The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 11 : ทางออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    4 ส.ค. 63


 

 

 

ทางออก

 

 

 

โถงใหญ่ของพรรคมารถูกตกเเต่งด้วยสีเเดงรอบด้าน คบเพลิงจุดไว้ตลอดทางเดินเเต่ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในพรรคมารอบอุ่นขึ้นเลย ปลายสุดโถงทางเดินบัลลังก์ทองคำตั้งตระหง่านล้อกับเเสงไฟ มันเป็นที่นั่งของประมุขพรรค เเต่ยามนี้ผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นเป็นคนอื่น

 

"มหามารดา" เสียงของมารพิษเเหบเเห้ง มันก้มตัวลงคารวะผู้อยู่บนบัลลังก์

 

หญิงชุดเเดงเเต่งเครื่องประดับทองทั้งตัวนั่งอยู่บัลลังก์โอ่อ่า 'มหามารดา' คือชื่อที่เรียกร่างทรงเเห่งไฟ พรรคมารเปรียบผู้ดำรงตำเเหน่งนี้เป็นเทพที่เดินอยู่บนดิน ไม่ต่างจากธิดาเทพในพรรคฝ่ายธรรมะ ยกเว้นเพียงเเค่ในพรรคมาร มหามารดาผู้มีเพียงหนึ่งในพรรคมีศักดิ์ทัดเทียมกับประมุข เเต่ประมุขพรรคมารหายหัวไปเป็นปี มหามารดาจึงเป็นผู้ที่อยู่จุดสูงสุดในพรรคเวลานี้

 

"ได้ข่าวว่าเจ้าย่องไปขโมยตำราของทุกสำนักมา" หญิงบนบัลลังก์เอ่ยขึ้น นํ้าเสียงดูไม่ทุกข์ร้อน เเต่ทำให้มารพิษตัวสั่นงันงก

 

"ขะ...ขอรับ หากท่านต้องการข้ายินดีมอบให้ท่าน" มารพิษเอ่ยเสียงสั่น มันรู้ความโหดร้ายของหญิงนางนี้ดี เเม้ในใจมันไม่อยากมอบให้ เเต่ทั่วทั้งพรรค ไม่มีใครคิดต่อต้านนาง

 

"ข้าจะต้องการเศษกระดาษพวกนั้นไปทำไม" หญิงชุดเเดงมองมารพิษอย่างเหยียดหยาม มารเฒ่าได้ยินดังนั้นไฟที่สุมในอกก็ปะทุ มันกำหมัดอย่างเงียบ ๆ พลังที่มหามารดาได้รับจากเทพอัคคีนั้นรุงเเรงมาก จะบอกว่าในยามที่ประมุขไม่อยู่นางเเข็งเเกร่งที่สุดในพรรคก็ไม่ผิดเเต่อย่างใด นั่นทำให้นางหยิ่งผยองเเละเห็นตำราที่มารพิษอุสส่าเสี่ยงชีวิตหามาเป็นเเค่เศษกระดาษ

 

เเต่พลังไม่ได้อยู่ตลอดไป เมื่อถึงยามที่เทพอัคคีทอดทิ้ง นางก็คงทำได้เเค่วิ่งหนีเหมือนหูผีอิงอู่...

 

"มีใครจับได้หรือไม่ว่าคนที่ขโมยมาเป็นเจ้า" มหามารดาเอ่ยถาม

 

"ไม่มีขอรับ"

 

"ทำให้มีเสีย" หญิงชุดเเดงออกคำสั่ง มารพิษโงหน้าขึ้นมามองท่านหญิงผู้สูงศักดิ์อย่างงงงวย

 

"ให้ใครสักคนจับได้ว่าเจ้าขโมยมันมา เเล้วฆ่ามันทิ้งเสีย อย่าให้ใครพบศพ ข้ามีเเผนบางอย่าง"

 

มารพิษอ้าปากเหวอ เเค่เขาปล่อยให้มีคนจับได้ก็เสี่ยงมากพอเเล้ว นี่ต้องกำจัดศพให้เรียบร้อยด้วยหรือ?

 

"มหามารดา ข้าคิดว่ามัน..."

 

"เช่นนั้นก็เอาวิหคเพลิงคืนมา"

 

มารพิษสะอึก ทันทีที่มันคิดจะปฏิเสธนางก็เอาเรื่องวิหคชาดมาขู่อยู่เรื่อยไป วิหคเพลิงตัวสุดท้ายที่พรรคมารมีในครอบครอง มหามารดามอบให้เเก่มัน เเม้ไม่น่าใช่เพราะคุณงามความดีที่มันทำให้พรรคมาร เเต่เพราะวิหคเพลิงสำหรับมหามารดาเป็นเเค่สิ่งมีชีวิตไร้ค่า ไม่ใช่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพบุรุษพรรคมารบูชามากว่าพันปี

 

เเต่สำหรับมารพิษวิหคชาดคือวัตถุดิบชั้นดี หากมันต้องเสียวิหคชาดไปตอนนี้ก็เท่ากับว่าสิ่งที่มันทำมาทั้งหมดนั้นเสียเปล่า

 

"ทราบเเล้วขอรับ" มารพิษขบฟันเเน่น มันยั้งอารมณ์ขุ่นเเล้วเดินออกจากห้องโถงไปโดยไม่ท้วงติงอีก

 

มารพิษไปที่สำนักอัสนีในเวลาต่อมา เเละเจอกับจางเหว่ย ไม่ใช่เพราะบังเอิญ เเต่เป็นจงใจ...

 

จางเหว่ยเมื่อตามมาถึงเขตอาคมของมารพิษเพียงลำพัง ทุกฝีก้าวของเขาก็อยู่ในสายตาเจ้าของเขตอาคมเเล้ว เเม้จะมีหญิงสาวคนหนึ่งโผล่มาให้ผิดเเผน เเต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับมารพิษ

 

ชายชรานั่งรออยู่ในกระท่อมเเละเเก้ไขกลไกในเขตอาคมเล็กน้อยเพื่อทำตามคำสั่งของมหามารดาให้สำเร็จ อย่างเเรกคือมันต้องไม่ให้จางเหว่ยออกไปได้ คำสั่งของมารดาคือกำจัดศพ เเต่มันไม่ค่อยเเน่ใจว่าจะสามารถเอาชนะจอมยุทธผู้นี้ ดังนั้น อย่างเเรกที่มันต้องทำคือการปิดเขตอาคมถาวร เพื่อป้องกันไม่ให้จางเหว่ยหนีออก ในขณะเดียวกันหากมันกำจัดจางเหว่ยไม่ได้จนต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในนี้ มหามารดาก็คงไม่รู้หรอกว่าจางเหว่ยเเค่หายไปหรือตายไปแล้วจึงไม่นับว่ามารพิษฝ่าฝืนคำสั่งของหญิงชุดเเดงผู้นั้น

 

มารพิษเพ่งมองอักขระอยู่อีกครู่หนึ่ง มีบางส่วนในเขตอาคมที่ยังไม่สมบูรณ์ดี มันจึงเเก้ลงไปอีก

 

จะให้ปิดถาวรเลยก็กระไรอยู่ เขตอาคมที่มันสร้างค่อนข้างซับซ้อนจนตัวมันเองก็ไม่เเน่ใจว่าถ้าให้ปิดถาวรเเล้วมันจะต้องติดอยู่ในนี้ตลอดไปหรือเปล่า มารพิษจึงตั้งเวลาที่เขตอาคมจะเปิดเพื่อเป็นทางหนีทางที่สองเผื่อมันไม่สามารถกลับมาเเก้ไขเขตอาคมได้อีก

 

เเล้วจะให้เปิดตอนไหนดี ? มารพิษลูบคางครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนเขี่ยอักขระลงไป

 

สักร้อยปีค่อยเปิดเเล้วกัน

 

!!!

 

ข้าสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย

 

ไม่สิไม่ใช่ฝัน...

 

ในห้องใต้ดิน ศพของมารพิษไหม้เกรียมอยู่ข้าง ๆ บนเเขนที่ถูกเผาจนกรอบของมันมีรอยกัดเพื่อดื่มเลือดชุ่มจากเนื้อหนังด้านในอยู่ มารพิษตายเเล้ว พลังชีวิตเเละความทรงจำของมันอยู่กับข้า

 

ข้ามองศพมารพิษ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาจึงล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

 

ร้อยปี.... เขตอาคมจะปิดสนิทไปร้อยปีกว่าจะเปิดให้ใครเข้ามาหรือใครออกไปโดยการเเก้ไขเขตอาคม เวลานานขนาดนี้อาจทำให้คนข้างนอกลืมข้าได้เลย

 

เเต่มารพิษก็ไม่ได้ยอมให้ใครลืมมันได้ง่าย ๆ เจ้าตัวจึงบิดเบือนเวลาในมิติเขตอาคมให้เดินไวกว่าเวลาในโลกจริงมาก เเล้วตนเองก็กินอยู่สบายภายในเขตอาคมสักสิบปียี่สิบปี จนเมื่อออกมา เวลาในโลกความจริงก็ผ่านไปไม่นานนัก เเต่ข้าไม่ใช่มารพิษที่จะทนอยู่ที่นี่ได้นานขนาดนั้น

 

ข้าลองตั้งสมาธิเเล้วตั้งจิตเเก้ไขเขตอาคมเหมือนที่มารพิษเคยทำ อักขระเรืองเเสงปรากฏรอบตัวข้ามันหมุนวนช้า ๆ ดั่งดาราจักร เมื่อข้าเเตะนิ้วลงไปหมายจะเเก้ไขเขตอาคม มันก็ดีดตัวออกเเล้วสลายหายไปในทันที

 

ข้าตาสว่าง เขตอาคมรู้เจ้านายของมัน หากไม่ใช่มารพิษตัวจริง ก็อย่าได้คิดเเม้เเต่จะเเตะมันเลย

 

เเต่มารพิษตอนนี้เป็นเเค่เนื้อย่างไปเเล้ว

 

"..."

 

ร้อยปีหรือ... ข้ายิ้มเฝื่อน ร่างข้าเป็นร่างเซียนอายุยืน อยู่ในเขตอาคมอีกร้อยปีคงไม่ได้ทำให้ข้าเเก่ขึ้นสักเท่าไร เเต่ถึงจะอายุยืนยาวเเค่ไหนก็ไม่มีใครอยากอยู่ที่นี่ถึงร้อยปีหรอก !

 

ข้ากุมหัวเเล้วนอนดิ้นอยู่บนพื้นครวญครางอย่างทรมานพลางสาปแช่งดวงวิญญานของมารพิษอยู่ในใจ ไม่ได้สนใจว่ายังมีอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งอยู่ที่นี่

 

"อึก… อะ…"

 

เสียงหนึ่งทำให้ข้าหยุดดิ้นเเล้วเด้งตัวขึ้นจากพื้น อ่า... เกือบลืมไปเลย

 

เด็กหนุ่มผมเเดงร่างกายเปลือยเปล่ามองมาที่ข้าด้วยนํ้าตาคลอเบ้า อดีตของมันคือวิหคชาดเเสนรักของข้า ในตอนนี้มันสามารถรวบรวมพลังบำเพ็ญเเละจำเเลงตนเป็นมนุษย์ได้ด้วยเวลาอันสั้นจนข้ายังทึ่ง มารพิษคงจะรู้ว่าวิหคน้อยใกล้จะจำเเลงกายได้เเล้วจึงรีบฆ่ามันเพื่อไม่ให้มันรวมพลังไปมากกว่านี้ เเต่สุดท้ายมันก็รู้ตัวช้าเกินไป

 

"เฟยหง" ข้าเอ่ยเรียก วิหคในร่างมนุษย์รู้ดีว่านั่นคือชื่อเรียกของมัน มันจึงผุดตัวลุกขึ้นเเล้วเดินมาหาข้า

 

ข้าจ้องมองร่างมนุษย์ของวิหคชาดเเล้วหนังตากระตุก ใบหน้าของเด็กชายมีเเววของเด็กน้อยขี้กลัว เเม้จะเป็นเพศชายเเต่หน้าตาก็สะอาดหมดจดดูน่ารักน่าชัง เเต่ด้วยร่างสูงกว่าข้าถึงสองฝ่ามือ เเละร่างชายชาตรีที่มีกล้ามเนื้อเต่งตึง รวมทั้ง…

 

อ้า… วิหคเเสนรักของข้ามีร่างจำเเลงเป็น 'ชายหนุ่ม' มิใช่ 'เด็กหนุ่ม'

 

เฟยหงนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ ข้าเเล้วเอากลุ่มผมฟูฟ่องสีเเดงของมันดุนเข้าหาฝ่ามือที่กวักเรียกมันเมื่อครู่ พลางส่งสายตาออดอ้อนมาให้ ท่าทางของมันไม่ต่างจากยามเป็นนก เเต่ตอนนี้มันอยู่ในร่างมนุษย์การทำท่าทีเช่นนี้มันจึงดู…

 

"เจ้าไม่ใช่นกเเล้วอย่าทำตัวเช่นนี้อีก" ข้ากล่าวเตือน เฟยหงดูจะฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องจึงยอมนั่งลงดี ๆ

 

"ปีก… เเขนเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ข้าถามเมื่อเห็นร่างมนุษย์ของเฟยหงมีรอยชํ้าที่เเขนซึ่งอาจเป็นผลมาจากตอนที่มันโดนหักปีกยามเป็นนก

 

เฟยหงนํ้าตาคลอเบ้าอีกรอบ ลูบเเขนตนเองป้อย ๆ ด้วยท่าทีน่าสงสาร

 

มันคงจะเจ็บมาก ข้าขมวดคิ้ว เห็นมันทรมานก็รู้สึกไม่ดี จึงตัดสินใจลุกไปหาสัตว์ข้างนอกสักตัวสองตัวมาให้เฟยหงดูดพลังชีวิต แผลของมันจะได้หาย เเต่เพียงเเค่ลุก เเขนที่ดูจะเจ็บปวดเจียนตายของเฟยหงก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้าเสียก่อน

 

"อะ ! " มือร้อนของเฟยหงกำรอบข้อมือข้าเเน่น เสียงที่ออกจากปากมันเหมือนจะยังพูดภาษามนุษย์ไม่คล่อง ข้าจึงไม่เข้าใจว่ามันต้องการอะไร

 

"ข้าจะออกไปหายามาให้เจ้า" ข้าบอกมันตามจริง เเม้ว่ายาที่ข้าหมายถึงจะเป็นเลือดสด ๆ มากกว่าสมุนไพรก็ตาม

 

"อะ อะ... " เฟยหงชี้เข้าที่กลางลำตัวข้า บริเวณนั้นเสื้อตัวเก่าของข้าขาดวิ่นเลือดสีเเดงเเห้งกรังซึ่งเกิดจากแผลที่มารพิษมอบให้

 

"ข้าไม่เป็นไรเเล้ว" ข้าบอกเฟยหงเมื่อเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของมันก่อนจะลูบหัวมันอีกสองสามที หลังจากกินเลือดมารพิษเข้าไปและนอนพักฟื้นเเผลเจียนตายก็หายสนิท

 

เเม้จะปลอบให้เฟยหงสงบเเต่เจ้าตัวก็ดูจะไม่ยอมละจากข้าเสียที เเล้วภาพที่ชายร่างเปลือยเกาะเเข้งเกาะขาข้าไม่ยอมปล่อยก็ดูทะเเม่ง ๆ ข้าจึงต้องหาเสื้อผ้ามาให้มันใส่ เเล้วลูบหลังให้มันหลับจึงเเกะตัวหนึบออกไปได้ในที่สุด

 

ด้านนอก ข้าออกจากบริเวณป่าไผ่ซึ่งเป็นที่ปลอดภัยเเห่งเดียวในเขตอาคมของมารพิษเพราะเจ้าของเขตอาคมกางอาณาเขตป้องกันสัตว์อสูรเอาไว้เเล้ว จนเมื่อเดินมาสุดป่าไผ่ ข้าจึงตามล่าสัตว์อสูรตามทาง หนึ่งปีที่ผ่านมาข้าไม่ได้ใช้เวลาให้เสียเปล่า ออกสำรวจเขตอาคมเเห่งนี้จนเเทบจะทุกที่เเล้ว เเม้นิสัยหลงลืมเส้นทางของข้าจะพาซวย เเต่หลัง ๆ ข้าก็หาสีมาป้ายตามต้นไม้ตามก้อนหินเพื่อบอกทางให้ตนในภายหลัง มารพิษตาบอกไม่สามารถเเยกเเยะสีได้ทำให้ไม่รู้ว่าข้าสำรวจเขตอาคมของมันจนทะลุปรุโปร่ง ทั้งยังจดจำถื่นที่อยู่ของสัตว์อสูรที่ข้าสู้ไม่ไหวไว้เอาตัวรอดด้วย เมื่อออกมายามใดก็หลีกเลี่ยงสัตว์เหล่านั้นได้อย่างคล่องเเคล่ว

 

ข้าออกสำรวจไปทั่วจนข้าพบว่าปลายสุดของเขตอาคมคือมหาสมุทรอันยาวไกล เมื่อลองข้ามมันด้วยความหวังว่าจะเจอทางออก เเต่ข้าก็พบว่าตนเองวนกลับมาที่เดิม กำเเพงล่องหนเหล่านั้นทำให้ข้ารู้สึกอึดอัด ยิ่งพบความจริงว่าต้องอยู่ไปอีกร้อยปีก็ยิ่งทำให้ข้าคลั่ง

 

ระหว่างทางหาสัตว์มาบูชาวิหคชาด ข้าเจอตะขาบตนหนึ่ง เเต่ครานี้ข้าสามารถฆ่ามันได้ง่ายกว่าเดิม

 

ข้าเก็บเลือดของตะขาบยักษ์ใส่นํ้าเต้าเพื่อไปฝากเจ้านกน้อย เเต่เมื่อมองบรรยากาศรอบตัวข้าก็พบว่าที่นี่คือที่เเรกที่ข้าถูกดูดเข้ามา พงหญ้าเเห้งยังสูงเหมือนเดิม ศพกวางคงกลายเป็นเศษกระดูกไปแล้ว เเละตะขาบที่ข้าพึ่งล่าก็อาจเป็นลูกที่ฟักออกมาของเจ้าตะขาบยักษ์ตนนั้น

 

พงหญ้าสูงสุดหัวชวนให้หลงทาง เเต่เมื่อมีวิชาเหินนภาพงหญ้านี่ก็ทำให้ข้าหัวหมุนเหมือนคราวที่เเล้วไม่ได้อีก

 

ข้าดีดตัว เหยียบอากาศว่างเปล่าเเละพุ่งตัวขึ้นสู่ฟ้า ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ค่อย ๆ เล็กลง สุดปลายทุ่งหญ้ามีป่า ภูเขา เเม่นํ้า เเละป่าไผ่ ท้องนภาสีม่วงอมส้มบอกเวลาใกล้รุ่ง ด้วยพลังชีวิตของเฟยหง มารพิษสามารถเนรมิตสถานที่เเห่งนี้ออกมาได้งดงามไร้ที่ติ เเต่สำหรับข้ามันเปรียบเสมือนกรงขังที่มีขนาดใหญ่มากเท่านั้นเอง

 

ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ อย่าว่าเเต่รอให้ถึงร้อยปีเลย เเม้เเต่อีกวันเดียวข้าก็ไม่อยาก

 

ถ้าคิดตามความทรงจำของมารพิษ วิธีที่จะออกจากที่นี่มีอีกสองวิธี

 

หนึ่งคือเลี้ยงดูวิหคชาดจนโตเต็มวัยเเละทำลายเขตอาคมได้เอง ซึ่งข้าลองคำนวนเวลาดูเเล้ว ตามตำราบอกว่าวิหคชาดต้องใช้เวลาแปดสิบปีในการเติบโตจนเต็มวัย เเละหากข้าหาเลือดมาให้มันเรื่อย ๆ ให้วิหคชาดได้สูบกินพลังชีวิตจนโตไวกว่าปกติ อาจใช้เวลาสักห้าสิบปี

 

วิธีที่สองอาจจะไวกว่าวิธีเเรก หรือไม่ก็ช้ากว่า หรือเเย่ที่สุดคือจนร้อยปีข้าก็ทำไม่สำเร็จ ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงชีวิตเเละถึงเเม้จะออกจากที่นี่ได้ก็อาจจะออกไปแบบไม่ครบสามสิบสอง

 

จากความทรงจำของมารพิษ จุดประสงค์ที่มันสร้างเขตอาคมเเล้วจับสัตว์อสูรมาขังไว้ที่นี่นับไม่ถ้วน เพื่อให้พวกมันกัดกินกันเอง จนเหลือสัตว์อสูรตัวสุดท้ายมารพิษก็จะกัดกินสัตว์อสูรตนนั้นเพื่อเสริมพลัง ตลอดชีวิตของมันคือการนั่ง ๆ นอน ๆ รอสัตว์ตัวนั้น ซึ่งมันว่างจนสามารถเข้า ๆ ออก ๆ เขตอาคมไปขโมยวิชาจากหลากหลายสำนักมาฝึกฆ่าเวลาเล่น ซึ่งจากความคิดของมัน กว่าทรัพยากรเเละเเหล่งอาหารในที่เเห่งนี้จะหมดจนสัตว์พิษต้องมากัดกินกันเองอาจใช้เวลาถึงสองร้อยปี

 

กลไกของเขตอาคมเขตอาคมคือ 'ผู้เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียว' จะเป็นผู้ที่ออกไปได้เเละเขตอาคมจะพังทลาย เเน่นอนว่า 'ผู้เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียว' ไม่รวมเจ้าวิหคชาดเพราะมันเป็นเเหล่งพลังงาน มิใช่สัตว์ที่ถูกจับมา เมื่อเขตอาคมสำเร็จเงื่อนไขนี้วิหคชาดก็จะเป็นอิสระ เช่นเดียวกับผู้เหลือรอด

 

ถ้าข้าออกตามล่าพวกมันจนหมด ข้าอาจจะออกจากที่นี่ได้ไวขึ้น เเลกมากับการเสี่ยงชีวิต

 

เมื่อล่องลอยอยู่บนนภาที่ไร้ซึ่งอิสระได้สักพัก ปราณของข้าที่ใช้ไปกับวิชาเหินนภาก็จะหมดเเล้ว ข้าจึงต้องปล่อยตัวเองลงเดิน เเต่เพราะไม่ได้ยับยั้งเเรงกระเเทกเมื่อร่วงหล่นจากการบินบนฟ้าข้าจึงทำให้ผืนดินบริเวณนั้นเเตกเป็นหลุมบ่อ

 

เสียงกัมปนาทจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ร่วงลงมาจากหมู่เมฆทำให้สัตว์พิษน้อยใหญ่ในเขตอาคมต้องชูคอขึ้นอย่างหวั่นเกรง

 

ข้ามองทุกสิ่งด้วยเเววตาเยียบเย็นก่อนตัดสินใจ

 

ก็เเค่ฆ่าพวกมันให้หมด...

 

ข้าเริ่มออกล่านับเเต่นั้น ออกล่าอย่างบ้าคลั่ง ด้วยทุกสิ่งที่มีในเขตอาคม ทุกสิ่งที่จะทำให้ข้าฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด ตำราลับที่มารพิษขโมยมาข้าอ่านจนหมดโดยไม่เกรงใจ มีดทำครัวในห้องใต้ดินข้าลับจนมันบางเฉียบ เเม้เเต่ขวานผ่าฟืน ข้าก็ใช้จนหมดคม

 

ข้าก็ยังออกล่า ข้าฆ่า ข้ากินเลือดมัน ข้าบาดเจ็บ ข้าออกล่า ข้าฆ่า ข้ากินเลือดมัน

 

ข้านึกขำตนเอง สัตว์อสูร ข้าฆ่าพวกมันโดยไม่ลังเล

 

เเต่ข้ากลับไม่กล้าปลิดชีพนกตัวหนึ่ง...

 

เวลาจะผ่านไปเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี เป็นสิบปี .... จนเจ้านกเริ่มพูดภาษามนุษย์ จนตัวข้าเหม็นเน่าด้วยกลิ่นเลือด จนเหล่าสัตว์อสูรหวาดกลัวเมื่อได้กลิ่นข้า

 

ข้าก็ยังคงออกล่า 

 

ข้าดื่มเลือดต่อไป เลือดเหล่านั้นให้พลังเเก่ข้า ช่วยรักษาแผลข้า เเละให้ความทรงจำของเดรัจฉานเเก่ข้า 
 

 

ข้าดื่ม จนข้ารู้สึกว่าเลือดเหม็นสาบของพวกมันกลายเป็นรสชาติหวานหอมละมุนลิ้น 
 

 

ข้าดื่มจนข้าเเยกได้ว่าสัตว์ประเภทไหนมีเลือดรสอร่อย เเละสัตว์ประเภทไหนมีเลือดรสอร่อยกว่า

 

ข้าเลิกทำอาหารเมื่อรับรู้ว่าเลือดของสัตว์ในเขตอาคมก็ทำให้อิ่มได้ เเต่การเลิกกินอาหารอย่างมนุษย์ทำให้ข้าเกิดหลงลืมรสชาติของมัน จนข้าเกิดคิดถึงรสชาติอาหารประเภทหนึ่งที่ยากจะลืม เเต่ไม่ได้ลิ้มลองมาเเสนนานเกินไป

 

ข้าเอียงคอรับรสเลือดเเล้วพยายามนึกถึงมัน

 

ไอ้นั่นมันรสเป็นยังไงน้า...

 

ของที่ข้าเคยเเอบหนีออกจากสำนักมากินบ่อย ๆ

 

อืม.... ข้าอยากลองมันอีกจัง

 

อยากกินเหล้า....

 

_______________

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

240 ความคิดเห็น

  1. #216 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 21:50

    ถ้าฆ่าทั้งหมด จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกันนะเนี่ย

    #216
    0