The Return Of Lady Su การกลับมาของคุณหนูซู

ตอนที่ 1 : ซูหลิวหยาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 203 ครั้ง
    2 ส.ค. 63


 

 

 

ซูหลิวหยาง

 

 

 

“เเละทั้งสองก็ได้สมรสกันในที่สุด” เสียงของผู้เป็นบิดานั้นนุ่มนวล สองเเขนที่โอบอุ้มข้านั้นอบอุ่น เเละนิทานก่อนนอนก็มาถึงตอนจบเเล้ว เเต่ก็ไม่สามารถทำให้ตัวข้าในวัยเด็กหลับลงได้

 

“หลังจากนั้นพวกเขาเป็นอย่างไรต่อหรือเจ้าคะ” ดวงตาข้ายังกระจ่างใส ตรงข้ามกับดวงตาของท่านพ่อที่เเทบจะล่องลอยออกไปสู่ห้วงนิทราเเล้ว

 

“เเม่นางน้อย นิทานเรื่องนี้จบเเล้ว” ท่านพ่อส่งยิ้มเหนื่อยล้าให้ข้า

 

“เเต่ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นอย่างไรต่อ” ข้าใช้กำปั้นเล็ก ๆ ทุบหน้าอกเเกร่ง ท่านพ่อถอนหายใจ เขารู้ดีว่าถ้าไม่เล่าต่อข้าคงไม่ยอมนอนเเละกวนเขาเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ

 

“หลังสมรส… พวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป” ท่านพ่อเเต่งเติมนิทานขึ้นมาเอง ข้ารู้ดี เเต่ก็ยังอยากฟัง

 

“ตลอดไปนั้นนานเเค่ไหนหรือ”

 

“จวบจนชีวิตจะหาไม่”

 

“เหมือนท่านพ่อกับท่านเเม่หรือ”

 

“ใช่เหมือนพ่อกับเเม่”

 

เมื่อข้าได้รับคำตอบก็ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะกลิ้งตัวลงจากตักเขา เเละเข้าสู่นิทราในที่สุด

 

ดั่งถูกกระชากขึ้นจากหุบเหว ข้าตื่นขึ้นมาด้วยความตระหนกเเละเคลื่อนตัวขึ้นจากที่นอนอย่างร้อนรน ร่างกายในปัจจุบันเติบโตขึ้นมากจากร่างเด็กน้อยในฝันอยู่มากจนกลายเป็นสาวงามตามที่ปรากฏโฉมในกระจก

 

“คุณหนูเจ้าคะ ได้เวลาตื่นเเล้วเจ้าค่ะ ! ” เสียงใสเเจ๋วของบ่าวรับใช้วัยไล่เลี่ยกับข้าดังขึ้นมาก่อนจะมีเสียงผลักประตูเข้ามาเสียอีก

 

“ข้าตื่นเเล้วอิงอี๋” ข้าขานตอบคำเรียกของนาง ในระหว่างที่กำลังถอดชุด อิงอี๋ดูเเปลกใจเล็กน้อยที่ข้าตื่นก่อนเวลา

 

“นํ้าร้อนพร้อมเเล้วใช่หรือไม่” ข้าถามเมื่ออิงอี๋เดินเข้ามาถอดชุดให้ข้า อิงอี๋ไม่ได้ให้คำตอบในทันทีนางตะโกนออกไปทางด้านหลังฉากกั้น

 

“หลิ่งอี้! นํ้าอาบของคุณหนูล่ะ”

 

“อีกสักครู่เจ้าค่ะ!” หลิ่งอี้ หญิงรับใช้ตัวเล็กอีกคนกล่าวตอบจากหลังฉากกั้น

 

“เด็กคนนี้ทำงานชักช้าเสียจริง” อิงอี๋เอ่ยเหน็บเเนมกับข้าเสียงเบา

 

“ไม่เป็นไรหรอกอิงอี๋” ข้ายิ้มเเห้งตอบนาง

 

“ไม่เป็นไรได้อย่างไรเจ้าคะ ! วันนี้คือวันสำคัญของคุณหนูนะเจ้าคะ ! ” อิงอี๋ขึ้นเสียงดุไม่สนใจสถานะนายบ่าวในทันที ข้าตอบนางด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ เหมือนเช่นเดิม

 

ใช่เเล้ว… วันสำคัญ

 

หลังนํ้าร้อนตระเตรียมเสร็จสิ้น ข้าก็ชำระล้างร่างกายอย่างพิถีพิถัน ตามด้วยสวมอาภรณ์สีเเดงสด

 

อาภรณ์...สำหรับเจ้าสาว

 

วันเเต่งงานของข้าได้มาถึงเเล้ว

 

ข้ายิ้มมองใบหน้าตนในกระจก ใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องประทินผิวที่อิงอี๋ตั้งใจตบเเต่งให้ข้าในวันพิเศษ ใบหน้าที่ถูกเรียกว่างดงามที่สุดในแผ่นดิน

 

ข้าคือซูหลิวหยาง ข้าเกิดในตระกูลซู ตระกูลของผู้มั่งคั่ง ท่านอาของข้าผู้เป็นหัวหน้าตระกูลเลี้ยงดูข้าประดุจไข่ในหิน ตามใจข้าทุกอย่าง ข้าเป็นหญิงที่ถูกยกย่องว่างดงามเพรียบพร้อมทั้งความสามารถเเละกิริยาของหญิงผู้ดีพึงมี งานอดิเรกของข้าคือการเลี้ยงดูเพาะพันธุ์เหล่าพืชดอก เเต่น่าเสียดายวันนี้ต้องทิ้งมันให้คนอื่นดูเเล เพราะข้ากำลังจะย้ายบ้าน .... ปีนี้ข้าอายุสิบเจ็ด ก็ถูกส่งขึ้นเกี้ยวสมรส

 

การได้อยู่กับชายที่ข้ารักตลอดไป….ความหวังของข้าในที่สุดก็ได้สมหวังในวันนี้

 

“หยางเอ๋อร์…” หัวหน้าตระกูลซู ซูจิ๋นไฉ่ หรือก็คือท่านอาของข้า มาส่งข้าขึ้นเกี้ยวด้วยความเป็นห่วง “การเเต่งงานนี้เกิดจากบรรพบุรุษ หากเจ้าไม่พอใจหรือไม่อยากเเต่งจริง ๆ เจ้าบอกข้าได้”

 

“ท่านพี่ ท่านจะไปจริง ๆ หรือ....” อีกเสียงหนึ่งเอ่ยอย่างอาลัยอาวรณ์ ซูจิ่นเลี่ยวบุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของท่านอา อายุน้อยกว่าข้าเพียงปีเดียว ความสัมพันธุ์ของข้าเเละจิ่นเลี่ยวจึงเป็นทั้งสหายสนิทเเละน้องชายที่ไม่มีใครทดเเทนได้

 

“ท่านอา... จิ่นเลี่ยว …. ข้ารักเขาด้วยใจจริง พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ตระกูลซูคือบ้านเกิดของข้า ข้าจะกลับมาหาพวกท่านให้บ่อย” ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีเเดงข้าจากลาพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

 

ก่อนจะก้าวขึ้นเกี้ยว มือที่กุมชายกระโปรงของข้ากำเเน่น

 

“ท่านอา… คนคนนั้น... รู้เรื่องที่ข้าเเต่งงานหรือไม่” ข้าเอ่ยถามโดยไม่ได้หันหน้ากลับไป

 

“ข้าส่งคนไปบอกเขาเเล้ว เเต่…. หยางเอ๋อร์เจ้าอย่าได้น้อยใจไป ข้าว่าเขาคง....”

 

“ข้าไม่เป็นอันใดหรอกท่านอา” ข้าพูดเเทรกขึ้น เเล้วก้าวขึ้นเกี้ยว ไม่หันหลังกลับมาอีก

 

หลังขึ้นเกี้ยวขอบตาของข้าก็ร้อนผ่าวเเละมีนํ้าตาเอ่อล้นออกมา ก่อนที่มันจะไหลข้าก็นึกขึ้นได้ว่าอิงอี๋ตั้งใจเเต่งหน้าให้ข้ามากเเค่ไหนข้าจึงต้องอดกลั้นเเละโบกผ้าคลุมหน้าให้ลมเข้ามาขับไล่หยาดนํ้าจนระเหยเเห้งไป

 

“น่าใจหายเหมือนกันนะเจ้าคะ” เสียงอิงอี๋ดังขึ้นจากข้างเกี้ยว ข้าฝืนอมยิ้มขึ้นได้ระหว่างที่เกี้ยวขยับไปมาบนเส้นทาง การเเต่งงานครั้งนี้เเม้ข้าต้องย้ายไปอยู่ใต้ชายคาบ้านสามี เเต่อิงอี๋เเละหลิ่งอี้ สาวใช้คนสนิทของข้าก็ยังตามมาปรนนิบัติไม่เเยกจากข้าไปไหน

 

“อืม… เมื่อคืนข้าฝันดีด้วยล่ะ” ข้าเอ่ยตอบนางด้วยอยากเล่าเรื่องดี ๆ

 

“ฝันดีเช่นนี้ต้องเป็นลางดีเเน่ ๆ เจ้าค่ะ” หลิ่งอี้หัวเราะเสียงใสมาจากอีกฝั่งหนึ่งของเกี้ยว

 

“ฝันเรื่องใดหรือเจ้าคะ” อิงอี๋ถามด้วยความอยากรู้

 

“เเค่นิทานเดิม ๆ เรื่องหนึ่งที่ท่านพ่อเล่าให้ฟังน่ะ” ข้าซ่อนยิ้มเล็ก ๆ อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า “ตอนจบคู่รักจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเสมอ เหมือนเช่นท่านพ่อเเละท่านเเม่”

 

“คุณหนูก็จะเป็นเช่นนั้นเหมือนกันเเน่เจ้าค่ะ” หลิ่งอี้ตอบด้วยนํ้าเสียงไร้เดียงสาของนาง ต่างกับอิงอี๋ที่มีเพียงความเงียบเป็นคำตอบให้ข้า

 

การเดินทางไม่ได้น่าเบื่อเมื่อมีเพื่อนให้ข้าพูดคุย มันสามารถฆ่าเวลาได้ถึงตอนที่เกี้ยวถูกหามมาถึงจวนสกุลเชวี่ย

 

เมื่อเกี้ยวถูกวางลงใจข้าก็เต้นระสํ่า

 

ถึงเเล้ว!!

 

มือหนึ่งยื่นเข้ามาในเกี้ยว ข้ายื่นเข้าไปหามันอย่างเชื่องช้าเเละสั่นเทาจนสัมผัสกับผิวด้านของมือนั้นที่จูงข้าออกมาจากเกี้ยว ผ้าคลุมสีเเดงทำให้ข้าเห็นชายตรงหน้าไม่ชัด เเต่ในชุดเจ้าบ่าวที่เห็นอย่างเลือนลาง คงป็นใครไม่ได้นอกจากเขา สัมผัสอุ่นที่มือทำให้ใจข้าเต้นโครมคราม ชายที่ยืนข้างข้าให้ความรู้สึกทั้งคนสนิทเเละคนเเปลกหน้าในเวลาเดียวกัน

 

นานเท่าไรเเล้วที่ข้าไม่ได้เจอเจ้า … หานเฟิง

 

เวลาดำเนินไป เราสองกราบไหว้ฟ้าดินตามพิธี ร่างกายข้าเคลื่อนไหวเหมือนคนมีสติ เเต่ในจิตใจนั้นไร้สติโดยสิ้นเชิง

 

รู้สึกตัวอีกที ข้าก็นั่งอยู่บนเตียงเเล้ว มือของข้ากุมเเก้มที่เห่อร้อนไม่เเตกต่างจากถ้วยชายามเช้า ข้าหายใจลึกพยายามระงับอารมณ์ เเต่เมื่อคิดว่าต่อไปต้องทำอะไร สติของข้าก็คุมไม่อยู่อีกต่อไป

 

จะทำอย่างไรดี ! 

 

ข้าไม่ได้พบเขานานมากตั้งเเต่วันที่เราสัญญากัน สี่ปี? ห้าปี? ไม่สิ หกปีต่างหาก เจอกันอีกทีก็เเต่งงานกันเลยหรือ ข้าน่าจะบอกท่านอาให้ขอพบเขาก่อน! นี่มันกะทันหันเกินไปแล้ว

 

….

 

แต่... ตัวข้าเองไม่ใช่หรือที่ตกลงเรื่องกะทันหันเเบบนี้?! ทันทีที่ท่านอาถามถึงความพร้อมข้าก็ดันตอบตกลงทันทีเสียด้วย...

 

เสียงเปิดประตูทำให้ใบหน้าข้ากลับมานั่งสงบนิ่งปิดซ่อนความรู้สึกภายใน ดั่งภูผาที่ปิดกั้นพายุขนาดใหญ่โหมกระหนํ่าอยู่เบื้องหลัง

 

เสียงฝีเท้าเเผ่วเบา เเละเชื่องช้า การเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาก็ไม่ต่างกัน

 

ปฏิกิริยาของข้าตอบสนองโดยทันที หลังจากที่เคยซ้อมหน้ากระจกมานานว่าถ้าเขาเปิดหน้าข้าออกมาจะทำอย่างไร

 

ดวงตาข้าหลุบตํ่าอย่างขัดเขินเล็กน้อย ค่อย ๆ ไล่มาตามร่างสูงกำยำของเขาในอาภรณ์ของเจ้าบ่าว จนกระทั่งมาถึงใบหน้าของเขา…

 

“หานเฟิง…” ข้าเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา...กว่าที่ควรจะเป็นไปมาก

 

ชายหนุ่มเบื้องหน้าข้าจ้องตอบดวงตาของข้า เเม้ใบหน้าของเขาจะมีเเผลเป็นอยู่บ้าง เเต่นั่นทำให้หานเฟิงยิ่งดูหล่อเหลาสมชายชาตรีมากขึ้นเเละไม่ได้ทำให้ใบหน้านั้นน่าเกลียดเลยเเม้เเต่น้อย ใบหน้านั้นเเทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เเตกต่างเเค่… เเววตาที่มองข้าเหมือนคนเเปลกหน้านั่น

 

“พักผ่อนเถอะ เจ้าเดินทางมาไกล”

 

นั่นเป็นสิ่งที่หานเฟิงพูดกับข้าก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 

สิ้นเสียงปิดประตู ข้าล้มตัวลงกับหมอนอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะหลับ ข้ากลับฉุกคิดได้เรื่องหนึ่ง

 

ก็เเค่คำสัญญาในวัยเด็ก อะไรทำให้ข้ามั่นใจนักว่าเขาจะยังรักษาสัญญาอยู่?

 

____________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 203 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

244 ความคิดเห็น

  1. #36 AsClub (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 00:33
    นั้นสิแม่นางคนงาม อะไรทำให้ท่านมั่นใจ
    #36
    0