ตอนที่ 7 : I Kiss her...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62


จากใจคนเขียนก่อนไปอ่านกันต่อน้า...

ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นและแรงสนับสนุนมากๆ เลยค่า

บอกเลยว่ามีกำลังใจเขียนต่อมากกกกกก

และก็ปั่นเฮียเดรกไว้หลายเรื่อง หลายเวอร์ชั่น รับรองฟินทุกเรื่องฮะ

ใครที่อ่านตอนนี้จบ ฝากไว้นิด

"อย่าพลาดตอนหน้านะค้าาาาา รับรองฟินนนนน" 


____________________________________________________________________________________


เหตุการณ์ทะเลาะกันของแคธและมัลฟอยไม่นานนักก็รู้ถึงหูเพื่อนๆ ในที่สุด โดยที่ทางฝั่งเชสนั้นพอจะสัมผัสได้รางๆ ว่าต้นเหตุนั้นมาจากคอร์แม็ค และยิ่งเมื่อทั้งสองคนต่างทิฐิด้วยแล้ว ทำให้ต่างฝ่ายต่างทำตามที่พูด แคธไม่ไปหอกัปตันอีกเลยนับแต่นั้น และมัลฟอยก็ไม่สนใจที่จะถามถึงเธอกับเพื่อนคนไหน พวกเขาไม่นั่งเรียนด้วยกัน แม้จะถูกมักกอนนากัลสั่งให้ทำงานเป็นคู่และขู่เข็ญแค่ไหน แคธก็ไม่สนใจ แม้จะโดนสั่งคัดลอกการบ้านเพิ่มเป็นเท่าตัวเธอก็ยอม

บางวิชาลำบากเชสกับเนวิลล์ต้องมาสลับคู่กันเรียนกับเพื่อนของตน เพื่อให้คาบนั้นๆ ผ่านพ้นไปให้ได้เป็นการชั่วคราว พวกเขาจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากัน ไม่มีใครสบตาใคร ไม่มีใครมองหน้าใคร หรือเอ่ยอะไรกันก่อน และเหตุการณ์ก็เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ และมากกว่าเดิม


____________________________________________________________________________________



คลาสเรียนของมักกอลนากัลในเช้าวันนี้สร้างความรำคาญให้พวกแฮร์รี่ไม่น้อย เมื่อคอร์แม็คเลือกสลับวิชาเลือกของเขามาเรียนวิชานี้แทน และนั่งตัวติดกับแคธแจ พวกเขานั่งอยู่โต๊ะคู่หน้าและพยายามพูดคุยกับแคธตลอดเวลา จนแคธแทบจะไม่ได้คุยกับเพื่อนๆ คนอื่นบ้าง รอนอดไม่ได้จนต้องเอ่ยขึ้น


“นี่...อย่าว่าฉันอย่างงู้นอย่างงี้เลยนะ แกคิดเหมือนฉันไหม แมคคล้ากเก้นมันแปลก”

“ใช่” แฮร์รี่เห็นด้วย

“แปลกยังไง เขาก็แค่มาชอบเพื่อนเรา” เฮอร์ไมโอนี่ถาม

“จุดประสงค์มันไง ฉันว่าบางทีมันก็ดู...”

“เสแสร้ง...”

“เออใช่เชสแกคิดเหมือนฉะ....เฮ้ยยย!”


แฮร์รี่ร้องออกมา เมื่อเชสโผล่มาจากไหนไม่รู้ ชะโงกหน้ามาหลังพวกเขาและจ้องมองคอร์แม็คไปพร้อมกัน โดยมีจัสตินอยู่ข้างๆ อีกคน


“ฉันสังเกตเวลามันมองแคธ​กับมองพวกฉัน ตานี่คนละแบบเลย” จัสตินเอ่ยน้ำเสียงหมั่นไส้

“นี่ๆๆ พวกนายคิดมากไปหรือเปล่า”

“เฮอร์ไมโอนี่...ฉันน่ะเป็นคนเจ้าชู้นะ มองมันปร๊าดเดียวก็รู้แล้ว” จัสตินว่า

“ฉันว่าแคธก็ไม่ใช่ว่าจะดูคนไม่เป็นหรอกน่า อีกอย่างฉันเคยถาม แคธก็บอกว่าเพื่อนกันเท่านั้น”

“มันคงไม่คิดกับแคธแค่เพื่อนหรอก ตามมาเรียนทุกคลาสขนาดนี้” รอนเอ่ย

“คนของแกอ่ะเป็นไง?” 


แฮร์รี่เอ่ยถาม เชสรู้ได้ทันทีว่าเขาหมายถึงมัลฟอย


“ดูยาก...ปกติก็นิ่งอยู่แล้ว นี่นิ่งหนักเลย...”


พวกเขาได้แต่มองหน้ากันไปมา ไม่เข้าใจเหตุการณ์ซับซ้อนทั้งหมดที่เกิดขึ้นเลยจริงๆ 

____________________________________________________________________________________



หน้าห้องโถงใหญ่ตอนกลางวัน เด็กๆ ชุมนุมกันมากมาย พากันดูบอร์ดประกาศที่ถูกนำเอกสารบางอย่างมาติดเอาไว้ แคธที่เดินมากับจินนี่ และเฮอร์ไมโอนี่มองคนที่แน่นขนัดกับเสียงจอแจจ่อกแจ่กอย่างแปลกใจ


“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” จินนี่เอ่ยถามนักเรียนคนหนึ่ง

“ประกาศเคอร์ฟิวน่ะ เขาบอกว่ามีผู้คุมวิญญาณหลุดเข้ามาในเขตรั้วฮอกวอร์ต ดัมเบิลดอร์สั่งห้ามเราไปไหนคนเดียว และห้ามอยู่นอกหอนอนหลังสี่ทุ่ม”


แคธมีสีหน้าไม่ดีทันที เธอมองหน้าเฮอร์ไมโอนี่ที่ไม่เข้าใจเหมือนกัน


“ฮอกวอร์ตไม่มีเคอร์ฟิวมาหลายปีแล้วนะ ทำไมดัมเบิลดอร์ประกาศกัน”

“พวกนั้นมาทำอะไรที่ฮอกวอร์ต” แคธถาม

“มีไม่กี่เหตุผลหรอก ถ้าไม่มาตามหาใคร ก็มาตามหาอะไรบางอย่าง”​ จินนี่ว่า


แคธรู้สึกไม่ดีนัก เมื่อสิ่งที่เธอกลัวที่สุดในชีวิต เห็นจะไม่พ้นผู้คุมวิญญาณ แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ในฮอกวอร์ตอีกจนได้ ภาพเมื่อครั้งงานควิดดิชเวิร์ดคัพยังจำได้ติดตา ถ้าไม่เพราะมีคนช่วยเอาไว้อย่าง...คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็เงียบไป...หลายเดือนแล้วสินะ...


“นี่แคธ...ช่วงนี้ไปไหนก็อย่าไปคนเดียวแล้วกัน เรียกฉันกับจินนี่ไปเป็นเพื่อนก็ได้”


แคธพยักหน้าออกมาเมื่อเฮอร์ไมโอนี่เอ่ยอย่างเป็นห่วง ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าห้องโถงไป


 ____________________________________________________________________________________


สี่ทุ่มกว่า...

แคธที่หลบไปนั่งทำการบ้านคนเดียวในห้องสมุดเดินมาตามทางเดินปราสาทคนเดียวเงียบๆ เธอนั่งอ่านหนังสือจนลืมเวลากลับหอไปเลย เงยหน้ามาอีกทีก็ห้าทุ่มเข้าไปแล้ว พาให้นึกถึงเคอร์ฟิวของดัมเบิลดอร์ที่บอร์ดเมื่อเช้า แค่คิดภาพของผู้คุมวิญญาณแคธก็เร่งฝีเท้าของตัวเองทันที เพื่อกลับไปยังหอนอนกริฟฟินดอร์ให้เร็วที่สุด 

หากแต่เมื่อกำลังเดินเธอก็รู้สึกถึงอากาศที่หนาวจัดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มันเหมือนกับว่าอะไรบางอย่างกำลังคลืบคลานเข้ามา มือกำไม้กายสิทธิ์ใต้เสื้อแน่น และรีบออกเดินให้ไวที่สุด จนเมื่อตั้งท่าจะเลี้ยวที่หัวมุมปราสาท เธอก็พบกับเงาที่โผล่พ้นออกมาซะก่อน เงาราวกับอะไรกำลังโบกพริ้วไหวและเคลื่อนตัวมาทางนี้ ขาของเธอแข็งจนแทบไม่ขยับ รับรู้ได้ทันทีด้วยความรู้สึก และก่อนจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองกลัวที่สุดในชีวิต มือหนึ่งก็ฉุดเธอเข้าไปในซอกแคบๆ ทันที 


“กรี๊.....อื้ออ”


เสียงกรี๊ดหายไป เมื่อมือหนานั่นปิดปากเธอแน่น เธอลืมตาและพบว่า...


“……………….”


มือเรียวยาวยกมือขึ้นจรดริมฝีปากเชิงให้เธอเงียบเสียง ก่อนจะลดมือที่ปิดปากของเธอลง แคธมองมัลฟอยที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม้ความมืดจะเห็นใบหน้าเขาเพียงเสี้ยวเดียว แต่กลิ่นน้ำหอมนี่ไม่ผิดคนแน่นอน...บ้าชะมัด...เธอจำกลิ่นน้ำหอมเขาได้แม่นขนาดนี้เลยหรือไง...

ผนังเริ่มเกาะเป็นน้ำแข็งรอบๆ ตัว ยามเมื่อสิ่งนั้นเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา ตัวของเธอเริ่มสั่นและพลันเมื่อเห็นว่าคือผู้คุมวิญญาณ ดวงตากลมโตนั่นเริ่มรื้นไปด้วยน้ำตา ก่อนจะรับรู้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือเล็กๆ ของเธอ...เธอก้มลงมองมือหนาที่จับมือของเธอไว้ ราวกับอยากให้ความหนาวเหน็บที่ผู้คุมวิญญาณเหล่านี้ก่อขึ้นหายไป และมันก็ได้ผล...

เมื่อผู้คุมวิญญาณเริ่มใกล้เข้ามา แคธตกใจดันตัวเองเข้าไปในซอกกำแพงลึกกว่าเดิม มัลฟอยต้องคว้าเธอไว้ และส่ายหน้าอย่าให้เธอส่งเสียง แคธหัวใจเต้นรัวเป็นกลอง แม้มือข้างนึงของมัลฟอยจะมีไม้กายสิทธิ์แต่เธอก็ยังกลัวอยู่ดี ต่อให้เขาจะเสกคาถาได้แต่เธอเสกไม่ได้ ผู้คุมวิญญาณรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง มันเริ่มแทรกกายเข้ามาในซอกกำแพงนั่น แคธเบี่ยงตัวหนี แล้วเธอก็เห็นมัลฟอยทำปากพึมพำราวกับท่องคาถา ก่อนที่ปลายไม้กายสิทธิ์ของเขาจะเกิดม่านอะไรบางอย่างซ่อนพวกเขาเอาไว้หลังกำแพง

แคธเบี่ยงหน้าหนีแล้วก็สะดุ้ง


“!”


ปลายจมูกของเธอชนเข้ากับจมูกของมัลฟอยเมื่อเขาหันมาพอดี แต่ก็จำต้องหันหน้ากลับมาทางเขาอีกครั้งเมื่อผู้คุมวิญญาณยื่นหน้าเข้ามาสูดดมเหมือนเช็คว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้จริงๆ จมูกของเขาเลยอยู่ข้างใบหูของหญิงสาว ชิดพอที่จะทำให้เขาได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ของเธอได้ และเผลอสูดดมมันอย่างลืมตัว และแคธเองก็รู้สึกถึงเขาที่อยู่ใกล้เธอเอามากๆ...


“มะ...มันไปแล้ว...”


แคธเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก มัลฟอยไม่ได้เอ่ยอะไร เขาเดินออกมาจากซอกกำแพงพร้อมกับเธอ เขาหันกลับมามองเธอ แคธยังคงจับจ้องอยู่ที่บางอย่าง มัลฟอยก้มลงมองเขาจึงยังเห็นว่ามือของเขายังคงจับมือเธอไว้อยู่ มัลฟอยปล่อยมือเธอ แคธเอามือทัดผมแก้เขิน

มัลฟอยอ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เขาเปลี่ยนใจ แคธเห็นท่าทีแบบนั้น เธอไม่เอ่ยอะไร แต่สีหน้าผิดหวังนั่นก็ปิดไม่มิด เธอจึงหันหลังและรีบเดินออกไปจากตรงนั้นก่อนที่ผู้คุมวิญญาณจะกลับมาอีก มัลฟอยมองตามไป เงยหน้ามองฟ้า ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงเงียบ...


มัลฟอยเดินกลับมาที่หอนอนกัปตันของเขา นั่งลงที่โซฟาพลางครุ่นคิด ใบหน้าสวยๆ ที่ไม่เห็นเต็มตามานานนั่น กลิ่นแชมพูของเธอที่มัลฟอยจำได้ดีว่าเธอใช้มันประจำ กลิ่นยังคงติดจมูกแม้เจ้าตัวจะไม่อยู่แล้ว ใช่ว่าเขาจะไม่พยายามหาคำตอบให้กับความหงุดหงิดนี่ หากแต่มันก็ไม่ได้ชัดเจนขึ้นเลยตลอดเดือนที่ผ่านมา...ต่อให้มัลฟอยจะรู้สึกว่ามันว่างเปล่าแค่ไหนที่หอกัปตัน แม้ว่าเขาจะอยู่คนเดียวมาหลายปีแล้วก็เถอะ 


____________________________________________________________________________________


คืนวันเสาร์คืนหนึ่ง...

แคธออกไปฮอกส์มี้ดตอนกลางคืนตามคำชวนของคอร์แม็ค ซึ่งเธอก็ตบปากรับคำ เมื่อการคลายเครียดหลังจากดัมเบิลดอร์ยกเลิกเคอร์ฟิวที่ประกาศมาทั้งอาทิตย์และกำจัดผู้คุมวิญญาณออกไปหมดก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนัก หลังจากสนุกสนานกันในร้านจนสุดเหวี่ยงพวกเขาทั้งคู่ก็เดินออกมานอกร้าน ลมเย็นพัดมาทำให้แคธกระชับเสื้อโค้ทสีดำเข้าหาตัว ภายใต้ยังมองรู้ว่าเป็นเดรสสีดำสวยโชว์หน้าอกอิ่มนั่นจนดูเซ็กซี่ 


“สนุกไหม...”

“อื้อ แต่ว่าฉันเริ่มจะง่วงแล้วล่ะ”


เธอเอ่ย คอร์แม็คหัวเราะออกมา เมื่อเดือนหลังๆ การทำคะแนนของเขากับแคธนั้นไปในทางที่ดี และคะแนนดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถมเธอก็ออกเดทกับเขาบ่อยขึ้น เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คอร์แม็คหยิบมากดรับสาย


(แม็ค...อยู่ไหนวะเพื่อน)

“ฉันเพิ่งออกจากร้านคาลุซโซ่ที่ฮอกส์มี้ด แกมีอะไร...”

(จะชวนไปต่ออีกร้านท้ายหมู่บ้าน ร้านนี้สาวสวยๆ ทั้งนั้น)


คอร์แม็คชะงัก อดไม่ได้ที่จะเป็นคนเด่นคนดังในวงล้อมสาวๆ เขามองแคธที่ยืนรออยู่ มือเล็กๆ แบมือออกเพื่อรองรับหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางๆ เขากดวางสายก่อนเดินเข้ามาหา


“เอ่อ คือ...”

“มีอะไรเหรอ?”

“เพื่อนฉันน่ะ มีปัญหานิดหน่อยอยากให้ไปช่วย”

“งั้นนายไปเถอะ”

“แต่ว่าเธอ...”

“ฉันกลับเองได้ เคอร์ฟิวก็ยกเลิกแล้วด้วย”

“เธอแน่ใจนะ”

“อื้อ”

“งั้น...ไว้ฉันโทรหาตอนถึงปราสาท โอเคไหม?”


แคธพยักหน้าออกมาพลางยิ้ม ก่อนจะโบกมือแยกย้ายกันตรงนั้น ร่างสวยเดินกลับมาตามทางเดินฮอกส์มี้ด หากแต่เสียงฝีเท้าด้านหลังทำให้เธอหันไปมอง ชายร่างใหญ่ในชุดคลุมมอซอสองสามคน เดินอยู่ด้านหลังเธอ แคธเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้น หากแต่ก็เร็วไม่พอ...


หมับ!


  “จะรีบไปไหน แม่มดน้อย...”

“ปล่อยนะ!”


แคธร้องและพยายามสะบัดแขนออก เมื่อมองชัดๆ ถึงได้รู้ ว่าพวกนี้เป็นพ่อมดจรจัดที่ย้ายที่อยู่ไปเรื่อย แต่พวกเขาหลุดเข้ามาในเขตเวทมนต์ของมักกอลนากัลที่ทำไว้สำหรับนักเรียนได้ยังไงกัน มือเล็กล้วงใต้เสื้อโค้ท บ้าชิบ! เธอลืมไม้กายสิทธิ์ ให้มันได้อย่างนี้สินะแม่มดบ้าอะไร!


“อยากไปต่อด้วยกันที่ร้านตรงโน้นไหมล่ะ?”

“ไม่ล่ะ เชิญพวกนาย”


เธอเอ่ย สะบัดแขนจนหลุด แต่ก็โดนพวกมันวิ่งมาดักหน้าเอาไว้อีก ล้อมหน้าล้อมหลังจนแคธเริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆ ดวงตาเริ่มแดงก่ำราวกับคนจะร้องไห้


“โอ๊ะๆๆ คนสวย ไม่เอาไม่ร้องสิ เดี๋ยวก็ไม่สนุกกันพอดี”


ก่อนพวกมันจะหันไปหัวเราะกันเสียงดังลั่น ไม่มีแม้แต่คนเดินผ่านมาแถวนี้ แคธจะวิ่งก็โดนต้อนไว้อีก คนหนึ่งคว้าแขนเธอไว้และล็อคคอเธอจากด้านหลังก่อนดึงเข้าหาตัว


“ไปดีๆ ดีกว่าน่า ได้ไม่ต้องเจ็บตัว...”
“!!”

“ปล่อยเธอซะ...”


เสียงเย็นๆ ดังขึ้นในความมืดจากด้านข้างตรอกหนึ่ง ทำให้เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของพวกมันหยุดลง หากแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือที่ล็อคคอแคธเอาไว้ราวกับจับเธอเป็นตัวประกัน 


“แกเป็นใคร? อย่ามายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่”

“ปล่อยเธอ...”


เขาเอ่ย และก้าวขาออกมาจากความมืดนั่น พวกมันมองร่างสูงตรงหน้าที่สวมฮู้ดมิดชิดอย่างสนใจ ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปใกล้ มันเดินวนรอบๆ กายเขาอย่างสนใจ และมองตั้งแต่หัวจรดเท้า


“จุ๊ๆๆ ไอ้เด็กนี่ ใช้ของแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า รองเท้านั่นกี่หมื่นเกลเลียนกัน สงสัยพ่อมันจะรวย...” 


        ท้ายประโยคมันหันไปพูดกับพวกของมัน


“……………….”

“แกลูกใคร? ตระกูลไหน?”

“แกไม่อยากรู้หรอก...”


เขาเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่พวกมันก็ไม่สน ชายคนดังกล่าวกระชากฮู้ดออกจากหัวของเขา ผงะไปเล็กน้อย ไม่น้อยไปกว่าแคธ นั่นมัน...มัลฟอย...เขายืนมองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่สนพวกมันที่พยายามอย่างมากที่จะสำรวจทรัพย์สินบนตัวเขาสองมือยังล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอยู่ ไม่ได้มีท่าทางตื่นกลัวแต่อย่างใด...


“นาฬิกาแก...ฉันอยากได้...”


หมอนั่นเอ่ยและชี้ไปที่ข้อมือของมัลฟอย เขาเหลือบสายตาไปมองมันราวกับไร้ความกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า ในขณะที่แคธนั้นทั้งกลัวทั้งลุ้น...


“แลกกับผู้หญิง แล้วฉันจะให้”

“ฮ่ะๆๆ ไอ้เด็กนี่ฉลาดต่อรองเว้ย ถอดมาสิ...”


หมอนั่นเอ่ย มัลฟอยไม่อิดออดถอดนาฬิกาที่ข้อมือยื่นให้มันทันที พวกมันรีบคว้าไปส่องมองดู ก่อนจะโยนให้พวกมันอีกคน


“นาฬิการาคาเป็นล้าน...เด็กนักเรียนอย่างแกใช้ของแพงยับขนาดนี้เลยหรือไง”

“ปล่อยผู้หญิงได้แล้ว”


มัลฟอยไม่สนใจต่อล้อต่อเถียง หากแต่พวกมันกลับล็อคเธอแน่นขึ้น มัลฟอยเริ่มขบกรามเบาๆ สายตามองแขนใหญ่นั่นที่รัดต้นคอเล็กๆ ของเธอจนเริ่มจะแดงจัด...


“ปล่อยก็โง่...จัดการมัน...”


เขาหันไปสั่งอีกสองคน พวกนั้นเดินเข้าหามัลฟอย มัลฟอยเอามือที่ล้วงกระเป๋าออกมากำหมัดรอ ไม่แม้แต่จะพึ่งไม้กายสิทธิ์ จนสองร่างยักษ์โผล่เข้าใส่ มัลฟอยทั้งเตะ ทั้งถีบ และอัดกำปั้นหนักๆ ของเขาไปที่หน้าพวกนั้นอีกหลายหมัด หนึ่งในนั้นมีมีด ทำให้เขาโดนมีดเข้าถากๆ ที่แขน จนคนที่จับแคธไว้เห็นท่าไม่ดี เริ่มพาเธอออกวิ่ง มัลฟอยที่ล้มสองคนนั้นได้ตามมาคว้าไว้ทัน เขาคว้าแคธไว้แต่เท้าของหมอนั่นกลับพุ่งตรงมา มัลฟอยจึงเอาหลังบังตัวเธอจนโดนซัดเข้าไปเต็มหลัง เขาผลักเธอไปหลบที่มุมหนึ่งก่อนจะจัดการเอาคืนหมอนั่นอย่างสาสม...

สามร่างยักษ์นอนแบบไม่เป็นท่าอยู่ที่พื้น ร้องโอดโอยหมดสภาพ เขาเดินไปลากหัวหน้าแก๊งที่นอนคว่ำหน้าอยู่ให้เงยหน้าออกมา มันเอามือปิดหน้าอย่างลนลานกลัวโดนอัดซ้ำอีกรอบ


“ยังอยากรู้นามสกุลอยู่อีกไหม...”


เขาเอ่ยและง้างหมัดตรงหน้า แสงไฟที่ลอดผ่านทำให้เห็นแหวนเงินประจำตระกูลที่เขาใส่เอาไว้ที่นิ้วกลาง พวกนั้นตาเบิกโพลง


“แก...แกเป็นทายาทตระกูลมัลฟอยงั้นเหรอ...”


มัลฟอยเอียงคอ และนั่นคือคำตอบว่า ‘ใช่’ ก่อนพวกนั้นจะถดกายหนีและรีบลนลานวิ่งหนีหายไปในความมืด ไม่มีใครอยากมีปัญหากับลูเซียส มัลฟอยแน่นอน! เขารีบหันกลับมามองหาแคธและพบว่าเธอนั่งตัวสั่นอยู่มุมหนึ่งของตรอก เขาเดินเข้าไปใกล้และคว้าแขนเธอ แต่แคธกับกรีดร้องโวยวายด้วยความกลัว


“กรี๊ดดด...อย่าเข้ามา! อย่าทำฉัน...ฉันกลัวแล้ว...อย่า!”

“เฮ้! เฮ้! ฉันเอง! ฉันเอง!”


มัลฟอยร้องและจับเธอเงยหน้ามามองให้ชัดๆ ว่านี่คือเขา แคธใบหน้าเปื้อนน้ำตา เธอโผเข้ากอดมัลฟอยแน่นร้องไห้ตกใจอย่างหาที่พึ่ง มัลฟอยชะงัก...หากแต่มือหนาก็เอื้อมไปโอบเธอเอาไว้และปลอบเบาๆ ให้หายกลัว สายตาเหลือบไปเห็นขาเธอเป็นแผลเลือดออก มัลฟอยเอื้อมมือไปจับทำให้เธอสะดุ้งเบาๆ เขาชันกายก่อนจะช้อนร่างหญิงสาวอุ้มขึ้นในวงแขน โดยมีแคธตัวแข็งทื่อ


“เอามือโอบคอฉัน..."
“................” แคธยังนิ่ง

“เธอไม่โอบฉันจะเดินยังไง”


เธอเอามือมากอดรอบคอมัลฟอยอย่างเก้อๆ ก่อนที่เขาจะออกเดินพาเธอเข้าปราสาท ไม่อยากปล่อยให้ดึกกว่านี้เพราะแผลกับหิมะ ไม่ใช่ของเข้ากันนัก


____________________________________________________________________________________



มัลฟอยอุ้มเธอมาระยะไกลพอสมควรจนถึงปราสาท เขาไม่ปริปากบ่นหรือมีทีท่าว่าจะเหนื่อย แคธคงไม่รู้มั้งว่าตัวเธอเบายังกับนุ่นสำหรับเขา จนเมื่อเขาเลี้ยวที่หัวมุมปราสาทแคธร้องขึ้น


“ห้องพยาบาลไปทางนั้น”​

“ใครว่าฉันจะพาเธอไปห้องพยาบาล”


มัลฟอยเอ่ยและเมื่อแคธมองรอบตัว ถึงได้รู้ว่านี่คือทางตรงไปสู่หอกัปตันของเขา หญิงสาวดิ้นทันทีจนมัลฟอยทำเธอหลุดมือ แคธกะเผลกๆ จะหนี ไม่ยอมกลับไปหอกัปตันอีก แต่มัลฟอยไวกว่าคว้าเธอได้ทันจนกลับมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนอีกรอบ


“ไม่ดื้อสักครั้งได้ไหม”


เขาถามเสียงเข้ม แคธหน้าบูดเมื่อโดนดุ 


“ดิ้นอีกครั้ง ฉันจะแบกเธอเข้าไปแบบคนป่าเลย”


แคธตาโต หยุดดิ้นทันที ก่อนมัลฟอยจะอุ้มเธอเข้าด้านในไป


ทุกการกระทำถูกจับตามองอย่างเงียบๆ จากเทสซี่...เธอยืนอยู่ที่มุมเสาอย่างแค้นใจ เมื่อเห็นว่าใครคือผู้ที่ทำให้มัลฟอยเขี่ยเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี ใบหน้านั้นบูดเบี้ยวโกรธแค้น ไม่จบง่ายๆ แน่เรื่องนี้...


มัลฟอยอุ้มแคธขึ้นมาด้านบนตรงไปยังห้องของเขาเอง แคธอ้าปากจะร้องโวยวายแต่เขาก็จ้องตาดุเอาไว้อีกเธอจึงเงียบลง เขาวางหญิงสาวลงที่เตียงและทำท่าจะผละไป แคธลุกตาม มัลฟอยหันขวับมาทันควัน


“นั่งลงเลยยัยลูกแมว”


เขาเอ่ยและชี้มือลงบนเตียงนั่นเสียงโหด แคธทิ้งกายลงนั่งอย่างจำยอมริมฝีปากบางเม้มจนบางเฉียบ ก่อนที่เขาจะเดินหายไป และกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล...อย่าบอกว่าเขาจะทำแผลให้เธอเองนะ แคธถอดเสื้อโค้ทออกและวางมันลงบนเตียงของเขา มัลฟอยเดินมานั่งลงที่เตียง เขามองเธอเชิงขออนุญาตก่อนจะคว้าขาสองข้างของเธอมาพาดเอาไว้บนตักเขาเพื่อทำแผลที่ต้นขาให้ ความแนบชิดจนตัวแทบจะติดกันนี่มัน...


“…………....……”
“หนาวหรือไง...”


มัลฟอยถามเมื่อเห็นเธอหน้าแดง แคธส่ายหัวดิก เขาจึงเอื้อมไปหยิบเสื้อโค้ทเธอมาปิดกระโปรงที่สุดแสนจะสั้นของเธอเอาไว้อย่างเหนื่อยหน่าย แม้จะอยากถามเธอไม่มีกระโปรงยาวๆ ใส่เหมือนคนอื่นๆ หรือไง ลูกผู้ดีมีเงินแต่เสื้อผ้าเธอลามไปยันเครื่องแบบนักเรียน ไม่มีตัวไหนไม่โชว์ขาขาวๆ นี่สู่สายตาชาวโลกเลย! 

มัลฟอยเริ่มลงมือล้างแผลที่ขาให้หญิงสาว และนั่นเป็นการล้างแผลที่มือเบาอย่างเหลือเชื่อถ้าเทียบกับหมัดหนักๆ ที่เขาได้ซัดใส่หน้าคนพวกนั้นแล้วล่ะก็ มือหนาค่อยๆ ล้างแผล ก่อนจะทายาลงไปอย่างเบามือ ไม่วายเป่าเบาๆ ลงไปบนแผลให้ความแสบของยานั้นทุเลาลง...แคธมองทุกการกระทำของมัลฟอย ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเขาจริงๆ...


บางอย่างหยดลงบนฝ่ามือของเขา...

มัลฟอยเงยหน้าขึ้นมามอง และแคธ...กำลังร้องไห้...


“………………..”


ใบหน้าสวยนั่นมีแต่น้ำตาหยดลงมาเป็นทาง หากแต่เธอก็เบือนหน้าหนีเมื่อรู้ว่าถูกจ้อง มือเล็กๆ ปาดน้ำตาออก ลวกๆ อย่างพยายามซ่อนมันแต่มันก็ซ่อนไม่มิดเอาซะเลย


“ฉันทำเธอเจ็บเหรอ”


แคธส่ายหัวออกมา เพราะว่าเธอไม่ได้เจ็บแผล มัลฟอยไม่เคยเห็นเธอร้องไห้ และยิ่งต่อหน้าเขาด้วยแล้ว น่าแปลกที่การร้องไห้ของเธอมันกระตุกหัวใจของเขาอย่างประหลาด มือหนาเอื้อมไปปาดน้ำตาออกจากแก้มเธอช้าๆ ดวงตาเย็นชาที่เคยแข็งกร้าวไม่หลงเหลืออยู่อีกเลย นิ้วโป้งไล้ไปตามแก้มเนียนนั่นเบาๆ เพื่อเช็ดน้ำตาให้

แคธมองหน้าชายหนุ่ม...ใบหน้ามัลฟอยค่อยๆ เลื่อนลงต่ำ ก่อนที่ความต้องการจะบดบังทุกอย่าง...ทุกเหตุผล...ริมฝีปากบางเฉียบของเขาประทับจูบลงไปบนริมฝีปากแดงจัดของเธอ และค้างอยู่แบบนั้นเนิ่นนาน...มือใหญ่รั้งใบหน้าร่างเล็กนั่นเข้ามาแนบชิดให้มากขึ้น...ก่อนสักพักจะถอนจูบออกมา....


“…………….”


แคธมองมัลฟอยด้วยความตกตะลึง มัลฟอยเองก็จ้องตอบเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่งของเขา หากแต่ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากทั้งคู่...ไม่มี...นอกจากการจ้องกันไปมาราวกับต้องการหาความหมายของการกระทำของอีกฝ่าย


ทำไม...ทำไมเขาจูบเธอ...


____________________________________________________________________________________


มัลฟอยเดินออกจากห้องมา เขาปิดประตูลงก่อนจะยืนพิงมันนิ่งอยู่นานสองนาน และเดินลงไปด้านล่าง เขามานั่งที่โซฟา ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เขาได้ทำไปเมื่อครู่ มือเอื้อมมาจับริมฝีปากตนเองเบาๆ ดวงตาดูเหม่อมองออกไปไกล มีเสียงไฟจากเตาผิงแตกเปรี๊ยะๆ อยู่เป็นระยะ...


แคธนอนลืมตาอยู่บนเตียงของมัลฟอย เมื่อเหมือนกับว่าคืนนี้เขาจะยกห้องของเขาให้เธอ เมื่อเขาทำเพียงแค่ดึงผ้าห่มมาคลุมเธอที่นั่งอยู่เอาไว้ และเดินออกไป ปากเล็กๆ เม้มไปมาเบาๆ จำความรู้สึกจูบเมื่อกี้ได้ดีราวกับมันจะสะลัดไปไม่หลุดอีกนานแสนนาน...


ยามเช้า...

มัลฟอยที่อาศัยโซฟาเป็นที่นอนตลอดทั้งคืนตื่นขึ้น เขามองขึ้นไปบนห้อง ก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นไป แต่เมื่อเปิดห้องกลับไม่พบแคธที่ควรจะนอนอยู่แล้ว เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ 


____________________________________________________________________________________


แคธออกจากหอกัปตันมาแต่เช้า เธอออกไปเดินซื้อของกับแพนซี่ที่ฮอกส์มี้ดในวันอาทิตย์แบบนี้เมื่อเจ้าตัวอยากจะมาหาของขวัญวันเกิดเตรียมไว้ให้แฮร์รี่ก่อนที่คริสมาสต์นี้จะมาถึง โดยไม่ได้บอกกล่าวถึงเรื่องเหตุการณ์ที่โดนทำร้ายเมื่อคืนระหว่างที่ออกมากับคอร์แม็ค ระหว่างทางที่เดิน แคธตัดสินใจเอ่ย...


“นี่ เธอเดินไปรอฉันที่ร้านก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป ขอทำธุระแปบนึง”


แพนซี่ตกลง ก่อนที่จะเดินออกไป จนเมื่อแพนซี่เดินไปไกลพอสมควร แคธรีบเดินไปยังตรอกที่เกิดเหตุเมื่อวาน หิมะตกไว้จนหนาหลายเซ็นติเมตร แคธรีบนั่งลงไป สองมือที่สวมถุงมือหนังควานไปตามพื้น พยายามหานาฬิการาคาเป็นล้านของมัลฟอยที่เธอแน่ใจว่ามันยังตกอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน! อย่างน้อยการนำมันไปคืนเขา คงเป็นการขอบคุณที่เขาช่วยเธอเอาไว้ได้ ถ้าไม่นับ...จูบเมื่อคืนนั่น...เธอสะบัดหัวแรงๆ เมื่อเริ่มฟุ้งซ่านคิดอะไรไม่เข้าเรื่อง เธอใช้เวลาหาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพบมันฝังจมอยู่ใต้กองหิมะในที่สุด แคธหยิบมันขึ้นมาเขย่าเบาๆ และยิ้มออกมา เมื่อมันยังคงเดินอยู่ เธอเก็บมันใส่ใต้เสื้อโค้ทก่อนจะรีบลุกขึ้นและตรงไปหาแพนซี่ที่คาเฟ่ 


เธอเปิดประตูเข้าไปด้านในก่อนจะชะงัก เมื่อที่โต๊ะไม่ได้มีแต่แพนซี่นั่งอยู่ แต่กลับมี...เชส เฮอร์ไมโอนี่ จัสติน เบลส และ...มัลฟอย...เขานั่งอยู่ตรงนั้นและมองมาที่เธอนิ่ง ให้ตาย...เขาจะหยุดมองได้ไหม...มันทำให้เธอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...


“………………”

“อ้าว ยัยบ๊องนี่ หายไปไหนมาตั้งนาน” แพนซี่เอ่ย
“เอ่อ ฉัน...ไปซื้อของ...”

“ซื้อของ? ซื้ออะไรของแก สองเข่าแกถึงเปียกหิมะขนาดนั้น”


เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยถาม แคธก้มมองตัวเอง พบว่าขากางเกงช่วงเข่าสองข้างมีหิมะติด และชื้นจนเปียกน้ำ เธอเอามือปัดๆ มันออกลวกๆ ก่อนเดินมานั่ง และไม่พูดอะไร...พวกเขาร่วมกันทานอาหารกลางวันที่ร้านนั่น มัลฟอยไม่ใช่คนช่างพูด เขาจึงนั่งทานและรับฟังคนอื่นพูดคุยเงียบๆ จะมีก็แต่พยักหน้า อือ อืม กับเรื่องที่เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเท่านั้น


“เออนี่ ไว้วันไหนเราออกมาปาร์ตี้กันไหม แค่พวกเรา” เบลสออกไอเดีย

“ก็ดีนะ รอนน่ะตั้งตารอจะได้เที่ยวกับพวกนาย...แต่พวกนายจะเบื่อหรือเปล่า ออกเที่ยวกันทุกอาทิตย์”

“เธอหมายความว่าไงเฮอร์ไมโอนี่?” เชสถามแฟนสาวงงๆ

“อ้าว เมื่อวานฉันเจอเดรโกแถวคาลุซโซ่ เห็นบอกว่าออกมาเที่ยวนี่ พวกนายไม่ได้มาด้วยเหรอ”


สามหนุ่มมองหน้ากันงงๆ เชสหันไปมองเพื่อนหนุ่ม เมื่อวานพวกเขาไม่มีใครออกมาเที่ยว แล้วมัลฟอยออกมากับใครกัน ทุกสายตามองเขาอย่างจับผิด


“ฉันนัดเพื่อนอีกกลุ่ม ไม่ใช่พวกมัน”

“อ๋อ มิน่า เห็นเธอเดินไปเดินมาอยู่หน้าร้านตั้งนาน”


เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยเสียงใส มัลฟอยทำหน้าบอกยาก แต่แคธเริ่มเข้าใจ เมื่อวาน...เขาตามเธอไปสินะ คงไม่บังเอิญไปเจอเธอถูกลากเข้าไปในตรอกนั่นอย่างแน่นอน ที่เปลี่ยวตอนกลางคืนแบบนั้น ริมฝีปากแคธเม้มเบาๆ เสไม่มองคนตรงหน้า ที่เธอรู้สึกได้ว่าเขาเริ่มจะเก้อ


จนเมื่อเดินออกมานอกร้านพวกเขาก็เดินไปช้อปปิ้งซื้อของกันต่อ แคธที่ยืนรออยู่ด้านนอกร้านคนเดียวกลับรู้สึกมีใครยืนอยู่ด้านหลังของเธอ มัลฟอยยืนอยู่ เขาล้วงมือไว้ในกระเป๋าแจ็คแกตบรรเทาความหนาวไม่ต่างจากเธอ

 

“ออกมาเที่ยว ขาเธอหายแล้วหรือไง” 


เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ แคธบอกไม่ถูกว่านั่นคือคำถามแสดงการเป็นห่วงหรือว่าคำถามทั่วไป


“ก็...ตึงๆ นิดหน่อย...”


แคธเอ่ยและหันไปมองทางอื่น ก่อนจะตัดสินใจหันกลับมาเผชิญหน้า เธอล้วงมือไปที่เสื้อด้านในก่อนจะหยิบนาฬิกาของเขาออกมา แม้ตอนนี้เธอจะเห็นว่าเขาใส่นาฬิกาเรือนใหม่แล้วก็ตาม จนเดาได้ว่าเขาคงมีหลายเรือนเลยทีเดียว มัลฟอยมองนาฬิกาที่มือเธออย่างแปลกใจ ก่อนจะรับมา


“ฉันไปหาที่ตรอกเมื่อคืนมา คิดว่ามันคงยังหล่นอยู่แถวนั้น”


เธอเอ่ย ขาเขี่ยหิมะบนพื้นไปมา ไม่ยอมมองหน้าคนพูดด้วย มัลฟอยมองเธอ...นั่นอธิบายว่าทำไมกางเกงของเธอจึงเปียกชื้นไปด้วยหิมะสินะ...ไปนั่งหานาฬิกาให้เขา ทั้งที่สำหรับมัลฟอยนาฬิกาหายแค่เรือนเดียวแทบไม่ระคายกระเป๋าเลย ไม่นาน...เสียงแพนซี่ตะโกนเรียกเธอหน้าร้านเสื้อผ้าร้านนึงก่อนจะวิ่งเข้าร้านไป แคธจะผละจากมัลฟอยเพื่อไปหาแพนซี่ หากแต่...


หมับ...
เธอหันมามอง เมื่อมัลฟอยคว้าข้อมือของเธอไว้ 

แคธมองหน้ามัลฟอย...

และดวงตาสีเงินนั่นมองหน้าเธอ ราวกับอยากจะพูดอะไร...


หากแต่มัลฟอยก็ปล่อยมือ สีหน้าแคธนั้นดูเจือความผิดหวัง ก่อนที่เธอจะออกเดินไปหาแพนซี่ที่ร้านนั้น โดยมีมัลฟอยมองตามไป...


____________________________________________________________________________________



ตกดึก...

เชสที่เดินอารมณ์ดีฮัมเพลงเข้ามาในหอนอนคุกใต้ดินของสลิธิรีนหลังจากไปส่งเฮอร์ไมโอนี่มาต้องชะงัก เมื่อพบว่าที่โซฟามัลฟอยกำลังนั่งกระดกเบียร์กระป๋องอยู่เงียบๆ คนเดียว


“อ้าวเฮ้ย...แกมานอนนี่หรือไงคืนนี้?”

“อืม”


มัลฟอยเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะโยนเบียร์กระป๋องที่ยังไม่เปิดให้เพื่อนหนุ่ม เชสรับมาก่อนมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาบุนวมตรงข้ามกัน ลอบมองอาการเพื่อนหนุ่มราวกับเขามีความในใจบางอย่างและเอ่ยอย่างเพื่อนที่รู้ใจ


“มีอะไรอยากระบายไหม...”

“มี...”

“จัดมา”

เชสเอ่ยก่อนจะเปิดกระป๋องเบียร์ งานรับฟังเดรโก มัลฟอยเพื่อนรักนั้นเป็นงานประจำของเขาอยู่แล้ว

“ฉันจูบสตาร์ค...”

“อ่อ.....ฮะะะ!!!”


เชสร้องออกมา พลางมองหน้าเพื่อนหนุ่ม แต่แววตาของมัลฟอยนั้นไม่ได้โกหก...เชสรู้สึกได้ว่าเขานั้นอ้าปากค้างเอาไว้จนต้องรีบหุบมันลง เหมือนเบียร์จะกลืนไม่ค่อยลงคอดื้อๆ แต่สีหน้าเครียดจัดของเพื่อนหนุ่มทำให้เขาเดาความคิด  ของมัลฟอยได้ไม่ยากนัก อาการที่แปลกไปของเขาพักหลังๆ หงุดหงิดทุกครั้งเมื่อเห็นหน้าคอร์แม็คและพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ ไม่ต้องบอกออกมาเชสก็พอเดาได้กลายๆ 


“แกจะเอายังไง...”


มัลฟอยส่ายหัวออกมา ยกเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง


“จะให้เอายังไง แกก็รู้ว่าไปต่อไม่ได้...”

“คิดให้ดี...” 


เชสเตือนสติ ความรู้สึกของคนอย่างเดรโก มัลฟอยไม่ได้จะเกิดกับใครง่ายๆ และเพราะเชสรู้ดีกว่าใคร เขาจึงอยากให้เพื่อนหนุ่มรักษามันเอาไว้


“ไม่มีอะไรต้องคิดนี่...”

“แกดูฉันกับเฮอร์ไมโอนี่ไว้...เมื่อก่อนก็ไม่ต่างกัน”

“ต่างสิ...”

“…………….”

“แกไม่ได้มีพ่อเลือดเย็นอย่างฉัน...”


มัลฟอยเอ่ยตรงๆ นั่นทำให้เชสเถียงไม่ออก เพราะคำพูดของผู้เป็นเพื่อนนั้นจริงทุกอย่าง...


____________________________________________________________________________________


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

106 ความคิดเห็น

  1. #43 Name' (@name14) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 13:57
    โอ้ยยยย มาแล้วววว คิดถึงมากกกก
    #43
    1
    • #43-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      7 มิถุนายน 2562 / 14:07
      ขอบคุณค่าาา ;)
      #43-1
  2. #42 damnyou (@damnyou) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 13:31
    เรารู้นายทำได้ เดรก สู้ๆ
    #42
    1
    • #42-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      7 มิถุนายน 2562 / 14:07
      เดรกกี้แย่แล้ววว ^^v
      #42-1
  3. #41 K_NW22 (@kotchapun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 09:09
    อุปสรรคใหญ่มากกก พ่อปู่น้องงง
    #41
    1
    • #41-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      7 มิถุนายน 2562 / 11:27
      ฮี่ๆๆๆ
      #41-1
  4. #40 8794716 (@8794716) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:29

    ชอบค่ะ
    #40
    1
    • #40-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 23:51
      ขอบคุณค่าาา
      #40-1
  5. #39 Summerine (@SunDashine) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 19:00
    พี่เดรกสู้ๆ รู้ใจตัวเองแล้วใช่ป่าววว
    #39
    1
    • #39-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:16
      พี่เดรกสมองช้านิดนึงค่า :P
      #39-1
  6. #38 kannikavan994 (@kannikavan994) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 18:15

    งื้ออออ ชอบอ่าาา
    #38
    1
    • #38-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:14
      ขอบคุณมากค่า
      #38-1
  7. #37 himefreeze (@himefreeze) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 17:44
    โอ้ยยยยยย สนุกค่าาาา รออติดตามต่อไป
    #37
    4
    • #37-1 himefreeze (@himefreeze) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 20:32
      เราชอบฟิคคุณมากเลย เราเป็นนักวาดเดี๋ยวจะวาด1รูป ให้เป็นน้ำใจที่สร้างงานมาให้เราได้ฟิน><
      #37-1
    • #37-4 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:14
      ยินดีเลยค่าา เดี๊ยวจะช่วยแปะใส่เครดิตให้ ตอนหน้ามาฟินไปด้วยกันอีกน้า (:
      #37-4
  8. #36 FaNg+SJ+HyukJae (@fang_hyukjae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:55
    รอเลยค่า ยิ่งมีสปอยด์ยิ่งลุ้น มัลฟอยจะตัดสินใจไงน๊าา ลุ้น ๆ ทำตามใจตัวเองเถอะๆ เชียร์ๆๆ
    #36
    1
    • #36-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:14
      ส่วนตัวชอบตอนหน้ามากกว่า อิอิ
      #36-1
  9. #35 Junechava (@Junechava) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:41
    สนุกมากกกรอคิดตามตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆ&#9996;&#9996;&#10084;
    #35
    1
    • #35-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:15
      ขอบคุณมากๆ เลยค่า ^^v
      #35-1
  10. #34 NINA_POP (@nina_lovemob) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:21
    อ๊ากกกกกกกกกกกส์ มันคือความดีงาม เดรกคืออยากจะปล่อยใจนะ แต่ทำไม่ได้ มันเหมือนกับใจบอกว่าใช่แต่สมองบอกว่าห้ามทำ ชอบที่ตอนยาวได้ใจค่ะ รักไรต์
    #34
    1
    • #34-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 7)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:15
      อยากเขียนให้มันบีบๆ เศร้าๆ ฟินๆ รวมๆ กันไปน่ะค่ะ ^^" แหะๆ
      #34-1