ตอนที่ 2 : New Partner

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    26 พ.ค. 62


บ้านโพรงกระต่าย...

แคธนั่งอยู่ที่โซฟาโดยข้างกายมีจินนี่และเฮอร์ไมโอนี่ช่วยทำแผลให้เมื่อตามแขนขาเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำและรอยถลอกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“ดีนะเดรโกมาช่วยเอาไว้ทัน ไม่งั้นพวกผู้คุมวิญญาณได้สูบวิญญาณเธอจนหมดตัวแน่”


เฮอร์ไมโอนี่เอ่ย มือก็ทายาไปด้วย รู้ดีว่าตั้งแต่เด็กมาแล้วแคธไม่ถูกกับผู้คุมวิญญาณเป็นที่สุด หรือเรียกได้ว่าเธอกลัวเลยล่ะในทุกครั้งที่เข้าใกล้หรือแม้แต่เจอในรูปแบบของบ็อกการ์ด และคาถาเดียวในโลกเวทมนต์ที่แคธเสกไม่เคยได้ คือ คาถาผู้พิทักษ์ ในขณะที่แคธนั้นอยู่ๆ ก็นิ่วหน้าออกมา


“เจ็บแผลเหรอ?”

“เปล่า แต่...เดรโก? เมื่อไหร่กันที่พวกเธอสนิทกับเขา”

“เธอย้ายไปจากอังกฤษห้าปีนะแคธ อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของหนุ่มๆ แฮร์รี่กับรอนพวกเขาไม่ได้ทะเลาะกับเดรโกเหมือนเมื่อก่อน แม้จะไม่ได้พูดคุยกันมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหากัน” 

“พี่โชคดีแล้วนะพี่แคธที่เป็นพี่เดรโกโผล่มาช่วยไว้”

“โชคดี?” 


แคธทวนคำ เธอจำได้ถึงความร้ายกาจในวัยเด็กของเดรโก มัลฟอย ซึ่งสำหรับเธอนั้นห่างไกลจากคำว่าโชคดีมากนัก 


“ฉันจำได้แต่ว่าเขาร้ายกาจจะตายไป”

“ก็นั่นมันเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้จะให้อ้าปากพูดยังยาก”


เฮอร์ไมโอนี่เอ่ย แคธมีสีหน้าแปลกใจมากกว่าเดิม


“ก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ยิ่งโตก็ยิ่งเงียบขรึมราวกับเป็นคนละคนเลย”


“แถมพี่เดรโกยังเป็นนักเรียนดีเด่นลำดับต้นๆ ของวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ทุกครั้งที่สอบประลองไม่มีใครล้มเขาได้ทั้งนั้น แม้แต่พี่แฮร์รี่”  จินนี่เอ่ยยิ้มๆ

“เซอร์ไพรส์มาก...”


แคธเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างรู้สึกเซอร์ไพรส์กับคำบอกเล่าของจินนี่และเฮอร์ไมโอนี่ เพราะถ้าจำไม่ผิดแฮร์รี่มักจะเป็นที่หนึ่งของคลาสเสมอ พลางสมองหวนนึกไปถึงครั้งที่มัลฟอยนั้นคุกเข่าลงตรงหน้าเธอยามที่เขามาช่วยเธอเอาไว้ ใบหน้าดูดีนั่น...กลิ่นโคโลญที่เพียงแค่แตะปลายจมูกก็รู้ว่าราคาคงแพงระยับ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงจริงว่านั่นคือเขา...


“ถึงกับเงียบไปเลย...หน้าแดงด้วย...เซอร์ไพรส์ที่มีหนุ่มหล่อลากดินมาช่วยไว้ใช่ม้า แต่น่าเสียดายที่ดันเป็นคู่ปรับวัยเด็ก อย่างเดรโก มัลฟอย...”


เพี๊ยะ!

“โอ๊ย!”


จินนี่ร้องออกมาพลางจับแขน เมื่อแคธตีเพี๊ยะเข้าให้ที่แขนของเธอ ก่อนจะชี้หน้าเด็กสาวตาดุเพื่อไม่ให้จินนี่ล้อเลียนเธออีก ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันเข้านอน เตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นรถไฟไปเรียนที่ฮอกวอร์ตในวันรุ่งขึ้น


_______________________________________________________________________________



ชานชาลาฮอกส์มี้ด

รถไฟเทียบชานชาลาในที่สุด กับเวลานับสิบชั่วโมงที่เดินทาง ทุกคนทะยอยลงจากรถไฟและเดินทางเข้าปราสาทด้วยรถม้าเพื่อให้ทันเวลาอาหารเย็นวันแรกที่ทางปราสาทเตรียมไว้ต้อนรับ 

ไม่มีอะไรฮือฮาไปมากกว่าการกลับมาฮอกวอร์ตอีกครั้งของแคธเทอลิน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของบ้าน กริฟฟินดอร์ที่ร้องรำทำเพลงทุบโต๊ะกันไปมาเป็นที่สนุกสนาน


“ดูสิ...วันแรกก็ฮอตบ้านแทบแตกแล้ว”


แพนซี่ พาร์กินสันเอ่ยยิ้มๆ พลางตักซุปในมือขึ้นกิน สายตามองไปทางฝั่งกริฟฟินดอร์ เธอไม่คิดเลยจริงๆ ว่าคนที่มองอยู่ตรงหน้าคือแคธเทอลิน ตอนเด็กๆ หล่อนใส่แว่นหน้าเตอะ มัดแกละสองข้างผมแห้งแตกหยิกหยอย หน้าก็มีแต่รอยกระ แล้วสาวสวยตรงหน้าเธอนี่มายังไงกัน 


“ก็สวยขนาดนั้นนี่” เบลสเอ่ย สีหน้าเพ้อฝัน ยิ้มเห็นฟันขาวแม้จะเป็นหนุ่มผิวสี

“ให้มันน้อยๆ หน่อยเบลส เพื่อนฉันนะโว้ย” 


เชสเอ่ย และโยนเศษขนมปังใส่เบลส เขาเอี้ยวตัวหลบ


“ว่าได้เหรอ แกดู...ขนาดผู้หญิงบ้านอื่นยังต้องยอมเดินมาตีสนิทกันเป็นขบวน...แกไม่เคยเห็นบอกว่าสวยขนาดนี้ ยังติดต่อกันไม่ใช่หรือไง?”

“ก็พวกแกไม่เคยถาม”


เชสเอ่ย เพราะครอบครัวของเขาและแคธ แม้จะมีความแตกต่างทางสังคมพ่อมดบ้าง แต่มีความเข้าใจกันดีในโลกของมักเกิ้ล เขาไปฝรั่งเศสสองสามครั้งในช่วงปีหลังๆ ก็ยอมรับว่าเจอเธอ และเธอก็สวยขึ้นมาก


“แหม...เลยตั้งป้อมหวงก้างเพื่อนเลยนะ...เออ ว่าแต่...ไอ้เดรกหายไปไหนวะ? ฉันไม่เห็นตั้งแต่ตอนขึ้นรถไฟแล้ว มันไปนั่งตู้ทีมควิดดิชหรือไง?”


เชสมองหน้าจัสตินที่ถามขึ้นมานิ่ง ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ สามสี่คนมองหน้ากันไปมา ก่อนจะเริ่มรู้ว่าเพื่อนรักนั้นหายไปไหน นับแต่เริ่มโตขึ้นมาทุกคนรู้ดี ชีวิตของมัลฟอยมักไม่เป็นของเขาอีกต่อไปแล้ว และความเงียบนั้นก็กินเวลายาวนานไปจนถึงการทานอาหารเย็นที่สิ้นสุดลง อย่างไร้เงามัลฟอย...


______________________________________________________________________



วันแรกของการเปิดเรียน เรียกได้ว่าเป็นวันที่ทุกคนยังดูสดใส หลังจากปิดเทอมกันไปยาวนาน คาบแรกของพวกเขาคือการเข้าพบกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล เพื่อเตรียมความพร้อมของปีที่เจ็ด ทุกคนเริ่มทะยอยเดินเข้าห้องเรียน แคธเดินเข้ามาในห้องเรียนพร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่ แต่ภาพตรงหน้าทำให้เธอแปลกใจ เมื่อแฮร์รี่กำลังยืนจับมือกับ...แพนซี่ พาร์กินสัน...


“ฮัลโหลลลว”


แคธยื่นหน้าเข้าไปพลางเอ่ยเบาๆ แต่จงใจกวนประสาท สองคนตกใจผละออกจากกัน ความแตกไวกว่าที่คิด


“มิน่า...ชวนไปหาที่ฝรั่งเศสตอนซัมเมอร์ไม่ไป แกติดอะไรอยู่ที่นี่เองสินะ...”


แคธเอ่ยรอยยิ้มกวนประสาท ปรายตาไปมองแพนซี่ 


“ฉันกับแฮร์รี่...”

“ไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันแค่ดีใจที่เห็นตาเฉิ่มอย่างหมอนี่มีแฟนกับเค้าซะที ไม่งั้นล่ะก็ ได้มีเมียเป็นด้ามนิมบัสแน่ๆ”


แคธพูดพลางจิ้มหน้าผากแฮร์รี่แรงๆ ด้วยรอยยิ้ม เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะลั่นออกมา แต่นั่นทำให้แพนซี่รู้สึกดีขึ้นมา เมื่อในตอนแรกเธอนึกว่าแคธคงจะไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์นี้


“ไปนั่งเถอะ ศาสตราจารย์มาแล้ว”


เฮอร์ไมโอนี่เอ่ย เมื่อมักกอลนากัลเดินเข้ามาในห้อง ทุกคนจึงแยกย้ายไปนั่งฝั่งบ้านใครบ้านมัน แคธพยักเพยิดทักทายเชสที่ยกมือขึ้นให้เธอเห็น ก่อนเธอจะนั่งลงที่โต๊ะด้านข้างซึ่งมีเฮอร์ไมโอนี่นั่งข้างๆ กัน


“เอาล่ะ...นักเรียนชั้นปีที่เจ็ดทุกคน ปีนี้จะเป็นปีที่สาหัสสำหรับพวกเธอ การสอบคัดเลือกต่างๆ การทำรายงานจบประจำปี การเข้าร่วมกิจกรรม รวมไปถึง...งานเต้นรำ”


เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นกับคำว่างานเต้นรำ ทุกคนดูตื่นเต้น สาวๆ พากันวี้ดว้าย


“เงียบๆ ก่อน...”

“……………..”

“อย่างที่รู้ๆ กันมันเป็นปีที่หนักหนาและแน่นอน...การเรียนด้วยระบบใหม่ของกระทรวงจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกต่อไป ดังนั้นพวกเธอทุกคน จะต้องจับคู่กันเรียนและทำรายงาน...ตลอดทั้งปี...”


เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นอีกรอบ ต่างพากันหาคู่เรียน โดยรีบเลือกแต่คนเก่งๆ เท่านั้น


“เงียบๆ หน่อย! พวกเธอจะไม่ได้เลือกคู่เรียนเอง เพราะว่าฉันจะเป็นคนเลือกให้เท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณวีสลีย์แน่นอนว่าคุณจะไม่ได้คุณเกรนเจอร์แน่ๆ”


เสียงหัวเราะดังขึ้น เพราะรู้ดีว่าไม่ว่าเรียนอะไรรอนก็มักร้องหาเฮอร์ไมโอนี่เสมอ ขณะที่ศาสตราจารย์กำลังพูดอยู่นั้นประตูห้องเรียนก็เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับฝีเท้าเงียบเชียบ ที่พยายามเดินมานั่งข้างหลังอย่างเงียบกริบที่สุด


“การที่คุณมาสาย ไม่ได้แปลว่านั่งหลังห้องแล้วฉันจะไม่เห็นคุณนะ...คุณมัลฟอย...”


บ้าชิบ! มัลฟอยสบถในใจเบาๆ ไม่เคยรอดสายตาแมวอะนิเมจัสของมักกอลนากัลได้เลย 


“มานั่งข้างคุณคอนเวลดีกว่าไหม เผื่อคุณจะได้ร่วมฟังไปกับพวกเพื่อนๆ”


มัลฟอยลากร่างสูงใหญ่ของเขาลุกขึ้นยืน และก้าวขาเดินออกจากเงามืดด้านหลังห้อง ท่ามกลางเสียงซุบซิบกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ทั้งสองบ้าน ทั้งชี้ชวนให้ดู บางคนก็ทำหน้าเขินอาย แคธไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาเหล่านั้นนัก ก็ดูนั่นสิ...ทรงผมเท่บ้า กับหน้าตาดูดีนั่น...และเธอก็เบนสายตากลับมาแทบไม่ทัน เมื่อเขาหันมาสบสายตากับเธอเข้า เธอจึงทำได้เพียงแกล้งหันกลับมามองหนังสือบนโต๊ะตรงหน้าเธอและพลิกมันไปมา

มัลฟอยทิ้งร่างนั่งลงข้างเชส ชนหมัดเบาๆ ทักทายเพื่อนรัก


“มีเหตุผลของการมาสายวันแรกของการเปิดเทอมไหมคุณมัลฟอย”

“ตื่นสายครับ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

“เรากำลังหาคู่ทำงานประจำปีสำหรับการจบการศึกษา งั้นฉันคิดว่าฉันคงต้องหาใครสักคนที่มีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลาให้แก่คุณ...คุณมัลฟอย...คุณจะได้มั่นใจว่าจะไม่มาสายหรือหลงลืมอะไรอีกตลอดปีนี้”

“……………..” ทั้งห้องเงียบกริบ

“คุณสตาร์ค....”

“คะ...”


แคธเงยหน้ามองศาสตราจารย์ตกใจ เดี๋ยวนะ มักกอลนากัลเพิ่งเอ่ยชื่อเธองั้นเหรอ


“คุณรับหน้าที่เป็นคู่เรียนคุณมัลฟอยตลอดทั้งปีนี้แล้วกันนะ ถ้าฉันจำไม่ผิดคุณมีทักษะในการเอาชนะได้ดีพอๆ กันทั้งคู่ ฉันเชื่อว่าพวกเธอจะผ่านปีนี้ไปได้อย่างดีเยี่ยม”


เยี่ยมกับผี! แคธอึ้ง โดนเข้าให้วันแรกซะแล้ว ขณะที่มัลฟอยเองก็พูดไม่ออก พวกเบลสและจัสตินผิวปากดังลั่นห้องจนทุกคนหัวเราะ แต่หน้ามัลฟอยกับแคธตอนนี้ราวกับเห็นผี


“ศาสตราจารย์คะ คือ....”

“ถ้าพวกเธอคนใดคนหนึ่งไม่พร้อมใจกันเรียน และสอบ พวกเธอจะซ้ำชั้นปีทั้งคู่ จุดประสงค์ของการจับคู่เรียนโดยไม่เลือกจับคู่แต่กับเพื่อนสนิทส่วนนึง ก็เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน และสิ่งเหล่านั้นต้องใช้ในอนาคตยามเมื่อพวกเธอทุกคนจบออกไป...”

“แต่หนูว่า...”

“จบเรื่องตามนี้ ทุกคนเปิดหนังสือไปหน้าห้า เราจะมาเริ่มเรียนคาถาบทแรกกันเลย...”

มักกอลนากัลเมินเฉยเสียงเว้าวอนของแคธเอาดื้อๆ และหันไปทำการสอนต่อ แคธมองหน้าเฮอร์ไมโอนี่ราวกับเห็นผี ตายละวา...เธอกับมัลฟอย นั่งเรียนด้วยกัน แค่คิดภาพยังคิดไม่ออก...


“เอาน่า...เขาไม่ได้เลวร้ายเหมือนเมื่อก่อนหรอกเชื่อฉัน เธอทำได้อยู่แล้ว”


แคธกุมขมับ การที่เขาไม่เลวร้ายกับเฮอร์ไมโอนี่ก็เพราะว่าเธอเป็นแฟนเชส แล้วฉันล่ะเป็นใคร!? แต่เอาเถอะ จุดประสงค์ที่ย้ายกลับมาก็เพราะเธอต้องเรียนให้จบ! ไม่ว่าคู่เรียนของเธอจะเป็นใครก็ตามเธอต้องผ่านมันไปให้ได้ ก็ถ้าแฮร์รี่กับรอนยังโอเค เธอก็คิดว่าเธอคงไม่เป็นไร


การเรียนสองชั่วโมงเต็มผ่านไปอย่างเชื่องช้า แค่คาบแรกแต่ทุกคนก็เริ่มหาววอดๆ กันแล้ว ตอนนี้แต่ละคนถูกจับคู่เรียบร้อยหมดแล้วโดยมักกอลนากัล รอนกับลาเวนเดอร์ บราวน์ผู้ซึ่งพยายามกอดจูบเขาตลอดเวลา เฮอร์ไมโอนี่กับอัลลัวลิส มิดเจ็นจากสลิธิรีนซึ่งก็ไม่เลวร้ายนักเพราะหล่อนอ่านหนังสือเก่งพอๆ กับเฮอร์ไมโอนี่เลยทีเดียว 

เชสกับเนวิลล์ แพนซี่กับปาราวตี แฮร์รี่กับเบลส ที่มันสมองก็ไม่เป็นรองใคร ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้คู่แตกต่างกันไป ผิดฝาก็แต่มัลฟอย....ดันมาได้แคธเทอลิน!


“เอาล่ะเด็กๆ ฉันมีงานจบของพวกเธอมาแจ้งให้ทราบก่อนที่เราจะเลิกคลาส รายงานประจำปี พวกเธอกับคู่ของเธอต้องช่วยกันทำ คัดลอกรายงานจากหนังสือในห้องสมุด จะทำการค้นคว้าเรื่องอะไรก็ได้ที่พวกเธอสนใจ ความยาวหกร้อยหน้ากระดาษ....”

“อะไรนะ!” เสียงร้องขึ้นมาอย่างตกใจเซ็งแซ่

“สามร้อยหน้ากระดาษตลอดปี นี่มันบ้าไปแล้ว”

“ทำกันแค่สองคนจะทันได้ยังไง?”

“เงียบๆ ก่อน...รายงานนี้มีผลต่อคะแนนในการเรียนจบ ถ้าพวกเธอคนใดคนนึงไม่ผ่าน แน่นอนว่าการเรียนซ้ำชั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นสามัคคีกันเข้าไว้ล่ะ เลิกคลาสได้...”


มักกอลนากัลเอ่ยด้วยรอยยิ้มราวกับมีความสุขกับการได้เห็นสีหน้าของเด็กๆ ที่ว้าวุ่นใจนั่น ทุกคนเริ่มทะยอยออกจากคลาส แต่มัลฟอยกลับลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปหามักกอลนากัล โดยมีเชสที่พยายามห้ามแต่เหมือนจะไม่ทัน


“ไอ้เดรก...เดี๋ยวก่อน...”

“ศาสตราจารย์ครับ ผมขอเปลี่ยนคู่เรียน”


กึก...แคธที่กำลังลุกจะเดินออกจากห้องได้ยินเข้า เธอหยุดฝีเท้าและหันกลับมาจ้องมองมัลฟอยนิ่ง เชสไม่อยากให้เพื่อนสาวนั้นเสียความรู้สึกแต่ก็ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ได้


“ว่ายังไงคุณมัลฟอย”

“ผมขอเปลี่ยนคู่เรียน”

“เหตุผลล่ะ...”

“ผม...” 

“ถ้าไม่มี คุณต้องหาวิธีทำงานร่วมกับคุณสตาร์คให้ได้ และฉันก็ไม่อนุญาตให้เลือกเรียนคนเดียวในเมื่อมันเป็นกฎ โชคดีคุณมัลฟอย”


มักกอลนากัลเอ่ยและเดินหายเข้าห้องทำงานของเธอไป มัลฟอยหันหน้ากลับมาสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าสวยที่ยืนอยู่กับเฮอร์ไมโอนี่ ไม่ได้มีสีหน้าโกรธขึงหากแต่แววตานั่นก็อยากจะคาดเดา


“ไปกันเถอะเฮอร์ไมโอนี่” เธอเอ่ยและเดินออกไปจากตรงนั้นทันที 

“แคธเดี๊ยวก่อน...”


เชสร้องเรียกเอาไว้แต่ไม่ทัน เฮอร์ไมโอนี่มองสองหนุ่ม ก่อนจะพยักเพยิดหน้ากับเชสทำนองว่าเธอจะช่วยพูดให้ ซึ่งเชสเองก็พยักหน้ารับ


_______________________________________________________________________________



หอคอยทิศตะวันตก ชั้นเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์

พวกสลิธิรีนถูกจัดตารางแยกมาเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ ในขณะที่กริฟฟินดอร์แยกไปเรียนวิชาสัตว์วิเศษที่ชายป่าต้องห้าม เชสตัดสินใจเอ่ยถามเพื่อนหนุ่ม ในขณะที่นั่งฟังศาสตราจารย์ทรีลอนีย์บ่นเพ้อพกของเธอไปเรื่อยเปื่อย  เหมือนทุกๆ ครั้ง


“นี่ ฉันถามหน่อย ทำไมแกไม่อยากทำงานกับแคธ?”

“………………………………”

“ตอนไปช่วยก็ไม่เห็น...”

“ฉันไม่รู้ว่านั่น...สตาร์ค...”


มัลฟอยเอ่ยออกมาทันที มือหมุนลูกแก้วพยากรณ์เล็กๆ ในมือไปมา เชสเลิกคิ้วเล็กน้อย


“แล้วยังไง...ถ้าแกรู้ก่อน แกจะไม่ช่วยหรือไง?”


เชสเอ่ยถาม นั่นจุดประกายในห้วงความคิดของมัลฟอย ถ้าเขารู้มาก่อนว่านั่นคือเธอ มัลฟอยก็อยากจะรู้ว่าเขาจะตัดสินใจแตกต่างไปจากตอนนี้หรือไม่


“ทะเลาะกันตั้งแต่เด็ก โตขึ้นยังไม่ลืมอีกหรือไง”

“เปล่า”


“เปล่า..ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้น แล้ว...”


มัลฟอยมองหน้าเชสนิ่ง ทำนองว่าเชสถามเขามากไปแล้ว เชสทำหน้าเซ็งไปมา เมื่อไม่ได้คำตอบที่อยากรู้



“แล้วแกจะทำไง?” จัสตินเอ่ยถาม เมื่อมัลฟอยไม่อยากทำงานทั้งปีร่วมกับแคธ

“ครึ่งชั้นปีพากันแย่งแคธเทอลิน ชนิดที่นาทีเดียวก็เอา แต่แกกับปฏิเส ธ ฉันว่าแกอาการหนักแล้วว่ะเพื่อน”


เบลสเอ่ย ก่อนพวกเขาจะพากันหัวเราะ เมื่อมัลฟอยนั้นก็ใช่จะไม่มีผู้หญิง และความเจ้าชู้เงียบของเขาก็รู้กันดี แต่กลับไม่เกิดกับคนสวยๆ แบบนี้ มัลฟอยไม่ได้ร่วมขำไปด้วย นอกจากจะมีสีหน้าครุ่นคิดเท่านั้น



“เห้ยๆๆ ไอ้เดรก ลูกแก้วในมือแก...”


จัสตินร้องและชี้มือมายังลูกแก้วที่มัลฟอยถืออยู่ เขาก้มลงมองมันอย่างแปลกใจ เมื่อกลุ่มควันสีขาวนั้นขุ่นมัวอยู่เต็มลูกแก้วด้านใน ทั้งที่เมื่อกี้มันยังเป็นเพียงลูกแก้วใสๆ เท่านั้น ศาสตราจารย์ทรีลอนีย์รีบเดินเข้ามา นางมองหน้ามัลฟอยผ่านแว่นตาที่ดูตลกนั่นก่อนจะรับลูกแก้วมา



“พ่อหนุ่ม...มีอะไรรบกวนจิตใจเธอใช่ไหม...”

“…………………………..”

“ไม่ใช่เรื่องเดียว แต่หลายเรื่องเอามากๆ”

“…………………………..”

“จำคำฉันเอาไว้ จงเป็นตัวของตัวเอง ทุกการตัดสินใจ...”

“…………………………..”

“เขามาแล้ว...”

“ใคร...” มัลฟอยเอ่ยถาม สีหน้าไม่เชื่อถือศาสตราจารย์ทรีลอนีย์นัก


“คนที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง คนที่เธอและเขาทำกรรมร่วมกันมา ไม่อาจฝืนชะตาได้...”


ศาสตราจารย์ทรีลอนีย์เอ่ยเสียงน่ากลัวขึ้นๆ ก่อนจะปรับเสียงลง และเดินกลับไปสอนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มัลฟอยมองลูกแก้วในมือ เขารู้ว่ามันคือลูกแก้วพยากรณ์ที่บอกอนาคต แต่เขาไม่เคยเชื่อถือในมัน แต่...ใช่ ศาสตราจารย์ก็เดาไม่ผิดเรื่องที่เขามีอะไรในใจ หากแต่...เขาต้องตัดสินใจอะไรล่ะ? ใครที่เขาต้องร่วมชะตากรรมด้วย?



“แกคงไม่เชื่อทรีลอนีย์หรอกนะ” จัสจินเอ่ย และหัวเราะ

“ก็เหมือนตอนที่แกไม่เชื่ออาจารย์เรื่องการบาดเจ็บ แล้ววีสลีย์น้อยก็สาปแกเป็นค้างคาวน่ะเหรอ”


มัลฟอยย้อนหน้าตาย ทุกคนหัวเราะลั่น แต่จัสตินหน้าเหลือสองนิ้ว มัลฟอยส่ายหัวขำเพื่อนหากแต่สีหน้ายังเรียบนิ่ง ไม่ได้บอกว่าเชื่อ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเขาจะไม่รับฟังมัน


_______________________________________________________________________________


ชายป่าต้องห้าม คลาสเรียนสัตว์วิเศษ

มันทำให้แคธประทับใจเมื่อพบว่าแฮกริดยังคงสอนวิชานี้อยู่นับแต่ที่เธอย้ายไป หลังจากสวมกอดกันแล้วแฮกริดก็เริ่มทำการสอนกับบรรดาสัตว์ก่อนที่จะปล่อยเด็กๆ ไปทำความคุ้นเคยกับมันเหมือนทุกครั้ง แคธนั่งแกว่งขาเล่นอยู่บนโขดหินไปมา ซึมซับบรรยากาศเก่าๆ อากาศดีๆ ที่ยังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ ก่อนแฮกริดจะเดินตรงเข้ามาและทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ 


“เป็นยังไงแคธตี้ วันแรกของฮอกวอร์ต?”

“ก็ดีค่ะ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ แต่คงดีกว่านี้...ถ้าคู่ทำงานแคธไม่ใช่มนุษย์น้ำแข็ง”

“มนุษย์น้ำแข็งงั้นเรอะ??” แฮกริดร้องตกใจ

“แคธ...หมายถึงมัลฟอยน่ะ”

“โอ้ เธอได้พ่อหนุ่มนั่นเป็นคู่เรียนสินะ มันก็ไม่แย่หรอก”

“ไม่แย่?!” 

“ก็แบบ...เธอก็น่าจะได้ยินมาบ้าง พ่อหนุ่มนั่นเรียนเก่งหลายวิชา แล้วก็นะ...ฮอตจะตาย สาวๆ คลั่งไคล้ แถมเป็นกัปตันทีมควิดดิช เธอเรียนจบแน่ถ้าทำงานคู่กับเขาเชื่อฉันสิ”


แคธยิ้มแหยๆ ให้แฮกริด พยายามทำใจ เพราะลองถ้าขนาดแฮกริดยังการันตี มันคงไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างที่เธอคิดหรอกมั้ง แต่ตอนนี้แค่คิดว่าจะทำงานยังไงยังยาก เพราะแม้แต่อ้าปากคุยกันพวกเขาก็ยังไม่เคย 


_______________________________________________________________________________




ห้องโถงใหญ่...

แคธเดินมาที่ห้องโถงเพื่อทานอาหารเช้าเพียงคนเดียว และภาพตรงหน้าทำให้แคธแปลกใจเมื่อบรรดาเพื่อนๆ นั่งกระจัดกระจายกันอยู่ในห้องโถงพร้อมกับก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง และเมื่อก้มหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ ก็ร้องออกมา


“ฮะ...นี่พวกเธอเริ่มทำรายงานกันแล้วเหรอ...นั่นก็ด้วย...พวกนั้นก็ด้วย”


แคธร้องพลางมองรอบๆ ตัวที่เต็มไปด้วยกลุ่มปีเจ็ดจับกลุ่มกันทำรายงานเต็มไปหมด


“ก็ต้องเริ่มแล้วสิ เธอรู้ไหมว่ามันใช้เวลาทำมากแค่ไหน”

“สามร้อยหน้ากระดาษนะแคธ แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าแกปล่อยเวลาทิ้งไป”


รอนเอ่ย นั่นทำให้แคธเริ่มกังวล เธอหันมองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอบุรุษผู้เป็นคู่ทำงานของเธอเลยแม้แต่เงา เขาไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทานอาหารเช้าของพวกสลิธิรีนด้วยซ้ำ นั่นทำให้แคธร้อนรน เธอต้องรีบตามหาตัวเดรโก มัลฟอย แล้วลากเขามาทำรายงานให้ได้ อย่าว่าแต่หน้าแรกตอนนี้แม้แต่หัวข้อรายงานเธอก็ยังไม่มีเลย!


_______________________________________________________________________________



ตลอดเวลาระหว่างครึ่งวันแม้วันนี้จะไม่มีคาบเรียนกับสลิธิรีน แต่ว่าแคธก็ใช้เวลาระหว่างเปลี่ยนคาบพยายามตามหามัลฟอยแต่ไม่ว่าจะเป็นคลาสไหนแคธก็ไม่เจอเขาเลย! จนเมื่อเธอเดินลงจากหอคอยสวนทางกับแพนซี่ที่เดินมากับกลุ่มสาวๆ จากสลิธิรีน


“เฮ้....”

“เฮ้....ว่าไง...”

“เธอเพิ่งเลิกเรียนงั้นเหรอ?”

“ใช่ ฉันเพิ่งเลิกเรียนมักเกิ้ลศาสตร์น่ะ เธอมีอะไร?”

“ฉันตามหาคู่เรียนฉันมาตั้งแต่เช้าแล้ว...”


แคธเอ่ยใบหน้าเซ็งจัด แพนซี่พยักหน้าว่าเข้าใจด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ย


“ฉันไม่รู้ว่าเขาไปไหนนะ เขาไม่ได้เข้าเรียนตั้งแต่คาบเช้าแล้ว”

“แล้วเชสล่ะ?”

“คนอื่นๆ เข้าเรียนกันหมด”

“บ้าชิบ...ไม่เป็นไร ขอบใจนะ ฉันไปก่อน” แคธเอ่ยและทำท่าจะเดินไป

“เดี๋ยวก่อน”


แคธหยุดเดินเมื่อแพนซี่ร้องเรียกเอาไว้ก่อน 


“เธอลองไปเช็คที่สนามควิดดิชหรือยัง?”

“สนามควิดดิช?”

“พวกหนุ่มๆ ในทีมชอบไปขลุกซ้อมกันที่นั่นแหละ ปีนี้เดรโกต้องคัดตัวไปเวิร์ดคัพรอบหน้า ฉันคิดว่าเขาอาจจะยุ่งๆ กับการฝึกซ้อมนะ”

แคธพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังสนามซ้อมควิดดิชทันที 


_______________________________________________________________________________


แคธเดินลัดเลาะมาจนถึงสนาม พบพวกผู้ชายที่กลางสนามกำลังเก็บอุปกรณ์และไม้กวาดกันอยู่ แคธเดินตรงเข้าไปทันที และทันทีที่พวกเขาเห็นเธอเสียงผิวปากวี้ดวิ้วแซวก็ดังขึ้น 


“โว้ว...มาหาใครเหรอสตาร์ค”

“ให้ตายเถอะ สวยจริงแม่คุณ”


แต่แคธดูเหมือนจะชินเธอจึงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับคำแซวเหล่านั้น เธอกวาดตามองไปทางนั้นทีทางนี้ที จน ฟลินท์หนึ่งในทีมควิดดิชของสลิธิรีนต้องเอ่ยถามขึ้น



“เธอตามหาใครอยู่สตาร์ค...”

“เอ่อ...ฉัน...”


“………………..”


“มัลฟอย...ฉันตามหามัลฟอยน่ะ พวกนายเห็นไหม?”

“ไอ้เดรกน่ะเหรอ? ซ้อมเสร็จกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล่ะ”

“อยู่ตรงไหน?”


“ทางนั้น”


ฟลินท์เอ่ย แคธมองด้วยแววตาขอบคุณก่อนจะออกเดินไป

 


“มาคัสแกบ้าหรือไง บอกไปแบบนั้น เกิดเปิดไปมันแก้ผ้าอยู่ทำไงวะ?”

“อันนี้แล้วแต่มันแล้วว่ะ ส่งของอร่อยไปให้ขนาดนี้แล้ว”



ก่อนที่พวกนั้นจะหัวเราะกันเป็นที่สนุกสนาน เมื่องานประเคนสาวๆ ให้มัลฟอยเพื่อเอาใจนั้นเป็นของถนัด

_______________________________________________________________________________



แคธเดินเข้ามาในส่วนตัวปราสาทที่ถูกแยกออกมาสำหรับทีมควิดดิชที่กำลังจะทำการลงแข่ง เธอเดินหาอยู่สักพักเธอก็เจอห้องของบ้านสลิธิรีนแต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลับพบแต่ความเงียบ ไม้กวาดด้ามหรูถูกพาดไว้บนม้านั่งพร้อมกับผ้าขนหนูสำหรับเช็ดผม หากแต่ไม่พบตัวผู้ที่เป็นเจ้าของ แคธถอนหายใจ ถอดใจแล้ววันนี้ในการตามหาคู่เรียนของเธอ หันหลังจะเดินกลับออกไป ทะว่าร่างของเธอกลับปะทะเข้ากับแผ่นอกหนาจนพาเอาเซแทบล้ม ถ้าไม่เพราะถูกสองมือคว้าไหล่เอาไว้ได้


“!”

“………………..”

“………………..”


ราวกับต้องมนต์สะกด เมื่อถูกจ้องด้วยดวงตาแสนมีอำนาจนั่น จ้องเธอจนทะลุปรุโปร่งราวกับอ่านใจคนได้ ไม่รู้เพราะสีที่แปลกตาหรือดวงตาที่ดูไม่หวั่นเกรงผู้ใดของเขากันที่สะกดเธอได้ สมองของเธอนั้นว่างเปล่า ผมที่เปียกเหงื่อไปทั้งหัวพาให้ดูเป็นมาดนักกีฬาเต็มขั้น ริมฝีปากได้รูปนั้นแดงจัดแต่ก็ปิดสนิทแน่นยามเมื่อจ้องใบหน้าแม่ตัวเล็กตรงหน้า แคธเริ่มพ่ายแพ้ให้กับเกมส์จ้องตานี่ เธอหลบสายตาลงต่ำทันที หากแต่สิ่งที่พบกลับเป็นกล้ามทองซิคแพ็คของเขาที่เกาะพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ ร่างกายแบบนักกีฬากำยำที่เพิ่งผ่านการเล่นกีฬาอย่างหนักหน่วงมาหมาดๆ แคธดันตัวเขาออกตกใจ ไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าเขาไม่ใส่เสื้อ หนีไปยืนอยู่มุมหนึ่งก้มหน้านิ่ง ใบหน้าขาวนั่นขึ้นสีจัด

มือหนาเอื้อมไปหยิบเสื้อยืดสีขาวขึ้นมาสวม ก่อนจะยืนกอดอกและพิงล็อคเกอร์มองคนตัวเล็กกว่า เขายังสวมกางเกงหนังสีเขียวเข้มสำหรับเล่นควิดดิชของบ้านสลิธิรีนอยู่ด้วยซ้ำ แคธเหลือบตาขึ้นมอง คิ้วคมของเขาเลิกสูงขึ้นเล็กน้อยราวกับตั้งคำถามถึงการมาของเธอ


“ฉันจะมาคุยกับนายเรื่องรายงาน...”

“……………………….”

“ฉัน...”

“ฉันไม่ว่าง”


เสียงเรียบเย็นชาเอ่ยตัดบท แคธมองหน้าเขา เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ?


“แต่นายต้องทำรายงานกับฉัน และฉันไม่ยอมทำคนเดียวแน่ๆ”

“ฉันต้องซ้อมควิดดิช”

“นายเป็นกัปตันทีมใครจะกล้าว่านาย”


เขามีสีหน้าแปลกใจ กลับมาไม่เท่าไหร่ รู้แล้วหรือไงว่าเขาอยู่ในสถานะไหนของทีม เดาว่าคงมีคนพูดเรื่องของเขาให้เธอฟังมาไม่น้อยเลยทีเดียว มัลฟอยยืดกายขึ้นเดินมาหยิบผ้าขนหนูเตรียมตัวไปอาบน้ำแล้วเข้าเรียนให้ทันช่วงบ่ายโดยเพิกเฉยแคธที่ยืนอยู่ แคธเหลืออดเธออ้อมมาดักหน้าเขา


“นายต้องไปทำรายงานกับฉัน” 


เธอเอ่ยรัวเร็ว ราวเด็กเอาแต่ใจ มัลฟอยก้มลงมองหน้าเธอ


“………….….”

“ถ้านายต้องซ้อมนั่นมันปัญหาของนาย เลิกเรียนเย็นนี้นายต้องไปหาฉันที่ห้องสมุด”


เธอเอ่ย ราวกับไม่รู้ว่าไม่เคยมีใครสั่งเดรโก มัลฟอยได้ แม้แต่ลูเซียส มัลฟอยยังยาก


“ถ้า...ถ้านายไม่ไปฉันจะฟ้องมักกอลนากัล”


เธอเอ่ยโดยไม่ปล่อยช่องว่างให้เขาปฏิเสธได้เลย หากแต่เขาก็ยังนิ่งเฉย จ้องเธอนิ่ง


“ฉัน...ฉันฟ้องจริงนะ...” เธอเอ่ยหน้างู่งี่ น้ำเสียงราวเด็กที่กำลังพ่ายแพ้อย่างบอกไม่ถูก

“หมดธุระหรือยัง...”

“ยัง!”


ได้...ถ้าเธอยืนกราน มัลฟอยไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เขาถอดเสื้อออกทันควันเตรียมตัวไปอาบน้ำ แคธหน้าแดงจัด ตาบ้านี่! เธอกระแทกกายมัลฟอยให้หลบให้พ้นทางเธอก่อนจะรีบเดินออกไปนอกห้องเปลี่ยนเสื้อทันที  มัลฟอยมองตามนิ่ง เขาพาดผ้าขนหนูบนไหล่ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป


_______________________________________________________________________________



นอกห้อง...

แคธยืนจับหัวใจตัวเอง ใจเต้นแทบระเบิดออกมา บอกไม่ถูกว่าเพราะสายตาน่ากลัวนั่นหรือหุ่นของเขากันแน่ที่ทำให้เธอใจไม่เป็นระส่ำขนาดนี้ แต่กระนั้นก็ยังนึกโมโหในใจ ที่เขานั้นช่างทำหน้าตาเรียบนิ่งเย็นชาเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ตลอดเวลา ก่อนจะรีบเดินออกไปด้านนอก กลับไปเตรียมตัวสำหรับคาบบ่ายของเธอโดยได้แต่หวังว่ามัลฟอยจะมีความรับผิดชอบและมาตามนัด


_______________________________________________________________________________



มัลฟอยอาบน้ำเสร็จออกมา เขาก็พบบรรดาเพื่อนๆ และรุ่นน้องของเขาที่เดินเข้ามาเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน พวกนั้นมองซ้ายมองขวาจนมัลฟอยต้องเอ่ยถาม เมื่อพวกมันทำราวกับหาอะไรบางอย่าง



“พวกแกมองหาอะไรกัน?”

“เอ้า ก็เมื่อกี้เห็นสตาร์ค...”


มัลฟอยมีสีหน้าเอาเรื่องขึ้นมา นึกรู้แล้วว่าทำไมเธอหาเขาเจอ เจ้าพวกนี้นี่เอง



“แหม...ส่งชิ้นเนื้อเข้าปากเสือให้ขนาดนี้ ไม่ขอบใจหน่อยเหรอวะ”

“ฉันไม่ได้ทำอะไร”

“หา? แกไม่ได้ทำ...เป็นไปได้ไงวะ หายเข้ามาตั้งนาน”


ฟลินท์หันไปหัวเราะกับคนอื่น เห็นสวยๆ ที่ผ่านมา พญามัจจุราชอย่างมัลฟอยก็กำราบเรียบหมด แล้วเหตุใดคนนี้จึงรอดกรงเล็บมังกรของเขาไปได้กัน


“ฉันแค่โดนจับคู่เรียนด้วย...”

“คู่เรียนแน่ป่าว...ไม่ใช่เหมือนสาวคนก่อนหน้า และก่อนหน้า และก่อนหน้า ที่กลายมาเป็นคู่นอนนะเว่ย”


ป้าบ! มัลฟอยสะบัดผ้าขนหนูในมือใส่หัวฟลินท์


“เงียบปากไปเลย แล้วอย่าให้รู้ว่าคิดอะไรแบบนี้ในหัวอีก”


ฟลินท์ไม่โกรธ คลำหัวตัวเองที่โดนตีป้อยๆ นึกขำด้วยซ้ำ ปกติชอบจะตายไอ้เรื่องแบบนี้ เกิดจะมาปฏิเสธสาวโคตรสวยอย่างแคธเทอลิน จะว่าตอนซ้อมมัลฟอยตกไม้กวาดหัวกระแทกก็ไม่น่าใช่ 


_______________________________________________________________________________



ตกเย็นหลังเลิกเรียนแคธรีบพาตัวเองไปยังห้องสมุด เธอเดินตามชั้นหนังสือเพื่อหาว่ามีหนังสืออะไรที่น่าสนใจและพอจะมาเป็นหัวข้อของรายงานได้บ้างไปเรื่อยๆ ระหว่างรอเวลาให้พ่อคู่เรียนเธอเดินทางมาถึง

เวลาผ่านไปพักใหญ่ แคธยกนาฬิกาในมือขึ้นมอง หนึ่งทุ่มตรง บ้าชิบ! นี่เธอรอเขามาถึงสองชั่วโมงแล้วเหรอ!? นี่มันนานเกินไปแล้วนะ หากแต่แคธก็คิดว่าเขาคงติดซ้อม เธอจึงเริ่มนั่งอ่านหนังสือรอไปเรื่อยๆ เพื่อคั่นเวลา ก่อนจะผลอยหลับไปในห้องสมุดนั้นเอง...


“คุณสตาร์ค...คุณสตาร์ค...”


เสียงเรียกชื่อเธอนั้นดังขึ้น ก่อนร่างบางจะโดนเขย่าเบาๆ จนเธอสะดุ้งตื่นขึ้น เป็นมาดามเมอร์กิ้นบรรณารักษ์ของห้องสมุดนั่นเองที่ปลุกเธอขึ้นมา


“มาดามเมอร์กิ้น...”

“มานอนอะไรตรงนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก...”

“เอ่อ คือ...แคธมารอเพื่อนทำรายงาน คงอ่านหนังสือแล้วเผลอหลับไปน่ะค่ะ ถ้ายังไงมาดามเข้านอนก่อนก็ได้นะคะ ออกจากห้องสมุดแคธจะปิดไฟให้”

“เข้านอนอะไรกันคุณสตาร์ค...นี่มันเช้าแล้วนะ...”

“อะไรนะคะ...” เธอถามเสียงเบา

“นี่มันเช้าแล้วจ้ะ แล้วคาบแรกของพวกเธอจะเริ่มในอีก 1 ชั่วโมงนี้แล้วด้วย เธอน่ะ นอนหลับที่นี่มาทั้งคืนเลยนะ ดีแค่ไหนแล้วฟิลซ์ไม่มาเจอเข้า”


แคธตกใจ นี่เธอนอนอยู่ที่ห้องสมุดทั้งคืนงั้นเหรอ!? นั่นก็หมายความว่า...ไม่มา...มัลฟอยไม่ได้มาตามนัด! ใบหน้าขาวนั่นมีสีหน้าดูโกรธขึ้นมา ปากบางเม้มแน่น เขาทิ้งให้เธอนอนรออยู่ที่ห้องสมุดทั้งคืน ทำไมเขาถึงได้เป็นคน...

เธอหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้มาดาม เมื่อมาดามจ้องมองอาการโกรธขึงของเธออย่างแปลกใจ ก่อนจะเก็บของบนโต๊ะที่เตรียมมาเพื่อทำรายงานและลุกออกจากห้องสมุดไป


_______________________________________________________________________________



แคธเดินกลับมาที่หอกริฟฟินดอร์เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ก่อนไปเข้าเรียน และเมื่อเข้ามาด้านในเพื่อนๆ ของเธอก็เหมือนจะเตรียมตัวไปเรียนวิชาปรุงยาของเสนปกันหมดแล้ว


“อ้าว...ยัยแคธ...เมื่อคืนหายไปไหนมา ไม่เห็นกลับมานอนที่ห้อง” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยอย่างเป็นห่วง

“ฉันไปห้องสมุดน่ะ...ฮัดชิ้ววว”


เธอเอ่ยและเผลอหลุดจามออกมา สูดน้ำมูกเบาๆ อย่างรู้สึกแสบๆ จมูกขึ้นมา


“แกอยู่นั่นทั้งคืนเลยเหรอ” รอนเอ่ยถาม

“ก็คงไม่ต้องอยู่ทั้งคืนหรอก ถ้าคู่เรียนฉันโผล่ไปไม่ทิ้งให้ฉันนอนรออยู่ที่นั่นทั้งคืน”


แคธเอ่ยน้ำเสียงโกรธเคือง ใบหน้าเล็กๆ ปากยื่นปากยาวอย่างไม่พอใจ


“ไอ้มังกรมันไม่ไปทำรายงานกับแกเหรอ...” 


แฮร์รี่เอ่ยถาม แคธจึงส่ายหัว ก่อนจะเดินขึ้นไปอาบน้ำ เตรียมตัวออกไปเรียนปรุงยาให้ทัน บรรดาเพื่อนๆ มองตามแผ่นหลังของเธอที่ขึ้นบันไดไป


“เดรโกนี่จริงๆ เลย” เฮอร์ไมโอนี่บ่น

“เจอหน้าต้องด่า กล้าดียังไงให้แคธไปรอแบบนั้น” รอนบ่น

“อย่าเลยน่า แกคงไม่อยากกลับไปตีกับมันแบบตอนเด็กๆ หรอกนะ เดี๋ยวฉันลองคุยกับแพนซี่ดู ว่าพอจะทำยังไงได้มั่ง ขึ้นชื่อว่าเดรโก มัลฟอย เคยมีใครขัดใจทีไ่หน...”


แฮรี่เอ่ย ก่อนพวกเขาจะพากันเดินออกไปที่โรงอาหาร ทานข้าวเช้าก่อนไปเรียนคาบแรก


_______________________________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

129 ความคิดเห็น

  1. #15 Colorberry (@Colorberry) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 09:04
    ชอบอ่าไรท์ เขียนดีมากค่ะ
    #15
    1
    • #15-1 Yveshann (@Yveshann) (จากตอนที่ 2)
      27 พฤษภาคม 2562 / 11:12
      ขอบคุณมากนะค้า มีกำลังใจปั่นต่อออ ฮึบๆ :3
      #15-1
  2. #6 Tearinshy (@SunDashine) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 19:55
    เดี๋ยว* ไม่ใช่ เดี๊ยว นะคะ แงงงง เนื้อเรื่องภาษามาดีแล้ว คำผิดนิดเดียวเองงง
    #6
    1
    • #6-1 Yveshann (@Yveshann) (จากตอนที่ 2)
      19 พฤษภาคม 2562 / 20:13
      ขอบคุณนะคะ แก้ไขให้แล้ว
      บอกตรงๆ ว่าคำนี้ เขียนผิดมาทั้งชีวิตค่ะ 5555

      :"3
      #6-1
  3. #3 inkmss_ (@I_mIN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:46
    ป่วยแน่ๆ หนูเอ้ยยยย เดรโกใจร้ายชะมัด..
    #3
    1
    • #3-1 Yveshann (@Yveshann) (จากตอนที่ 2)
      27 พฤษภาคม 2562 / 00:36
      ขึ้นชื่อว่าเดรโก ต้องร้ายหน่อยค่า :P
      #3-1