คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF [#MINHOON #WINNER] :: BLUE ROSE ::

โดย Zilent_

"กุหลาบสีน้ำเงินมีความหมายว่าฉันจะรอเพียงพี่ ต่อให้ความรักของเราจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว แต่ฉันจะมั่นคงกับพี่คนเดียวนะ พี่ซึงฮุน"

ยอดวิวรวม

212

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


212

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ส.ค. 61 / 21:44 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 12 ส.ค. 61 / 21:44

บันทึกเป็น Favorite


ดอกกุหลาบสีน้ำเงินเข้มถูกวางลงเชื่องช้าข้างๆ กับซากดอกไม้สีน้ำตาลแห้งกรอบไร้ชีวิต ทุกอย่างมักแปรผันและหมุนเปลี่ยนตามกาลเวลา ไม่มีวันไหนที่โลกหยุดหมุน ไม่มีวันไหนที่ดวงตะวันไม่ทอแสงทักทายวันใหม่ และไม่มีวันไหนที่สภาพสังคมหยุดนิ่ง ...

ทุกสิ่งมีชีวิตมักใช้ชีวิตตามวัฏจักร

มีตื่นขึ้น มีหลับลง

หากไม่ใช่กับเขาคนนี้

ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง เมื่ออดีตนั้นคอยตอกย้ำให้นาฬิกาชีวิตหมุนทวนกลับเสมอๆ ในทุกๆ เช้าที่ลืมตาตื่น แม้เรียวนิ้วของเขาจะคอยขยับให้เข็มบอกเวลานาทีนั้นวนไปข้างหน้าอย่างที่เห็นตามความเป็นจริง

"วันนี้พี่ยังคงหลับสบายเหมือนทุกวันเลยนะ ไม่คิดจะตื่นขึ้นมาคุยกันหรือบอกรักกันเหมือนที่เคยทำทุกๆ วันเลยหรือไง ?"

 

"มินโฮยา"

"หืม ... ว่าไงครับที่รัก ?"

แม้เจ้าของกายหนาจะขานรับเสียงสดใส แต่โฟกัสสายตาและความสนใจยังอยู่กับเกมที่ยังคงจดจ้องอยู่ เรียวนิ้วหัวแม่มือยังคงเลื่อนไปมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องบางอย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่าวินาทีนี้โลกของ 'ซงมินโฮ' ถูกย่อให้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมฉายภาพกราฟิกเคลื่อนไหวตามปลายนิ้ว

"เราไม่ได้กินข้าวนอกบ้านกันนานแล้วนะ วันนี้ว่างกันทั้งคู่ ไปกินข้าวกันไหม ?"

เจ้าของคำถามทิ้งกายบางลงโซฟาข้างๆ มินโฮจนยวบตามน้ำหนัก ก่อนหนุนศีรษะกลมๆ ลงลาดไหล่หนาด้วยท่าทีออดอ้อนตามสไตล์ของ 'อีซึงฮุน' แต่นั้นกลับทำให้มินโฮเมินเฉยพร้อมยักไหล่ข้างที่โดนกดน้ำหนักให้คนรักของตนนั้นเอาหัวออกไปโดยไม่ต้องร้องขอ

"ไม่เอาอ่า ... กินฝีมือพี่อยู่บ้านนี่แหละดีที่สุดแล้ว"

"อืม ... ก็ได้"

แม้จะตอบรับแต่นั้นกลับสร้างความรู้สึกน้อยใจให้กับเจ้าแก้มฟูไม่น้อย หยัดกายให้ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนก้าวอาดๆ เข้าไปในครัว ประตูตู้เย็นถูกเปิดออกปรากฏภาพอาหารสดรวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ ในเมื่อคนที่ตนรักอยากทานมื้อเย็นที่ห้องพักซึ่งเป็นคอนโดหรูย่านชานเมืองคงไม่อาจขัดศรัทธา ซึงฮุนจึงตั้งใจทำของของอร่อยหวังเอาอกเอาใจมินโฮเสียหน่อย

เนื่องจากพักหลังๆ มินโฮสนใจการเล่นเกมมากกว่าการเอาใจเขาเหมือนแต่ก่อน เข้าใจว่าเพราะงานที่ทำอยู่นั้นยุ่งและวุ่นวายซึ่งงานของซึงฮุนนั้นก็มากมายไม่ต่างกัน หากแต่การกระทำนั้นกลับต่างกัน ตัวโตมักหันหน้าเข้าหาเกมเสมอเมื่อมีเวลาว่างจากการทำงาน ในขณะที่กายบางมักเข้าหาและเอาใจใส่คนรักเสมอเพื่อทำให้คบามรักสดใสราวกับวันแรกเมื่อคบหากัน

แต่ก็เหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์ เมื่อมินโฮไม่ได้ใส่ใจซ้ำยังทำตัวห่างออกไปทุกที

"อยากกินสปาเกตตี้"

แม้ปากจะตะโกนราวสั่งตามร้านอาหารแต่เจ้าของกายหนากลับไม่ละความสนใจจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ซึงฮุนทำได้แค่ถอนหายใจแต่เพราะรักจึงได้แต่ย่อตัวลงนั่งยองๆ เพื่อค้นหาวัตถุดิบ

"มินโฮยา ... ของไม่ครบอ่า ไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วยกันไหมครับ ?"

ซึงฮุนเรียกถามเสียงแหลมพร้อมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไอเย็นที่ปะทะร่างหยุดลงเมื่อฝาประตูตู้เย็นถูกปิดลง ขายาวทั้งสองก้าวสั้นๆ ไปมาตามโซนห้องครัวพลันสองมือเปิดตามตู้เหนือหัวเพื่อตรวจเช็คของที่ต้องซื้อเพิ่มเติม

"ไม่ล่ะครับ ขอรออยู่บ้านนะ"

"ก็ได้ครับ"

แม้จะยอมจำนนแต่ใจฟูๆ ด้วยความหวังว่าจะได้ยินคำตกลงนั้นกลับห่อเหี่ยวลงไม่น้อย ซึงฮุนลากเท้าออกจากห้องครัวก่อนอ้อมมาทางด้านหลังอีกหนึ่งคนซึ่งนั่งฝังร่างของตัวเองอยู่บนโซฟาสีน้ำเงินเข้มกลางห้อง สองแขนยาวซ้ำมีกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ภายใต้เนื้อผ้ายืดสั้นระดับข้อศอกโอบกอดรอบคอคนตัวโตก่อนฝังปลายจมูกลงแก้มของคนรัก มินโฮเองนั้นรู้งานดีจึงรีบหันไปมอบสัมผัสอบอุ่นผ่านริมฝีปาก เป็นจุ๊บเล็กๆ ประกบเข้ากับริมฝีปากบางของอีกคนแทนความรักทั้งหมดที่มีก่อนสบเข้าดวงตาเล็กเป็นเส้นตรงสีนิล ตาเรียวทอประกายพร้อมระบายรอยยิ้มเปื้อนความสุขบ่งบอกว่าการมีซึงฮุนอยู่ในชีวิตของเขานั้นดีที่สุดในโลกแล้ว

มินโฮมีความสุขกับการได้อยู่ด้วยกันกับซึงฮุน แม้ไม่ต้องแสดงออกมากมายเหมือนวันแรกๆ ที่เริ่มศึกษาชีวิตของกันและกัน แต่อีกคนกลับไม่เข้าใจแต่ก็พยายามรักษาความรักระหว่างกันให้มั่นคงที่สุด

"ซื้อขนมมาฝากด้วยนะครับที่รัก"

"เดี๋ยวก็กลับไปอ้วนเป็นหมูดำอีกหรอก" แม้จะบ่นกระปอดกระแปดเป็นหมีกินผึ้งขณะสวมเสื้อโค้ทกันหนาวแต่ก็เรียกเสียงหัวเราะร่วนจากเจ้าตัวโตได้ไม่น้อย ซึงฮุนย่อตัวลงเพื่อสวมใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรด "มินโฮ ... พี่รักนายนะ"

"ผมก็รักพี่ครับ พี่ซึงฮุน"

แค่คำบอกรักเสียงหวานแต่แฝงความจริงใจก็ทำให้ก้อนเนื้อซึ่งแฝงตัวไว้ในอกข้างซ้ายเต้นถี่ซ้ำยังพองโต มือบางเปิดประตูห้องออกไปด้วยความสุข ลงลิฟต์โดยสารของคอนโดด้วยความรู้สึกอบอุ่น แม้พักหลังๆ เกมจะดึงความสนใจของมินโฮไม่น้อย แต่เสียงบอกรักแผ่วเบาที่คอยบอกเสมอในทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเป็นลืมตาตื่นหรือพร้อมหลับตานิทรานั้นกลับทำให้โกรธหรือน้อยใจไม่ลง

ซึงฮุนเดินล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทไปตามทางลาดปูด้วยกระเบื้องตัวหนอนเพื่อสร้างความอบอุ่นรวมถึงป้องกันไม่ให้ชายเสื้อตัวยาวพลิ้วไหวไปตามแรงลมจนสร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและคนรอบข้าง แม้ฤดูใบไม้ผลิหมุนเวียนมาถึงแล้ว แต่อุณหภูมิยังคงลดต่ำอยู่ เสื้อกันหนาวหรือเสื้อโค้ทตัวหนายังคงเป็นแฟชั่นให้เห็นตามท้องถนน

แม้ซุปเปอร์มาเก็ตจะอยู่ตรงหัวมุมถนนอีกฝั่งหนึ่ง แต่เพราะสายตากลับเหลือบเห็นร้านดอกไม้อีกฟากของถนนซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับทางที่เขาจะเดินไป ซึ่งภายในร้านยังมีดอกกุหลาบสีน้ำเงินหายากวางขายอีกด้วย

"มินโฮชอบกุหลาบสีน้ำเงินนี่นา ซื้อไปให้คงจะดีใจมากแน่เลย"

เรียวปากบางยกยิ้มกว้างจนแก้มขาวขึ้นลูกกลมบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง หน่วยตาเล็กแทบปิดเข้าหากันเมื่อความคิดด้านบวกสะกิดให้รอยยิ้มถูกระบายกว้างขึ้นจนมองเห็นฟันสวยเรียงกันภายใน ไม่รอช้า เขารีบเปลี่ยนเส้นทางเดินโดยลืมไปว่าบริเวณถนนที่เขากำลังเดินลงไปนั้น ...

ไม่ใช่ทางข้าม ไม่มีสัญญาณไฟจราจรหรือสัญญาณคนข้าม รวมถึงรถที่วิ่งไปมาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเบรคได้ทันหากมีอะไรมาตัดหน้า !

ปี๊ด !

โครม !

 

เกมยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เสพติดนั้นลืมวันลืมคืนและไม่รู้จักกะเกณฑ์เวลา มินโฮถูกดึงเข้าสู่โลกเสมือนจริงไปแล้วทั้งสิ้น นานหลายชั่วโมงแล้วที่จิตใจของเจ้าของกายสีเข้มนั้นมองข้ามโลกความเป็นจริงจนลืมไปแล้วว่ามีอีกหนึ่งคนหายไปเป็นเวลานานมาก หากโทรศัพท์มือถือของเขาไม่มีสายโทรเข้าจากเพื่อนสนิท มินโฮคงไม่นำจิตใจของเขาออกจากความสนุกที่คอยชักนำให้ยิ่งดำดิ่งตัดขาดจากโลกภายนอก

เรียวนิ้วหัวแม่มือเลื่อนรับสายด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย ทันทีที่โทรศัพท์มือถือถูกยกแนบกับใบหู เสียงทุ้มก็กดต่ำกรอกลงตามคลื่นสัญญาณด้วยความไม่พอใจสักเท่าไรนัก

"ว่าไงซึงยุน ?"

[ไอ้มินโฮ ! รีบไปโรงพยาบาลด่วนเลย !]

"เห้ยๆ ! ใจเย็น ... ใครเป็นอะไร ค่อยๆ พูดก็ได้เว้ย"

[พี่ซึงฮุน ... พี่ซึงฮุนเว้ย ...]

เมื่อได้ยินชื่อด้วยน้ำเสียงแตกตื่นผ่านสัญญาณโทรศัพท์มินโฮก็แทบนั่งไม่ติดโซฟา ลุกพรวดจากโซฟาที่นั่งจนจมก้นนั้นไปคว้าเสื้อโค้ทตัวโคร่งมาทับเรือนกายหนาของตนด้วยความตกใจไม่น้อย ก้อนเนื้อหัวใจสูบฉีดเลือดมากขึ้นจนสั่นรัว กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมใจกันเต้นด้วยความรู้สึกตื่นกลัวไม่น้อย

"บอกฉันมา พี่ซึงฮุนเป็นอะไร ? ตอนนี้พี่ซึงฮุนอยู่ที่ไหน ?!"

เผลอตะคอกใส่เพื่อนสนิทผู้แสนดีคาบข่าวมาบอกอย่างช่วยไม่ได้ สมองประมวลแต่เรื่องราวที่ตนมองข้ามคนรัก หากเขาเอาใจใส่หรือดูแลซึงฮุนมากกว่านี้ หากเขายอมทิ้งเกมไร้สาระเพื่อออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตกับผู้เป็นดั่งดวงใจของเขามากกว่านี้ เรื่องร้ายๆ ที่ได้ยินคงจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ

[พี่ซึงฮุนถูกรถชน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลใหญ่กลางโซล ฉันกับพี่จินอูก็กำลัง ...]

ไม่รอให้จบประโยค นิ้วหัวแม่มือของมินโฮก็กระแทกเข้ากับหน้าจอโทรศัพท์เครื่องบางเพื่อวางสาย ขอบตาร้อนๆ พลอยเผาให้น้ำตาเอ่อล้นไหลลงตามแก้มของชายหนุ่ม สติเริ่มกระเจิดกระเจิงปัดป่ายมือหนาสะเปะสะปะไปตามโต๊ะเล็ก แม้จะเห็นว่ากุญแจรถยนต์วางอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่สามารถคว้ามันมาถือไว้ได้เลย

หัวใจบีบรัดไปด้วยขวากหนามแห่งความเจ็บปวด เอาแต่โทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าตนมันแย่ที่ไม่สนใจซึงฮุนมากพอจนทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายนี่ขึ้นมา

รถยนต์คันเล็กวิ่งแล่นไปตามถนนคอนกรีตสีหม่นแซงซ้ายขวารถคันอื่นอย่างไม่สนใจกฎหมาย แต่มินโฮพยายามควบคุมสติตัวเองให้คงที่ที่สุดแม้น้ำตาร้อนจะไม่หยุดไหลเสียง่ายๆ

คิดถึง ...

อย่าเป็นอะไรไปเลยนะ ...

ขอโทษ ...

สามประโยคยังคงวนเวียนอยู่ไปตามห้วงความคิดแม้ว่าเขาจะยังคงขับรถอยู่ มือหนาคอยยกขึ้นปาดของเหลวร้อนออกไปให้พ้นจากโฟกัสสายตา ความเสียใจและการโทษตัวเองยังคงประทังไปทั้งร่าง หากซึงฮุนเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ มินโฮจะต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

เขาคงเป็นคนร้ายที่ฆ่าซึงฮุนทางอ้อม

เป็นคนโง่ที่ไม่รู้จักดูแลรักษาหัวใจของตัวเองให้ดี

พวงมาลัยอันกลมถูกบังคับหมุนให้ล้อทั้งสี่เลี้ยวเข้าพื้นที่จอดรถของโรงพยาบาล กายหนารีบกระโจนลงจากรถเมื่อถูกดับเครื่องยนต์จนนิ่งสนิท เม็ดเหงื่อพราวย้อยผสมโรงกับน้ำตาอุ่นแม้อากาศในช่วงใกล้พลบค่ำจะเย็นจัด ความร้อนใจคอยกระตุ้นให้ขาทั้งสองวิ่งไปข้างหน้า แม้ห้องไอซียูจะอยู่ไม่ไกล แต่เขากลับรู้สึกว่าเขาวิ่งไปไม่ถึงสักที

"พี่ซึงฮุน อีซึงฮุน !"

อยู่ในจุดที่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นหมาบ้าได้มากที่สุดในชีวิตแล้วเมื่อคนขาดสติอย่างเขาวิ่งพุ่งตัวอย่างไม่คิดชีวิตซ้ำยังตะโกนเรียกแต่ชื่อของชายคนรักของตน เหล่าบุรุษพยาบาล เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่ซึงยุนและจินอูที่กำลังรอผลการรักษาอยู่บริเวณหน้าห้องสีขาวสะอาดต่างพร้อมใจกันกรูล้อมหวังหยุดคนขาดสติให้เงียบสงบลง

"คุณเข้าไปไม่ได้นะครับ !"

"มินโฮ ตั้งสติหน่อยสิวะ !"

"ปล่อย ! ผมจะเข้าไปหาพี่ซึงฮุน ปล่อยสิโว้ย !"

เจ้าของกายสีเข้มยังคงเป็นหมาบ้า พยายามสะบัดตัวเองให้หลุดพ้นจากการจับกุมตัว ประตูห้องสีขาวอยู่ตรงหน้า ห่างออกไปเพียงแค่ก้าวเท้าเดินเท่านั้น แต่มินโฮกลับไม่สามารถขยับเข้าไปผลักบานประตูนั้นเข้าไปภายในได้เลย

น้ำตายังคงไหลออกจากหน่วยตาเรียวไม่หยุด ใบหน้าคมคายติดจะหล่อเหลาเวลานี้บูดเบี้ยวซ้ำยังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ปากหยักยังคงอ้าออกเพื่อประท้วงให้ปล่อยตัวเขาและร้องเรียกแต่ชื่อคนที่นอนผ่าตัดในห้องปลอดเชื้อนั้น ทุกอย่างเหมือนผ่านไปด้วยความเชื่องช้า เมื่อเขาไม่สามารถเอื้อมมือเข้าไปคว้าตัวซึงฮุนมากอดไว้เหมือนทุกครั้งที่ร่างบางไม่สบายได้เลย

"ซงมินโฮ ! ตั้งสติหน่อยสิ ! ที่นี่โรงพยาบาลนะ !"

"นั้นสิ ใจเย็นๆ ก่อนนะมินโฮ ซึงฮุนต้องไม่เป็นอะไร"

คำปลอบโยนคล้ายกับโดนน้ำร้อนสาดเข้ากับร่างกายก่อนตามด้วยน้ำแข็งเย็นจัดเมื่อซึงยุนคอยเอาแต่ดึงสติให้มินโฮกลับมา ส่วนจินอูซึ่งเป็นคนรักของซึงยุนคอยเข้าลูบหลังพร้อมคำปลอบโยนเสียงหวาน

เมื่อสุดท้ายความสงบก็กลับคืนสู่พื้นที่หน้าห้องไอซียู มินโฮทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นหินอ่อนเย็นเยือก มันหนาวจนจับขั้วหัวใจเมื่อสติที่กลับมาตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง ซึงฮุนยังคงนอนอยู่ในห้องขาวนั้น ป่านนี้คงมีเครื่องมือ สายไฟหรือสายยางโยงใยกันจนทั่วร่างบาง แค่คิดความเจ็บปวดแทนคนรักก็วิ่งแล่นไปทั่วกาย ตอนนี้มินโฮทำได้เพียงรอ แต่ไม่มีวินาทีไหนเลยที่น้ำตาหยุดไหล มือขวาถูกยกขึ้นกุมอกแกร่งด้านซ้ายหวังให้ไออุ่นซึมเข้าไปบรรเทาความเจ็บปวดและเหน็บหนาวในหัวใจให้คลายตัวลงบ้าง

ให้ตายสิ ... วินาทีนั้นเหมือนร่างกายของเขาพร้อมสลายหายไปกับอากาศ

"ฮะ ฮึก ... พะ พี่ซึงฮุน"

"มินโฮ ลุกไปนั่งเก้าอี้ดีๆ เถอะ"

ทั้งซึงยุนและจินอูต่างช่วยกันพยุงให้มินโฮลุกขึ้นเพื่อไปนั่งที่เก้าอี้ดีๆ แต่กายหนาของมินโฮยามนี้กลับหนักขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะฉุดให้ลุกขึ้นยืนเพียงใดก็เปล่าประโยชน์เมื่ออีกฝ่ายนั้นเอาแต่ฟูมฟายร้องไห้จนหน้าดำหน้าแดงซ้ำยังถ่วงน้ำหนักตัวทั้งหมดราวก้อนหินก้อนใหญ่ที่ไม่ว่าจะฉุด ดึง หรือลากอย่างไรก็ไม่แม้แต่จะกระดิกตัว

"ฮึก ... พะ พี่ ..."

"มินโฮ ..."

มือบางของคนอายุมากกว่าวางลงบนศีรษะทุยพร้อมลูบเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ จินอูรู้สึกสงสารมินโฮไม่น้อยเมื่อเห็นน้ำตาลูกผู้ชายนั้นไหลหลากไม่ขาดสาย หน่วยตาเรียวแดงก่ำซ้ำผิวใต้ตาก็ช้ำจากการถูกมือหนาปาดให้น้ำร้อนๆ น่ารำคาญนั้นออกไปจากดวงหน้า มินโฮคงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยชีวิตคนรักของเขาได้ ถ้าหากคนที่นอนในห้องนั้นเป็นซึงยุน จินอูคงรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ในเมื่อคนรักรอการช่วยเหลืออยู่ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย ...

มันทรมานมากเกินไปแล้ว !

"ผะ ผม ... ฮือ ... พี่จินอู"

ใครว่าผู้ชายอ่อนแอไม่เป็น ข้อนี้จินอูขอเถียงให้สุดกำลังในเมื่อคำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว มินโฮจัดว่าเป็นผู้ชายอ่อนไหวคนหนึ่ง แม้ว่าภายนอกจะดูแข็งแกร่ง ดูพึ่งพาได้ หรือมีกริยาท่าทางแข็งกระด่างไปบ้างในบางครั้ง แต่หากภายในจิตใจนั้น กลับอ่อนไหวและเปราะบางเกินกว่าจะฟาดเอาเรื่องร้ายๆ เข้าทำลาย

แม้นิดเดียวเท่านั้น แค่เพียงสะกิดเบาๆ กำแพงความรู้สึกของมินโฮก็แตกกระจายราวกับแผ่นน้ำแข็งบางๆ

"ซึงฮุนต้องไม่เป็นอะไร เชื่อพี่นะ"

ประตูห้องบานสีขาวถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงของแพทย์ผู้รักษา เครื่องแบบปลอดเชื้อสีเขียวเข้มนั้นทำเอามินโฮแทบนั่งไม่ติดพื้น ผุดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนคว้าแขนของแพทย์หนุ่มอย่างไร้สติลืมไปเลยว่าตนนั้นเผลอกำท่อนแขนรุนแรงจนเกินไปทำให้ผู้ถูกกระทำนั้นเจ็บได้

"หมอ ... พี่ซึงฮุน พี่ซึงฮุนเป็นยังไงบ้าง ? หมอ !"

"มินโฮ ! ใจเย็นสิวะ !"

"เอ่อ ..." ซึงยุนยังคงหนักใจกับการกระทำบ้าๆ ของเพื่อนสนิท เข้ามาดึงตัวของมินโฮให้ออกจากแพทย์หนุ่มโดยมีจินอูคอยช่วยอีกแรง ส่วนคุณหมอนั้นยืนเรียงลำดับเหตุการณ์สักพัก ก่อนจะเริ่มพูดต่อ "คือหมอ ... หมอเสียใจด้วยนะครับ คุณอีซึงฮุนเสียเลือดมากและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลช้าเกินไป ทำให้เสียชีวิตในเว ..."

"ไม่จริงน่ะ หมออย่ามาล้อผมเล่นแบบนี้นะ !"

ร่างหนาพุ่งตัวเข้าคว้าคอเสื้อเขียวของคนตรงหน้าด้วยความหน้ามืดตามัว เลือดในกายร้อนรุ่มแยกแยะสถานการณ์ตรงหน้าไม่ออก ใบหน้าบูดเบี้ยวเกรี้ยวกราด กำลังอยู่เหนือเหตุผลบวกกับการยัดเยียดโทษแพทย์ผู้ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการพยุงชีวิตของชายหนุ่มอีกคนแม้จะสายไป แต่ตามจรรยาบรรณแพทย์ การช่วยชีวิตอย่างสุดกำลังความสามารถนั้นคือสิ่งที่ควรปฏิบัติ

น้ำตาลูกผู้ชายไหลจากเรียวตาคมอีกครั้ง คราวนี้มันไหลออกมาเอ่อล้นเบ้า สองมือที่เคยขยุ้มกำคอเสื้อของชายในชุดปลอดเชื้อถูกปล่อยออก มินโฮไม่มีแรงแม้จะพยุงให้ตัวเองยืนได้อีกแล้ว อวัยวะทุกส่วนอ่อนเปลี้ย แข้งขาแข็งแรงอยู่ดีๆ ก็ทรุดลง มินโฮคุกเข่ายอมจำนนต่อความจริงที่โหดร้ายอีกครั้ง

ความจริงที่ ...

มินโฮสูญเสียซึงฮุนไปแล้ว

จริงๆ

 

เนินดินถูกถมให้สูงขึ้นพร้อมทั้งป้ายชื่อเป็นตัวอักษรภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษปักลงกับพื้นเหนือเนินดินนั้น สายลมพัดเอื้อยๆ เนื่องจากทัศนียภาพรอบข้างเป็นภูเขาสูง อากาศในเดือนมิถุนายนอุ่นขึ้นมากแล้ว แต่อย่างนั้นมินโฮกลับไม่รู้สึกร้อนตามลักษณะภูมิอากาศ เพราะตั้งแต่วันนั้น หัวใจของเขากลับด้านชาและเหน็บหนาวราวกับนำก้อนเนื้อที่ยังคงเต้นอยู่แช่แข็งเอาไว้ตลอดเวลา เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหลังจากนั่งยองๆ มาเป็นเวลานาน รอยยิ้มบางผุดขึ้นแต่กลับไร้ความสุขอย่างเคย

"พี่รู้ไหม ... ทำไมฉันถึงชอบกุหลาบสีน้ำเงิน ?" ไร้ซึ่งคำตอบจากคนถูกถามซึ่งนอนหลับสนิทอยู่ในหลุม มีเพียงเสียงลมและใบไม้ไหวเป็นคำตอบเท่านั้น สุดท้ายมินโฮก็หลุดขำหึออกมาพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับความสิ้นหวังทุกอย่าง "กุหลาบสีน้ำเงินมีความหมายว่าฉันจะรอเพียงพี่ ต่อให้ความรักของเราจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว แต่ฉันจะมั่นคงกับพี่คนเดียวนะ พี่ซึงฮุน"

 

***

 

สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่น ไซเรนท์ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์สูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของไซเรนท์เองค่ะ หากใครได้ติดตามทวิต @Zilent_ จะเห็นว่าช่วงหนึ่งไซเรนท์เพ้อถึงน้าที่เสียไปจนต้องหยุดแต่งฟิคยาวที่กำลังปั่นอย่างสนุกสนานเลยค่ะ จึงจุดประกายให้เกิดฟิคเรื่องนี้ขึ้นมา

ในวันฌาปนกิจ ไซเรนท์พยายามไม่ร้องไห้ออกมาค่ะ เพราะกลัวว่าน้าที่เสียไปจะยังมีห่วง แต่สุดท้ายก็กลั้นไว้ไม่อยู่ ไซเรนท์ร้องไห้ออกมาจนตัวโยนเลยค่ะ

ฟิคเรื่องนี้อยากสะท้อนให้เห็นคุณค่าของความรักค่ะ อยากให้ทุกคนใส่ใจความรักความรู้สึกของคนใกล้ตัวให้มากที่สุดค่ะ เพราะสักวันถ้าเขาจากเราไป เราจะได้อยู่ได้อย่างมีความสุขค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจไซเรนท์ด้วยดีเสมอมา ไซเรนท์สัญญาค่ะว่าจะมีฟิคดีๆ มาให้ทุกคนได้อ่านเสมอ แม้จะมีคนอ่านเพียงแค่คนเดียว แต่ไซเรนท์ก็พร้อมจะเขียนฟิคออกมาให้อ่าน

รักนะคะ

จากใจไซเรนท์ :)

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Zilent_ จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 02:53

    สู้ๆค่ะพี่เรนท์.....ผู้อ่านคนนนี้เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ

    #1
    0