Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,258 Views

  • 56 Comments

  • 109 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    184

    Overall
    2,258

ตอนที่ 5 : ACT 1 View what i want :3 เพราะเวทย์นั้นไม่ง่ายอย่าที่คิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

                 “เอาละเราจะมาฝึกร่ายเวทย์กันจ้า เตรียมตัวเตียมใจมาพร้อมรึยังเอ่ย”(แม่)


ถัดจากเมื่อวาน วันนี้ก็เป็นวันที่ต้องฝึกการร่ายเวทย์ละนะ เพราะว่าเมื่อวานก่อนกว่าจะฝึกสัมผัสจิตจบก็ดึกมากแล้วเลยต้องรวบยอดมาวันนี้ทั้งหมด แต่ที่คาใจอยู่ก็คือ


“นี่แม่ ทำไมเราต้องออกมาข้างน้อกด้วยละ มันหนาวหน่อยๆนะเนี้ย”(เคียร์)


“มันจำเป็นสำหรับการฝึกแบบรวบรัดนะจ๊ะ”(แม่)


ไม่น่าบอกแม่ก่อนนอนเมื่อวานเลยว่าอยากฝึกแบบรวบรัด ให้ตายสิ ก็จริงอยู่ที่จิ้งจอกหิมะทนความหนาวได้ดีมาก ถึงขนาดที่ว่าเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเดินเล่นได้ในพื้นที่ที่อุณหถูมิ -20 องษาได้สบายๆ แต่ว่า วันนี้หนะเป็นวันเริ่มต้นฤดูนรกแห่งความเย็น ที่ความหนาวจะอัพขั้นขึ้นไปอีก ใช่ วันเริ่มต้นฤดูพายุหิมะไงละ อุณหภูมิอย่างต่ำก็ ประมาณ -48 องษา ถึง -50 เลยละ แต่ถ้าใส่เสื้อกันหนาวละก็จะไม่มีปัญหาเรื่องความหนาวเลยสักนิด แต่ปัญหาคือ


“ที่ให้ออกมาทั่งชุดนอนนี่ก็อยู่ในการฝึกด้วยเหรอแม่”(เคียร์)


“ใช่จ้า”(แม่)


เอาจริงดิ นี่มันนรกสุดๆเลย ไอ่ฝึกรวบรัดเนี้ย


“แล้วเราจะต้องฝึกอะไรมั่งละแม่”(เคียร์)


“ก่อนอื่นก็ลองร่ายเวทย์ประกายแสงก่อนละกัน”(แม่)


“เวทย์ประกายแสง ขอตัวอย่าง พลีสส”(เคียร์)


“งั้นแม่จะทำให้ดูแค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะลูก จับตาดูดีๆละ”(แม่)


เอ๊ะ!! ครั้งเดียวเหรอ รวบรัดไปแล้ว จากนั้นแม่ก็แบมือออกไปด้านหน้าแล้วเริ่มร่ายบทเวทย์


“จงเติมเต็มแสงสว่าง ในพื้นที่อันมืดมิด:ไลท์”(แม่)


อะเวทย์บทนี้นี่เองชื่อเวทย์ประกายแสงเหรอ แต่รู้สึกที่แม่ร่ายจะแตกต่างจากในหนังสืออยู่นะ พอสิ้นเสียงพูด ที่มือของแม่ ก็มีก้อนแสงสว่างกลมๆขนาดเท่าฝ่ามือ ลอยออกมา สวยจัง แถมไม่ร้อนเลยด้วย


“ไหนลองทำดูสิลูกแม่ ก่อนอื่นเริ่มต้นจากตั้งสมาธิ”(แม่)


เอาละ เราลองพยายามมั่งดูดีกว่า เริ่มตนจากสมาธิสินะ สมาธิ อืมมมมม ไม่มีสมาธิเลย เพราะอะไรหนะเหรอ


“หนาว!! หนาวเกินไปแล้ว แบบนี้ แบบนี้!! ก็ตั้งสมาธิไม่ได้หนะสิ”(เคียร์)


“ใช่แล้วละ หนาวขนาดนี้ การตั้งสมาธิให้ได้มันลำบากมากเลยละนะ ส่วนจะตั้งสมาธิได้ไหม นั้นก็เป็นเรื่องที่ลูกต้องไปแก้ปัญหาเองยังไงละ”(แม่)


แน่นอนว่าการจะร่ายเวทย์ให้ได้นั้นต้องอาศัยสมาธิ แล้วถ้าเกิดว่าเราอยูในสถานการที่หน้าสิ่วหน้าขวาน แล้ว การตั้งสมาธิก็ยากขึ้นไปอีกเท่าตัว เพราะฉนั้นการฝึกแบบรวบรัดหมายถึง


“การฝึกสมาธิในสถานการคับขันสินะ”(เคียร์)


“อาร่า หัวไวสมกับเป็นลูกแม่แน่นอนจ้า ว่าถ้าฝึกไม่ได้ไม่อนุญาติให้เข้าบ้านนะ”(แม่)


แหะๆ ผมถึงกับยิ้มแห้งออกไปเลยละ มันคือการฝึกนรกไม่เรียกว่าฝึกแบบรวบรัดแล้ว แบบนี้ ฮึ้ยย!! ต่อให้กัดฝันก็ต้องทำให้ได้ ผมเริ่มหลับตาลง ตั้งสมาธิ หนาวววว!! ไม่ๆ ถ้าทำไมได้ไม่ได้เข้าบ้านเลยนะ เตียงนุ่มๆห้องอุ่นๆเลยนะ!! ต้องทำให้ได้สิ เอาใหม่ หลับตา ตั้งสมาธิ คิดสิคิด วิธีที่ทำให้ไม่หนาว อืมม สะกดจิตตัวเองนี่แหละ พูดคำเดิมซ้ำ ซ้ำๆๆๆๆ พูดว่า ไม่หนาว!!


“ไม่หนาว ไม่หนาว ไม่หนาว ไม่หนาว ไม่หนาว ไม่หนาว”


ได้ผลละ เริ่มไม่หนาวแล้ว ทีนี้ ลองต้องสมาธิอีกครั้ง ได้แล้ว ต่อไป สัมผัสถึงจิต แล้วก็เริ่มร่ายเวทย์ออกมา


“เติมเต็มแสงสว่าง ในพื้นที่อันมืดมิด:ไลท์!!”(เคียร์)


. . . . ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกแล้ว ทำไมละ ลองอีกรอบละกัน


“เติมเต็มแสงสว่างในพื้นที่มืดมิด:ไลท์!!!”(เคียร์)


อีกแล้ว เวทย์แสดงผลไม่ยอมออกมา ทำไมกันทั้งๆ ที่ทำตามในหนังสือบอกหมดแล้วนี้ ไม่อ่าจจะมีสมาธิไม่พอก็ได้ ลองอรกรอบ


“จงเติมเต็มแสงสว่าง ในพื้นที่อันมืดมิด:ไลท์”(เคียร์)


ไม่ออกมา ไม่ยอมออกมา ทั้งๆที่ทำตามทุกอย่างแล้วแต่มันไม่ยอมออกมา เข่าของผมทรุดลงกับพื้นเพราะความรู้สึกถอดใจที่ถาโถมเข้ามาใส่


“ทำไมกันละ ทั้งทั้งที่ทำตามที่บอกแล้วทุกอย่าง รึเพราะว่าในหนังสือบอกมาไม่หมดกันนะ เหอะๆ”(เคียร์)


ความรู้สึกถอดใจ มันทำทำให้ผมพูดตัดพ้อหนังสือออกมาแบบเสียๆหายๆ ความจริงแล้วมันอ่าจจะเพราะผมตั้งสมาธิไม่ดีพอ เพราะผมดันอ่อนหัดไปสินะ นั้นสิ ใครมันจะไปใช้เวทย์มนตร์ได้ภายในสองสามวันละ ผมหนะ หวังสูงเกินไปอีกแล้วสินะ เหมือนกับตอนนั้นเลย ทำพลาดเพราะหวังสูงเกินไป ขนาดที่ผมกำลังจมกัยความคิดด้านลบอยู่นั้น


“ใช่แล้วลูก ในหนังสือ มันบอกมาไม่หมดหรอกนะจ๊ะ”(แม่)


เอ๊ะ ? บอกไม่หมดจริงๆเหรอ แต่ว่ายังไงละ เหมือนกับความคิดของผมถูกอ่านออก ในขนาดที่ผมคิดอยู่นั้น


“เพราะว่าถ้าคนคนนั้นสัมผัสถึงจิตรได้แล้วละก็ เดี๋ยวเรื่องต่อๆไปก็จะรู้เองนั้นแหละจ้าว่าต้องทำยังไง”(แม่)  


เดี๋ยวก็รู้เองงั้นเหรอ การสัมผัสถึงจิตงั้ยเหรอ เอามือไว้กลางอก แล้วตั้งสมาธิเหรอ ไม่ใช่ๆ เหมือนลืมอะไรบางอย่างเลย อะไรละ ?


“““เพราะขาดสิ่งๆหนึ่ง”””

“““สิ่งหนึ่งยังขาดไปไงละ”””

“““สิ่งที่ขาดไปก็คือ”””

“คือจินตนาการของเธอยังไงละ”


จิตนาการเหรอ ใช่แล้วจินตนาการ ตอนสัมผัสถึงจิตก็ใช้จินตนาการ แต่ว่าเสียงเมื่อกี้ เหมือนกับในฝัน ตอนนั้นเลย มันคืออะไรกัน แต่ว่าเสียงตอนสุดท้ายแตกต่าง มันเหมือนเสียของเด็กผู้หญิง ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเลยละ ต้องขอบคุณเสียงนั้นหน่อยละนะ ทีนี้ก็พอจะเข้าใจบางอย่างแล้วละ ถ้าการสัมผัสถึงจิต คือการจินตนาการถึงจิตละก็


“โอ้ รอบนี้แม่ว่าลูกน่าจะทำได้แล้วละนะ”(แม่)


“เติมเต็มแสงสว่าง ในพื้นที่มืดมิด:ไลท์”(เคียร์)


. . . . . . ได้แล้ว แสงสว่างนาดเท่าผ่ามือของเรากำลังลอยอยู่ละ ทำได้แล้ว


“ทำได้แล้วววว !!!!!”(เคียร์)


ฮะๆ ผมดีใจแบบสุดตัวเลยละ อย่างกะเด็กเลยแหะ ก็เด็กนี่หว่า พึ่ง5 ขวบเองนี่เนอะ ฮ่าาา คงมีคำถามละสิว่ายังไง หลักการง่ายๆเลยละ ในเมื่อเราใช้จินตนาการถึงจิตที่อยู่กลางอกได้ เราก็แค่เปลียนจากกลางอกเป็น จินตนาการให้จิตรนั้นอยู่ทั่วร่างกายแค่นั้นเอง พอทำแบบนั้นแล้วก็รู้สึกเหมือนความหนาวหายไปด้วยละ แถมรู้สึกว่าต่อให้วิ่งรอบหมู่บ้านก็ไหว


[โอ้โห้ ไม่นึกว่าลูกเราจะถึงขนาดที่ใช้ กายจิตหล่อหลอม ด้วยข้ามขั้นไปไกลเลยแหะ](แม่)


“เรียนรู้ไวจริงๆเลยเด็กคนนี้ ชักอิจฉาพรสววค์นั้นแล้วสิแต่นานๆทีเห็นลูกยิ้มน่ารักๆแบบนั้นทั้งทีแม่ให้อภัยจ๊ะ”(แม่)


“เห๊ะปกติผมทำหน้ายังไงเหรอ !!?”(เคียร์)


“ก็ทำหน้าเหมือนกับพวกเบื่อโลกยังไงละ คิ้วกับ ตาแทบจะตรงเป็นไม้บรรทัดเลยละ ฮ่าาา น่าเสียดายหน้าตาน่ารักนั้นจริงๆ”(ลุงกริฟ)


“อะลุงมาแต่เมื่อไฟรเนี้ย!!?”(เคียร์)


“ก็ตั้งแต่บ่นหนาวนั้นแหละยัยหนู”(ลุงกริฟ)


“ได้ยังไงละ ไม่เห็นรู้สึกเลย”(เคียร์)


ปกติผมเป็นพวกความรู้สึกไวต่อคนอยู่ ชีวิตก่อน ขนาดอยู่ตรงระเบียงหลังห้องยังรู้สึกถึงคนเดินผ่านหน้าระเบียงห้องเลย ยิ่งพอเกิดใหม่ความรู้สึกก็กว้างขี้นด้วย ถึงขนาดอยู่ในห้องนอนยังรู้สึกถึงคนที่หน้าประตูบ้านได้


“โห้ เวทย์พลางตัวสินะ ไม่เห็นนานแล้วนะเนี้ยถือว่าทำการบ้านมาดีเลยละ ถ้าเป็นลบตัวตนชั้นคงจะรู้ตัวทันทีเลยละ ฮุๆ” (แม่)


“จะตบตาคนระดับเธอเนี้ยก็ต้องใช้วิธีนี้ละ ว่าแต่ลูกเธอเนี้ย ใจกล้าแต่เด็กเลยนะ ใส่ชุดนอนแท้ๆแต่เดินออกมานอกบ้านเนี้ย ขนาดยังพึ่ง5ขวบเองโตขึ้นจะสวยขนาดไหนกันนะ หึๆๆ”(ลุงกริฟ)


เย้ยย ลุง อย่ามอวผมด้วยสายตาหื่นๆนั้นได้ไหมเนี้ย อะว่าแต่ผมใส่ชุดนอนอยู่งั้นเหรอลืมไปเลยนะเนี้ย . . . . . เฮ้ย!!!


“กริ๊ดดดดดดด!!”(เคียร์)


“อะวิ่งหนีเข้าบ้านไปละ”(ลุงกริฟ)


“สนุกไหมมาแกล้งลูกสาวชาวบ้านเค้าเล่นเนี้ย แต่แปลกไหนคุณบอกไม่ชอบเด็กละ ปกติคุณไม่มาดูเด็กฝึกเวทย์แบบนี้นี่”(แม่)


“ก็เพราะลูเธอน่าสนใจสุดๆเลยยังไงละ”(ลุงกริฟ)


“ให้เรียกตำรวจไหมคะ?”(แม่)


-ตัดมาที่ในบ้าน


. . .ถัดจากที่ผมวิ่งเข้ามาในบ่านเมื่อกี้ เฮ้อ ทำไมผมต้องอายด้วยละ ทั้งๆที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ชาย แถมเป็นตาลุงอีก แต่ ฮืออออ


“เป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้วค่าาาา ฮือออ”(เคียร์)


ถึงจะไม่ได้อยากเป็นจริงก็เถอะเฮ้ออ ช่างมันละกัน ถึงจะยังอายหน่อยๆก็เถอะ หาชุดเปลี่ยนก่อนอันดับแรกละกัน


-ตัดมาที่หน้าบ้าน


“แล้วทำไมต้องรีบฝึกเวทย์ให้ลูกเธอเร็วขนาดนี่ละ อีกอย่างแค่ 5 ขวบเอง เด็กปกติกว่าจะทำได้ ตั้ง 2 ปีนะ ไหนจะจับสัมผัสถึงจิตรอีก แถมไอ่หลักสูตรรวบรัดนั้นมีก็จริงแต่ก็เป็นแค่ทฤษฎีด้วยซ้ำ เอามาใช้กับลูกตัวเองเฉย ทำไมต่องรีบขนาดนั้นละ”(ลุงกริฟ)


“ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมชั้นต้องรีบขนาดนี้ แต่ เหมือนชั้นจะเข้าใจแกหน่อยๆนะ เด็นคนนั้นหนะ ในใจลึกๆแล้วน่าจะอยากออกเดินทางตามหาพ่อของเธอแน่ แววตาและสีหน้าของเธอมันบอกหนะ ชั้นรู้สึกแบบนั้น”(แม่)


“ห๊ะ อ่านสีหน้าปลาตายแบบนั้นออก สมกับเป๋นแม่งูกกันเลย ฮ่าาา”(ลุงกริฟ)


“แล้วก็อีกอย่าง”(แม่)


“ชั้นเองก็อยากออกเดินทางตามหา ‘เค้าคนนั้น’ เหมือนกัน อีก 5 ปีเราสองแม่ลูกจะออกเดินทางไปที่เมืองมนุษย์แล้วละนะ”(แม่)


E- ND

:3

เพราะเวทย์นั้นไม่ง่ายอย่าที่คิด


จากผู้แต่ง

ตอนนี้ไข่อีสเตอร์เล็กๆอยู่ละนะ




























           


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

0 ความคิดเห็น