ตอนที่ 5 : Behide A Silver Eyes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    26 พ.ค. 62


บ่ายวันหนึ่ง ทุกคนนั่งทานอาหารกลางวันกันอยู่หลังจากหมดคาบเรียนช่วงเช้า แคธมองไปรอบๆ ห้องโถงแปลกใจเมื่อจำนวนนักเรียนนั้นหายไปมากกว่าทุกวัน ยิ่งมองไปทางฝั่งสลิธิรีนเธอยิ่งสังเกตว่าที่โต๊ะของบ้านนั้นว่างผิดปกติ จึงเอ่ยถามแฮร์รี่ที่นั่งกินข้าวต้มโอ้ตอยู่ข้างๆ อย่างแปลกใจ


“แฮร์รี่...พวกนักเรียนไปไหนกันหมด พวกสลิธิรีนก็ด้วย?”

“อ้าว...แกไม่รู้เหรอ วันนี้แข่งควิดดิชเกมแรก” แฮร์รี่เอ่ย

“วันนี้เหรอ?”

“ใช่ ตอนบ่ายเดี๋ยวก็ไปเชียร์กันหมดแล้ว ไม่มีคาบเรียนหรอก สลิธิรีนกับเรเวนคลอนัดแรก”

“ไอ้มังกรมันไม่ได้บอกแกหรือไง เห็นไปทำรายงานกันอยู่ทุกวัน”


แคธเบ้หน้า มัลฟอยเคยบอกอะไรเธอกัน นอกจากทำตาดุ แล้วก็ออกคำสั่ง แถมทำรายงานก็นั่งเงียบจนเธอจะหายใจดังยังไม่กล้า มนุษย์น้ำแข็งสมกับที่เรียกเลยจริงๆ พอจะออกความเห็นก็ขัดเธอไปทุกสิ่ง แคธยังคิดว่าการนั่งสนทนาลมฟ้าอากาศกับเดรโก มัลฟอย อย่างมนุษย์คนอื่นทำกันคงจะไม่เกิดขึ้นกับเธอและเขา


“แกไปดูด้วยกันไหมล่ะ?”


รอนเอ่ยถามทั้งที่ไก่ยังเต็มปาก และหน้าผมพร็อบเต็มตัวอย่างดูรู้ว่าเตรียมไปเชียร์สลิธิรีนเต็มที่


“ไม่ล่ะ ฉันหมั่นไส้กัปตันทีมอยู่”


เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะเมื่อแคธเอ่ยอย่างนั้น เธอจับไหล่เพื่อนสาวพลางยิ้ม


“ไปเหอะน่า ควิดดิชเกมแรกน่ะสนุกที่สุดแล้วนะ แกอาจจะหมั่นไส้คนเป็นกัปตัน แต่แกจะแปลกใจมากที่รู้ว่าเขาเล่นเป็นซีกเกอร์ได้เท่และสนุกขนาดไหน”

“ขนาดนั้นเชียว? ราคาคุยหรือเปล่า”

“แกจะรู้ได้ไงว่าราคาคุยไหม ถ้าแกไม่ไปดู...”


เฮอร์ไมโอนี่ท้าทาย และนั่นทำให้แคธยอมไปอย่างจำยอม แม้ในใจจะอยากรู้ ว่าสภาพเดรโก มัลฟอยในสนาม  ควิดดิชมันจะเท่บ้าเท่บอขนาดไหนกันเชียว!


______________________________________________________________________

สนามควิดดิช...

พวกเขามาทันก่อนเปิดเกม มีแต่คนมาถือป้ายเชียร์สลิธิรีนเต็มไปหมด จนเรเวนคลอนั้นดูโหวงเหวง อันที่จริงจะบอกว่าสลิธิรีนก็ไม่ถูกนัก เพราะป้ายนั้นเต็มไปด้วยชื่อเดรโก มัลฟอยซะมากกว่า และบางป้ายสาบานได้เธอเห็นพวกนั้นวาดรูปหัวใจเอาไว้ด้วย แถมยังเสกคาถาให้มันวิบวับไปมาราวกลับกลัวเจ้าของชื่อจะมองมาจากสนามแล้วไม่เห็น....แล้วนั่นอะไรกัน กลุ่มผู้หญิงจากบ้านเรเวนคลอที่นั่งกันกลุ่มใหญ่ในฝั่งอัฒจันทร์สำหรับเชียร์สลิธิรีน พร้อมป้าย My Draco...


      ขอตัวไปอ้วกทันไหมนะ...แคธกรอกตากับตัวเอง


ไม่นานนักมาดามฮู้ดเดินออกมาก่อนจะกล่าวเปิดเกม ผู้เล่นสลิธิรีนและเรเวนคลอทะยอยขี่ไม้กวาดออกมาล้อมรอบ แคธปรบมือไปตามมารยาท อดเบ้หน้าเบาๆ ไม่ได้ เมื่อมัลฟอยดูโดดเด่นกว่าใครบนไม้กวาดราคาแพงระยับจริงๆ ถ้าไม่นับผมสีบลอนด์เงินอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาล่ะก็นะ ไม่นานนักเกมก็เริ่มขึ้น...

การทำแต้มกับลูกเชสเซอร์แทบดูน่าเบื่อไปเลย เมื่อลีลาการขี่ไม้กวาดฉวัดเฉวียนของมัลฟอยเรียกเสียงกรี๊ดได้ตลอดทั้งเกม เขาขี่ไม้กวาดแบบนั้นได้ยังไงโดยไม่ตกกัน!? แถมดิ่งลงกับพื้นจนดูน่าหวาดเสียวว่าหัวของเขาจะปักลงกลางสนามได้ แขนแข็งแรงนั่นจับไม้กวาดอย่างมั่นคง แม้จะโดนอีกฝ่ายเล่นสกปรกชนจนเกือบหล่นลงมา มือหนาก็แกว่งร่างตัวเองกลับขึ้นไปและเล่นต่อราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ร่างสูงนั่นไวพอๆ กับลูกโกลเด้นสนิช พาให้เขากับซีกเกอร์บ้านเรเวนคลอขี่ไม้กวาดกระแทกกันไปมาอยู่เป็นนานสองนาน


“แปลกจัง”

“อะไรแปลกแฮร์รี่?”


เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยถามเมื่อแฮร์รี่บ่นขึ้น


“ก็เดรโก...มันเป็นอะไรของมันเกมนี้?”

“ฉันว่าเขาก็เล่นดีออก”

“ไม่ใช่...ปกติไม่ถึงยี่สิบนาทีมันก็ได้สนิชแล้ว นี่จะชั่วโมงแล้วมันยังไม่ถึงไหนเลยนะ”


พวกนั้นพยักเพยิดราวเห็นด้วย มัลฟอยเล่นช้ากว่ามาตรฐานของเขาอย่างนั้นเหรอ? งั้นเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน? แต่ไม่ทันขาดคำของแฮร์รี่ มัลฟอยที่เฆี่ยนไม้กวาดไล่ตามลูกสนิชอยู่พักใหญ่ก็ไล่ตามทันและเขาก็ทำสำเร็จ! สลิธิรีนคว้าชัยชนะมาในที่สุด!


เด็กๆ เริ่มทะยอยลงจากอัฒจันทร์เตรียมเข้าปราสาทเพื่อทานอาหารเย็น ยังคงมีเสียงร้องเพลงให้กับชัยชนะของบ้านสลิธิรีน พวกของแฮร์รี่เดินลงมาผ่านทีมควิดดิชสลิธิรีนที่กำลังเก็บอุปกรณ์เข้าที่ พลันลูกบลัดเจอร์ก็หลุดออกมาจากที่เก็บของมันพุ่งตรงอัดใส่ผู้คน พากันหลบเป็นพัลวัน มัลฟอยที่ยืนอยู่ไกลๆ มองเห็นลูกบลัดเจอร์กำลังพุ่งไปทางแคธที่เดินผ่านมา ระยะที่เขาจะช่วยคว้าเอาไว้ได้ด้วยความไวระดับซีกเกอร์ มัลฟอยตั้งท่าจะพุ่งไป หากแต่ว่า...


ตุ้บบ!


ลูกบลัดเจอร์พุ่งใส่แคธอย่างจังจนร่างเล็กร่วงลงกับพื้นและสลบไปเดี๋ยวนั้น ทุกคนร้องอย่างตกใจ เชสที่ยืนอยู่รีบวิ่งเข้ามา มีเพียงมัลฟอยที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น...


“แคธ! แกเป็นอะไรไหม แคธ!”


แฮร์รี่ร้องเรียกเมื่อแคธสลบไปไม่รู้เรื่องราวแล้ว เชสรีบประคองหัวแคธที่สลบขึ้นมา พลางหันไปมองเพื่อนหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาเอ่ยถามมัลฟอยด้วยสายตาไม่เข้าใจ


“แกทำอะไร? แกยืนอยู่ใกล้ที่สุด ทั้งที่เห็น ทำไมแกไม่ช่วย...”

“……………..”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เอาแคธไปห้องพยาบาลก่อน”


เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยก่อนแฮร์รี่และคนอื่นๆ จะช่วยอุ้มร่างแคธออกไป มัลฟอยหันหลังเดินออกมาจากตรงนั้น และตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เชสที่นั่งอยู่บนพื้นหญ้ารีบลุกขึ้นก่อนจะเดินตามมัลฟอยไปอย่างอารมณ์ร้อน เบลสและจัสตินเห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งตามไปคุมสถานการณ์


มัลฟอยเดินเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เนื้อตัวมอมแมมและเปียกไปทั้งตัวด้วยเหงื่อ เขายืนหอบหายใจก่อนจะเตะเข้าที่ตู้ล็อคเกอร์อย่างแรงจนมันบุบด้วยแรงฝ่าเท้าของเขา สีหน้านั้นสับสัน เชสที่เดินตามหลังมาทันเห็นท่าทางแบบนั้น เอ่ยถามทันที


“แกทำบ้าอะไร...”

“..................”


เชสเดินเข้ามาผลักอกมัลฟอยอย่างแรง จนเขาเซไปกับแรงผลัก


“เห้ยๆ เชสใจเย็นเพื่อน”


จัสตินที่วิ่งตามหลังมาเอ่ย เขาคว้าเชสออกมาจากมัลฟอย ส่วนเบลสก็เข้าไปคุมเชิงมัลฟอยไว้อีกด้าน


“ฉันเห็นว่าแกกำลังจะช่วยปัดลูก แล้วทำไมแกเปลี่ยนใจ? แกคิดจะทำอะไร?”

“……………………..…”

“นั่นมันเพื่อนฉันเหมือนกันนะเว้ย! เหมือนแก!”


เขาตะโกนและชี้ไปที่มัลฟอย และสะบัดจัสตินที่จับเขาอยู่ออก มัลฟอยยืนนิ่งเป็นหุ่น ไม่แม้จะตอบโต้เชสสักคำ   จนเบลสและจัสตินเองยังแปลกใจ ถ้าเป็นปกติคงได้แลกหมัดกันบ้างตามประสาลูกผู้ชาย


“ฉันจะไม่ติดใจเลยถ้าแกไม่ช่วยแต่แรก...แต่ฉันติดใจที่แกขยับตัวออกมาขนาดนั้นแล้วถอยขากลับไป...แกคิดให้ดีเถอะ ทำแล้วผลออกมามันคุ้มกันไหม”


เชสพูดทิ้งไว้ให้คิดก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย เบลสและจัสตินหันกลับมามองมัลฟอย ราวกับว่าพวกเขาก็อยากได้คำตอบเช่นกันว่ามัลฟอยทำแบบนั้นทำไม หากแต่มัลฟอยก็เอาแต่นิ่งเงียบและก้มหน้า ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งในห้อง


“แกโอเคนะ...” จัสตินเอ่ยถามมัลฟอย

“เกิดอะไรขึ้นวะ เชสมันโกรธจริงนะนั่น...” เบลสเอ่ย

“นั่นดิ...ทำไมแก...ทำแบบนั้น...เปลี่ยนใจ...”


จัสตินเอ่ยถาม ไม่ใช่ว่าไม่เห็น และถ้ามัลฟอยเลือกจะไม่ก้าวออกมา คงมีใครสักคนไปรับลูกบอลไว้ทันก่อนที่มันจะเกิดเรื่องแบบนี้


“พวกแกไม่อยากรู้หรอก”


มัลฟอยเอ่ยเสียงเบา ไม่ได้โกรธเชส เพราะรู้ว่าตัวเองนั้นก็สมควรโดนแบบนี้ เสียงประตูปิดลง ทำให้เขารู้ว่าเบลสและจัสตินออกไปแล้ว เขาลูบใบหน้าตัวเองแรงๆ สองมือประสานกันใต้คาง ดวงตาสีเงินไม่ได้แข็งกร้าวอย่างที่แสดงออกต่อหน้าคนอื่นเหมือนที่เป็นมา...

วันนี้ควรจะเป็นวันง่ายๆ สำหรับเขา คว้าสนิชให้ได้ในระยะเวลาอันสั้นเหมือนที่ตั้งใจเอาไว้ คว้าชัยชนะ และทำให้มาดามฮู้ดพอใจ แต่หากก่อนเริ่มเกมไม่นาน สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นใบหน้าโดดเด่นที่นั่งอยู่กับพวกพอตเตอร์ที่อัฒจันทร์ แม้จะห่างหลายหลา แต่เขาก็คิดว่าเขาจำได้ เขาไม่คิดว่ายัยตัวเล็กนั่นจะมาดูด้วยซ้ำ เกลียดขี้หน้าเขาปานนั้น หากแต่มัลฟอยก็เห็นเธอในระยะไกลๆ ด้วยเพราะเป็นซีกเกอร์ตาดี แต่ไม่รู้ทำไม....การได้รู้ว่าเธอมาดูการแข่งมันกลับทำลายสมาธิเขาขึ้นมาอย่างประหลาด!

นึกถึงตัวเองที่กำลังจะก้าวขาออกไปช่วย แล้วก็ไม่ทำ...ไม่มีใครรู้ว่าไม่ใช่เป็นเพราะเธอ...แต่เพราะอย่างอื่น...และมัลฟอยก็คิดว่าเชสก็คงจะเดาออกได้ไม่ยาก ไม่อย่างนั้น...เชสคงจะไม่ทำแค่ผลักเขา...


______________________________________________________________________


กลางดึก ห้องพยาบาล...

แคธลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกมึนหัวเล็กๆ สายตามองไม่พบใครอยู่ที่นี่ เธอชันกายลุกขึ้นนั่งและพบว่ามีขนมและดอกไม้จากบรรดาเพื่อนๆ วางอยู่ เธอยิ้มออกมาเบาๆ แม้จะเป็นยิ้มที่ไม่เต็มที่นัก แน่นอนเธอจำได้ทุกอย่าง...ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เห็นกระทั่งลูกบลัดเจอร์ที่พุ่งมา เห็นกระทั่ง “เขา” ที่ทำท่าจะเข้ามาช่วย แล้วกลับถอยไปยืนเฉยๆ ปล่อยให้ลูกบลัดเจอร์พุ่งอัดเธอเต็มแรง...


“เฮ้...”


เสียงเรียกทักทำให้แคธเงยหน้าขึ้น เชสยืนยิ้มอยู่ พิงประตูและล้วงกระเป๋ากางเกง เขายิ้มให้ก่อนเดินเข้ามาหาเธอที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่เตียง


“ฟื้นแล้วเหรอคนสวย”


แคธเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางยิ้ม


“เป็นยังไงบ้าง ให้ฉันตามมาดามไหม?”

“ไม่ต้องหรอก ดีขึ้นแล้ว แค่ยังหนักๆ หัว”


เชสพยักหน้ารับ ก่อนจะเกิดความเงียบประหลาดๆ ระหว่างเธอและเพื่อนหนุ่ม ทำให้แคธตัดสินใจเอ่ยขึ้นตรงๆ เมื่อเธอรู้ว่าเชสมาเฝ้าเธอทำไมในเวลาดึกป่านนี้


“แกไม่ต้องมาแสดงตัวรับผิดชอบแทนเพื่อนของแกหรอก...แกรู้ใช่ไหม”


เชสถอนหายใจ แคธเดาใจเขาถูก


“ยังไงฉันก็ต้องมาดู เห็นอยู่กับตากับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียดายแค่ฉันไม่ได้ชกหน้าหล่อๆ นั่นให้แก”


เชสเอ่ย ยังมีอารมณ์หงุดหงิดเพื่อนหนุ่มเล็กๆ


“ฉันไม่เป็นไรเชส”


แคธเอ่ยยิ้มๆ เมื่อเขาเอ่ยเช่นนั้น ไม่ได้ต้องการให้พวกเขาทะเลาะกันเพราะเธอ


“ทะเลาะกันมางั้นสิ”

“ไม่หรอก ฉันกับมันเคยทะเลาะกันที่ไหน ผิดใจให้ตายยังไง เดี๋ยวก็ดีกัน ฉันแค่...รู้สึกว่ามันไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงได้...”

“เขาเกลียดฉัน ก็แค่นั้นแหละ”

“ไม่...มันไม่ได้เกลียดแก”


เชสเอ่ยสวนทันควัน แคธมองเขาแปลกใจกับน้ำเสียงมั่นใจนั่น


“แกเชื่อฉัน ถ้าคนอย่างมันเกลียดแก มันไม่แค่นี้หรอก...”

“มองให้เป็นอื่นยากอยู่สักหน่อยนะ กับสิ่งที่ฉันต้องรับมือ...กับความอึดอัด...ความเงียบ...ทุกอย่าง คงต้องไปคุยกับมักกอลนากัลซะที”

“มันไม่ใช่คนช่างพูดน่ะ”

“ฉันไม่เคยต้องใช้พื้นที่ร่วมกับใครโดยที่ห้าหกชั่วโมงไม่พูดคุยกันมาก่อน มันทำฉันหดหู่”

“โดนมาหนักสินะ...”

“อย่าให้สาธยาย...”

“แกจะโกรธไหมถ้าฉันจะบอกว่าแกไม่จำเป็นต้องทนมัน แต่ฉันอยากให้แกเข้าใจ มันไม่ใช่คนเลว อาจจะเย็นชา  ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยรู้สึก แต่ฉันรู้ว่าเพื่อนฉันมันไม่ได้เลว...”

“……………..”

“มันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันอยากให้ส่วนที่ดีของพวกแกได้เจอกัน เหมือนที่ฉันเห็นส่วนที่ดีของแกและมันนะ...”

“แล้วฉันต้องเข้าใจอะไรคนเย็นชาแบบนั้นกัน ทุกวันนี้เขาชังน้ำหน้าฉันเรื่องอะไรฉันยังไม่รู้เลย...”


แคธเอ่ยอย่างท้อแท้ พยายามพูดดีด้วยก็แล้ว แต่มันก็ยังเหมือนมัลฟอยมีกำแพงสูงหนากั้นเขาเอาไว้จากโลกภายนอก จนบางทีแคธก็ไม่เข้าใจ อะไรทำให้เขาเป็นแบบนั้นกัน เบื้องหลังดวงตาสีเงินนั่น เขาซ่อนอะไรเอาไว้...


“ดูด้วยว่ามันถูกเลี้ยงมาโดยใคร...”


แคธหัวเราะ พลางนึกถึงใบหน้าลูเซียส มัลฟอยที่ทะมึงทึงได้ตลอดเวลา พาให้เชสนั้นหลุดขำออกมาด้วย


“ไม่ต้องไปหามักกอลนากัลหรอก มันเองก็รู้สึกผิด ฉันผลักอกมันขนาดนั้น เป็นปกติมันสวนฉันแล้ว...”

“.........................”

“ถ้าแกไม่ว่าอะไร ละลายน้ำแข็งเจ้าชายเย็นชาให้ฉันที”


เชสเอ่ย ด้วยสีหน้าเว้าวอนและร้องขอ แคธมองหน้าเชสอย่างเหลือเชื่อ แต่เชสนั้นเชื่อมั่นว่าความฉลาด สวย สดใส และความเป็นแคธนั้นเอาชนะความเย็นชาของมัลฟอยได้ แน่นอนเขาโกรธมัลฟอย แต่ขณะเดียวกันเขาก็รักเพื่อนมาก เชสมักเห็นส่วนดีของเพื่อนเสมอ แคธมองหน้าเชสราวกับจะขอร้องเขาว่าอย่ามาทำสายตาแบบนี้กับเธอ แต่เชสก็ใช้ลูกอ้อนของเขาอย่างไม่ลดละ จนแคธพ่ายแพ้ในที่สุด


“เออ เออ...”


เธอเอ่ย เชสยิ้มกว้าง ก่อนแคธจะชี้มือไปที่กล่องเบอร์ตี้บอท เชสจึงโยนมันมาให้หญิงสาว และเดินมานั่งลงข้างๆ เตียง แคธเอนหัวไปพิงเพื่อนหนุ่มและเริ่มแกะขนมกินกันสองคน


“แกว่ารอนมันจะบ่นไหม ฉันแกะไม่รอมัน”

“มันด่าเลยล่ะ ยิ่งรู้ว่าฉันมานั่งกินกับแก”


ก่อนพวกเขาสองคนจะหัวเราะกันในห้องพยาบาลนั่น ให้กับมิตรภาพดีๆ


หลังประตู...

มัลฟอยยืนฟังคำสนทนาของทั้งสองคนมาตั้งแต่ต้น แม้จะไม่เข้าใจตัวเองที่ก้าวขาเดินมาที่ห้องพยาบาลตอนกลางดึกแบบนี้ และมาพบบทสนทนาของทั้งคู่เข้า เขามองไปยังเชสและแคธด้วยสีหน้าและแววตาที่อ่านยาก ก่อนร่างสูงจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงกลับออกไป


______________________________________________________________________



ในหอนอนกัปตัน ที่หน้าเตาผิงที่ประจำสำหรับทำรายงาน ที่หลายวันที่ผ่านมาจะมีแคธมานั่งเจื้อยแจ้วทำงาน

ไปบ่นไปตลอดเวลา ต่อให้เขาจะไม่พูดด้วย เธอก็ยังคงพูดๆๆ อย่างไม่ลดละ ต่างแต่วันนี้กลับเงียบกว่าทุกวัน พาให้มัลฟอยรู้สึกแปลกๆ เขาทิ้งร่างลงบนโซฟาฝั่งของตัวเอง มองเส้นที่เขาร่ายกั้นเขตไว้ที่ยังคงขึ้นเป็นสีแดงราวกับเปลวไฟบางๆ โดยไม่ได้ล่วงล้ำไปฝั่งของเธอ


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบ มัลฟอยมองเบอร์ปลายสายอย่างไม่อยากจะกดรับ แต่ก็ต้องทำ


“ครับพ่อ...คืนนี้เหรอ...ก็คงต้องได้ถ้าพ่อว่างั้น...ไว้ผมติดต่อกลับไป...”


เขาเอ่ยตัดบทเพียงสั้นๆ ก่อนจะกดวาง สีหน้าลำบากใจปรากฎขึ้นเล็กๆ มองโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนไป


______________________________________________________________________



ค่ำวันหนึ่ง...

มัลฟอยซ้อมควิดดิชเพื่อเตรียมคัดตัวชนิดที่เรียกได้ว่าเหงื่อโทรมกาย ยังไม่นับการคัดเด็กใหม่ๆ เข้าทีม และปั้นกัปตันทีมคนต่อไปของสลิธิรีนยามเมื่อเขาเรียนจบ พาให้เขาหอบร่างที่แสนเหนื่อยล้ากลับมาที่หอกัปตัน พลันเมื่อเดินเข้าไปด้านในก็ทำให้มัลฟอยชะงัก เมื่อนอกจากเสียงไฟที่เตาผิงกำลังแตกเปรี๊ยะๆ ร่างใครคนหนึ่งกำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ที่พื้นหน้าเตาผิงนั่นด้วย หลังจากออกจากห้องพยาบาลมานับอาทิตย์ มัลฟอยก็ไม่พบว่าเธอมาที่นี่อีกเลย จนวันนี้...

แคธหันมาเห็นมัลฟอยที่ยืนอยู่ เธอไม่เอ่ยอะไรนอกจากหันกลับไปทำงานต่อ เมื่อการกลับมาทำรายงานต่อครั้งนี้เป็นเพียงแค่การแสดงความรับผิดชอบ และทำตามคำร้องขอของเชสเท่านั้น มัลฟอยเองก็ไม่มีคำพูดอะไรให้เธอ แม้แต่คำขอโทษนอกจากเดินขึ้นด้านบนไป ไม่นานนักเขาก็กลับลงมาด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่อาบน้ำแล้ว และตรงมานั่งลงบนพื้นหน้าเตาผิงในฝั่งของเขา คว้าสมุดมาเขียนงาน โดยต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดอะไรกันเลย

หลังจากนั่งเขียนไปซักพัก แคธเหลือบสายตาไปมองคนตัวสูงว่าเขาเสร็จหรือยัง ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนหน้าถัดไป ไม่อย่างนั้นเขาจะโวยวายอีก แต่ภาพตรงหน้าทำให้แคธถอนหายใจออกมาเบา เมื่อมัลฟอย...กำลังหลับ...

ร่างสูงดูอิดโรยและเหน็ดเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด เขาเอนหลังพิงกายกับโซฟาและหลับอย่างเงียบเชียบไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ผมสีบลอนด์ที่ไม่ได้ถูกแต่งทรงตกลงมาปรกหน้าเล็กน้อยนั่นคงเป็นเพราะว่าเขาสระผม ปากบางๆ ที่กว่าจะเอ่ยแต่ละคำนั้นยากเย็นตอนนี้ประกบปิดสนิท หลับไม่รู้เรื่องราว แคธจ้องเขานิ่ง...นอกจากเอ่ยคำขอโทษไม่เป็น ยังมาหลับตอนทำการบ้านได้หน้าตาเฉย...แต่ด้วยท่าทางเหนื่อยๆ แบบนั้นแคธก็ยอมรับว่าคงโกรธไม่ลง

หญิงสาวตัดสินใจเอื้อมมือข้ามเขตแดนไป และลากสมุดรายงานของมัลฟอยมาตรงหน้าตนและเริ่มเขียนรายงานแทน เธอพลิกสมุดดูและออกจะแปลกใจที่ผู้ชายอะไรเขียนหนังสือเรียบร้อยได้ขนาดนี้ นึกว่าลายมือจะหวัดๆ ซะอีก...เธอลงมือเขียนรายงานหน้านั้นให้มัลฟอยอย่างรวดเร็วคล่องแคล่วจนเสร็จ ก่อนจะเอามันวางลงที่เดิมอย่างเงียบเชียบ พลันสายตาก็มองไปเห็นกองสมุดการบ้านอีกสองสามเล่มข้างตัวชายหนุ่ม เธอค่อยๆ ยืดกายและเอื้อมมือไปหยิบมันอย่างพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้ยักษ์น้ำแข็งนี่ตื่นขึ้นมา เธอเปิดดูสองสามหน้า เขามีการบ้านวิชาประวัติศาสตร์เวทมนต์และพยากรณ์ศาสตร์ที่ยังไม่แม้แต่จะเริ่ม ก่อนจะเริ่มลงมือเขียนสมุดการบ้านของมัลฟอยอย่างถือวิสาสะ...

ร่างสูงปรือตาขึ้นช้าๆ เขากำลังลอบมองหญิงสาวที่กำลังเขียนการบ้านให้กับเขาด้วยท่าทางสบายๆ และคล่องแคล่ว แคธไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำนั้นมัลฟอยลอบมองอยู่อย่างเงียบๆ ปากเล็กๆ นั่นขมุบขมิบเบาๆ ทำท่าคิด และก็เขียนลงไป ใบหน้ามัลฟอยเดายากเสมอ ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาคิดอะไร หากแต่การกระทำของแคธ ก็ทำให้เขาซึมซับความมีน้ำใจของเธอทีละน้อย ท้ายที่สุดแคธเผลอหลับไป พร้อมๆ กับมัลฟอยที่ก็จ้องมองเธอจนหลับไปอีกรอบที่หน้าเตาผิงเช่นกัน...


กลางดึก...

มัลฟอยสะดุ้งตื่นด้วยอากาศที่เริ่มเย็นขึ้น เขาพบว่าแคธนอนฟุบอยู่บนพรมข้างๆ กัน คุดคู้ด้วยความเย็นโดยไม่ลืมที่จะไม่ข้ามเขตมา เขามองเธอนิ่ง...ตัดสินใจกระชากผ้าห่มผืนบางที่พาดอยู่ที่โซฟาและคลุมลงไปบนตัวหญิงสาว ก่อนที่จะลุกเดินขึ้นชั้นบนไป


______________________________________________________________________


แคธตื่นขึ้นมา...เธอมองไปรอบๆ ตัว เอามือบีบจมูกเบาๆ เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อคืน พลันเมื่อจะลุกขึ้นก็สะดุดกับ...ผ้าห่ม...ผ้าห่มมาจากไหนกัน? เธอคิดอย่างแปลกใจ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดและรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปเข้าชั้นเรียน...


______________________________________________________________________


คาบเรียนวิชาปรุงยา...

ในห้องตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นยามากมาย เป็นที่รู้กันว่าการทำงานนั้นชั้นปีที่เจ็ดบางครั้ง ก็จำเป็นต้องทำงานกับคู่เรียน วันนี้พวกเขาโดนเสนปสั่งให้ทำงานกับคู่เรียนนั่นทำให้การพบปะกับมัลฟอยอีกครั้งนั้นเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็นับว่าโชคเข้าข้างเพราะที่โต๊ะปรุงยา ยังมีเชสกับเนวิลล์ร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดแสนแปลกประหลาดนี่ และเชสเองก็ทำให้แคธเห็นว่าเขาพูดจริงเมื่อเขากับมัลฟอยดูเหมือนจะกลับสู่ภาวะปกติ ตัวแคธเองนั้นก็กำลังยืนสอนเนวิลล์ในการปรุงยา แม้ว่ามัลฟอยจะยืนอยู่ข้างๆ เธอก็ตาม

มัลฟอยหั่นนั่นโยนนี่ใส่ลงไปในหม้อ ในขณะที่แคธก็โยนส่วนผสมที่เธอคิดว่าถูกลงไปเหมือนกัน ไม่มีการนัดแนะหรือสนทนาใดๆ เกิดขึ้น เชสกับเนวิลล์มองหน้ากันหวังว่าพวกเขาคงไม่บังเอิญผสมระเบิดขึ้นมาหรอกนะ...มัลฟอยเทส่วนผสมของน้ำยาบางอย่างลงไปเล็กน้อยในหม้อ ก่อนจะวางแก้วผสมลง แคธเหลือบมอง รู้สึกไม่ได้ดั่งใจ เธอคว้าแก้วส่วนผสมนั่นและเทมันลงไปอีก มัลฟอยหันมามอง แคธทำเฉย...เธอหันไปคนๆ ส่วนผสมอีกสองสามอย่างเข้าด้วยกันและทำท่าจะเทลงไปอีก


หมับ!


มัลฟอยคว้าข้อมือของเธอไว้และมองหน้า ด้วยสีหน้าห้ามเธอเทเจ้าสิ่งนั้นลงไป แต่ปากก็หนักไม่ยอมอ้าปากพูดด้วย แคธก็ไม่พูด เธอมองหน้ามัลฟอยอย่างเอาชนะ กระชากมือออกและจะเทมันลงไปในหม้อให้ได้ แต่มัลฟอยก็ขืนเอาไว้ด้วยแรงที่มากกว่า เกิดการยื้อยุดกันไปมา จนเชสและเนวิลล์เริ่มมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะห้ามทัพใครก่อนดี มาแรงกันซะทั้งคู่...มือหนาคว้าแก้วเอาไว้ได้ แคธพยายามดึงออกจากมือเขาแต่ไม่สำเร็จ เมื่อมัลฟอยดึงมากๆ เข้า เธอจึงจงใจปล่อยมือ ส่งผลให้มือมัลฟอยนั้นกระแทกไปยังเสาด้านหลัง


เพล้งงง!


ขวดแก้วนั่นแตกเป็นเสี่ยงๆ พาให้ทั้งห้องหันมามอง บางคนก็เอามือป้องปากด้วยความตกใจ บางคนก็ทำหน้าดูหวาดเสียว เชสกับเนวิลล์นั้นอึ้ง แต่แคธอึ้งกว่า...เลือดสีแดงสดไหลลงมาตามฝ่ามือมัลฟอย เมื่อมือหนานั่นไม่ได้ปล่อยแก้ว ทำให้แก้วนั่นแตกคามือของเขา!


“………………”


แคธตกใจ เธอมองเลือดสีแดงสดที่ไหลตามมือมัลฟอยเป็นทาง เศษแก้วนั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ตามพื้นเต็มไปหมด เธอเริ่มทำอะไรไม่ถูก นึกตกใจที่ทำเกินไป แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม สีหน้ามัลฟอยไม่บ่งบอกความรู้สึก ไม่บ่งบอกว่าเขาเจ็บปวดหรืออะไร หากแต่ร่างสูงนั่นก็สบตาเธอเพียงแว่บเดียว ก่อนที่จะเดินออกจากห้องเรียนไปทันที แคธเม้มปากแน่น มองตามแผ่นหลังนั่นไป...


______________________________________________________________________


หอนอนกัปตัน...

แคธเดินเข้ามาด้านในอย่างเงียบเชียบหลังจากทานอาหารเย็นกับพวกแฮร์รี่เสร็จ ไร้เงามัลฟอยที่ห้องอาหาร และก็ที่หอแห่งนี้ หากแต่อีกเขตกั้นของห้องเธอเห็นเสื้อคลุมของเขาพาดอยู่ เธอมองตามขึ้นไปด้านบนเดาว่าเขาคงอยู่ในห้อง อดยอมรับไม่ได้ว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ในชั้นเรียนนั่น เธอตัดสินใจเดินไปนั่งลงหน้าเตาผิงและเริ่มเขียนรายงานเงียบๆ

สายตาแคธนั้นลอบมองไปด้านบนเป็นระยะๆ ไม่มีแม้แต่เสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากด้านบนจนไม่รู้ว่าเจ้าของห้องนั้นกำลังทำอะไรอยู่ เป็นเวลากว่าห้าทุ่มแล้วเมื่อมองนาฬิกาหากแต่มัลฟอยก็ยังไม่ลงมาจากชั้นบน หญิงสาวกัดฟัน เป็นไงเป็นกันวะ!

เธอปิดสมุดดัง ฉับ! ก่อนจะเดินก้าวขาขึ้นไปยังห้องตัวเอง ร่างเล็กเดินช้าๆ ไปที่ประตูเชื่อมระหว่างห้องและบิดมันออกอย่างเบามือที่สุด ลมจากนอกห้องพัดเย็นๆ เข้ามาด้านในจนม่านที่ระเบียงปลิวไหวๆ เธอพบว่ามัลฟอยนอนหลับอยู่บนเตียงของเขาอย่างเงียบเชียบ แม้ไฟในห้องจะไม่เปิดแต่แสงจันท์จากด้านนอกก็ทำให้เธอเห็นใบหน้าดูดียามหลับนั่นได้ หญิงสาวชะเง้อคออยู่ที่ฝั่งห้องตัวเองพยายามมองมือของเขาแต่ก็ไม่เห็น เธอลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับมาเปิดลิ้นชักที่ห้องตัวเอง และหยิบอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมา...

เท้าขาวก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของมัลฟอยเข้ามาในห้องเขาอย่างเบาที่สุด ไม่อยากจะนึกถ้าเขาตื่นมาเจอเธอกำลังวุ่นวายอยู่ในห้องนอนของเขาเข้า แคธเดินอ้อมมาที่ข้างเตียงที่มัลฟอยกำลังนอนและเธอก็เห็นมือของเขาที่พาดพ้นจากเตียงออกมา...


“……………..”


ความรู้สึกผิดท่วมท้นอย่างบอกไม่ถูก มัลฟอยไม่ได้ทำแผล เธอยังเห็นเลือดที่ออกซิบๆ ตามมือของเขาอยู่ด้วยซ้ำ ราวกับเขาแค่เช็ดเลือดออกไปอย่างลวกๆ เธอค่อยๆ คว้ามือของเขาขึ้นมาช้าๆ ระวังอย่างมากไม่ให้เขาตื่นขึ้นมา ก่อนจะเปิดกล่องอุปกรณ์ทำแผลและเริ่มเช็ดแผลให้เขา พร้อมทั้งทายาอย่างเบามือเพราะกลัวว่าเขาจะเจ็บและตื่นขึ้นมาอาละวาดเธอเข้า ปากเล็กๆ นั่นเป่าลงไปบนแผลเบาๆ ขณะที่ทายาไปด้วย หากเธอไม่ทำ แผลของเขาคงติดเชื้อและกว่าจะหายอีกนานแน่ๆ แถมยังต้องเล่นควิดดิช การที่ต้องมาเจ็บมืออาจจะทำให้เขานั้นลำบากได้

แคธพันผ้าพันแผลเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะเก็บอุปกรณ์ใส่กล่องและรีบออกจากห้องมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ลืมปิดประตูห้องตรงกลางไว้ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอวางกล่องอุปกรณ์ลง ถอนหายใจและยิ้มกับตัวเองออกมาเบาๆ อย่างน้อยเธอก็ได้รับผิดชอบล่ะนะ...


แกร่ก...


เมื่อประตูปิดลง ดวงตาสีเงินลืมตาพรึ่บขึ้น ใช่...เขาตื่นตั้งแต่ที่เธอเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วแต่ด้วยเพราะเขายังไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยทำให้มัลฟอยนั้นแกล้งหลับ เขานึกว่าร่างเล็กๆ นั่นจะยอมแพ้และกลับไปนอนห้องของตัวเอง แต่กลับถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องเขา มือเล็กนุ่มนั่นคว้ามือของเขาขึ้นมาและเริ่มทำแผลให้ มัลฟอยไม่ได้ลุกขึ้นจากเตียง หากแต่ยกมือที่ตอนนี้ถูกใส่ยาและพันแผลอย่างดีขึ้นมามองดู...เกลียดความใจดีของเธอ...แม้เขาจะตอบแทนเธอด้วยความเย็นชาชนิดที่ว่าบาดใจ...ที่เขาไม่ทำแผลตั้งแต่แรก...อาจจะเพราะเขาสมควรที่จะเจ็บตัวจากสิ่งทีทำกับเธอไว้ก็ได้...


______________________________________________________________________


มัลฟอยยืนอยู่ที่หน้ากระจกในตอนเช้า มือหนากำลังง่วนกับการผูกเนคไทเพื่อไปเข้าเรียน ก่อนจะยกมือที่ถูกพันแผลไว้มองดูอีกครั้ง เขาเดินไปที่ประตูห้องกลาง มือหนาจับลูกบิดค้างอยู่อย่างนั้นพลางมืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะตัดสินใจไม่เปิดมันออก และเดินลงไปด้านล่าง...

เสื้อคลุมของแคธไม่อยู่เขาถึงรู้ว่าเธอออกไปแล้วเช่นกัน ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะหน้าเตาผิง มัลฟอยนิ่วหน้าเมื่อหน้าหนังสือถูกเปิดเพิ่มไปอีกหลายหน้า เมื่อวานเขาไม่ได้มานั่งเขียนรายงาน ถ้างั้นก็มีเพียงคนเดียว...มัลฟอยเปิดสมุดรายงานของตัวเองบนโต๊ะขึ้นมา...เสร็จ...แคธทำส่วนของเมื่อวานให้เขาจนเสร็จอีกครั้ง...เขาปิดสมุดลงและวางลงบนโต๊ะตามเดิม สายตาแสนเย็นชานั้นเริ่มเบาลงอย่างเห็นได้ชัด...

มัลฟอยเร่งฝีเท้าเดินไปตามทางเดิน ระหว่างทางเธอพวกแพนซี่เดินออกมาจากห้องโถงพอดี เหมือนทุกทีที่แพนซี่ยื่นกาแฟให้เพื่อนหนุ่ม เพราะแต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยทันอาหารเช้า หรือจะเรียกให้ถูกคือตื่นไม่เคยทันกินอาหารเช้ามากกว่า ก่อนจะพากันเดินไปที่เรือนกระจก คาบเรียนสมุนนไพรศาสตร์ ของศาสตราจารย์เสปราต์


“เอ้า แกไปห้องพยาบาลมาเหรอเมื่อวาน?”


เชสเอ่ยถามไล่หลัง เมื่อคนอื่นๆ เดินนำไปก่อนแล้ว หลังจากที่สังเกตเห็นผ้าพันแผลที่มือมัลฟอย ซึ่งเกิดจากแผลแก้วบาดเมื่อวาน มัลฟอยส่ายหัวให้เพื่อนรัก


“เปล่า”

“แล้วใครทำแผลให้แก”

“……………”


มัลฟอยเงียบนิ่ง ก่อนเชสจะทำหน้าประมาณว่า ‘อ๋ออออ’ ขึ้นอย่างล้อเลียน


“เงียบไปเลย”


มัลฟอยเอ่ยทันควันก่อนจะล็อคคอเชสและพากอดคอเดินไปยังเรือนกระจกด้วยกัน เชสยิ้มมุมปากกับตัวเอง งานละลายน้ำแข็งเริ่มแล้วสินะ...


______________________________________________________________________



เรือนกระจก...

ทุกคนยืนล้อมรอบโต๊ะยาวโดยมีศาสตราจารย์เสปราต์ยืนอยู่ที่หัวโต๊ะด้วยท่าทางร่าเริงสดใสเหมือนทุกที ในมืออุ้มกระถางลูกต้นเมนเดร็กเอาไว้แคธนึกขอบคุณที่มันยังไม่โต เพราะมันคงแหกปากน่ารำคาญ


“วันนี้เราจะมาทำการผ่าวิจัยพันธุ์พืชกัน เป็นที่รู้กันว่าต้นไม้ต้นนึงนั้น แต่ละส่วนสามารถนำมาปรุงยาหรือทำอะไรได้มากมาย เธอและคู่เรียนของพวกเธอจะได้จับฉลากเลือกต้นไม้คู่ละหนึ่งต้น จัดการขุดมันขึ้นมาศึกษาและจดรายงานลงไป ฉันมีเวลาให้สามชั่วโมง ใครเสร็จก่อนเตรียมไปทานข้าวกลางวันก่อนได้เลย...เข้าใจนะจ๊ะ”


ศาสตราจารย์เอ่ย แคธเม้มปากอีกครั้ง....สวรรค์...คู่เรียนอีกแล้ว...เธออยากจะหลบหน้ามัลฟอยสักวันนึงที่ไม่ต้องเจอหน้าเขาให้กระอักกระอ่วนไม่ได้เลยหรือไงนะ ทุกคนเริ่มทะยอยจับฉลาก แคธมองมัลฟอยเมื่อเห็นเขายืนล้วงกระเป๋าพิงเสาเธอจึงเดาว่าหน้าที่จับฉลากคงเป็นของเธอ เมื่อครบทุกคนก็แยกย้ายกันไปเดินยังสวนร่มรื่นหน้าเรือนกระจกและเริ่มตามหาต้นไม้ของตนและลงมือขุดมัน

แคธเดินมาจนถึงต้นไม้ของเธอโดยมีมัลฟอยเดินตามมาห่างๆ กับบรรดาเพื่อนๆ คนอื่น จนมาถึงจุดที่ต้นไม้ของเธอตั้งอยู่เธอก้มลงไปมองเจ้าต้นเลบูล่า ที่มีใบสีเขียวผสมม่วงดูสวยแปลกตาในขณะเดียวกันมันก็สามารถฆ่าเธอได้ง่ายๆ ถ้าเธอวิจัยไม่ผ่านและโดนศาสตราจารย์เสปราต์หักคะแนนยับเยิน หางตาเหลือบไปเห็นมือมัลฟอยที่พันผ้าเอาไว้ เธอจึงตัดสินใจเอ่ยปากพูดด้วยก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แคธยื่นสมุดของเธอให้มัลฟอย เขามองมือเธอนิ่ง


“มือนายเจ็บ ฉันขุดเอง...”


เธอเอ่ยก่อนจะพับแขนเสื้อ และย่อตัวลงไปจัดการกับต้นเลบูล่าอย่างทะมัดทะแมง มัลฟอยไม่พูดอะไร เขาย่อตัวลงข้างๆ ก่อนจะเริ่มเปิดสมุดของเธอและของเขา แคธทั้งดึงและกระชากต้นไม้ท่าทางคล่องแคล่ว และคอยหันมาบอกมัลฟอยให้เขาจดเป็นระยะๆ แต่เมื่อขยับตัวก็เสียหลักจะหงายหลัง มัลฟอยคว้าไว้ทันด้วยการเอามือดันแผ่นหลังเล็กนั่นไว้ แคธมองอยากจะเอ่ยขอบคุณ แต่ก็ยังปากหนัก


การทำงานผ่านไปอย่างยาวนาน มือสวยๆ สองข้างตอนนี้เต็มไปด้วยดินจนมือเละเทะ ตามไรผมนั้นเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ข้างขมับเบาๆ แต่ก็ไม่ได้หยุดทำ เธอเอาแต่ปาดเหงื่อที่ไหลลงมาเพราะความร้อนอย่างรำคาญ ลมที่พัดมานานๆ ทีก็ทำให้ปอยผมนั่นปรกหน้าคนตัวเล็กหากแต่แคธก็ไม่มีปริปากบ่น

มัลฟอยที่ลอบมองอยู่นานเอื้อมมือข้างที่ถูกพันแผลเอาไว้ไปใกล้อย่างลืมตัว ก่อนจะปัดผมชื้นเหงื่อที่ปรกหน้าหญิงสาวออก....แคธหันไปมองมัลฟอยอึ้งๆ หากแต่คนตัวสูงก็ยังไม่สนใจ เขาเกลี่ยมันออกจากใบหน้าขาวนั่นและทัดมันไว้กับหูของเธอเบาๆ ก่อนจะเอียงคอและทำแบบเดิมกับผมอีกด้าน เหมือนจะเป็นครั้งแรกนับแต่มาอยู่ฮอกวอร์ตที่พวกเขาสองคนได้จ้องหน้ากันโดยไม่ทำหน้าตาน่ากลัวเหมือนทุกครั้ง แคธก้มหน้าเล็กน้อยเสทำเป็นสนใจต้นไม้ต่อ

มัลฟอยลุกขึ้น และเดินหายไป แคธแอบมองว่าเขาเดินไปไหน ก่อนสักพักเขาจะกลับมาพร้อมกับน้ำดื่มขวดนึง เขาเปิดมันปักหลอดลงไป และยื่นไปตรงหน้าหญิงสาว แคธมองตกใจ และเมื่อเธอยังนิ่งมัลฟอยขึงตาเบาๆ แคธเลยก้มลงไปดูดน้ำจากหลอดอย่างรัวเร็ว


“ขอบคุณ...”


เธอเอ่ยเบาๆ เมื่อดื่มเสร็จ มัลฟอยไม่ได้เอ่ยอะไร แต่กลับก้มลงไปดื่มน้ำนั่นต่อจากเธอ แคธมองเขาอึ้งๆ เขา...ไม่รังเกียจที่จะใช้หลอดร่วมกับเธองั้นเหรอ...


“พอได้แล้ว...ไปล้างมือ”


มัลฟอยเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งมาอีกซักพัก เมื่อแคธขุดจนเขาสังเกตได้ว่ามือเธอเริ่มจะแดง


“แต่ว่า...”

“ไปล้างมือ ฉันจะเอาสมุดไปส่ง จะได้ไปกินข้าวกันซะที”


มัลฟอยตัดบท ตาไม่มองหญิงสาวขณะกำลังจดยุกยิกๆ สรุปรายงานลงในสมุดของเธอและของเขา แคธจึงยอมลุกไปและล้างมือ ก่อนมัลฟอยจะเดินเอางานไปส่งให้ศาสตราจารย์แทน


แคธเดินกลับมาหลังจากล้างมือเสร็จ มัลฟอยยืนรออยู่ก่อนจะยื่นสมุดที่เซ็นต์เรียบร้อยแล้วคืนให้ เธอเอื้อมมือไปรับมานั่นทำให้มัลฟอยเห็นว่ามือเล็กๆ นั่นแดงและเต็มไปด้วยแผลจากกิ่งไม้เต็มไปหมด ถ้าเป็นผู้หญิงปกติคงได้ร้องโอดโอย แต่ทำไมตลอดเวลาแคธไม่พูดอะไรเลยสักคำ!? ยังไม่ทันได้เอ่ยทัก เสียงเรียกของเฮอร์ไมโอนี่ที่ชวนหญิงสาวไปทานข้าวก็ดังขึ้นทำให้แคธดึงมือกลับก่อนที่มัลฟอยจะได้พูดอะไร เธอหันมามองมัลฟอยเล็กน้อยก่อนจะวิ่งไปหากลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่มุมหนึ่ง โดยมีมัลฟอยมองตามไป...


______________________________________________________________________
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

129 ความคิดเห็น

  1. #20 Junechava (@Junechava) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 18:16
    สนุกมากเลยค่ะ จะคอยติดตามน้าาา
    #20
    1
    • #20-1 RealQueen (@Yveshann) (จากตอนที่ 5)
      28 พฤษภาคม 2562 / 19:29
      ขอบคุณค่าาา
      #20-1
  2. #19 himefreeze (@himefreeze) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 12:25
    สนุกกกกกกกก
    #19
    0
  3. #16 FaNg+SJ+HyukJae (@fang_hyukjae) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 09:41
    งือๆ สนุกๆ รอติดตามต่อน๊าาา
    #16
    1
    • #16-1 Yveshann (@Yveshann) (จากตอนที่ 5)
      27 พฤษภาคม 2562 / 11:11
      ขอบคุณมากค่าาา :)
      #16-1
  4. #14 damnyou (@damnyou) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:12
    ภูเขาน้ำแข็งก็มีวันละลายนะจ้าาา
    #14
    1
    • #14-1 Yveshann (@Yveshann) (จากตอนที่ 5)
      27 พฤษภาคม 2562 / 00:33
      อิอิอิ :'3
      #14-1
  5. #13 Tearinshy (@SunDashine) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 18:10
    โอ้โห พี่เดรกกกกกกใจอ่อนใช่ม๊าาา
    #13
    1
    • #13-1 Yveshann (@Yveshann) (จากตอนที่ 5)
      27 พฤษภาคม 2562 / 00:34
      ต้องติดตามตอนต่อไปค่า ฮี่ๆ :'3
      #13-1
  6. #12 rmisaki5 (@rmisaki5) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 16:37

    ฟิน ชอบ ถูกใจ
    #12
    1
    • #12-1 Yveshann (@Yveshann) (จากตอนที่ 5)
      27 พฤษภาคม 2562 / 00:33
      นี่ยังไม่ถึงตอนฟินจริงๆ เลยน้าาา :'3
      #12-1