คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #5 : Work 1st day
กริ๊งงงง กริ๊งงงง
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ของศิรินดังขึ้นเรียกให้เจ้าของเครื่องที่กำลังฝันหวานต้องสะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอื้อมมือไปที่หัวเตียงเพื่อหยิบเจ้าตัวเสียงดังมาปิดเสียงทั้งๆที่ยังตื่นไม่เต็มตา แต่ก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเวลาที่อยู่ตรงกลางด้านบนจอแสดงตัวเลข 06.16 ทำให้ศิรินรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวโดยเร็วก่อนจะรีบลงไปหน้าบ้านโดยไม่ได้ทักใครเลย โชคดีที่วันนี้วินมอเตอร์ไซด์ผ่านมอพอดีและพอไปถึงปากทางถนนใหญ่ก็มีแท็กซี่พอดีขอบคุณเทวดาฟ้าดินที่ไม่ซ้ำเติมลูก ก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาผู้ช่วยจำเป็น
“ปั้น คริสฝากมารับพีทไปส่งที่โรงเรียนหน่อยนะ”
‘ได้สิ เพิ่งตื่นละสิแม่สาวนักดื่ม’
“ไม่ต้องมาแซวเลย เกือบจะสายแล้วเนี่ย”
‘เพิ่งตื่นจริงๆสินะ โอเคๆเดี๋ยวปั้นจะพาพีทไปส่งถึงมือคุณครูเลยนะยะ’
“ขอบคุณนะปั้น แค่นี้นะ”
‘อือ บาย’
พอวางสายจากปรมะ ศิรินก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในบริษัทเพื่อไปหาปิยะรัฐก่อนรับบัตรพนักงาน
แฮก แฮก! เสียงเหนื่อยหอบออกมาจากปากของคนหน้าหมวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าปิยะรัฐ
“ไง คริส เอานี่ บัตรรีบไปแตะตรงหน้าลิฟท์ซะก่อนที่เธอจะสายตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน” ปิยะรัฐพูดพร้อมกับยื่นบัตรประจำตัวของศิรินให้แล้วพยักเพยิดหน้าไปทางหน้าลิฟท์ที่มีเครื่องสแกนบัตรตั้งอยู่ ศิรินรับัตรมาก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าตอนนี้เข็มสั้นเกือบจะอยู่ที่เลขแปดโดยที่เข็มยาวอยู่ระหว่างเลขสิบเอ็ดกับสิบสอง ศิรินจึงรีบวิ่งไปที่หน้าลิฟท์
ติ๊ดด!! เสียงเครื่องสแกนดังขึ้นก่อนที่หน้าจอจะแสดงผล
- Miss Celine Horwang -
Chairman Secretary
08.00
ฟู่วว ศิรินถอนหายใจยาวเมื่อเธอก้มอ่านแล้วพบว่าเธอเช็คชื่อได้ทันเวลาพอดี แต่ก็ต้องตกใจเมื่อทราบคนที่ตนต้องทำงานด้วยคือ Chairman ประธานงั้นเหรอ
“คุณศิริน ใช่มั้ยครับ” เสียงดังขึ้นทางด้านหลังเรียกศิรินให้หันไปมองก่อนจะพบคุณคนที่ยืนรอหน้าลิฟท์เมื่อวานวิ่งมาทางเธอ
“...ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ?” ศิริน เอ่ยตอบกลับไป
“มากับผมเลยครับ ท่านประธานรออยู่ก่อนแล้วครับ” คุณคนนั้นพูดก่อนจะเดินนำไป ศิรินจึงรีบก้าวเดินตามเขาไปโดยที่ในใจยังคงสงสัยว่าในเวลาเช้าขนาดนี้เพิ่งจะเริ่มทำงานจะไปไหนกัน จึงหันไปทางปิยะรัฐเพื่อหวังจะพบคำตอบแต่กลับได้มาเพียงการยกมือขึ้นแบเสมอกับไหล่ก่อนจะยกขึ้นเชิงไม่รู้ ศิรินจึงส่งยิ้มบางๆแล้วเดินต่อไป เมื่อลงมาถึงชั้นล่างสุดของบริษัทตามที่คุณคนนั้นนำเธอมาก็พบกับรถซีดานคันหรูสีดำเงาจอดติดเครื่องไว้อยู่ที่หน้าบริษัท คุณคนนั้นรีบเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ ศิรินจึงรีบเดินไปเปิดประตูรถด้านหน้าข้างคนขับก็พบว่ามีผู้ชายท่าทางภูมิฐานอีกคนนั่งอยู่ ก่อนที่เขาจะยกนิ้วหัวแม่มือชี้ไปทางด้านหลังที่มีคนตัวสูงนั่งหน้านิ่งอยู่ด้านหลังของเขา ศิรินจึงเดินอ้อมไปฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูด้านหลังขึ้นแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่ง ก่อนที่รถซีดานจะเคลื่อนตัวออกไปบนถน
Audi A7
คนตัวสูงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะเอ่ยขึ้น " 3 นาที 17 วินาที คุณทำอะไรอยู่" ศิรินได้ยินแบบนั้นจึงยกนาฬิกาขึ้นดูตามแน่นอนว่านาฬิกาขอศิรินเป็นแบบเข็มซึ่งการจะนับวินาทีเป็นการยากกว่า จึงได้แต่นั่งเงียบต่อไปไม่ตอบอะไร
"คุณศิริน 3 นาที กับอีก 17 วินาที คุณทำอะไรอยู่" เสียงคนถามคนเดิมเอ่ยย้ำอีกครั้งโดยครั้งนี้หันหน้ามามองยังคนที่นั่งข้างๆด้วยเพื่อเค้นหาคำตอบ
"ฉันเพิ่งมาถึงบริษัทเมื่อเวลา 8 นาฬิกาค่ะ และไม่คิดว่านั่นเป็นการสายเมื่อฉันไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการเดินทางในวันนี้" ศิรินตอบกลับไปโดยที่สายตายังคงทอดมองยังด้านหลังเบาะด้านหน้า น้ำทิพย์ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะฮึในลำคอ
"ไม่ทราบเหรอคะ ในอีเมลที่ส่งให้คุณเมื่อวานนี้คุณน่าจะได้รับกำหนดการและตารางงานเรียบร้อยนะคะ คุณศิริน" น้ำทิพย์เอ่ยขึ้นก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม
"...เมล.." ศิรินพึมพำขึ้นก่อนจะรีบหยิบมือถือของตนเองขึ้นเมื่อดูอีเมลเข้าเมื่อวาน
อีเมลที่ยังไม่ได้เปิด (14)
10/22/17 : BNT Property "กำหนดการ,ตารางงาน(สำหรับเลขานุการ).... ตารางงานของประธาน" 0.02
เมื่อเห็นแบบนั้นศิรินจึงถอนหายใจออกมาในความประมาทของตนเองที่ไม่สนใจเข้าดูเมลหรือการแจ้งเตือนเมื่อคืนนี้เลยแม้แต่น้อย "ขอประทานโทษนะคะ ท่านประธาน"
น้ำทิพย์เมื่อได้ยินแบบนั้น เผลอหลับตาลงด้วยความจุกในใจในตำแหน่งที่อีกคนเรียกตนก่อนจะดึงสมาธิกลับมาตอบกลับไป
"มีคำพูดที่ดีกว่านี้หรือเปล่า คุณศิริน"
"...คือ...เมื่อคืน ฉัน.." ศิรินยังไม่ทันได้พูดจบ
"ไม่ว่างที่จะเปิดเมลของบริษัท เพราะมั่วแต่ยุ่งอยู่กับการดื่ม และดื่มดำเมื่อคืนวาน แบบนั้นเหรอคะ" น้ำทิพย์เอ่ยขัดก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้น
"ไม่ทราบว่าท่านประธานทราบได้อย่างไรว่าฉันไปดื่มและดื่มดำมาเมื่อคืน" ศิรินตอกกลับไป
"เรื่องของคนของฉันทำไมฉันจะไม่รู้ คิดว่าได้งานแล้วคุณจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นรึไง" น้ำทิพย์เอ่ยขึ้นเสียงแข็ง
"เปล่าค่ะ" ศิรินตอบเสียงแผ่ว คนของฉัน คำๆเดิม จากคนเดิม แต่ทำไมความรู้สึกของเธอต่อคำนี้ถึงเปลี่ยนไป
ประมาณ 7 ปีก่อน
"คนของบี ยังไงก็เป็นของบี ไม่มีทางที่ใครจะแย่งไปจากบีได้ จำไว้!!!" เสียงตะโกนดังกระทบเข้าโสตประสาทของศิรินที่เดินออกไปไม่ไกล ทำให้น้ำตาของคนฟังไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว จนคนที่เดินเคียงข้างต้องยกแขนขึ้นเกาะไหล่อีกคนและดึงเข้าหวังปลอบโยนแต่หารู้ไม่ว่านั่นยิ่งทำให้คนตัวสูงแทบเดือดเป็นไฟ มือทั้งมือกำแน่น ตัวสั่นเทา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"คุณศิริน คุณ!!" เสียงที่ดังขึ้นเรียกให้อีกคนหลุดออกจากภวังค์
".ค่ะ!!.คะ .."ศิรินเอ่ยตอบกลับไป ก่อนจะหันไปสบตากับคนเรียก
"ถึงแล้ว ลงจากรถได้แล้ว" น้ำทิพย์เอ่ยเสียงเรียบ ศิรินได้ยินแบบนั้นจึงรีบก้าวขาลงจากรถไป ภาพที่เธอพบคือผืนดินสีแดงที่มีโครงสร้างตึกที่ยังไม่แล้วเสร็จ พิจารณาได้เพียงนิดเดียวทั้งสามคนบนรถก็ลงมาจากรถแล้วก็พากันเดินไปโดยไม่รอเธอเลย ศิรินจึงต้องรีบเดินตามไปก่อนจะสะกิดคนที่เดินด้านหลังก็คือคุณคนที่มาตามเธอนั่นเอง
"คุณคะ ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ" ศิรินเอ่ยถามเมื่อคนที่ตนสะกิดหันหน้ามา
" โครงการของคุณบี..เอ้ย ท่านประธานน่ะครับ เป็นโรงแรม 6 ชั้น 5 ดาวร่วมมือกับ เฉลิมบูรณะ คอร์ปเปเรชั่นครับ คุณน่าจะรู้จักนะครับ" คนคนนั้นตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้
"ค่ะ ว่าแต่คุณ..."
"ธนัท ครับ เป็นเอนกประสงค์ของท่านประธานครับ" ธนัท เอ่ยตอบก่อนจะยิ้มให้ศิรินอีกครั้ง
"ค่ะ คุณธนัท ฉันศิริน ยินดีที่ได้ร่วมงานนะคะ เรียกง่ายๆว่าคริสก็ได้ค่ะ" ศิรินพูดและส่งยิ้มให้
"ฉันให้มาทำงาน คุณอย่ามาทำให้คนของฉันต้องเสียตามคุณ คุณศิริน" คนตัวสูงที่เดินอยู่ด้านหน้าเอ่ยขึ้น
"ขอโทษค่ะท่านประธาน" ศิรินรีบตอบก่อนจะเดินตามไปเงียบๆจนถึงอาคารสำนักงานหลักของโครงการนี้ พอดีกับหัวหน้าช่างและเป็นวิศวกรคุมงานทั้งหมดที่เดินออกมา
"สวัสดีครับ คุณบี วันนี้มาเช้าเลยนะครับ แล้วนั่นใครเหรอครับ" วิศวกรหนุ่มใหญ่พูดขึ้นก่อนจะมองเลยไปยังคนด้านหลังน้ำทิพย์ที่ใส่ชุดสีขาวสวยเรียบพอดีตัว
"อือ นี่คุณศิริน เลขาคนใหม่ของฉัน" น้ำทิพย์เอ่ยตอบก่อนเดินเอี้ยวตัวหลบให้หัวหน้าวิศวกรมองให่ชัดเจน
"ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ คุณศิริน" วิศวกรคนเดิมพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้ศิริน
"...เช่น ก..."
"คุณศิวัตน์ ไหนหมวกที่ขอไว้คะ" ศิรินยังพูดไม่ทันจบ น้ำทิพย์เอ่ยขัดก่อนจะแบมือขอสิ่งที่ตนยื่นขอไปก่อนจะมาที่นี่
"สักครู่คร้าบ.. ไอหวานๆ หยิบหมวกบนโต๊ะให้หน่อยที่วางทั้งหมดนั้นแหละหยิบมาเลย" วิศวกรหนุ่มใหญ่ตะโกนเรียกคนบริเวณนั้นก่อนที่คนที่ถูกเรียกจะรีบวิ่งเอาของที่สั่งมาให้
"นี่ค่าๆ ใช้จังเลยนะคะ ตั้งแต่มาหวานยังไม่ได้นั่งเลยนะพ่อ" คนถูกเรียกว่าหวานเอ่ยบอกพลางยื่นหมวกทรงแข็งสีขาวให้
"บ่นๆ แล้วนี่สวัสดีเจ้าของโครงการรึยัง ยังเฉยอีก" คนเป็นพ่อรับหมวกทั้งสี่ใบมาถึงก่อนจะชี้นิ้วไปทางคนสี่คนที่ยืนอยู่อย่างเร็วๆ
"สวัสดีค่ะ คุณบี ใช่รึเปล่าคะ?" น้ำหวานพูดขึ้นพร้อมกับประนมมือทั้งสองข้างขึ้นไหว้คนที่ตนพูดด้วย
"ค่ะ น้องน้ำหวาน?" น้ำทิพย์ตอบรับแล้วขมวดคิ้วลงเป็นเชิงถามอีกคน
"ค่ะ รู้จักน้ำหวานด้วยเหรอคะ" น้ำหวานพูดแล้วยิ้มร่า
"พ่อน้องเล่าให้ฟังตลอดแหละ จะว่าเล่าหรือบ่นดี" น้ำทิพย์พูดพร้อมกับกลั้วหัวเราะ
"แหนะ พ่อ! นินทาหวานตลอด ต่อไปจะไม่มาช่วยละ ไปดีกว่า ลานะคะคุณบี"น้ำหวานพูดจบก็รีบเดินเข้าออกไปจากสำนักงานพร้อมกับยกเสื้อขึ้นบังแสงแดดในเวลาสายขนาดนี้
"ไปกันเลยมั้ยครับ เรา" วิศวกรหนุ่มใหญ่ถามขึ้นเมื่อเห็นทุกคนสวมหมวกนิรภัยเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ศิรินที่ยังล็อกสายรัดคางไม่ได้ ธนัท กับคนที่ยืนคู่กันเดินนำออกไปแล้ว น้ำทิพย์กำลังจะเดินตามออกไปก็ถอนหายใจพรืดออกมาก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วจับใบหน้าของศิรินให้หันมาตรงๆก่อนจะก้มหน้าลงมาดูตัวล็อกสายรัดคางแล้วกดมันเข้าที่ให้เรียบร้อย แล้วเดินนำออกไป ทิ้งให้คนถูกกระทำยืนใจเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่แบบนั้น
"คุณคริสครับ จะไปไหมครับ?" ศิรินจึงรีบสาวเท้าเดินออกไป แล้วทั้งสี่คนกับอีกหนึ่งวิศวกรก็เดินดูรอบๆในไซต์งานในส่วนที่เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างของโรงแรมบ้างแล้ว ศิรินก้มลงจดในส่วนที่เธอเองคิดว่าสำคัญๆสิ่งใหญ่ที่จะกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของโรงแรมนี้ ทั้งประสบการณ์จาการทำงานกับทางปรมะที่ทำบ้านจัดสรรการหาเอกลักษณ์ของงานอสังหาริมทรัพย์นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ
"ตรงนี้ขึ้นได้รึเปล่าคะ?" น้ำทิพย์ถามคนงานที่อยู่ในบริเวณนั้น ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปทางด้านบนซึ่งเป็นชั้นที่ 6 ชั้นสุดยอดของการดูทิวทัศน์ ซึ่งถ้ามองลงจากตรงนี้ ตามแบบจะเห็นลานน้ำพุกลางหน้าโรงแรม แลเห็นเป็นแบบภาพมุมสูง ซึ่งถ้าได้แบบนั้นจะเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์และราคาของห้องพักในโซนนี้
"ได้ครับ แต่ระวังนิดนึงนะครับ มันยังไม่มีราวกั้นอะไรระวังจะตกลงไปนะครับ" คนงานที่ถูกถามเอ่ยตอบก่อนจะก้มหน้าผสมปูนในถังต่อ น้ำทิพย์เมื่อได้ยินแบบนั้นก็รีบเดินขึ้นบันไดไปก่อนจะหยุดอยู่บนทางต่างระดับที่สูงขึ้นเอาไว้ทำเป็นระเบียงห้อง เพื่อดูว่าเป็นไปดังที่เขาวางไว้รึเปล่า "คุณศิริน ขึ้นมาดูบนนี้สิ คุณว่าจะถ้าเสร็จแล้ววิวทิวทัศน์จะออกมาสวยรึเปล่า" น้ำทิพย์พูด
"เอ่อ...สวยอยู่แล้วละคะ ถ้าเป็นแบบตามที่ท่านประธานเขียนไว้" ศิรินพูดแล้วชี้ลงไปบนกระดาษตัวอย่างโครงการในมือของตน
"ขึ้นมาเถอะน่า เร็ว คุณศิริน" น้ำทิพย์พูดย้ำ เมื่อเขานึกได้ว่าอีกคนกลัวความสูงมากแค่ไหน "เป็นเลขามาดูไซต์กับเจ้านายทั้งที ถ้าไม่ได้ดูในจุดที่เป็นเอกลักษณ์จะเอาอะไรไปพูดในที่ประชุมถึงความคืบหน้าและเป็นไปได้ที่โครงการตรงนี้จะดี เป็นถึงเลขาบริษัทอสังหา แต่กลับกลัวความสูงสิบชั้น ถ้าต่อไปฉันพาไปที่ๆสูงสักสี่ห้าสิบชั้น จะทำยังไงกันคุณศิริน ลาออกเลยดีรึเปล่า?"
"ท่านประธานว่าสวย มันก็จะสวยค่ะ" ศิรินตอบ นึกเจ็บใจในคำพูดแดกดันที่อีกคนส่งมา
"แต่คุณไม่ได้ดูด้วยตาคุณเอง ขึ้นมาเร็ว ธนัท กับ ราเชนทร์ ยังขึ้นมาเลย" น้ำทิพย์เอ่ยเสียงเรียบ ศิรินได้ยินชื่อของอีกคนหนึ่งก็รีบจำไว้เธอไม่กล้าแม้แต่จะทักเขาเพราะเขาดูนิ่ง สุขุม มีมาดซะจนเธอกลัว ก่อนจะรีบตัดสินใจ ฮึบ ก้าวขึ้นไปยืนอยู่ด้านบนนั้น
หมับ! ความรู้สึกเย็นที่มือถูกแทนที่ด้วยไออุ่นจากคนอีกคนที่ส่งมือตัวเองมาจับไว้
"ฉันไม่ปล่อยให้เธอตกลงไปหรอก ศิริน" น้ำทิพย์พูดขึ้นก่อนจะกระชับมือของตนให้แน่นขึ้น
"เพราะถ้าเธอตกลงไป เธอก็แค่ตาย มันยังเจ็บไม่เท่าที่ฉันรู้สึกเลยด้วยซ้ำ" น้ำทิพย์พูดแล้วหัวเราะหึในลำคอก่อนจะเดินลงจากทางต่างระดับพร้อมกับดึงศิรินลงมาด้วยแล้วปล่อยมืออีกคน จึงเดินต่อลงไปยังชั้นล่างสุดแล้วมองขึ้นไป กวาดสายตาจนทั่วทั้งโครงสร้างทุกแห่ง ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจในผลงานชิ้นนี้ของตนเอง
"คราวหลังชวนเต้มาด้วยนะ ธนัท" น้ำทิพย์หันไปพูดกับคนที่เดินตามมายืนทางด้านหลัง
"ครับ คุณบีครับ ใกล้ได้เวลาประชุมแล้วผมว่าเรารีบกลับกันดีกว่านะครับ" ธนัทพูดพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู 10.10 ทั้งห้าคนจึงพากันเดินกลับไปสำนักงาน
"ขอบคุณมากนะคะ คุณศิวัตน์" น้ำทิพย์ว่าก่อนจะถอดหมวกเซฟตี้ส่งให้อีกคน
"ครับ ยินดีครับ ไว้วันหลังจะมาก็บอกนะครับจะได้เตรียมไว้ให้" ศิวัตน์พูดอย่างใจดี
"งั้นบีขอตัวก่อนนะคะ" น้ำทิพย์พูดแล้วหมุนตัวกลับเดินออกไป สามคนที่เหลือจึงยกมือขึ้นไหว้ลาศิวัตน์แล้วพากันเดินออกไป
BNT Property
10.57
เมื่อมาถึงบริษัท ทั้งสี่คนก็เดินไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมเพื่ออภิปรายโครงการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสี่เดือนข้างหน้าเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น
ศิรินนั่งอยู่เยื้องทางหลังขวาของน้ำทิพย์ก็ได้แต่ยิ้มออกมา ภาพเด็กสถาปัตย์คนหนึ่งสะพายกล่องใส่แบบมาหาเธอที่คณะทุกวันบางวันยังอยู่ในชุดเดิมเหมือนเมื่อวาน ไม่ได้อาบน้ำสองสามวันก็มี ตาดำเป็นหมีแพนด้า แต่ยังรีบวิ่งมาหาเธอเพื่อส่งเธอเข้าเรียนทุกวัน กลับกลายมาเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ใหญ่ขนาดนี้
เก่งมากเลยนะ บี ..
ศิรินคิดก่อนจะรีบสลัดมันทิ้งไปแล้วตั้งใจจดสรุปการประชุมเพื่อส่งให้อีกคนในตอนเช้า เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงทุกคนก็ดูล้าจากการนั่งอภิปรายถกเถียงกันตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมาก็พากันยืดเส้นยืดสายเดินออกไปจากห้อง ทางด้านคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันมาสั่งงานให้ศิริน
"ขอสรุปการประชุมภายในบ่ายสอง ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกซะ" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ศิรินจึงรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู
12.50 เฮ้ย อีกแค่ชั่วโมงเดียวเอง
ศิรินจึงรีบกลับมาที่โต๊ะของตนแล้วเปิดคอมขึ้นเริ่มต้นพิมพ์สรุปลงไป ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะมีกระดาษโพสอิทสีเหลืองมายื่นให้ตรงหน้า
ขอภาษาอังกฤษด้วยนะ Cr.B
พออ่านข้อความในโพสอิทจบ ศิรินแทบอยากจะบ้าตาย ถ้าบอกตั้งแต่ทีแรกมันก็จะเสร็จไปแล้ว เฮ้ออออ ถอนหายใจได้เพียงพรืดเดียวก็รีบลงมือพิมพ์ต่อ จนเสร็จ เงยหน้าดูนาฬิกาบนฝาผนัง 13.57
เฮ้ยยยย ไวจังวะ ศิรินรีบเปิดเข้าหน้าอีเมลของตนก่อนจะคลิกไฟล์ส่งไปให้กับทีอยู่อีเมลที่ส่งมาให้เธอ เมื่อส่งงานเสร็จศิรินจึงเงยหน้าพักสายตาเพียงครู่เดียว โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้น "ปั้นจั่น"
"ว่าไงปั้น มีอะไร"
'มี้คริส วันนี้พีทกลับเร็วนะครับ'
"ทำไมล่ะครับลูก?"
'วันนี้ที่โรงเรียนมีงานน่ะคริส ครูเค้าเพิ่งบอกปั้นเมื่อเช้าน่ะ'
"อ่อ งั้นปั้นไปส่งพีทที่บ้านเลยนะ แม่คริสคงไมได้ไปไหนอ่ะ"
"ถ้าไม่มีใครอยู่ก็เอามาส่งคริสที่นี่ก็ได้ ไม่งั้นฝากไว้ที่ คาเฟ่ก็ได้นะ"
'อื้อ โอเค แค่นี้นะ'
"โอเค เจอกันตอนเย็นนะครับลูก"
ศิรินวางหูจากโทรศัพท์ก็รีบเดินลงไปซื้อข้าวกล่องด้านล่าง เมื่อได้แล้วจึงถือขึ้นมาทานด้านบน ก้มหน้าก้มตาทาน โดยไม่รู้ว่ามีคนยืนอยู่ในใกล้ๆกับโต๊ะของตน ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด กำลังยืนกำมือตนแน่น
ลูก? พาลูกมาด้วยเหรอ คริส
น้ำทิพย์เดินออกมาจากตรงนั้นเข้าห้องทำงานของตนทิ้งถุงข้าวที่เดินลงไปซื้อมาลงในถังขยะข้างโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะต่อสายหาเอนกประสงค์ของตน
"สืบหาประวัติของศิริน อย่างละเอียด และ สืบคนที่ชื่อว่าปั้นจั่นอะไรนั่นด้วย ภายในพรุ่งนี้" พูดจบก็กดตัดสายทิ้งพร้อมกับยกมือขึ้นปิดใหน้าของตนก่อนจะเหลือบมองไปยังกรอบรูปบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบขึ้นมาถือไว้แน่น แล้วก้มลงอ่านข้อความด้านหลังรูป
- Happy 27thBeeDay
มีความสุขนะบี ตั้งใจทำงาน อย่าริไปหลีใครนะ คริสรักบีนะ อย่าทิ้งเค้าไปล่ะ สัญญานะ จุ้บบ -
เมื่ออ่านจบน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ก็พากันไหลลงมาจนต้องหลับตาเงยหน้าขึ้น "ใครกันแน่ที่ไม่รักษาสัญญา คริส"
- ZenonZane -
___________________________________________________
26 ตุลาคม 2560 น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
TALK: ขอบคุณที่ติดตามและกด Favourite กันนะคะ มีกำลังใจมากๆเลย รักทุกคนค่ะ
ปล.1 เพิ่มไทม์ไลน์ชีวิตบีคริสให้ละกันเผื่อจะไม่เข้าใจกันเนอะ
ตอนนี้พี่บี 34 พี่คริส 36
เลิกกันมา 6 ปี ก็ตอนที่พี่บี่ 28 พี่คริส 30
พี่ๆคบกันมาก่อนนั้นอีก 6-7 ปี พี่บี 21-22 พี่คริส 23-24
ปล.2 อ่านแล้วสงสัยหรือมีคำผิด ติชมกันมาได้น้าา ฝากติดตามต่อต่อไปด้วยนะคะ
ความคิดเห็น