Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,256 Views

  • 56 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    182

    Overall
    2,256

ตอนที่ 6 : ACT 1 View what i want :4 ผู้มาใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

               ถัดไปจากวันที่ฝึกร่ายเวทย์มาจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาแล้ว 2 สัปดาห์ด้วยกัน ตอนนี้ผมกำลังฝึกละการร่ายอยู่ละ พังเหมือนง่ายนะ แต่การที่ต้องจินตนาการอะไรหลายๆอน่างพร้อมกัน ทำให้สับสนใช้ได้เลยละ หลักการของละการร่ายแบบจำง่ายๆ คือ เปลี่ยนจากปกติที่ใช้บทร่ายมาช่วยให้เห็นถาพของเวทย์ มาเป็นจินตนาการภาพของเวทย์ให้ชัดเจนที่สุดเท่าทีจะเป็นไปได้ ถ้าชำนานจะสามารถเรียกเวทย์ออกมาได้โดยไม่ต้องร่ายออกมาซักคำเลยละ แต่ตอนนี้ผมทำได้แค่ระดับ ที่พูดชื่อเวทย์ขึ้นมาเท่านั้น


“แต่ว่า อีก 5 ปีงั้นเหรอ จริงอยู่ที่เราอยากออกตามหาพ่อหนะ อืมมม”(เคียร์)


ในวันนั้นผมแอบไปได้ยินเข้าหนะ ไม่ดีเลยนะเนี้ย แอบฟังผู้ใหญ่คุยกัน แต่


“พอ ถึงเวลาตอนนั้น เราจะพร้อมออกไปที่โลกข้างน้อกนั้นไหมนะ”(เคียร์)


เอาตรงๆเลยผมกลัวพอสมควรเลยละ ข้างนอกนั้นจะเป็นยังไง โหดร้ายขนาดไหนกัน เพราะผมเคยชินกับความสุขสบายไงละ ไม่เคยฆ่าตัวอะไรนอกจากยุงแล้วก็แมลงสาป เอ่อหมายถึงตั่งใจฆ่าอะนะ


“ถึงจะกลัวอยู่ก็ถอะ แต่ก็อยากรู้สักหน่อยแหะว่าเราตอนนี้จะทำอะไรได้บ้าง”(เคียร์)


เอาละมาดูเวทย์ทีผมพอจะใช้เป็นกันเถอะ ก่อนอื่นก็เริ่มจากเวทย์ที่ชอบและก็ใช้บ่อยที่สุดก่อนละกัน

เวทย์ธาตุบริสุธิ์ คิเนซิส เวทย์ที่ทำให้เราหยิบจับสิงขอขึ้นมาได้โดยใช้พลังเวทย์แทนละ สะดวกดีเวลาอ่านหนังสือละ เพราะถือนานๆก็เมื่อยมือใช่เล่นเลยละ

ถัดมาก็เวทย์ธาตุลม อิมแพค เวทย์ที่สร้างคลื่นลมออกไปกระแทกเป้าหมาย สดวกมากเวลาจะออมมือ(?)เพราะเป็นเวทย์ที่ง่ายมากในการปรับความรุนแรง

ต่อมาก็เวทย์ธาตุน้ำ อควาบูลเล็ต เวทย์นี้เป็นเวทย์ที่มีความหลากหลายในการใช้มาก จากการปรับแรงดันของกระสุนน้ำและขนาด สามารถทำให้เล็กแต่มีแรงดันสูงและเร็วจนเจาะหินหนาๆให้เป็รรูได้ง่ายๆ รึจะลดแรงดันเพื่อทำให้แค่เกิดแผลฟกช้ำก็ได้

อ่อแล้วก็ การสัมผัสถึงจิตรคราวที่แล้วเนี้ย พอลองไปถามแม่ว่าทำถูกไหม แม่ก็ตอบมาว่า


“มันก็ไม่ได้ถูก แต่ก็ไม่ได้ผิดหรอกนะจ๊ะ”(แม่)


“เห๊ะ แล้วที่ถูกคือทำยังไงละแม่ แต่วิธีนี่ก็ใช่เวทย์ได้เหมือนกันนี่”(เคียร์)


“ใช่แล้วละมันใช่ได้ละนะ แต่ร่างกายจะรับภาระมาเกินไป ที่ลูกพึ่งใช่ไปคือการจินตนาการให้จิตอยู่ทัวร่างกายใช่ไหมจ๊ะ วิธีการนั้นมีแค่เผ่ามุนษย์สัตว์ที่ทำได้เท่านั้นแหละนะเรียกว่า ‘กายจิตหลอหลอม’ เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายชั่วขนาดและ เพิ่มความสามมารถเฉพาะของเผ่าให้ดียิ่งขึ้น”(แม่)


“แล้ว วิธีปกตินี่ . . . . อ่อ จินตนาการเฉพาะส่วนที่จะใช้เวทย์ใช่ไหมแม่”(เคียร์)


อ่าๆ ก็เป็นแบบนี้นั้นแหละ พอหลังจากรู้ตัวว่าใช้ จิตหล่อหลอมค้างไว้ อยู่ๆก็รู้สึกว่าร่างกายมันหนักๆ แล้วก็ร่วงลงไปกับพื้นทั้งแบบนั้นเลยละ แหะๆๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนสายของอีกวันแล้ว แต่ก็ได้รู้อะไรขึ้นมาอีกอย่างละ คือถ้าเกิดเราจินตนาการให้จิตไปอยู่ส่วนไหน ส่วนนั้นก็จะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นแถม ไม่ค่อยเหนื่อยด้วยละ


“ลองไปหาตาลุงดูดีกว่าเผื่อว่าจะพอมีอะไรให้ทำบ้าง”(เคียร์)


ก่อนไปก็อย่าลืมของแม่ออกไปนอนบ้านละ แม่ก็อนุญาตด้วยละ แถมยังอนุญาตให้ออกไปล่าได้ด้วยละ ถ้าตาลุงแกจะออกไปหาวัตถุดิบทำอุปกรณ์เวทย์ละนะ แต่ให้อนุญาตให้เด็ก 5 ขวบออกไปล่าได้เหมือนกับขอออกไปเล่นนี่ ดูท่าอยากจะรีบให้เราเก่งขึ้นจริงๆละนะ แม่ก็คงคิดถึงพ่อเหมือนกันละสิท่า ระหว่างคิดไปก็เดินมาถึงห้องสมุดของตาลุงพอดี เลยเดินเข้าไปหาในห้องวิจัย อ่อ แล้วก็ ตาลุงแกอนุญาตให้เข้ามาในห้องวิจัยได้แล้วละนะ


“หวัดดีตาลุง มีอะไรให้ทำแก้เบื่อไหม”(เคียร์)


“เห็นลุงเป็นของเล่นแก้เบื่อรึไง ยัยหนู”(ลุงกริฟ)


“แล้วจะให้ทำอะไรละ อ่านหนังสือต่อเหรอ ก็ชอบอ่านอยู่หรอก แต่ให้ขลุกอยู่กับหนังสือแช้วไม่ออกจากบ้านซักสองอาทิตย์ ก็คงได้สติแตกกันพอดี”(เคียร์)


“เฮ้ออ ช่างมันๆ แล้วมานี่ขอแม่มาแล้วเหรอ”(ลุงกริฟ)


“อนุญาตแล้วละ แล้วแม่บอกมาว่า ถ้าลุงจะออกไปล่าวัตถุดิบทำอุปกรณ์เวทย์ก็ให้ตามไปได้ด้วยละ”(เคียร์)


“โอเค เข้าใจแล้วๆ หยุดทำท่าถูมิใจพร้อมกับหน้าปลาตายนั้นได้ไหมขอละ”(ลุงกริฟ)


เอ่อ ผมก็พยายามทำอะไรกับไอ้หน้าปลาตายอยู่นะ แต่ก็จนปัญญาเหมือนกันนั้นแหละ


“ลุงสอนทำอุปกรณ์เวทย์ตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้นะ ว่างสุดๆไปเลยละ”(เคียร์)


“ก็นะมันมีเหตุผลหลายอย่างอยู่ละนะ ที่ต้องสอนหลังหมดฤดูพายุหิมะ”(ลุงกริฟ)


“เหตุผล . .เหรอ”(เคียร์)


“อย่างแรกเลยคือ วัตถุดิบไม่พอละนะ แถมต้องใช้ปริมาณมากอีกด้วย แถมวันนี้ก็เป็นวันแรกที่เริ่มล่ากันละนะ”(ลุงกริฟ)


“แล้ว อีกเหตุผลละ”(เคียร์)


“ช่วงหมดฤดูมันเป็นเวลาเดียวกันกับช่วงเปิดคลาสสอนหนะ ไม่ได้มีเธอมาเรียนคนเดียวหรอกนะ”(ลุงกริฟ)


“นึกว่าลุงจะมาเป็นอาจารย์ส่วนตัวให้ซะอีก”(เคียร์)


“อะไรกันๆ ติดใจตาลุงแก่ๆคนนี้เหรอ”(ลุงกริฟ)


“ปล่าวซักหน่อย ก็แค่ สนิทกับลุงมากที่สุดรองลงมาจากแม่เท่านั้นเอง แล้ววันนี้จะออกไปล่าสินะ ขอตามไปด้วยสิ”(เคียร์)


“ถึงแม่เธอจะอนุญาตแล้วก็เถอะ แต่มันยังอันตรายอยู่นี่สิ”(ลุงกริฟ)


“เอาเหอะน่า ผมดูแลตัวเองได้นะ ไม่ต้องห่วงๆ”(เคียร์)


“เฮ้ออ ห้ามไปก็เท่านั้นสินะ เอาละน่าจะได้เวลาแล้วละ”(ลุงกริฟ)


“เอ๊ะ? เวลาอะไรเหรอ”(เคียร์)


พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมกับคนสองคนที่เข้ามาในห้อง คนหนึ่งเป็นชายตัวใหญ่ มาดเข้มดูมีอายุพอสมควรมีหนวดเล็กน้อย สูงเกือบๆ สองเมตรละมั้งมีผมสีออกโทนน้ำตาลค่อนไปทางแดง เห๊ะมนุษย์เหรอ? กับผู้หญิง หน้าตายังสาวอยู่เลยแต่บรรยากาศรอบๆเหมือนอยู่มาร่วมร้อยปียังไงไม่รู้ เดียวสิหูแหลมๆนั้นเอลฟ์เหรอ


“นี่ๆ กริฟคุณหนูน่ารักคนนั้นเป็นใครเหรอ แนะนำให้รู้จักหน่อยสิ”(คุณเอลฟ์?)


“โฮ้ยๆ กริฟๆ นี่แกรู้จักกับเด็กน่ารักแบบนั้นไม่แปลกเกินไปเหรอ คงไปอุ้มมาจากที่ไหนซักที่ละมั้ง ฮ่าาา”(ชายตัวใหญ่?)


“มุนษย์ กับ เอลฟ์งั้นเหรอ ?”(เคียร์)


“ไม่ใช่หรอกจ้า หนูน้อย ไอ่หมอนี่เป็นพวกโอนิหนะ”(คุณเอลฟ์)


“ฮ่าๆ พอดีเมื่อก่อนตอนไปทำภารกิจให้กิลลุงพลาดท่าเข้าหนะ น่าอายจริงๆเลยน้า ส่วนเขาหักไปแล้ว แต่ก็ช่างมันเถอะ ฮ่าาา”(ชายตัวใหญ่)


“ยังร่าเริงไม่เปลียนไปเลยนะ ทั้งสองคน ขอแนะนำให้รู้จักนะ ไอ้บ้ากล้ามเผ่าโอนินั้นมีชื่อว่า โคจุน”(ลุงกริฟ)


“เฮ้ยๆ ไม่ได้บ้ากล้ามโว้ย แค่มีม่ตั้งแต่เกิดก็เท่านั้นเอง”(ลุงโคจุน)


ๅแล้วตาลุงก็เมินที่ลุงโคจุนพูดแล้วแนะนำต่อ


“ส่วนเอฟ อายุ(โคตร)เยอะแต่หน้ายังสาวนั้นคือ เซเลนิก้า”(ลุงกริฟ)


“ช่วยทำอะไรซักอย่างกับไอ้การพูดอะไรตรงเกินไปแบบนั้นซักทีได้ไหม ถ้าไม่อย่ากเป็ยปุ๋ยไปซะก่อนละนะ ไม่ต้องไปสนนะจ๊ะหนูน้อย อ่อ แล้วก็นะ เรียกพี่สาวสั้นๆว่า เซลนี่ ก็ได้จ้า”(พี่เซลนี่)


อืม จะบอกว่าผมชินกับตาลุงแล้วละนะ เหอะๆ สำหรับคุณเซเลนิก้าเนี้ย รู้สึกว่าถ้าไม่เรียกว่าพี่เซลนี่ละก็ คิดว่าชีวิตตัวเองจะไม่ยืนเลยแห๊ะ


“และก็นี่คือ ยัยหนู เคียร์ ลูกของยัยแคลร์ไงละที่เคยเล่าให้ฟัง”(ลุงกริฟ)


“คราเนียร์ ฮะ เรียกสั้นๆว่าเคียร์ ก็ได้คับ”(เคียร์)


“โอ้ๆ สาวทอมบอยของแท้ละ นึกว่ามีแค่ในตำนานซะอีก”(ลุงโคจุน)


“แหมๆ อย่างงี้เรื่องราวของท่านผู้กล้ารุ่นแรกที่เขียนไว้ก็เป็นเรื่องจริงหนะสินะ”(พี่เซลนี่)


“ห๊ะ ? ขนาดนั้นเลยเหรอ?”(เคียร์)


“ถ้างั้นก็ . . .”(พี่เซลนี่)


พี่เซลนี่เดินมาใกล้ๆผมแล้วจากนั้นก็


“เอากลับบ้านได้ไหมคะ ?”(พี่เซลนี่)


คนๆนี้อันตรายจริงๆด้วย พอผมกำลังจะหนีก็โดน

พี่เซลนี่กอดเอวเอาไว้จากทางด้านหลัง


“อึก!!”(เคียร์)


“ไม่ให้หนีไปหรอกคะ พี่สาวอยากได้หนูเคียร์ไปเป็นหมดนข้างเย็นนี้ละค่าาาา หุๆๆๆๆๆ”(พี่เซลนี่)


น่ากลัววววว!!! น่ากลัวโคตรๆ คุณเอลฟ์คนนี้โคตรอันตรายเลย แถมไม่ว่าจะออกแรงเท่าไหรก็ดินไม่หลุดเลย แถมใช้ จิตหล่อหลอม แล้วยังไม่หลุดเลยด้วยยยย!!


“เห๋ ทั้งๆที่ตัวแค่นี้ก็ใช้เจ้านั้นได้แล้วเหรอ ยิ่งอยากได้เข้าไปใหญ่เลย เหอะๆๆ”(พี่เซลนี่)


“กริ๊ดดดดดด ไม่ๆๆๆ ปล่อยไปหนูน้าาา ยัยพี่เอลฟ์หื่นกามม!!”(เคียร์)


ตาลุงช่วยชั้นด้วยยย !! เอะตาลุงหยิบหนังสือเล่มใหญ่มากๆมาด้วยสีหน้าเหมือนหงุดหงิดสุดๆ แล้วก็

โป๊กกก!!


“อ๋าาาา เจ็บๆๆๆ นี่กริฟรุนแรงกับสาวน้อยแบบนี้ไม่ดีน้าา”(พี่เซลนี่)


“เลิกไรสาระได้แล้วยัยเอลฟ์สูงอายุ รีบๆมาพูดธุระกันสักที ก่อนที่ความอดทนของผมจะหมดลง”(ลุงกริฟ)


เหวอๆ พึ่งเคยเห็นตาลุงแก หงุดหงิดขนาดนี้ครั้งแรกเลยแหะ เมื่อกี้ผมก็เผลอหลุดพูดแบบเด็กผู้หญิงด้วยแห๊ะ เฮ้ยร่างกายเปลียนความคิดก็เปลียนเหรอ ต้องระวังแล้วไม่งั้นความเป็นชายของผมก็หายไปหมดหนะสิ เพื่อความปลดภัยผมไปหลบอยู่หลังตาลุงก่อนละกันนะ


“นี่กริฟ ทำไมหนูเคียร์ถึงดูสนิทกับนายจังเลยละ”(พี่เซลนี่)


“เอาละเรามาพูดถึงเรื่องการล่าในปีนี้กันเถอะ”(ลุงกริฟ)


อ่าคุณพี่เซเลนิก้าผู้น่าสงสาร โดนตาลุงเมินโดยสมบูรณ์เลยแหะ


E- ND

:4

ก่อนเริ่มการล่าและผู้มาใหม่












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #3 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 09:42

    เจอของแสลงแล้วสินะหนูเคัยร์

    #3
    0