REBORN l EXCHANGE STUDENT

ตอนที่ 2 : Lesson 2 :: โฮสต์ของฉันเป็นมาเฟีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 พ.ย. 62

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ญี่ปถ่น เรนคุง" ชายร่างสูงผู้ถือซองขนมมาร์ชเมลโล่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ด้วยสีหน้ายิ้มระรื่น

 

"คุณคงเป็นโฮสต์ของฉัน อ๊ะ..ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ ฉันดารินทร์ รัตนสกุลหงส์ หรือที่คุณเรียกว่าเรน" เธอโค้งทักทายร่างสูงตามแบบฉบับประเพณีของคนญี่ปุ่น

 

"ไม่ต้องมากพิธีหรอก เรากลับฐานทัพกันดีกว่า" ร่างสูงตรงหน้าเดินนำไปยังทางหนึ่ง ระหว่างทางที่เดินก็มีเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดตาแหวกทางให้พร้อมด้วยการทำความเคารพอย่างนอบน้อม ซึ่งด้านหลังของร่างสูงมีผู้ติดตามมาด้วย 2 คนคือชายหัวสาหร่ายและเด็กน้อยหัวฟ้าคนนั้นนั่นเอง

 

ว่าแต่กลับฐานทัพ ?

 

เรนนั่งรถหรูของโฮสต์หนุ่มไปเรื่อย ๆ ตลอดทางที่ผ่านมามีแต่บ้านเรือนที่ดูทันสมัยและ เอ่อ...ดูรวย(?) ที่นี่คงจะเป็นย่านคนรวยเขาอยู่กันสินะ

 

"ทางโครงการเขาบอกว่า ฉันจะอยู่โรงเรียนอะไรก็ขึ้นอยู่กับคุณ" เธอถามบุคคลที่นั่งทานมาร์ชเมลโล่อยู่ข้าง ๆ 

 

"อือฮึ ไม่ต้องเรียกคงเรียกคุณหรอก เรียกฉันว่าเบียคุรันก็เป็นพอ ส่วนโรงเรียนของเธอก็เตรียมไว้แล้วละนะ รับรองว่าเธอถูกใจชัวร์" เธอไม่ได้ตอบกลับร่างสูงกลับไป และหันไปสนใจวิวข้างนอกหน้าต่างรถแทน เธอหมายถึงวิวข้างนอกเนี่ยมันน่าสนใจกว่าคนที่นั่งข้าง ๆ เยอะเลย

 

"นี่ ๆ เรนคุงทำไมถึงมาแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นล่ะ" เบียคุรันสะกิดเธอ

 

"เพราะว่าชอบประเทศนี้ละมั้งคะ" เธอตอบออกไปไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าคู่สนทนา บางทีเธอเองก็เป็นคนเสียมารยาทเหมือนกันนะนี่

 

"เวลาพูดต้องหันมองหน้าคู่สนทนาสิ" เธอหันไปหาอีกฝ่ายตามเสียงเรียกร้อง แล้วมันก็ดังจริง ๆ ว่า..

 

"โอ๊ยยย" สมน้ำหน้า (=__=) ในขณะที่เธอหันกลับไป ผมที่ผูกเป็นหางม้าของเธอก็ฟาดไปยังชายหน้าของเบียคุรันที่กำลังยื่นเข้ามา จึงต้องใช้หน้ารับการโจมตีไปเต็ม ๆ 

 

 

 

 

 

 

 

เธอพูดได้เต็มปากเลยว่าโฮสต์แฟมิลี่ของเธอนั้นมีนิสันเหมือนเด็กและเอาแต่ใจมาก ถ้าให้เดาจากสิ่งที่สังเกตได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนี้คาดเดาได้ว่าบุคคลที่กำลังนั่งเอามือเท้าคางมองหน้าเธอไม่ทำการทำงานอะไรเลยนอกจากนั่งกิน นอนกินมาร์ชเมลโล่ไปวัน ๆ

 

เงินค่าอาหารที่นี่คงหมดไปกับค่ามาร์ชเมลโล่ของเขาสินะ...

 

"ขออภัยครับท่านเบียคุรัย ท่านอิริเอะขอสายครับ" ชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดเดินเข้ามาหาพร้อมโน๊ตบุ๊คหนึ่งเครื่อง เขาเหลือบมองเธอเล็กน้อยและวางโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นลงตรงหน้าของเบียคุรัน

 

"มีอะไรเร่งด่วนเหรอโชจังถึงได้ติดต่อมา" 

 

"คุณคิดอะไรอยู่กันครับ ทำไมคุณถึงได้รับนักเรียนแลกเปลี่ยนเข้ามาดูแลล่ะ !" เสียงจากตะคอกจากลำโพงโน๊ตบุ๊คดังออกมาอย่างแข็งกร้าว บ่งบอกว่าคนในสายนั้นอารมณ์เสียมากขนาดไหน

 

การมีอยู่ของเธอที่นี่คงทำให้คนที่เบียคุรันเรียกว่าโชจัง(?)อารมณ์เสียสินะ เธอคงจะเข้ามาขวางเส้นทางรักของพวกเขา ว่าแต่พวกเขาเป็นคนรักกัน ?

 

"มันน่าสนุกดีออก" เบียคุรันยังคงนั่งเป็นแป๊ะยิ้มต่อไป อย่าหาว่าเธอสอดรู้สอดเห็นแอบฟังคนอื่นเลยนะ เธอจะไม่ทำแบบนั้นแน่ ถ้าหากว่าหัวข้อสนทนานั่นมันไม่ใช่เรื่องของเธอ

 

"อะไรกันครับคุณเบียคุรัน คำพูดแบบนั้นน่ะ...อีกไม่นานพวกวองโกเล่ก็จะมาจากอดีตแล้วนะครับ นี่คุณยังมัวเล่นอะไรอยู่ พวกเราเป็นมาเฟียนะครับ !!" 

 

มาเฟีย ? ไอ้กลุ่มคนที่มักจะแย่งความเป็นใหญ่และอยู่ในโลกมืดนะเหรอ

 

"เรนคุงมานี่หน่อยสิ" เบียคุรันกวักมือเรียก เธอเลยจำเป็นต้องเดินไปหาอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ ก็เขาเป็นเหมือนผู้มีพระคุณของเธอนี่นา อุตส่าห์ส่งเสียเธอเล่าเรียนที่นี่จนครบปีเลยนะ "ทักทายโชจังหน่อยสิ"

 

"ดารินทร์ รัตนสกุลหงส์ หรือเรนค่ะ" เธอโค้งให้หน้าจอตรงหน้า ชายหนุ่มคู่สนทนาของเบียคุรันเป็นชายที่อายุไล่เลี่ยกันกับโฮสต์ของเธอ เขามีผมสีน้ำตาลอ่อนและสวมแว่นตา ท่าทางดูเครียด ๆ 

 

"เอาเถอะ ยังไงผมก็ห้ามความคิดคุณไม่ได้อยู่แล้วนี่ แล้วก็ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่ออิริเอะ โชอิจิ" คุณอิริเอะแนะนำตัวกับฉันก่อนออกจากบทสนทนาทางวิดีโอไป

 

"เบียคุรัน...คุณเป็นมาเฟีย ? " เธอถามออกไปด้วยความอยากรู้

 

"ใช่แล้วล่ะ ฉันเป็นบอสของมิลฟีโอเล่ แฟมิลี่" อีกฝ่ายยังคงปั้นหน้ายิ้มอย่างเก่า เดี๋ยวนะ บอส ?

 

"คุณเป็นบอส" อีกฝ่ายพยักหน้า "แต่วัน ๆ คุณไม่ทำอะไรเลยนอกเสียจากนั่งกินมาร์ชเมลโล่เนี่ยนะ"

 

"ใจร้ายจังนะเรนคุงเนี่ย ก็งานมันน่าเบื่อเลยเขี่ยไปให้คิเคียวแล้วละ ไว้ตอนอาหารเย็นจะแนะนำให้รู้จัก" ช่างเป็นบอสที่น่าเคารพรักอะไรอย่างนี้เนี่ย เขี่ยงานไปให้ลูกน้องทำส่วนตัวเองอนั่งกินขนมอย่างสบายใจ ชักจะสงสารคนที่ชื่อคิเคียวจริง ๆ

 

"อ้อ ใช่ ห้องนอนของเรนคุงฉันเตรียมไว้ให้แล้วล่ะ รับรองว่าต้องชอบมากแน่ ๆ" เบียคุรันนำทางไปยังห้อง ๆ หนึ่งที่อยู่ภายในห้องนี้ เมื่อเปิดบานประตูเข้าไปก็เจอะกับห้องโทนสีขาวสะอาาดตา ทั้งเครื่องนอน โต๊ะเครื่องแป้ง ฌต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เสื้อผ้า ทีวี ของใช้ที่จำเป็นมีพร้อมหมดทุกอย่าง รมถึงเสื้อนักเรียนที่ตั้งอยู่ยนเตียงนอนด้วย

 

"ขอบคุณค่ะ ฉันชอบห้องนี้นะคะ"

 

"ถ้ามีอะไรก็บอกฉันละ ฉันอยู่ห้องข้าง ๆ นี่เอง แล้วก็นะ...ถ้าไม่จำเป็นอาคารปีกขวาอย่าเดินเข้าไปจะดีกว่า ทางนั้นมีพวกนิสัยไม่ดีอยู่เยอะเสียด้วย" รวมถึงคุณด้วยใช่ไหม ? ประโยคนี้เธอไม่ได้เอ่ยออกไป ได้แต่คิดในใจเล่น ๆ เพียงเท่านั้น เธอไม่อยากหัวหลุดออกจากย่าหรอกนะ ก็เขาเป็นมาเฟียนี่นาคิดจะฆ่าใครคงทำได้สบาย ๆ ราวกับปอกกล้วยเข้าปากแน่นอน

 

"ว่าแต่ทำไมคุณถึงรับนักเรียนแลกเปลี่ยนละ ดูเหมือนว่าคุณอิริเอะจะโกรธคุณมากด้วย"

 

"ก็เพราะว่ามันน่าสนุกไง" โอเค ผู้ชายคนนี้ช่างเห็นทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเรื่องตลกเสียหมด นี่คือสิ่งที่สองที่เธอรับรู้

 

 

 

 

ตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มแล้วค่ะ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านเบียคุรันพาเธอไปทานอาหารและทำความรู้จักกับคนกลุ่มหนึ่งที่มีสมาชิกด้วยกัน 5 คน เบียคุรันบอกว่าพวกเขาคือ 'หกบุปผาอาลัยตัวจริง' ผู้ที่เป็นดั่งผู็พิทักษ์ของเขา และก็ได้รู้อีกว่าคิเคียวผู้โชคร้ายคนนั้นคือชายหัวสาหร่ายทะเลที่มารับเธอที่สนามบิน

 

ตึ๊ง

 

 

เธอคว้าโทรศัพท์แสนรักขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็นยัยตะวันนั่นเองที่ส่งเมสเสจทางเฟสบุ๊คมาให้เธอ

 

ตะวันเด็กโข่ง (ชื่อที่เธอตั้งให้ตะวันเป็นชื่อเล่น) : เป็นยังไงบ้างแก คงอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วใช่ไหม

 

เรนนี่สายนก(ตะวันตั้งให้คืน) : อือถึงแล้ว ตอนนี้ฉันสบายดี แล้วแกอ่ะ ?

 

ตะวันเด็กโข่ง : สบายดี โฮสต์หล่อแถมเอาใจเก่งมาก นี่แหละพ่อของลูกในอนาคต >___<

 

เรนนี่่สายนก : แกไปเรียนแน่นะ ?

 

ตะวันเด็กโข่ง : แน่นอนสิ จริงสิเดี๋ยวฉันส่งรูปไปให้ ฉันถ่ายรูปกับเขาด้วยล่ะ แล้วแกจะอิจฉา

 

พลัก

 

เสียงประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของเบียคุรันที่เดินเข้ามา

 

"เห็นว่าไฟยังไม่ปิดเลยเข้ามาดูนะ ทำอะไรอยู่เหรอ" เบียคุรันลากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมานั่งอยู่ข้างเธอแล้วชะโงกหน้าดูมือถือของเธออย่างถือวิสาสะ แต่เอาเถอะดูไปก็อ่านไม่ออกเพราะเธอคุยกับตะวันเป็นภาษาไทย

 

"คุยกับเพื่อนนะ ยัยนี่ได้ไปแลกเปลี่ยนที่อิตาลี แล้วก็ผู้ชายหัวเหลืองที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังคือโฮสต์ของเธอ" เธอยื่นรูปที่ยัยตะวันเพิ่งจะส่งมาให้สด ๆ ร้อน ๆ ให้เบียคุรันดู

 

"แล้วไม่คิดจะส่งรูปฉันไปให้ฝั่งนั้นดูบ้างเหรอ" เธอมองหน้าเบียคุรันเล็กน้อย 

 

" ไม่ล่ะ ขี้เกียจถ่าย" เธอหันไปคุยกับยัยตะวันต่อ เมื่อกี้นี้ตอนเบียคุรันเห็นรูปถ่าย ก็แสยะยิ้มแปลก ๆ ออกมาแม้จะแค่แว๊บเดียวก็ตาม หรือว่าเธอจะตาฝาดไป

 

"เรนคุงเนี่ยใจร้ายกับฉันอีกแล้ว พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับฉันชอบทำหน้าตายด้านทุกทีเลย ยิ้มหน่อยสิ" มือสองข้างของเบียคุรันแตะลงบนแก้มของเธอก่อนจะ...ยืดมัน คุณพระ !! มันเจ็บนะโว้ยยย

 

เธอส่งสายตามองแรงให้อีกฝ่ายและพยายามแกะมืออันเหนียวแน่นราวกับมาร์ชเมลโล่ที่กินเข้าไปมันได้แปรสภาพเป็นความสามารถที่น่าเหลือเชื่อ

 

"อ่อยอั๊น อ่วยอ่อยอั๊นอี" เธอพูดเสียงยู่ยี่ฟังไม่ได้ศัพท์ใส่อีกฝ่าย คนตรงหน้ายังคงดึงแก้มเธอเล่นไม่หยุด มือสองข้างของเธอเองก็พยายามงัดมืออันเหนียวแน่นนี่ออก แต่ความพยายามของเธอมันกลับไร้ผล

 

"เธอบอกให้ฉันอ่อยเหรอ ทำยังไงอ่ะฉันอ่อยไม่เป็น" คนตรงหน้ายังคงตีหน้าใสซื่อ ทำเป็นเล่น ยื่นหน้าเข้าใกล้เธอ จนกระทั่งเธอทนไม่ไหว ยกเท้าน้อย ๆ ถีบร่างสูงตกเก้าอี้หงายหลังลงไปกับพื้นห้องถึงได้หลุดจากการเกาะกุม

 

"มันเจ็บนะ ให้ตายเถอะคุณอายุเท่าไรแล้วเนี่ย" 

 

"ก็มากกว่าเรนคุงสัก 3-4 ปีได้" โอเคเรื่องนั้นเธอรู้อยู่แล้ว

 

"กลับห้องของคุณไปได้แล้ว ฉันจะเข้านอนแล้ว" เธอไล่เจ้าของถิ่นกลับไป แต่เจ้าตัวกลับนิ่งเฉยไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้น ยังคงนั่ง(บนพื้น) สวมบทแป๊ะยิ้มอยู่ในห้องเธอจนคิ้วขวาเธอนั้นกระตุกถี่ยิบ ๆ ร้อยวันพันปีตั้งแต่เกิดมายังไม่เจอใครหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้มาก่อนเลย แถมยังกวนประสาทเธอไม่หยุดอีก เริ่มรู้สึกคิดผิดเสียแล้วที่เลือกเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เพราะโฮสต์เธอยังต๊องไม่พอ ยังหน้าด้านหน้าทนแถมเข้ามาอีก

 

"จะนอนแล้วมันก็ต้องมีบอกฝันดีกันบ้างสิ รออยู่นะ" ขอเวลาเบะปากมองบนสักครู่

 

"ฝันดีค่ะ ขอให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยเกย์รอบเตียงนะคะ คุณ เบีย คุ รัน !!"

 

จุ๊บ

 

"เอาเป็นว่าฝันดีเหมือนกันนะ บาย" 

 

ณ วินาทีนี้เธอช็อคค้างไปแล้ว

.

.

.

.

"ไอ้บ้าเบียคุรัน เราเพิ่งเจอกันไม่ครบวันจะมาหอมแก้มฉันไม่ได้นะโว้ยยยย"

.

.

.

.

"ดูท่าว่างานนี้ชักจะสนุกแล้วสิ ม้าพยศดีโน่อย่างนั้นสินะ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น