۩ A Journey To Your Heart ۩ [KookV] #JourneyKV

ตอนที่ 10 : ۩ Journey ۩ 09 : สิ่งเล็กๆที่เรียกว่าการตกหลุมรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 335 ครั้ง
    3 ก.พ. 63

B
E
R
L
I
N
 / | www.danieldueckminor.com | dΛenhΛΛg | Flickr





ข้าเดินกลับเข้ามาในกระท่อมอย่างเหม่อลอย สองข้าก้าวไปบนบันไดเพื่อขึ้นไปยังห้องใต้หลังคาอย่างไม่เร่งรีบ แผ่นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดในทุกครั้งที่ฝ่าเท้าเหยียบยํ่าบนบันได ความคิดต่างๆนาๆยังคงแล่นไปมาในหัวอย่างไม่มีสิ้นสุด



มุมปากหยักเป็นกระจับยกขึ้นมาเมื่อนึกถึงประโยคที่แม่มดพูดกับข้า



'คนไม่สนใจใครอย่างเจ้า...ยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อหมอนั่นเนี่ยนะ'



ข้าเองก็ประหลาดใจตัวเองไม่ต่างกัน รู้ตัวอีกที...ทราวิสก็มีอิทธิพลต่อชีวิตข้าไปเสียแล้ว บางทีอาจเป็นเพราะตอนนี้เราก็มีกันอยู่แค่สองคนกระมัง ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองมาก็หลายวัน จะผูกพันกันก็คงไม่แปลก



แต่ที่ข้าไม่เข้าใจ...คือประโยคถัดมาของเอเวอร์ลีนที่มองมาด้วยสายตาอ่านไม่ออก



'มนุษย์ยังไงก็คือมนุษย์...ช่างโง่เขลาในความรักยิ่งนัก'



แม้จะไม่เข้าใจมากนัก แต่ก็พอเดาออกว่านางต้องการจะสื่ออะไร เหมือนเป็นการด่าข้ากลายๆว่าไม่รู้หัวใจตัวเองอย่างไรอย่างนั้น นั่นยิ่งทำให้งงเข้าไปใหญ่ ข้าไปมีความรักตอนไหนกัน?



ฮิวโก้เคยบ่นเอาไว้ว่าชีวิตนี้ข้าคงไม่รักใครอีกแล้วนอกจากแม่ตัวเอง ซึ่งข้าก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดเพราะไม่เคยคิดจะสนใจใคร เป็นคนไม่ชอบผูกมิตร มีมนุษยสัมพันธ์ติดลบ เรื่องการตกหลุมรักจึงเป็นเรื่องที่ไกลตัวข้าเอาเสียมากๆ มากจนไม่รู้ว่ามันมีหน้าตาเป็นยังไง



ครั้งหนึ่งข้าเคยถามจินว่าการตกหลุมรักใครสักคนมันให้ความรู้สึกอย่างไร ทำไมเขาถึงได้มีความสุขกับมันนัก แม้ว่าอุปสรรคของมันจะทำให้เขาเจ็บปางตายก็ตาม ตอนนั้นจินถึงกับสำลักนํ้าจนหน้าแดงที่จู่ๆข้าก็ถามเรื่องนี้ทั้งที่ไม่เคยคิดจะสนใจเรื่องรักๆใคร่ๆ แต่เขาก็ทำเพียงยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วตอบว่า



'เจเดนเอ๋ย...การตกหลุมรักใครสักคนนั้นเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน เมื่อได้หวั่นไหวไปแล้วก็ยากนักที่จะตัดใจ การได้เห็นคนที่เรารักยิ้มอย่างมีความสุขมันให้ความรู้สึกเหมือนมันคือสิ่งสวยงามที่สุดในโลก สิ่งที่เราไม่ต้องการจะเห็นที่สุดก็คือนํ้าตาของคนๆนั้น แต่สิ่งที่เราต้องการมากที่สุด...ก็คงจะเป็นการได้อยู่เคียงข้างเขาเสมอไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด อยากเป็นคนประคองเขาไว้ในทุกครั้งที่เขาล้ม อยากแบ่งเบาความทุกข์ทรมานจากเขา อยากจับมือกับเขาไว้และอยู่เคียงข้างกันไปตลอด



แต่บางครั้งโชคชะตาก็มักกลั่นแกล้งใครหลายคนด้วยการทำให้ความรักของพวกเขาไม่สมหวังดั่งที่ตั้งใจไว้ ต่อไปหากเจ้ากลายเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น...ก็อย่าได้เสียใจไป จำไว้ว่าความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนมีความรักก็คือการได้เห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุข...แม้ว่าเราอาจไม่ได้กลายเป็นคู่ชีวิตกันก็ตาม ตอนนี้เจ้าอาจยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ข้าพูด แต่อีกหน่อยเมื่อเจ้ามีความรักเป็นของตัวเอง...เจ้าก็จะเข้าใจทุกอย่างได้เอง'



ยอมรับว่าตอนนั้นไม่ว่าจะคิดตามเท่าไหร่ก็ได้แต่ไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น ข้ามักจะกลายเป็นคนสมองกลวงทุกครั้งที่พูดเกี่ยวกับเรื่องรักๆใคร่ๆเพราะยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้พอมาลองคิดตามสิ่งที่จินพูดไว้อีกที...ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้



ช่วงนี้ข้าพอจะรู้ตัวว่าตัวเองเปลี่ยนไป ข้ามักจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสของทราวิส เห็นแล้วรู้สึกอยากปกป้องรอยยิ้มนี้ตลอดไป อยากให้ดวงตาสีฟ้าเหมือนอัญมณีเทอร์ควอยซ์คู่นั้นเปล่งประกายแบบนี้ไปทุกๆวัน หัวใจข้าเต้นถี่รัวทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับเขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ข้าอยากจะปกป้องทราวิสจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกอันโหดร้ายใบนี้ เกลียดนํ้าตาของอีกฝ่ายเข้าไส้จนถึงกับยอมซ่อมดาบให้เพื่อที่ทราวิสจะได้หยุดเศร้า รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องเห็นอีกฝ่ายทรมานจนยอมคุกเข่าขอร้องแม่มดให้รักษาเขาแบบเมื่อกี้นี้



ที่เป็นอยู่นี่เรียกว่าอาการของคนมีความรักงั้นหรือ..



ไม่ใช่มั้ง



แม้แต่สตรีที่เลอโฉมหาที่เปรียบมิได้ยังไม่สามารถทำให้ข้าหวั่นไหวได้...แล้วข้าจะมาตกหลุมรักกับคนที่เคยเกลียดขี้หน้าอย่างทราวิสน่ะเหรอ ดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด



คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ความสับสนในหัวตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด ข้าทั้งสองข้างพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้เก่าๆ ก่อนจะก้มลงมองขวดแก้วใสที่บรรจุของเหลวสีชมพูไว้ด้านในพลางนึกถึงคำพูดของเอเวอร์ลีนเมื่อกี้นี้



'เสียใจด้วย แม้แต่แม่มดอย่างข้าก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะถอนพิษคำสาปให้องค์ชายได้หรอก...แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้'



'ใครกัน?'



นางค่อยๆฉีกยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย สาบานได้ว่าเสี้ยววินาทีหนึ่งมันทำให้ข้าขนลุกซู่ '..เจ้าไงล่ะ'



นางกำชับข้าให้ดื่มยาขวดนี้จนหมดแล้วปล่อยให้ร่างกายทำตามสัญชาตญาณ ถึงแม้จะรู้สึกว่ามันแปลกๆชอบกลแต่ข้าก็รับมันมาแต่โดยดีเพราะไม่ได้มีทางเลือกมากนัก



ประตูไม้เก่าๆส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดยามที่ข้าเปิดเข้าไป สองขาพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงไม้แข็งๆ ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงอย่างแรงด้วยเวทมนตร์ของเจ้าของบ้าน



มาคิดดูอีกที...ที่นี่ก็ดูหลอนๆเหมือนกัน



ห้องใต้หลังคานี้ไม่ใหญ่มากนัก มันดูโล่งและร้างเหมือนไม่ได้ถูกใช้มานาน หยากไย่จำนวนมากเกาะอยู่ตามผนัง ข้าวของเครื่องใช้สักอย่างในนี้ก็ไม่มีให้เห็น มีเพียงเตียงไม้กว้างๆเตียงหนึ่งที่วางติดกับหน้าต่างบานเล็ก คบเพลิงสองแท่งที่ติดอยู่กับผนังทำให้ห้องดูไม่มืดจนเกินไป บวกกับแสงจันทร์ของพระจันทร์เกือบเต็มดวงที่ส่องเข้ามาทำให้ห้องอันคับแคบดูสว่างขึ้นมาทันตา เสียงกาที่โบยบินอยู่ด้านนอกดังเข้ามาด้านในเป็นระยะๆ



ดวงตาสีเขียวตวัดมามองขวดยาในมือด้วยสายตาเรียบนิ่ง ฝ่ามือหนากำมันแน่นจนเหงื่อซึม นึกชั่งใจว่ามันจะเป็นยาพิษหรือไม่ แต่คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจแรงออกมา



ในเมื่อเสี่ยงมาถึงขั้นนี้แล้ว...ข้าก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วล่ะ



ฝาขวดถูกเปิดออกก่อนที่ข้าจะกระดกของเหลวสีชมพูในขวดเข้าไปในคราเดียว รสชาติแปลกๆค่อยๆไหลลงลำคอจนไม่เหลือสักหยด ใบหน้าแสดงอาการแหยแกออกมาแทบจะในทันทีที่ได้รับรสชาติของมัน ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดูพร่าเลือน



'เพล้ง!'



ขวดแก้วถูกปล่อยลงไปกระแทกกับพื้นจนแตกละเอียดเป็นเศษแก้วเล็กๆที่กระจายไปทั่วบริเวณ ข้าหอบหายใจแรงจนแผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงถี่รัว คิ้วขมวดแน่นจนหัวคิ้วแทบจะชนกัน มือหนากุมหน้าผากตัวเองไว้เมื่อรู้สึกปวดร้าวศีรษะ มืออีกข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนแทบจะขาดติดมือมาด้วย มันปวดมากราวกับถูกบีบกะโหลกให้แหลกสลาย



ข้าจะตายไหมเนี่ย..



'ปัง!'



เป็นจังหวะเดียวกับตอนที่ใครไม่รู้บุกเข้ามาในห้อง ข้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองว่าเป็นใคร แต่เมื่อกลิ่นกุหลาบละมุนลอยเข้ามาแตะจมูกก็รับรู้ได้ในทันที



คนที่กำลังทำให้ข้าสับสน..



ข้าได้ยินเสียงเข่ากระแทกกับพื้นตรงหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบทาบลงมาบนใบหน้าเมื่อทราวิสใช้มือประคองให้ข้าเงยหน้าขึ้น ข้าขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับกะพริบตาถี่รัวเมื่อไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัด แต่วินาทีต่อมาก็สามารถมองเห็นดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ที่กำลังฉายแววตื่นตระหนกได้ชัดเจนในที่สุด



“จ..เจ้าเป็นอะไร ยังเจ็บอยู่ไหม



“.............



“เงียบทำไม ตอบข้าสิ!!



ทราวิสกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เจ้าตัวเงยหน้าส่งสายตาเป็นห่วงและกระวนกระวายมาให้ ฝ่ามือบางประคองใบหน้าข้าอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าข้าจะเจ็บ ในขณะที่ข้าทำเพียงหอบหายใจแรงพลางปรือตามองอีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง



ข้าไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเป็นการบ่งบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เราสบตากันเนิ่นนานจนกระทั่งทราวิสกระแอมไอออกมา เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพูดออกมาในที่สุด



“ที่จริง...ข้าจะมาขอโทษที่พูดไม่ดีใส่เจ้าเพราะความหึงหวงของตัวเอง” ริมฝีปากสีพีชเม้มแน่น ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์สั่นระริก “ทั้งที่ข้าก็พรํ่าบอกกับตัวเองเสมอว่าจะรับได้แน่นอนที่เจ้าจะมีคู่ครอง...แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เพียงแค่ข้าเห็นเจ้าใกล้ชิดกับหญิงสาวก็ทำให้รู้สึกหวงใจแทบขาดแล้ว ทั้งๆที่ตัวเองเป็นแค่คนนอกที่ไม่มีสิทธิ์จะไปหึงหวงด้วยซํ้า ข้านี่มันเห็นแก่ตัวชะมัดเลย ฮ่าๆ



“.............



“สัญญาว่านับแต่นี้ข้าจะระวังตัวให้มากขึ้น...จะไม่แสดงอาการหึงออกนอกหน้าจนต้องตวาดใส่เจ้าอีกแล้ว มันดูงี่เง่าเสียจริงๆ” ฝ่ามือนุ่มปัดเส้นผมสีแดงที่ยาวจนเกือบทิ่มตาออกไปให้อย่างแผ่วเบา ก่อนที่เจ้าตัวจะช้อนตาขึ้นมามองด้วยสีหน้าหงอยๆพร้อมกับเบะปากลงเหมือนแมวขี้น้อยใจ “..อภัยให้ข้าได้ไหม



ข้าไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมีสีหน้าแบบใดอยู่ ดวงตาสีมรกตจ้องอีกฝ่ายอย่างเลื่อนลอย รู้สึกเหมือนสติค่อยๆหายไปอย่างเชื่องช้า รู้ตัวอีกทีก็มองทราวิสตาไม่กะพริบราวกับถูกสะกดจิต คนตรงหน้าวางแก้มย้วยๆลงบนตักของข้าพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนมาให้ ขนตายาวๆกระพือขึ้นลงเป็นจังหวะในทุกครั้งที่เจ้าตัวกะพริบตาปริบๆราวกับเป็นการอ้อนวอน



ตึกตัก.. ตึกตัก.. ตึกคัก..



บ้าเอ๊ย...คิดจะทำให้ข้าหัวใจวายตายหรือไงกัน



ความจริงข้าเองก็มีส่วนผิดที่ตอนนั้นไปตวาดใส่เขา...แต่นอกจากทราวิสจะไม่โกรธแล้ว เจ้าตัวกลับเป็นฝ่ายขอโทษเสียเองอีกด้วย



บางที...ข้าก็สงสัยว่าทำไมเขาจะต้องแสนดีขนาดนี้ด้วย ดีเกินไปจนไม่ดีต่อใจข้าเลยเนี่ยสิ



ดวงตาสีมรกตเลื่อนลงมามองริมฝีปากสีพีชที่กำลังเบะลงก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ข้ารู้สึกเหมือนลำคอแห้งผาก ยิ่งได้มองหน้าอีกฝ่ายนานๆอุณหภูมิร่างกายก็ค่อยๆพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ส่วนทราวิสที่เห็นข้าเงียบไปก็เริ่มใจเสีย เขาเริ่มกระวนกระวายอย่างทำอะไรไม่ถูก



“จ..เจ้ายังโกรธข้าอยู่อีกหรอ



“....โกรธ



ได้ยินแบบนั้นดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้นไปอีก ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเศร้าหมองเหมือนอยากร้องไห้ในแบบที่ข้าไม่อยากเห็น “บอกข้ามาสิ...ข้าต้องทำยังไงเจ้าถึงจะหายโกรธ



และความโศกเศร้า...ก็เป็นอะไรที่ไม่คู่ควรกับทราวิสอย่างถึงที่สุด



“..หยุดน่ารัก



อีกฝ่ายกะพริบตาปริบๆอย่างตั้งตัวไม่ทัน เขาทำหน้าราวกับตัวเองได้ยินผิดไป “หา...?



“ทำไมต้องน่ารักเรี่ยราดขนาดนี้ด้วย..” ข้าใช้นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากล่างนุ่มๆของอีกฝ่ายไปมาจนทราวิสหน้าแดง “..รู้ไหมว่ามันทำให้ข้าทนไม่ไหว



“อ๊ะ!!” คนถูกกระทำร้องเสียงหลงทันทีที่ข้าออกแรงฉุดเขาขึ้นมาแล้วดันให้นอนลงบนเตียง ก่อนจะตามไปคร่อมทับกักตัวอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีไปไหน ทราวิสที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างมองข้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แก้มนิ่มๆขึ้นสีแดงแปร๊ดลามไปจนถึงใบหู “เจเดน..



ริมฝีปากจิ้มลิ้มถูกประกบด้วยอวัยวะเดียวกัน จูบครั้งนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง ไม่มีความทะนุถนอมและไม่ค่อยเป็นค่อยไป ข้ามอบสัมผัสหยาบโลนให้กับคนใต้ร่างจนทราวิสแทบละลายไปกับเตียง ริมฝีปากหยักบดเบียดลงไปอย่างรีบร้อนสลับกับดูดดึงกลีบปากตรงหน้าราวกับเป็นขนมรสเลิศ



ไม่นานนักข้าก็สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอย่างกระหายด้วยความใจร้อนจนมันกลายเป็นจูบที่เฉอะแฉะ เสียงเรียวลิ้นทั้งสองที่กำลังทำสงครามกันดังก้องไปทั่วห้องใต้หลังคา นํ้าสีใสไหลออกมาจากมุมปากทราวิสเป็นทางยาวแต่เราทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจ อีกฝ่ายที่เริ่มตั้งสติได้ก็ส่งมือมาโอบรอบลำคอหนาไว้เพื่อรั้งให้แนบชิดขึ้น ข้าใช้เวลาผละออกมาเพื่อสูดหายใจเข้าปอดเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้ง ความรู้สึกวาบหวามทำให้ทราวิสต้องกำคอเสื้อข้าไว้แน่นจนมันยับยู่ยี่



ยิ่งได้จูบก็ยิ่งรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งกระหายกว่าเดิม ยิ่งได้ลิ้มลองก็ยิ่งต้องการมากกว่านี้ ราวกับว่าสัญชาตญาณดิบกำลังถูกปลุกขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น..



“จ..เจเดน!! เจ้าทำอะไรเนี่ย!?” ทราวิสร้องเสียงหลงทันทีเมื่อจู่ๆข้าก็ผละออกมาถอดเสื้อตัวเองออกแล้วขว้างมันไปไกลๆอย่างไม่ใส่ใจนัก คนใต้ร่างถึงกับอ้าปากหวอก่อนจะรีบยกสองมือขึ้นมาปิดหน้าแดงๆไว้อย่างทำตัวไม่ถูก ในขณะที่ข้าทำเพียงมองอีกฝ่ายนิ่งๆก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงไปหา



“ข้าร้อน...



“..อึก” ทราวิสกลืนนํ้าลายเหนียวๆลงคออึกใหญ่ ท่าทางของเขาดูกระวนกระวายเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้เจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะยอมสบตากับข้าด้วยซํ้า ทราวิสแอบลอบปรายตามองแผ่นอกเปลือยเปล่าแล้วรีบหันหน้าไปอีกทาง เขาเหมือนลูกนกตัวเล็กๆในกำมือที่กลัวจนตัวสั่นเพราะไร้ทางสู้ เห็นแบบนี้ข้าจึงยิ้มมุมปากแล้วคว้ามือเรียวข้างหนึ่งมาวางไว้บนหน้าท้องแกร่ง



“อ๊ะ..” ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์เบิกกว้าง ฝ่ามือหนาจับมือสั่นๆลูบไปบนกล้ามเนื้อบนหน้าท้องที่เรียงตัวสวย คนใต้ร่างเขินจนแทบจะมุดหน้าหนีไปกับหมอน ทราวิสทำท่าจะชักมือออกทันทีเหมือนโดนนํ้าร้อนลวกแต่โดนรั้งไว้ก่อน ข้าใช้มืออีกข้างจับปลายคางให้คนใต้ร่างหันมาเผชิญหน้ากัน เขาสบตาข้าอย่างกล้าๆกลัวๆด้วยใบหน้าแดงกํ่าจนไม่รู้จะแดงยังไงแล้ว ก่อนที่ร่างของคนเปลือยท่อนบนจะโน้มลงไปกระซิบข้างใบหูนิ่ม “ชอบไหม..



ทราวิสสะดุ้งเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะหลบสายตาไปอีกทาง “ช..ชอบสิ มันดูแข็งแรงดี



มุมปากยกขึ้นกว่าเดิมจนกลายเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฮิวโก้บอกว่ามันชั่วมาก ก่อนที่ข้าจะเอ่ยต่อด้วยเสียงแหบพร่าให้อีกคนสะดุ้งเบาๆ “คืนนี้...ข้าอนุญาตให้เจ้าลวนลามข้าได้เต็มที่เลย



ดวงตาของทราวิสเบิกกว้างขึ้นถึงขีดสุด “.....!!



“แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบ...เจ้าก็จะต้องให้ข้าลวนลามเหมือนกัน :)



“จ..เจเดน อ๊า!” ริมฝีปากหยักเลื่อนลงมาดูดดุนซอกคอสีแทนอย่างกระหายจนคนถูกกระทำร้องเสียงหลง ดวงตาที่ฉั่านํ้าเบิกโพลงเมื่อถูกจู่โจ่มกะทันหัน ก่อนที่ร่างโปร่งจะบิดเร้าไปมาบนเตียงกว้าง ฝ่ามือบางที่ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนก็เลื่อนมาจิกลงไปในกลุ่มผมสีแดง ทราวิสกัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อกลั้นเสียงบางอย่างที่เปล่งออกมาเป็นระยะ ผิวเนื้อเนียนนุ่มของเจ้าตัวดูเย้ายวนจนต้องขบเม้มแรงๆให้ขึ้นรอยแดงไปทั่วลาดไหล่



ไม่รู้ทำไมแต่ตอนนี้ทราวิสดู...น่ากินมากๆ



เห็นแล้วอยากกัดให้จมเขี้ยว อยากขยำให้ผิวนิ่มๆให้ขึ้นรอยแดง อยากรังแกอีกฝ่ายให้บอบชํ้า อยาก



โอ๊ย ให้ตายเถอะ! ทำไมอยู่ดีๆข้าถึงได้ดูโรคจิตขนาดนี้ขึ้นมากันนะ



แต่พอมาคิดดูอีกที...ที่มาของอาการร้อนรุ่มที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ กับความรู้สึกแปลกๆนี้ที่ทำให้ข้ามีต่อทราวิส...ต้องมาจากยาที่เอเวอร์ลีนให้ข้าดื่มแน่ๆ



..อยากจะถามเหลือเกินว่านางบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้เอายาปลุกอารมณ์กามมาให้ข้าดื่ม ไหนบอกว่าถ้าดื่มแล้วข้าจะสามารถช่วยถอนพิษให้ทราวิสได้ไง ที่แท้ก็หลอกข้าหรอ แล้วนางจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน? อยากเห็นผู้ชายสองคนได้เสียกันนักหรือไง



โอ๊ย!! ชีวิตนี้ข้าจะโดนพ่อมดแม่มดให้ยาผิดๆอีกกี่หนเนี่ย!?



“เจเดน..” เสียงกระเส่าของอีกฝ่ายฉุดข้าให้หลุดออกจากภวังค์ ดวงตาของทราวิสฉํ่านํ้าหลังจากที่ถูกรังแกมานาน ใบหน้าของเจ้าชายขึ้นสีระเรื่อ ริมฝีปากที่บวมเจ่อเผยอออกเล็กน้อย เจ้าตัวปรือตาหอบหายใจแรงจนแผ่นอกบางกระเพื่อมขึ้นลง บริเวณซอกคอและลาดไหล่ถูกประดับไปด้วยรอยชํ้าที่ข้าเป็นคนทำไว้ ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร สีหน้าของทราวิสดูทรมานแต่เขาก็ไม่มีท่าทีจะผละออก มันทำให้ข้านึกกังวลว่าเขากำลังกลั้นความเจ็บปวดไว้หรือไม่



ไม่รู้ว่าบอกไปแล้วจะมีคนเชื่อไหม...แต่สาบานได้ว่าข้าไม่มีความรู้ในเรื่องอย่างว่าเลย ไม่เคยศึกษาว่าเขาทำกันอย่างไร ไม่รู้ด้วยซํ้าว่าช่วยตัวเองต้องทำยังไง เป็นผู้ชายตายด้านที่ไม่เคยหมกมุ่นในเรื่องทางเพศจนดูไร้เดียงสา แต่ข้าก็เคยสังเกตเวลาสุนัขผสมพันธุ์กันบ่อยๆ ทำให้ได้รู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ก็คือการเอาไอ้นั่นใส่เข้าไปในตัวเพศเมีย เลยสรุปๆเอาว่ามนุษย์เองก็คงจะทำแบบเดียวกัน แต่นอกจากนั้นข้าก็ไม่รู้ว่ามันต้องทำยังไงต่อ



เออ รู้ตัวว่าอ่อนหัด นอกจากเรื่องกลัวหมาสุดชีวิตก็คงจะเป็นเรื่องนี้แหละที่ข้าสู้บุรุษอื่นๆไม่ได้



“เจ็บหรอ..” สุดท้ายแล้วข้าก็ต้องถามออกมาในที่สุดด้วยความเป็นห่วงเพราะทราวิสเอาแต่ส่งเสียงครางแปลกๆออกมา มือหนาเกลี่ยไปมาบนแก้มนิ่มที่ขึ้นสีแดงอย่างเบามือ ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมเขาถึงต้องส่งเสียงแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหวานๆครางกระเส่านั่น..



มันทำให้ข้าแทบคลั่ง



“ปล่าว..” ทราวิสปรือตาขึ้นตอบด้วยรอยยิ้มบาง เจ้าตัวยังคงหอบหายใจเล็กน้อย “ข้าร้องเพราะรู้สึกดี...ดีมากๆเลย



ทราวิสกำลังสบตาข้าด้วยดวงตาที่ฉั่านํ้า ร่องรอยที่คอยังคงเด่นชัดด้วยฝีมือของข้าเอง มันทำให้อีกฝ่ายดูน่ารังแกเอาเสียเหลือเกิน ยิ่งเขาพูดแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ข้าเหยียดยิ้มชั่วร้ายออกมา



“ถ้าเช่นนั้น...ข้าก็จะทำให้เจ้าครางเยอะๆ :)



'แคว่ก!'



ชุดคลุมสีฟ้าถูกฉีกออกจากกันในทันทีเผยให้เห็นเสื้ออีกชั้นที่ซ่อนอยู่ด้านใน ก่อนที่มันจะถูกฉีกออกเช่นกันด้วยมือหนาจนเผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าในที่สุด การกระทำอันป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำเอาอีกฝ่ายเบิกตาโพลงจนตาแทบถลนออกมา แต่ไม่ทันจะได้ร้องโวยวายอะไร เจ้าตัวก็ต้องครางเสียงหลงออกมาทันทีที่ลิ้นชื้นแตะลงบนยอดอกสีทับทิม



สิ่งที่ข้ากำลังทำกับทราวิสตอนนี้...ไม่รู้หรอกว่าคนอื่นเขาทำกันแบบนี้ด้วยหรือเปล่า แต่สัญชาตญาณข้างในมันสั่งให้ข้าทำเช่นนี้ ข้าก็จะทำ



“อ๊าห์!! อื้อออ.. เจเดน! ตรงนั้นมัน..” ใบหน้าแดงๆของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกวูบวาบในช่องท้อง ข้าละเลงลิ้นไปรอบๆยอดเม็ดถันที่แข็งเป็นไตจนทราวิสครางไม่เป็นภาษา ดวงตาสีมรกตลอบมองอีกฝ่ายเป็นระยะโดยที่ลิ้นยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี เมื่อเห็นว่าคนถูกกระทำดูจะชอบเหลือเกินที่โดนทำแบบนี้ ดูจากสีหน้าที่มีอารมณ์ร่วมพร้อมกับเสียงหอบครางไม่ขาดสาย ข้าจึงขบเม้มแล้วดูดยอดอกดังจ๊วบเหมือนเด็กหิวนม



“อะ..อ๊าา! อ๊ะๆ” ทราวิสเชิดหน้าครางพร้อมกับแอ่นอกรับสัมผัสโดยอัตโนมัติ มือหนายกขึ้นมาบีบคลึงเม็ดยอดอกข้างหนึ่งที่แข็งสู้มือโดยที่ยังคงเลียสลับกับดูดอีกข้างไม่ขาดตดบกพร่อง มือนิ่มทั้งสองข้างปัดป่ายไปบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ทราวิสลูบวนมัดกล้ามแข็งแรงไปมาจนข้าต้องขบกรามแน่น



คนอะไรมือซนจริงๆ



“อื้อออ อ๊ะ! อ..อร่อยไหม” คนที่ส่งเสียงครางไม่ขาดสายปรือตาหวานเยิ้มขึ้นมาถาม เห็นแบบนั้นข้าจึงต้องกัดหัวนมอีกฝ่ายแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว



“อ๊าาห์!!



“อร่อยสิ” ว่าจบก็เลื่อนริมฝีปากลงมาสร้างรอยชํ้าทั่วบริเวณหน้าท้อง จนตอนนี้ผิวเนื้อนุ่มๆน่าสัมผัสเต็มไปด้วยรอยแดงกว่าสิบจุด ข้าเลื่อนสายตาไปมองอักขระสาปเจ้าปัญหาบนแขนอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่านไม่ออก จึงโน้มตัวๆไปจูบบนนั้นเบาๆโดยหวังว่าจะแบ่งเบาความเจ็บปวดนี้ไปได้บ้าง ก่อนที่ข้าจะกลับมาดูดดุนยอดอกที่แสนจะล่อตาล่อใจนั่นอีกครั้ง



ทราวิสมองข้าที่กำลังขบเม้มยอดอกของเจ้าตัวอย่างเอร็ดอร่อยด้วยรอยยิ้มบางๆ ดูเหมือนเขาจะสังเกตว่าข้าชอบเล่นกับสิ่งนี้บ่อยๆ “ถ..ถ้าชอบ ข้าจะให้กินบ่อยๆนะ



ตูมมมมมมม!!!!!



..ไม่ต้องถามนะว่าเสียงอะไร เสียงหัวใจข้าระเบิดเองแหละ



ทำไมทราวิสถึงได้ยั่วเก่งขนาดนี้นะ มันน่าฟาดก้นให้ชํ้าเสียจริง!!



“ข้า...อึก..ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เจ้าจะทำแบบนี้กับข้า อ๊า! อ๊ะๆ” เจ้าตัวเอ่ยกระเส่าพร้อมกับเชิดหน้าเปล่งเสียงคราง เรียวเล็บจิกลงไปในแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรู้สึกเสียววาบ



ข้าผละออกมาจากยอดอกจนนํ้าสีใสยืดติดมาด้วย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าไปหาทราวิสจนจมูกชนกัน แขนแกร่งเกร็งตัวจนขึ้นเส้นเลือดนูนๆเมื่อต้องอยู่ในท่าคร่อมร่างอีกฝ่ายไว้แบบนี้ คนผมบลอนด์เม้มปากแน่นแล้วหันใบหน้าที่แดงจนแทบจะเป็นสีเดียวกับเส้นผมข้าไปทางอื่น จึงต้องใช้มือรั้งปลายคางอีกฝ่ายให้หันกลับมาสบตากันเหมือนเดิม



แสงจันทร์สีนวลจากด้านนอกอาบผิวกายที่เต็มไปด้วยรอยแดงทำให้ทราวิสดูน่าหลงใหลกว่าเดิม ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์เหมือนลูกแก้วส่องประกายในที่มืด ใบหน้านวลเนียนขึ้นสีระเรื่อเมื่อถูกจ้องเป็นเวลานาน ริมฝีปากสีสดที่บวมเจ่อเพราะโดนรังแกอมยิ้มเล็กน้อยอย่างเคอะเขิน



ยิ่งเรือนร่างของเจ้าตัวมาอยู่ใต้แสงจันทร์แบบนี้...ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทราวิสในตอนนี้งดงามมากจริงๆ



งดงามทั้งร่างกายและจิตใจ



ตั้งแต่เข้ามาในป่ามรณะ ข้าก็แสดงท่าทีรำคาญและผลักไสอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา แต่กระนั้นทราวิสก็ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อข้า แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเขาจะต้องกลายเป็นฝ่ายเจ็บเองก็ตาม



ทราวิสเป็นคนที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อคนที่ตัวเองรักมาก คนที่จะกลายเป็นคนรักของเขาช่างเป็นคนที่โชคดีชะมัด..



“ข้าเป็นคนไม่สนใจใคร ไม่ชอบการผูกมัด รักใครไม่เป็น โอกาสที่ข้าจะรักเจ้าตอบมันช่างน้อยนิด แล้วทำไม...เจ้าถึงได้ยังรักข้านัก” คำถามที่ถูกพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอาคนใต้ร่างชะงักไป ทราวิสคงไม่ได้ตั้งตัวที่จะตอบคำถามนี้ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะตอบได้โดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเมื่อเขายิ้มออกมาบางๆ



ส่วนที่ดีที่สุดของความรัก ไม่ใช่การมานั่งคาดหวังว่าเขาจะรักเราหรือไม่...แต่เป็นตอนที่เราคิดจะรักเขาต่างหาก



“.............



“มันจึงไม่สำคัญว่าข้าจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของหัวใจเจ้าหรือไม่ การได้มองเจ้าอยู่ห่างๆ ได้เห็นเจ้ามีความสุขกับคนที่ตัวเองรัก เพียงเท่านี้...ข้าก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะ



และก็เป็นตอนนั้นเอง...ที่หัวใจข้าทำงานหนักเพราะผู้ชายคนนี้อีกครั้ง



โดยที่ไม่ได้ล่วงรู้เลย...ว่าหัวใจของอีกคนนั้นทำงานหนักเพราะข้ามานานแค่ไหนแล้ว



'จุ๊บ!'



“อ๊ะ!



“หยุดน่ารัก



ฟอด~



“หยุดน่ารักซะที หัวใจข้าจะไม่ไหวแล้ว..” เอ่ยเสียงตํ่าพร้อมกับกดจมูกโด่งลงไปในแก้มย้วยๆอย่างมันเขี้ยว ความรู้สึกแรกที่ได้รับคือหอมแล้วก็นุ่มมากๆเหมือนพุดดิ้งที่จินเคยทำให้กิน มันยั่วยวนใจจนข้าอดใจไม่ไหวต้องหอมแก้มนุ่มๆทั้งสองข้างสลับกันไปมา ทราวิสหัวเราะคิกคักจนตาปิดด้วยความจั๊กจี้อย่างมีความสุข



หมอนี่น่ารักมากจริงๆนั่นแหละ..



ข้าหยุดชะงักเมื่อจู่ๆเข่าของอีกฝ่ายก็ปัดมาโดนความเป็นชายที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกง เราทั้งคู่ต่างหยุดนิ่ง ข้ารู้สึกปวดหน่วงบริเวณส่วนกลางลำตัวมาได้สักพักแล้ว แต่ตอนนี้เหมือนเจเดนน้อยจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมจนคับกางเกงไปหมดเพราะโดนสัมผัส



ตายด้านมาตลอดทั้งชีวิต...แต่มามีอารมณ์ทางเพศกับผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ



ข้าหรี่ตาลงพร้อมกับกดเสียงตํ่า “เอาเข่าออกไป..



“ใหญ่จัง..” ทราวิสใช้เข่าทั้งสองข้างเสียดสีมันไปมาจนฝ่ายถูกกระทำขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูด ตาใสแป๋วกับสีหน้าไร้เดียงสานั่นช่างขัดกับการกระทำของเจ้าตัวเหลือเกิน คนผมบลอนด์กลืนนํ้าลายเหนียวๆลงคอพร้อมเลียริมฝีปากไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มันดูยั่วยวนเสียจนข้ต้องากำผ้าปูที่นอนแน่นจนแทบจะขาดติดมือ ก่อนที่ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์จะเบิกกว้างขึ้นมากะทันหัน “อ๊ะ! นี่ยังใหญ่ขึ้นได้อีกหรอเนี่ย!?



“ทราวิส...อย่าซน” เสียงทุ้มกดตํ่าลงกว่าเดิมจนแทบจะกลายเป็นเสียงคำราม ดวงตาของข้าขึ้นเส้นเลือดจนแดงเถือกด้วยความทรมาน รู้สึกปวดตึงส่วนนั้นไปหมดจนต้องกัดฟันกรอด แต่ทราวิสกลับไม่มีท่าทีว่าจะฟังเลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวยังคงสนุกกับการใช้เข่าถูไถเสียดสีกับส่วนนั้นของข้าไปมา ยิ่งมันขยายใหญ่ขึ้นดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ก็เป็นประกายตื่นเต้น



“นี่ขนาดแค่สัมผัสผ่านเนื้อผ้า...ยังรู้สึกได้เลยว่ามันแข็งมาก” ทราวิสเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับกัดริมฝีปากล่างอย่างยั่วยวน “เจ้ามีของดีนะเจเดน อื้อออ!!



จัดการปิดปากคนพูดมากด้วยริมฝีปากตัวเองทันที มันเป็นจูบที่ป่าเถื่อนและรุนแรงกว่าเดิมจนได้กลิ่นคาวเลือด ต่างฝ่ายต่างบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันด้วยความต้องการที่พุ่งสูงกว่าครั้งไหนๆ เรียวลิ้นทั้งสองรังแกหยอกล้อกันไปมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 



ภายในห้องใต้หลังคาไม้แคบๆที่มีมนุษย์สองคนพักอาศัยอยู่ชั่วคราว สงครามลิ้นขนาดย่อมเกิดขึ้นโดยพวกเขาอย่างไม่จบไม่สิ้น คงเพราะนี่เป็นสงครามที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่อยากให้มันสิ้นสุดลง ริมฝีปากถึงได้สัมผัสกันอีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่อายฟ้าอายจันทร์ นี่คงเป็นสงครามเดียวบนโลกที่ข้าศึกต่างมีความสุขและรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ปะทะกัน



เราต่างไม่สนว่าจะหมดอากาศหายใจเมื่อไหร่ เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นในลำคออย่างพึงพอใจ เสียงเฉอะแฉะของนํ้าลายบ่งบอกถึงอรรถรสของจูบที่เร่าร้อน ต่างฝ่ายต่างจูบกันโดยไร้การหยุดพักราวกับเสพติด ริมฝีปากบดเบียดหากันราวกับนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้จูบกันแล้ว เวลาผ่านไปเนิ่นนานทว่าสงครามนี่กลับไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดลง



นี่เป็นสงครามที่ข้าศึกแข่งกันบดเบียดริมฝีปาก...รวมไปถึงแข่งกันใจเต้นแรง



“บ้าจริง คนอะไรน่าจูบชะมัด.. ทราวิสบ่นโดยที่ริมฝีปากยังคงสัมผัสกันอยู่อย่างนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะพลิกข้าให้นอนลงไปกับเตียงแล้วเป็นฝ่ายคร่อมเสียเอง มุมนี้ทำให้ข้าได้เห็นอะไรๆได้ชัดขึ้น ชุดคลุมสีฟ้าที่ถูกฉีกออกร่นไปกองอยู่ที่ข้อศอกทั้งสองข้าง เผยให้เห็นแผ่นอกบางอันเต็มไปด้วยรอยชํ้าที่กระเพื่อมขึ้นลง แต่ก่อนที่ข้าจะมีโอกาสได้สำรวจอะไรไปมากกว่านี้ ริมฝีปากบวมชํ้าของคนด้านบนก็โฉบลงมาอีกรอบอย่างไม่รู้เบื่อ



'เพี๊ยะ!'



“อ๊าาส์! อื้ออ..” มือหนาผาดลงบนก้นเด้งๆอย่างแรงตามสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องตกใจในภายหลังเพราะไม่คิดว่ามันจะทำให้ทราวิสครางออกมาได้ขนาดนี้ ร่างโปร่งบิดเร่าไปมาเหมือนรู้สึกดีจนแทบขาดใจ อีกทั้งยังบดเบียดสะโพกเข้าหามือหนาเหมือนอยากให้ตีอีก ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะชอบให้ข้าใช้ความรุนแรงมากๆ มันยิ่งทำให้เขาดูลามกและโรคจิต



แต่บางทีข้าก็ลืมไป...ว่าตัวเองก็โรคจิตพอกัน



ทราวิสยังไม่ได้ผละริมฝีปากออกไป แต่ข้าสังเกตเห็นได้ว่าเป้ากางเกงของเขาเปียกชุ่มจากอารมณ์ราคะ จึงแกล้งใช้ส่วนกลางลำตัวของตัวเองเสียดสีเบาๆกับอีกฝ่าย และคราวนี้ทราวิสถึงกับสะดุ้งจนทรงตัวไม่อยู่ เจ้าตัวล้มทับลงมาบนร่างของข้าแทบจะในทันที คนใต้ร่างจึงยิ้มมุมปากแล้วเอื้อมไปบีบสะโพกนุ่มนิ่มให้อีกฝ่ายครางเสียงหวานออกมาอีกรอบ



“อ๊า อื้อออ..



“รู้ใช่ไหมว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่” ข้าเอ่ยถามพร้อมสบตากับอีกฝ่ายนิ่ง ทราวิสแนบแก้มลงไปบนแผ่นอกเปลือยเปล่า ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ใสแป๋วช้อนขึ้นมามองอย่างน่าเอ็นดู เมื่อโดนแถมแบบนั้นเจ้าตัวก็ก้มหน้างุดเพื่อซ่อนใบหน้าแดงๆของตัวเองไว้ ก่อนจะใช้นิ้วชี้ลูบวนบริเวณเป้ากางเกงข้าไปมาอย่างหยอกล้อ



องค์ชายเนวิลล์จะรู้บ้างไหม...ว่าน้องตัวเองขี้ยั่วขนาดไหน



“...รู้



“รู้แล้วทำไมถึงไม่หยุด..” ข้าเอ่ยเสียงตํ่าเพื่อเป็นการดุ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาออดอ้อน มือเรียวดึงมือข้าไปจูบเบาๆ ก่อนจะนำไปแนบกับอกซ้ายของเจ้าตัวที่เต็มไปด้วยรอยดูด



หัวใจของทราวิส...เต้นแรงไม่ต่างจากข้าเลย



อีกฝ่ายเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะขยับริมฝีปากเพื่อเอื้อนเอ่ยออกมาในที่สุด “ถ้าข้าบอกว่าข้ารอเวลาที่จะเป็นของเจ้ามานานแล้ว...เจ้าจะเชื่อไหม



......



บางทีทราวิสก็พูดตรงเกินไป...พูดตรงจนข้าพูดไม่ออกเลย



ข้ารู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้อง อีกทั้งยังปวดหน่วงบริเวณส่วนล่างเพราะเจเดนน้อยขยายใหญ่ขึ้นเหมือนอยากปลดปล่อยออกมาเต็มทน เส้นเลือดนูนๆปูดขึ้นที่บริเวณขมับเมื่อทราวิสใช้มือลูบคลำส่วนนั้นของข้าไปมาอย่างมันส์มือ ยิ่งได้เห็นริมฝีปากแดงๆ ยอดอกน่ากิน กับก้นเด้งน่าตีๆนั่นแล้วก็ทำให้ข้านึกจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน..



พอ! หยุดคิดเรื่องลามกเดี๋ยวนี้!!



ยาที่ดื่มไปนั้นเป็นเชื้อเพลิงกระตุ้นอารมณ์ราคะของข้าได้เป็นอย่างดี พอมาทำอะไรแบบนี้ด้วยกันกับทราวิสก็ยิ่งกระตุ้นเข้าไปใหญ่



และข้าเกรงว่า...ทุกอย่างมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้



ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ...แต่มันยังเร็วเกินไปสำหรับเรา มันเร็วเกินไปสำหรับข้าที่ยังสับสนหัวใจตัวเอง ข้าไม่ชอบที่ตัวเองยังไม่แน่นอน อยากให้ความรู้สึกตัวเองมันชัดเจนมากกว่านี้ อยากแน่ใจว่าตัวเองได้ตกหลุมรักไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่หวั่นไหวไปชั่วขณะ



และเมื่อเวลานั้นมาถึง...ข้าก็จะไม่ผลักไสทราวิสเด็ดขาด



แต่สำหรับตอนนี้ ดูเหมือนว่าการผลักไสทราวิสจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย..



จ้าตัวใช้ลิ้นเลียแผ่นอกแกร่งสีนํ้านม ในขณะที่ยังคงใช้มือปัดป่ายลูบคลำเป้ากางเกงข้าไปมาพร้อมกับช้อนตาขึ้นมามอง



ทราวิสรู้ดีว่าข้าไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องอย่างว่า ฉะนั้นเขาก็คงยังไม่รู้...ว่าตอนนี้เจเดนน้อยไม่ต้องการปล่อยปล่อยใส่มือนุ่มๆนั่นอย่างเดียว มันคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนจนข้าแทบฉุดไม่อยู่



ตั้งสติสิเจเดน! อย่าไปคิดเรื่องลามกแบบนั้น สติต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น ลองนึกถึงเสียงแร้งเสียงกา เสียงนกเสียงไม้ เสียงควายคลอดลูก อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ทราวิส!!



“เจเดนจ๋า..



โอ้ไม่นะ อย่าใช้เสียงกระเส่าแบบนั้นนะ..



“ข้ารักเจ้านะ



และความอดทนของข้าก็สิ้นสุดลงตรงนี้...



'ผัวะ!'



“เจเดน!!!!



เสียงร้องตกใจของทราวิสคือสิ่งสุดท้ายที่ข้าได้ยินก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะพร่าเลือน แล้วข้าก็หมดสติไปหลังจากที่ง้างหมัดขึ้นมาต่อยหน้าตัวเองจนสลบคาเตียง



เพราะรู้ตัวดีว่าหากยังมีสติต่อ...เราคงได้ขี่กันแบบที่หมาผสมพันธุ์กันเป็นแน่ ข้าจึงเลือกที่จะดับสติตัวเองแบบนี้ แต่ก่อนจะหมดสติไป...ข้าก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง



ดูเหมือนว่าข้า...จะไม่ได้ตายด้านอย่างที่คิด





Loading...40%





เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อคืนทำให้ข้าอยากเอาศีรษะโขกกับกำแพงซํ้าๆให้สมองแตก หากเป็นไปได้ข้าก็อยากจะสลบแบบนี้ไปนานๆแล้วไม่ต้องตื่นมาอีกเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่ดูหื่นกามเมื่อคืนนั่นคือตัวข้าเอง พวกท่านลองนึกภาพดูสิ จากบุรุษตายด้านผู้เมินเฉยทุกครั้งที่เห็นสตรีเปลื้องผ้าต่อหน้าต่อตา ดันมามีอารมณ์กับผู้ชายด้วยกันจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ราวกับว่าทราวิสได้ร่ายมนตร์ใส่ข้าให้ลุ่มหลงเรือนร่างของเขาอย่างไรอย่างนั้น ไหนจะความจริงที่ว่าข้ากับทราวิสเกือบจะได้ขี่กันแล้วอีก



บอกทีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง..



นี่หากข้าไม่ต่อยตัวเองจนสลบ คงมีหวังได้สูญเสียความบริสุทธิ์ที่รักษามาเกือบยี่สิบปีให้กับหมอนั่นเป็นแน่แท้ คิดแล้วก็น่าสลดใจ ใครจะไปคิดว่าชีวิตนี้จะมามีอารมณ์ทางเพศกับผู้ชายด้วยกัน มิหนำซํ้ายังเป็นองค์ชายที่คอยสร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิตข้าอีกต่างหาก...แต่กระนั้นก็มิอาจปฎิเสธได้ว่าทราวิสดูเย้ายวนเกินกว่าจะผลักไสได้จริงๆ



สงสัยเหมือนกันว่าทั้งๆที่ทราวิสก็มีหน้าตาและเรือนร่างแบบนี้มาโดยตลอด ร่างกายของเขาเมื่อสามปีก่อนกับปัจจุบันแทบจะไม่ต่างกันสักนิด แล้วเหตุใดข้าถึงเพิ่งจะมารู้สึกหลงเสน่ห์เขาเอาป่านนี้กันนะ



หรือจะเป็นเพราะ...ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเขามันเปลี่ยนไป



“อื้มม..



ข้ารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแสบบริเวณซอกคอเหมือนโดนมดกัด และดูเหมือนว่ามดตัวนี้จะเพลิดเพลินกับการกัดคอข้าเสียเหลือเกิน ถึงได้กัดๆดูดๆไม่หยุดอย่างสนุกปาก



..ไม่รู้หรอว่าการลักหลับคนอื่นเป็นสิ่งไม่ควรกระทำ” เสียงแหบแห้งตามประสาคนเพิ่งตื่นนอนที่ดังขึ้นทำเอาทราวิสสะดุ้ง ข้าเปิดเปลือกตาขึ้นเป็นครั้งแรกของวัน พบว่าอีกฝ่ายได้รีบผละออกไปนั่งทับส้นเท้าก้มหน้าอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวทันที ใบหน้าที่แสนจะน่ารังแกขึ้นสีระเรื่อ แสงอ่อนๆยามเช้าจากนอกหน้าต่างโลมเลียผิวแก้มย้วยๆจนดูน่าหยิกกว่าเดิม ตอนนี้ทราวิสอยู่ในชุดคลุมสีฟ้าอ่อนตัวใหม่ซึ่งน่าจะมาจากเอเวอร์ลีน เพราะชุดเก่าที่เจ้าตัวใส่ประจำนั้นขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดีไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว



..นั่นยิ่งตอกยํ้าถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเข้าไปใหญ่



ข้าหลุบสายตาลงมามองร่างกายตัวเองแล้วเบิกตาค้าง ร่องรอยสีชํ้าที่มาจากไหนไม่รู้ประดับอยู่ทั่วแผ่นอกและหน้าท้อง บางรอยเริ่มมีสีจางลงเล็กน้อยเหมือนถูกจารึกไว้ตั้งแต่เมื่อคืน บางรอยยังมีสีเข้มเหมือนเพิ่งปรากฎขึ้นหมาดๆ และรอยล่าสุดที่คอก็เพิ่งจะถูกตีตราไปเมื่อสองวินาทีที่แล้ว



นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าโดนลวนลามยามหลับ ครั้งหนึ่งเคยโดนสตรีลูบไล้กล้ามแขน สัญชาตญาณป้องกันตัวทำให้ข้าเผลอเตะก้านคอนางจนสลบ ใจหนึ่งก็แอบสงสารแต่ความรู้สึกหลักล้วนเป็นความหงุดหงิดทั้งสิ้นเพราะไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว แต่แปลกแฮะ...ครั้งนี้ข้าไม่เห็นจะรู้สึกโกรธทราวิสเลยแม้สักนิด



คงเพราะลึกๆแล้วข้าเองก็ชอบที่เขาทำเช่นนี้กระมัง



“ข้า...! ขะ ข้าขอโทษ ก็ใครให้เจ้าเกิดมามีเรือนร่างน่ากินแบบนั้นกันเล่า” ทราวิสยู่ปากเหมือนเด็กโดนขัดใจ ทำให้ปากจิ้มลิ้มนั่นดูน่ากัดให้ขาดเสียเหลือเกิน “มันเกินกว่าที่ข้าจะทนไหวแล้วนะรู้ไหม



ใครกันแน่ที่จะทนไม่ไหว..



'จุ๊บ!'



“ทำโทษ...ข้อหาน่ารักเกินไป” ข้าพูดหน้าตายหลังจากเพิ่งจุมพิตริมฝีปากอีกฝ่ายไปหมาดๆ ในขณะที่ทราวิสอ้าปากค้างจนคางแทบจะหล่นลงมา เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนมันแดงแปร๊ดไปถึงใบหู ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบลุกจากเตียงไปยืนอยู่ตรงมุมห้องพร้อมทำหน้าเหมือนจะระเบิดตัวตาย



“ท..ทำแบบนี้ทำไม ข้าเขินนะ!!



ข้ากลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก หมอนี่น่าเอ็นดูจริงๆนั่นแหละ



ข้าลุกออกจากเตียงพร้อมคว้าเสื้อมาใส่ตามเดิม เห็นทราวิสแอบมองเรือนร่างข้าตาละห้อยราวกับนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นมันแล้ว แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้พุ่งเข้ามาลวนลามอีกแต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เพราะยิ่งเขาเข้าใกล้...ข้าก็ยิ่งรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง



อาการแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ...เขิน?



สองขาแข็งแรงก้าวไปยังประตูไม้บานเก่าๆหมายจะลงไปข้างล่างเพื่อหาอะไรกิน แต่เสียงทุ้มติดหวานที่ดังขึ้นจากด้านหลังก็ทำให้หยุดชะงักไป



“ข้าใช้เวลาตั้งนานเพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหาใช่ความฝัน..” ทราวิสเงียบไปสักพัก ให้เดาคือเขากำลังเม้มปากแน่นอย่างที่ชอบทำเวลาประหม่า และใบหน้าของเจ้าตัวคงจะแดงเป็นมะเขือเทศสุกอยู่เป็นแน่ “แม้ว่าข้าจะชอบมัน แต่รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน ทั้งๆที่เจ้าไม่ได้รักข้า แต่กลับมาให้ความหวังกันแบบนี้...ไม่สิ เจ้าก็ให้ความหวังข้ามานานหลายปีแล้ว โดยที่เจ้าไม่ได้รู้ตัวเลย



ข้าหรี่ตาลง หันใบหน้าไปมองอีกฝ่ายผ่านไหล่กว้าง “ให้ความหวัง?



“แม้ข้าจะรู้ว่าเจ้าคงจะไม่เข้าใจแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะโง่ขนาดนี้ ทราวิสหัวเราะเบาๆจนข้าขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม นี่เขากำลังหัวเราะเยาะข้าหรือยังไง “เจ้าน่ะฉลาดได้ทุกเรื่อง...ยกเว้นความรัก



ทราวิสไม่ได้เอ่ยอะไรต่อจากนั้น ข้าเองก็ไม่ได้พูดหรือเถียงอะไรกลับไปเช่นกัน ทำเพียงเงียบไปสักพักก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินลงไปด้านล่าง พบว่าเอเวอร์ลีนที่อยู่ในชุดคลุมสีแดงเลือดกำลังหยิบใบมีดขึ้นมาพลิกไปมาอย่างพิจารณา



นั่นเป็นมีดที่ข้ามอบให้นางเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเรา เมื่อคืนเราได้ตกลงกันไว้ว่านางจะช่วยรักษาให้ทราวิส แล้วข้าก็จะมอบมีดของพ่อมดขาวให้เป็นการตอบแทน ซึ่งมีดชนิดนี้จะมีอิทธิฤทธิ์มากขึ้นเมื่ออยู่กับพ่อมดแม่มดดำ ข้าเคยไปขโมยมันมาจากในปราสาทวอลธีเรียเมื่อหกปีก่อน ไม่คิดว่ามันจะมามีประโยชน์ในวันนี้



แต่ถามว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วข้าจะไว้ใจเอเวอร์ลีนกว่าเดิมไหม...ก็มากกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ก็ไม่เสียทีเดียว แม้ว่านางจะไม่ได้ปองร้ายข้า ไม่ได้ใช้โอกาสนั้นวางยาข้าและไม่ได้ทำร้ายพวกเราทั้งสองคน แต่ข้าก็ยังไม่คิดจะเชื่อใจผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่มดดำหรอก



ฮิวโก้ยํ้านักยํ้าหนาว่าอย่าได้เอาตัวไปข้องเกี่ยวกับแม่มดดำและห้ามไว้ใจพวกนางเป็นอันขาด ข้าฝ่าฝืนคำสั่งนั้นไปหนึ่งข้อแล้ว แต่จะลองเชื่อข้อหลังดูสักครั้งก็แล้วกัน



“เป็นไง เมื่อคืนได้นอนกันไหม” แม่มดเอ่ยทักขึ้นด้วยสายตาล้อเลียน ดูเหมือนนางจะถูกใจเสียเหลือเกินที่ได้แกล้งวางยาปลุกอารมณ์กามให้กับข้า และคำถามนั้นก็ทำให้ข้าไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ความรู้สึกชาเพราะต่อยหน้าตัวเองยังไม่หายไปเลย



“ไม่อยากพูดถึง” ข้ากลอกตาไปมาพร้อมถอนหายใจอย่างปลงตก “เมื่อคืนเจ้าแกล้งข้าทำไมกัน



“ใครว่าข้าแกล้ง” นางเอียงคอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามาขอให้ข้าช่วยถอนอักขระสาปให้องค์ชาย ข้าก็ช่วยใบ้วิธีไปแล้วไง



“การขี่กันเนี่ยนะวิธีถอนคำสาป บ้าที่สุด” สีหน้าของข้ามีแต่คำว่าใครเชื่อก็บ้าแล้วจนอีกฝ่ายถึงกับหลุดขำออกมา ที่จริงถ้าไม่ติดว่าเอเวอร์ลีนเป็นแม่มด นางก็ดูเป็นคนดีที่ไม่มีพิษภัยอะไร



“ข้าทำทุกอย่างเท่าที่ช่วยได้แล้วพ่อคนงาม ที่เหลือเจ้าต้องเป็นคนจัดการเอง” นางเอ่ยทิ้งทายพร้อมขยิบตาให้ข้างหนึ่ง ก่อนจะเสียบมีดคมๆในมือกลับไว้ในแขนเสื้อ “อาหารเช้าวางอยู่บนโต๊ะนะ เจ้าทานได้เลย ข้าจะออกไปทำธุระข้างนอกสักหน่อย



“เดี๋ยวสิ” ข้าเอ่ยทักเสียงนิ่ง ก่อนจะเม้มปากเป็นเส้นตรง “หากไม่เป็นการรบกวน...ข้าอยากจะขออะไรอีกสักอย่าง



เอเวอร์ลีนหรี่ตา “อะไรอีกล่ะ



“สุรา” ข้าตอบด้วยรอยยิ้มบาง “จำไม่ได้แล้วว่าครั้งล่าสุดที่ดื่มไปนั้นผ่านมากี่ปีแล้ว อีกอย่าง...ข้าก็อยากจะลิ้มลองเหล้าในแดนปีศาจดูบ้าง



ผู้เป็นแม่มดนิ่งไปพักหนึ่ง เสี้ยววินาทีหนึ่งนางมองข้าอย่างไม่ไว้ใจ หากแต่แววตานั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วราวไม่เคยมีมาก่อน นางเผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกับชี้ไปยังตู้ไม้ “ในชั้นบนจะเป็นที่เก็บสุรา เลือกดื่มได้ตามใจชอบ...แต่มีข้อแม้ว่าห้ามแตะขวดสีแดงเป็นอันขาด



“ทำไมล่ะ



แทนที่นางจะอธิบายหรือห้ามอะไรต่อ แม่มดสาวกลับแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “อยากรู้ก็ลองเปิดดูเองสิ



ข้าสบตากับคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน อันที่จริงนางสามารถใช้เวทมนตร์เสกเหล้าขึ้นมาก็ได้ แต่นางกลับให้ข้าเป็นคนไปหยิบมันด้วยตัวเอง เหมือนเป็นการแสดงออกว่าไว้ใจข้า เชื่อว่าข้าจะไม่ทำในสิ่งที่นางสั่งห้าม นางปล่อยให้คนแปลกหน้าสองคนเฝ้าบ้านโดยไม่ได้กลัวเลยว่าจะโดนขโมยของหรือทำอะไรไม่ดี



อ่า...แค่นี้ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่านางประสงค์ดีหรือร้าย



แม่มดสาวเท้าไปเปิดประตูบ้านจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด ลมเย็นๆจากด้านนอกที่พัดเข้ามาทำให้ขนตามร่างกายลุกชันโดยอัตโนมัติ เอเวอร์ลีนชะงักไปเหมือนนึกอะไรได้บางอย่าง จึงหันมาสบตากับข้าด้วยสายตาเรียบนิ่งจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “..คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง มนุษย์หมาป่าจะออกล่า ทางที่ดีเจ้ากับองค์ชายควรจะอยู่แต่ในนี้ อย่าเพิ่งออกไปไหนจนกว่าจะถึงวันพรุ่ง



ข้ากอดอกพร้อมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “แล้วหากข้าจะออกไปล่ะ



แม่มดเอียงคอแสร้งทำหน้าตาใสซื่อ “เจ้าอยากออกไปขี่กับองค์ชายทราวิสข้างนอกหรือ คงไม่ดีกระมัง



ข้านิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น มองหน้าหญิงสาวที่ยิ้มอย่างผู้เหนือกว่าด้วยสายตาเรียบนิ่ง หากทราวิสมาได้ยินประโยคนี้เข้าก็คงเขินจนตัวบิด แต่ข้ากลับส่งยิ้มสดใสกลับไปให้อย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร



เอาสิ ข้าก็กวนประสาทเก่งไม่แพ้ใครเหมือนกัน



“มาแนะนำกันเช่นนี้...แสดงว่าเจ้าเคยลองทำแล้วอย่างนั้นสินะ” ข้าแสร้งฉีกยิ้มกว้างอย่างใสซื่อ มันคงจะดูน่ารักมากถ้าไม่มีความเจ้าเล่ห์อยู่ในนั้น “ไว้ถ้ามีโอกาส ข้าจะลองทำดูบ้างก็ได้



“ปากเก่งเสียจริง แต่นั่นก็แล้วแต่เจ้า...ข้าหาได้มีเจตนาบังคับเสียหน่อย” นางหัวเราะเสียงแหลมอย่างชอบใจ ดวงตาสีเทาพายุเป็นกฃประกายวาววับ “พวกเจ้าสองคนจะทำกันในบ้านตอนข้าไม่อยู่ก็ได้นะ แต่เบาๆหน่อยล่ะ ประเดี๋ยวเตียงจะหักเอา



'ปัง!'



“เฮ้อ” ข้าถอนหายใจออกมาอย่างระอา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้แล้วเสยผมสีแดงขึ้นอย่างลวกๆ เปลือกตาสีอ่อนปิดลงราวกับหมดแรง ความเงียบภายในกระท่อมเป็นเชื้อเพลิงให้ข้านึกทบทวนเรื่องราวต่างๆระหว่างข้ากับทราวิส นับวันเขายิ่งทำให้หัวใจข้าว้าวุ่น เหตุใดข้าถึงต้องใจเต้นแรงกับเขา เหตุใดรอยยิ้มของหมอนั่นถึงได้มีอิทธิพลต่อข้าถึงเพียงนี้ เหตุใดเขา...ถึงได้กลายเป็นคนสำคัญของข้า



คำถามเหล่านี้ควรจะมีคำตอบเดียว และคำตอบนั้นมันไม่น่าจะยากและก็คงจะอยู่ตรงหน้าข้ามานานแล้ว...แต่ข้ากลับรู้สึกเหมือนมีม่านหมอกมาบดบังมันไว้จนไม่สามารถมองเห็นได้ทั้งที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก



แผ่นไม้เก่าๆส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อทราวิสเดินลงบันไดมาจากห้องใต้หลังคา เหมือนว่าเขาจะรอให้เอเวอร์ลีนออกไปก่อนแล้วค่อยลงมาทีหลัง ตัวปัญหาผู้สร้างความสับสนให้กับข้าเดินมานั่งบนเกาอี้ฝั่งตรงข้ามกันอย่างสงบเสงี่ยม เจ้าตัวก้มหน้าจนคางชิดคอราวกับไม่กล้าสู่หน้ากัน ก่อนจะหยิบก้อนขนมปังแข็งๆบนโต๊ะเข้าปากแก้เก้อเพื่อไม่ให้บรรยากาศน่าอึดอัดจนเกินไป



“..เจ้าเคยบอกว่ามีความรู้เรื่องศาสตร์มืดใช่ไหม” ข้าเอ่ยถามขณะหยิบมัฟฟินขึ้นมาดู มองมันอย่างพิจารณาครู่หนึ่งก่อนหลุดยิ้มออกมา มันทำให้ข้าหวนคิดถึงจิน คาร์เธเรียน



ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างนะ..



“อ่า ก็พอจะรู้เบื้องต้นอยู่บ้าง..” ทราวิสตอบเสียงแผ่วโดยไม่ได้สบตากัน เจ้าตัวก้มหน้าก้มตาเคี้ยวขนมปังไปมาจนแก้มตุ่ย “แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเหมือนเทียร่าหรอก เรียกได้ว่าความรู้ของข้าไม่ได้เศษเสี้ยวของนางเลย



“แล้วเจ้ารู้หรือเปล่า...ว่าแม่มดดำสามารถอ่านใจคนได้หรือไม่



ริมฝีปากสีพีชเม้มแน่นเป็นเส้นตรงอย่างครุ่นคิด “การอ่านความคิดไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ใช่แม่มดที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจจริงๆก็ไม่สามารถทำได้หรอก



ข้าพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้พร้อมบันทึกข้อมูลลงในสมอง ดวงตาสีมรกตมองถ้วยชาร้อนๆตรงหน้าอย่างครุ่นคิดพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ สมองพยายามประมวลผลข้อสงสัยต่างๆอย่างรอบคอบ ก่อนจะเม้มปากแน่นแล้วถามต่อ “ถ้าเช่นนั้น...เจ้ารู้จักคาถาเปลี่ยนของเหลวหรือไม่



ข้าเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายเพื่อรอคำตอบแต่ก็ต้องชะงักไป ทราวิสกำลังกะพริบตาปริบๆ แก้มกลมๆทั้งสองข้างพองออกเนื่องจากมีขนมปังอยู่ข้างใน กลุ่มผมสีบลอนด์ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เศษขนมปังเกาะอยู่บนพวงแก้ม แล้วยิ่งทราวิสทำหน้างงงวยจนดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ส่อประกายส่งสัยนั่นมัน..



โอ๊ยย! มองกี่ครั้งก็มีแต่คำว่าน่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารักอยู่เต็มไปหมด!!



“ทำได้นะ เป็นคาถาที่ไม่ได้ยากนัก....ว่าแต่เจ้าถามทำไม



“ถ้าจำไม่ผิด มันต้องใช้สุรามาปลุกเสกใช่หรือไม่” ข้าเลือกที่จะเมินคำถามของอีกฝ่ายไปก่อนแล้วถามต่อ ซึ่งทราวิสก็พยักหน้ารับให้



“ถูกต้อง แต่ต้องเป็นเหล้าที่แรงระดับล้มม้าได้เลยนะ ไม่งั้นจะไม่ได้ผล



“แล้วทำไมต้องใช้สุราเป็นเครื่องมือด้วย ใช้นํ้าธรรมดาแทนไม่ได้หรอ



“คงเพราะเหล้าเป็นของเหลวที่เป็นเชื้อเพลิงให้มนุษย์ทำบาปได้มากที่สุดกระมัง...วิชาศาสตร์มืดก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ค่อยจะมีอะไรที่ขาวสะอาดนัก” คนตรงหน้าหัวเราะแห้งๆก่อนกัดขนมปังไปอีกคำ “ไม่รู้เทียร์ชอบไปได้ไง



ข้ายกแขนขึ้นมาเท้าคางพลางหรี่ตาลง “เหมือนว่าเจ้าจะสนิทกับองค์หญิงนะ



ทราวิสชะงักไปที่ได้ยินเช่นนั้น มันทำให้เขาเงียบไปครู่ใหญ่ แวบหนึ่งข้าเห็นความเศร้าหมองในดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ที่สั่นไหวไปมา แต่มันก็หายไปในเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น



เจ้าตัวจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่านะ...ว่าไม่เคยเก็บความรู้สึกเก่งเลย



สาเหตุที่ข้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากรู้เรื่องของเทียร่าด้วย ความฝันในคืนนั้นยังคงลอยวนอยู่ในหัวข้าซํ้าๆทุกคืนว่านางเป็นคนพรากแม่ไปจากข้า แม้จะไม่รู้ความจริงที่แน่ชัด แต่ข้าก็อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับนางสักหน่อย และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับอดีตของทราวิสด้วย ตัวข้านั้นไม่เคยรับรู้เรื่องราวของเขาเลยเพียงสักนิดเพราะที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะไปใส่ใจ ฉะนั้นนี่เป็นโอกาสดีที่จะได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาบ้าง



ไม่รู้สิ...อยู่ดีๆก็รู้สึกอยากใส่ใจทราวิสขึ้นมายังไงไม่รู้



“ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับพี่สาว...ไม่เคยใกล้เคียงคำว่าดีเลย ทราวิสเอ่ยเสียงแผ่ว เหมือนว่ามันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากพูดถึง แต่ขณะเดียวกันก็ยังอยากเล่าให้ข้าฟัง “ตัวนางเอง...ก็มักจะทำตัวเหมือนไม่ใช่คนดีด้วย



“..ครั้งหนึ่งข้าก็เคยได้ยินข่าวลือว่านางจับเจ้ากดนํ้าในบ่อปลาตอนอายุแค่เจ็ดพรรษา ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง” ข้าเอ่ยพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบไปด้วย “นางเหมือนเสด็จพ่อของเจ้าในร่างผู้หญิง นิสัยเลวพอกันเลย



“จะว่างั้นก็ได้ พวกเขาค่อนข้าง...เลือดเย็นเหมือนกันทั้งคู่” ทราวิสพรูลมหายใจออกมาแผ่วเบา เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาสบตาข้าด้วยรอยยิ้มเจือจาง “ตั้งแต่จำความได้ เทียร่าก็ไม่เคยเป็นพี่สาวที่ดี นางทำร้ายและกลั่นแกล้งข้ามาโดยตลอด ตอนเด็กข้าจึงมักสงสัยว่าทำไมนางถึงได้เกลียดชังข้านัก เป็นเพราะข้าเป็นเด็กไม่ดีหรือ? ข้าน่ารำคาญหรือ? ข้าน่าเกลียดหรือ? ข้า...ไม่น่าคบหรือ?



ข้าพยายามจะทำตัวเป็นน้องชายที่ดี มีนํ้าใจและพร้อมจะแบ่งปันทุกอย่างให้นาง...แต่กลับไม่เคยมีวันไหนที่ข้าจะไม่เสียนํ้าตาเพราะถูกพี่สาวรังแกทั้งร่างกายและจิตใจ แรงสุดก็คงจะเป็นครั้งที่นางจับข้ากดนํ้านั่นแหละ” เขาเว้นช่วงไปพักหนึ่งเพื่อกัดขนมปังคำต่อไป ก่อนจะเล่าต่อ “วันนั้นข้าถักตุ๊กตาไหมพรมให้นางเองกับมือ โดยมีเจตนาหวังว่าอย่างน้อยนางจะยอมมาเล่นกับข้าบ้าง แต่สิ่งที่ข้าได้รับคือตุ๊กตาตัวนั้นถูกเทียร่าโยนลงไปในบ่อ ก่อนที่จะศีรษะข้าจะถูกกดลงไปในนํ้าจนเกือบขาดใจตาย



“เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานสะใจของเทียร่าในวันนั้น...ยังคงหลอกหลอนข้ามาจนถึงทุกวันนี้



ข้านึกภาพเด็กผู้ชายหัวทองวัยเจ็ดขวบตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ถูกพี่สาวรังแก ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจทั้งที่ไม่รู้ว่าทำอะไรผิด ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจว่าเหตุใดตนถึงไม่เคยได้รับความรักจากพี่สาวเลย แต่ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ของเด็กทำให้เขาอยากจะทำอะไรเพื่อนางบ้าง จึงตัดสินใจไปหัดถักตุ๊กตาไหมพรมด้วยความตั้งอกตั้งใจ หากแต่ด้วยความที่ยังเป็นเด็ก มือเล็กๆคู่นั้นก็คงจะโดนเข็มทิ่มแทงจนได้บาดแผลเต็มมือ สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ แม้ว่าเขาจะเจ็บจนเลือดออกสักเพียงใด จะต้องเหนื่อยสักแค่ไหน แต่ก็ไม่ย่อท้อเพราะความหวังอันแรงกล้าที่อยากให้พี่สาวประทับใจในตัวเขาบ้าง อยากให้นางดีกับเขาบ้าง หวังว่านางจะยอมรับเขาเป็นน้อง หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะดีขึ้น หวังว่าเขากับพี่สาวจะได้รักกัน...อย่างที่พี่น้องควรจะทำ



หากแต่สิ่งที่ทราวิสได้รับคือความรู้สึกที่ถูกยํ่ายีไม่เป็นท่า...โดยหญิงแพศยาคนเดียว



ข้ามองหน้าองค์ชายคนสุดท้องแห่งวอลธีเรียที่กำลังเคี้ยวขนมปังอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่ความรู้สึกของเขาขณะเล่าเรื่องราวอันเจ็บปวดเหล่านี้ก็คงบอบชํ้าไม่น้อย



ไม่เคยคิดเลยว่าทราวิสจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย..



เห็นแล้วอยากคว้ามากอดชะมัด



“แต่กระนั้น...แม้ว่าเรื่องราวต่างๆจะทำให้ข้าเกลียดเทียร่าเข้าไส้ แต่ข้าก็ไม่เคยเคียดแค้นอะไรกับนางเลยสักครั้ง อย่างไรเสียทุกครั้งที่ข้าโดนรังแกทางร่างกาย วิลลี่ก็มักจะวางอุปกรณ์ทำแผลกับยาวางไว้หน้าห้องนอนข้าตลอด วันไหนที่ข้าโดนเทียร่าทำร้ายจิตใจ วิลลี่ก็จะวางขนมที่ข้าชอบไว้ตรงนั้นเช่นกัน มันทำให้ข้าคิดได้ว่า...ถึงแม้พี่สาวจะไม่ได้รัก แต่ข้าก็โชคดีที่ยังมีพี่ชายที่อบอุ่นอยู่เคียงข้างเสมอ” ทราวิสอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงองค์ชายเนวิลล์ นั่นทำให้ข้าใจชื้นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย



ข้าไม่ชอบใบหน้าเศร้าโศกเช่นนั้นเลย...ไม่ชอบเลยจริงๆ



“เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เทียร่าใช้ดาบแทงข้าจนบาดเจ็บสาหัส ตอนนั้นวิลลี่โมโหมาก ตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยโกรธขนาดนั้นมาก่อน เขาเคยไม่ทำอะไรเทียร่านอกจากดุด่าเลยสักครั้งเพราะไม่อยากทำร้ายน้องสาว แต่ครั้งนั้นวิลลี่โกรธจัดจนชักดาบออกมาสู้กับเทียร่า...จนพวกเขาเกือบฆ่ากันตายเลยทีเดียว



“เทียร่า...ทุกครั้งที่ข้าได้ยินชื่อนี้ก็ต้องหวาดผวาอยู่รํ่าไป นางเป็นผู้หญิงเย็นชาที่มีจิตใจอำมหิต พร้อมจะตัดหัวทุกคนที่ขวางหน้าด้วยดาบประจำกาย ไม่รักใครอื่นใดนอกจากตัวเอง ไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะยิ้มอย่างอ่อนโยน โหดเหี้ยมเลือดเย็นจนผู้คนต่างพากันหวาดกลัว หากจะพูดว่านางคือบุคคลที่ข้าชังมากที่สุด...ก็คงไม่ผิดนัก ข้าคงจะดีใจมากหากเทียร่าตายไวๆ” นํ้าเสียงของทราวิสเริ่มสั่น เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับข้าด้วยแววตาเจ็บปวด “สิ่งที่ข้ากำลังจะพูดต่อไปนี้...เป็นความลับสุดยอดของวอลธีเรีย มีเพียงข้ากับวิลลี่แล้วก็ออกัสท์เท่านั้นที่รู้ แต่ข้าก็อยากจะบอกเจ้า...ว่าเหตุใดเทียร่าถึงหายสาบสูญไป



“.............



“เพราะนางได้ตายไปแล้ว...เพื่อช่วยชีวิตข้าไว้” ทราวิสกัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อกักเก็บความเศร้าหมองไว้ในใจ “พี่สาวที่เกลียดข้า รังเกียจข้า ไม่เคยมีเยื่อใยต่อข้า คนที่จิตใจอำมหิตเช่นนั้น...สละชีวิตยอมตายแทนข้า



!!!!



“ก่อนนางจะถูกฆ่าตาย เทียร่ากอดข้าเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ตอนนั้นข้าทำอะไรไม่ถูกนอกจากยืนตัวแข็งเป็นแท่นหินอย่างตกตะลึง การได้เห็นพี่สาวตายต่อหน้าต่อตามันเจ็บปวดกว่าที่ข้าคิดไว้มากเหลือเกิน ส่วนหนึ่งคงเพราะลึกๆแล้วข้าก็รักนางมาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมนางต้องทำแบบนี้ ลองคิดดูสิ...ผู้หญิงที่เป็นตัวบ่อนทำลายความรู้สึกข้า คนที่ไม่เคยมีเยื่อใยต่อข้า คนที่เอาแต่มองข้าด้วยสายตาเหยียดหยาม คนที่อยากฆ่าข้ามาโดยตลอดคนนั้น...ยอมตายเพื่อปกป้องข้า



ข้าเริ่มเป็นกังวลเมื่อทราวิสกัดริมฝีปากล่างแน่นจนมันห้อเลือด จึงเอ่ยออกไปอย่างเป็นห่วง “หากมันทำให้เจ้าลำบากใจ...ไม่ต้องเล่าต่อก็ได้



แต่เจ้าตัวที่กลับส่ายหน้าไปมาเป็นการยืนยันว่าจะเล่าต่อ ข้าสงสัยมาตลอดว่าทำไมวันนั้นนางถึงตัดสินใจทำแบบนั้น ทำไมกัน..นางเสียสติไปแล้วหรือไง ข้าสับสนไปหมด...จนกระทั่งค้นพบความจริง



“..ความจริง?



คนที่ทำอาหารให้ข้ากินทุกวันหาใช่แม่ครัว...แต่เป็นเทียร่า คนที่คอยอารักขาข้าอย่างเงียบๆยามออกไปนอกอาณาจักรไม่ใช่องครักษ์หรืออัศวิน...แต่เป็นเทียร่า คนที่วางถุงยากับขนมไว้หน้าห้องข้าทุกวันหลังจากที่โดนเทียร่าแกล้งไม่ใช่วิลลี่...แต่เป็นเทียร่ามาโดยตลอด นางแอบปกป้องข้าอยู่ห่างๆโดยที่ข้าหาได้รู้ตัวไม่” คนตรงหน้าเอ่ยเสี่ยงเครือพร้อมกับส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยอย่างเชื่องช้า “ความจริงคือนางไม่เคยเกลียดข้าเลยเจเดน นางแค่มีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำตัวเหมือนเกลียดข้า แต่ข้ากลับเพิ่งมารู้เอาตอนที่นางตายไปแล้ว...เทียร่าตายไปแล้ว



แววตาของข้าอ่อนลงเมื่อได้เห็นว่าทราวิสกำลังพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบนิ่งที่สุด มันคงจะยากสำหรับเขาที่ต้องมาเล่าอดีตอันเลวร้ายแบบนี้...และคงยากยิ่งกว่าในตอนที่จะต้องฝ่าฟันมันมาให้ได้



ตัวแค่นี้ แต่เข้มแข็งจังเลยนะ



มนุษย์ทุกคนย่อมมีช่วงเวลาที่เจ็บปวดเป็นของตัวเอง...แต่ไม่ทุกคนที่จะสามารถแบกรับมันไหว ข้าเป็นหนึ่งในคนที่ฝ่าฟันมันมาได้อย่างยากลำบาก  โลกนี้มันโหดร้ายเกินกว่าจะปราณีใครได้ ทราวิสเองก็คงมีเรื่องราวทุกข์ยากมากมายเช่นกัน ทุกคนต่างต้องมีความเจ็บปวดเป็นของตัวเองไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม มันเป็นสัจธรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้



แต่มันจะดูโลภไปไหม...หากข้าไม่ต้องการให้ทราวิสต้องเจอเรื่องทุกข์ยากอีกแล้ว



“ถ้าเช่นนั้น...ทำไมที่ผ่านมาองค์หญิงถึงต้องแสร้งทำเป็นเกลียดเจ้าด้วย” ข้าเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยที่สุด ยังแอบประหลาดใจไม่หายเพราะไม่คิดว่าเรื่องมันจะหักมุมขนาดนี้



“ข้าไม่รู้ ไม่รู้เลย...แต่ข้ามั่นใจว่านางต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่” ทราวิสพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน แววตาสีเทอร์ควอยซ์เลื่อนลอย “แต่ตอนนี้นางก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อมาอธิบายให้ฟังแล้ว...มันก็คงจะเป็นปริศนาแบบนี้ตลอดไป



ข้าหรี่ตาลงเล็กน้อยในขณะใช้ความคิด สมองทำการวิเคราะห์ว่าหากองค์หญิงเทียร่ารักทราวิสจริง...แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้นางต้องทำตัวเหมือนเกลียดน้องชายมาตลอดด้วย เหตุผลประเภทไหนกันที่จะทำให้นางทำแบบนั้นได้ลงคอ



และยิ่งไปกว่านั้น...องค์หญิงเทียร่าสิ้นพระชนม์แล้วจริงๆหรือ?



หากนำข่าวเกี่ยวกับนางทุกอย่างมารวมกันแล้ว จะเห็นได้ว่านางมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับศาสตร์มืด องค์หญิงเทียร่าศึกษาและฝึกฝนมันอย่างจริงจังด้วยตนเอง และมนุษย์ทุกคนที่ขวนขวายมนตร์ดำก็ไม่เคยมีจุดจบที่ได้ตายแบบธรรมดาเลยสักคน เพราะเวทมนตร์ทำให้พวกเขากลายเป็นอมตะและมีอิทธิฤทธิ์เหนือมนุษย์ จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่รู้จักกันในนามพ่อมดแม่มดดำนั่นเอง



ฉะนั้น...ข้าคิดว่ามันอาจเป็นไปได้ที่นางจะยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่เลือกที่จะให้ผู้คนในโลกมนุษย์เข้าใจว่าตายไปแล้ว เพื่อที่ตนจะได้ไปอยู่ในที่ที่ควรจะอยู่มากกว่า



ป่ามรณะไงล่ะ..



เสียงลมที่จู่ๆก็พัดกระโชกแรงด้านนอกทำเอาข้ารู้สึกขนลุกขึ้นมาเสียดื้อๆ ก่อนจะกระแอมไอเบาๆแล้วเลือกที่จะเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน อีกอย่างทราวิสเองก็ไม่ได้เล่าว่าใครเป็นคนฆ่าพี่สาวเขา คงเพราะไม่อยากจะเล่าอะไรไปมากกว่านั้น ซึ่งข้าก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรอีกเพราะไม่อยากให้ลำบากใจ



ลำพังแค่ได้เห็นทราวิสทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอยก็บีบหัวใจข้าจะแย่แล้ว หากไม่รีบเปลี่ยนบทสนทนาหมอนี่ก็คงจะซึมไปอีกนานแหงๆ



“เสียใจด้วยเรื่องพี่สาวเจ้า..” ข้าเอื้อมมือขวาไปสัมผัสแก้มนิ่มของอีกฝ่ายเบาๆ ลูบมันไปมาราวกับเป็นการปลอบโยนว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง โดยหวังว่าความห่วงใยจะส่งไปถึงคนตรงหน้า “ข้าเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียดี...เข้าใจดีที่สุดเลยล่ะ



ทราวิสนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาจับมือข้าไว้ เขาจุมพิตหลังมือหนาเบาๆแล้วนำมาแนบแก้มตัวเองไว้ตามเดิม เจ้าตัวซบใบหน้าลงไปกับฝ่ามือข้าพร้อมหลับตาพริ้ม ริมฝีปากสีพีชระบายยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น “วันที่ข้าเสียพี่สาวไปนั้นเป็นวันที่มืดมนที่สุดในชีวิตข้า...แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นวันที่ดีสุดเช่นกัน เพราะมันทำให้ข้าได้พบกับคนคนนั้น



ข้าขมวดคิ้ว ไม่ชอบเอาเสียเลยที่เห็นทราวิสพูดถึงใครสักคนด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขเช่นนี้ “ใคร?



“รักแรกของข้า” ทราวิสเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาดูมีความสุขเหลือเกินที่ได้พูดถึงใครคนนั้น “เขาทำให้ข้าได้รู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรที่โหดร้ายกว่าการสูญเสียคนสำคัญอีกหลายเท่านัก และที่สำคัญ...เขาทำให้ข้ารู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีค่าเหลือเกิน มันทำให้ข้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเขา



ข้ายังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกลับรู้สึกขุ่นมัวขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าประหลาด มันคันยุบยิบที่อกซ้ายไปหมด ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าใครคนนั้นของทราวิส แต่ข้าก็พยายามเก็บอาการไว้ให้มากที่สุดแม้มันจะยากเหลือเกินก็ตาม “..เขาเป็นคนยังไงหรอ”



เป็นคนเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวที่สุดที่ข้าเคยเจอเลยล่ะ” คนตรงหน้าตอบด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างสดใส ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์เป็นประกายระยิบระยับต่างจากเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง เหมือนว่าทราวิสจะรักใครคนนั้นมากเหลือเกิน...ถึงได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขมากจนข้าต้องเบ้ปาก



เหอะ น่าหมั่นไส้ชะมัด



ยิ่งคิดก็เหมือนยิ่งสุมไฟให้ตัวเองหงุดหงิดกว่าเดิม แต่ก็ไม่อยากจะทำตัวงี่เง่าใส่ทราวิส ข้าจึงกระแอมไอเบาๆแล้วเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาแทน



“อ่า...จะว่าไป เมื่อครู่ข้าถามเจ้าเรื่องคาถาเปลี่ยนของเหลว” ก้านนิ้วยาวถูกข้ายกขึ้นมาชี้ไปยังตู้ไม้ให้อีกฝ่ายดู “สุราอยู่บนนั้น ข้าต้องการให้เจ้าใช้มันหน่อย



ทราวิสขมวดคิ้วเล็กน้อย เขากะพริบตาปริบๆโดยยังไม่ได้ผละใบหน้าออกจากฝ่ามือข้า “อยากให้ข้าเปลี่ยนจากเหล้าเป็นอะไรหรอ



มุมปากหยักเป็นกระจับยกขึ้นมาอย่างมีเลศนัย “นํ้ามัน



“เจ้าจะเอาไปทอดไก่หรอ” คิ้วเรียวขมวดเข้าไปใหญ่อย่างไม่เข้าใจจนข้าหลุดหัวเราะออกมา นับวันผู้ชายคนนี้ยิ่งทำให้ข้าหัวเราะได้มากขึ้นเรื่อยๆ



“ทำตามที่ข้าบอกเถอะ ไว้จะอธิบายทีหลัง...อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง เอเวอร์ลีนบอกไว้ว่าห้ามไปแตะขวดเหล้าสีแดงบนนั้นเด็ดขาดนะ



“นังแม่มดอีกแล้วรึ” ทราวิสทำหน้าเอือมระอา เจ้าตัวยกแขนขึ้นมากอดอกพร้อมกับพองแก้มเหมือนเด็กถูกขัดใจ “แล้วทำไมข้าต้องเชื่อฟังนางด้วย ยิ่งนางห้าม ข้าก็ยิ่งอยากทำ



“นี่แหละกับดัก” ข้าเอ่ย “เป็นเพราะเอเวอร์ลีนรู้ว่าหากนางใช้ให้เราทำสิ่งใด พวกเราก็จะไม่ทำเพราะไม่ไว้ใจนาง แต่ถ้านางห้ามอะไรเราไว้ พวกเราก็จะยิ่งฝ่าฝืน คราวนี้นางสั่งห้ามไม่ให้เราไปยุ่งกับเหล้าขวดสีแดง หมายความว่าอันที่จริงนางจงใจยุยงให้เราไปลองหยิบเหล้าขวดนั้นออกมา...ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคืออย่าไปยุ่งกับมันเลยจะดีกว่า



ทราวิสนิ่งไป ก่อนพยักหน้ารับพร้อมกับยกมือขึ้นมานวดขมับเบาๆ “เฮ้อ...ยิ่งอยู่ในป่ามรณะนานขึ้นก็ยิ่งต้องระวังตัว น่าปวดหัวชะมัด



ข้าหัวเราะในลำคอเบาๆ “เดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ คิดซะว่าเป็นการฝึกเอาตัวรอด



“จะว่าไป เจ้าไม่ค่อยกินเท่าไหร่เลยนะ” คนตรงหน้าว่าขึ้นขณะยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์กวาดมองอาหารบนโต๊ะไม้แคบๆที่ทราวิสไปคนกินเสียส่วนใหญ่ “แปลกจัง...ปกติเจ้าชอบกินครัวซองต์จะตาย เบื่อของหวานแล้วหรอ



ข้าขมวดคิ้ว —นอกจากจินก็ไม่มีใครอีกเลยที่รู้ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบกินอะไร แล้วหมอนี่รู้ได้ยังไงว่าครัวซองต์เป็นของโปรดข้า



ช่างสังเกตขนาดนั้นเลยหรือ..



ข้าตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ ยกถ้วยชาร้อนๆขึ้นมาจิบอึกสุดท้ายก่อนจะสาวเท้าไปหาอีกฝ่ายแล้วกล่าวขึ้น “แม้ข้าจะโปรดปรานของหวานยิ่งกว่าสิ่งใด...ก็ย่อมมีบ้างที่จะเบื่อมัน



'จุ๊บ!'



“!!!!!



“แต่ของหวานชิ้นนี้เป็นสิ่งพิเศษ...ไม่รู้ทำไม ยิ่งได้ลิ้มลองข้าก็ยิ่งเสพติด มีแต่จะต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ...เรื่อยๆ..” กดเสียงตํ่าลงจนมันแหบพร่า พร้อมใช้นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากนุ่มนิ่มตรงหน้าเบาๆด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าสามารถกินมันได้ตลอดโดยไม่มีหยุดพักเลยล่ะ :)



“ด..ได้โปรดพอเถอะ! ข้าจะไม่ไหวแล้ว” ทราวิสเอ่ยเสียงสั่นขณะเอนตัวหนีเมื่อข้ายื่นหน้าไปใกล้ เขาหลับตาปี๋ ใบหน้าเจ้าตัวแดงเป็นมะเขือเทศสุก มือทั้งสองข้างกุมอกซ้ายตัวเองไว้ “ฮือออ หัวใจข้าจะระเบิดแล้ว!



ข้าหลุดหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพร้อมกับเอื้อมมือไปยีกลุ่มผมสีบลอนด์แรงๆ คนอะไรจะน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้กันนะ “อย่าลืมที่ข้าสั่งไว้ล่ะ เดี๋ยวจะขึ้นไปนอนเล่นข้างบนสักหน่อย



ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์ค่อยๆช้อนมองขึ้นมาอย่างออดอ้อน ริมฝีผากจิ้มลิ้มเบะลงเล็กน้อย “..ขึ้นไปด้วยไม่ได้หรอ เผื่อเราจะได้ทำต่อจากเมื่อคืนไง



“ฝันไปเถอะพ่อคนลามก ให้ข้าได้พักผ่อนบ้าง” ข้าบีบจมูกอีกฝ่ายเป็นการบอกลา ก่อนจะพาร่างตัวเองขึ้นบันไดไปยังห้องใต้หลังคาอีกครั้ง ข้าเข้ามาในห้องเดิมที่เพิ่งจะเป็นที่หลับนอนเมื่อคืน สายตากวาดมองเตียงไม้ที่เรานอนด้วยกันด้วยความรู้สึกหลากหลาย มันซับซ้อนและยุ่งเยิ่งมากเกินไปจนสับสนไปหมด



ตัวข้าก็ไม่ได้วิเคราะห์เก่งอะไรมากมายขนาดนั้น แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อข้าอยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีใครคอยชี้นำให้คำปรึกษาว่าในสถานการณ์เช่นนี้ควรแก้แบบไหน ข้าจึงต้องพึ่งพามันสมองกับสัญชาตญาณตัวเองอยู่เสมอ และก็มีหลายครั้งที่มันทำให้ข้าตัดสินใจผิดพลาด แต่ประสบการณ์ก็ทำให้ข้าได้เรียนรู้และเข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น จนกลายมาเป็นพระเอกสุดเท่ในวันนี้



สิ่งเดียวที่ข้ายังไม่เข้าใจ...ก็คงเป็นเรื่องความรัก



และข้าคิดว่ามันได้เวลาแล้ว...ที่ปัญหาค้างคาใจนี้ควรจะหมดไปเสียที



มือหนาเอื้อมไปหยิบกระเป๋าย่ามคู่ใจที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะล้วงเข้าไปด้านในเพื่อล้วงลูกแก้วสื่อสารออกมา หากแต่สิ่งที่หยิบมากลับไม่ใช่ถุงใส่ลูกแก้วแต่อย่างใด



มันคือเปลือกลูกอมล่องหนที่ข้ากับทราวิสกินเข้าไปในวันนั้น และภายใต้เปลือกนี้ก็มีลิงตัวที่ขโมยดาบของทราวิสไป จำได้ว่าข้าเป็นคนย่อส่วนมันแล้วห่อเก็บไว้ในเปลือกลูกอมนี้ เผื่อว่าทราวิสจะคิดบัญชีกับมันทีหลัง



ดวงตาสีมรกตจ้องมันอยู่สักพักก่อนจะเก็บมันลงไปในย่ามตามเดิม ข้าหยิบถุงผ้าขนาดเล็กเท่าฝ่ามือออกจากในนั้นแล้วเทลูกแก้วสีฟ้าออกมา ตอนนี้มันเหลืออยู่เพียงสามเม็ดเท่านั้น ข้าหยิบมันออกมาหนึ่งเม็ดก่อนจะปามันใส่พื้นทันทีอย่างไม่ออมแรง



'ตู้ม!!'



เสียงระเบิดที่ดังขึ้นในห้องใต้หลังคาแคบๆนี้ในบัดดล ลูกแก้วสีฟ้าใสที่เพิ่งถูกขว้างใส่พื้นค่อยๆเปล่งแสงออกมา  ควันสีขาวจำนวนมากลอยขึ้นมาจากลูกแก้วแล้วหลอมรวมกันกลายเป็นใบหน้าของพ่อมดปัญญาอ่อนตนหนึ่ง เขากำลังนั่งไขว่ห้างจิบนํ้าชาด้วยมาดนางพญา...ซึ่งเป็นอะไรที่ทุเรศตาเหลือเกิน



“ไง” ข้าเอ่ยทักเสียงนิ่ง “ไม่ได้เจอกันนาน เจ้าหน้าเหี่ยวกว่าเดิมนะ



ฮิวโก้ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบพร้อมกลอกตามองเพดานอย่างเอือมระอา “..จะมีสักครั้งไหมที่เจ้าจะทักทายสหายแบบที่คนปกติเขาทำกัน



“เผอิญว่าสหายข้าไม่ใช่คนปกติ เลยต้องทักทายแบบพิเศษสักหน่อย” ข้ายักไหล่ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงไม้หลังเดิม ฮิวโก้เองก็เหมือนจะสังเกตได้ถึงความผิดปกติในสถานที่แห่งนี้ เขาสูดจมูกฟุดฟิดพร้อมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ



“เจ้าอยู่ในส่วนไหนของป่ามรณะเนี่ย...เหตุใดกลิ่นมนตร์ดำถึงได้รุนแรงขนาดนี้



ข้ายักไหล่ด้วยรอยยิ้มมุมปาก “แหงล่ะ ก็ข้าอยู่ในบ้านแม่มดดำนี่



'พรูดดดด!'



พ่อมดขาวที่กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ถึงกับพ่นชาในปากออกมา เจ้าตัวทั้งไอทั้งสำลักจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด ฮิวโก้หยิบผ้าผืนเล็กขึ้นมาเช็ดปากพร้อมกับจ้องข้าตาดวงสายตาแข็งกร้าว



“ไอ้หัวมะเขือเทศ!! นี่เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังทำบ้าอะไรอยู่!? กี่ครั้งแล้วที่ข้าเตือนเจ้า กี่หนแล้วที่ข้าห้ามเจ้า ทำไมไม่ฟังกันบ้าง!



“โว้ว ใจเย็นสิพวก” ข้ายกนิ้วขึ้นมาชี้ใบหน้าตัวเองด้วยรอยยิ้มขำขัน “ดูสิ ข้ายังปลอดภัยดี โอเค๊? อีกอย่าง...แม่มดตนนี้ก็น่ารักออกจะตาย เจ้าต้องชอบนางแน่



“น่ารักบ้านบิดาเจ้าสิ!!” ฮิวโก้ตวาดออกมาอย่างเหลืออด ก่อนจะชะงักเมื่อนึกได้ว่าตนเพิ่งหลุดพูดอะไรออกไป “อุ๊ย...ข้าขอโทษนะท่านเจมส์ เกรโนเวอร์ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงถึงท่าน เพียงแต่ข้าสุดจะทนกับบุตรชายหัวดื้อของท่านจริงๆ



ข้าพรูลมหายใจยาวเหยียดออกมาก่อนยกแขนมากอดอกไว้แน่น ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าฮิวโก้เป็นห่วงและหวังดีกับข้า แต่หลายครั้งสถานการณ์ก็มักบีบบังคับให้ข้าฝ่าฝืนคำสั่งเขาอยู่บ่อยๆ บางทีจะใช้คำว่าบีบบังคับก็ไม่เชิง...เพราะข้าก็จงใจไม่ฟังเขาอยู่หลายหนเหมือนกัน



ก็นะ...มันสนุกดีออกที่ได้ฝ่าฝืนคำสั่ง



“เจเดน” พ่อมดตรงหน้าเอ่ยเสียงจริงจังอย่างหาได้ยาก ดวงตาสีเปลือกไม้จ้องมาอย่างเรียบนิ่ง “ตลอดสี่ร้อยปีมานี้...ข้าอาจเตือนใครมาหลายคน แต่เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าตักเตือนในฐานะเพื่อน



ประโยคที่ไม่คาดคิดทำเอาคนฟังถึงกับชะงักไป ข้าจึงได้แต่ก้มหน้าเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิด “ข้าทราบดี..



รู้สึกเหมือนกำลังโดนผู้ใหญ่ดุยังไงไม่รู้แฮะ..



“จำได้ใช่ไหม...ว่าเหตุใดข้าจึงฝึกฝนตนให้เป็นพ่อมดขาว” ฮิวโก้ถามเสียงแข็ง ซึ่งข้าก็พยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า



“จำได้



ครอบครัวของฮิวโก้ถูกสังหารโดยแม่มดดำตนหนึ่ง นางฆ่าล้างผู้คนทั้งตระกูลของเขาจนไม่เหลือแม้แต่ซาก เหลือเพียงฮิวโก้ที่รอดชีวิตเพราะได้พี่ชายของเขาปกป้องไว้จนลมหายใจสุดท้าย



ยิ่งไปกว่านั้น...แม่มดตนนั้นคือหญิงสาวที่ฮิวโก้หลงรักหมดหัวใจ



นางทำลายและยํ่ายีความรู้สึกเขาอย่างไม่ใยดี มาหลอกให้รักแล้วทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของฮิวโก้ นางได้สร้างบาดแผลความแค้นให้กับเขาอย่างมหาศาล จึงทำให้ฮิวโก้หนีไปฝากตัวเป็นศิษย์ของพ่อมดเมอร์ลิน เขาฝึกฝนตนเองให้กลายเป็นพ่อมดขาวซึ่งเป็นศัตรูของแม่มดดำ เพื่อจะได้ไปแก้แค้นให้ครอบครัวด้วยการสังหารแม่มดตนนั้นทิ้งซะ...และเขาก็ทำสำเร็จ



นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้ากับฮิวโก้เข้ากันได้ดี เป็นเพราะครอบครัวและบรรพบุรุษของพวกเราถูกทำลายเหมือนกัน จึงเข้าใจความรู้สึกด้านนี้ของกันและกันดี



แต่เหตุการณ์นั้นมันก็ทำให้ฮิวโก้ทั้งเกลียดทั้งรังเกียจพ่อมดแม่มดดำเข้าไส้ เขาจึงพรํ่าบอกข้าว่าอย่าได้เอาตัวไปข้องเกี่ยวกับคนอันตรายเหล่านั้นเป็นอันขาด แต่การมาอยู่ในป่ามรณะซึ่งเป็นถิ่นของพวกนั้นนั้นเนี่ย...ก็เป็นไปได้ยากนักที่จะหลีกเลี่ยง เพราะอย่างน้อยการนอนอยู่ในบ้านแม่มดก็ยังดีกว่านอนอยู่กับหมาก็แล้วกัน



“ข้าสาบานว่าจะระวังตัวก็แล้วกัน โอเคไหม?



“เจ้าก็พูดเช่นนี้ทุกครั้งที่เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตราย” พ่อมดตรงหน้ากลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะชะงักเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ “ว่าแต่...องค์ชายทราวิสอยู่ไหนแล้วล่ะ สวรรคตไปแล้วรึ



“อ่า...นั่นแหละสาเหตุที่ทำให้ข้าติดต่อเจ้าในครั้งนี้” ข้าสูดหายใจเข้าเต็มปอดพลางเม้มปากแน่นอย่างประหม่า ซึ่งนี่ไม่ใช่นิสัยข้าเลยสักนิด “ช่วงนี้...ข้าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป



ฮิวโก้เลิกคิ้วหนึ่งข้างพร้อมกับยกมือขึ้นมากอดอกอย่างตั้งใจฟัง ดวงตาสีเปลือกไม้เป็นประกายพร้อมสอดรู้สอดเห็นเต็มที่ “อาการเป็นอย่างไร ไหนบอกหมอซิ



“ทุกครั้งที่ข้าอยู่ใกล้ทราวิส ข้าจะมีอาการ...เอ่อ ใจเต้นแรง” ข้ากลืนนํ้าลายเหนียวๆลงคอ ฝ่ามือหนาถูไถกันไปมาก่อนจะเอ่ยต่อ “ข้ารู้สึกว่าเขายิ้มสวยมาก...อยากจะปกป้องรอยยิ้มนั้นตลอดไป อยากแบ่งเบาความทุกข์จากเขา ต้องการให้เขามีความสุขในทุกวัน



ข้ายังคงพูดต่อโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่าย รอยยิ้มเริ่มผุดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว “มันอาจฟังดูโรคจิต...แต่ข้าชอบกลิ่นตัวทราวิสมากๆ แก้มของเขาก็นิ่มจนข้าอยากฟัดให้ขึ้นรอยชํ้า สีหน้าหมาหงอยของเขาก็ช่างน่ารังแกเสียยิ่งกว่าอะไร มันทำให้ข้าอยากมองทราวิสไปทั้งวัน..



เสียงข้าขาดหายไปเมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตากับดวงตาที่แทบจะถลนหลุดออกมา ใบหน้าของฮิวโก้ซีดเป็นหิมะอย่างผิดปกติ ริมฝีปากเขาอ้าค้างออกจนนํ้าชาในปากไหลออกมาเป็นทาง ตอนนี้เขาเหมือนคนวิญญาณหลุดจากร่างไปไกลโพ้น ทั้งยังพึมพำคำว่าเป็นไปไม่ได้ๆซํ้าไปซํ้ามาอยู่นั่น



เป็นบ้าอะไรของเขาเนี่ย..



“เฮ้ ไอ้เงิง” ข้าดีดนิ้วเรียกสติอีกฝ่ายด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น “เป็นอะไรของเจ้า



“อ่า เอ่อ...มะ ไม่มีอะไร” เจ้าตัวกลืนนํ้าลายหนืดๆลงคอพร้อมกับยกผ้าขึ้นมาซับเหงื่อเบาๆ ท่าทีของเขาดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด “เจ้า เอ่อ...เริ่มมีอาการตั้งแต่เมือไหร่



“คงจะเป็นหลังจากครั้งแรกที่เราจูบกันกระมัง มัน...รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก” ข้าเผลอเลียริมฝีปากตัวเองเมื่อนึกถึงรสชาติของมัน โดยหารู้ไม่ว่าฮิวโก้แทบจะกระอักเลือดตายทันทีที่ได้ยินแบบนั้น



“จ..จูบ!?



“ใช่



“เจเดน เกรโนเวอร์ผู้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองสตรี ดันมาเสียจูบแรกให้กับบุรุษที่เป็นอดีตศัตรู โอ๊ยย ข้าจะเป็นลม!” พ่อมดเสกพัดขึ้นมาโบกไปมาเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นลมไปจริงๆ ดวงตาของเขาเหลือกขึ้นไปด้านบนเหมือนจะขาดใจตาย “อกอีแป้นจะแตก นี่เจ้าติดเชื้อเกย์มาจากจินแล้วหรือไงกัน



ข้าพรูลมหายใจออกมา “..ข้าก็สับสนอยู่เนี่ยว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันแน่



“ยังจะมีหน้ามาสงสัยอีกหรอ ในเมื่อมันชัดเจนจนจะทิ่มตาเจ้าอยู่แล้ว!!” ฮิวโก้ตวาดใส่อย่างเหลืออดพร้อมกับเอาพัดโบกใส่หัวข้า ซึ่งมันก็เป็นแค่ควันที่ลอยผ่านหัวข้าไปจึงไม่ได้เจ็บอะไร จากนั้นพ่อมดก็ยกมือขึ้นมาตบหน้าผากอย่างจนปัญญา “เจ้าฉลาดในทุกเรื่อง...แต่กลับมาโง่เขลาเรื่องความรักที่เป็นสิ่งใกล้ตัว ทำไมกันนะ



ประโยคนี้ทำให้ข้าหวนนึกถึงคำพูดของทราวิสเมื่อตอนเช้า



'เจ้าน่ะฉลาดได้ทุกเรื่อง...ยกเว้นความรัก'



รู้สึกเหมือนโดนรุมประณามว่าโง่เลยแฮะ..



“..เป็นเพราะโลกนี้ไม่เคยมอบความรักให้ข้าไงล่ะ” ดวงตาสีมรกตส่อแววเรียบเฉยอย่างชินชาขณะตอบ “นอกจากท่านแม่ จินและเจ้า บนโลกใบนี้ก็ไม่มีใครหน้าไหนที่รักและหวังดีกับข้าอีกแล้ว



“.............



“ข้าเติบโตมาในสถานที่ที่มีแต่ความเกลียดชัง ที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรก...มันจะแปลกตรงไหนที่ข้าจะไม่รู้จักความรัก เพราะมันคือสิ่งที่ข้าไม่เคยได้รับจากใครเลย



ฮิวโก้ได้แต่ถอนหายใจออกมา แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงเหมือนคนจะเป็นลมเหมือนเดิม “จริงอยู่ที่เจ้าเป็นคนอาภัพ แต่กระนั้นเจ้าก็น่าจะรู้มิใช่หรือว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร เจ้าบอกว่ามีความสุขยามได้เห็นรอยยิ้มขององค์ชายทราวิสใช่ไหม



“..ใช่



“ไม่ชอบที่เห็นเขาทุกข์ใช่หรือไม่



“ใช่



“อยากให้เขารักแค่เจ้าคนเดียวใช่หรือไม่



คำถามนี้ทำเอาข้านิ่งไปสักพัก แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ทราวิสเล่าเรื่องรักแรกของเขาให้ฟังแล้วก็ตอบได้ทันที ข้าไม่ชอบที่ทราวิสดูมีความสุขเหลือเกินยามได้พูดถึงเขาคนนั้น “....ใช่



“เจ้ากำลังสับสนความรู้สึกตัวเอง และกำลังสงสัยว่าความรู้สึกที่กำลังเป็นอยู่นั้น...ใช่สิ่งที่เจ้าคิดหรือเปล่า” พ่อมดแก่ๆอายุสี่ศตวรรษส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้า “คำตอบมันไม่ได้ยากเลยสหาย เจ้าแค่ไม่อยากยอมรับมันเท่านั้นเอง



ข้าเม้มปากแน่นให้กับคำพูดนั้น ฮิวโก้พูดถูก...บางครั้งมันไม่ได้ยากเลยที่จะหาคำตอบ แต่กลับยากที่จะยอมรับ คำตอบมันอยู่ตรงหน้าข้าตั้งนานแล้ว เพียงแต่ปัจจัยหลายอย่างมันทำให้ไม่อยากจะยอมรับหัวใจตัวเอง



ว่าความรู้สึกที่ข้ามีต่อทราวิสน่ะ...มันกำลังก้าวข้ามความเป็นเพื่อนไปแล้ว



“เจ้าเพิ่งจะรู้สึกหวั่นไหวเป็นครั้งแรก ตอนนี้เจ้าอาจยังไม่ได้ตกหลุมรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น...แต่ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ เจ้าคงได้หลงองค์ชายทราวิสหัวปักหัวปำแน่นอน” พ่อมดย่นจมูกพร้อมเบ้หน้าอย่างผะอืดผะอม เขายกมือขึ้นมาลูบแขนตัวเองไปมา “นึกภาพคนตายด้านอย่างเจ้าทำตัวโรแมนติกแล้วขนลุกยังไงไม่รู้



“สารภาพตามตรง ข้ากลัวว่าทราวิสจะกลับมาเป็นทราวิสเวอร์ชั่นเดิม” ข้าเลือกที่จะเมินฮิวโก้แล้วเปลี่ยนบทสนทนาก่อนที่อีกฝ่ายจะเพ้อเจ้อไปมากกว่านี้ ก่อนจะหันไปมองเตียงไม้ที่เรานอนด้วยกันเมื่อคืนอย่างสื่อความหมาย ดวงตาสีมรกตสั่นไหวไปมาแวบหนึ่ง “ถ้าเป็นเช่นนั้น...เขาคงกลับมารังเกียจข้าเหมือนเดิมแน่



“โอ้ เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลเลย” ฮิวโก้โบกมือปัดๆพร้อมกับเบ้ปากมองบนอีกครั้ง “อย่างไรเสียยาที่เขากินไปก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไรอีกแล้ว



“พูดถึงเรื่องยา...เมื่อไหร่เจ้าจะบอกข้าเสียที ว่ามันคือยาอะไร



“เกรงว่ายังไม่ถึงเวลาอันสมควร” พ่อมดว่าพลางยักคิ้วขึ้นด้วยรอยยิ้มกวนประสาท “เมื่อเวลานั้นมาถึง...ข้าจะบอกเจ้าเอง



ข้ากลอกตาอย่างเสียอารมณ์แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรต่อ ทำเพียงจ้องหน้าอีกฝ่ายที่ยกชาขึ้นมาจิบอีกครั้งแล้วเม้มปากแน่น



ถึงแม้ว่าฮิวโก้จะบ้าๆบอๆในบางครั้ง ปากเสียในบางหน กวนประสาทในบางครา...แต่เขาเป็นเพื่อนประเภทที่หากข้าฆ่าใครสักคนตาย เขาก็จะเอาศพไปซ่อนทันทีโดยไม่ปริปากถามอะไรสักคำ



ข้ามักคิดว่าโลกนี้ช่างโหดร้ายกับข้าเหลือเกิน คิดว่าตัวเองช่างอาภัพที่มีแต่คนรังเกียจ แต่บางครั้งข้าก็ลืมไป...ว่าแค่มีพ่อมดตนนี้เป็นสหายข้างกาย มันก็เกินพอสำหรับชีวิตข้าแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความรักจากใครอื่นอีก ในเมื่อข้ามีเพื่อนแท้อยู่ในมือทั้งคน...แม้ว่าเพื่อนคนนี้จะเป็นครึ่งคนครึ่งม้าก็ตาม



“ฮิวโก้” ข้าเอ่ยทักพร้อมกับยกแขนขึ้นมาเท้าคางด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาสีมรกตเป็นประกายอย่างปิดไม่มิด “..อะไรทำให้เจ้าตัดสินใจเป็นสหายของข้าในวันนั้น



อีกฝ่ายชะงักไปราวกับไม่คาดคิดว่าจะโดนถามคำถามนี้ ดวงตาสีเปลือกไม้เบิกขึ้นเล็กน้อย เขาวางถ้วยชาลงบนจานรองแก้ว ก่อนที่เจ้าตัวจะยกยิ้มมุมปากแบบเดียวกัน “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะถามเรื่องนี้...แต่จะตอบให้ก็ได้



“.............



“หนึ่งในหน้าที่ของพ่อมด...คือคอยสนับสนุนและยืนหยัดอยู่เคียงข้างมนุษย์ที่จะสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ เหมือนที่อาจารย์เมอร์ลินของข้ายืนยัดอยู่ข้างกายกษัตริย์อาร์เธอร์จนวินาทีสุดท้าย” พ่อมดตรงหน้าผู้เป็นสหายเผยรอยยิ้มออกมา “ในอนาคตข้างหน้า...เจ้าเองก็จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหมือนกษัตริย์อาร์เธอร์เช่นกัน



ข้าเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น “เจ้าดูผิดคนหรือเปล่า ข้าไม่ใช่คนที่จะไปเป็นวีรบุรุษให้ใครได้ หากข้าอยู่ในนิยายสักเรื่อง...ตำแหน่งโจรผู้ร้ายก็คู่ควรกับข้าที่สุดแล้ว



แม้ว่าบางครั้งข้าจะชอบพูดว่าตัวเองเป็นพระเอกขี่ม้าขาว แต่กระนั้นในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย ข้าอาจเป็นพระเอกขี่ม้าขาวสำหรับทราวิสแค่คนเดียว แต่ข้าจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวสำหรับคนอื่น เป็นเพราะข้าไม่รักใครนอกจากตัวเอง ไม่เคยคิดจะใส่ใจใครอื่นแม้ว่าเขาจะลำบากสักเพียงใด ข้าไม่ใช่วีรบุรุษที่จะกอบกู้เสรีภาพให้กับโลก เพราะในเมื่อโลกใบนี้มันโหดร้าย...แล้วข้าจะปกป้องมันไปทำไมกัน



“พ่อมดผู้มองเห็นอนาคตเช่นข้าย่อมรู้ดีที่สุด” อีกฝ่ายยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “แม้จะเห็นได้ไม่ชัดนัก แต่ข้าก็มั่นใจในเวทมนตร์ของตัวเอง..



ฮิวโก้ขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าข้ากำลังจ้องเตียงไม้อย่างเหม่อลอย ข้าเหมือนคนสติหลุดราวกับว่าได้ตกหลุมรักเตียงไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น นั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายสงสัยยิ่งกว่าเดิมจนคิ้วแทบจะชนกัน ก่อนที่ฮิวโก้จะหันไปจ้องเตียงหลังนี้บ้างเพื่อจะดูว่ามันมีอะไร แล้วดวงตาสีเปลือกไม้ของเขาก็กลายเป็นสีเทาหม่นทันที



x..



“ไม่! ฮิวโก้ สลายคาถาเดี๋ยวนี้!! ข้าเบิกตาโพลงสุดขีดพร้อมกับพยายามโบกไม้โบกมือห้ามอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เป็นผล ฮิวโก้กำลังใช้เวทมนตร์ในการเสาะหาอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นกับเตียงนี้บ้าง



และแน่นอนว่าเขาจะต้องเห็นเหตุการณ์เมื่อคืน...



“กรี๊ดดดด!! บัดสีบัดเถลิง! โอ๊ยย! ตาข้า! ตาข้าจะเป็นกุ้งยิง! ใครก็ได้ช่วยด้วย!!





TBC.





TALK 2 :

ใกล้เข้ามาแล้ว มาม่าใกล้เข้ามาแล้วววววว!! อ่อก-//โดนถีบ

แต่ๆๆพวกเจ้าอย่าได้กังวลไปเลยข่ะ ยังมีฉากฟินๆให้เขินอีกเย๊อะะะะะ

ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นฉากตัวละครเปิดใจคุยกัน ซึ่งส่วนตัวเราชอบนะ ทั้งมิตรภาพระหว่างเจดี้กับฮิวโก้ แล้วก็ความสัมพันธ์ของทราวิสกับเทียร่าผู้หายสาบสูญไปอย่างปริศนา นางจะมีบทบาทยังไงกับเรื่องนี้ต่อไป ต้องมารอดูกันนะคะ ส่วนรีดๆอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกไงกันบ้าง คอมเม้นท์บอกเราด้วยเน้ออ uwu

ปล. สงสารฮิวโก้เนาะ ต้องมาเห็นฉากพวกนั้น555555555555

ปล.2 อย่าลืมสตรีม Dream Glow กันนะค้า ขอให้อาร์มี่ทุกคนสนุกกับงานเฟสต้าที่กำลังจะมาถึงค่าา <333



TALK 1 :

อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาากฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟานยฟนรไนล กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!!


ฮือออ ตอนนี้รู้สึกคันไม้คันมืออยากแต่งเอ็นซีมาาาก ;-;

เจดี้เค้าไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้จริงๆค่ะ เป็นเพราะพี่แกตายด้าน ไม่เคยมีอารมณ์กับอะไรมาก่อน แต่พี่แกไม่รู้ตัวว่าจริงๆแล้วสัญชาตญาณในด้านนี้ของตัวเองมันรุนแรงมาก รุนแรงกว่าผู้ชายทั่วไปอีก..

#memes #namjoon #bts

#bts#btsmeme#jimin

#wattpad #fanfiction [・ᴄᴏᴍᴘʟᴇᴛᴀ・]  ᴘᴀʀᴋ ᴊɪᴍɪɴ è ᴄᴏsᴛʀᴇᴛᴛᴏ ᴀ ʀɪᴄᴀᴍʙɪᴀʀᴇ ɪ sᴇɴᴛɪᴍᴇɴᴛɪ ᴅᴇʟ ʙᴜʟʟᴏ ᴘɪù ᴠɪᴏʟᴇɴᴛᴏ ᴅᴇʟʟᴀ sᴄᴜᴏʟᴀ, ᴍɪɴ ʏᴏᴏɴɢɪ. ʀɪᴜsᴄɪʀà ʟ'ᴏᴅɪᴏ ᴀ ᴛʀᴀsғᴏʀᴍᴀʀsɪ ɪɴ ᴀᴍᴏʀᴇ?  ᴏ sᴜᴄᴄᴇᴅᴇʀà ϙᴜᴀʟᴄᴏsᴀ ᴅɪ ᴍᴏʟᴛᴏ ᴘɪù ᴄᴏᴍᴘʟᴇssᴏ?    {・ᴠᴏʟᴇᴠᴏ sᴏʟᴏ ɪɴғᴏʀᴍᴀʀᴇ ᴄʜᴇ ϙᴜᴇsᴛᴀ sᴛᴏʀɪᴀ è sᴛᴀᴛᴀ sᴄʀɪᴛᴛᴀ ᴄɪʀᴄᴀ ᴅᴜᴇ ᴀɴɴɪ ғᴀ, ɪʟ ᴍɪᴏ sᴛɪʟᴇ ᴅɪ sᴄʀɪ...


ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และแท็กสกรีม #JourneyKV ที่เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ ขอบคุณรีดๆทุกคนที่ติดตามผลงานของเราค่ะ I purple you <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 335 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #1038 9397♡ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 00:26
    อาการแบบนี้คือหลงวิสซี่แหละดูออก
    #1,038
    0
  2. #1033 JK_1995 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 01:03
    นอนไม่หลับ เลยเปิดฟิคคุณไรท์อ่านค่ะ ฮีลใจเราได้มากๆ เลยค่ะ
    #1,033
    0
  3. #963 Wayvay_T (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 11:45
    มาเป็นฉากๆเลยสินะ คุณฮิวโก้
    #963
    0
  4. #855 pure_smoke (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 17:30
    ทราวิสน่ารักเกินไป
    #855
    0
  5. #799 Taniya1812 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 23:04
    น่ารักกันมาก ฮื่ออออออ
    #799
    0
  6. #788 KyN_LeE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 14:53

    เเรามาอ่านรอบสามเพื่อจดจำเนื้อเรื่อง 0_,0

    รอคุณไรท์มาอัพต่อ.....

    งอแงๆๆอยากอ่านเลี้ยว


    #788
    0
  7. #688 KookV STigma (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:54

    ฮื่อออ น่ารักมากๆๆๆ ทั้งน้องทั้งเจเดนเลยยย ฮิวโก้ก็น่ารักกก ทำไมน่ารักกันหมดเเบบนี้
    #688
    0
  8. #608 Saowaruk2549 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 10:43
    กรี๊ดชากอันโรแมนติกนี้ 🌚🌝 เราชอบๆ
    #608
    0
  9. #549 mmeaning (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 19:37
    เจเดนนี่ขี้หึงนะ ทำเป็นเล่นไป555555 ขอเดาว่านั่นก็คือเจเดนเองนั่นแหละ โถ่พ่อ
    #549
    0
  10. #535 Taeiy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:41
    ฮิวโก้คือน่ารักมาก555
    #535
    0
  11. #517 Mvis. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 20:02
    เจ้าคนซื่อบื้อ เจเดน5555555
    #517
    0
  12. #405 FON403 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 14:35
    55555555555 อยากรู้ว่ามันคืออะไรทราวิสกินอะไรอยากรู้เรื่องนี้ที่สุดแล้ว
    #405
    0
  13. #352 Moonlionz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 01:42
    รักแรกที่พูดถึงก็น่าจะเจเดนป่ะ ไม่ต้องหึงตัวเองหรอก55555555 หืม พอรู้เรื่องราวของทราวิสก็สงสารน้องเหมือนกัน ต่างคนต่างก็ผ่านอะไรมาเยอะเนอะ สงสัยเรื่องของเทียร่าอะ ทำไมรู้สึกว่าอาจจะยังไม่ตายอะ หรือเราคิดมากเองเนี่ยย / ถ้ามีมาม่าเราจะกินให้หมดดด 555555
    #352
    0
  14. #321 Lala_Land (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 23:46
    5555 โอ๊ยทราวิส เเอบชอบเค้ามายานเเล้วเหรอ รักนุ้ง
    #321
    0
  15. #315 PaiiKanj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 17:20
    ต้องสงสารพี่ฮิวโก้มั้ย 55555
    #315
    0
  16. #292 Reawrang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:52
    สนุกมากค่ะติดมากเลยอ่ะ
    #292
    0
  17. #291 noeyoey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 19:18
    แบบไอเจ้าบว้าTTTTTTTT
    #291
    0
  18. #290 party5833 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 08:01

    สนุกที่สุดเลยค่ะ
    #290
    0
  19. #289 vkookanny (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 22:45
    ไม่อยากเดาเลยว่าใครฆ่าเทียร่า.....ไม่จริงใช่มั้ยไม่ใช่หรอกน่า???
    #289
    0
  20. #288 vVv-Tae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 18:44
    จะเศร้าละอีกนิดเดียว 55555555555555555
    #288
    0
  21. #287 zanderpp00 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 09:35
    เราคิดว่าที่เทียร่าแสร้งทำตัวว่าเกลียดทราวิส.. มันเป็นฟีลเดียวกับที่ทราวิสแกล้งแล้วก็ทำตัวเหมือนเกลียดเจเดนรึเปล่าคะ? แล้วตอนที่เจเดนไปขอให้ฮิวโก้ช่วยทำให้ทราวิสเจ็บปวดที่สุดแล้วฮิวโก้เอายานั่นไปให้ .. แล้วฮิวโก้ก็มองเห็นอนาคต .. เตรียมต้มมาม่าหม้อใหญ่เลยค่ะฮือ งองงงงงง
    #287
    0
  22. #286 MooyongMM (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 08:39
    นอกจากเขินและต้องขำกับฮิวโก้แล้ว ต้องตลกเพราะมีมของไรท์ข้างล่างอีก555555
    #286
    0
  23. #285 butterr. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 03:01
    เขินนนอะะะะ ฮื่ออออ
    #285
    0
  24. #284 NasilahJehha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 00:48
    ขำม่ไหวแล้ว55555555555ชอบมากเรื่องนี้
    #284
    0
  25. #283 0961603450 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:22

    ฮิวโก้ตลกอ่ะ
    #283
    0