۩ A Journey To Your Heart ۩ [KookV] #JourneyKV

ตอนที่ 19 : ۩ Journey ۩ 18 : กายและใจสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

 

“If love is a journey...then it means I finally reached your heart”

 

หลังจากได้ต่อสู้กับฮานาสก้า...ก็เป็นอีกครั้งที่ข้าหมดสติไปข้ามวัน

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตจะมีอีกกี่ครั้ง ที่ข้าต้องต่อสู้จนอยู่ในสภาพยับเยินเละเทะเช่นนี้ แต่หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว เพราะหลังจากที่เฉียดตายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ต้องกัดฟันอดกลั้นสู้ยิบตาแม้จะเสียเลือดจนอ่อนล้าเต็มที...สังขารของข้าก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว

 

ข้าในตอนนี้กำลังนอนแผ่อยู่บนเตียงนุ่มขนาดใหญ่ ลวดลายของเตียงและผนังห้องนี้ถูกตกแต่งด้วยจิตรกรรมแปลกตา ชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในโลกมนุษย์ กระทั่งเพดานด้านบนเองก็อลังการณ์ไม่แพ้กัน มันฉายภาพหมู่ดาวมากมายส่องแสงระยิบระยับ ตรงกลางเพดานประดับไปด้วยโคมระย้าที่ทำจากคริสตัลงดงาม สิ่งสวยงามชวนตะลึงเหล่านี้เป็นการตอกยํ้าชั้นดีว่าข้ากำลังอยู่ในปราสาทของปีศาจ ไม่ใช่โลกมนุษย์แต่อย่างใด

 

ข้าเหม่อมองดวงดาวมากมายบนเพดานแล้วถอนหายใจ ยกแขนข้างเดียวขึ้นมาก่ายไว้บนหน้าผาก รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งจนไม่อยากขยับแขนขา มันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปเสียหมด ข้าอดจะซุกหน้าลงไปในหมอนใบโตข้างกายอย่างอ่อนล้าไม่ได้

 

เหนื่อยชะมัด...

 

ในตอนนี้ทราวิสออกไปข้างนอกกับเทียร่า พวกเขาคงจะอยู่ตรงมุมไหนสักแห่งในปราสาทแห่งนี้ ด้วยความที่เทียร่าไม่ได้มีท่าทีมุ่งร้ายใดๆต่อทราวิส ซํ้านางยังกำชับให้ปีศาจตนอื่นๆให้ต้อนรับดูแลเขาอย่างดี ข้าจึงหมดห่วงและวางใจได้ว่าทราวิสจะปลอดภัย --กลับกัน แท้จริงแล้วคนที่น่าเป็นห่วงจริงๆคือตัวข้าเองเสียมากกว่า หากไม่ใช่เพราะทราวิสขอร้องแกมบังคับพี่สาวไม่ให้ฆ่าข้าทิ้ง รวมทั้งสั่งห้ามไม่ให้ใครหน้าไหนในปราสาทแห่งนี้ทำร้ายข้าแม้แต่ปลายขนละก็ ป่านนี้สภาพข้าจะเป็นเช่นไร...ก็ไม่อยากจะจินตนาการ

 

กระนั้นข้าก็ไม่ได้ซาบซึ้งในความเมตตาอันน้อยนิดของนางแต่อย่างใด สตรีคนนี้มันโรคจิต ทำลายอาณาจักรเฮอร์เรนเดลไม่พอ กักขังหน่วงเหนี่ยวแม่ข้าไม่พอ ยังต้องส่งกองทัพปีศาจไปบุกทำลายวอลธีเรียซึ่งเป็นบ้านเกิดตัวเองอีกด้วย

 

ชั่วช้าเสียจน...ไม่น่าเป็นไปได้

 

แววตาข้าพลันแข็งกร้าว ต่อยหน้าตัวเองไปฉาดหนึ่งอย่างแรงเพื่อไล่ความคิดไร้สาระออกไป ข้าหันไปเหลือบมองอลิซาเบธที่นอนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องแทน สารภาพว่าข้าหลีกเลี่ยงการหันไปมองมันอย่างสุดฤทธิ์ เพราะการได้เห็นสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายอย่างหมาน้อยนอนร่วมห้องอยู่กับตัวเอง ก็ทำเอาข้านอนตาค้าง หวั่นกลัวไข่สั่นจนไม่อาจทำใจให้หลับลงได้ อยากจะปลุกมันให้กลายร่างเป็นหมาป่าดุร้ายอยู่เหมือนกัน ข้าจะได้นอนหลับอย่างสบายใจ แต่ก็ไม่อยากรบกวนการนอนของอีกฝ่ายอยู่ดี จึงได้แต่สงบสติอารมณ์ตัวเองเงียบๆ

 

แต่แม้ข้าจะกลัวสุนัขแค่ไหน ก็อดจะลอบชำเลืองมองมันเป็นระยะๆไม่ได้ ด้วยว่านับตั้งแต่วันที่เราบุกเข้าไปช่วยเจฟฟ์ จนข้ากับทราวิสพากันเสียอวัยวะกันไปคนละข้าง อลิซาเบธก็บาดเจ็บหนักจนหมดสติไป แม้จะได้รับการรักษาแล้ว แต่ผ่านมาหลายวันกระทั่งตอนนี้ เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นเลยสักนิด จนมันทำให้ข้าเป็นกังวลไม่น้อย กลัวเหลือเกินว่ามันจะนอนหลับไปเช่นนี้...จนไม่ตื่นขึ้นมาอีก

 

ทว่าลมหายใจสมํ่าเสมอกับสีหน้าสุขสบายของเจ้าหมานั่น ก็พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าอาการมันไม่ได้ร้ายแรง แต่คล้ายจะเข้าสู่สภาวะจำศีลเสียมากกว่า มันนอนหาวนํ้าลายยืดอย่างหน้าไม่อาย บางครั้งยังตดเสียดังลั่นจนข้าสะดุ้งตื่น แถมยังเหม็นเน่าราวกับกินซากศพเน่าเฟะเข้าไป ข้าจึงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเคียดแค้นในใจ ว่าไม่น่าไปเป็นห่วงมันตั้งแต่แรกเลย เสียอารมณ์จริง!

 

ข้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นมานวดขมับไปมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในหัวมีเรื่องมากมายให้ครุ่นคิด ในตอนนี้ข้าอยู่ในรังของเทียร่า ถูกรายล้อมไปด้วยปีศาจมากมายทรงพลังอำนาจ ไม่ต่างจากเหยื่อที่กำลังเสียเปรียบขั้นสุดแม้แต่น้อย ทว่าตั้งแต่ข้าอยู่ที่นี่ นางกลับไม่ยอมมาเจอหน้าข้าสักครั้ง ทั้งที่ตัวนางเองเป็นผู้สั่งให้นำตัวข้ามาที่ปราสาทแห่งนี้ ข้าเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ควรหาทางออกไปจากห้องนี้ แล้วพยายามลอบสังหารนางงั้นหรือ? มันก็ดูจะเป็นการกระทำที่มุทะลุและโง่เขลาเกินไป เช่นนั้นข้าจะหาทางช่วยท่านแม่ได้ยังไง จะพยายามหาทางฆ่าเทียร่าอย่างไร

 

จุดประสงค์ที่ข้าดิ้นรนฝ่าฟันอันตรายในป่ามรณะมาถึงขนาดนี้ ก็มีเพียงสองอย่าง หนึ่งคือช่วยท่านแม่ สองคือฆ่าเทียร่าซะ แต่มันกลับเป็นสองอย่างที่ทำได้ยากเย็นเสียเหลือเกิน หากไม่สำเร็จ...เลือดทุกหยดที่เสียไปในระหว่างการฟันฝ่าอันตราย ความพยายามฝ่าฟันเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดจนเกือบตายหลายครั้ง รวมทั้งแขนข้างหนึ่งและดวงตาของทราวิสที่สูญเสียไป...ทั้งหมดนี้ก็จะสูญเปล่าไปโดยปริยาย และข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

 

ข้าคิดเรื่องเหล่านี้ทั้งวันทั้งคืนจนแทบไม่สามารถข่มตาหลับได้ หญิงสาวที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของเฮอร์เรนเดล และพรากทุกอย่างไปจากข้าอยู่ในปราสาทหลังนี้แท้ๆ แต่ข้ากลับทำอะไรนางไม่ได้...มันช่างน่าอึดอัดทรมานใจเป็นที่สุด

 

ในขณะที่กำลังวิเคราะห์ครุ่นคิดปัญหามากมายอยู่นั้น จู่ๆกลิ่นควันยาสูบที่ไม่รู้ว่าลอยมาจากไหนก็ทำให้ข้าชะงักไป แล้วพลันหันไปตามกลิ่นนั้น

 

ฮานาสก้ามายืนข้างเตียงข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ สายตาง่วงๆเหมือนคนนอนน้อยจ้องข้าด้วยตาที่หรี่ลง นางจ้องราวกับกำลังจับผิดหรือพิจารณาอะไรบางอย่าง ขณะที่จ้องข้าอย่างไม่วางตา ริมฝีปากก็ดูดยาสูบไปด้วยอย่างไม่ขาดสาย ชนิดที่ว่าหากสายตาของนางทำจากใบมีด...ใบหน้าข้าคงโดนมันกรีดแทงจนถูกผ่าออกเป็นสองซีกแล้ว

 

ได้เห็นฮานาสก้าชัดๆอีกครั้ง ข้าก็เพิ่งสังเกตได้ว่าเรือนผมยาวถึงกลางหลังที่มัดหางม้าสูงไว้ ตอนนี้ได้สั้นลงถึงประบ่าเท่านั้น เป็นเพราะในการต่อสู้วันนั้น ข้าได้ใช้ธนูเฉือนคอนางจนผมขาดไปด้วย และตัวนางเองก็คงขี้เกียจจะใช้พลังงอกผมขึ้นมาใหม่ มันถึงได้สั้นเหลือแค่นี้ แต่นอกเหนือจากนั้นนางก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆจากครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ร่างกายนางไม่มีบาดแผลใดๆให้เห็น สภาพสมบูรณ์พร้อม ในขณะที่ข้ายังคงมีบาดแผลเต็มตัว บริเวณใต้คางที่โดนแทงจนทะลุขึ้นมาก็ยังคงปวดร้าวไม่หาย

 

ที่ข้าบอกว่าเหนื่อย หมายถึงเหนื่อยจากใจจริงๆ เหนื่อยกับการเจ็บปวดอย่างไร้สิ้นสุดนี้แล้ว...

 

“อะไรกัน...สู้กันแค่ครั้งเดียว ก็หลงเสน่ห์ข้าถึงขั้นมาหาถึงเตียงเลยหรอ” ข้าลุกขึ้นมานั่ง เท้าศอกลงบนหัวเข่า แล้ววางคางลงบนฝ่ามือนั้นด้วยสายตาร้ายกาจ “ไม่ยักรู้ว่าข้าเนื้อหอมขนาดนี้เชียว”

 

ฮานาสก้าแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน หลังจากที่จ้องข้าจนตัวแทบพรุนจนหนำใจ ท้ายที่สุดนางก็พ่นควันที่เทาออกมา พร้อมเอ่ยกับตัวเองว่า “ที่แท้...เจ้าก็บริสุทธิ์”

 

ข้าแสร้งเอียงคออย่างใสซื่อ แล้วกล่าวตาใส “แน่นอนว่าข้าบริสุทธิ์ ก็พรหมจรรย์ข้ายังไม่ขาดนี่”

 

แม้ข้าจะไม่เข้าใจว่า 'บริสุทธิ์' ที่นางหมายถึงนั้นคืออะไรกันแน่ แต่แน่นอนว่ามันต้องไม่ได้มีความหมายในเชิงทางเพศเหมือนที่ข้ากล่าวไป กระนั้นข้าก็อดจะกวนประสาทนางไม่ได้

 

'หมับ!!!'

 

ช่างไวราวกับแสง มือข้างหนึ่งพลันกระชากเรือนผมข้าอย่างแรง ฮานาสก้ากล่าวเสียงเย็นเยียบ “หากยังปากดีนัก...ข้าจะถอดหัวเจ้าออกจากบ่าเดี๋ยวนี้”

 

“หากปีศาจมังกรอย่างเจ้าต้องการสังหารข้าจริงๆ...ก็สามารถทำได้ในพริบตา ไม่จำเป็นต้องขู่เข็ญเช่นนี้ให้เสียเวลาไม่ใช่หรือ” สายตาข้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง เลิกคิ้วน้อยๆด้วยสีหน้าตึงเรียบ “ในการประลอง ข้าก็รู้สึกได้ถึงความเกลียดชังจากเจ้า รับรู้ได้ว่าเจ้าอยากจะบดขยี้ข้าให้เป็นผุยผง แต่ทำไมหลังจากวันนั้น...เจ้ากลับเหมือนเปลี่ยนใจ ไม่คิดฆ่าข้าอีกแล้ว กระทั่งสายตาเมื่อครู่ที่เจ้ามองข้า...แม้จะยังเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและเกลียดชัง แต่มันก็ไม่ได้มีความอาฆาตพยาบาทเหมือนก่อนหน้านี้เลย”

 

“........”

 

“สาเหตุที่เจ้าเปลี่ยนใจไม่คิดสังหารข้าแล้ว คงไม่ใช่แค่เพราะคำสั่งของเทียร่าที่ห้ามไม่ให้ทำร้ายข้าหรอก...ใช่ไหม”

 

ฮานาสก้าจ้องเข้ามาในตาข้าสักพัก ก่อนจะถอนหายใจแรงออกมา แล้วผลักศีรษะข้าให้ทิ่มลงไปกระแทกใส่หมอนอย่างไม่เป็นท่า

 

“สักวันหนึ่ง ความสอดรู้เกินไปจะนำหายนะมาสู่เจ้า” นางพ่นควันยาสูบออกมาด้วยแววตาเย็นชา “แล้วก็อย่าได้เหลิงไป ในการประลองวันนั้น...เจ้าไม่ได้ชนะข้าหรอกนะ”

 

ได้ยินเช่นนั้นข้าก็กลอกตาอย่างเหม็นเบื่อ เรื่องนี้ต่อให้นางไม่พูดถึง ข้าก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าแม้ข้าจะเอาชนะฮานาสก้าในการประลองมาได้...แต่เหตุผลเดียวที่ชนะก็เป็นเพราะข้าใช้เล่ห์เหลี่ยมฉ้อโกง ใช้ช่องโหว่ของพันธสัญญาเพื่อชิงความได้เปรียบมาเป็นของตัวเอง ฉะนั้นหากวัดกันว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน โดยไม่มีเรื่องพันธสัญญามาเกี่ยวข้อง ข้าก็เป็นฝ่ายแพ้ราบคาบ

 

ใช่ ความจริงแล้วข้าก็ยอมรับอย่างเต็มอกมาตลอด ว่าตัวเองเป็นฝ่ายแพ้...พ่ายแพ้อย่างยับเยิน

 

ฮานาสก้าปรายตามองบาดแผลตามร่างกายข้าอย่างสมเพช แล้วกระชากคอเสื้อข้าขึ้นอย่างแรง

 

“แผลยังไม่หายดีแท้ๆ ยังจะอวดดีไม่เข้าเรื่อง” นางกล่าวเสียงเย็นชา “ลงนํ้าไปซะ”

 

ข้าย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเบิกตากว้างครั้นนางเหวี่ยงร่างข้าออกไปในอากาศอย่างแรง ทว่าพริบตาต่อมาก็พบว่าข้าไม่ได้อยู่ในห้องนอนอีกแล้ว ภาพรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นอีกสถานที่หนึ่ง พร้อมกับร่างของข้าที่ร่วงหล่นลงไปในนํ้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

'ตู้ม!!!'

 

ตัวข้าจมดิ่งลงไปสระนํ้าท่ามกลางความตกใจของตัวเอง เผลอกลืนนํ้าเข้าไปหลายอึก ก่อนที่ข้าจะรีบแหวกว่ายขึ้นไปโผล่ขึ้นเหนือนํ้า ยื่นแขนไปเกาะที่ขอบสระแล้วสำลักนํ้าออกมาจนแสบคอ

 

ข้ากวาดสายตามองไปรอบๆ พบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสระนํ้าอันกว้างขวางแห่งหนึ่ง รอบขอบสระมีรูปปั้นเทพธิดาสี่คนยืนอยู่รอบสี่ทิศ พวกนางกำลังถือแจกันใบโตที่สลักลายงดงามไว้ สายนํ้ามากมายไหลออกมาจากแจกันนั้น แล้วไหลเทลงสู่ผิวนํ้าในสระอย่างไม่ขาดสาย จนเกิดคลื่นฟองอากาศเล็กๆมากมายบนผิวนํ้าบริเวณนั้นที่กระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย บนพื้นใต้นํ้าก็มีคริสตัลสีชมพูประดับไว้รอบๆ ทำให้ดูเหมือนนํ้าในสระกำลังเรืองแสงสีชมพูระเรื่อ

 

ไม่รู้ว่าฮานาสก้าส่งข้ามาที่นี่เพื่ออะไร แต่ก็นับว่าเป็นสถานที่ที่ไม่เลวเหมือนกัน ข้าเอนหลังพิงขอบสระพร้อมกับปิดเปลือกตาลง เสียงนํ้าจากแจกันทั้งสี่ไหลประสานกันราวกับนํ้าตก บวกกับอากาศที่เย็นชื้นจากนํ้าในสระที่ระเหยขึ้นไปทำเอาผ่อนคลายไม่น้อย นํ้าในสระก็ไม่ได้ลึกขนาดนั้น เพียงแค่อยู่ในระดับเกือบถึงหน้าอกเท่านั้น

 

ข้าสังเกตว่านํ้าไม่ได้ทำให้รู้สึกแสบแผลอย่างที่ควรจะเป็น --กลับกัน มันช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ข้าพยายามจะมองข้าม ดูท่าว่าสาเหตุที่ฮานาสก้าผลักข้าให้เข้ามาในสระนี้ ก็เป็นเพราะนํ้าในสระมียาบางอย่างผสมอยู่ มันไม่ได้ถึงกับทำให้บาดแผลสมานได้ในทันที แต่ก็เหมือนทำให้ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

 

...นางชักจะใจดีจนน่าขนลุกแล้วนะ

 

“จะแช่นํ้าทั้งที ทำไมไม่ถอดเสื้อก่อนล่ะ”

 

เสียงอันคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังทำให้ข้าลืมตาขึ้น ทราวิสทรุดตัวนั่งลงบนขอบสระด้านข้างข้า แล้วหย่อนท่อนขาลงไปในนํ้า เขาดูอ่อนล้าทั้งกายและใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอักขระสาปกำลังทำให้เขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ ราวกับคนกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่พร้อมจะล้มพับตลอดเวลา อีกส่วนคงเป็นเพราะเขาทะเลาะกับพี่สาวมาอีกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่อยากพูดถึงมัน ข้าจึงไม่ได้ปริปากถามอะไร แม้ในใจจะรู้สึกอึดอัดเต็มแก่แล้วก็ตาม

 

ทราวิสก็เป็นแบบนี้ตลอด ชอบทำเหมือนแบกรับอะไรมากมายไว้ในใจคนเดียว จนถึงตอนนี้ข้าก็เริ่มจะทนไม่ไหว ตั้งมั่นไว้ในใจแล้วว่าจะต้องเค้นถามให้ได้

 

“จู่ๆข้าก็ถูกปีศาจจิ้งเหลนยักษ์จับโยนลงมา จะมีเวลาถอดเสื้อรึ” ข้ากลอกตาอย่างเหม็นเบื่อ “น่าแปลก...อยู่ดีๆนางก็ทำดีกับข้ามากขึ้น”

 

ทราวิสนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วนิดๆแล้วกล่าวติดตลก “เจ้ากลัวนางจะหลงรักเจ้าหรือไง --วางใจเถอะ ฮานาสก้าฝังใจกับรักแรก นางสาปตัวเองให้ไม่รักใครอื่นอีกแล้ว”

 

ข้าเบิกตาขึ้นนิดๆ ไม่อยากเชื่อว่าแม่นางหน้าง่วงคนนั้นจะมีด้านโรแมนติกแบบนี้ด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้ววางศีรษะลงบนหน้าขาทราวิส หลับตาหนุนตักเขาอย่างถือวิสาสะ ทราวิสขำเล็กน้อยขณะลูบกลุ่มผมสีแดงที่เปียกปอนไปมา “ไม่ยักรู้ว่าเจ้าอ้อนเป็นด้วย”

 

“ตอนเด็กๆข้าก็หนุนตักแม่ประจำ” ข้ากล่าวเสียงอู้อี้ เงยหน้ามองอีกฝ่ายตาใส “ทำไมล่ะ...ข้าทำแบบนี้แล้วไม่น่ารักหรอ”

 

ทราวิสเหมือนพยายามกลั้นยิ้ม เขาไม่ได้ตอบ แต่ยังคงลูบศีรษะข้าไปมาอย่างทะนุถนอม แล้วเราทั้งคู่ต่างก็พากันจมสู่ความเงียบ ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก ฟังเสียงสายนํ้าไหลพร้อมกับคิดไปเรื่อยเปื่อย จนบรรยากาศมันเริ่ม...แปลกๆ

 

ไม่รู้สิ ข้ารู้สึกเหมือนสายตาของทราวิสที่กำลังมองข้าอยู่ตอนนี้มัน...ฉายประกายร้อนรุ่มราวกับไฟอย่างไรอย่างนั้น

 

“ขอถามอะไรหน่อยสิ” เป็นทราวิสที่เอ่ยขึ้น พลางใช้ฝ่ามือลูบรอยแผลเป็นที่โหนกแก้มซ้ายข้าไปด้วย “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าทำเรื่องไม่ดีไว้กับเจ้ามากมาย ความเกลียดชังที่เจ้ามีต่อข้า...มันคงมหาศาลมากเลยใช่ไหม”

 

นํ้าเสียงเขาฟังดูไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก ราวกับกลัวว่าจะเจ็บปวดเพราะคำตอบที่จะได้รับ แต่ก็พร้อมที่จะยอมรับความจริงที่กำลังจะได้ยิน ข้าเห็นสีหน้าของเขาก็รู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกในคอ ไม่กล้าเอ่ยออกไป แต่สายตาที่กำลังคาดคั้นเอาคำตอบจากทราวิส ก็ทำให้ข้าได้แต่เอ่ยตอบไปจากใจจริง

 

“ไม่ถึงกับเกลียดขนาดนั้น...แต่ค่อนไปทางรำคาญเสียมากกว่า” ข้ากล่าวด้วยคิ้วที่ย่นลงนิดๆ พยายามเลือกใช้คำที่คิดว่าตรงกับความรู้สึกที่สุด “เจ้าหมกมุ่นกับการรังแกข้าเป็นที่สุด กลั่นแกล้งจนข้าเกือบตายมาแล้วหลายครั้ง กดขี่ข่มเหงด้วยวิธีมากมายสารพัด เจ้ารังเกียจข้าเข้ากระดูก ปฏิบัติกับข้าราวกับเศษสวะไร้ค่า...และมันทำให้ข้าอยากรังเกียจเจ้าเหมือนกัน”

 

ทราวิสนิ่งเงียบ เขารับฟังอย่างใจเย็นด้วยแววตาที่หนักแน่น ข้าครุ่นคิดสักพัก แล้วเอ่ยต่อ “แต่ไม่รู้เพราะอะไร ในบางครั้งข้าก็รู้สึกว่า...เจ้าอาจไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น”

 

“........”

 

“และบางครั้งคราว...ข้าก็รู้สึกเหมือนโดนเงาของเจ้าตามอยู่เงียบๆในทุกฝีก้าว เป็นความรู้สึกที่น่าขนลุกดี” ข้าร้องเหอะในลำคอด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะสบตากับอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน “โดนเจ้าตามติดขนาดนั้น ข้าก็พลอยรู้สึกสนุกไปด้วย ว่าเจ้าจะสรรหาวิธีอะไรมากลั่นแกล้งข้าอีก บางครั้งเจ้าก็โผล่ออกมาหาเรื่องข้าจริงๆ แต่ในบางที...เจ้ากลับเลือกที่จะเฝ้ามองข้าอยู่ในที่ซ่อนอย่างเงียบเชียบ ราวกับกลัวว่าข้าจะเห็นเข้าอย่างไรอย่างนั้น”

 

“การกระทำบางอย่างของพระองค์มันช่างยากเกินคาดเดาจริงๆ...องค์ชายทราวิส”

 

นัยน์ตาสองสีที่บอดหนึ่งข้างทอประกายบางอย่าง ใบหน้าทราวิสตอนนี้ถูกอักขระสาปกัดกินไปแล้วเกือบครึ่ง มันแผ่ขยายมาตั้งแต่ทั่วท่อนแขน ลามมาถึงลำคอและหยุดลงที่แก้ม ทว่ามันไม่ได้ทำให้เขาดูน่าเกลียดลงเลย โดยเฉพาะในตอนนี้ที่สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ราวกับแสงตะวันอ่อนๆที่สาดส่องสู่พื้นโลกอย่างอบอุ่น

 

มันช่างน่าขัน เราสองคนกำลังพูดคุยกันถึงความบาดหมางในอดีต ความเหม็นขี้หน้าที่มีต่อกันและกัน...โดยที่หนุนตักและลูบหัวกันไปด้วย

 

“แล้วตัวเจ้าในตอนนี้ล่ะ” ทราวิสก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ให้ดวงตาเราสอดประสานกัน “เจ้าคิดว่าการที่ข้าทำดีกับเจ้าถึงขนาดนี้...เป็นเพียงแค่การเสแสร้ง เพื่อที่วันหนึ่งข้าจะได้หักหลังเจ้าหรือไม่”

 

ข้านิ่งเงียบไป หลังจากครุ่นคิดสักไปจึงได้เอ่ย “ไม่รู้สิ ข้าเชื่อใจเจ้าพอสมควร แต่มันก็อดกลัวไม่ได้...ว่าวันหนึ่งจะต้องพบว่าแท้จริงแล้วความห่วงใยที่เจ้ามีต่อข้า...มันเป็นแค่เรื่องหลอกลวง กลัวว่าวันหนึ่งตื่นมาแล้วเจ้าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่เหลือเยื่อใยให้ข้าอีกแล้ว”

 

“นิสัยชอบคิดเยอะจนเกินเหตุของเจ้า ดูท่าจะหายไปไม่ได้ง่ายๆ” ทราวิสกล่าว “กลัวการไว้ใจคนอื่นแล้วจะโดนทอดทิ้งหรอ”

 

ได้ยินเช่นนั้นแววตาข้าก็ไหววูบเล็กน้อย ก่อนจะลุกออกจากตักอีกฝ่ายพลางถอนหายใจยาวเหยียด

 

“ทุกครั้งที่ข้าต้องอยู่ในที่มืด...แม้แต่เงาของข้าเองยังทิ้งข้าให้ต้องเผชิญกับความมืดมิดอันโหดร้ายเพียงลำพังเลย” ข้ากล่าวเสียงเรียบ “แล้วนับประสาอะไรมนุษย์...ที่พร้อมจะทอดทิ้งไปเสมอกันล่ะ”

 

ทราวิสเงียบไปสักพัก ครู่หนึ่งจึงได้เอ่ย

 

“นั่นก็เพราะเงาไม่ได้รักเจ้าไง หน้าที่ของเงาคือการตามติดตัวเจ้าไปในทุกๆที่ที่เจ้าไป แต่มันจะอยู่กับเจ้าเฉพาะเวลาที่มีแสงสว่าง ย่อมไม่แปลกหากทุกครั้งที่เจ้าต้องตกอยู่ห้วงแห่งความมืดมิดอันโดดเดี่ยว มันจะทิ้งเจ้าไปอย่างไม่แยแส ปล่อยให้เผชิญกับความยากลำบากตามลำพัง” ทราวิสโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูอย่างสื่อความหมาย “แต่ข้าไม่ใช่เงา ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะอยู่เคียงข้างเจ้า...ตลอดไป”

 

ได้ยินเช่นนั้นข้าก็เบิกตาขึ้นนิดๆ รู้สึกพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะกระตุกมุมปากนิดๆ --ทราวิสจะรู้ตัวไหม...ว่าคำพูดคำจาของเขามันช่างหวานเลี่ยนเสียจริง

 

แต่ถึงจะหวานเลี่ยน...ข้าก็อดรู้สึกหัวใจพองโตไม่ได้

 

ความรักที่ทราวิสมีต่อข้า...มันยิ่งใหญ่จนข้าไม่คู่ควรเลยจริงๆ

 

“แน่ใจแล้วหรือ...ว่าเจ้าอยากจะใช้ชีวิตร่วมกับชายแขนขาด” ข้าเอ่ยเสียงเรียบด้วยแววตาที่ไหววูบเล็กน้อย “เจ้าคู่ควรกับคนที่สมบูรณ์พร้อมกว่านี้นะ”

 

ส่วนตัวข้าน่ะไม่สนหรอกว่าตัวเองจะมีสภาพยังไง หรือจะน่าเกลียดลงแค่ไหน แต่ฮานาสก้าพูดถูก...ไม่ว่าใครก็ไม่อยากมีคนรักเป็นคนพิการกันทั้งนั้น

 

ทราวิส...จะรับได้กับเรื่องนี้จริงๆหรอ

 

และข้าก็ได้รับคำตอบภายในชั่วพริบตา ทราวิสทำหน้าถมึงทึงอย่างขุ่นเคือง เขาดูไม่ชอบคำพูดเหล่านั้นอย่างสุดขีด เจ้าตัวกระชากคอเสื้อที่เปียกนํ้าของข้าด้วยสายตาแข็งกร้าว ทว่าพริบตาถัดมาแววตาสองสีก็อ่อนลง มันวูบไหวไปมาด้วยความเจ็บปวดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้

 

“แล้วเจ้าล่ะ” ทราวิสกล่าวเสียงแผ่วเบา ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่มั่นใจ “รังเกียจที่จะรักคนตาบอดอย่างข้าหรือเปล่า”

 

'ตู้ม!!!'

 

ข้าใช้แขนกระชากอีกฝ่ายลงมาในนํ้าในชั่วพริบตา จนนํ้าในสระสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เหนือผืนนํ้าอันเต็มไปด้วยฟองอากาศกระเพื่อมขึ้นลง ชายหนุ่มสองคนได้ประกบริมฝีปากเข้าหากันอย่างโหยหา ทราวิสสะดุ้งเล็กน้อยที่จู่ๆก็ถูกระชากลงนํ้า ซํ้ายังถูกจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่าเขาก็ค่อยๆปิดเปลือกตาลงรับสัมผัสหอมหวาน แล้วบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันทันที ราวกับร่างกายดึงดูดกันและกันโดยอัตโนมัติ ลิ้มรสความหวานจากริมฝีปากนุ่มของกันและกัน ทราวิสใช้แขนโอบรอบคอข้าไว้ ดึงเข้าไปให้ร่างกายที่เปียกชุ่มของเราแนบชิดกันยิ่งขึ้น ในขณะที่ข้าจับใบหน้าเขาให้เอียงเล็กน้อยเพื่อปรับองศา บดเบียดดูดดึงริมฝีปากของกันและกันไปมาอย่างกระหาย

 

แม้ว่ารสจูบจะเต็มไปด้วยความโหยหาสัมผัสจากกันและกัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความละมุนหอมหวาน และทำให้รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งกายและใจ จนข้ากลัวว่าหากลิ้มรสมันไปมากกว่านี้...ร่างกายจะเผลอหลอมเหลวไปกับมันด้วย

 

“อื้อออ...” เป็นตอนนั้นที่ทราวิสเผยอริมฝีปากออก เปิดทางให้ข้าส่งลิ้นเข้าไปสำรวจในโพรงปากอุ่นร้อน เรียวลิ้นชื้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร กวาดชิมความหวานราวกับอดอยาก ชวนให้มึนเมาเสพติดไปกับมัน ราวกับริมฝีปากของเราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ที่ต้องการจะเติมเต็มสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวในทุกครั้งที่มีโอกาส แม้จะรู้ดีว่าเราทั้งคู่จะขาดอากาศหากไม่ถอนจูบจากกัน แต่ทว่ายิ่งจูบเนิ่นนานขึ้นเท่าไหร่...กลับรู้สึกว่าจะขาดใจตายหากต้องผละออกจากกันแม้เสี้ยววินาที

 

หลังจากที่เรื่องราวมากมายเกิดขึ้น...ก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้สัมผัสแนบชิดกันขนาดนี้

 

รู้ตัวอีกที เสียงเฉอะแฉะของนํ้าลายก็ดังยิ่งกว่าเสียงนํ้าในสระไหลเสียแล้ว ข้าเปิดเปลือกตาขึ้นเชื่องช้า มองดูใบหน้าอีกฝ่ายในระยะประชิด ริมฝีปากของเราไม่ได้ผละออกจากกันแม้แต่น้อย ทราวิสในตอนนี้กำลังหลับตาพริ้มด้วยพวงแก้มที่ขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อ สีหน้าของเขามัวเมาลุ่มหลงไปกับการจูบข้า ข้ามองริมฝีปากที่แนบชิดและลิ้นที่กระหวัดกันไปมาด้วยสายตาอันเปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์

 

มันช่างเป็นภาพที่สวยงามเสียจริง

 

จู่ๆก็รู้สึกเหมือนร่างกายลุกเป็นไฟ มันร้อนรุ่มไปเสียหมด ลมหายใจของเราทั้งคู่ต่างก็ร้อนและรุนแรงขึ้น จนในที่สุดก็ต้องจำใจผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกแตะกันไปมา สายตาสองคู่ที่เต็มไปด้วยความใคร่ประสานกันด้วยหน้าผากที่แนบชิด ข้าบรรจงใช้ปลายนิ้วโป้งปาดนํ้าสีใสตรงมุมปากที่บวมเจ่อและฉํ่านํ้าของอีกฝ่าย ไม่นานนักแรงดึงดูดบางอย่างก็ทำให้ริมฝีปากประกบกันอีกครั้ง อีกครั้ง...และอีกครั้ง

 

เคยรู้สึกเหมือนมีความอบอุ่นบางอย่างแล่นเข้าสู่หัวใจไหม ความอบอุ่นหอมหวานที่ช่วยปัดเป่าความกังวลทุกอย่างในหัวออกไป ทำให้รู้สึกสุขใจได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

ในวินาทีนี้ที่ริมฝีปากข้ากำลังจูบทราวิส และใช้มือโอบกอดเอวเขาไว้...ข้ากำลังรู้สึกแบบนั้นเลยล่ะ

 

เราสองคนผละออกจากกันในที่สุด ใช้มือประคองใบหน้าของกันและกันไว้ สบตากันอยู่อย่างนั้นอย่างเงียบเชียบ ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆเอ่ยกัน ต่างฝ่ายต่างใช้สายตาในการถ่ายทอดความรู้สึกให้กันอย่างลึกซึ้ง ข้ายกมือขึ้นมาแตะอักระสาปที่ลุกลามมาถึงแก้มทราวิส แล้วลากปลายนิ้วไปยังใต้ตาขวาที่บอดสนิท

 

สายตาข้าพลันแข็งกร้าว ก้อนเนื้อในอกซ้ายพลันรู้สึกเหมือนถูกบีบอย่างแรง สิ่งเหล่านี้ไม่คู่ควรที่จะอยู่บนตัวทราวิสเลยแม้แต่น้อย ดวงตาเขาตอนนี้มืดบอดไปข้างไม่พอ หากปล่อยให้อักขระสาปน่ารังเกียจนี่ลุกลามไปถึงใบหน้าและลำตัวอีกข้าง ร่างกายและวิญญาณเขาก็จะถูกกัดกินจนไม่เหลือซาก ชีวิตของทราวิสในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากนับถอยหลังวันที่จะมีชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ...ราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังรอวันตาย

 

ข้าจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว...จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นอันขาด

 

“หากข้าแข็งแกร่งกว่านี้...” ข้ากล่าวด้วยแววตาเจ็บปวด “เจ้าจะไม่มีวันต้องทรมานเช่นนี้”

 

“อย่าไปสนใจมันเลยน่า” ทราวิสกอดคอข้าไว้ ซุกใบหน้าลงมาซบที่คอข้าด้วยตาที่หลับพริ้ม “วางใจเถอะ ตอนนี้ข้ายังมองเห็น ยังมีชีวิตอยู่...และก็จะไม่ยอมตายง่ายๆด้วย”

 

ถึงแม้เขาจะพูดแบบนั้น แต่กลับไม่ได้เข้าหูข้าเลยแม้แต่น้อย ข้าย่นคิ้วขณะขบคิดอย่างตึงเครียด

 

“ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง” ข้าเอ่ยเสียงแข็ง “วิธีถอนอักขระสาป...มันมีแค่วิธีนั้นจริงๆใช่ไหม”

 

หมายถึงวิธีที่ต้อง...ขี่กันนั่นแหละ

 

“...ข้าถามเทียร่าแล้ว ข้ารู้ว่ามันต้องทำยังไงบ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากทำหรือเปล่า” สีหน้าของทราวิสเปลี่ยนเป็นถมึงทึงครั้นเอ่ยถึงพี่สาว ก่อนจะช้อนตามองข้าด้วยสายตาอ่อนลง “อยากเสพสังวาสกับข้าจริงๆหรือ”

 

อ่า...ให้ตายสิ ใครสอนให้ทำหน้าอย่างกับลูกแมวออดอ้อนเจ้าของเช่นนี้เนี่ย

 

“มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะต้องปฏิเสธกันล่ะ” ข้าคลี่ยิ้มนิดๆ ขณะจ้องเข้าไปในดวงตาสองสีอย่างสื่อความหมาย “ในเมื่อความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้า...”

 

ข้าอาจจะซื่อบื้อในบางครั้ง แต่ก็ไม่ใช่คนไม่ยอมรับความจริง ในช่วงแรกๆยอมรับว่าความรู้สึกนี้เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับข้า บวกกับไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ไม่เคยตกหลุมรักอย่างข้า จะมาหวั่นไหวใจเต้นกับชายผู้เป็นอดีตศัตรูตัวฉกาจอย่างทราวิส หลายครั้งที่ข้ารู้สึกสับสนไม่แน่ใจ แต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น ฝ่าฟันเสี่ยงตายมาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง ความรู้สึกมันก็ยิ่งชัดเจน...ชัดจนข้าได้แต่ยอมรับอย่างเต็มอก ชัดจนไม่อาจถอนตัวได้อีกต่อไป

 

ทำไมคนที่สนแต่ตัวเองเช่นข้า ถึงได้ห่วงใยกับคนคนนี้นัก? ผู้คนบนโลกมีมากมายราวกับดวงดาวบนฟ้า ทำไมข้าต้องหลงรักคนคนนี้เข้าอย่างจังด้วย แท้จริงแล้วข้าชอบบุรุษงั้นหรอ?

 

คำตอบมันชัดเจนตั้งแต่แรก ข้าไม่ได้ชอบผู้ชาย...ข้าแค่ชอบทราวิส

 

ข้าพูดไม่ทันจบประโยค ทราวิสก็ใช้ปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปากข้าไว้เป็นการหยุด พร้อมกับยิ้มออกมา “ข้ารู้...รู้มาโดยตลอด”

 

“ในที่สุดความรู้สึกเราก็ตรงกัน...ข้าไม่เคยรู้สึกโชคดีขนาดนี้มาก่อนเลย” ทราวิสแนบหูไว้ที่อกซ้ายข้า ฟังเสียงก้อนเนื้อในนั้นที่กำลังเต้นระรัวด้วยรอยยิ้มบางเบา “หัวใจของเรา...เต้นเป็นจังหวะเดียวกันแล้ว”

 

“และมันจะเป็นเช่นนี้ไปตลอด” ข้ากล่าวขณะใช้มือทัดเรือนผมสีบลอนด์ไว้หลังใบหูนิ่ม คลี่ยิ้มอ่อนโยนออกมา “...สัญญาไหม”

 

แววตาของทราวิสพลันสั่นไหวไปมา นัยน์ตาสีเทอร์ควอยซ์ข้างเดียวแดงกํ่าฉํ่านํ้า ราวกับนํ้าอุ่นๆจะกลิ้งไหลออกจากดวงตาอยู่รอมร่อ กระนั้นก็ระบายยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นเปี่ยมสุขเป็นที่สุด “ตราบชั่วชีวิตจะหาไม่”

 

ข้าใช้แขนเพียงข้างเดียวดึงเขาเข้ามากอดไว้แน่น ซึมซับความอบอุ่นจากร่างกายของกันและกัน แม้ว่าเราทั้งคู่จะแช่อยู่ในนํ้าเย็น แต่กลับรู้สึกอบอุ่นและสุขไปถึงหัวใจ ข้าอดจะยิ้มบางออกมาด้วยความสุขที่ล้นอกไม่ได้

 

ชั่วชีวิตนี้ตั้งแต่เกิดมา ข้าคิดมาตลอดว่าโลกนี้มันช่างโหดร้าย และช่างอธรรมต่อข้าเหลือเกิน ทุกช่วงเวลาในชีวิตต่างมีความทุกข์ปะปนอยู่มากมาย...แต่ตอนนี้ข้าสามารถขอบคุณโลกอันโหดร้ายนี้ได้แล้ว

 

ขอบคุณนะ...ที่ส่งทราวิสให้เข้ามาในชีวิตข้า

 

เราจูบกันอีกครั้ง และคราวนี้มันไม่ได้ค่อยเป็นค่อยไปอีกแล้ว มันเต็มไปด้วยความกระหายและต้องการ อยากที่จะสัมผัสกันและกันให้มากกว่านี้ใจจะขาด ข้าผละออกมาพรมจูบทั่วใบหน้า ลากลงมาถึงลำคอเนียนนุ่ม ขบเม้มดูดดุนเนื้อบริเวณจนเกิดรอยแดงชํ้า ลิ้มรสร่างกายอันหอมหวานละมุนลิ้นของคนเป็นเจ้าชาย ข้าไล่ตีตราสร้างรอยทั่วลำคออย่างไม่รู้เบื่อ จนมาถึงเนินอกที่มีเสื้อปิดไว้อย่างวับๆแวมๆ เผยให้เห็นยอดเม็ดถันสีสวยที่ซ่อนอยู่ในนั้น ราวกับมันกำลังเรียกร้องให้ข้าเข้าไปสัมผัส ซึ่งข้าก็ทำตามความปราถนาของมันแต่โดยดี

 

“อร่อยดีนะ” ข้ายิ้มมุมปากขณะขบเม้มดูดเม็ดทับทิมเล็กๆนั่นอย่างมันเขี้ยว ทำเอาทราวิสหน้าแดงกํ่าราวกับมะเขือเทศ ยิ่งข้าใช้มือเขี่ยยอดอกอีกข้างอย่างหยอกล้อ ร่างโปร่งก็ยิ่งสั่นสะท้านอย่างเสียวซ่าน

 

“อะ...อ๊ะ! หากเป็นไปได้...ข้าให้เจ้ากินทุกวันเลย ดีไหม”

 

คำพูดคำจา...คิดจะทำให้ข้าเป็นบ้าหรือไงกัน

 

ยิ่งสัมผัส ความต้องการก็มีแต่จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างไร้สิ้นสุด ทราวิสเองก็เชิดใบหน้าขึ้นอย่างสุขสม พยายามกัดริมฝีปากกลั้นเสียงน่าอายไว้ แต่มันกลับปลุกปั่นความต้องการของข้าให้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนอดจะกัดยอดเม็ดสีกุหลาบนั่นให้จมเขี้ยวไม่ได้

 

“อ๊ะ! อื้อออ...”

 

ทราวิสก็ยังคงเป็นทราวิส เขาไม่เคยขัดขืนและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เปิดโอกาสให้ข้าได้สำรวจร่างกายเขาอย่างเต็มที่ โดยที่เจ้าตัวเองก็บดเบียดร่างกายให้เราแนบชิดกว่าเดิม ปลุกปั่นให้ส่วนนั้นภายใต้กางเกงของเราทั้งคู่เสียดสีกันไปมา จนมันคับแน่นชวนอึดอัดไปเสียหมด

 

เราทั้งสองต่างรู้ดี...ว่าการกอดจูบลูบคลำครั้งนี้ จะไม่สิ้นสุดลงในระยะเวลาสั้นๆเหมือนครั้งที่ผ่านมา

 

ก่อนหน้านี้เนื่องจากเราอยู่ในป่ามรณะอันเป็นที่โล่งกว้าง รวมทั้งมีอันตรายรอบด้านตลอดเวลา ไหนจะต้องบาดเจ็บสาหัสตลอด แล้วต้องระแวงศัตรูไปด้วย มันเป็นปัจจัยที่ทำให้ข้ากับทราวิสไม่เคยมีเวลากอดจูบกันลึกซึ้งถึงขนาดนี้ อีกทั้งข้าก็มักจะกังวลว่าหากวันดีคืนดีทราวิสกลับไปเป็นเจ้าชายกิ้งก่าจอมหยิ่งคนเดิม...เขาก็คงรังเกียจที่มีความสัมพันธ์ทางกายกับข้า หนำซํ้ายังจะต้องเกรงใจอลิซาเบธที่ต้องมาเห็นฉากเหล่านี้อีก ยิ่งทำให้ข้ากับทราวิสไม่เคยมีโอกาสได้ถลำลึกไปมากกว่ากอดจูบธรรมดาเลยสักครั้ง

 

แต่ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันแค่สองคนตามลำพัง และแม้ว่าจะอยู่ในสถานที่ที่อันตราย แต่เพราะพวกปีศาจทั้งหลายจะไม่กล้าเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวของทราวิสเด็ดขาด ฉะนั้นตัดปัญหาที่ว่าจะมีใครมาขัดจังหวะไปได้เลย ไหนจะเรื่องที่ว่า...เราควรลองถอนพิษอักขระสาปให้ทราวิสอีก ไม่ว่าจะคิดอย่างไร ก็ไม่มีข้ออ้างใดๆให้เราไม่ทำกันอีกแล้ว

 

อ่า...ในเมื่อบรรยากาศเป็นใจถึงขนาดนี้ จะปฏิเสธก็ดูจะน่าเสียดายไปหน่อย จริงไหม?

 

“ทราวิส...” ข้าเอ่ยเสียงแหบพร่า ผละออกมาจากยอดอกที่ทั้งแดงชํ้าและฉํ่านํ้า จนมีนํ้าสีใสยืดติดริมฝีปากข้ามาด้วย นัยน์ตาสีมรกตจ้องเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายอย่างสื่อความหมาย “ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว”

 

“เช่นนั้นก็อย่าทนสิ” ทราวิสบิดยิ้มร้าย พลางยกมือขึ้นไปปลดเสื้อคลุมสีฟ้าของตัวเองออก เผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าชวนสัมผัส “ร่างกายนี้เป็นของเจ้าแล้ว...จะทำอะไรกับมันก็ได้ ไม่ต้องออมแรง”

 

...ไม่ใช่ข้าคนเดียวใช่ไหม ที่รู้สึกเหมือนจะเป็นลมทุกครั้งที่ทราวิสพูดจาลามกแบบนี้

 

ทว่าสิ่งที่พวกเรากำลังจะทำก็หนีไม่พ้นเรื่องลามกอยู่ดี การที่ทราวิสเอ่ยเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร มิหนำซํ้าสิ่งที่เขาเอ่ยมา...ก็ช่วยทำให้เจเดนน้อยภายใต้กางเกงตอบสนองได้เป็นอย่างดี

 

ได้ใช้งานจริงๆก็คราวนี้แหละ

 

“นั่นสินะ...” ข้ากวาดสายตาไปมองรอบตัวเรา ก่อนจะหันมาสบตากับทราวิส แล้วฉีกยิ้มร้ายออกมาอีกคน “ทำครั้งแรกกันในสระนํ้า...น่าตื่นเต้นชะมัด”

 

 

 

Loading...60%

 

 

 

“แต่จะว่าไป...” ข้ากล่าวเสียงแผ่วด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น ใบหน้าเห่อร้อนด้วยความประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก “บุรุษสองคน...ต้องเสพสังวาสกันยังไงหรอ”

 

“........”

 

กา~ กา~ กา~

 

ราวกับได้ยินเสียงอีกาสามตัวบินข้ามหัวไป ทุกอย่างเงียบสงัดชั่วขณะ ทราวิสนิ่งงันแข็งทื่อไปทันที เขาจ้องข้าตาไม่กะพริบอย่างอึ้งๆพูดไม่ออก เป็นเวลาเนิ่นนานก่อนที่เขาจะรีบยกมือขึ้นมาปิดปาก “อุ๊บส์...!!!!”

 

ข้าหน้าแดงกํ่าจนแทบจะเป็นสีเดียวกับสีผม แววตาออกอาการเลิ่กลั่กด้วยความอับอาย “ยะ อย่าหัวเราะสิ! ข้าก็พอจะนึกภาพออกบ้าง แค่ไม่รู้เรื่องรายละเอียดเท่านั้นเอง มันน่าขำตรงไหนกัน!?”

 

ทราวิสกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหู จนในที่สุดก็ขำก๊ากออกมาจนนํ้าตาเล็ด “ฮ่าๆๆๆ!! เห็นเมื่อกี้วางมาดแพรวพราวซะดิบดี นึกว่าเจ้าจะรู้เรื่องพวกนี้แล้วเสียอีก --โธ่...หนูน้อยเจดี้ของข้า อายุกี่ขวบกันเนี่ย ไร้เดียงสาจังเลยน้า~”

 

พูดอย่างเดียวไม่พอ เจ้าตัวยังอุตส่าห์ยื่นมือมาลูบหัวข้าไปมาด้วยสายตาเอ็นดู เส้นเลือดเขียวๆพลันปูดขึ้นบนขมับข้าอย่างหงุดหงิด ใบหน้าแดงแจ๋เพราะความเขินและไม่พอใจไปในขณะเดียวกัน “ยะ อย่าเรียกข้าแบบนั้นนะ!! เข้าเรื่องได้แล้ว!”

 

ทราวิสจำต้องฝืนใจกลั้นขำไว้แต่โดยดี แต่สายตาล้อเลียนนั่นก็ทำให้ข้าอับอายจนอยากมุดนํ้าหนี โชคดีที่ไม่นานนักอีกฝ่ายก็เข้าสู่โหมดจริงจัง ทราวิสใช้มือแตะปลายคางอย่างครุ่นคิดพลางเอ่ย

 

“จากที่ข้าเคยศึกษามาจากตำรา การเสพสังวาสของบุรุษสองคนนั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะตกลงกันทำแบบไหน” เขากล่าวอย่างเป็นจริงเป็นจัง ราวกับกำลังหารือการวางแผนทำสงคราม “ประเภทแรก็คือคู่รักชายชายที่สำเร็จความใคร่ให้กันโดยไม่มีการสอดใส่...หรือก็คือปรนเปรอให้กันเฉพาะข้างหน้านั่นแหละ”

 

ข้าตั้งใจฟังและคิดตามไปด้วยในขณะเดียวกัน คิ้วขมวดมุ่นนิดๆขณะมองอีกฝ่ายที่กำลังสาธยายอย่างใจจดใจจ่อ

 

“อีกประเภทก็คือคู่รักที่ผลัดกันสอดใส่ให้กันและกัน สลับกันเป็นฝ่ายรุกและรับตามใจชอบ” ทราวิสยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปลายคาง “แต่ในขณะเดียวกัน...ก็มีคู่ประเภทที่แบ่งบทบาทชัดเจน ว่าใครเป็นคนเสียบ ใครถูกเสียบ โดยที่ไม่มีการสลับตำแหน่งกันแต่อย่างใด”

 

...ชักจะอธิบายจนเห็นภาพไปหน่อยไหม

 

ข้ายกมือขึ้นมากุมขมับ --ทราวิสเชี่ยวชาญเรื่องพรรค์นี้เกินไปแล้ว ทำเอาข้ากลายเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาไปเลยจริงๆ

 

“แล้วในกรณีของเรา...” ข้าเลื่อนสายตาไปสบตากับเขาอย่างจริงจัง “มันควรเป็นแบบไหนล่ะ”

 

ทว่าคราวนี้กลับเป็นทราวิสเสียเองที่หน้าแดงกํ่า เขากระแอมไอเบาๆด้วยท่าทีอึกอัก ยกปลายนิ้วชี้ทั้งสองข้างมาจิ้มกันไปมาอย่างเขินอาย

 

“สองประเภทแรก...มันใช้ไม่ได้กับข้า” เจ้าตัวกล่าวเสียงแผ่ว ทว่าชัดถ้อยชัดคำ “ข้าไม่สามารถสำเร็จความใคร่จากข้างหน้าได้อย่างเดียว...และก็ไม่อยากเป็นฝ่ายเสียบด้วย เพราะงั้น... เพราะงั้น...”

 

“อ่า...เข้าใจแล้ว” สายตาข้าทอประกายขึ้นมา “วิธีที่สามสินะ”

 

“เจ้า...โอเครึปล่าวล่ะ” ทราวิสเม้มปากแน่นอย่างไม่มั่นใจ “ข้าหมายถึง...แน่ใจแล้วนะว่าอยากทำเรื่องแบบนี้กับข้า”

 

ข้ากลอกตาอย่างเบื่อหน่าย ดึงมือของอีกฝ่ายมาจับที่บริเวณเป้ากางเกงข้า ครั้นได้สัมผัสกับความคับแน่นพองโตตรงนั้น ทราวิสก็สะดุ้งโหยงทันใด

 

“คำตอบตรงนี้มันยังชัดเจนไม่พออีกหรือไง” ข้ากล่าวด้วยสายตาสื่อความหมาย “ข้าต้องการเจ้า...เดี๋ยวนี้”

 

ทราวิสนิ่งงัน ก่อนจะคลี่ยิ้มร้าย “เช่นนั้นข้าก็จะจัดให้...เดี๋ยวนี้”

 

 

-CUT-

 

[ฉากอัศจรรย์ใจอยู่ในไบโอทวิต @Madelyn_Fic นะฮะ]

Password : จงได้กันซะ

ขอให้สนุกค่ะ ;)

 

 

“อย่าเพิ่งเอาออก” ทราวิสที่กำลังกอบโกยอากาศเข้าปอดเอ่ยขึ้น ห้ามไม่ให้ข้านำแก่นกายออกจากตัวเขา ข้าเลิกคิ้วน้อยๆ กำลังจะอ้าปากถามว่าต้องการทำอีกรอบหรือไง ทว่าสีหน้านิ่งขรึมจริงจังของเขาก็ทำให้ข้ากลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอ

 

“ขอโทษนะเจเดน ช่วยทนเจ็บสักเดี๋ยวนะ”

 

“อ่ะ...!!!”

 

ทราวิสกล่าวจบ ก็ฝังเขี้ยวตัวเองลงไปบนปลายนิ้วข้าอย่างเต็มแรง ข้าเบิกตาขึ้น ก่อนจะย่นคิ้วขบกรามแน่นครั้นฟันคมๆของอีกฝ่ายบาดลึกลงทีละนิด ทราวิสกัดผิวเนื้อที่ปลายนิ้วอย่างไม่ออมแรงจนเลือดซิบ กดฝังเขี้ยวลงไปให้ลึกขึ้นเรื่อยๆ จนแม้เวลาผ่านไปก็ไม่ยอมปล่อยเสียที ข้าได้แต่งุนงงและเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน จนกระทั่งเลือดสีแดงไหลลงมาเป็นทาง เป็นตอนนั้นที่ทราวิสยอมผละออกไป

 

และเมื่อเขาจับปลายนิ้วข้าที่ชุ่มเลือดไปแตะลงบนอักขระสาปบนหน้าอกเขา ก็เป็นตอนนั้นที่ข้าเข้าใจว่าเขากำลังทำอะไร

 

“กล่าวมา” ทราวิสเอ่ยขึ้น “เจ้าต้องการกำจัดอักขระสาปนี้ใช่หรือไม่”

 

ข้าตอบอย่างไม่ลังเล “ข้าต้องการกำจัดมัน”

 

คนตรงหน้าลากปลายนิ้วข้าให้ขีดเขียนสัญลักษณ์อักขระมนตร์ดำบางอย่างบนนั้น ไม่นานนักอักขระที่ถูกเขียนด้วยเลือดสีแดงฉานก็เสร็จสมบูรณ์ ก่อนที่มันจะซึมเข้าไปในร่างของทราวิสโดยอัตโนมัติ และไม่นานนัก...อักขระสาปบนตัวทราวิสก็ค่อยๆจางลงอย่างเชื่องช้า

 

แม้จะไม่ได้หมดไปทันที แต่มันก็เริ่มหายไปแล้ว...

 

ข้าเบิกตาอย่างไม่อยากจะเชื่อ --บทจะหายไปก็หายได้ง่ายๆอย่างงี้เลยเรอะ

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การเสพสังวาสช่วยถอนพิษคำสาปที่ทราวิสแบกรับมานานแสนนานได้จริงๆด้วย --ให้ตายเถอะ หากรู้แบบนี้ตั้งแต่แรก ข้าคงกระแทกใส่เขาในกลางป่ามรณะไปนานแล้ว ให้ทราวิสเกาะต้นไม้ไว้แล้วสอดใส่เจเดนน้อยเข้าไปอย่างนั้น ไม่สนหรอกว่าปีศาจตนไหนจะเห็นเข้า

 

“สำเร็จ...” ข้ารู้สึกเหมือนยกเทือกเขาอันหนักอึ้งออกจากอก อดจะถอนหายใจยิ้มๆออกมาไม่ได้ “เฮ้อ ในที่สุดมันก็หายไปซะที”

 

ทว่าข้าก็ต้องนิ่งงันไป ครั้นเห็นว่าทราวิสไม่ได้มีท่าทีดีใจแต่อย่างใด ใบหน้าที่ซีดมานานเพราะอักขระสาป บัดนี้เริ่มกลับมามีสีเลือดฝาดเหมือนเดิม แต่แววตาสองสีนั้นกลับเปี่ยมไปด้วย...ความเศร้าหมอง

 

ข้าพลันหุบรอยยิ้ม “เจ้าเป็นอะไรไป”

 

“ปล่าวหรอก” ทราวิสแค่นยิ้มบาง “คํ่านี้...เราสองคนต้องไปคุยกับเทียร่า”

 

สายตาข้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างอธิบายไม่ถูก “งั้นหรอ”

 

“และมันยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง เพราะฉะนั้น...” ทราวิสโน้มตัวมาจูบข้า พร้อมกับแกล้งใช้ช่องทางสวาทขมิบแก่นกายข้าเบาๆ “มาทำต่อกันเถอะ ข้ายังกินนํ้าเจ้าไม่อิ่มเลยนะ”

 

...พูดจาสมกับเป็นทราวิสจริงๆ ยั่วกันแบบไร้ขีดจำกัดเสมอ

 

ข้าพรูลมหายใจ กระตุกยิ้มนิดๆอย่างร้ายกาจ “อย่าประมาทน่าทราวิส เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนอึดแค่ไหน”

 

“งั้นมาพิสูจน์ ว่าใครจะหมดแรงก่อนกัน” เขาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเช่นกัน “หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สลบ...ก็ห้ามหยุดเด็ดขาด ตกลงไหม”

 

ทราวิสพูดมาขนาดนี้...แล้วข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร

 

 

 

TBC.

 

 

 

TALK : 2

ReVeluv] Red Velvet 討論區(48) - 可愛的短髮忙內 | LIHKG 討論區
Drug_A little Thing ที่เรียกว่า..รวยและรวย on Twitter: ทำไงดี ...

....ขอพักซับเลือดตัวเองแปปค่ะ แอ่ก มั่ยไหวแร้ว เฉพาะฉากคัทก็ปาไป 24,700 ตัวอักษรแร้ว เป็นเอ็นซีที่ยาวที่สุดในชีวิตที่เคยแต่งมา ;-;

เด็กสองคนนี้นี่ร้ายทั้งคู่จริงๆ เพราะงี้แหละถึงได้เหมาะสมกัน55555555

ปมต่างๆมากมาย รวมถึงทำไมต้องทำแบบนี้จึงจะถอนอักขระสาปได้ คำตอบจะถูกเฉลยในตอนหน้าฮะ!! ლ(╹◡╹ლ)

เอ็นซีเป็นยังไงบ้าง โอเคมั้ยเอ่ย บอกเราเลยนะค้าาา เนื่องจากเราห่างหายจากการแต่งฉากคัทไปนาน มันก็จะเกร็งหน่อยๆ5555

แล้วก็จะว่าไป วันก่อนเราไปเจอคนก็อปฟิคเราไปลงในจอยลดาด้วยล่ะค่ะ เรื่องเจอร์นี่ย์กับกุกกี้น้อยจอมพลัง จะว่าตลกก็ตลก เพราะก็อปไปทั้งดุ้นเลย ทั้งเชื่อเรื่อง เนื้อหา คำผิด ก็อปกระทั่งมีม นามปากกา และทอล์ค เรียกได้ว่าเอาไปหมดเลย55555 แต่ในตอนนี้เขาก็ได้ทำการลบฟิคเราทิ้งไปแล้วล่ะค่ะ ฉะนั้นไม่มีอัลไลต้องกังวลแย้วว ヾ(*´∀`*)ノ

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเราจะอัพฟิคลงเว็บอื่น เราจะมาแจ้งรีดๆก่อน แต่ในตอนนี้เราอัพฟิคเฉพาะในเด็กดีเท่านั้นนะคะ ถ้ารีดคนไหนไปเห็นฟิคเราในเว็บอื่น สามารถแจ้งเรามาได้เลยนะคะ!! จุ๊บุ๊ ≧ω≦

 

TALK : 1

ตอนแรกแพลนไว้ว่าครึ่งตอนแรกจะเป็นเอ็นซีแบบเต็มๆ ส่วนครึ่งหลังก็จะเป็นเนื้อเรื่องต่อจากนั้น แต่เนื้อเรื่องช่วงนั้นมันตึงเครียดมากกก แบบ ไม่ได้มีฉากให้เขินแล้ว ก็เลยเปลี่ยนใหม่ เอาเป็นว่าตอนนี้ทั้งตอนยกให้เจดี้วิสซี่หวานซึ้งกันให้พอ เอาเลยลูก หวานกันให้มดขึ้นไปเรย ครึ่งแรกก็คือมาแบบหอมปากหอมคอ ครึ่งหลังก็คือ... แค่กๆๆ คงรู้กันนะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้น จัดหนักจัดเต็มแน่นอนค่ะ :)

ตอนนี้จะเป็นตอนสุดท้ายแล้วที่สถานการณ์ยังคงราบรื่นสงบสุข ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไป เครียดและมาม่ายาวๆไปเลยจ้า~

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และแท็กสกรีม #JourneyKV ที่เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ ขอบคุณรีดๆทุกคนที่ติดตามผลงานของเราค่ะ

I purple you เสมอค่า (◕‿◕✿)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #1037 JK_1995 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 15:53
    อ๊ากกกกก เขินมากกกกคร๊า
    #1,037
    0
  2. #968 Wayvay_T (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 20:54
    ทราวิสทะมัยนุเปงคลบับเนะ มั่ยยยยกิ้ดดดสสส
    #968
    0
  3. #956 wednesday2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 12:02
    หืดหาดดดดไม่หวายยยย✨🎉
    #956
    0
  4. #954 PlengPGK (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 07:47
    แลงมากค่ะ เขินอุแงงง
    #954
    0
  5. #935 am11.11 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 19:52
    ใส่พาสเวิร์ดเอ็นซีไม่ได้ค่ะแง
    #935
    0
  6. #828 pyanp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 10:36

    มั่ยหวัยยยยย
    #828
    0
  7. #812 Genus_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 22:31
    มะ..ไม่ไหวแล้วค่ะ รับบริจาคเลือดด่วนㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #812
    0
  8. #811 bomza2528 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:44
    ฉาก nc นี่คือแบบมาสุดไปสุดมากจร้าทราวิสแซ่บสุดๆไปเลยจร้ามันคุ้มกันที่เค้ารอมาตลอดเลยนะคะเค้ารอของเค้ามานานมากจริงๆ ฟินสุดก็ตอนนี้สินะ ต่อจากนี้ไรท์โปรยมาว่าต้องต้มมาม่ากันแล้ว:(อยากบอกไรท์จังเลยว่ายังไม่หิว^^แต่คงไม่ได้ใช่ไหมหละ5555ไม่เป็นไรค่ะต้มมาม่ากินก็ได้^*^
    #811
    2
    • #811-1 naritsara_kimlee(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 03:57
      รหัสคืออะไรหรอคะเราใส่ไม่ได้
      #811-1
    • #811-2 bomza2528(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 10:04
      คือที่ไรท์พิมไว้เลยค่ะ :จงได้กันซะ
      #811-2
  9. #808 Eutopia1812 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 16:03
    ฮื่ออออ ฉากคัทเขินมากกกก ไงงกไงไงงกงดงงดกงกง
    #808
    0
  10. #787 s-o-m-0-9 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 14:52
    ทำไมฉันหาไม่อะ
    #787
    0
  11. #786 MESS_(What!!!) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 21:52
    โอ้ยยยยพ่อเบาๆเดี๋ยวน้องช้ำ... เอิ่กๆๆๆๆๆๆๆๆเอาอีกๆๆๆๆๆๆๆ//สู้ๆค่ะคอยเป็นกำลังใจให้ จะติดตามไรท์ไปเรื่อยๆ เเละตลอดไปกาลนานเถิด สาธุ อาเมนพระเเม่มารี
    #786
    0
  12. #783 vVv-Tae (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 14:18
    ร้ายทั้งคู่
    #783
    0
  13. #782 milkonepiece (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:05
    รับบริจาคทิชชู่ซัก100ม้วนได้ไหม มันดุดเดือดเหลือเกินเลือดไหลหมดตัวแล้ว ขอร้องงงงง เจเดนทราวิสแส่บมาก แส่บไปหมดดดดดดดดดด
    #782
    0
  14. #780 JP_Spectrum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 11:21
    อมกกกกกกก เป็นซีนที่เกิดในเวลาที่เหมาะแต่ไม่ได้หมายถึงจะต้องจากกันใช่ไหม แงงงเราติดงอมแงมเลย ติดตามตอนต่อไปนะค้า
    #780
    0
  15. #777 56478 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 08:38

    อยากกราบไร้ท์งามๆ ร้อนแรงเผ็ชพริกล้านเม็ด555555555555

    #777
    0
  16. #775 sucreami (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 02:45
    ลาก่อนโลกนี้ เลือดหมดตัวแล้วเจ้าาา
    #775
    0
  17. #770 Jkeee56 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 16:57
    มาร่วมงานศพเราด้วยนะทุกคนจะตายแล้วเลือกวายไหลไม่หยุดตายแน่
    #770
    0
  18. #769 deffang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 13:36
    คอมเม้นนี้ได้ตายไปแล้ว นี่คือกายหยาบ
    #769
    0
  19. #768 ไอ้บ้าเอ้ยยย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 12:16
    ร้อนแรงไม่หยุดเลยทราวิสลูกแม่5555555
    #768
    0
  20. #767 TaTa_p19 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 04:09

    ร..ร้อนแรง ทราวิสลูก หนูลูก หนูคะ หนูลูก หนู แม่ คือ คือ โอยตายเเล้ว โอยๆๆๆๆ เจเดนคือ ทราวิส ไม่ แม่ไม่คิดว่าหนูจะนำ คือ แม่ แม่ โอ้ย จัยแม่่่ หนูแส้บ เจเดน ต้องเรียนรู้อีกเยอะๆนะคะ คราวหน้าตามทราวิสให้ทันล่ะ ฮึ..

    แต่ตอนหน้าดราม่าเเล้วซิ่นะคะ.. กุมใจกุมไต กลัวจังเลยค่ะ ;-;
    #767
    0
  21. #765 panPearry (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 18:12
    อหๆๆๆ ไม่ไหวแล้วค่ะแม่!!!! แลงซะเหลือเกิน นานๆทีมีเป็นแรร์ไอเท็มมากค่ะ!!!
    #765
    0
  22. #764 Jjamxy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 15:28
    เรื่องนี้ควรทำเป็นหนัง5555
    #764
    0
  23. #763 bjamm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 14:12
    ตายเลยแม่ ฉู่ขิตต
    #763
    0
  24. #762 KyN_LeE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:37

    ดีใจมากๆที่ได้เจอกับเรืีองนี้ แม้จะเพิ่งเจอแต่เราอยากจะขอบคุณไรท์มากๆที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ออกมา

    เราสาวกกุกวีและอ่านได้แทบทุกแนว แต่แนวนี้แหละที่ใจนี้ดสุดๆ มาต่อไวๆนะค่าาาาาาา

    รักส์~~~~^3^

    #762
    0
  25. #761 jhsv18 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 12:53
    จะเป็นลมกับคำพูดทราวิสสสสสสสสสสส55555
    #761
    0
  26. #736 marknior-jackjin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:53

    โอ้วมายก้อดดดดดดเป็นNCที่สุดยอดมากก

    กรี๊ดดดด ขอเลือดเพิ่มหน่อนค่ะเลือดจะหมดตัวhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-13.png

    #736
    1
    • #736-1 naritsara_kimlee(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 03:59
      รหัสคืออะไรหรอคะเราใส่ไม่ได้
      #736-1