Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,265 Views

  • 56 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    191

    Overall
    2,265

ตอนที่ 4 : ACT 1 View what i want :2 ความสุขเล็กๆและเวทย์มนตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

       หลังจากกลับจากห้องสมุด มาถึงบ้าน แม่ก็เตรียมทำอาหารเย็น ส่วนผมก็เข้ามารอในห้อง

  

ก่อนหน้านั้นผมได้ยืมหนังสือจากห้องสมุด เวทย์มนตร์เบื้องต้น มาอ่านที่บ้าน โดยเบื่องต้นเวทย์มนตร์นั้น มีแหล่งกำเนิดจาก จิตวิญญาณ โดยความสเถียรของเวทย์มนตร์ขึ้นอยู่กับอารมย์ด้วย เช่น อารมย์ ที่ยิ่งรุนแรง จะมีผลทำให้เวทย์ทรงพลังมากขึ้น แต่แลกมาด้วยกับการศูนย์เสียการควบคุมเวทย์ไป ทำให้ใช้พลังเวทย์มากขึ้น


หลังกินมื้อเย็นเสร็จ ไปของให้แม่สอนเวทย์มนตร์ให้ดีกว่า


ในครั้งแรกๆที่มีการกินข้าวพร้อมหน้ากันกับแม่ ผมรู้สึกอึดอัดอยู่พอสมควร เพราะอะไรแบบนี้นั้นผมไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิตที่แล้ว

แม้ตอนนั้น จะรู้สึกติดๆขัดๆในการพูดคุยระหว่ามื้ออาหารเพราะความไม่เคยชิน แต่พอนานๆเข้าก็เริ่มที่จะปรับตัวได้ และมันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นมากเลยละ

ถึงจะมีแค่ผมและแม่สองคน แต่แค่นี้ก็รู้สึกว่า ไม่ว่าอะไรก็ไม่น่าจะทดแทนความสุขในตอนนี้ได้อีกแล้ว ความรู้สึกของมื้ออาหารแบบครอบครัวละ


“อาร่า ลูกแม่ ยิ้มไปน้ำตาซึมไป เป็นอะไรรึปล่าวลูกหืม”(แม่)


อะนี่ผมทำสีหน้าแบบนั้นอยู่เหรอ


“ก็แค่มีรู้สึกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดแค่นั้นแองหนะแม่”(เคียร์)


“เห๋ ลูกพูดเหมือนเคยผ่านอะไร ร้ายๆมาเลยน้า แปลกจังเลยเด็กคนนี้”(แม่)


“ช่างเหอะน่าแม่ อ๊ะ วันนี้เป็นเนื้อวูฟอบเหรอ รีบกินกันก่อนจะเย็นเถอะแม่”(เคียร์)


มือเย็นดำเนินต่อไปตามปกติ การพูดคุยระหว่ามื้อก็ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหลังสือที่อ่านมา เรื่องราวของคนในหมู่บ้านบ้าง

ความสุขเล็กๆบนโต๊ะอาหารที่ผมเคยมองข้ามไป แม้ชีวิตที่แล้วผมจะไม่สนใจมันเลย แต่ตอนนี้ผมอยากจะให้มีช่วงเวลาแบบนี้ไปอีกนานๆ เลยละ อ่าถ้าพ่ออยู่ด้วยในเวลานี่จะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ ?


“แม่ ช่วยสอนเวทย์มนตร์ให้หน่อยสิ”(เคียร์)


“แม่ว่ามันน่าจะยังเร็วไปอยู่ ถ้าเป็นเด็กทั้วไปละนะ”(แม่)


อ่าครับๆ ผมเป็นเด็กที่เกิดรอบที่สองนี่น่าความทรงจำก็ไม่ได้หายไปด้วย แค่นี่ก็ไม่ใช่เด็กธรรมดาๆอยู่แล้วนี้


“เอาเป็นว่า ลูกไปรอในห้องลูกได้เลย เดี๋ยวแม่ตามไปหลังจากล้างจานเสร็จละกัน ระหว่างนี้ก็อ่านเวทย์เบื้องต้นรอไปกรละกันนะ”(แม่)


ก็อ่านมาบ้างแล้วหละนะ แต่จะอ่านต่อจากเมื่อกี้เลยละกัน

หลังจากเดินไปถึงห้องผมแล้ว ก็แบกหนังสือเล่มโตเอามาวางแหมะไว้กับพื้นแล้วเริ่มอ่านต่อจากที่ค้างไว้

ถัดจากเรื่องของแหล่งกำเนิดและการควบคุมเวทย์แล้ว ก็ เป็นเรื่องของรูปแบบและธาตุของเวทย์มนตร์ละ โดยรูปแบบ แบ่งออกเป็น 3 แบบใหญ่ๆ คือ


รูปแบบที่ 1 เวทย์แบบร่าย

ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรมากมายกับเวทย์รูปแบบนี้ เพราะมันคือพื้นฐานของเวทย์ทั้งหมดทั้งมวล มีธีการใช้ง่ายๆคือ ตั้งสมาธิและสัมผัสถึงจิตระหว่างร่ายบทเวทย์ แล้วพอร่ายจบเดี๋ยวเวทย์มนตร์จะแสดงผลมาเองละ ไม่รู้จะง่ายตามที่ในหนังสือบอกไหมน้า อ่ามีเวทย์ยกตัวอย่างด้วย ‘เติมเต็มแส่งสว่างในพื้นที่มืดมิด:ไลท์’ อ่อเวทย์สร้างความสว่างนี่เอง ลองดูดีกว่า ตั้งสมาธิง่ายอยู่นะ แต่สัมผัสกับจิตนี้ยังไงหว่า แต่ไม่ลองก็ไม่รู้

ผมหลับตาแล้วตั้งสมาธิ จากนั้นก็เริ่มร่ายบทเวทย์ออกมา พร้อมกับยื้นมือไปข้างหน้า

“เติมเต็มแสงสว่าง ในพื้นที่มืดมิด ไลท์!!” (เคียร์)


. . . . . เงียบกริบไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ่านะ ก็ยังไม่รู้เลยว่าสัมผัสถึงจิตมันทำยังไง ก็คงต้องปล่อยผ่านไปก่อนละนะ อืมๆ ข้ามๆ


มาที่รูปแบบต่อไปละกัน รูปแบบที่ 2 แบบวงเวทย์รึวงจรเวทย์ โดยเวทย์รูปแบบนี้จะต้องมีความเข้าใจในการใช้ระดับหนึ่ง เพราะการจะให้วงเวทย์ทำงานได้นั้น ต้องอาศัยความแม่นยำในการวาดวงเวทย์พอสมควร และสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวาดวงเวทย์นั้น ถึงแม้จะเรียบง่าย แต่ก็มีความซับซ้อนในการปรับใช้พอสมควร ทั้งนี้การใช้วงเวทย์นั้น ถึงวาดออกมาได้สมบูรณ์ก็ยังไม่สามารถใช้ได้ ผู้วาดจะต้องส่งพลังเวทย์ลงไปยังวงเวทย์เพื่อใช้งานด้วย ทั้งนี้ยังมีวิธีส่งพลังเวทย์ไปที่นิ้วเพื่อวาดได้อีกด้วย แต่ไม่ค่อยนิยมกันเนื่องจากเปลืองพลังเวทย์มากกว่าปกติ และยังโดนขัดจังหวะได้ง่ายอีกด้วย แม้จะมีปัญหาในการสู้ซึ่งๆหน้า แต่ยังมีวิธีการใช้ในรูปแบบอืนที่ดีเยี้ยม เช่น อุปกรเวทย์ที่สลักวงเวทย์ลงไปทำให้สามารถใช้งานวงเวทย์ตอนไหนที่ต้องการก็ได้ รึจะใช้ในการสร้างกับดัก ก็ยังสามารถทำได้ง่ายๆ ส่วนรูปแบบการวาดนั้นตอนนี้มันยังไม่จำเป็นเท่าไรละนะ เอาเป็นว่า รู้ไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่ หลักๆเลยคือวงเวทย์อยู่ในหลักสูตร์เวทย์มนตร์ระดับกลาง ไว้ค่อยรู้มากกว่านี้แล้วค่อยศึกษาละกัน


ข้ามมาที่รูปแบบสุดท้ายละนะ รูปแบบสุดท้าย แบบพิธีกรรม เป็นรูปแบบที่ยุ่งยากและซับซ้อนที่สุด โดยการนำรูปแบบทั้งสองแบบมารวมกันทั้งการร่ายที่ต้องใช้ภาษาโบราณและวงเวทย์ที่มีขนาดใหญ่ แถมเรื่องมากในด้านจำนวนคนที่ใช้ในการประกอบพิธิอีกด้วย แล้วแต่ว่าพิธีอะไรใหญ่แค่ไหน ขนาดพิธิที่เล็กที่สุดยังใช้คนอย่างต่ำก็ 5 คนแล้ว โดยการร่ายนั้นจะแตกต่างจากปกติ ในการประกอบพิธี ผู้ร่ายต้องร่ายออกมาเป็นท่วงทำนอง และต้องพร้อมกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งพิธีมีความสมบูรณ์แบบเท่าไหร ผลของพิธีกรรมก็จะยิ่งมากขึ้นอีกด้วย


มาที่เรื่องของ ธาตุ เวทย์มนตร์ในโลกนี้นั้นจะแบ่ง ธาตุออกไป ทั้งหมด 6 ธาตุคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ แสง และความมืด และอีกหนึ่งประเภทที่ไม่ได้จัดอยู่ในธาตุใดๆเลย เรียกว่า เวทย์บริสุทธิ์ ยกตัวอย่างง่ายๆ เวทย์เคลื่อนย้ายสิ่งของ ‘ไซโคคิเนสิส’ ตามชือ คือการเคลื่อนย้ายสิงของโดยไม่จับต้อง ทว่า น้ำหนักของวัตถุนั้นมีผลกับพลังเวทย์ที่ต้องจ่ายในการเคลื่อนย้านแค่ละครั้งด้วย ส่วนเวทย์ แสง นั้น จะเป็นเวทย์ที่เน้นไปทางด้านการรักษาซะมากกว่า และเวทย์ประเภทโจมตีนั้นก็แทบจะไม่อันตรายเลย อย่างมากก็ทำให้เกิดแผลคล้ายไฟลวกเท่านั้นเอง แต่จะมีผลมากกับมอนเตอร์ประเภท อันเดต และ วิญญาณ ส่วนธาตุมืดนั้น ไม่ได้เหมือนๆกับนิยายที่เคยอ่านมาเท่าไหรแหะ โดยจะเน้นไปที่การทำให้ผ่ายตรงข้ามมองไม่เห็น หรือทำให้ความมืดในทีมืด มีความมืดมากขึ้นจนมองเข้าไปไม่ได้ เท่านั้นเอง ทั้งนี้ธาตุความมืดนั้น ยังมีน้อยเพราะพึ่งถูกค้นพบไม่นาน


“แม่ล้างจานนานจังเลยน้าา”(เคียร์)


“มาแล้วจ้าๆ”(แม่)


อ่า พูดถึงก็โผล่พรวดออกมาเลยแหะ แล้วที่แม่ถือมาคล้ายไข่มุขแต่ขนาดเท่าหมวกกันน๊อคนั้น


“เอาไข่มุขก้อนใหญ่นั้นมาทำอะไรเหรอแม่”(เคียร์)


“ไข่มุข ? คืออะไรเหรอจ๊ะ เจ้านี้คือลูกแก้ววัดระดับพลังเวทย์นะลูก เราจะมาดูกันว่าลูกจะใช้เวทย์ได้ไหม”(แม่)


“แล้วมันบอกธาตุที่ถนัดไหมแม่”(เคียร์)


“อาร่า ความถนัดหนะ เกิดจากการฝึกนะลูกแม่ ถ้ายิ่งฝึกอะไรมากๆเข้า ก็จะยิ่งใช้เวทย์ธาตุนั้นๆคล่องมากขึ้น”(แม่)


นึกว่าจะมีพวกความถนัดและเข้ากันได้ของธาตุซะอีก งั้นก็แปลว่า ไม่ว่าใครก็ใช้เวทย์ได้ทุกธาตุสินะ

หลังจากที่แม่ได้หาที่ว่าลูกแก้ววัดระดับได้แล้ว แม่ก็หยิบเข็มเล็กๆ ขึ้นมา


“แม่เอาเข็มมาทำไมเหรอฮ้าา”(เคียร์)


“ก็เอามาทิ่มให้นิ้วเลือดออกไงละ เพราะลูกแก้วนี้จะวัดระดับได้ต้องใช้เลือดเป็นตัววัดละ เห๋ รึว่าลูกกลัวเข็มเหรอ ถ้าจะมีอะไรที่เหมือนเด็กทั่วไปก็น่าจะตรงนี้แหละน้า”(แม่)


อึกยังอุสาห์รู้อีก สมกับเป็นแม่เลย เหอะๆ เห็นเข็มอันเล็กๆแหลมๆแต่ไม่นึกว่าถ้าโดนทิ่มทีละโคตรแสบเลย ว่าแต่โลกนี้มีเข็มฉีดยาด้วยเหรอ น่าจะมีแหละนะ


“ง งั้นก็รีบๆทำให้เสร็จๆไปเลยดีกว่านะ แหะๆๆ”(เคียร์)


ผมพยายามหลับตาข่มความกลัวแล้วยื่นมือออกไป ฉึก!! บางทีท่านแม่ก็ไร้ความปราณีเกินไป


“อ๋า!!” (เคียร์)


“แห๋มๆ ร้องออกมาได้น่ารักดีนะจ๊ะ คิๆ”(แม่)


รู้สึกว่าแม่น่ากลัวที่สุดก็วันนี้นี่แหละ!! เลือดที่ไหลออกมาหยดลงไปบนลูกแก้ว แล้วเลือดก็หายไปเหมือนระเหยกลายเป็นเหมือนหมอก แล้วเริ่มก่อตัวรอบๆลูกแล้ว แล้วแม่ก็หยิบแท่งสีขาวๆออกมาแล้วจิ้มลงไปในนั้น แล้วยกขึ้นมา ส่วนของแท่งสีขาวๆนั้นที่โดนหมอกรอบลูกแก้วเปลียนเป็นสีเทา แล้วแม่ก็หยิบไม้บรรทัดออกมาวัด


“ลูกมีค่าพลังเวทย์เกือบเท่าผู้ใหญ่เลยละนะ น่าตกใจอยู่หน่อยๆ นะเนี้ย”(แม่)


“อู้ยย เจ็บอ่า~~ แล้วถ้าเกิดพลังเวทย์มีไม่มากเราสามารถทำให้มันเพิ่มขึ้นได้ไหมนะ”(เคียร์)


“ได้สิจ๊ะ ตราบใดถ้ามีพอที่จะร่าบเวทย์ประกายแสงที่กินพลังเวทย์น้อยที่สุดได้ เพิ่มพลังเวทย์ขึ้น แล้วก็ นอกจากการฝึกร่ายแล้ว การฝึกสมาธิก็สำคัญเหมือนกันนะ เพราะยิ่งจิตมั่นคงแล้ว ก็จะคุมพลังเวทย์ได้ดีขึ้น และค่าพลังเวทย์ก็จะสูงขึ้นมาตามๆกันนั้นแหละนะ เอาละเรามาฝึกร่ายเวทย์กันเถอะ เริ่มจากการ จับสัมผัสจิตก่อนจ๊ะ”(แม่)


“เอ๊ะ ยังไงเหรอคะ ?”(เคียร์)


“เริ่มง่ายๆ ด้วยการ เอามือแตะที่กลางอก แล้วเพ่งสมาธิแล้วจิตนาการถึงก้อนพลังงานที่อยู่ตรงกลาง”(แม่)


อะ มะกี้ผมเผลอพูด ‘คะ’ ละ บางทีมันก็มีหลุดออกมาบ้าง ก็ตั้งแต่อยู่ในร่างนี้ ละนะ สภาพจิตใจเริ่มแปลเปลียนตามร่างกายละเหรอ ? รู้สึกกลัวๆอยู่หน่อยๆ เลิกคิดอย่างอื่นก่อนดีกว่า

ผมลองหลับตาเพงสมาธิแล้วจิตนาการตามที่แม่บอก แล้วเอามือมาแตะไว้กลางอก . . . .

อ่า เหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแล้วละ


“รู้สึก ถึงความอบอุ่นที่อยู่ตรงกลาง. . . .”(เคียร์)


[อาร่า เรียนรู้ไวจริงๆเลยนะเด็กคนนี้ แล้วเมื่อกี้ลูกเราพูด ‘คะ’ ด้วยละ ว้ายยยย ลูกแม่น่ารักมากเลยค่า](แม่)


“เก่งมากจ๊ะ เคียร์ลูกแม่ ปกติแล้วเด็กทั้วไปกว่าจะมาถึงขั้นตอนนี้ได้ โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลา 3 ถึง 4 วันเลยนะ ขนาดแม่ยังใช้เวลา ตั้ง 2 วันเลยนะ”(แม่)


ก็นั้นสิ ถ้าผมไม่เหลือความทรงจำชีวิตก่อนก็ไม่น่าจะทำได้หรอกมั้ง ป่านี้คงไปวิ่งเล่นกับเด็กในหมู่บ้านไม่มานั่งเรียนใช้เวทย์มนตร์ กับอ่านหนังสืออยู่แบบนี้หรอก


“เอาละเราจะไปขั้นต่อไปกันละ นั้นก็คือ การฝึกร่ายเวทย์ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ดีๆละ"(แม่)


E- ND


:2

ความสุขเล็กๆและเวทย์มนตร์





















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 09:28

    คุณแม่นี่เห่อลูกน่าดูเลยแฮะถ้ามีกล้องถ่ายรูปคงนั่งถ่ายทั้งวันแน่ๆ

    #2
    2
    • #2-1 YusakanoNeko (@YusakanoNeko) (จากตอนที่ 4)
      10 ธันวาคม 2561 / 10:36
      ฮุฮุ อยากให้มีกล้องสินะ เดี๋ยวจัดให้ จะพยายามยัดมาให้ได้
      #2-1
    • 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:35
      ถ้าถ่ายจะไปขอซักรูป55
      #2-2