ตอนที่ 9 : Someone That I Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    15 มิ.ย. 62

" วีคนี้ไรท์ป่วย เลยอยู่บ้านว่างๆ แอบเอาตอนใหม่

มาให้อ่านกันไวกว่าที่คิด หวังว่าคงสนุกนะคะ

ขอบคุณทุกคอมเม้น และหัวใจค่ะ เห็นแล้วมีกำลังใจ

ในการเขียนตอนต่อๆ ไป ขึ้นมากกกกกกกกก

กำลังปั่นเรื่องใหม่อยู่ด้วย Draco เจ้าเดิมค่ะ

ถ้าหัวแล่นๆ จะเข็นตอนแรกให้อ่านกันเร็วๆ นี้น้า :) " 


__________________________________________________


 

เช้าวันจันทร์คาบวิชาสัตว์วิเศษของแฮกริด วันนี้ทุกคนจะได้เรียนกับตัวนากหรือสกัตเติ้ล มันจะชอบว่ายน้ำไปมาในแม่น้ำ แล้วก็คาบกิ่งไม้มาวางสร้างเป็นรังและบ้าน ดูน่ารักเป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนหญิง แคธกึ่งเดินกึ่งวิ่งมากับรอน มาจนถึงที่ลานกว้างริมแม่น้ำซึ่งทุกคนกำลังฟังแฮกริดอธิบายกันอยู่อย่างตั้งใจ


“แคธตี้...รอน...พวกเธอมาช้านะ...”

“พวกเราตื่นสายน่ะครับ”

“แกสิตื่นสาย ส่วนฉันต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กผูกเนคไทให้แก”


แคธประจาน พาให้ทุกคนหัวเราะ รอนกำหมัดใส่เพื่อนสาวเมื่อการผูกเนคไทไม่เป็นของเขาความแตกโดนล้อเลียนจนได้ แคธหนีไปยืนข้างเฮอร์ไมโอนี่ขณะที่รอนก็ไปยืนกับแฮร์รี่ ไม่วายแคธเอามือตีหัวรอน รอนดึงกระโปรงเธอแกล้งอยู่ด้านหลังเฮอร์ไมโอนี่กันไปมา


“โอ๊ย แกทั้งคู่! เลิกตีกันเป็นเด็กๆ ได้แล้ว” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยอย่างเอือมระอา

“แคธเริ่มก่อน”

“แกอ่ะแหละ แกมัน...”


แคธเงียบเสียงลง เมื่อเบนสายตาไปเจอมัลฟอยกำลังมองมาทางเธอ เธอหันกลับมาทำสนใจสิ่งที่แฮกริดกำลังสอนต่อทันที ก่อนทีไม่นานนักแฮกริดก็ปล่อยเด็กๆ ไปดูแล ศึกษา และให้อาหารเจ้าตัวนากต่อ แคธชี้ชวนเฮอร์ไมโอนี่ให้ดูพลางหัวเราะ 


“เฮิร์มตัวนั้นเหมือนรอนเลย...”

“ไหน...เออจริงด้วย”


ก่อนจะหัวเราะกันลั่น จนแพนซี่ที่ยืนอยู่อีกด้านต้องเอ่ยถาม


“เหมือนยังไง?”

“กินเสร็จก็ไปนอนขี้เกียจตีพุงอยู่กลางน้ำนั่นไง”


ทุกคนหัวเราะลั่น รอนชี้หน้าแคธราวกับฝากไว้ก่อน เชสที่เห็นแคธกำลังเลือกขนมปังใส่ตะกร้าไปป้อนตัวนาก ก็เดินเข้ามาหาเพื่อนสาว


“ไง...วันนั้นกลับถึงหอดีไหม?”


แคธหันมามองหน้าเชสด้วยหางตา เมื่อเชสรู้ แน่ล่ะ...แหงล่ะพวกเขาเป็นเพื่อนรักกันนี่นา แต่ที่เธอหงุดหงิดคือสายตาล้อเลียนเธอของเชสมากกว่า


“แกไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น...”

“จริงเหรอว้า?”

“เชสสสส...”
“ง้ออ้อนขนาดนั้นแล้วก็อย่าใจแข็งนักเลย...ทีไอ้กับคนสองหน้าล่ะไว้ใจมันจัง”

“แกหมายถึงใคร?” แคธถามแปลกใจ

“แมคคล้ากเก้นไง”


แคธหัวเราะออกมาเมื่อได้ยิน


“ทำไมพวกแกถึงได้เกลียดเขากันนัก แฮร์รี่กับรอนก็ด้วย”

“เพราะพวกฉันดูออกไงว่ามันเป็นคนยังไง”

“………………..”

“มองดีๆ แคธ แล้วจะรู้ว่าใครร้าย...พูดเพราะห่วงนะ”


เชสเอ่ย แคธยิ้มออกมาก่อนจะพยักหน้า เพราะรู้ว่าเชสนั้นหวังดีเสมอ เขาคงไม่ออกปากหรอกถ้าไม่เพราะความเป็นห่วง แคธหยิบตระกร้าขนมปังที่จะให้ตัวนากมาคล้องแขนก่อนที่จะเดินข้ามสะพานขอนไม้ไปอีกฝั่ง


“นี่...น้ำแรงนะ ให้แค่ฝั่งนี้ก็พอ”

“ไม่ตกหรอกจ้ะพ่อ”


แคธตะโกนบอกแฮร์รี่กวนประสาท เมื่อเขาคอยเฝ้าเธอทุกฝีเก้า จนทุกคนต้องขำเธอออกมาอีก ก่อนจะเดินข้ามไปไม่สนใจใครให้อาหารพวกตัวนากอยู่กลางสะพานขอนไม้แบบนั้น มัลฟอยอาศัยจังหวะที่เพื่อนๆ ทุกคนกำลังง่วนกับการให้อาหาร ขายาวก้าวขึ้นไปบนสะพานและเดินตรงไปยังหญิงสาว ก่อนจะย่อตัวนั่งอยู่ใกล้ๆ แคธหันมามองหน้าเขา


“เดี๋ยวก็ตกน้ำหรอก”

“ฉันว่ายน้ำเป็น” เธอเอ่ย

“แต่...”

“แกก็ได้ยินแล้วนี่...แคธว่ายน้ำเป็น”


เสียงนึงดังขึ้น ก่อนคอร์แม็คจะเดินข้ามสะพานมาจากอีกด้าน และส่งยิ้มให้แคธ มัลฟอยที่นั่งอยู่เอ่ยเสียงเรียบ


“นี่แลกทุกคลาสเลยหรือเปล่าเนี่ย”


เขาประชดประชัน เมื่อทุกชั้นเรียนของเขาตอนนี้ จะมีคอร์แม็คสลับมาเรียนด้วยตลอด เพียงเพราะคอร์แม็คไม่ต้องการให้แคธคลาดสายตาจากตัวเอง และกันเขาออกห่างจากเธอ


“ฉันก็แลกได้ทุกอย่างแหละ”


มัลฟอยกำหมัดเตรียมลุกขึ้นยืน แคธจ้องมองเขาทันที ใบหน้าเล็กๆ มองมัลฟอยราวกับจะขอว่าอย่ามีเรื่อง แคธเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียดนี่กลายๆ เธอไม่อยากให้คอร์แม็คกับมัลฟอยตีกันโดยเฉพาะ...เรื่องเธอ...

มัลฟอยยอมคลายหมัดลง เขาลุกขึ้นยืนและยอมหันหลังจะเดินออกไป แต่ปากเสียๆ ของคอร์แม็คที่เห็นเขายอมถอยก็อวดเก่งขึ้นมา


“จริงเหรอที่เขาบอกว่าแกชอบว่ายน้ำ...”

“คอร์แม็ค...” 


แคธร้องปรามเขาเบาๆ เดาว่าเรื่องที่มัลฟอยตกลงไปในธารน้ำแข็งคราวก่อนเขาคงรู้เรื่องด้วย


“แต่วันนี้ไม่มีเพนกวินนะ แกอาจจะต้องว่ายกับตัวนาก”

“……………” มัลฟอยกัดฟัน จะเดินหนีต่อ

“อย่างว่าล่ะนะ อะไรที่ไม่ใช่ เป็นฉันก็คงโยนทิ้งน้ำไปเหมือนกัน”


ผัวะ!!  


มัลฟอยสุดจะทน หันกลับมาซัดหมัดใส่หน้าคอร์แม็คจนล้มลงไปกองกับสะพานต่อหน้าแคธ แคธตกใจ คอร์แม็คเองลุกขึ้นพร้อมเลือดกลบปากก็เลือกจะสวนหมัดคืนไม่แพ้กัน มัลฟอยคว้าหมัดไว้ได้ และเสยกลับไปอีกรอบจนหงายไม่เป็นท่า พวกคนอื่นๆ ที่ยืนกันอยู่ริมแม่น้ำรีบกรูกันเข้ามาดูสถานการณ์ ไม่สามารถเข้าไปช่วยเพื่อนได้ ด้วยตัวสะพานนั้นแคบและก็ยืนได้ไม่กี่คนเท่านั้นจนมันเริ่มโงนเงนไปมา


“นี่! หยุดนะทั้งสองคน!”


แคธร้อง พยายามแยกสองคนนั้นออกจากกัน หากแต่คอร์แม็คก็ดันแคธออกและจะเข้าไปเล่นงานมัลฟอยให้ได้ มัลฟอยเองก็ไม่หยุดชกจนคอร์แม็คล้มลง เขาตามไปคร่อมทับคอร์แม็คไว้อีก สองหมัดรัวใส่ไม่ยั้งอย่างคนนิสัยเลือดร้อนเป็นทุนเดิม เพิ่มโทสะของคอร์แม็คให้มากกว่าเดิม คอร์แม็คลุกขึ้นได้ตั้งการ์ด มัลฟอยเลยย่างสามขุมเข้าหาอย่างไม่กลัวเช่นกัน  แคธดึงแขนมัลฟอยเอาไว้แต่เขาก็สะบัดแขนเธอออกปรี่เข้าไปจะซัดให้หมอบอย่างที่ปากเสียๆ ของมันจะไม่กล้าอ้าปากหาเรื่องอีก แคธจึงต้องใช้สองมือกอดรั้งเอวหนาของคนตัวใหญ่เอาไว้ไม่ให้เขาใช้กำลัง มัลฟอยชะงัก เขาก้มลงมองมือเล็กๆ ที่กอดเขาไว้...เธอที่ไม่ยอมปล่อยเขา...แคธส่ายหัวว่าอย่า


“พิสูจน์สิ...ว่าฉันคิดผิด”


เธอเอ่ย มัลฟอยมองเธอไม่เข้าใจ และเมื่อแคธเหลือบสายตามองคอร์แม็ค มัลฟอยจึงยอมผ่อนแรงลง 


“!”


เสียงร่ายคาถาของคอร์แม็คดังขึ้น เสี้ยววินาทีมัลฟอยคว้าร่างแคธมาใช้ตัวเองบังคาถาไว้ ก่อนจะเสียหลักหล่นลงไปในน้ำทั้งคู่


ตู้มมม!


  “เดรก!”

“แคธ!”


เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับทุกคนที่วิ่งกรูกันเข้ามา ใต้น้ำ...มัลฟอยยังจับร่างของแคธไว้แน่น มือจับมือเล็กๆ เอาไว้เมื่อกระแสน้ำนั้นพัดแรงอยู่ด้านใต้ พลันน้ำก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดก่อนมือหนาที่จับเธอเอาไว้จะเริ่มอ่อนแรงลงและหลุดไป แคธตกใจ เธอพยายามคว้ามัลฟอยเอาไว้แต่ก็มองไม่เห็นอะไร ร่างเล็กโผล่ขึ้นเหนือน้ำ บนพื้นน้ำแดงฉานไปด้วยเลือด ทุกคนตกใจเชสนึกรู้ท่าไม่ค่อยดี แคธหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด


“แคธ! แกเป็นอะไรไหม?” แฮร์รี่เอ่ยถาม แม้จะรู้ว่าแคธว่ายน้ำได้

“เขาโดนคาถา ฉันหาเขาไม่เจอ!”


แคธร้องบอกบรรดาเพื่อนๆ ก่อนตัวเองจะมุดหายลงไปใต้น้ำอีกครั้ง เชสกับจัสตินรีบกระโดดลงน้ำไปตามหาเพื่อนทันที โดยรอนกับแฮร์รี่ก็ตามลงไปช่วยด้วย ขณะที่เบลสก็วิ่งขึ้นบนสะพานพร้อมกับพวกสลิธิรีนคนอื่นๆ กันไม่ให้แมคคล้ากเก้นรอดตัวไปได้ หลังจากที่รู้ตัวว่าเผลอร่ายคาถาที่เป็นคาถาต้องห้ามในการร่ายใส่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน  แคธเริ่มหมดแรงที่จะหา เธอว่ายมาเข้าฝั่งโดยมีแพนซี่และเฮอร์ไมโอนี่รอรับอยู่ 


“เจอแล้ว!”


เสียงร้องดังขึ้น จัสตินลากร่างมัลฟอยขึ้นมาจากผิวน้ำพร้อมกับเชส สองคนหอบเอาอากาศเข้าปอดอย่างหนักหน่วง


“เดรก...เดรก...”


จัสตินเขย่าเพื่อนเบาๆ โดยมีเชสง่วนกับการกดแผลที่แขนของมัลฟอยเอาไว้ แคธฉวยผ้าพันคอมาจากคอแพนซี่ก่อนจะตรงเข้าไปแล้วกดมันเข้าที่แขนด้านซ้ายของเขาเลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุดหย่อน ไม่นับฝ่ามือที่มีแผลน่ากลัวบาดลึก มือเล็กๆ ของเธอเริ่มสั่นอย่างคุมไม่ได้ จัสตินทั้งปั๊มหัวใจ ทั้งกำหมัดทุบไปบนอกเพื่อนแรงๆ แต่เขาก็ยังคงนอนนิ่ง


“เดรก...ไอ้เดรก...ตื่นสิโว้ย!”


แฮกริดที่วิ่งมาแต่ไกลตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น เมื่อมีนักเรียนไปแจ้งเขาว่าแมคคล้ากเก้นร่ายคาถาใส่มัลฟอย เขาตรงเข้ามาพบชายหนุ่มนอนจมกองเลือดอยู่ 


“พวกเธอรีบพาเขาไปหามาดามพอมฟรีย์เร็วเข้า ฉันจัดการกับแมคคล้ากเก้นเอง”


แฮกริดเอ่ย เชสและจัสตินพยักหน้ากัน สองคนแบกเพื่อนไปห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว แคธที่นั่งกับพื้นมองตามไปอย่างหมดแรง เบลสเดินมาผลักร่างคอร์แม็คที่เขาล็อคไว้ทันลงกับพื้นตรงหน้าแฮกริด


“งานนี้คงต้องถึงศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์แน่”


แฮกริดเอ่ย เพราะนั่นเป็นกฎ แต่เรื่องของแมคคล้ากเก้นไม่ได้ทำให้เขากังวลเท่าเรื่องของมัลฟอย ไม่อยากจะคิดถ้าลูเซียส มัลฟอยรู้ว่าลูกของเขาโดนร่ายคำสาปใส่จนได้รับบาดเจ็บ ฮอกวอร์ตจะต้องเจอกับอะไรมั่ง...


แคธจ้องมองคอร์แม็คอย่างผิดหวัง สิ่งที่ทุกคนพูดกันพวกเขาคิดถูก...คอร์แม็คมองเธอราวกับอยากจะแก้ตัว แต่แคธก็ไม่คิดจะรับฟัง จิตใจเขาต้องเลวร้ายขนาดไหนกัน ถึงร่ายคำสาปต้องห้ามใส่คนอื่นได้ และถ้ามัลฟอยไม่บังเอาไว้ คนที่จะต้องจมกองเลือดอยู่ตรงนี้ก็อาจจะเป็นเธอ...


“เธอไปเปลี่ยนเสื้อก่อนไหม” 


แพนซี่เอ่ยถาม แคธจึงพยักหน้าออกมา เมื่อเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอเปียกไปหมด และยังเป็นสีชมพูจางๆ ไปทั้งตัวด้วยเลือดของมัลฟอยใต้น้ำนั่น...


_____________________________________________________________________________________________________


หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแคธก็เดินมาที่ห้องพยาบาลพร้อมๆ กับแพนซี่และเพื่อนๆ ของเธอ โดยมีเชส เบลส และจัสตินนั้นยืนรออยู่ด้านนอก เนื้อตัวยังเปียกปอน


“เป็นยังไงบ้าง” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยถาม

“ยังไม่ออกมาเลย มาดามกำลังร่ายคาถารักษาให้อยู่”

“เยอะเหรอ”​ แพนซี่ถาม

“แขนซ้ายทั้งแถบ” จัสตินว่า

“มันตื่นมาได้มันอาละวาดแน่ มันต้องใช้แขนเล่นควิดดิช กำลังจะคัดตัวอยู่แล้ว...”


แคธรับฟังอย่างรู้สึกไม่ดีนัก แขนซ้ายทั้งแถบงั้นเหรอ...ไม่นานนักมาดามพอมฟรีย์ก็เดินออกมา ทุกคนปรี่เข้าไป


“เป็นยังไงบ้างคะ” แพนซี่ถาม

“ตอนนี้ฉันร่ายคาถาจนเลือดหยุดไหลแล้ว แล้วก็ทำแผลให้เรียบร้อย ช่วงไหล่ไม่มีปัญหามากแค่แผลกรีดแทงรักษาก็หาย แต่ข้อมือลงไปจนถึงฝ่ามือต้องขยันทำแผลทุกวันไม่อย่างนั้นจะอักเสบติดเชื้อได้เพราะว่าค่อนข้างลึกอยู่ ไม่ต้องห่วงนะคุณซาร์บินี่ คุณมัลฟอยกลับมาแข่งควิดดิชได้อย่างแน่นอน ส่วนผลการรักษา ฉันคงต้องรายงานศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ด้วยนะ”


มาดามพอมฟรีย์เอ่ย ซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วย หลังจากที่ทุกคนรอเฝ้ามัลฟอยแต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น พวกเขาจึงเริ่มขอตัวกลับไปหอนอน แต่แคธกลับเลือกที่จะอยู่ต่ออีกซักพัก ทุกคนกลับไปหมดแล้ว แต่เธอยังเดินไปมาอย่างกระวนกระวายเมื่อเขาไม่ฟื้นซะที นึกโมโหตัวเองลึกๆ ที่ไม่เชื่อคำเตือนของทุกคนและเชส ร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง ก่อนจะเผลอฟุบหลับไปด้วยความเพลีย...


มัลฟอยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ความรู้สึกชาไปทั้งแขนด้านซ้ายทำให้เขาต้องนิ่วหน้าและหันไปมอง และพบว่ามันถูกพันผ้าเอาไว้ทั้งแขน บาดแผลนั้นยังตึงๆ และเมื่อปรับสายตาให้เข้าที่กลับพบว่าใครบางคนได้ฟุบหลับอยู่ข้างกายของเขานี่เอง ขนตาที่ยาวเป็นแพนั้นโค้งรับกับจมูกเล็ก จนมือหนาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปและจับศีรษะเธอเบาๆ พลางมองเธอนิ่ง หากแต่เธอก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา สองสายตาผสานกันในที่สุด...


“โดนเธอหรือเปล่า...”


ใบหน้าสวยนั่นมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า เมื่อคำถามแรกก็ยังไม่วายถามถึงเธอก่อน แคธส่ายหัว


“งั้นคุ้มแล้ว” 


เขาเอ่ยเสียงเบาราวกับอยากให้ติดตลก แม้ว่าแคธจะไม่ตลกด้วย เขากระพริบตาถี่ๆ ด้วยฤทธิ์ยาที่มาดามคงร่ายเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาเจ็บแผลมากนัก เขาสังเกตว่าใบหน้าสวยนั่นร้องไห้จนตาบวม เขายกมืออีกข้างขึ้นไปจับศีรษะเธอเบาๆ


“ร้องขนาดนี้มันเหมือนฉันกำลังจะตายนะ”

“ไม่ตลกนะ...” แคธเอ่ยเสียงเบา

“ฉันไม่เป็นไร” 


เขาเอ่ยอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มบางๆ ปรากฎบนใบหน้าอย่างที่แคธไม่เคยเห็นขณะที่เขาลูบผมเธอไปด้วย

 

“กลับไปนอนที่หอไป อย่ามานอนตรงนี้ เดี๋ยวไม่สบาย...”
“..............” 


        ปากเล็กๆ ของแคธคว่ำลงเล็กน้อยอย่างเด็กดื้อดึง


“อย่าดื้อแคธตี้...”


มัลฟอยเอ่ยเสียงเหนื่อยอ่อนเมื่อนิสัยดื้อเงียบของแคธเขาเริ่มจะจับจุดได้ ขณะหลับตาให้หายมึนจากฤทธิ์ยา และนี่จะดูเหมือนเป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเธอ มัลฟอยลืมตาขึ้นและพบว่าเธอยังคงนั่งตาแป๋วอยู่ เขาเลิกคิ้วใส่หญิงสาว


“อีกแปบนึง...เดี๋ยวฉันไป...”


มัลฟอยไม่เอ่ยอะไร เขาหลับตาลงก่อนจะเผลอหลับไปอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา แคธนั่งอยู่เพียงชั่วครู่ เมื่อเห็นว่าเขาหลับสนิทดีแล้วเธอจึงเดินกลับหอนอนของเธอไป


_____________________________________________________________________________________________________



ฝีเท้าของแคธชะงักเมื่อที่ห้องนั่งเล่นคอร์แม็คนั้นนั่งรอเธออยู่ เธอเดินหนีอย่างไม่อยากพูดด้วยแต่เขาก็ดักเธอเอาไว้


“เดี๋ยวแคธ...”
“.................”

“ฉัน...”
“ฉันไม่รู้ว่าระหว่างนายกับเขามันรุนแรงมาจากอะไร แต่วันนี้สิ่งที่นายทำมันอาจฆ่าใครก็ได้”

“ฟังฉันก่อน ฉัน...”

“และโชคดีที่คนที่ยืนตรงนั้นมันเป็นฉัน และฉันโชคดีที่ถูกเขาเอาตัวมาบังเอาไว้”

“ฉันไม่ได้อยากทำร้ายเธอด้วยคาถานั่น”

“อ่อ...แต่นายอยากทำร้ายคนอื่นด้วยคาถาที่คนทั้งโรงเรียนรู้ว่าห้ามเสกใส่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน และเป็นคาถาอันตรายต้องห้าม...ภาวนาให้ลูเซียส มัลฟอยกับอาจารย์รับฟังนายเหมือนฉันเถอะ ถ้านายคุมโทสะไม่ได้และปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือทุกสิ่ง นายก็ไม่ควรเป็นพ่อมด...แมคคล้ากเก้น”


แคธเอ่ยและเดินออกไปทันที ไมเคิลเตะกำแพงแถวนั้นอย่างหงุดหงิดและโกรธจัด พังหมด! ทุกอย่างที่ตั้งใจทำมา เพราะไอ้เวรนั่นแท้ๆ อย่าให้มีโอกาส มันต้องมีการเอาคืนเกิดขึ้นแน่ๆ! 


_____________________________________________________________________________________________________



เช้าวันต่อมา แคธเดินมาทานอาหารที่ห้องโถง เธอพบแพนซี่กับพวกเชสนั่งอยู่ที่โต๊ะทานอาหารฝั่งกริฟฟินดอร์  แคธวางของและนั่งลง มองพวกเขาแปลกใจ


“มีอะไรกันเหรอ?”

“เดรโกน่ะ...” 


แคธมองหน้าทุกคนสีหน้าไม่ค่อยดีนัก


“เรื่องถึงหูดัมเบิลดอร์แล้วตั้งแต่เมื่อคืน” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ย “และแน่นอน...พ่อของเขาด้วย”

“คุณอาโกรธมาก เมื่อเช้าสั่งย้ายมันออกจากห้องพยาบาลไปเซ้นท์มังโกที่ลอนดอน” เชสเอ่ย

“แล้วดูเหมือนคระกูลแมคคล้ากเก้นจะมีปัญหาแล้วล่ะ” จัสตินเอ่ย

“แถมแฮกริดก็โดนคณะกรรมการสอบสวนจากกระทรวง ที่เขาปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในชั้นเรียน”


แฮร์รี่เอ่ย แคธสีหน้าไม่ค่อยดีนัก รู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะเธอทั้งนั้น พาให้ทุกคนเดือดร้อนกันไปซะหมด แถมตอนนี้มัลฟอยยังโดนพ่อของเขาจับย้ายกลับไปลอนดอนเพื่อรักษาตัว แม้ว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่นั่นจะดีกว่าการนอนอยู่ในห้องพยาบาลก็ตามทีเถอะ 


_____________________________________________________________________________________________________



สองสัปดาห์ผ่านไป...

แคธเดินขึ้นมาชั้นบนของปราสาทเพื่อไปเรียนคาบสุดท้ายของวัน พยากรณ์ศาสตร์ของศาสตราจารย์ทรีลอนีย์ เมื่อเดินผ่านหอคอยสูงชั้นบนของปราสาท เธอก็พบว่าลูเซียส มัลฟอยกำลังเดินตรงมาจากทางหนึ่งของปราสาทด้วยชุดคลุมสีดำสนิทเนี้ยบแต่หัวจรดเท้ากับผมสีบลอนด์ที่ถูกตัดสั้นของเขา ในมือสวมถุงมือและถือไม้เท้าหัวมังกรเอาไว้ ข้างกายเป็นแม่มดวัยกลางคนที่ยังดูสวยปิ๊ง เธอสวมชุดสีเขียวเข้มดูสวย ผมบลอนด์นั่นเกล้าขึ้นประดับเพชรเล็กน้อย กิริยามารยาทดูเรียบร้อย ด้านหลังของคนทั้งคู่ ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิททั้งชุดไม่ต่างจากผู้เป็นบิดาได้เดินตามหลังมา...มัลฟอย...

มือข้างที่ไม่ได้ล้วงกระเป๋ากางเกงทำให้แคธเห็นว่ามือของเขาถูกดามเอาไว้และด้านใต้พันผ้าพันแผล แคธเดาว่าพวกเขาคงต้องมาด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นและคงกำลังจะขึ้นไปยังห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ แต่ก่อนที่มัลฟอยจะเดินเลยผ่านไป สายตาของเขาก็หันมาเห็นเธอที่เดินผ่านมาพอดี ร่างสูงชะลอฝีเท้าลงและจ้องมองมาทางเธอ...สองสัปดาห์ที่ไม่เจอกัน...


“เดรโก...”

“…………..”

“ลูก...”

“ครับแม่”


เขาหันมาเมื่อผู้เป็นแม่ร้องเรียก “นาร์ซิสซ่า” เดินกลับมาเรียกลูกชายเมื่อเห็นเขายืนนิ่งไม่เดินตามมา แคธถึงได้รู้ว่าหญิงวัยกลางคนที่ยังดูสวยนั่นคือแม่ของเขา นาร์ซิสซ่า มัลฟอย เธอคือพี่สาวของเบลลาทริกซ์ เลสแสตรงค์ บุคคลที่ซีเรียส แบล็คเคยเล่าให้เธอฟัง หากแต่แตกต่างกันมากมายนัก ทั้งกิริยา หน้าตา และแววตา เธอหันมามองแคธแว่บนึง ก่อนจะมองลูกชายตัวดี นึกรู้ได้ทันทีกับปฏิกิริยาแบบนั้น นี่สินะ...สาวน้อยผู้เป็นต้นเหตุ ใบหน้าสวยนั่นยิ้มให้แคธบางเบา จนเธอทำตัวไม่ถูก นอกจากก้มหัวให้เล็กๆ 


“รีบมาเถอะ”


ผู้เป็นแม่เอ่ย มัลฟอยมองหน้าแคธเล็กน้อย สองสายตาสบกันราวกับต่างฝ่ายต่างอยากพูดอะไร ก่อนที่เขาจะเดินตามผู้เป็นมารดาไป แคธมองตาม...เดาว่าเขาคงมาเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นอย่างแน่นอน


_____________________________________________________________________________________________________



ห้องทำงานดัมเบิลดอร์...


“คุณจะจัดการเรื่องนี้ยังไงอาจารย์ใหญ่...ผมไม่ยอมให้คนที่สาปลูกชายของผมได้เรียนอยู่ในโรงเรียนนี้อย่างแน่นอน เขาต้องถูกไล่ออก!”​

“ลูเซียส...เด็กๆ ทะเลาะกันเกิดขึ้นได้ ลงโทษตามสมควรก็น่าจะเพียงพอ” ศาสตราจารย์มักกอลนากัลเอ่ย

“แขนลูกชายผมทั้งแขนมิเนอร์ว่า คุณจะทำเหมือนมันเป็นเรื่องชกต่อยธรรมดาได้ยังไงกัน เดรโกมีคัดตัวควิดดิชระดับโลกถ้าเกิดแขนใช้งานไม่ได้ ใครจะรับผิดชอบอนาคตลูกของผม”


มัลฟอยที่นั่งอยู่บีบสันจมูกเบาๆ จะบอกว่าเขาทำตัวไม่ถูกกับการที่โตขนาดนี้หากแต่ลูเซียสยังปกป้องเขาได้อย่างไม่สมวัยที่สุดก็ไม่ผิดนัก และเขาเองก็ไม่แปลกใจในความเจ้าอารมณ์ของผู้เป็นพ่อที่มักทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เสมอ อันที่จริงเขาเลือกที่จะไปเข้าเรียน หากแต่ผู้เป็นพ่อกลับลากเขามาที่นี่ด้วย


“ผมได้สั่งพักการเรียนคุณแมคคล้ากเก้นสามสัปดาห์ งดลงแข่งควิดดิชทุกการแข่งขันตลอดชั้นปี และกักบริเวณหลังเลิกเรียนกับศาสตราจารย์มักกอลนากัล...แล้วไหนจะยังพ่อของเขาที่ทำงานในกระทรวงก็ถูกคุณลดตำแหน่ง นั่นก็น่าจะพอแล้วนะ”


มัลฟอยชะงัก พ่อของเขาสั่งลดตำแหน่งพ่อของแมคคล้ากเก้นอย่างนั้นเหรอ? เขาหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่ ซึ่งก็ส่ายหัวให้แก่เขา เพราะนางก็เพิ่งรู้เช่นกัน


“อารมณ์ร้อนของวัยรุ่นเรื่อง...”


มัลฟอยมองหน้าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ทันควัน เขาส่ายหัวช้าๆ ราวกับจะขอร้องว่าอย่าพูด เพราะเขาคิดว่าเหตุการณ์ตื้นลึกทั้งหมดคงไม่มีอะไรรอดสายตาของดัมเบิลดอร์ไปได้ ความสัมพันธ์ของเขากับลูกสาวตระกูลสตาร์คที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจารย์ใหญ่ดัมเบิลดอร์และศาสตราจารย์มักกอลนากัลก็สังเกตเห็น นาร์ซิสซ่าที่ลอบมองจึงรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่เกิดไม่ใช่เรื่องของวัยรุ่นเลือดร้อนธรรมดา 


“...เรื่องการชกต่อยย่อมต้องมีบ้าง แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ใช่ไหมเดรโก...”

“ครับ ไม่เกิดขึ้นอีก...”


เขาเอ่ย ลูเซียสรู้สึกขัดใจ ไล่คอร์แม็ค แมคคล้ากเก้นออกจากฮอกวอร์ตไม่ได้ มัลฟอยก้มลงไปกระซิบอะไรบางอย่างกับผู้เป็นแม่ ก่อนที่ใบหน้าสวยจะยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าให้


“อาจารย์ใหญ่คะ เรื่องของลูเบอัส แฮกริด...ทางเราขอสั่งยกเลิกการสอบสวน”

“อะไรนะ...”​ ลูเซียสหันมามองหน้าภรรยา

“เด็กๆ ทะเลาะกันลูเซียส คุณจะโทษอาจารย์ประจำชั้นอย่างเดียวไม่ได้ และฉันคิดว่าอาจารย์ใหญ่คงได้สั่งแฮกริดให้เข้มงวดมากกว่าเดิมแล้ว”

“แต่ว่า...”

“ฉันขอค่ะ”


นาร์ซิสซ่าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ลูเซียสนั้นไม่เคยขัดใจภรรยา ได้แต่ฮึดฮัดออกมาเมื่อทำอะไรไม่ได้ มัลฟอยลอบยิ้ม มองผู้เป็นมารดาอย่างขอบคุณ 



ด้านนอกห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ มัลฟอยยืนอยู่ด้านนอกกับแม่ของเขาเพื่อรอลูเซียสที่กำลังเซ็นต์คำสั่งยกเลิกการสอบสวนของแฮกริดและสอบสวนความปลอดภัยของฮอกวอร์ต เรื่องก็จบลงไม่ได้เลวร้ายนัก แม้จะไม่ใช่ที่น่าพอใจของผู้เป็นบิดา


“แม่ครับ...”
“ไม่ต้องขอบคุณแม่ ตอบแม่ดีกว่า...เด็กผู้หญิงคนนั้น...”
“ผมรู้แม่จะพูดอะไร..."

        "............" นาร์ซิสซ่ายิ้ม

        "แคธเทอลิน สตาร์ค...”

“ต้นเหตุของแผลที่แขนนี่สินะ” นาร์ซิสซ่าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ก็ไม่แปลกใจ...สวยน่ามอง”

“แม่ไม่โกรธผมเหรอ...”
“ทำไมแม่ต้องโกรธ”

“ก็พ่อไม่...”

“จำคำแม่ไว้เดรโก...ชีวิตเป็นของลูก และแม่ก็คิดว่าแม่เลี้ยงลูกของแม่มาได้ดีมากๆ มากจนแม่เชื่อว่าลูกของแม่จะตัดสินใจสิ่งที่ถูกและดีที่สุดให้ชีวิตของตัวเอง เชื่อฟังพ่อเพราะเขาเป็นพ่อ แต่...พ่อของลูกก็ไม่ได้ทำถูกเสมอ เราต่างรู้ดี...”

“……………….”

“แล้วลูกสาวบ้านนั้นก็สวยขนาดนั้น อย่าไปทำอะไรให้เสียหาย ถ้าแม่รู้...คราวนี้ล่ะจะโกรธ”


นางสั่งเสียงเขียว รู้ดีนิสัยเจ้าชู้ประตูดินของลูกชาย ต่อให้จะดูเงียบแต่บางทีก็เสือซ่อนเล็บ มัลฟอยอมยิ้มโดนรู้ทัน ร่างสูงกอดผู้เป็นแม่ราวกับขอบคุณ


  “งั้นถ้าแม่ไม่ว่าอะไร ผม...”


เขาชี้มือไปทิศทางหนึ่ง นาร์ซิสซ่ายิ้มและพยักหน้า มัลฟอยหอมแก้มผู้เป็นมารดาฟอดใหญ่ก่อนจะเดินออกไปทันที ลูเซียสเดินออกมาทันเห็นหลังลูกชายที่กำลังเร่งรีบเดินไปไวๆ เขาส่ายหัว


“คุณนี่ตามใจมันแต่เล็กจนโต”

“ลูเซียส...เขาจะสิบแปดแล้วนะ คุณจะบงการชีวิตเขาตลอดไปไม่ได้”

“ผมก็ทำอยู่ไม่ใช่หรือไง?”

“แล้วนั่นไม่เพียงพอกับคุณเหรอ...กับสิ่งที่คุณให้เขาทำ ให้เขาได้ใช้ชีวิตวัยเรียนของเขาบ้าง”

“มันบอกอะไรใช่ไหม...คุณถึงได้เอ่ยปากช่วยเจ้ายักษ์เฝ้าประตูนั่น”

“ก็ถ้าคุณรับฟังเขาบ้าง เขาก็คงเลือกที่จะบอกคุณแทนที่จะบอกฉัน”

“คุณก็ตามใจมันแบบนี้ มีอะไรมันถึงวิ่งโร่ไปรายงานแต่คุณ...แบบนี้คงต้องจับคู่ให้ซักทีล่ะมั้ง จะได้เลิกลอยไปลอยมาก่อแต่เรื่อง”

“เขามีคนที่เขาชอบอยู่แล้ว”

“ใคร?”

ลูเซียสเอ่ยถามภรรยา นาร์ซิสซ่าได้แต่ทำสีหน้าเหนื่อยใจแต่ไม่ยอมตอบ ก่อนจะเดินออกไปทิ้งปัญหาไว้ให้สามีขบคิด ลูเซียสยังคงมีสีหน้าสงสัย แต่ก็ยอมเดินตามภรรยาไปในที่สุด


_____________________________________________________________________________________________________


เรือนกระจก...

ชั้นเรียนสมุนไพรศาสตร์ของศาสตราจารย์เสปราต์ ทุกคนกำลังเตรียมรอเข้าชั้นเรียนเหมือนทุกที เสียงกรี๊ดกร๊าดดังขึ้นเบาๆ ทำให้แคธที่ยืนอยู่กับเฮอร์ไมโอนี่ต้องหันไปมอง มัลฟอยเดินเข้ามาพร้อมเชสและคนอื่นๆ ดูเหมือนว่าเขาจะกลับมาเข้าเรียนตามปกติแล้วหลังจากที่เขานั้นหยุดเรียนไปเกือบสองอาทิตย์ และดูจากการที่แฮกริดได้เริ่มคลาสเรียนเมื่อเช้า ถ้าคำบอกเล่าที่เธอคุยกับแพนซี่ไม่ผิดนัก แพนซี่บอกว่าเขาบอกให้แม่ของเขาช่วยพูดให้จนคณะกรรมการถอนการสอบสวนแฮกริดออกไป

ไม่นานนักศาสตราจารย์เสปราต์ก็เดินออกมาสั่งงานโดยให้ทำกับคู่เรียนเหมือนเช่นเคย เมื่อทุกคนเริ่มแยกย้ายกันไปทำงาน แคธกับมัลฟอยต่างฝ่ายต่างยืนอยู่ จ้องกันไปมา แคธที่ทนความเก้อเขินนี่ไม่ไหวจึงเดินนำไปที่ต้นไม้ที่พวกเขาต้องทำการศึกษาวันนี้เหมือนเช่นเคย แคธย่อตัวลงไปทำท่าจะขุด แต่คนตัวใหญ่กว่ากลับยื่นสมุดให้กับเธอราวกับจะบอกว่าเขาขุดเองเหมือนกับมือของเขานั้นไม่ได้เจ็บอะไรมาก เขาถอดที่รัดข้อมือสีดำออกเผยให้เห็นมือที่พันแผลไว้บางส่วน และเริ่มลงมือขุด แคธนั่งมองจากตรงนี้ยังเห็นว่ารอบๆ มือของเขายังคงแดงจากการอักเสบของคาถา รู้สึกผิดท่วมท้นอยู่ข้างในอย่างบอกไม่ถูกที่เป็นต้นเหตุ...การอยู่ในโรงพยาบาลสองอาทิตย์ไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะสำหรับคนที่แอคทีฟตลอดเวลาแบบเขา


มัลฟอยกำลังจัดการจับต้นไม้ต้นใหญ่นั่นให้เข้าที่แต่ท่าทางที่ดูไม่ถนัดทำให้แคธที่นั่งย่อตัวอยู่ข้างๆ เอื้อมสองมือไปช่วยดันเอาไว้ด้วย 


“…………………”

“…………………”


ใบหน้าแคธขึ้นสีเลือด เมื่อมัลฟอยหันมาพร้อมๆ กับที่เธอหันไป จมูกโด่งๆ นั่นฝังลงบนแก้มเธอเบาๆ พวกเขาต่างจ้องกันนิ่ง จนแคธต้องเป็นฝ่ายหันหนีก่อน มือเล็กๆ ยกผมขึ้นมาทัดหูแก้เก้อเมื่อลมทำให้ผมเธอปลิวไปมาเบาๆ แคธก้มหน้าก้มตาจดบันทึก ไม่กล้าสบตาเขาอีกเลยตลอดคาบ


มัลฟอยเดินหายไปล้างมือเอาคราบดินที่เลอะออก และเมื่อเดินกลับมา มือหนาก็ถูกคว้าไว้ มัลฟอยหันมามอง แคธที่กำลังกึ่งเดินกึ่งลากเขามาที่มุมหนึ่งของเรือนกระจก ในมือถือกล่องพยาบาลเล็กๆ เอาไว้ มัลฟอยมองแคธนิ่งเมื่อเธอแกะผ้าพันแผลที่เปียกน้ำชื้นๆ จากการล้างมือของเขาเมื่อครู่ออก ก่อนที่เขาจะพาให้แผลตัวเองนั้นติดเชื้อขึ้นมาอีกรอบจากความชื้นนี้ แคธพบว่ามือของเขายังคงแดงอักเสบอยู่ นั่นทำให้การใส่ยาและพันแผลลดอาการบวมนั้นสำคัญมาก แถมยังมีบาดแผลที่ยังหายไม่สนิทอยู่บนมือด้วย 

เธอทายาลงไปและเริ่มนวดมันเบาๆ ก่อนจะพันแผลให้มัลฟอยใหม่อย่างเบามือและสวมที่รัดมือสีดำกลับคืนให้เขาตามเดิม ทุกๆ การกระทำนั่นมัลฟอยจ้องมองเธออย่างไม่วางตา จนทำให้แคธรู้สึกตัวในที่สุดเมื่อเงยหน้าขึ้นมาและพบว่าโดนจ้องอยู่...ด้วยสายตาที่...มีความหมาย...


“……………….”


หน้าสวยๆ ที่มัลฟอยอดใจไม่ไหว จนต้องค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ห่างเพียงเส้นผมลอดผ่าน และก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรอย่างที่ใจหวังกับริมฝีปากที่คิดถึงมาตลอดสองสัปดาห์นี่นั้น...


“ฮ่ะแฮ่ม!”

“โธ่! ไอ้เบลส!!”


ทุกคนร้องเสียงดังเมื่อเบลสแกล้งกระแอมขัดจังหวะมัลฟอยเสียงดัง มัลฟอยหันไปตาขวางใส่ราวกับอยากจะฆ่าเบลสซะตรงนั้น แต่แคธหน้าแดงจัด เกือบโดนจับได้ว่ามัลฟอยกำลังจะ...

เธอรีบเดินเร็วๆ ไปลากแขนเฮอร์ไมโอนี่ออกไปจากตรงนั้น โดยมีสายตาล้อเลียนตามไปตลอดทาง บ้าชะมัด...เขาจะจูบเธออีกแล้ว! จนเมื่อแคธเดินไปแล้ว เชสก็ยังอดไม่ได้ที่จะแซว


“แหม...เจ็บแต่คุ้มนะเพื่อนนะ ทำแผลให้ด้วย...” 


เชสเอ่ยและกอดคอมัลฟอยสีหน้ากระริ้มกระเหรี่ย มัลฟอยมองเชสด้วยหางตา


“แบบนี้โดนอีกสักคาถายังได้ใช่ไหมวะ” จัสตินเอ่ย

“แล้วถ้าเมื่อกี้พวกฉันมาไม่ทัน แกจะทำอะไรน้า...” เบลสทำท่าทำทาง

“มือเจ็บ แต่เท้ายังอยู่นะ...อยากโดนกันใช่ไหม”


มัลฟอยเอ่ย พาให้พวกหนุ่มๆ หัวเราะออกมา แฮร์รี่จึงเอ่ยขึ้นมา


“นี่ มันใจอ่อนลงเยอะแล้วนะ จะง้อก็รีบๆ เดี๋ยวแผลหายจะไม่มีอะไรมาเรียกคะแนนสงสาร ฉันกับรอนเบื่อดูแลจะแย่ มารับช่วงต่อไปได้แล้ว”


แฮร์รี่เอ่ยก่อนจะหันไปหอมแก้มแพนซี่เบา และกอดคอรอนพร้อมพากันเดินตามสองสาวออกไป

_____________________________________________________________________________________________________



มัลฟอยเดินกลับหอกัปตันมาเหมือนทุกทีในช่วงเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน การขาดเรียนสองสัปดาห์พาให้เขาต้องทำความเข้าใจทุกๆ วิชาให้ทันเพื่อนแล้วนั่นมันเล่นเอาเขาแทบหมดแรง เขาบอกรหัสเปิดประตูเพื่อจะเข้าไปด้านใน

“เดรโก...”


มัลฟอยหันกลับไป เขาพบว่าเทสซี่ยืนอยู่ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรหญิงสาวก็ดันร่างเขาเข้าไปด้านในทันที มัลฟอยยกมือที่เจ็บหนีก่อนที่เธอจะเผลอโดนมือของเขาเข้า


“เธอ...”
“นายเป็นยังไงมั่ง ฉันเป็นห่วงมากรู้ไหม...”

“เธอออกไปก่อน...ฉันบอกเธอแล้วอย่ามาที่นี่อีก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

“ทำไมล่ะ...เมื่อก่อนนายก็ชอบให้ฉันมาหาบ่อยๆ”


มัลฟอยนิ่งเงียบ และนับแต่เขาบอกปัดความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวกับเธอนั้น เขาก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีกเลย มัลฟอยคิดว่าเธอจะเข้าใจและยอมถอยไป หากแต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด


“เธอควรจะออกไป...”
“ทำไมฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้...”

“เพราะว่า...”

“นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ...”


เทสซี่เอ่ยน้ำตาเริ่มไหล เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตรงเข้าผลักมัลฟอยลงกับโซฟาและตามไปนัวเนียเขาให้เกิดอารมณ์ราวกับเอาชนะ มัลฟอยเบี่ยงหน้าหนี ไม่อยากผลักหรือทำรุนแรงเพราะเขาไม่เคยทำผู้หญิง 


“เทส...”
“บอกมาสิว่าเราจะเป็นเหมือนเดิม”


มัลฟอยอ้าปาก พูดไม่ออก เทสซี่ไม่สนใจจะฟัง พยายามทำให้ร่างกำยำตรงหน้ากลับมาเป็นของเธอให้ได้ หากแต่มัลฟอยก็ไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ


“เรายังเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม...”

“เทส...”

“ใช่ไหม บอกฉันมาสิ นายยังเป็นของฉันอยู่...”

“เทส...”

“ฉันไม่ยอมให้...”
“ฉันมีคนที่ฉันรักแล้ว!”

“…………………”

“ฉันมีคนที่ฉันรักแล้ว...” 


        มัลฟอยเอ่ยเสียงเบา สีหน้าและแววตาไม่ได้โกหกเธอแม้แต่น้อย


“ไม่จริง...” เธอไม่เชื่อ มัลฟอยไม่เคยรักใครจริงจัง!
“..........”


ชั่วขณะที่เทสกำลังอึ้งกับคำสารภาพของมัลฟอย ประตูก็เปิดออก แคธที่ก้มหาของในกระเป๋าเงยหน้าขึ้นมาเจอภาพตรงหน้าพอดี ภาพที่เทสซี่กำลังคร่อมมัลฟอยเอาไว้ที่โซฟาหน้าเตาผิงนั่น มัลฟอยมีสีหน้าตกใจ...


“………….…”


เทสซี่หันกลับมามองตัวการที่ทำให้มัลฟอยเขี่ยเธอทิ้งช้าๆ เธอเคยเห็นแคธมาก่อนที่นี่ และนับจากวันนั้นมันก็นานมากแล้ว และถ้าแคธยังคงอยู่ที่นี่จนถึงวันนี้ นั่นก็แปลว่าเขา...คงต้องจริงจังกับเธอมากจนไม่มีผู้หญิงคนอื่นเลย...เทสซี่หันกลับมามองหน้ามัลฟอย ใบหน้าสวยนั่นดูแววตาโกรธขึงน่ากลัวจนมัลฟอยสัมผัสได้


“นี่น่ะเหรอ ผู้หญิงที่นายบอกฉันว่า...”

“……………………..” 


        มัลฟอยจ้องเธอน่ากลัว อย่าได้คิดจะทำสิ่งที่เขาไม่พึงจะได้ยิน


“ของ เล่น ใหม่...”


  มัลฟอยหลับตาลง ข่มความโกรธ เธอทำมันลงไปแล้ว...ทำลายทุกสิ่งที่เขาพยายามสร้างมันขึ้นมา...ให้แคธ...แคธมองหน้ามัลฟอยอย่างผิดหวัง คำสัญญาของเขาสุดท้ายก็แค่ลมปาก เขาไม่ได้ต่างอะไรจากไมเคิลเลย ร่างเล็กหันหลังเดินกลับออกไปทันที มัลฟอยทิ้งศีรษะพิงกับโซฟาอย่างอ่อนแรง อีกแค่นิดเดียว...แค่นิดเดียวเท่านั้นเขาก็จะได้เธอมา...


“นายไม่เหมาะกับแม่นั่นหรอก ไม่เห็นจะมีอะไรดีนอกจากหน้าตา ฉันว่า...”

“ออกไป...”
“...........”
“ออกไปก่อนที่ฉันจะจับเธอโยนออกไป”

“นายไม่...”

“ฉันไม่พูดซ้ำ”

        "................"

        "เธอไม่อยากเห็นฉันเวอร์ชั่นที่ร้ายที่สุดหรอก...เพราะฉะนั้น...ออก ไป..."

     

เขาเงยหน้ากลับมามองเธอด้วยแววตาน่ากลัวอย่างที่เทสซี่ไม่เคยเห็น จนร่างเล็กนั่นต้องถอยกรูดและรีบออกจากหอนอนไป หากแต่เธอไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ในเมื่อทำอะไรมัลฟอยไม่ได้ เธอไปทำกับนังหน้าสวยนั่นก็ได้!


_____________________________________________________________________________________________________


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

129 ความคิดเห็น

  1. #63 FaNg+SJ+HyukJae (@fang_hyukjae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:55
    ร้ายกาจจจอ่า โอ้ยๆ ใจไม่ดี รอๆค่าว่าเป็นไงต่อ
    #63
    1
    • #63-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      17 มิถุนายน 2562 / 12:22
      รอน้าๆ :3
      #63-1
  2. #62 Colorberry (@Colorberry) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 23:00
    แงงงงง เทสซี่ทำเรื่องอีกแร้ววว
    #62
    1
    • #62-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:34
      มาไม่บ่อย แต่มาทีเป็นเรื่อง 55
      #62-1
  3. #61 Summerine (@SunDashine) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 22:47
    โถ่ แพนซี่มาออกโรงซิ!!มาฟาดๆ
    #61
    1
    • #61-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:34
      โอ้ เป็นความคิดที่ดีเหมือนกันนะคะ ' ')a
      #61-1
  4. #60 Junechava (@Junechava) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 22:29
    นังแทสซี่
    #60
    1
    • #60-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:33
      ใจเยนน้าาาา 55
      #60-1
  5. #59 Palmme28 (@088Palm9800262) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 20:25
    แงๆ จะดีกันอยู่แล้วเชียว //รอตอนต่อไปและเรื่องต่อไปน้า สู้ๆค่ะไรท์
    #59
    1
    • #59-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:33
      ขอบคุณมากค่าาา
      #59-1
  6. #58 ความมืดมน1 (@tao-p) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 20:17
    มาม่าอีกเเย้วววว เเงงง
    #58
    1
    • #58-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:33
      > < อย่าพึ่งร้องงงง
      #58-1
  7. #57 himefreeze (@himefreeze) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 18:20
    ปะโธ่เอ้ยยยย เกือบจะดีแล้วเชียวววววว ติดตามต่อไปค่าาา ชอบจังแต่งดีมาก//หายไวๆนะคะ//เรื่องต่อไปจะติดตามค่า><
    #57
    1
    • #57-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:33
      ขอบคุณค่า มีช่วงตันๆ เหมือนกันเรื่องนี้เขียนมาจะสี่ปีละ 555
      #57-1
  8. #56 kannikavan994 (@kannikavan994) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 17:49

    เดี๋ยวเขาเพิ่งจะดีกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเป็นแบบนี้ #ร้องไห้แล้วนะ ฮือๆ
    #56
    1
    • #56-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 9)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:32
      ความรักที่ดีต้องได้มายากหน่อยค่า :"D
      #56-1