฮวาทำให้ตี้หม่าต้องรีบปรี่เข้าไปเลียเเข้งเลียขา

 

"ประมุขน้อย ! " ตี้หม่าค้อมตัวคารวะอย่างนอบน้อม เเต่หานเฟิงยังยืนนิ่งอยู่กับที่ เสมือนมองมันเป็นเพียงธาตุอากาศ

 

"เรื่องเมื่อวานข้าซึ้งนํ้าใจยิ่งที่ท่านช่วยขัดนาง" ตี้หม่าไม่ลดละความพยายาม มันพูดต่ออย่างเจ็บเเค้น "ถึงเเม้เเผนจะเเตกเพราะนังผู้หญิงคนนั้น เเต่คราวหน้าข้าต้องกำจัดนะ...."

 

ฉึก ! !

 

ตี้หม่าหยุดพูดกระทันหัน

 

มันรู้สึกถึงบางอย่างที่เฉียบคมตวัดผ่านคอตน เลือดอุ่นไหลทะลักจากบาดเเผลบางเฉียบ สมุนพรรคมารล้มลงกุมแผลของตนทันที เบื้องหน้าของมัน ประมุขน้อยหานเฟิงผู้ถือดาบมองลงมาที่มันด้วยดวงตาเยียบเย็น อำมหิต ไร้เมตตา คนตรงหน้าคือหานเฟิงผู้เป็นประมุขน้อยพรรคมาร ดาบที่ตวัดปาดคอตี้หม่ามาโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดใดทั้งสิ้นนั่นก็คือดาบของประมุขน้อย ไม่ใช่ดาบของหานเฟิงศิษย์เอกของสำนักบูรพาที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณธรรมในโลกภายนอกคนนั้น

 

"ปะ..ประมุขน้อย...ทำไม..." ตี้หม่าถามด้วยเสียงสั่นกลัว เหม่อมองดวงตาอันธการ ไม่มีความรู้สึกใดฉายบนนัยน์ตานั้น

 

มหามารดาโกรธก็เเสดงอาการโกรธ เเต่ประมุขน้อยโกรธ ชักดาบเลย

 

"ที่ข้าพูดไม่ให้นางมายุ่งเมื่อตอนนั้น เพราะไม่อยากให้นางเข้ามาเสี่ยง เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด" พูดจบ หานเฟิงก็หมุนตัวกลับ ลากดาบที่เปื้อนเลือดออกจากประตูพรรคมาร

 

ตี้หม่ากุมคอ นั่งนิ่งอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด เเผลไม่ถึงตาย ดาบนั้นของประมุขน้อยเพียงเตือนไม่ให้มันยุ่งกับซูหลิวหยาง ไม่นึกเลยว่าประมุขน้อยจะมีใจให้ผู้หญิงคนนั้นอย่างที่ลือกันจริง ๆ จนถึงขั้นขัดคำสั่งมหามารดาเเละลงดาบกับผู้อาวุโสเช่นมัน

 

เเววตาของตี้หม่าเเดงเถือกด้วยความเเค้น ซูหลิวหยาง... เเค่นางคนเดียวก็ทำให้วันนี้มันโดนถึงสองเเผล เงาของหานเฟิงหายไปไกลเเล้ว เเต่ตี้หม่ายังจมอยู่กับความคิดตน มันจะยอมให้ประมุขน้อยที่เเบกอนาคตของพรรคลุ่มหลงสตรีต่อไปแบบนี้ได้อย่างไร

 

ใช่เเล้ว ! ต่อให้ต้องเเลกด้วยชีวิต ! ข้าต้องกำจัดนังผู้หญิงคนนั้นให้ได้ !

 

 

________________

 

 

 

รุ่งเช้า สำนักอัสนี

 

ฉินชูเป่ากำลังนั่งมองท้องฟ้ายามรุ่งอรุณด้วยเเววตาเศร้าหมอง ชายชราร่างเล็กหลังงองุ้มดูทรุดโทรมหมดมาดของเจ้าสำนักอัสนีหลังจากการหายตัวไปของศิษย์เอกในสำนัก

 

ร่างกายของมันไม่ไหวเเล้ว เเต่ก็ยังฝืนหายใจต่อไปเพราะยังไม่ได้ฝากฝังสำนักไว้ให้ใคร

 

"อาจารย์ขอรับ มีจดหมายมาถึงท่าน" ศิษย์คนนึงเดินเข้ามาขัดความเงียบสงบของเจ้าสำนักพร้อมซองจดหมายสีขาว

 

"ถ้ามาจากจ้านหลิวก็เอาทิ้งไปซะ" ฉินชูเป่าเตรียมปัดมือไล่ เเต่เเล้วก็ชักมือกลับ

 

หรือจะอ่านเสียหน่อยดี ?

 

"เอ่อ... ม้าเร็วที่นำมาส่งบอกว่ามาจากสกุลซูขอรับ"

 

"สกุลซู ? " ฉินชูเป่าหันหน้าขวับอย่างตกใจ "ใช่ซูหลิวเหว่ยหรือไม่ ? "

 

"เอ่อ... มันเขียนว่ามาจากซูหลิวหยางขอรับ...." ศิษย์หนุ่มก้มลงมองจดหมายก่อนจะหันมาตอบ

 

"คนน้องรึ" ฉินชูเป่าเอียงคออย่างสงสัย "เอามาให้ข้า"

 

ศิษย์หนุ่มยื่นให้มันตามคำสั่ง เจ้าสำนักอัสนีรับจดหมายนั่นมาอย่างว่องไวเเล้วอ่านจบในรวดเดียวเพราะข้อความในจดหมายเป็นเพียงข้อความสั้น ๆ เเต่ทำให้ฉินชูเป่ารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด

 

"เด็กผู้หญิงคนนั้นรึ..." เจ้าสำนักวางจดหมายลงพลางถอนหายใจ เหม่อมองท้องฟ้ายามรุ่งอรุณด้วยนัยน์ตาฝ้าฟางของชายชรา

 

"เอ่อ... อาจารย์ขอรับ..." เมื่อเห็นอาจารย์อ่านจดหมายจบ ศิษย์ชายผู้ส่งจดหมายก็เอ่ยเรียก "ข้ามีบางเรื่องที่อยากขอท่านน่ะขอรับ"

 

"เจ้าจะกลับสำนักบูรพาเเล้วรึ"

 

"ฮะ.. อาจารย์ ไม่ใช่เช่นนั้นนะขอรับ ! " ศิษย์หนุ่มที่ยังไม่ได้เอ่ยขอสิ่งใดเมื่อเห็นอาจารย์ของตนรู้ทันจึงรีบละลักละลํ่าปฏิเสธ

 

"ข้ารู้ว่าเจ้าอยากกลับมาตลอด" ฉินชูเป่าหันกลับมามองศิษย์ของตน เจ้าศิษย์ผอมเพรียวมีมารยาทในวันนี้ คือเด็กอ้วนปากเสียที่ถูกสำนักบูรพาขับไล่เมื่อแปดปีก่อน เเม้ฉินชูเป่าจะเสียเวลาพรํ่าสอนดัดสันดานมันให้ดีขึ้นมาอย่างยากลำบาก เเต่ใจจริงก็ไม่เคยคิดที่จะรั้งมันให้ติดอยู่กับสำนักเล็ก ๆ ที่อาจจะกำลังไร้อนาคตเเห่งนี้

 

"ท่านอาจารย์ ! " ศิษย์หนุ่มนั่งลงคุกเข่า มันมองชายชราด้วยดวงตาอันเเน่วเเน่ "ศิษย์ไม่เคยคิดอยากกลับสำนักบูรพานะขอรับ ที่ผ่านมาอาจารย์ดูเเลข้า...เอ่อ... ดูเเลข้า.... อย่างดี.... มาตลอด... เพียงเเต่ ข้าเเค่อยากกลับไปขอโทษในสิ่งที่เคยทำไว้เท่านั้น"

 

"เฮอะ" ฉินชูเป่าเค้นเสียงหัวเราะ เเค่พูดว่าดูเเลอย่างดียังพูดติด ๆ ขัดรึ

 

"ผ่านมาแปดปี ทำไมเจ้าพึ่งคิดได้ว่าควรขอโทษ สารเลวเสียจริง"

 

"ก็ข้าพึ่งจะกล้าบากหน้ากลับไปนี่ขอรับ..." ศิษย์หนุ่มเกาหัวตนเเกรก ๆ

 

"เฮ้อ... งั้นก็กลับไปเถิด" ฉินชูเป่าถอนหายใจ ไล่ไปได้อีกคนเเล้ว ไปหาที่ที่ปลอดภัยกว่านี้อยู่เถิด พวกเเกน่ะ  "กลับไปที่ที่เจ้าควรอยู่เสีย เชวี่ยเฉียวฟง"

 

 

_____________

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

244 ความคิดเห็น

  1. #222 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:16

    พรรคจะอยู่รอดมั๊ยเนี่ย ศิษย์เอกก็เสียชีวิตไปแล้วน่ะ

    #222
    0
  2. #67 Katobknell (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:04
    ท่สนอาจารย์ซึนมากเจ้าค่ะ
    #67
    0
  3. #66 Nantanat_neung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 12:38
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #66
    0