JustLoJae

ตอนที่ 10 : [SF](LxJ): Last chance (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

[SF](LxJ): Last chance (2)

Warning: 0% Reality, 100% Imagine

 

 

 

 

 

คุณที่เป็นดั่งนางฟ้า คุณคนที่จากผมไป

 

I need You

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

              “จุนฮง”

 

              “แดฮยอนฮยอง”

 

              ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก คนร่างสูงที่อายุน้อยกว่าก็ปรี่เข้ามาหาทันที มือใหญ่พยายามจะจับแขนอีกคนทว่าถูกกันเอาไว้ด้วยลำแขนของผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง

 

              “นายมาที่นี่ทำไม”

 

               แม้ตนเองจะขาหัก แต่บังยงกุกก็ยังคงส่งสายตามาดร้ายไปให้คนที่มาเกาะแกะแฟนตนเองอย่างไม่ลดละ

 

              “ยองแจอยู่ไหน”

 

              “กลับไปซะ!!

 

              “บอกผมมาว่ายองแจอยู่ไหน”

 

               เสียงที่ตวาดกลับมาทำเอายงกุกควันออกหู  เด็กนี่ขวางหูขวางตาเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นแฟนของยองแจแต่ยังกล้ามายุ่งกับแดฮยอนอย่างออกนอกหน้า ถ้าหากแดฮยอนไม่ขอไว้ว่าให้เห็นแก่ยองแจ เขาคงตั๊นหน้ามันไปหลายรอบแล้ว

 

              ยงกุกจ้องมองจุนฮงด้วยแววตาโกรธแค้น ไม่นำพากับสายตาร้อนใจของอีกฝ่ายเลยสักนิด ร้อนถึงแดฮยอนที่ต้องออกมาพูดไกล่เกลี่ย

 

              “ยงกุกฮยองใจเย็นก่อน จุนฮง ยองแจเพิ่งเข้าห้องผ่าตัดไปเมื่อกี้นี้เอง”

 

              คนร่างสูงผละไปทันทีที่ได้ข้อมูลที่ต้องการ ไม่ใส่ใจกับแขนของแดฮยอนที่ถูกใส่เฝือกคล้องอยู่ที่คอเลยสักนิด เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้อง สูดลมหายเข้าลึก วางมือลงบนประตู  แล้วซบศีรษะลงบนกระจกใส

 

              ขอร้องล่ะ ยองแจ  อย่ายอมแพ้ ได้โปรดกลับมาหาผม

 

              ผมรู้แล้วว่าหัวใจของผมเป็นของใคร

 

              พี่รู้ไหมว่ามันเต้นแรงจนทำให้เจ็บมากแค่ไหน เพียงแค่ได้รู้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับพี่

 

              ยูยองแจ

 

 

 

              ผมรักพี่นะ

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

              แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนถึงเช้ามืดทว่าทุกคนก็ยังคงอยู่รอที่หน้าห้องผ่าตัด แม้คุณพยาบาลมาเตือนให้คนเจ็บกลับไปพักที่ห้องหลายครั้งแต่ก็ได้รับคำปฏิเสธกลับไป บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างตึงเครียด ไม่มีใครพูดอะไรกัน ยงกุกกับจุนฮงที่ไม่ถูกกันแทบตายต่างเลือกจะนั่งกันคนละมุมเพื่อสงบศึกชั่วคราว

 

            ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ ความตึงเครียดก็ยิ่งเขม็งเกลียว

 

            ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ ร่างกายของจุนฮงเริ่มเรียกร้องการพักผ่อนทว่าเขารู้ตัวดีว่ายังพักไม่ได้ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นหน้าคนที่อยู่ในห้องผ่าตัดนั้น 

 

            ซบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วภาวนา

 

            ได้โปรดเถอะ ยองแจ ได้โปรด

           

            กรุณากลับมาให้ผมได้บอกรักพี่ได้ไหม

 

 

 

 

 

            เสียงประตูของห้องผ่าตัดที่เปิดขึ้นฉุดให้ทุกคนหลุดจากห้วงความคิดของตนเอง ทุกสายตาจ้องไปที่แพทย์เจ้าของไข้เขม็ง

 

            มุนจงออกถอนหายใจ ก่อนที่จะเปิดรอยยิ้มออกมาเพื่อแจ้งเรื่องน่ายินดี

 

            “คุณยูยองแจพ้นขีดอันตรายแล้วครับ”

 

            ประโยคนั้นทำให้จุนฮงน้ำตาแทบไหล แว่วเสียงสะอื้นเบาๆดังมาจากจองแดฮยอน...และบังยงกุก ผู้ชายที่เขาไม่คิดว่าจะหลั่งน้ำตา

 

            บุรุษพยาบาลเข็นรถออกมา จุนฮงจ้องดวงหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลรอบศีรษะตาไม่กระพริบ ภาพตรงหน้าดูพร่ามัวไปหมดด้วยละอองน้ำที่เกาะดวงตา

 

            แม้สภาพของยองแจแย่จนดูไม่ได้จากอาการบาดเจ็บ ทว่าลมหายใจที่ยังอยู่นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในเวลานี้

 

            ขอบคุณนะ ยองแจ

 

            ขอบคุณที่กลับมาหาผม

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

            หลังจากการผ่าตัดผ่านไปได้สองวัน แดฮยอนก็โทรมาบอกจุนฮงว่ายองแจฟื้นแล้วแต่กลับไม่ยอมบอกอาการปัจจุบัน ของยองแจเมื่อเขาซักไซร้ พูดเพียงแต่ว่า หมอมุนจะพูดในวันนี้ตอนเย็น ให้จุนฮงกับยงกุกมาฟังด้วยตนเอง

 

              “คุณหมอล้อเล่นใช่ไหมครับ”

 

               น้ำเสียงที่ลอดจากปากช่างเบาหวิว จุนฮงคิดว่าตนเองหูฝาดไม่ก็เสียสติไปแล้วยามที่คุณหมออธิบายอาการของยองแจให้ได้ฟัง เหลือบมองยงกุกที่นั่งอยู่ข้างๆก็พบว่าอีกคนนั่งซึมสติหลุดไปแล้ว

 

              “สมองของคุณยูยองแจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างมากจากอุบัติเหตุ”

 

              “สมองส่วนนั้นเป็นส่วนของความทรงจำและประสาทตา”

 

              “มันทำให้คุณยูยองแจสูญเสียความทรงจำทั้งหมดและไม่สามารถมองเห็นได้อีก”

 

              “ไม่มีทางรักษาหาย”

 

              “หมอเสียใจด้วยนะครับ”

 


              เสียงประตูที่ปิดลงไล่หลังไม่สามารถชักนำทั้งยงกุกและจุนฮงให้กลับมามีสติครบถ้วนเหมือนเช่นก่อนเข้าไป ทั้งสองยังคงเหม่อลอยด้วยไม่สามารถรับความจริงที่กระแทกหน้าอย่างกระทันหันได้ แดฮยอนที่รออยู่ข้างหน้าห้องน้ำตาซึมด้วยความสงสาร เขารู้เรื่องจากคุณหมอมุนเป็นคนแรกเพราะเป็นคนพบว่ายองแจได้สติและอยู่ด้วยกันตอนที่ยองแจได้รับการตรวจร่างกาย เพราะกลัวยงกุกและจุนฮงรับกับสภาพยองแจในตอนนี้ไม่ได้ เขาจึงคะยั้นคะยอให้ทั้งคู่ไปพบคุณหมอเจ้าของไข้เพื่อรับฟังอาการของยองแจก่อน

 

              และสภาพของทั้งคู่ก็เป็นหลักฐานอย่างดีว่าการตัดสินใจของเขานั้นถูกต้อง

 

              “ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง”

 

              เสียงสั่นเครือของยงกุกดังขึ้น

 

              “ยองแจเป็นน้องที่ฉันรัก และมันจะเป็นอย่างนั้นเสมอไม่ว่าเจ้าตัวจะเป็นยังไงก็ตาม”

 

              คำประกาศนั้นทำให้จองแดฮยอนก้มศีรษะลงเพื่อซ่อนรอยน้ำตา มือของยงกุกเอื้อมไปลูบศีรษะคนรักเพื่อปลอบโยนเบาๆ

 

              “ไปกันเถอะ พี่พร้อมจะเห็นยองแจแล้ว”

 

              จุนฮงมองสองร่างที่เดินเคียงกันไปด้วยสายตาว่างเปล่า มือของแดฮยอนที่โอบรอบตัวเพื่อช่วยพยุงยงกุกแม้ว่าตนจะมีแขนที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวไม่ได้ทำให้จุนฮงรู้สึกหวั่นไหวเท่ากับคำพูดของรุ่นพี่ที่ประกาศเอาไว้

 

              “ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง”

 

              ใช่

 

              ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง

 

              บังยงกุกจะยังรักยูยองแจไม่เปลี่ยน

 

              “ผมก็ด้วย”

 

              ไม่ว่ายูยองแจจะเป็นอย่างไร ชเวจุนฮงก็จะรักเขา

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

              เสียงหัวเราะเบาๆจากภายในห้องทำให้ฝีเท้าของยงกุกหยุดชะงัก เขาจำได้ดีว่าเสียงหนึ่งเป็นของยองแจ เด็กน้อยของเขา และอีกเสียงหนึ่งเป็นของฮิมชาน เพื่อนของเขาที่อาสามาดูแลยองแจในเวลานี้

 

              “พี่พร้อมไหมครับ” เสียงแดฮยอนกระซิบถาม

             

              ยงกุกกระชับมือที่เกาะกุมมือของเขาเพื่อให้กำลังใจเบาๆ แล้วตอบออกไป

 

              “พี่พร้อมแล้ว”

 

 

 

              เสียงประตูที่เปิดออกทำให้เสียงหัวเราะของคนภายในห้องชะงักไป  ยงกุกมองน้องชายที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ยองแจในวันนี้แม้จะดูสดใสกว่าวันที่ผ่านมา ทว่ายังซีดเซียวนักด้วยเสียเลือดจากอุบัติเหตุ ที่ศีรษะมีผ้าพันแผลสีขาวพันไว้โดยรอบ ดวงตาทั้งคู่ก็ถูกปิดไว้ ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้านั้นยังคงวาดชัดงดงามเฉกเช่นเดียวกับช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุร้าย

 

              “แดฮยอนเหรอ”

 

              เสียงทักทายทำให้ยงกุกชะงัก เหลือบไปมองคนรักที่อยู่ข้างตัวแวบหนึ่ง

 

              “พี่เข้าไปใกล้ๆยองแจสิครับ”

 

              สาวท้าวเข้าไปประชิดเตียงคนไข้ ยองแจที่นั่งส่งยิ้มมาให้เริ่มคิ้วขมวดลงไปทุกที

 

              “แดฮยอนใช่ไหม หรือใครกัน”

 

              “ฉันเอง” เสียงแดฮยอนดังขึ้นแผ่วเบา

 

              “ กลิ่นนายผิดไปจากตะกี้นะ หรือนายพาใครมาด้วย”

 

              แดฮยอนจับมือของยงกุกวางลงบนมือของยองแจ

             

              “นี่ บังยงกุก ลูกพี่ลูกน้องของนาย พี่ชายที่นายรักมากไงยองแจ”

 

               มือเล็กกุมมือสั่นเทาของพี่ชายเอาไว้ ความอบอุ่นที่ไหลผ่านมานั้นทำให้ยงกุกแทบน้ำตาซึม

 

              “คุณหมอคงบอกพี่แล้วว่าผมเสียความทรงจำ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

 

              “...”

 

              “ถึงผมจะจำพี่ไม่ได้ แต่ผมคุ้นกับมือของพี่นะ สำหรับผมคนก่อน มือนี้เป็นมือที่อบอุ่นและพึ่งพาได้เสมอ”

 

              “...”

 

              “คุณหมอบอกว่า ความทรงจำที่หายไป อาจจะรื้อฟื้นมันกลับมาไม่ได้อีก เพราะอย่างนั้นผมจึงอยากเริ่มต้นมันใหม่”

 

              “....”

 

              “ผมขอฝากตัวอีกครั้งนะครับ เรามาสร้างความทรงจำกันใหม่นะครับ”

 

              “...”

 

              บังยงกุกไม่สามารถตอบอะไรได้เลย รอยยิ้มของยองแจที่วาดขึ้นจนแก้มยุ้ยยกขึ้นทำให้ละอองน้ำฝ้าจนเต็มตาไปหมด เขาพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงไป ไม่ให้ยองแจได้ยิน

 

              “ยงกุกฮยองตอบยองแจหน่อยสิครับ”

 

              เพราะมองไม่เห็นจึงไม่สามารถรับรู้เหตุการณ์ตรงหน้าได้ เมื่ออีกฝ่ายเงียบไป ยองแจก็เกิดกังวลขึ้นมาว่าพูดอะไรผิดไปรึเปล่า

 

              “ยงกุกฮยอง”

 

              เสียงแดฮยอนเรียกเตือน ยงกุกจึงระงับเสียงสะอื้นเพื่อตอบออกไปในโทนที่พยายามให้สดใสที่สุด

 

              “อือ  เรามาสร้างความทรงจำกันใหม่นะยองแจอา”

             

              มือที่กุมกันอยู่กระชับแน่นขั้นทันที ยองแจพยักหน้ารัวด้วยความดีใจ ท่าทางนั่นยิ่งทำให้ยงกุกระงับอารมณ์ไม่ได้  แดฮยอนจึงต้องปลดมือนั้นออกมาแล้วส่งให้ฮิมชานประคองไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่โซฟา

 

              “ยองแจ มีอีกคนนึงที่ฉันอยากแนะนำให้นายรู้จัก”

 

              เสียงของแดฮยอนทำให้ยองแจหันไปหาอีกครั้ง 

 

              “นี่คือ ชเวจุนฮง แฟนของนาย” มือใหญ่ของใครอีกคนถูกยัดเยียดลงในอุ้งมือ กลิ่นกายที่ต้องจมูกทำให้ร่างเล็กบนเตียงสะดุ้ง สีหน้าแตกตื่นและมือเล็กที่ยกขึ้นปัดป่ายไปมาราวกับหาอะไรสักอย่างทำให้เรียวคิ้วของจุนฮงขมวดลงอย่างไม่เข้าใจ เขารีบจับมือนั้นมาเกาะกุมไว้อย่างทะนุถนอม

 

              ไม่คาดว่า มือนั้นจะสะบัดมือของเขาออกแทบในทันที

 

              “ฮิมชานฮยอง”

 

               เสียงสั่นของยองแจทำเอาเจ้าของชื่อต้องลุกขึ้นมายืนใกล้ๆ มือสั่นเทาเอื้อมมาเกาะแขนอีกฝ่ายเอาไว้อย่างหาที่พึ่ง ท่าทางนั้นทำให้จุนฮงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาขยับตัวไปใกล้หวังจะปลอบโยนให้คลายความตื่นตระหนก ทว่ายองแจกลับถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง ซ้ำยังกอดแขนฮิมชานเสียแน่น

 

              “อย่าเข้ามานะ”

             

               เสียงร้องห้ามนั่นราวกับสามารถตบหน้าจุนฮงจนหน้าหัน เขารู้สึกชาไปทั้งหน้าและลามไปทั่วทั่งตัวเมื่อยองแจโผเข้าไปกอดฮิมชานแล้วกรีดร้องลั่น

 

              “อย่าให้เขามาใกล้ผม”

 

              “ฮิมชานฮยอง กอดผมที”

 

              “ยองแจ เกิดอะไรขึ้น จำเขาได้เหรอ”

 

               เสียงฮิมชานดังขึ้นอย่างเป็นกังวล ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา ยองแจไม่เคยมีท่าทางตื่นตกใจกับใคร และแทบไม่แสดงออกมาว่าขวัญเสีย แม้ในยามที่รู้ว่าตนเองจะมองไม่เห็นและเสียความทรงจำทั้งหมดไปด้วยซ้ำ

 

              แต่กับ แฟนที่ยองแจรักมาก ทำไมถึงเป็นแบบนี้

 

              “ ผมไม่รู้ ผมจำไม่ได้”

 

              “แต่พอเค้าเข้ามาใกล้ ผมก็เจ็บตรงนี้”

             

              “มันเจ็บมากๆเลย”

 

              มือเล็กทุบตรงอกข้างซ้ายอย่างแรง มันทำให้ในอกของจุนฮงปวดปลาบราวกับกำปั้นนั้นทุบลงบนหัวใจของเขาโดยตรง

 

              “ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมไม่อยากเจ็บอีกแล้ว”

 

              “ฮิมชานฮยอง ขอร้อง กอดผมไว้ อย่าปล่อยผมนะ”

 

 

              เสียงโวยวายของยองแจไม่สามารถแทรกเข้าไปสู่ประสาทสัมผัสของจุนฮงได้เลย เขายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองคนรักของตนกอดผู้ชายคนอื่นแน่นด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหยาดน้ำใสมันไหลท่วมแก้มตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนจนกระทั่งมีแรงกระตุกเบาๆที่ชายเสื้อ

 

              “จุนฮง นายกลับไปก่อนนะ”

 

              เสียงของแดฮยอนที่อยู่ข้างๆดังเพียงกระซิบ จุนฮงได้ยินมันแต่ไม่สามารถขยับตัวได้ เขาทำได้เพียงถอยตามแรงฉุดของแดฮยอนออกจากห้องไปราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิตตัวหนึ่ง

 

              โดยที่ดวงตาทั้งคู่ยังคงจับจ้องไปยังร่างคนรักที่ฟูมฟายอยู่กับอกผู้ชายคนอื่นด้วยสายตาขมขื่นเท่านั้น

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

              “จุนฮง พี่เองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

              “ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ยองแจต่อต้านนายขนาดนั้น”

 

              “เพราะฉะนั้น ช่วงนี้นายอย่าเพิ่งเข้าไปหายองแจ ปล่อยให้เขาได้ฟื้นตัวสักพัก บางทีทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้”

 

              เพราะคำพูดของจงออบ จุนฮงจึงพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ไปที่โรงพยาบาลอย่างสุดความสามารถ แต่ทำได้เพียงแค่สองสามวันเท่านั้น เขาก็แพ้ใจตนเอง ต้องแอบไปหา แอบไปมองยองแจจากกระจกหน้าห้องผู้ป่วยเสมอ

 

              อาการของยองแจดีขึ้นเป็นลำดับ สีสันเริ่มกลับคืนมาสู่ริมฝีปากอวบอิ่ม ผ้าพันดวงตาของยองแจถูกถอดออก และผลก็เป็นดังที่จงออบเคยวินิจฉัยเอาไว้ ยูยองแจเสียความสามารถในการมองเห็นโดยสิ้นเชิง แต่กระนั้น รอยยิ้มก็ยังคงประดับอยู่บนใบหน้านั้นไม่จางหายไป

 

              โดยเฉพาะ รอยยิ้มที่แย้มออกอย่างร่าเริงยามที่มีคิมฮิมชานอยู่เคียงข้าง

 

              รอยยิ้มที่เคยเป็นของเขามาก่อน

 

              สิ่งนั้นทำให้จุนฮงแทบประสาทเสีย ทว่าทำอะไรไม่ได้ด้วยยองแจจะแตกตื่นทุกครั้งที่เขาพยายามเฉียดเข้าไปใกล้  แค่เพียงได้กลิ่นมือเล็กจะไขว่คว้าหาคิมฮิมชานไปเสียทุกที

 

 

              วันนี้ก็เป็นอีกวันที่จุนฮงเข้ามาหายองแจที่โรงพยาบาล ทว่าเพียงแค่เขาก้าวเท้าเข้ามาในโถงทางเดินที่คุ้นเคย ฝีเท้าก็ต้องหยุดกึก เมื่อหูได้ยินเสียงร้องเพลงที่ดังออกมา

 

              เสียงนี่ นางฟ้า!

 

              แดฮยอนฮยองร้องเพลงอีกแล้วเหรอ

 

              เร็วเท่าความคิด สองเท้าก็ก้าวเข้าไปที่ห้อง เปิดประตูเข้าไปโดยไม่ทันคิด

 

              แล้วทั้งร่างก็ราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อคนที่อยู่ภายในห้องนั้นไม่ใช่จองแดฮยอน

 

              แต่เป็นคิมฮิมชาน...ที่กำลังโอบกอดคนของเขาไว้

 

              และยูยองแจ...ที่กำลังร้องเพลงอยู่ภายในอ้อมกอดนั้น

 

              เสียงร้องนั้นหยุดลงทันที ยองแจหันหน้ามาทางที่เขายืนอยู่ แม้ดวงตาคู่นั้นจะจ้องตรงมา ทว่ามันกลับไม่สามารถสะท้อนเงาของเขาได้อีกแล้ว

 

              “ยองแจ”

 

              จุนฮงได้ยินเสียงตัวเองเอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างแหบแห้ง และเป็นดังคาด ยองแจสะดุ้งสุดตัวทันทีที่ได้ยินเสียงของเขา ร่างเล็กมุดลงกับอกของฮิมชาน ยามร้องโวยวายเสียงสั่น

 

              “ฮิมชานฮยอง เค้ามาอีกแล้วใช่ไหม”

 

              “ยองแจอา” เสียงฮิมชานเอ่ยเรียกอย่างลำบากใจ เมื่ออ้อมแขนของคนตัวเล็กรัดตัวของเขาอย่างหวาดกลัว เขาเหลือบมองจุนฮงแวบหนึ่ง ถอนหายใจก่อนจะก้มลงไปกระชับกอดให้แน่นขึ้นเป็นการปลอบประโลม

 

              “ยองแจ เด็กดี ไม่เอานะครับ มาคุยกันก่อน”

 

              “ผมไม่อยากเจอเค้า เค้าเข้ามาทีไรผมเจ็บตรงนี้ทุกทีเลย”

 

               มือเล็กจับมืออีกคนไปวางไว้ที่อก..ตำแหน่งหัวใจ

 

              “พี่เข้าใจไหม ผมไม่อยากเจ็บอีกแล้ว”

 

              จุนฮงมองน้ำตาที่ไหลรินบนแก้มเนียนนั่นด้วยความรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก เมื่อตะกี้ยองแจยังยิ้ม ยองแจยังร้องเพลง แต่พอเขาเข้ามา ทุกอย่างก็กลับตาลปัตรไปหมด

 

              “ยองแจ”

             

               เสียงยงกุกดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเขยกขาผ่านร่างของจุนฮงไปหาน้องชายที่อยู่บนเตียง

 

              “เกิดอะไรขึ้น”

 

               เงยหน้าถามฮิมชานอย่างเอาเรื่อง ทว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ เพียงส่ายศีรษะให้เท่านั้น

 

              แม้ฮิมชานจะไม่พูดอะไร ทว่าเด็กตัวสูงที่ยืนทื่ออยู่กลางห้องนั่นก็เป็นคำตอบของเรื่องทั้งหมด ยงกุกมองน้องชายที่แตกตื่นอยู่ในอ้อมแขนของฮิมชานสลับกับเด็กหนุ่มที่ยืนข้างเขาแล้วก็ต้องถอนหายใจ

 

              ถึงเขากับจุนฮงจะเคยบาดหมางกันมาก่อน แต่ลึกๆแล้วยงกุกก็ไม่ได้ติดใจมากนัก

 

              สิ่งที่เขาตัดสินใจจะทำ มันอาจฟังดูใจร้าย แต่เขาเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน

 

              หากมันสามารถปกป้องน้องชายของเขาได้ล่ะก็ ไม่ว่าจะต้องกลายเป็นคนที่ใจดำที่สุดในโลก

 

              ยงกุกก็ยินดีจะเป็น

 

             

              “จุนฮง”

 

              “ยองแจเป็นแบบนี้ นายอย่ามาพบเขาอีกเลยได้ไหม”

 

              “ยงกุกฮยอง”

 

               เสียงประท้วงที่ดังขึ้น มันไม่ได้มาจากจุนฮง แต่เป็นจองแดฮยอนต่างหาก

 

              “ยองแจกำลังดีขึ้น เขากำลังพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทุกครั้งที่เจอนาย เขาก็จะกลับมาเป็นแบบนี้อีก”

 

              “ยงกุกฮยอง!” 

 

            ทั้งเสียงของยงกุกและแดฮยอนไม่สามารถเรียกความสนใจจากตัวต้นเรื่องได้เลย จุนฮงได้ยินทุกอย่าง สิ่งที่ยงกุกพูดออกมามันทำให้ใจเจ็บ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจ เขาตั้งใจไว้แล้วว่า ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ปล่อยมือจากความรักครั้งนี้เด็ดขาด  เสียงโต้เถียงกันระหว่างยงกุกกับแดฮยอนแว่วเข้ามาในหู แต่จุนฮงจับใจความไม่ได้ถนัดนัก สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือร่างเล็กที่ซุกตัวลงในอกของฮิมชานเท่านั้น

 

              “พอแล้ว”

 

               เสียงของยองแจทำให้เสียงทะเลาะกันระหว่างยงกุกกับแดฮยอนเงียบลง จุนฮงรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่รัวขึ้นอย่างกระทันหัน เมื่อใบหน้าของยองแจผละออกจากอกของฮิมชานหันมาทางเขา

 

              แม้ดวงตาคู่นั้นจะเลื่อนลอยด้วยเจ้าตัวเสียความสามารถในการมองเห็นไปแล้ว ทว่านี่เป็นครั้งแรกหลังจากอุบัติเหตุที่ยองแจพยายาม “มอง” เขา

 

              จุนฮงแทบระงับความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่

 

              “คุณ.. จุนฮงใช่ไหมครับ”

 

              เสียงของยองแจที่เรียกชื่อของเขาทำให้รู้สึกตื้นตันในอกอย่างน่าประหลาด นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้ยินเสียงนี้

 

              “ยองแจ”

 

              “ผมต้องขอโทษด้วย” 

 

              คำพูดนั้นทำให้เรียวคิ้วมุ่นลงทันที

 

              ทำไมต้องขอโทษ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย

 

              “แต่ผมขอร้อง”

 

               ไม่นะ ยองแจ...

 

              “ช่วยทำตามที่ยงกุกฮยองพูดด้วยเถอะ”

 

              อย่า...

 

              “ผมไม่รู้ว่ามันเคยเกิดอะไรขึ้น”

 

              อย่าพูดออกมาอีกเลย

 

              “แต่ผมกลัวคุณ”

 

              ขอร้อง...

 

              “ผมควบคุมมันไม่ได้”

 

              ได้โปรด....

 

              “ขอโทษจริงๆครับ”

 

              อย่าทิ้งกันไปได้ไหม...

 

 

              ละอองน้ำที่เอ่อขึ้นมาท่วมนัยน์ตาทำให้ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน ชเวจุนฮงในยามนี้ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องก้มหน้าหลบสายตา จุนฮงไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังยกยิ้ม

 

               ยิ้มที่แสนขมขื่นในยามที่หัวใจแตกสลาย

 

 

              คนรักของเขา ความรักของเขา นางฟ้าของเขา

 

              เขาเสียมันไปทั้งหมดภายในไม่กี่นาที

 

              เคยตั้งใจว่าจะไม่แคร์คำพูดใคร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะฟังเพียงแค่ยองแจคนเดียว

 

              แต่ในวันนี้...คำพูดของยูยองแจทำให้ชเวจุนฮงแทบตายทั้งเป็น

 

 

              ไม่มีเสียงสะอื้นหลุดออกจากปาก มีเพียงสายตาเจ็บปวดที่ทอดมอดคนร่างเล็กที่กลับไปซุกหน้าลงกับแขนของฮิมชาน

 

 

              อ้อมกอดของผม พี่คงไม่ต้องการแล้ว

 

              คำว่ารักที่ผมไม่เคยบอก พี่คงไม่อยากได้ยินมันอีกแล้ว

 

              แม้แต่ตัวผมที่อยู่ตรงนี้  ทั้งดวงตาและหัวใจของพี่ก็คงไม่อยากเห็นอีกแล้ว

 

 

 

 

              พระเจ้าครับ ....

 

              ผมต้องทำยังไง ต้องแลกอะไรบ้าง กับการได้รับโอกาสอีกสักครั้ง

 

 

              ถ้าเป็นไปได้ ถ้าผมยังพอมีโอกาสสุดท้าย

 

               ได้โปรด

 

              ผมขอความรักของผมคืนเถอะนะครับ

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

ผมไม่รู้จริงๆว่าคุณจะทิ้งผมไป  คนที่เหมือนนางฟ้าอย่างคุณ

ทำไมผมถึงได้ไร้ค่าอย่างนี้นะ?

 

อย่าเบือนหน้าหนีจากผม

ผมมันโง่ โง่จริงๆที่เสียคุณไป

เหมือนคนบ้าที่ทำอะไรไม่ได้เลยเมื่อขาดคุณ

 

คุณคือเหตุผลที่ทำให้ผมมีชิวิตอยู่

แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอคุณอีก ผมก็รู้สึกเหมือนจะตาย

 

คนที่ผมรักมีเพียงคุณ

ได้โปรดส่องแสงนำทางผมท่ามกลางความมืดมิดนี้ที

 

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ว่ากันว่า ในชีวิตคนเราจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น

 

 

 

              “จุนฮง”

 

              เสียงฮันบินเรียกให้เขาตื่นจากภวังค์ จุนฮงสะบัดศีรษะไปมาเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ มือของเขากุมอยู่กับโทรศัพท์ที่ยกขึ้นแนบหู บรรยากาศโดยรอบยังคงเป็นของคาเฟ่เจ้าประจำ มองไปตรงหน้าก็ยังเห็นยูยองแจนั่งอยู่

 

              แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตะกี้คืออะไร?

 

              เดจาวู?

 

 

              [วันนี้แดฮยอนฮยองแข่งร้องเพลงที่โรงยิม มึงไม่รู้เหรอ]

 

              “ว...ว่าไงนะ”

 

              [กูบอกว่า แดฮยอนฮยองจะแข่งร้องเพลง มึงนี่เป็นติ่งเค้ายังไงเนี่ย ทำไมถึงไม่รู้]

 

            ทำไมบริบทมันถึงได้เหมือนกันขนาดนี้

 

              “เมื่อไหร่”

 

              [ อีกไม่เกินสิบห้านาทีอะ พี่เค้าคนที่ห้า นี่คนที่หนึ่งขึ้นไปร้องละ]

 

              เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

 

              มองไปที่คนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม ยองแจยังคงจ้องตรงมา

 

              “ยองแจไปไหม?”   

 

              “?”   

 

              “ฮันบินโทรมาบอกว่า แดฮยอนฮยองกำลังจะแข่งร้องเพลงที่โรงยิม”

 

              “พี่ไม่ไป นายไปเถอะ”

 

               ถึงแม้จะตอบอย่างนั้น ถึงแม้ใบหน้าจะยังประดับด้วยรอยยิ้ม  แต่แววตาคู่นั้นช่างแสนเศร้าเหลือเกิน

 

              ทำไมเขาถึงไม่เคยสังเกตเห็นมันมาก่อนนะ

 

              คิดด้วยความสมเพชตนเอง ก่อนจะกรอกเสียงลงในโทรศัพท์

 

 

              “ได้ยินแล้วนะฮันบิน”

 

 

              “กูอยู่กับแฟน แฟนกูไม่ไปกูก็ไม่ไป ชัดนะ”

 

 

              “มึงนี่ไม่รู้อะไร แฟนกูก็ร้องเพลงเพราะ เสียงงี้ยังกะนางฟ้า กูให้แฟนกูร้องเพลงให้ฟังก็ได้”

 

 

              “เออไม่ต้องมาแซว กูรักแฟนกูมาก โอเคปะ”

 

 

              “ แค่นี้แหละมึง วางละ บาย”

 

 

              สีหน้าตกตะลึงและสายตาที่มองมาเหมือนไม่อยากจะเชื่อของยองแจ ทำให้ประกายในดวงตาของจุนฮงอ่อนลง เขายกยิ้มแล้วยื่นมือออกไปคว้ามือของอีกคนมากุมเอาไว้

 

              “ยองแจ”

 

              “ผมยังไม่เคยบอกพี่ใช่ไหม”

 

              “ผมรักยองแจมากนะ”

 

              “ผมรักยองแจคนเดียว”

 

              “ขอโทษที่ทำให้เสียใจมาตลอด”

 

              “ไม่ร้องนะครับที่รัก”

 

              รอยยิ้มทั้งน้ำตาที่ถูกส่งมาจากดวงหน้าที่เปี่ยมสุขนั้นราวกับเป็นรางวัลให้กับจุนฮง มือเล็กถูกรวบขึ้นมาจุมพิตอย่างทะนุถนอม

 

 

 

              ขอบคุณพระเจ้า ที่มอบโอกาสให้ผม ผมจะใช้โอกาสสุดท้ายที่ได้รับมารักเค้าให้มาก จะจับมือเอาไว้ให้แน่น ไม่ปล่อยไปอีกชั่วชีวิต

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

              ร่างของสองคนที่เพิ่งเดินออกจากร้านไปทำให้ฮิมชานต้องมองตาม แม้ก่อนนี้อาจมีระยะห่างกันบ้าง ทว่ามือที่ประสานกันแนบแน่นในวันนี้ทำให้เขาต้องถอนหายใจ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าอาจพอมีหวัง แต่รอยยิ้มที่มีความสุขของยองแจในตอนนี้ทำให้รู้สึกว่าความหวังที่เคยมีนั้นมลายไปหมดแล้ว

 

 

              พระเจ้าครับ ถ้ามีโอกาสผมจะขอความรักอีกสักครั้งจะได้ไหมครับ

 

 

              -กริ๊ง-

 

            เสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นทำให้ฮิมชานตะโกนทักทายออกไปตามสัญชาตญาน

 

              “ยินดีต้อนรับครับ”

 

              ผู้มาใหม่ชะงักอย่างงุนงง ก่อนจะเปิดยิ้มสดใสตอบกลับมาให้แล้วก้าวตรงมาหน้าเคาท์เตอร์

 

              “มอคค่าสินะครับ”

 

              ออเดอร์ที่ถูกทักขึ้นมาทำเอาชายหนุ่มชะงักเป็นครั้งที่สอง ฮิมชานมองท่าทางแปลกใจของคนตรงหน้าอย่างขำๆ

 

               “ผมจำได้ครับ ขอบคุณมากนะครับที่มาอุดหนุนเป็นประจำ”

 

              “ผมคิมฮิมชานนะครับ”

 

              “ผมมุนจงออบ”

 

              “ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

 

 

--- LAST CHANCE ---

 

 

 

ทางด้านหน้าของโอกาสมีผมยาว แต่ทางด้านหลังล้านเกลี้ยง เพราะเมื่อปล่อยให้โอกาสผ่านไปแล้วก็ยากที่จะจับยึดมันกลับมาใหม่ได้อีก

 

โอกาส จึงเตือนเราทุกคนว่า

 

อย่ามาต่อว่าฉันว่าฉันไม่เคยมาเยี่ยมกราย เพราะบ่อยครั้งเหลือเกินที่ฉันมาเคาะประตู แต่เธอกลับไม่อยู่บ้าน ทุกวันที่ฉันรออยู่ที่หน้าบ้านเธอ เรียกให้เธอตื่น ให้ขยับ ให้สู้ ให้รีบตัดสินใจ ให้ลงมือทำ ให้ออกแรงสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะและความสำเร็จ

 

จงอย่าปล่อยให้ฉันผ่านไป เธอจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลังที่ ฉัน โอกาส ผ่านมา แต่เธอไม่รู้จักจับฉวย

 

 

 

 

ชีวิตคนนั้นแสนสั้น

 

ไม่มีใครรู้อนาคต ไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้คนที่เรารักจะยังคงอยู่เคียงข้างเราหรือไม่

 

ไม่มีใครรู้ว่าความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์สามครั้งเป็นเรื่องจริงไหม

 

ไม่มีใครรู้ว่า “โอกาสสุดท้าย” จะมาถึงเมื่อไหร่

 

ดังนั้น

 

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด คือ “ตอนนี้”

 

อย่าละเลยคนรักของคุณ ความรักของคุณ นางฟ้าของคุณ  จงรักเขาให้ดีที่สุด มากที่สุด

 

ก่อนที่ “โอกาสสุดท้าย” จะผ่านไป

 

 

 

วันนี้คุณดูแลความรักของคุณรึยัง?

 

 

 

 

 

[END]

[SF](LxJ): Last chance

 

Credit

 

: นิทานเรื่องโอกาส

          วารสาร Mormove Via http://forums.thaisem.com/index.php?topic=22096.0 โดย คุณ Joriahp

 

: คำแปลเพลง 1004
      
Lyrics http://www.daum.net/
         THAI ROMS/TRANS: Joker-LK @ WithTSBAPBY
         ENG TRANS http://popgasa.com (http://www.withtsbapby.com/)
      

 


 

[Special](LxJ): Last chance

 

 

ไม่มีใคร...สามารถหลีกหนีชะตากรรมของตนพ้น

 

 

              “บังยงกุก จองแดฮยอน ยูยองแจ”

 

              “รถคว่ำ บาดเจ็บสาหัสอยู่ที่โรงพยาบาล”

 

 

              ขอร้องล่ะ ยองแจ  อย่ายอมแพ้ ได้โปรดกลับมาหาผม

 

              ดวงตาของคนที่นอนไม่ได้สติมาสองวันปรือขึ้นท่ามกลางความมืด  ยองแจรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งตัว ความเย็นของอากาศทำให้เผลอขยับตัวซุกลงไปในผ้าห่ม

 

              หนาวจัง

 

              ทำไมถึงหนาวไปทั้งตัวแบบนี้ล่ะ

 

              แต่ที่มือนี่อุ่นจังนะ

 

              ทำไมถึงอุ่นแค่ที่มือล่ะ

 

              เบือนหน้าไปด้านข้าง แม้จะมืดทว่าเขารู้สึกว่ามีใครบางคนอยู่ข้างๆเขา

 

            คนที่จับมือของเขาเอาไว้

 

              ว่าแต่คนนั้นคือใครกันนะ?

 

              มือเล็กที่เคลื่อนไหวขยุกขยิกอยู่ในมือของเขาทำให้คนที่นอนเฝ้าสะดุ้งจากนิทรา เหลือบสายตามองคนบนเตียงก็พบดวงตาใสแจ๋วจ้องมองเขาอยู่ สิ่งที่ได้เห็นทำให้แทบควบคุมตัวเองไม่ได้

 

              มือสั่นเทาค่อยๆเอื้อมไปเปิดสวิตท์ไฟที่หัวเตียง

 

              “ยองแจ”

 

              เสียงสั่นพร่าที่เรียกชื่อเขาทำให้ยองแจเผลอขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

 

              “ยองแจมองเห็นผมไหม”

 

              “ยองแจจำผมได้ไหม”

 

              “ขอร้อง ยองแจ อย่าเกลียดผมเลยนะ”

 

              เสียงที่แหบราวกับเจ้าตัวจะร้องไห้ออกมาในวินาทีใดวินาทีหนึ่งทำให้ยองแจรู้สึกมึนงง เขายกมือขึ้นลูบศีรษะอีกคนเบาๆยามร้องเรียก

 

              “จุนฮง”

 

              “?

 

              “เป็นอะไรไป”

 

              “ยองแจ ผมเป็นใคร เป็นอะไรกับยองแจ”

 

              “จำผมได้ใช่ไหม”

 

              “อย่าเงียบสิ ตอบผมมาหน่อยเถอะ ผมใจจะขาดแล้วนะ”

 

              คำพูดนั่นทำให้ยองแจยกยิ้มน้อยๆ มือเล็กลูบลงบนศีรษะของอีกคนยามตอบ

 

              “นายคือ ชเวจุนฮง  คือคนที่ฉันรักไงล่ะ”

 

              ยองแจพยายามเลื่อนใบหน้าลงเพื่อสบตากับอีกคน ทว่าเด็กตัวโตของเขากลับคว้าเอามือที่อยู่บนตัวตนเองไปกอดเอาไว้ แล้วเอาแต่ซบหน้าลงกับมือนั้น

 

              “จุนฮง ฉันไม่เป็นไรแล้ว”   กลายเป็นยองแจเองที่ต้องเป็นคนปลอบ

 

              “อย่าห่วงไปเลย”

 

              สัมผัสอุ่นบนฝ่ามือทำให้ยองแจตกใจ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะทอประกายอ่อนโยนยามเลื่อนตัวเข้าไปใกล้แล้วใช้อีกแขนหนึ่งโอบรอบศีรษะอีกคนไว้แน่น

 

              “อย่าร้องไห้เลยนะ” 

 

              เสียงกระซิบเบาๆนั่นยิ่งทำให้หยาดน้ำตายิ่งพรูลงมาเป็นสาย ยองแจโอบไหล่ที่สะท้อนขึ้นลงเอาไว้แล้วตบมันเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ

 

              “ผมรักยองแจ”

 

               เสียงที่ลอดออกมาอู้อี้ปนสะอื้น มือใหญ่ปล่อยมือของอีกคนแล้วตวัดเอาร่างเล็กเข้ามาใกล้ ซบหน้าลงกับท้องแล้วกอดคนในอ้อมแขนเอาไว้แน่น

 

              “อย่าทิ้งผมไปนะ”

 

              “ฉันไม่ทิ้งจุนฮงไปไหนหรอก”

 

              “สัญญาได้ไหม”

 

              “สัญญา...ด้วยชีวิตของฉันเลย”

 

 

[END]

[Special] (LxJ): Last chance]

46 ความคิดเห็น

  1. #27 viva_kanun (@viva_kanun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:40
    ฮือ น้ำตาแตกเลย คิดว่าจะจบลงตรงที่จุนฮงต้องยอมจากมาเพื่อให้ยองแจมีความสุขซะแล้ว
    #27
    0