JustLoJae

ตอนที่ 14 : [RAIN](XxJ): I hate that sky

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

[RAIN](XxJ): I hate that sky

Warning: 0% Reality 100% Imagine

 

            ผมเกลียดท้องฟ้า

 

            ผมเกลียดท้องฟ้าจริงๆนะ

            โดยเฉพาะตอนฝนตกแบบนี้

            สีเทาขมุกขมัว.... แค่มองก็เหมือนจะทำให้หายใจไม่ออก

            ไม่ใช่สิ.... มันทำให้ผมหายใจไม่ออกเลยแหละ

 

            “แค่ก แค่ก บ้าชะมัด”

            ผมสบถเบาๆอย่างหัวเสีย ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ปิดเปลือกตาลง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนสัมผัสได้เพียงลมหายใจร้อนๆที่ผ่านเข้าออกของตัวเอง

            ใช่ครับ  ผมไม่สบายล่ะ

            เพราะท้องฟ้าขมุกขมัวตั้งแต่เมื่อวาน ผมเลยหงุดหงิดใส่ท้องฟ้า ท้องฟ้าเลยหงุดหงิดใส่ผมบ้าง ทั้งฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ตามด้วยฝนห่าใหญ่ที่ตกลงมาตลอดทั้งคืน

            ตื่นเช้ามาผมเลยไม่สบายแบบนี้ไงครับ

 

            เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนปลุกผมขึ้นจากนิทราอันแสนสุข  แค่เปิดตาขึ้นมา  ใครบางคนก็อยู่ในสายตาผมแล้ว

            ร่างโปร่งในชุดนักเรียนที่กำลังหันหลังให้ผมนั่นกำลังก้มๆเงยๆหาอะไรซักอย่างในตู้เก็บของข้างหน้าต่าง ท่าทางที่บ่งบอกว่าไม่รู้สึกตัวเลยว่าผมตื่นขึ้นมาแล้วทำให้ผมต้องส่งเสียงเรียกออกไปเบาๆ

            “แดฮยอนอา~

            เจ้าของชื่อหันมาทันทีครับ  แดฮอยนทำหน้าตกใจนิดๆก่อนจะถลาเข้ามาข้างเตียง

            “ตื่นแล้วเหรอ ยองแจอา~

            “กี่โมงแล้ว” ผมค่อยชันตัวขึ้น แดฮยอนรีบเข้ามาช่วยพยุงตัวผม ก่อนจะลดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง

            “สี่โมงเย็นแล้ว นายหลับไปทั้งวันเลยนะยองแจอา~

            ผมมองไปรอบตัวอย่างงงๆ  ความทรงจำสุดท้ายของผมคือ ผมเวียนหัวมากและล้มลงไปในห้องเรียน คงเป็นแดฮยอนละมั้งที่ลากผมมาส่งห้องพยาบาล

             “นายเป็นยังไงบ้าง ยองแจอา~

            สายตาห่วงใยของแดฮยอนทำให้ผมต้องยิ้มออกมาบางๆ

            “ดีขึ้นแล้วล่ะ ขอบใจนะ แดฮยอน”

            แดฮยอนยิ้มกว้างตอบผมจนตาหยี  ท่าทางน่ารักนั่นทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างตาม

            “เดี๋ยวฉันไปเก็บของที่ห้องให้นะ นายนอนต่อไปอีกซักพักเถอะ”

            จู่ๆแดฮยอนก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาจนผมตกใจ

            “เดี๋ยว!

            “เอาน่า นายเตรียมตัวกลับเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปบอก หมอนั่น ให้มารับนายเอง”

            “เหอะ!!” ผมพ่นลมออกจากปากอย่างไม่สบอารมณ์นักเมื่อ เพื่อนสนิท พูดถึง หมอนั่น

            แดฮยอนยิ้มอ่อนโยนให้ผมทีนึงก่อนที่จะเอื้อมมือนิ่มๆมาขยี้หัวผม

            “ หมอนั่นรักนายมากนะ ยองแจอา~

 

            แดฮยอนออกไปซักพักแล้ว ผมได้แต่พยุงตัวลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา จัดชุดนักเรียนให้เรียบร้อยเตรียมกลับบ้าน

            เสียงเปิดประตูห้องพยาบาลดังขึ้นเล็กน้อย ผมตวัดสายตามองนิดนึงแล้วถอนหายใจเฮือก

            บอกแล้วใช่ไหมว่า ผมเกลียดท้องฟ้า

            โดยเฉพาะท้องฟ้าที่ขมุกขมัวเหมือนอย่างวันนี้

 

            ผมเดินตามหมอนั่นลงจากตึก  ไร้คำสนทนาใดๆ  จนบางที ผมแอบคิดว่าช่องว่างระหว่างเรามันช่างห่างจนน่ากลัว

            ข้างนอกนั่นฝนยังคงลงเม็ดปรอยๆ  หมอนั่นกางร่มสีขาวออกมา แล้วยืนคอยผมอยู่หน้าตึกเรียน

            ดวงตาที่จ้องผมอย่างแน่วแน่โดยไม่มีคำพูดใดออกจากปาก ช่วงเวลาวัดใจเกิดขึ้นสั้นๆ ก่อนที่ผมจะยอมแพ้ สอดตัวเข้าไปใต้ร่มคันเดียวกัน

            “ขยับเข้ามาหน่อย เดี๋ยวเปียก”

            น้ำเสียงติดจะดุ ทว่าอุ้งมือใหญ่กลับรั้งตัวผมเข้ามาใต้ร่มอย่างอ่อนโยน

            ผมแอบเงยหน้ามองเสี้ยวหน้านั่นนิดๆแล้วแอบพ่นลมออกจากจมูกเบาๆ

            ถึงบอกไงว่าเกลียดท้องฟ้า 

           พราะบางครั้งแผ่นฟ้านั่นก็คาดเดาไม่ได้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่

 

            จู่ๆเส้นทางกลับบ้านของเราก็เปลี่ยนไป  หมอนั่นพาผมหลบเข้าชายคาร้านขายยาข้างทางแล้วหุบร่ม

            “หยุดทำไม” ผมถามเสียงแข็ง

            หมอนั่นถอนหายใจเบาๆราวกับระอาผมนัก ก่อนจะหมุนร่างผมเข้าหา โน้มหน้าผากลงมาชนหน้าผากของผม

            ลมหายใจร้อนของเราปะทะกันท่ามกลางมวลอากาศเย็นชื้น

            ความใกล้ชิดนั่น ทำให้ผมแทบลืมหายใจ

            “ ไข้ขึ้นอีกแล้ว” 

            น้ำเสียงเหมือนจะรำคาญนั่นทำให้ผมนิ่วหน้า  แต่ดูเหมือนหมอนั่นจะไม่ได้สังเกต ร่างสูงนั่นหมุนเข้าร้านขายยาเงียบๆ

            ทิ้งผมให้อยู่ข้างนอกคนเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน

            “อ่ะ เอาไป”

            ถุงยาถุงใหญ่ยื่นมาตรงหน้าผม ใบหน้านิ่งยามยื่นถุงนั่นให้คล้ายจะเจือด้วยรอยรำคาญจนผมต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

            เพราะยังงี้ไงผมถึงได้เกลียดท้องฟ้าเอามากๆ

            เพราะว่ามันเย็นชาจนหนาวเหน็บ

            เพราะว่ามันแปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้

 

            แต่

 

            ก็สัมผัสได้ว่าลึกๆแล้วก็มีความอบอุ่นซ่อนอยู่

 

            เส้นทางกลับบ้านอันแสนอึดอัดของผมสิ้นสุดลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน  ปกติแล้วเราจะแยกกันตรงนี้เสมอ บ้านของผมเดินจากสถานีไปไม่ไกลนัก ส่วนบ้านของหมอนั่นต้องนั่งรถไฟไปอีกห้าสถานี

            “ฉันไปล่ะ ขอบใจที่มาส่ง” ผมกล่าวลาเสียงแข็ง

            “เดี๋ยว”  มือแข็งแรงนั้นเอื้อมมาคว้าแขนผมจนผมต้องหันกลับไปมอง

            “ข้างนอกนั่นฝนยังตกอยู่เลย”

            “แค่ปรอยๆน่า” ผมพยายามสะบัดแขนออกแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลนัก

            “อย่าดื้อสิ” หมอนั่นดุผม ก่อนที่จะขยับร่างสูงของตัวเองเข้ามาใกล้ บีบระยะห่างระหว่างเราให้แคบเข้า ขณะที่ผมได้แต่ถอยห่างจนหลังชนกับกำแพงของสถานี 

            สองมือของหมอนั่นคร่อมอยู่ระหว่างตัวผม ส่วนร่มสีขาวที่เคยอยู่ในมือ บัดนี้ถูกนำมาพาดที่ไหล่กว้างแทน  พื้นที่เล็กๆภายใต้ร่ม บัดนี้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผมกับหมอนั่นท่ามกลางสถานีที่จอแจ

            แล้วริมฝีปากสวยก็ประทับลงมาที่ริมฝีปากของผมเร็วๆครั้งหนึ่ง

            “ทำอะไรของนายน่ะ” ผมขู่ไปเบาๆ รู้สึกถึงความร้อนที่แล่นขึ้นสู่ใบหน้า 

             “เมื่อวานนี้ขอโทษนะ”  สิ่งที่หลุดจากปากนั่นทำให้ผมเบิกตากว้าง จ้องเขม็งไปที่คนตรงหน้า แต่หมอนั่นกลับไม่ยอมสบตาผม

            “นายว่าอะไรนะ”  ผมพยายามขอย้ำเพื่อความแน่ใจ  คนที่นิ่งเสมอและไม่เคยยอมลงให้ใครก่อนคนนั้น กำลังขอโทษผม

            หมอนั่นไม่พูดอะไร แต่ค้นอะไรบางอย่างยุกยิกจากในกระเป๋าแล้วยื่นให้ผมแบบไม่ยอมสบตา

            ผมรับของนั่นมาและอึ้งเป็นรอบที่สอง

            มันคือช็อคโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีชมพูหวานแหวว ในกล่องสีชมพูรูปหัวใจเข้าชุดกัน ผูกด้วยโบว์สีแดง ชมพูและขาวแบบอลังการ

            ชอคโกแลตแบบที่ให้ตายผมก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในร้านเพื่อซื้อมัน

            “กินสิ อร่อยนะ” หมอนั่นบอกอ้อมแอ้ม 

              “พี่สาวฉันบอกว่า มันดีที่สุดเลยสำหรับ...เอ่อ...สถานการณ์แบบนี้”

              ท่าทางแบบคนทำอะไรไม่ถูกของคนตรงหน้าทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะกลั้นยิ้ม

               “ยองแจอา~“ หมอนั่นเรียกชื่อผมแบบกล้าๆกลัวๆ

              “ ฉันไปส่งนายที่บ้านได้ไหม”

              สายตาที่สบตาผมนั้นบ่งบอกถึงความกังวลแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนนี้ผมเหมือนกำลังยืนสบตาอีกด้านหนึ่งของเขาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน  ด้านที่อ่อนแอ ไม่มั่นใจของเด็กที่ทำผิด กำลังสำนึกผิดและขอร้องให้อภัยในความผิด

              ผมตวัดแขนไปโอบรอบคอของคนตรงหน้าอย่างโดยไม่ต้องคิด

              ร่างสูงนั้นชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่อ้อมแขนนั้นจะโอบรอบตัวผมเช่นกัน

              “รักนายมากนะ ยองแจอา~

              เสียงบอกรักที่ดังข้างหูและจังหวะหัวใจที่รัวเร็วกว่าปกติของคนพูดทำให้ผมอดยิ้มกว้างไม่ได้

              ผมเหลือบสายตาขึ้นมองท้องฟ้า ผ่านรอยแยกของขอบร่มสีขาวกับไหล่กว้างนั่น  ท้องฟ้าข้างนอกยังคงขมุกขมัวเล็กน้อย แม้หยาดฝนจะจางหายไปหมดแล้ว

              แม้ท้องฟ้าที่ผมเกลียดจะยังขมุกขมัวอยู่บ้างแต่ถึงยังงั้น ผมก็มีความสุขครับ

             

              บอกคุณตั้งแต่แรกแล้วไง ว่าผมเกลียดท้องฟ้า

              เกลียดที่มันมักจะแปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้

 

              เกลียดที่มันเย็นชาและเงียบงัน

              เกลียด

              เกลียดที่มันทำให้ผมรักได้มากขนาดนี้

              รักจนอดจะเกลียดมันไม่ได้เลยล่ะครับ

 

[END]

[RAIN](XxJ): I hate that sky

46 ความคิดเห็น