Close Friend เพื่อนกันมัน(ส์)ดี

ตอนที่ 1 : •○Close Friend○• EP:00 Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.ค. 59


PROLOGUE



       " หมอคะ  น้องข้าวปุ้นฟื้นแล้วค่ะ "

       " พาไปเอ็กซเรย์เลยเร็ว! "

       นั้นเป็นบทสนทนาสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องสี่เหลียมสีขาวที่เหมือนห้องนอนธรรมดา แต่แตกต่างตรงเตียงกับมีสายอะไรไม่รู้ระโยงระยางเต็มแขนฉันไปหมด ไหนจะชุดคนไข้สีน้ำเงินลายหมีนี้อีก ที่นี้คงเป็นโรงพยาบาล
 
       แล้วฉันมาทำอะไรที่นี้

       บ่นกับตัวเองได้สักพัก ประตูก็เปิดออกพร้อมผู้ชายร่างสูงที่แต่งตัวเหมือนพนักงานบริษัท เขายิ้มให้ฉันทีนึงก่อนแล้วค่อยเดินมา เขาไม่พูดอะไรแต่เอาแขนฉันไปจับนู้นจับนี้เหมือนตรวจอะไรสักอย่างเป็นหมอรึไงกัน

      " ขอโทษนะคะ เป็นหมอหรอคะ " ฉันพูดพร้อมกับดึงแขนของฉันที่เขากำลังจับอยู่ออกมา  " ครับๆเป็นหมอ แต่..เฮ้อออ ความจำเสื่อม "

      เขาพูดด้วยน้ำเสียงเอือมๆแล้วก็ถอนหายใจออกมา เขาอาจจะเคืองที่ฉันถามไปแบบนั้น ใครจะไปรู้ว่าเป็นหมอเสื้อกราวน์ก็ไม่มีเครื่องมืออะไรสักอย่าง ไอเราก็นึกว่าพนักงานบริษัท แต่คำว่าความจำเสื่อมนี้เขาพูดกับฉันหรือพูดกับตัวเอง

       " คะ? "

       " ชื่ออะไรครับ "

       " ชื่อ เอ่ออ..ชื่อ  " ทำไมฉันนึกชื่อตัวเองไม่ออกล่ะ 

       " ข้าวปุ้น น้องชื่อข้าวปุ้น "
 
       " หนูจำชื่อตัวเองไม่ได้ งั้นก็แสดงว่า.. "

       " ใช่ครับ ความจำเสื่อม "

       " ทำไม.. "

       " น้องถูกรถชน แล้วก็หลับไปตั้งแต่ปี57น่ะครับ พี่ชื่อจินนะ รายละเอียดค่อยถามน้องพี่เอาเองแล้วกันเดี๋ยวก็คงจะมาแล้ว พี่ขอตัวนะครับ " 

       เขาพูดรวบๆแล็วก็รีบเดินออกไป ปล่อยให้ฉันนั่งอึนกับคำพูดของเขาคนเดียว สรุปคือฉันชื่อข้าวปุ้น ฉันถูกรถชนแล้วก็หลับไปตั้งแต่ปี57 เขาใช้คำว่าตั้งแต่หรองั้นก็แสดงว่ามันนานแล้วสิ ฉันหันไปมองปฎิทินที่อยู่บนพนังนี่มันปี59แล้วแสดงว่าฉันหลับไปสองปีเลยหรอเนี้ย

ปังงง!

       ประตูเปิดขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้รุนแรงหน่อย มันเปิดออกพร้อมกับผู้หญิงสองคนที่ดูจากหน้าตาแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน คนนึงผมสีดำอีกคนนึงผมสีน้ำตาลตัดหน้าม้า ทั้งคู่ใส่เสื้อเชิ้ตแต่คนล่ะสี กางยีนส์เหมือนกัน หรือนี้คือคนที่หมอจินพูดถึง

       " ยัยปุ้น ฟื้นแล้วหรอออ "

       ผู้หญิงผมดำเดินตรงดิ่งมาหาฉันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ ส่วนอีกคนก็หันไปปิดประตูแล้วค่อยเดินมาหาฉัน ฉันไม่พูดอะไรเอาแต่จ้องหน้าคนทั้งสองที่ตอนนี้น้ำตาไหลเรียบร้อยแล้ว ถึงฉันจะจำไม่ได้ว่าทั้งสองคนเป็นใครเป็นเพื่อนฉันรึเปล่าสนิทกันมากขนาดไหน แต่พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็รู้สึกอบอุ่นแบบบอกไม่ถูก

พรึ่บบบ

       ทั้งคู่ดึงฉันเข้าไปกอด


       " ยัยบ้า! รู้ตัวมั้ยว่าหลับไปนานขนาดไหนน่ะ ฮึก... ฮืออ " 

       " ฮะ..ฮึก..ฮึก รู้มั้ยว่าฉันมาหาแกทุกวันเลยนะ อยู่ๆอยากฟื้นก็ฟื้นรึไง "

       แล้วก็มีคำพูดอีกหลายคำที่ทั้งคู่พูดกับฉัน ความรู้สึกคิดถึง ความรู้สึกเสียใจ ความรู้สึกทุกอย่างที่ทั้งคู่รู้สึกต่อฉันมันส่งผ่านอ้อมกอดที่ทั้งคู่มอบให้และฉันสัมผัสถึงมันได้จนร้องตาม จากนั้นก็ผ่านไปอีกหลายนาทีกว่าพวกเราจะหยุดร้อง 

       " พี่ชายฉันพูดว่าแกความจำเสื่อม จริงหรอ? " คนผมดำถาม

       " ก็คงใช่ "

       " แล้วที่พวกฉันบ่นออกไปแกรู้เรื่องหรอ "  คราวนี้คนผมน้ำตาลพูดขึ้นบ้าง ฉันส่ายหัวตอบเริ่มรู้สึกผิดนิดๆแล้วแหะ

       " งั้นจะร้องตามทำไม/งั้นจะร้องตามทำไม " ทั้งคู่พูดพร้อมกัน ฉันได้แต่ยิ้มแหย่ๆออกมา

       " ก็ที่ร้องตามเพราะรู้สึกไง ถึงจะจำไม่ได้แต่ฉันก็รู้สึกได้นะ " ฉันพูดไปตามความจริง

       " งั้น... เราทั้งสองคนคือเพื่อนสนิทของเธอ ฉันชื่อเจน เจนสิตางค์ ภูมิวัฒนศีล อายุ22ปี มหายลัยXXX คณะแพทยศาสตร์กำลังจะขึ้นปี4 ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ " คนผมดำเริ่มก่อน

       " ส่วนฉันชื่อฟิว รวินอร กมลรัตนวรรณ อายุ22ปี มหาลัยXXX คณะบริหารธุรกิจกำลังจะขึ้นปี4 ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ " คนผมสีน้ำตาลตาม

       ฉันมองตามคนทั้งสองที่พูดจบแล้วก็ยื่นมือมาให้ฉันจับเพื่อทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ ฉันผายยิ้มออกมาให้กับความคิดของเขาทั้งคู่ แนะนำตัวใหม่หรอเป็นความคิดที่ดีเลย

       " ยินดีที่ได้รู้จักนะเจน ฟิว ส่วนฉันข้าวปุ้น.. "

       " นิสานาถ คุณธนกิจ " ฟิวพูด

       " คณะนิเทศศาสตร์ " เจนตาม 

       " นั้นชื่อกับคณะของฉันหรอ " ฉันถามทั้งคู่ที่พูดชื่อนามสกุลพร้อมกับคณะออกมา ทั้งคู่พยักหน้ารับพร้อมกัน

       " แล้วพ่อแม่ฉันล่ะ "  ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันแปปนึงแล้วค่อยหันหน้ามาหาฉัน ฟิวกับเจนมองมาที่เตียงเหมือนจะขอนั่งฉันเลยเขยิบตัวนิดนึงให้เตียงมีที่ว่างแล้วเจนกับฟิวก็ขึ้นมานั่ง

       " เมื่อวานเขามาหาแกแล้วแต่แกดูเหมือนทุกวันคือนอนนิ่งๆเหมือนผัก เขาก็เลยไปดูงานที่ต่างประเทศแล้ว "

       " แล้วฉันอยู่กับใคร "

       " แกอยู่คอนโดเดียวกับพวกฉัน ชั้นเดียวกันแต่คนล่ะห้องแกอยู่กับ.. " 

       อยู่ดีๆเจนก็เอามือมาปิดปากฟิวไม่ให้พูดต่อ แล้วเจนก็ส่ายหัวไปมาส่วนฟิวก็พยักหน้าขึ้นลง แล้วเจนก็ยอมปล่อยมือออกจากปากฟิว ทำเพื่อ?

       " คือ? "  ฉันถาม

       " ไม่มีอะไรๆ เออใช่ฉันถามพี่จินแล้วนะว่าแกออกจากโรงพยาบาลได้เลยมั้ยเขาบอกได้ งั้นออกจากที่นี่กัน "

       " ตกลงหมอที่ชื่อจินคือพี่ชายเธอหรอ " ฉันถามเจน

       " ใช่พี่ชายแท้ๆ เขาเป็นหมอที่โรงพยาบาลนี้น่ะ แล้วแกรู้มั้ยอะไรพี่จินดูแลแกมาตลอดสองปีเลยนะ "

        ฉันพยักหน้าตอบ ไม่น่านะตอนเขาเดินเข้ามาเขาถึงยิ้มให้ฉัน แล้วที่เขาทำเสียงเอือมๆตอนที่ฉันถามเขาว่าเป็นหมอรึเปล่าก็คงเป็นเพราะว่าฉันเคยรู้จักเขาแต่ฉันจำเขาไม่ได้

       " นี่แกไม่รู้สึกอะไรตอนเจอเขาหน่อยหรอ " ฟิวถาม

       " ก็ไม่หนิ ทำไมหรอ " 

       " เปล่าๆ เออใช่!อีก1อาทิตย์ก็จะเปิดเทอมแล้ว แกอยากเรียนปี2ใหม่ หรืออยากเรียนปี4เลย " 

       " ฉันเลือกได้ด้วยหรอ " ฉันถามฟิว

       " ได้สิ ระดับนี้แล้ว อยู่ที่แกเลยแค่เลือกว่าอยากเริ่มเรียนปีไหน ส่วนที่เหลือฉันสองคนจะจัดการให้เอง " 

       พอฟิวพูดจบฉันก็เริ่มคิดหนักถ้าเรียนปี2ใหม่ฉันก็ไม่มีเพื่อนเลยแถมยังเป็นรุ่นน้องเพื่อนสนิทตัวเองอีก ถ้าเรียนปี4เลยเนื้อหาตอนปี2ปี3ฉันก็ไม่รู้เลยสิแล้วจะตามเพื่อนทันหรอ ฉันควรเลือกอันไหนดีเนี้ย

       " ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้ แต่เลือกปี4เถอะเชื่อฉัน เดี๋ยวเนื้อหาตอนปี2-3ฉันหาคนมาติวให้เอง โอเค้ " เจนพูด

       " มีเวลาแค่1อาทิตย์เองนะ จะทันหรอ "

       " เชื่อใจพวกฉันสิ " เจนพูดด้วยท่าทางมั่นใจ 

       " โอเค "










วันเปิดภาคเรียน

       ในที่สุดวันเปิดภาคเรียนก็มาถึง ฉันแทบไม่เชื่อความสามารถของผู้หญิงที่ชื่อฟิวกับเจนเลยจริงๆ พวกเขาจัดการให้ฉันทุกเรื่อง ทั้งยื่นเรื่องขอเรียนปี4 หาคนมาติวเนื้อหาปี2-3ให้ฉันแถมติวจบตั้งแต่5วันแรก ส่วนเรื่องยูนิฟอร์มโรงเรียนก็ไม่ต้องกังวลเพราะมหาลัยที่ฉันเรียนไม่มียูนิฟอร์ม ใส่ชุดอะไรมาก็ได้ ขอแค่ไม่โป๊จนเกินไป ย้อมสีผมได้ ก็อย่างว่าแหละมหาลัยเอกชนหนิเนอะ

       หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันฟิวเจนได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาจนฉันเชื่อว่าเราสนิทกันจริงๆ แต่ทั้งคู่ดันบอกว่าฉันไม่เหมือนเดิมเลยสักอย่าง ทั้งการพูด ความคิด ความชอบ รสนิยม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่อยากจะเลิกเป็นเพื่อนกับฉันถึงแม้ฉันจะเปลี่ยนไปขนาดไหนก็ตาม แต่พอฉันขอกลับไปนอนที่ห้องตัวเองทั้งคู่ก็ยึดกุญแจฉันไว้แล้วบอกว่าไม่ให้ไป พอถามว่าทำไมก็บอกว่าอยากให้ฉันเจอรูมเมทที่อยู่กับฉันก่อนแต่ต้องไม่ใช่ที่ห้อง  มันเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยเมคเซนส์สักเท่าไหร่แต่ฉันก็โอเค 

       ฉันเลยต้องนอนห้องเจนกับฟิวแทน ฉันก็สงสัยนะว่าทำไมฉันถึงไม่ได้นอนห้องเดียวกับเจนฟิว พอถามไปทั้งคู่ก็บอกว่ากลุ่มเรามีอยู่สี่ คนที่สนิทกับฉันมากที่สุดไม่ใช่ทั้งคู่แต่เป็นอีกคนนึงคนที่ฉันเลือกจะแชร์ห้องด้วย แถมยังบอกอีกว่าถ้าฉันเจอเขาฉันต้องนึกไม่ถึงแน่ๆว่าทำไมในอดีตฉันถึงสนิทกับคนแบบนั้น

       ฉันออกจากคอนโดตั้งแต่หกโมงเพราะมีเรียนเช้า ส่วนยัยเจนกับยัยฟิวยังไม่ตื่นเพราะมีเรียนบ่าย มหาลัยกับคอนโดนฉันไม่ไกลกันมากนักฉันก็เลยเดินมา วันนี้ฉันเลือกแต่งตัวสบายๆด้วยการใส่เดรสสั้นสีดำสลับขาวเลยเข่าขึ้นมานิดนึง ส่วนผมก็ตัดสั้นให้เหลือประมาณบ่าแล้วก็ย้อมเป็นสีน้ำตาลอ่อน แต่งหน้ามั้ยบอกเลยว่าแต่งแต่ก็ไม่มากแค่กรีดอายไลเนอร์กับทาปากเท่านั้น

       " เฮ้ออออ "  ฉันถอนหายใจออกมาดังๆเหนื่อยแล้วนะเว้ย มหาลัยนี่ก็กว้างดีจริงๆเดินเข้ามาตั้งแต่หกโมงครึ่งจนตอนนี้จะเจ็ดโมงแล้วยังถึงแค่ตึกวิศวะเอง ตึกนิเทศจะอยู่ไกลไปไหนเนี้ย 

ปึก!

       " อุ้ย! ขอโทษคะ " สงสัยเดินเพลินจนลืมดูทางเลยชนคนเข้า ฉันรีบขอโทษเพราะไม่ได้ตั้งใจแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่จบง่ายๆ พอฉันก้าวไปทางซ้ายเขาก็มาบัง พอฉันจะไปทางขวาเขาก็มาบัง เป็นแบบนี้สักพักจนฉันเริ่มหมดความอดทนเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา แต่แปลกตรงที่เขาจ้องฉันอยู่แล้ว 

       ฉันมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าคนตรงหน้าเป็นผู้ชายร่างสูงที่สูงมากจนฉันอยู่แค่ประมาณไหล่ของเขา ทรงผมก็หยิกๆหยองๆ ดวงตากลมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งได้รูป ปากสีซีดแต่เป็นกระจับ ส่วนการแต่งตัวก็ออกแนวสตรีท แต่ที่สะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นลอยสักที่มือทั้งสองข้างสงสัยจะสักทั้งแขน รวมๆแล้วก็หล่อระดับนึงเลย แต่ก็เถอะนะทำนิสัยแบบนี้ถึงจะหล่อให้ตายยังไงก็ไม่โอเคอยู่ดี

       " ขอทางด้วยคะ "

       " ไม่ให้ "

       ร่างสูงตอบฉันด้วยน้ำเสียงเรียบๆพร้อมกับจ้องฉันด้วยสายตานิ่งๆ ราวกับว่าฉันทำอะไรผิดใหญ่หลวงอย่างนั้นแหละ

       " ถ้าฉันทำอะไรให้คุณไม่พอใจ ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ดังนั้นขอทางให้ฉันเดินเถอะคะ " ฉันพูดติดประชดนิดหน่อย แล้วก็ก้าวออกมาทันทีที่พูดจบแต่เดินออกมาได้ไม่ถึงสองก้าว ข้อมือฉันก็ถูกกระชากโดยผู้ชายร่างสูงเมื่อกี้ และมันแรงจนหนังสือที่ฉันถืออยู่ร่วงลงพื้นหมด " เจ็บนะ! "

       " ถ้าฉันทำอะไรให้คุณโกรธต้องขอโทษด้วย คุณหรอ? เหอะ!นี้พูดจริงพูดเล่นเนี้ยปุ้น? "

       เหมือนเขาจะไม่สนใจเลยว่าตอนนี้เขาบีบข้อมือฉันแรงจนทำให้ฉันเจ็บแค่ไหน แถมสายตากับน้ำเสียงเขาก็เปลี่ยนไปจากเรียบๆนิ่งๆก็กลายเป็นเศร้าปนโกรธแทน แต่เมื่อกี้เขาลงท้ายว่าปุ้นหรอ ผู้ชายคนนี้รู้จักฉันงั้นเหรอ 

       " นายรู้จักฉันด้.. "















พรึ่บบบ

     พูดไม่ทันจบประโยคร่างสูงก็ดึงฉันเข้าไปกอด มือหนาเลื่อนมาลูบหัวฉันช้าๆพร้อมกับกระชับกอดให้แน่นขึ้นราวกับว่าฉันจะหายไปไหน ฉันไม่รู้ว่าเขากอดฉันทำไมฉันรู้แค่ว่าอ้อมกอดนี้มันอบอุ่นมาก 


     " รู้มั้ยว่าฉันคิดถึงเธอมากขนาดไหน ข้าวปุ้น "



























*อันนี้ไรท์ลงในมือถือนะคะ มีหลายๆอย่างยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ TOT*

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #9 nammonminit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 10:26
    มาอัพด่วนเลยยยยยยยย
    #9
    0
  2. #8 JIJIPHOD (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 22:28
    รออ่านๆๆๆ
    #8
    0
  3. #6 napaporn_porn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 07:21
    รออ่านนะ ไรท์มาอัพ
    #6
    0
  4. #5 bella (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 08:00
    รอๆๆๆนะคะ
    #5
    0
  5. #4 tommy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 07:24
    รออ่านนะ
    #4
    0
  6. #3 somsomjirapapa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 00:09
    น่าสนุกดี
    #3
    0
  7. #1 saisit10012523 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 21:27
    รอติดตามนะ
    #1
    0